บริษัท ไอน์ไรด์จากประเทศสวีเดน ได้เปิดตัวรถบรรทุก T-pod แบบไร้คนขับเมื่อปี 2017 ต่อมาได้รับอนุมัติให้วิ่งบนทางหลวงในสวีเดนในปี 2019 และขณะนี้พวกเขาได้รับใบอนุญาตให้วิ่งบนทางหลวงในสหรัฐอเมริกาแล้ว

บริษัท ไอน์ไรด์ (Einride) จากประเทศสวีเดน ได้เปิดตัวรถบรรทุก T-pod แบบไร้คนขับเมื่อปี 2017 ต่อมาได้รับอนุมัติให้วิ่งบนทางหลวงในสวีเดนในปี 2019 และขณะนี้พวกเขาได้รับใบอนุญาตให้วิ่งบนทางหลวงในสหรัฐอเมริกาแล้ว รถบรรทุกอัตโนมัติเหล่านี้จะวิ่งไปตามถนนสาธารณะในสหรัฐฯ โดยในเบื้องต้นจะยังมีคนขับที่คอยดูแลในห้องโดยสารอยู่ เพื่อความปลอดภัยหากเกิดปัญหาขึ้น ทั้งยังมีทีมสนับสนุนเคลื่อนที่ติดตามไปด้วย

เจ้าแรกแห่งรถบรรทุกไฟฟ้าอัตโนมัติบนทางหลวงสหรัฐฯ

ไอน์ไรด์ เผยว่า บริษัทของตนเป็นเจ้าแรกที่สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ (NHTSA) อนุมัติให้ใช้รถบรรทุกไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติ ถนนสาธารณะในสหรัฐอเมริกา โดยรุ่นที่ใช้งานจริงในสหรัฐฯ จะไม่มีคนขับในห้องโดยสารเหมือนรุ่น Einride T-Pod ที่เคยใช้งานในสวีเดนก่อนหน้านี้

รถของไอน์ไรด์ใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้า พร้อมกับติดตั้งชุดเซ็นเซอร์ติดรถที่ประกอบด้วยกล้อง เรดาร์ และระบบ LiDAR ที่ทำให้รถสามารถตรวจจับยานพาหนะอื่น ๆ ของผู้ใช้ถนน ช่วยให้สามารถตรวจจับวัตถุทั้งแบบอยู่นิ่งและกำลังเคลื่อนไหว ทั้งยังมีมนุษย์เป็นผู้ควบคุมดูแลการเดินทางจากระยะไกล

ส่วนระบบปฏิบัติการที่ใช้ควบคุม ใช้ชื่อว่า Saga OS ซึ่งจะมีหน้าจอการทำงานแสดงสถานะการทำงานของรถยนต์แต่ละคัน รวมไปถึงเส้นทางการเดินรถบนถนนสาธารณะเพื่อการบริหารจัดการขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับระบบขับเคลื่อนของตัวรถบรรทุกหากเจอกรณีฉุกเฉินสามารถสลับเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมด้วยรีโมตคอนโทรลระยะไกล

โดยทางไอน์ไรด์ชี้ว่า “มีความจำเป็นต้องให้มนุษย์ควบคุม เพื่อปรับใช้ยานพาหนะอัตโนมัติอย่างปลอดภัย โดยให้มนุษย์มีบทบาทเพื่อสร้างงาน และเติมเต็มวิธีการขนส่งแห่งอนาคต”

รถบรรทุกแห่งอนาคต

รถไฟฟ้าบรรทุกอัตโนมัติของไอน์ไรด์ มีความยาว 7 เมตร และสามารถบรรจุพาเลตต์มาตรฐานสำหรับการขนส่งได้ 15 พาเลตต์ มีน้ำหนักหากบรรทุกเต็มที่แล้วอยู่ที่ 20 ตัน ซึ่งจะวิ่งได้ระยะทางราว 124 ไมล์ ในการชาร์จแต่ละครั้ง

“นี่เป็นยานพาหนะประเภทที่ไม่เคยมีมาก่อนบนถนนในสหรัฐฯ และถือเป็นก้าวสำคัญในฐานะจุดเปลี่ยนสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้า” โรเบิร์ต ฟอลค์ (Robert Falck) CEO และผู้ก่อตั้งไอน์ไรด์กล่าว

“เทคโนโลยีอัตโนมัติและรถบรรทุกไฟฟ้าของเรา ไม่เพียงแต่จะปฏิวัติการคมนาคมขนส่ง แต่ยังสร้างงานนับพันงาน และช่วยให้อเมริกาสามารถยืนหยัดได้”

ทั้งนี้ไอน์ไรด์ เป็นรถอัตโนมัติในมาตรฐาน SAE ระดับ 4 ซึ่งหมายความว่าเส้นทางของรถเหล่านี้ถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดไว้ หรือถนนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แต่สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องมีคนอยู่หลังพวงมาลัย ทำให้ลักษณะนี้คล้ายกับ Robotaxis ที่ทำหน้าที่รับส่งของในหลาย ๆ พื้นที่ของสหรัฐฯ

อาชีพหนึ่งลดลง แต่ก็แทนที่ด้วยอาชีพใหม่

ทั้งนี้แม้ว่าสิ่งที่ไอน์ไรด์ทำ คือการแทนที่คนขับรถบรรทุกด้วยรถบรรทุกอัตโนมัติ ทำให้อาชีพคนขับรถบรรทุกค่อย ๆ ลดลง ในทางกลับกัน พวกเขายังสร้างงานอื่น ๆ ไปด้วย คือผู้ควบคุมรถบรรทุกจำนวนมากที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ส่วนงานประเภทอื่น ๆ จะเกี่ยวข้องกับการชาร์จรถบรรทุกไฟฟ้าและการดำเนินการบำรุงรักษาที่พื้นที่อู่

เมื่อต้นปีนี้ ไอน์ไรด์ยังได้เปิดตัวทิฟฟานี่ ฮีธคอตต์ (Tiffany Heathcott) อดีตคนขับรถบรรทุก ให้กลายมาเป็นผู้ควบคุมรถบรรทุกไฟฟ้าคนแรกของโลก โดยผู้ปฏิบัติงานควบคุมรถจะตรวจสอบการทำงานของรถบรรทุกหลายคันพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะเปลี่ยนจากขับรถบรรทุกให้กลายเป็นการตรวจสอบการทำงานจากระยะไกล

“ผู้ควบคุมจะสังเกตและช่วยเหลือการทำงานในโหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติเพื่อให้แน่ใจว่า รถจะทำงานได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ในขณะที่จัดส่งสินค้าในนามของลูกค้าของ ไอน์ไรด์” ฟอลค์กล่าว

ทั้งนี้ คนขับรถบรรทุกในปัจจุบัน สามารถสมัครมาเป็นผู้ควบคุมรถบรรทุกไฟฟ้าได้และบางคนก็ได้รับการว่าจ้างแล้ว แต่พวกเขาก็บอกว่าไม่เหมือนกับการนั่งหลังพวงมาลัยรถบรรทุกซะทีเดียว

“มันซับซ้อนกว่าการเป็นคนขับรถบรรทุก” ฟอลค์เผย “มันเหมือนกับการเป็นนักบินเครื่องบินมากกว่าคนขับรถบรรทุกทั่วไป”

การปฏิวัติกำลังเกิดขึ้น

ทั้งนี้ โรเบิร์ต ฟอลค์ CEO ของไอน์ไรด์กล่าวว่าบริษัทจะไม่พิจารณาใช้งานรถอัตโนมัติโดยปราศจากมนุษย์

ฟอลค์เผยว่า เขาได้ไตร่ตรองเกี่ยวกับอิทธิพลทางประวัติศาสตร์ของการขนส่งตั้งแต่เรือ มาถึงล้อรถยนต์ ไปจนถึงรถไฟและเครื่องบินที่ให้บริการด้านการขนส่ง

ตอนนี้ ฟอลค์มองว่าความสำเร็จล่าสุดของไอน์ไรด์ กลายเป็นอีกหน้าที่หนึ่งในประวัติศาสตร์ที่อุตสาหกรรมการขนส่งจะต้องจารึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

“โลจิสติกส์สร้างเมือง สร้างศูนย์กลาง สร้างประวัติศาสตร์ของเรา หากพิจารณาจากความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน วิธีการขนส่งที่ถูกที่สุดใน 50 ปีข้างหน้า จะเป็นยานพาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัติและไฟฟ้า สิ่งที่เรามีคือเทคโนโลยีที่จะเขียนแผนที่ใหม่ และเขียนใหม่ว่าเราเห็นประวัติศาสตร์อย่างไรและเราเห็นการคมนาคมขนส่งอย่างไร” ฟอลค์กล่าว

“การปฏิวัติกำลังเกิดขึ้น”

เตรียมปล่อยรถอัตโนมัติสู่ท้องถนน

โครงการนำร่องทดลองวิ่งบนถนนสาธารณะในสหรัฐฯ มีกำหนดเริ่มในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ โดยรถบรรทุกไฟฟ้าจะถูกควบรวมเข้ากับการผลิตรถดั้งเดิมในโรงงานผลิตของ GE Appliances บริษัทพันธมิตร และคาดว่าจะมีบทบาทในการขนย้ายสินค้าระหว่างคลังสินค้าและถูกใช้งานบนถนนสาธารณะที่มีการจราจรคับคั่งได้

นอกจาก GE Appliances แล้วไอน์ไรด์ก็ยังมีพันธมิตรด้านเทคโนโลยี เช่น Ericsson และ Siemens รวมถึงลูกค้า Oatly, Bridgestone ที่เข้ามาร่วมขบวนการเปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้าอัตโนมัติอันยิ่งใหญ่นี้อย่างคับคั่ง

ทั้งนี้ ไอน์ไรด์ยืนยันว่ารถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติจะสามารถลดต้นทุนการขนส่งสินค้าลงได้ประมาณ 60% เมื่อเปรียบเทียบกับรถบรรทุกพลังงานน้ำมันที่ควบคุมโดยพนักงานที่เป็นมนุษย์ รวมไปถึงลดขั้นตอนในการซ่อมบำรุงลงได้จำนวนมาก เนื่องจากเทคโนโลยีรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้ามีโครงสร้างของระบบขับเคลื่อนที่มีความซับซ้อนน้อยกว่าเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันอีกด้วย

ที่มาของข้อมูล carrushome.comforbes.comelectrek.coautoweek.com

ที่มาของรูปภาพ Einride

Source : TNN16

นี่ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่อีกขั้น เมื่อนักวิจัยชาวออสเตรเลียสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ได้ในตอนที่ “ดวงอาทิตย์ไม่ส่องแสง” แล้ว

กลุ่มนักวิจัยของมหาวิทยาลัย UNSW ได้ทำในสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นได้โดยการจับพลังงานของดวงอาทิตย์ในเวลากลางคืนที่อาศัยการแผ่รังสีความความร้อนอินฟราเรดของโลก

ทีมนักวิจัยมาจากสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าโซลาร์เซลล์และพลังงานหมุนเวียน ใช้อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่เรียกว่าเทอร์โมเรเดียทีฟไดโอด (thermoradiative diode) เพื่อสร้างพลังงาน โดยตัวไดโอดประกอบด้วยวัสดุชนิดเดียวกับที่พบในแว่นตาที่ใช้มองในเวลากลางคืน

โดยพื้นฐานแล้ว ทีมงานจะทำการดึงพลังงานที่มาจากดวงอาทิตย์ในระหว่างวันซึ่งพลังงานดังกล่าวทำให้โลกของเราอบอุ่น โดยที่โลกจะแผ่พลังงานเดียวกันกลับคืนสู่อวกาศ

งานวิจัยดังกล่าวชื่อว่า “Thermoradiative Power Conversion from HgCdTe Photodiodes and Their Current–Voltage Characteristics” ถูกเผยแพร่ผ่านทาง ACS Publications

แม้ว่าพลังงานที่ผลิตได้จะน้อยกว่าพลังงานที่จ่ายโดยแผงโซลาร์เซลล์ถึง 100,000 เท่า แต่อย่างน้อยการวิจัยนี้ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่น่าจะพัฒนาต่อยอดได้ในอนาคต

สิ่งที่พวกเราทำ คือ สร้างอุปกรณ์ที่สามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าจากการปล่อยรังสีความร้อนอินฟราเรด

ตอนนี้ การวิจัยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น อุปกรณ์ในอนาคตอาจสามารถนำมาใช้เพื่อจับเอาพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับที่มากกว่านี้และมีประสิทธิภาพในเชิงพาณิชย์มากกว่านี้

รองศาสตราจารย์ Ned Ekins-Daukes หัวหน้าทีมวิจัยกล่าว

Source : Techoffside.com

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ได้เห็นชอบข้อเสนอหลักการในการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) สำหรับปี 2565 ต่อมาเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 กพช.ได้มีมติเห็นชอบอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) สำหรับปี 2565 ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Rev.1) สำหรับผู้ผลิตโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) และผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) จำนวน 34 โครงการ ตามรายชื่อโครงการที่กระทรวงมหาดไทยเสนอกำหนด ปริมาณรับซื้อรวมไม่เกิน 282.98 เมกะวัตต์

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จึงได้ออกระเบียบ กกพ.ว่าด้วยการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน พ.ศ.2565 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปและผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2565 และประกาศรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน พ.ศ.2565 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 โดยมีอัตรารับซื้อโรงไฟฟ้าจากขยะชุมชน ดังนี้

1.โครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนสำหรับผู้ผลิตขนาดเล็กมาก (วีเอสพีพี) ไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ สำหรับปี 2565 รูปแบบเอฟไอที อัตรา 2.39-5.08 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 20 ปี และได้เอฟไอทีพรีเมียม 8 ปีแรกอีก 0.70 บาทต่อหน่วย

2.โครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนสำหรับผู้ผลิตขนาดเล็ก (เอสพีพี) มากกว่า 10-50 เมกะวัตต์ สำหรับปี 2565 รูปแบบเอฟไอที อัตรา 1.81-3.66 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 20 ปี

ขณะที่กระบวนการและกรอบระยะเวลาการรับซื้อไฟฟ้า ดังต่อไปนี้

1.การไฟฟ้าออกประกาศให้ผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้ายื่นคำขอตรวจสอบจุดเชื่อมโยงระบบไฟฟ้า : ภายใน 15 วันนับจากวันที่ กกพ.ออกประกาศฉบับนี้

2.การไฟฟ้าออกประกาศกำหนดรายละเอียด ขั้นตอน สถานที่ ระยะเวลา แบบคำเสนอขอขายไฟฟ้าและเอกสารหลักฐาน รวมทั้ง เงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อไฟฟ้า : ภายในเดือนกรกฎาคม 2565

3.การไฟฟ้าเปิดรับยื่นคำเสนอขอขายไฟฟ้า กรณีปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายมากกว่า 10 เมกะวัตต์ : ยื่นที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
กรณีปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ : ยื่นที่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายนับตั้งแต่วันที่การไฟฟ้ามีประกาศเปิดรับยื่นคำเสนอขอขายไฟฟ้า ถึงวันที่ 29 ธันวาคม 2566

4.การไฟฟ้าประกาศรายชื่อผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติและความพร้อมในการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า : ภายใน 60 วัน นับจากวันที่เอกสารครบถ้วน

5.ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า : ในโอกาสแรกที่สามารถทำได้

6.กำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ตามมติ กพช. ในการประชุมครั้งที่ 3/2565 (ครั้งที่ 158) เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 : ภายในปี 2568-2569

ทั้งนี้ ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย จะดำเนินการประกาศการยื่นคำเสนอขอขายไฟฟ้า รายละเอียด ขั้นตอน สถานที่ ระยะเวลา รวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

Source : มติชนออนไลน์

รอสเนฟต์ บริษัทพลังงานรายใหญ่ของรัสเซีย แถลงเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ว่า ได้ค้นพบแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ในทะเลเพโชรา และคาดหมายว่าจะมีน้ำมันอยู่ราวๆ 82 ล้านตัน

แหล่งน้ำมันที่ถูกค้นพบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขุดสำรวจในพื้นที่เมดีนสโก-วารันดีย์สกี “ระหว่างการทดสอบ ได้กระแสน้ำมันไหลออกมาอย่างอิสระ ด้วยอัตราการไหลสูงสุด 220 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน” บริษัทแถลงในวันพุธ (6 ก.ค.) พร้อมระบุว่า “น้ำมันดังกล่าวเป็นน้ำมันเบา กำมะถันต่ำ และความหนืดต่ำ”

รอสเนฟต์ ระบุว่า งานสำรวจในน่านน้ำต่างๆ ของทะเลเพโชรา ได้พิสูจน์ถึง “ศักยภาพด้านน้ำมันที่สำคัญของเขตติมัน-เพโชรา และจะกลายเป็นรากฐานสำหรับการเดินหน้าศึกษาและพัฒนาในภูมิภาคต่อไป”

คำแถลงของรอสเนฟต์ มีขึ้นในขณะที่ตะวันตกพยายามยกระดับกดดันรัสเซีย ตอบโต้กรณีรุกรานยูเครน โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประชุมซัมมิตของกลุ่มจี 7 ตกลงกันที่จะสำรวจความเป็นไปได้ในการออกมาตรการชั่วคราวเพื่อจำกัดราคานำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากรัสเซียที่รวมถึงน้ำมันด้วย เพื่อตัดแหล่งรายได้ของมอสโกที่จะนำไปใช้ในสงครามยูเครน แต่ไม่ได้ระบุเป้าหมายราคาที่จะจำกัด

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ รัฐบาลญี่ปุ่นเสนอจำกัดราคาขายน้ำมันของมอสโกเหลือแค่ครึ่งเดียวของราคาปัจจุบัน ความเคลื่อนไหวที่กระตุ้นให้อดีตประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวเดฟ ของรัสเซีย ซึ่งเวลานี้ยังคงเป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดคนหนึ่งของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน รับตำแหน่งเป็นรองประธานของสภาความมั่นคง ซึ่งทรงอิทธิพลมากของรัสเซีย ออกมาเตือนว่ามัน อาจทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดลดลงและดันราคาทะยานทะลุ 300-400 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

(ที่มา : อาร์ทีนิวส์)

Source : MGROnline