“พิมพ์ภัทรา” คิกออฟสินเชื่อ ‘SME Green Productivity’ ดอกเบี้ยถูก 3% ต่อปี SME D Bank ขานรับนโยบาย ผนึกพันธมิตร เพิ่มผลิตภาพเอสเอ็มอีมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ตั้งเป้าพาถึงแหล่งทุนกว่า 1,500 ราย  สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 68,700 ล้าน

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในการเป็นประธานเปิด “โครงการสินเชื่อ SME Green Productivity ยกระดับเพิ่มผลิตภาพเอสเอ็มอีสู่อุตสาหกรรมสีเขียว” ว่า กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งขับเคลื่อนนโยบายด้านการส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียนเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สานต่อนโยบาย Carbon Neutrality เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของอาเซียนในด้านการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ จึงสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ยกระดับเพิ่มผลิตภาพเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียว หรือ “Green Industry”   ซึ่งจะสร้างประโยชน์ช่วยให้ผู้ประกอบการมีศักยภาพการแข่งขันสูงขึ้น

ลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถปรับตัวเข้ากับกฎกติกาการค้าใหม่ระดับสากลได้ ควบคู่กับเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  ใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ธรรมชาติ ภาคอุตสาหกรรมอยู่คู่ชุมชน เกิดการสร้างงาน กระจายรายได้ นำไปสู่สังคมแห่งความสุข สร้างรากฐานแข็งแรงอย่างยั่งยืนให้แก่ประเทศไทย 

ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่อุตสาหกรรมสีเขียว จำเป็นต้องใช้ความรู้ควบคู่เงินทุน เพื่อปรับเปลี่ยนระบบ อุปกรณ์ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี  ทว่า  ปัจจุบัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระบบที่มีกว่า 3.2 ล้านราย มากกว่าครึ่งเข้าไม่ถึงแหล่งทุนจากสถาบันการเงินในระบบ จำเป็นที่รัฐบาลต้องมาช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งทุน ผ่านโครงการ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงิน 15,000 ล้านบาท

พร้อมมอบหมายให้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ  SME D Bank ซึ่งเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เป็นหน่วยงานหลัก ทำงานร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ ภาครัฐและเอกชน สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนในโครงการดังกล่าว  ซึ่งมีจุดเด่นเป็นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี แถมปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือนแรก อีกทั้ง ผ่อนปรนเงื่อนไขและหลักทรัพย์ค้ำประกัน ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ และมีระยะผ่อนชำระนานเพียงพอที่จะสามารถพัฒนายกระดับเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่อุตสาหกรรมสีเขียวได้อย่างราบรื่น

ตั้งเป้า จะสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนและเพิ่มผลิตภาพได้กว่า 1,500 ราย  อีกทั้ง สร้างประโยชน์  เกิดการจ้างงานกว่า 24,000 อัตรา สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 68,700 ล้านบาท อีกทั้ง  ช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคอุตสาหกรรม  สนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในธุรกิจเอสเอ็มอีได้ประมาณ 345,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ  SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank ขานรับนโยบายรัฐบาล ในการยกระดับเพิ่มผลิตภาพแก่เอสเอ็มอีให้เข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียว หรือ Green Industry ผ่านโครงการสินเชื่อ “SME Green Productivity”  โดยจะทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เบื้องต้น 11 แห่ง ได้แก่

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สถาบันยานยนต์ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ  และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)  ในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึง “การพัฒนา”เติมทักษะความรู้ควบคู่กับพาเข้าถึง “แหล่งทุน” ดอกเบี้ยต่ำ นำไปพัฒนา ปรับเปลี่ยนระบบ อุปกรณ์ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีผลิตภาพสูงขึ้น พร้อมก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว สร้างการเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนให้ประเทศไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของรัฐบาล  

 ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจ “สินเชื่อ SME Green Productivity”   แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ สาขาของ SME D Bank ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

Source : กรุงเทพธุรกิจ

หลายคนกำลังให้ความสนใจหาโซลาร์เซลล์มาติดตั้งตามบ้าน อาจจะมาจากเรื่องของค่าไฟที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ หรือบางท่านอาจจะไม่อยากเสียเงินให้กับค่าไฟ เรียกว่าอยากผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองก็ได้ และไม่อยากต้องกังวลเรื่องค่าไฟ อยากเปิดแอร์ทั้งวัน ในปัจจุบันก็มีหลายท่านได้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่บ้านไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลที่ออกมาก็คือ ช่วยลดค่าไฟไปได้มากพอสมควร แต่เราอาจจะต้องลงทุนในครั้งแรกด้วยจำนวนเงินที่ค่อนข้างมาก ทำให้หลายๆ ท่านก็เกิดความลังเลว่า จะติดดีมั้ย คุ้มค่ามั้ย ต้องใช้เงินขนาดไหน ต้องดูแลยังไงบ้าง วันนี้เราจะนำเสนอเรื่องนี้ เพื่อตอบคำถามสำหรับคนที่กำลังอยากจะติดตั้งโซลาร์เซลล์กัน

จะติดโซลาร์เซลล์ต้องรู้อะไรบ้าง

มาเริ่มกันกับสิ่งที่เราควรรู้ก่อนจะไปติดตั้งโซลาร์เซลล์กัน ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรทราบก่อน จะช่วยให้เราเวลาไปคุยกับผู้ให้บริการติดตั้งง่ายกว่าเดิม สามารถเลือกรูปแบบโซลาร์เซลล์ และเรื่องของการติดตั้งได้ง่ายขึ้น มาดูกันว่า เราต้องรู้อะไรบ้าง

1.รู้จักประเภทของโซลาร์เซลล์กันก่อน ซึ่งจะแบ่งได้ 3 รูปแบบด้วยกัน

  • ระบบโซลาร์เซลล์แบบ On Grid ระบบนี้จะเป็นลักษณะการใช้งานร่วมกันระหว่างไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ และไฟฟ้าจากการไฟฟ้า ซึ่งจะมีตัว Inverter เป็นตัวแปลงกระแสไฟฟ้าสำหรับการใช้งาน โดยจะเลือกใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ในช่วงกลางวัน เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืนหรือช่วงที่แสงอาทิตย์หมด ระบบจะสลับไปใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าอัตโนมัติ ระบบ On Grid ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เพราะลงทุนไม่สูงมากนัก เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการประหยัดไฟที่ใช้ในตอนกลางวัน
  • ระบบโซลาร์เซลล์แบบ Off Grid เป็นระบบที่จะไม่มีการทำงานร่วมกับไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเลย โดยจะมีการเพิ่มแบตเตอรี่เข้ามาในระบบ เพื่อทำหน้าที่เก็บไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ เป็นลักษณะการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เพื่อใช้งาน 100% ระบบนี้จะมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในส่วนของแบตเตอรี่ที่มีราคาค่อนข้างแพง ยิ่งมีความจุมากเท่าไหร่ ก็แพงมากขึ้นเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่เน้นใช้งานเฉพาะที่ และไม่มีไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเข้าถึง
  • ระบบโซลาร์เซลล์แบบ Hybrid ระบบที่เอาแบบ On Grid และ Off Grid มาทำงานร่วมกัน ซึ่งระบบแบบนี้จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ก็สะดวกสบายขึ้น เพราะจะมีแบตเตอรี่สำหรับจัดเก็บไฟฟ้าที่ผลิตได้ และส่งต่อไปใช้งาน และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็สามารถสลับไปใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าได้แบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกสลับการใช้งานไปอีกระบบได้อีกด้วย แบบนี้ก็จะเหมาะกับคนที่มีงบประมาณค่อนข้างมาก และต้องพร้อมในเรื่องของการจ่ายค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในอนาคตอีกด้วย

เมื่อเรารู้จักประเภทของระบบโซลาร์เซลล์กันแล้ว ทีนี้เราต้องมาพิจารณาเลือกกันแล้ว ซึ่งแบบแรก On Grid นั้นจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกที่สุด และเหมาะกับการใช้งานในบ้านเรามากที่สุด เพราะสามารถใช้ไฟจากการโซลาร์เซลล์ และยังคงใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าแบบปกติได้อีกด้วย

2.คำนวณขนาดของระบบโซลาร์เซลล์ที่ต้องการใช้

สำหรับเรื่องขนาดของระบบโซลาร์เซลล์นั้นจะเป็นตัวกำหนดค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่าย รวมถึงระยะเวลาการคุ้มทุน ซึ่งถ้าใครไม่รู้จะคำนวณแบบไหนจริงๆ ผู้ให้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ส่วนใหญ่ก็จะสามารถช่วยคำนวณให้ได้ โดยอิงตามความต้องการของเรานั่นเอง แต่ถ้าเราสามารถคำนวณได้เองก่อน ก็จะช่วยให้เราทราบความต้องการใช้ไฟฟ้าของเราคร่าวๆ และจะทราบค่าใช้จ่ายในเบื้องต้น เพื่อไปสืบหาราคาจากผู้ให้บริการได้ก่อน

วิธีการคำนวณนั้นให้เริ่มจาก หาจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่เราใช้ในแต่ละเดือนก่อน เอาแบบเฉลี่ยก็ได้ ถ้าถามว่าแล้วจะรู้จากไหน ก็ง่ายๆ ครับ ดูจากบิลค่าไฟฟ่า หรือในแอพการไฟฟ้าก็ได้ จะมีบอกข้อมูลส่วนนี้ จากนั้นเมื่อเราได้ตัวเลขมาแล้ว เราก็มาดูว่า แผงโซลาร์เซลล์ที่เราจะซื้อมาใช้นั้นเราต้องใช้ขนาดไหน ถึงจะผลิตไฟฟ้าได้ตามจำนวนหน่วยการใช้งานของเรา อันนี้ต้องบอกก่อนว่า ปกติแล้วเราจะไม่คำนวณว่าจะต้องใช้แผงมากแค่ไหน ถึงจะผลิตไฟฟ้าเท่ากับที่เราใช้ได้ เพราะถ้าจะต้องผลิตได้ขนาดนั้น ค่าใช้จ่ายคงหลายล้านบ้าน ซึ่งมากเกินไปครับ

เราจะอ้างอิงแค่ว่า เรามีงบเท่าไหร่ เพื่อเลือกแผงโซลาร์เซลล์ แล้วหาตัวเลขออกมาว่าเราจะประหยัดไฟฟ้าได้เท่าไหร่ ก็ให้เอาตัวเลขในเว็บไซต์ต่างๆ ที่ลงไว้ก็ได้ครับว่า เขามีขนาดการผลิตไฟฟ้าเท่าไหร่ให้เราเลือกบ้าง เช่น ผลิตไฟฟ้าได้ 3KW ราคา 120,000 บาท , 5KW ราคา 170,000 บาท เป็นต้น เมื่อได้ตัวเลขการผลิตไฟฟ้าได้แล้ว ให้เอาไปคูณระยะเวลาที่ผลิตไฟฟ้าได้ต่อวัน ปกติตัวเลขจะเฉลี่ยอยู่ที่ 4.5 ตัวอย่างเช่น เรามีงบอยู่ 120,000 บาท ก็ต้องเลือกที่ 3KW

3 KW x 4.5 = 13.5 หน่วยต่อวัน ดังนั้น 1 เดือนเราจะผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ประมาณ 405 หน่วยต่อเดือน

แบบนี้เราจะประหยัดไฟฟ้า 1 เดือนได้เท่าไหร่

ก็ให้เอาไฟฟ้าที่เราผลิตได้ 405 หน่วยต่อเดือน x ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 4.4 บาท ได้ออกมาที่ 1,782 บาท ซึ่งตัวเลขนี้ก็เป็นค่าเฉลี่ยเท่านั้นนะครับ เพราะในความเป็นจริง เราอาจจะไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เต็ม 100% ตามที่เราคำนวณมา เนื่องจากจะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฝนตก แดดไม่มี หรือแดดมีแต่น้อยมาก รวมถึงความผิดปกติหรือเสียหายของแผงโซลาร์เซลล์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วย

คำถามต่อไป แบบนี้เราจะคืนทุนเมื่อไหร่

ก็ให้เอาราคาค่าติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์มา ในตัวอย่างนี้ก็ 120,000 บาท แล้วก็เอาค่าไฟฟ้าที่เราประหยัดได้มา โดยเปลี่ยนเป็นต่อปีก่อน 1,782 x 12 = 21,384 บาท มาตั้งหารกับค่าติดตั้ง

120,000 บาท หารด้วย 21,384 บาท จะได้ออกมาที่ 5.6 ปี ซึ่งระยะเวลาคืนทุนก็อยู่ที่ 5 ปีครึ่ง แต่ในความเป็นจริงอาจจะประมาณ 6 ปี เพราะมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หลังจากคืนทุนแล้ว หลังจากนี้ก็เป็นกำไรล้วนๆ ครับ ซึ่งอันนี้ต้องพิจารณาเอาเองว่า ถ้าตัวเลขออกมาแบบนี้แล้ว คุณคิดว่าจะลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์หรือไม่

3.หลังคาบ้าน ทิศทางของการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาก่อน ซึ่งเรื่องนี้เราอาจจะไม่สามารถประเมินเองได้ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาดูว่า หลังคาบ้านของเราสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้หรือไม่ มีพื้นที่เพียงพอหรือไม่ ถ้าบ้านเรามีขนาดใหญ่ พื้นที่ในการติดตั้งแผงนั้นก็ใหญ่ไปด้วย ทำให้เราสามารถเลือกจำนวนการผลิตไฟฟ้าได้จำนวนมากๆ ได้ แต่ถ้าหลังคาบ้านเรามีขนาดเล็ก หรือบ้านเราเล็ก อาจจะต้องพิจารณาหาจุดติดตั้งแผงโซลลาร์เซลล์ในตำแหน่งอื่นๆ รวมด้วย เช่น บ้านใครชั้นบนสุดทำเป็นดาดฟ้า อาจจะต้องยอมเสียพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งโครงสร้างสำหรับแผงโซล

นอกจากนี้เมื่อพื้นที่พร้อมแล้ว ต้องตรวจสอบต่อว่า โครงสร้างหลังคามีความแข็งแรงพอที่จะติดตั้งแผงโซลลาร์เซลล์หรือไม่ จากนั้นก็ต้องดูถึงทิศทางของการวางแผงโซลาร์เซลล์ที่เหมาะสมและดีที่สุดเพื่อให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากที่สุดนั่นเอง ซึ่งทั้งหมดนี้แนะนำให้ทางผู้ให้บริการติดตั้งเป็นผู้สำรวจตรวจสอบจะดีที่สุด

4.ติดโซลาร์เซลล์ต้องขออนุญาตด้วย

ในการติดตั้งโซลาร์เซลล์เราในฐานะเจ้าของบ้านต้องทำการขออนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐด้วย ซึ่งจะประกอบไปด้วย เขต หรือเทศบาล การไฟฟ้า (นครหลวง หรือส่วนภูมิภาค) และคณะกรรมการกองกำกับกิจการพลังงาน (หากติดตั้งโซล่าเซลล์ที่มีกำลังผลิตติดตั้งไม่ถึง 1000 kVA หรือประมาณ 800 kW จะต้องยื่นขอยกเว้นการขอใบอนุญาตจากสำนักงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน) ดูชื่อหน่วยงานต่างๆ แล้ว ต้องบอกว่าอาจจะยุ่งยากสำหรับบางท่าน ส่วนนี้ผู้ให้บริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ส่วนใหญ่ จะเรียกว่าเกือบทุกเจ้าก็ได้ จะมีบริการจัดการยื่นขออนุญาตให้ทั้งหมด ค่าใช้จ่ายจะร่วมกับค่าติดตั้งทั้งหมดแล้ว ซึ่งเราเองก็เพียงแต่เตรียมเอกสารตามที่ผู้ให้บริการแจ้งมาเท่านั้น ก็สะดวกนี้ครับ แต่ถ้าใครอยากทำเอง ก็สามารถยื่นขอจากทุกหน่วยงานได้เองเช่นกัน

5.การรับประกัน และการดูแลหลังการขายสำคัญมาก

เรื่องการรับประกัน ต้องย้ำกันเลยว่า สำคัญมาก เพราะแผงโซลาร์เซลล์ และอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบนั้น หากมีอันไหนทำงานผิดปกติเราจะไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เลย แนะนำว่าก่อนจะใช้บริการจากรายไหน ให้ดูว่าเขามีระยะเวลาการรับประกันนานแค่ไหน ยิ่งนานยิ่งดี บางเจ้าที่ราคาสูงหน่อย แต่ได้การรับประกันที่ยาวนานขึ้น แบบนี้ก็ควรจะพิจารณาเลือกใช้บริการเป็นอันดับต้นๆ และอย่าลืมดูเงื่อนไขการรับประกันด้วยว่า มีอะไรบ้าง ส่วนนี้มักจะไม่ค่อยอ่านกัน แนะนำให้อ่านแบบละเอียดเลยครับ ไม่เข้าใจตรงไหน หรือมีข้อสงสัยให้สอบถามผู้ให้บริการทันที

นอกจากการรับประกันแล้ว บริการหลังการขายก็สำคัญมาก มีผู้ให้บริการหลายเจ้ามีบริการตรวจเช็คระบบตามรอบ รวมถึงมีการให้บริการทำความสะอาดแผงโซลลาร์เซลล์ด้วย หลายคนอาจจะสงสัยว่าเราต้องทำตามสะอาดด้วยเหรอ ตอบเลยว่า ต้องทำความสะอาดครับ เพราะถ้าแผงโซลาร์เซลล์สกปรก จะทำให้ประสิทธิภาพในการรับแสงน้อยลง ระบบก็จะผลิตไฟฟ้าได้น้อยลงตามไปด้วย อาจจะมีคนสงสัยว่า แผงโซลาร์เซลล์มันสกปรกได้ด้วยเหรอ อยู่บนหลังคาไม่น่าจะสกปรก บอกเลยว่าสกปรกครับ ยิ่งนานวันก็ยิ่งสกปรกมากขึ้นด้วย มีการสะสมทับถมของเศษฝุ่นต่างๆ รวมถึงมีพวกขี้นก หรือเศษของวัสดุบางอย่างที่ลอยมาติดบนแผงได้ด้วย ดังนั้นอย่าลืมดูด้วยว่า มีบริการดูแลในส่วนของการทำความสะอาดให้หรือไม่ ให้กี่ปี และถ้าหมดระยะการให้บริการตามการรับประกันแล้ว หลังจากนี้คิดค่าบริการทำความสะอาดเท่าไหร่ เพราะยังไงเราก็ต้องใช้บริการครับ ไม่แนะนำให้ทำเองนะครับ เพราะนอกจากจะเสี่ยงอันตรายแล้ว ยังเสี่ยงต่อการไปทำให้แผงโซลาร์เซลล์เสียหายหรือชำรุดได้อีกด้วย ให้ผู้เชี่ยวชาญเขาทำจะดีกว่า

6.ติดโซลาร์เซลล์ราคาเท่าไหร่

ต้องบอกว่ามีหลายขนาด หลายราคาครับ ก็ขอหยิบเอาราคาคร่าวๆ มาเป็นแนวทางให้ก็แล้วกันครับ ซึ่งราคาจริงอาจจะแตกต่างจากนี้ได้ทั้งถูกกว่า และแพงกว่า ซึ่งอยู่ที่คุณภาพของอุปกรณ์ การบริการ ระยะเวลาการรับประกัน รวมถึงผู้ให้บริการที่มีการกำหนดราคาที่แตกต่างกันไปครับ ก็เอาไว้พอเป็นแนวทางละกันครับ

ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าราคา
3KW125,000 บาท
5KW180,000 บาท
5KW (ไฟ 3 เฟส)200,000 บาท
10KW280,000 บาท
10KW (ไฟ 3 เฟส)290,000 บาท
15KW380,000 บาท
20KW500,000 บาท

ราคาที่แสดงนี้ ปกติจะรวมค่าบริการต่างๆ เอาไว้ด้วย เช่น ค่าขออนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ ค่าบริการตรวจเช็คระบบตามรอบ และค่าบริการทำความสะอาดแผงโซลลาร์เซลล์ ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะผู้ให้บริการบางรายมีเงื่อนไขต่างๆ ที่แตกต่างไปจากนี้ แนะนำให้ดูรายละเอียด หรือสอบถามให้เรียบร้อยก่อนเซ็นต์สัญญาใช้บริการนะครับ

7.มีสินเชื่อสำหรับติดตั้งโซลลาร์เซลล์หรือไม่ อยากผ่อนรายเดือน

ตอบเลยว่ามีครับ ธนาคารส่วนใหญ่จะมีบริการสินเชื่อส่วนนี้เอาไว้ให้ ซึ่งถ้าเป็นลักษณะการผ่อนรายเดือน อาจจะต้องจ่ายในราคาที่เพิ่มจากราคาปกติประมาณ 10 – 20% ก็ถือว่าเป็นดอกเบี้ยนั่นเอง อาจจะผ่อนได้ 10 เดือน เดือนละเท่ากัน หรือบางธนาคารก็จะเป็นในลักษณะสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่จะสามารถผ่อนชำระได้ระยะเวลาที่นานขึ้น เช่น 5 ปี หรือ 60 เดือน ซึ่งแบบนี้ก็จะช่วยเรื่องของการลงทุนได้ค่อนข้างเยอะ เสมือนว่าเราผ่อนจ่ายค่าไฟล่วงหน้านั่นเอง ใครสนใจก็ลองติดต่อกับธนาคารต่างๆ ได้เลยไม่ว่าจะเป็น ออมสิน ไทยพาณิชย์ หรือธนาคารกสิกรไทย

และทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องที่เราควรจะรู้หลักๆ ก่อนการตัดสินใจที่จะติดตั้งโซลลาร์เซลล์กันนะครับ เชื่อว่าการติดตั้งโซล์ลาร์เซลล์นั้นจะอยู่ที่เรื่องของความคุ้มค่าในระยะยาวมากที่สุด ซึ่งบ้าน 1 หลังใครที่จะอาศัยอยู่เกิน 10 ปี และมีงบประมาณในการลงทุน บอกเลยว่ายังไงก็คุ้มค่าครับ ยิ่งใช้นานก็ยิ่งคุ้ม ส่วนใครที่มักจะไม่ได้อยู่บ้านนานๆ บางคนอยู่แค่ 5 ปี ก็ย้ายแล้ว แบบนี้แนะนำว่าไม่ควรลงทุน เพราะไม่คุ้มค่าครับ ยกเว้นว่าจะเอาไว้ติดบ้าน เพื่อช่วยให้การขายบ้านง่ายขึ้น คนซื้อต่อตัดสินใจง่าย แบบนี้ก็บวกเขาไปในราคาขายบ้านก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจ

Photo : freepik

หลังจากนี้ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม จะไม่มีรถม้าที่ใช้ “ม้า” ในการลากเลื่อนอีกต่อไป แต่จะหันไปใช้พลังงานไฟฟ้าแทน ไม่ต้องใช้แรงงานม้า ตอบโจทย์ความยั่งยืน

กรุงบรัสเซลส์ ในเบลเยียม เปลี่ยน ‘รถม้า’ ในเมือง เป็น ‘รถม้าพลังงานไฟฟ้า’ (Electric Carriage) หลังถูกครหาว่าใช้แรงงานสัตว์มานานหลายปี หลังจากนี้ (อาจ) ไม่เห็นม้าวิ่งเกลื่อนเมืองอีกแล้ว

รถม้าคือยานพาหนะที่เฟื่องฟูเป็นอย่างมากตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 17 – 20 จนถึงขั้นนักประวัติศาสตร์เรียกขานว่า “ยุครถม้า” หลังจากนั้นรถม้าก็ซบเซาไปเนื่องจากถูกรุกคืบจากเทคโนโลยีที่เรียกว่า “รถยนตร์” 

บรัสเซลส์เป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในโลกที่ยังใช้รถม้าอยู่ แต่ใช้ในกรอบของภาคการท่องเที่ยว หมายความว่า “ธุรกิจรถม้า” จะถูกใช้เพื่อพานักท่องเที่ยวนั่งทัวร์ละเมียดความสวยงามของเมือง สถาปัตยกรรมเก่าแก่ เพียงเท่านั้น

หลายคนอาจมองว่าล้าหลังไปแล้วหรือเปล่า ต้องบอกว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม การได้นั่งรถม้าเที่ยวชมเมือง ได้ยินเสียงเกือกม้า บรรยากาศเหล่านี้เสมือนได้ย้อนเวลาไปสู่โลกยุคก่อน

สิ่งนี้แลกมากับการถูกกร่นด่าจากบรรดานักสิทธิสัตว์ทั่วโลก หลายฝ่ายมุ่งเป้าไปว่าทำไมบรัสเซลส์ถึงยังทรมานม้าอยู่ ไม่สามารถทำธุรกิจทัวร์ในรูปแบบอื่นได้แล้วหรือ แม้แต่คนในกรุงบรัสเซลส์เองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะนั่งรถม้าทัวร์เมือง

จาก “รถม้า” สู่ “รถม้า EV” 

ในที่สุดภาคการขนส่งเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยน (อีกครั้ง) เมื่อเมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมตัดสินใจว่าหลังจากนี้จะแบนรถม้า ที่ใช้ม้าในการลากเลื่อน พร้อมนำเสนอ “รถม้า EV” หรือรถม้าพลังงานไฟฟ้า  

กล่าวคือหลังจากนี้จะไม่มีม้าวิ่งให้บริการอีกแล้ว แต่รถม้าจะถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแทน โดยรถม้า EV รุ่นแรกได้เผยโฉมออกมาแล้ว ถูกผลิตขึ้นโดยบริษัท Danthine ซึ่งเปิดเผยว่าได้รับแรงบันดาลใจจาก Robert Anderson ผู้ออกแบบรถม้าที่ได้รับความนิยมมากในยุค 1832

นตอนแรกศาลากลางเมือง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรถม้าที่ให้บริการในกรุงบรัสเซลส์ มองว่าหากไม่ใช้ม้าลากเลื่อน เกรงว่าจะสูญเสียเอกลักษณ์อันเก่าแก่ของเมืองไป ทว่า มิอาจต้านทานความเปลี่ยนแปลงได้ แถมการหันไปใช้พลังงานไฟฟ้าแทนการใช้แรงงานม้ามีแต่ได้กับได้

รถม้าที่ผลิตโดยบริษัท Danthine ถูกใช้งานแล้ว มี 2 คัน และจะเปิดตัวคันที่ 3 ในปี 2025 เว็บไซต์ Fast Company ระบุว่ารถม้า EV ชาร์จ 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ 120 กม. พร้อมทั้งการันตีว่าสามารถพานักท่องเที่ยวชมแลนด์มาร์คได้ครบทั้งเมืองแน่นอน

ที่มา: Fast Company
Source : Spring News

ด้วยความต้องการพลังงานสีเขียวที่เพิ่มมากขึ้น อาคารประวัติศาสตร์หลายแห่งทั่วทั้งยุโรปจึงได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์โดยใช้เทคนิคที่สร้างสรรค์และสร้างสรรค์ หนึ่งในนั้นคือ “พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลบาโอ” พิพิธภัณฑ์งานศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยในประเทศสเปน 

พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ บิลบาโอ เพิ่งติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 300 แผงบนหลังคา ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่จะทำให้พิพิธภัณฑ์มุ่งสู่เป้า “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Carbon neutrality) ภายในปี 2030 โดยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 80 กิโลวัตต์ จะให้แสงสว่างในห้องจัดแสดงนิทรรศการ สามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าของพิพิธภัณฑ์ได้ประมาณ 5% 

‘ยุโรป’ อนุญาตติดตั้ง ‘โซลาร์เซลล์’ บนตึกเก่า เน้นดีไซน์สวยงาม เข้ากับของเดิม

สัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนแปลง

ด้วยตัวอาคารพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารสไตล์โมเดิร์นนิสต์ที่ไม่เหมือนใคร ออกแบบโดย แฟรงก์ เกห์รี สถาปนิกชื่อดังแห่งยุค ทำให้เกิดความท้าทายในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับหลังคาโดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของอาคารเอาไว้ 

ดังนั้นเพื่อรักษาความสมบูรณ์ทางสถาปัตยกรรมของโครงสร้างอาคารอันโดดเด่นจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเอาไว้ จึงต้องเลือกสีและออกแบบแผงอย่างระมัดระวังให้สอดรับกับอาคาร ตลอดจนใช้เทคนิคและนวัตกรรมต่าง ๆ เข้าช่วย

เอกลักษณ์งานออกแบบของเกห์รี คือ รูปทรงเป็นคลื่นและมักใช้ผนังโลหะสีเงิน จึงจำเป็นต้องมีการออกแบบรูปแบบการติดตั้งให้สอดคล้องกับรูปแบบอาคาร นอกจากนี้จะต้องได้รับการอนุมัติจากสถาปนิก แฟรงก์ เกห์รี และสภาเมืองบิลบาโอ

‘ยุโรป’ อนุญาตติดตั้ง ‘โซลาร์เซลล์’ บนตึกเก่า เน้นดีไซน์สวยงาม เข้ากับของเดิม

ท้ายที่สุดแล้วโมเดลการออกแบบที่ได้รับคัดเลือกและอนุมัติจากเกห์รี มาจากบริษัท FuturaSun ของอิตาลี เนื่องจากมีสีสันและรูปแบบที่สอดคล้องกับสถาปัตยกรรม ส่วน Iberdrola บริษัท ระบบสาธารณูปโภคพลังงานไฟฟ้า เป็นผู้อยู่ทำการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โดยแยกติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไว้บนหลังคา 2 แผ่นที่ใหญ่ที่สุดของอาคาร ในตำแหน่งที่มองไม่เห็นจากถนน

“การรักษาเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของอาคารเป็นความท้าทายที่สำคัญในการดำเนินโครงการนี้ และทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบให้สอดคล้องคุณลักษณะอื่น ๆ เช่น ช่องรับแสงบนหลังคา ไปจนถึงการติดตั้ง” พิพิธภัณฑ์กล่าวในข่าวเผยแพร่

ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2024 ไฟฟ้าที่จ่ายให้กับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะมาจากแหล่งที่ยั่งยืน 100% ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของพิพิธภัณฑ์ได้มากกว่า 1 ใน 3 พิพิธภัณฑ์ได้ลดการใช้ก๊าซลง 35% และลดการใช้ไฟฟ้าลง 6% ตั้งแต่ปี 2022 ที่เริ่มใช้พารามิเตอร์การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ที่ปรับให้เข้ากับสภาพกลางแจ้งมากขึ้น

นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์กำลังทดลองใช้เทคโนโลยีและวิธีการต่าง ๆ ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและวัตถุดิบ พัฒนาโครงการรีไซเคิล และส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยสร้างความตระหนักรู้ในหมู่ผู้มาเยือนและชุมชนอีกด้วย

‘ยุโรป’ อนุญาตติดตั้ง ‘โซลาร์เซลล์’ บนตึกเก่า เน้นดีไซน์สวยงาม เข้ากับของเดิม

    แผงโซลาร์เซลล์ติดกับอาคารเก่า

    อาคารประวัติศาสตร์ในยุโรปหลายแห่งมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไว้ทั้งบนหลังคาและบริเวณโดยรอบอาคาร อย่างเช่น ที่ชิปเพนแฮม ฮอลล์ อาคารเก่าแก่ตั้งปี 1690 ในอังกฤษ ได้มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 32 แผงห่างจากอาคารประมาณ 25 เมตร โดยแผงโซลาร์เซลล์เชื่อมต่อกับตัวอาคารด้วยสายเคเบิลใต้ดินและซ่อนไว้ด้วยรั้วไม้ที่แทรกอยู่ในหมู่ไม้ประดับในสวน

    ขณะที่ อุทยานโบราณคดีปอมเปอีทางตอนใต้ของอิตาลี ได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่มีลวดลายกระเบื้องดินเผา เพื่อให้กลมกลืนไปกับซากปรักหักพังของเมืองโบราณ ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามในบางสถานที่ก็เกิดการโต้แย้งว่าไม่สมควรปรับปรุงอาคารประวัติศาสตร์

    ‘ยุโรป’ อนุญาตติดตั้ง ‘โซลาร์เซลล์’ บนตึกเก่า เน้นดีไซน์สวยงาม เข้ากับของเดิม

    แผงโซลาร์เซลล์บริเวณชิปเพนแฮม ฮอลล์
    ที่มา: 
    Historic England

    มีการเสนอให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในโบสถ์คิงส์คอลเลจ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งก่อสร้างภายใต้การพิทักษ์ระดับ “เกรด I” สิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญอย่างเด่นชัดทางสถาปัตยกรรมและทางประวัติศาสตร์ แม้การติดตั้งจะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการผังเมือง แต่ก็ถูกคัดค้านจากองค์การอนุรักษ์แห่งอังกฤษ (Historic England) สุดท้ายแล้วการคัดค้านก็ไม่สำเร็จผล ยังคงดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ต่อไป

    ปัจจุบันมีแผงโซลาร์เซลล์ 438 แผงอยู่บนหลังคาของโบสถ์คิงส์คอลเลจซึ่งสามารถมองเห็นได้จากถนน และโบสถ์แห่งนี้ถูกยกย่องว่าเป็น “สัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนแปลง” โดยจิลเลียน เท็ตต์ อธิการบดีของคิงส์คอลเลจ กล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า นี่เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่งในช่วง 500 ปีที่ผ่านมาของการปรับปรุงโบสถ์

    “เมื่อพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ทรงสร้างโบสถ์ทั้งหลัง ไม่มีใครนึกภาพออกว่าจะมีโบสถ์ที่มีหลังคาและเพดานแบบโกธิกที่สวยงามเหนือจินตนาการได้ และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังพยายามทำอีกครั้ง” เธอกล่าว

    ‘ยุโรป’ อนุญาตติดตั้ง ‘โซลาร์เซลล์’ บนตึกเก่า เน้นดีไซน์สวยงาม เข้ากับของเดิม

    แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโบสถ์คิงส์คอลเลจ

    สภาเมืองยุโรปผ่อนปรนกฎเกณฑ์ติดแผงโซลาร์เซลล์บนอาคารประวัติศาสตร์

    เนื่องจากความต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นท่ามกลางวิกฤติสภาพอากาศ และต้นทุนการผลิตพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้หลายฝ่ายต้องการติดแผงโซลาร์เซลล์ แต่เนื่องด้วยอาคารเกือบหนึ่งในสี่ในสหภาพยุโรปสร้างขึ้นก่อนปี 1945 และส่วนใหญ่ได้รับการคุ้มครอง ทำให้สภาเมืองทั่วทั้งยุโรปเริ่มผ่อนปรนข้อจำกัด ให้อาคารเก่าสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้ โดยยึดเอากรณีของโบสถ์คิงส์คอลเลจเป็นบรรทัดฐาน

    เดือนมิถุนายน 2024 เมืองอัมสเตอร์ดัมประกาศว่าจะอนุญาตให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในอาคารและอนุสรณ์สถานที่ได้รับการคุ้มครองได้ภายในปี 2025 ส่วนรัฐบาลอังกฤษประกาศว่าเจ้าของบ้านและอาคารประวัติศาสตร์ในอังกฤษจะไม่ต้องขออนุญาตติดตั้งเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น แผงโซลาร์เซลล์และปั๊มความร้อนภายใต้มาตรการที่กระทรวงที่อยู่อาศัยกำหนดอีกต่อไป

    แม้ว่ามาตรการเหล่านี้อาจทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดก แต่บริษัทต่าง ๆ กำลังเร่งออกแบบและผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผสมผสานเข้ากับอาคารเก่าได้อย่างลงตัวยิ่งขึ้น หนึ่งในนวัตกรรมดังกล่าวเรียกว่า “ระบบโซลาร์เซลล์ผสานวัสดุอาคาร” หรือ BIPV (Building-integrated photovoltaics)

    แผงโซลาร์เซลล์ประเภทนี้สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ของกระเบื้องหลังคา หินชนวน กระจก และแม้แต่กระจกสี ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและสร้างความยั่งยืนให้แก่อาคารเก่า โดยที่ยังคงความสวยงามเอาไว้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์


    ที่มา: DS New EnergyEuro NewsPV Magazine

    ‘ยุโรป’ อนุญาตติดตั้ง ‘โซลาร์เซลล์’ บนตึกเก่า เน้นดีไซน์สวยงาม เข้ากับของเดิม

    Source : กรุงเทพธุรกิจ

    หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ตลาดน้ำมันประจำสัปดาห์วันที่ 29 ก.ค. – 2 ส.ค. 67 และแนวโน้มในสัปดาห์วันที่ 5 – 9 ส.ค. 67 โดยระบุว่าราคาน้ำมันดิบปรับลดลง เหตุจากนักลงทุนกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐฯ และ จีน

    กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ (Bureau of Labor Statistics: BLS) รายงานอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ในเดือน ก.ค. 67 เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 4.3% สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 64 บ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลอตัว และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ครั้งต่อไป วันที่ 17-18 ก.ย. 67 จากระดับปัจจุบันที่ 5.25 – 5.50% โดย Fed Watch Tool ของ CME Group ชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 91.5% ที่ Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5% มาอยู่ที่ 4.75 – 5.0%

    Reuters รายงานว่าปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของเอเชียในเดือน ก.ค. 67 ลดลง 6.1% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 24.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำสุดในรอบ 2 ปี เนื่องจากอุปสงค์น้ำมันดิบของจีนและอินเดียชะลอตัว ซึ่ง Platts ประเมินว่าจีนนำเข้าน้ำมันดิบในเดือน ก.ค. 67 ลดลง 0.53 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 10.53 ล้านบาร์เรลต่อวัน และอินเดียลดลง 0.22 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 4.54 ล้านบาร์เรลต่อวัน

    รมว. กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ นาย Antony Blinken กล่าวในที่ประชุม G7 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ส.ค. 67 ที่ผ่านมาว่า อิหร่านมีแนวโน้มจะโจมตีอิสราเอลต้นสัปดาห์นี้ ทั้งนี้อิสราเอลและสหรัฐฯ เตรียมพร้อมรับการโจมตี ขณะที่สายการบินต่างๆ พยายามหลีกเลี่ยงน่านฟ้าประเทศคู่ขัดแย้ง

    กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (Department  of Energy: DOE) จัดซื้อน้ำมันดิบเพื่อเติมคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve: SPR) ปริมาณรวม 4.65 ล้านบาร์เรล ส่งมอบที่คลัง Bayou Choctaw ในรัฐ Louisiana ในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 67 ทั้งนี้ DOE รายงานว่าปริมาณ SPR ณ วันที่ 26 ก.ค. 67 อยู่ที่ 375 ล้านบาร์เรล โดยซื้อน้ำมันดิบคืนเข้า SPR รวมอยู่ที่ 43.25 ล้านบาร์เรล ด้วยราคาเฉลี่ย 77 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากที่ขายออกไปในปี 2565 ที่ระดับ 180 ล้านบาร์เรล

    Source : Energy News Center