CALB บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV สัญชาติจีน โดยการตั้งโรงงานนอกจีนของ CALB ถือว่าไทยเป็นประเทศที่ 2 ของโลกที่ได้เข้ามาลงทุนจดทะเบียนมูลค่า 2 ล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มงบขึ้นอีกหลังขออนุมัติ BOI

CALB หนึ่งในบริษัท Top 5 ของโลกในด้านการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยขณะนี้ได้เข้ามาจดทะเบียนลงทุนในไทย ภายใต้ชื่อ บริษัท ซี เอ แอล บี (ประเทศไทยจํากัด) ทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท โดยทาง TDR (Thailand Development Report) คาดการณ์ว่า CALB จะขออนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ก่อน แล้วจึงเพิ่มทุนจดทะเบียนในภายหลัง

CALB บริษัท Top 5 จีน ตั้งโรงงานผลิตแบตฯ EV ในไทย ชี้ประเทศก้าวสู่ EV Hub อาเซียน

CALB มีดีกรีเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV ระดับท็อป 5 ของจีน โดยประธาน Liu Jingyu ของ CALB ได้เน้นย้ำถึงการขับเคลื่อนในการลดการปล่อยคาร์บอนและความต้องการแบตเตอรี่ยานยนต์คุณภาพสูงที่ยั่งยืน แม้ว่ายอดขายรถยนต์ BEV ในตลาดตะวันตกจะชะลอตัวลง แต่ Liu ก็ยังคงมองในแง่ดีเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของภาคส่วนนี้ โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูง

CALB บริษัท Top 5 จีน ตั้งโรงงานผลิตแบตฯ EV ในไทย ชี้ประเทศก้าวสู่ EV Hub อาเซียน

ปัจจุบันนิคมอุตสาหกรรมระยองถือว่าได้รับความสนใจจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก โดยเฉพาะจีนที่ต้องการมาสร้างฐานการผลิตและส่งออกในไทยหลากหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น BYD, MG และค่ายรถอื่นๆก็มีความสนใจที่จะลงทุนสร้างโรงงานในไทย เนื่องจากมาตรการของรัฐบาลต่างๆมีการสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นการลดภาษี, สนับสนุนการลงทุน และอื่นๆอีกมากมาย

ขณะนี้ CALB ก็ได้เข้ามาลงทุนเพิ่มเติมในไทย แม้จะเป็นงบเริ่มต้นที่ 2 ล้านบาท แต่เชื่อว่าหลังการพูดคุยและเซ็นสัญญา BOI จะทำให้ CALB เพิ่มงบการลงทุนและเข้ามาผลิตแบตเตอรี่ EV ในไทยอย่างเต็มรูปแบบ 

ซึ่งอย่างไรก็ตามการก้าวสู่ EV Hub ของอาเซียนยังคงต้องพึ่งพาปัจจัยต่างๆอีกมากที่รัฐบาลและองค์กรต่างๆต้องสนับสนุน โดยประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียนก็มีความต้องการจะเป็น EV Hub เช่นกัน 

การลงทุนครั้งนี้ของ CALB มีแนวโน้มว่าอาจทำให้รถ EV ในไทยมีราคาถูกลงก็เป็นได้ เนื่องจากฐานการผลิตในไทยเริ่มมีจำนวนมาก ซึ่งอนาคตประเทศไทยเราจะมีแหล่งการผลิตทั้งการประกอบรถ, ผลิตชิ้นส่วนต่างๆของรถ EV ซึ่งการที่ CALB บริษัทติดท็อป 5 มาตั้งฐานการผลิตเพิ่มในไทย ถือเป็นข่าวดีสำหรับวงการรถยนต์ไฟฟ้าเลยก็ว่าได้

Source : Spring News

งาน Motor Show 2024 ปีนี้ จัดกันตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2024 ตั้งแต่เวลา 12:00 – 22:00 น. ที่อิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งคราวนี้บอกเลยว่ามีรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน มาเปิดตัวเปิดขายกันเพียบ เรามาดูกันดีกว่าว่า มีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเล็กเน้นความน่ารัก ค่าตัวไม่เกิน 600,000 บาท มีรุ่นไหนกันบ้าง

Changan LUMIN น้องง่วง

มาเริ่มกันที่หลายๆ คนเรียกกันว่า “น้องง่วง” เพราะว่าการออกแบบไฟหน้านั้นดูคล้ายตาที่กำลังง่วงนั่นเอง รูปลักษณ์นั้นต้องบอกว่าน่ารักมาก โดยจะมีมาเปิดตัวกัน 2 รุ่นก็คือ LUMIN L ราคา 479,000 บาท และ LUMIN L DC ราคา 499,000 บาท ราคาห่างกันแค่ 20,000 บาทเท่านั้นเอง

LUMIN L จะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 35 กิโลวัตต์ 48 แรงม้า แรงบิตสูงสุดที่ 48 นิวตันเมตร สำหรับแบตเตอรี่เป็นแบบลิเทียมไอออน ความจุ 27.99 kWh รองรับการชาร์จไฟแบบ AC ใช้เวลาการชาร์จแบตจนเต็มที่ 1- ชั่วโมว สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 301 กิโลเมตร ทำความเร็วได้สูงสุดที่ 101 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ค่าตัว 479,000 บาท รุ่นนี้น่าจะเหมาะกับคนที่อยากได้รถน่ารัก เอาไว้ขับในเมืองเป็นหลัก และมีที่ชาร์จอยู่ที่บ้าน ซึ่งเอาจริงๆ แล้ว อยากแนะนำให้ขยับไปที่ LUMIN L DC มากกว่าเพราะชาร์จเร็วแบบ DC ได้ด้วย จ่ายเพิ่มแค่ 20,000 บาทเท่านั้นเอง

LUMIN L DC สเปคต่างๆ เกือบทั้งหมดก็จะคล้ายรุ่น LUMIN L ครับ ทั้งมอเตอร์ แรงม้า แรงบิต แต่ว่าจะแตกต่างตรงขนาดแบตเตอรี่ที่สูงกว่านิดเดียวอยู่ที่ 28.08 kWh สำหรับการชาร์จไฟ รุ่นนี้รองรับชาร์จเร็ว DC 50 kw เพิ่มเติมจากรุ่นเล็ก และสามารถชาร์จจาก 30 – 80% ได้ในระยะเวลา 35 นาทีเท่านั้น ใครชอบน้องง่วงก็ลองพิจารณากันดูนะ แต่ส่วนตัวแนะนำ LUMIN L DC ไปเลยดีกว่าครับ คุ้มค่ากว่า ส่วนต่างแค่นิดเดียว ยิ่งใครผ่อนด้วย เฉลี่ยจ่ายต่อเดือนแทบไม่ต่างกันเลย

NETA V-II รถยนต์ไฟฟ้าตัวเล็กเจน 2

สำหรับ NETA V ก็มาถึงรุ่นที่ 2 กันแล้ว รูปร่างหน้าตาก็จะคล้ายๆ กับรุ่นเดิม ปรับปรุงกระจังหน้าแบบใหม่ ใช้ไฟหน้าแบบกลมโต เพิ่มเส้นสายด้านข้างตัวรถใหม่ ไฟท้ายแบบ LED ด้านท้ายดีไซต์ใหม่ที่มีความสูงมากขึ้น เรียกว่าคงเอกลักษณ์ต่างๆ เอาไว้ โดยครั้งนี้มีมาเปิดขายกัน 2 รุ่นด้วยกันคือ NETA V-II LITE ราคา 549,000 บาท และ NETA V-II SMART ราคา 569,000 บาท

ใน NETA V-II นี้ก็มีการปรับเปลี่ยนสเปคจากรุ่นเดิมกันหลายส่วนด้วยกัน แบตเตอรี่มีขนาด 36.1 kWh (เดิม 40.7 kWh) ระยะทางวิ่งไกลสูงสุดอยู่ที่ 382 กิโลเมตร ไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ LED ดีไซน์กระจังหน้าใหม่ พร้อมสีที่มีให้เลือก 4 สีในรุ่น LITE และ 6 สีในรุ่น SMART

ภายในมีหน้าจอขนาด 14.6 นิ่ง สำหรับการใช้งานเพื่อความบันเทิง และแสดงข้อมูลต่างๆ ไฟหน้ามีระบบเปิดปิดอัตโมัติ พร้อมดีไซน์ไฟท้ายใหม่แบบ LED นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น Smart Key with Ride & Go Function มาให้ด้วย สำหรับรุ่น SMART นั้น เพิ่มเงินอีก 20,000 บาท จะได้ระบบการช่วยเหลือการขับขี่หรือ ADAS มาให้ด้วย เช่น ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลน เป็นต้น สำหรับการเลือกซื้อรถรุ่นนี้แนะนำ SMART จะได้เรื่องความคุ้มค่ามากกว่าครับ

รุ่น SMART มาพร้อมกับ

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Full-Speed Adaptive Cruise Control
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว Front Car Start Reminder
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Waring
  • ระบบเบรกอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking
  • ระบบรักษารถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning

ก็เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นไซส์เล็ก ที่คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากการดีไซน์นั้นถูกใจหลายคนที่ชอบรถแนวน่ารัก และที่สำคัญยังมีราคาค่าตัวถูกมาก เหมาะกับคนที่อยากได้รถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ หรือเป็นคันที่ 2 ของบ้านก็ว่าได้ เน้นใช้ในเมืองเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นขับรถรับส่งลูก ขับไปทำงาน ขับไปห้าง เหมาะมากด้วยราคา และระยะทางที่ขับได้ถือว่าเหมาะสมคุ้มค่า ใครสนใจดูตัวจริงๆ ก็แวะไปดูที่งาน Motor Show 2024 ได้เลย นอกจากจะได้ดู 2 รุ่นนี้แล้ว ยังมีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหญ่ ราคาสูงกว่านี้มาเปิดแสดง เปิดขายกันด้วย เช่น Changan S07 , Changan L07 , MG4D, Honda e:N1 , Zeekr, XPeng , Vinfast มีเวลาก็แวะไปชมกันได้ครับ

รถไฟในเขตเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจน ซึ่งจีนพัฒนาขึ้นเองเป็นขบวนแรก วิ่งทดสอบเสร็จสิ้น ด้วยความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญ ในการประยุกต์ใช้พลังงานไฮโดรเจน เพื่อการขนส่งทางรถไฟ

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองฉางชุน ประเทศจีน ว่ารถไฟดังกล่าวพัฒนาโดยซีอาร์อาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ วีฮีเคิลส์ จำกัด ที่เมืองฉางชุน ในมณฑลจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดยวิ่งทดสอบบนรางทดสอบของบริษัท และผ่านกระบวนการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานแบบเต็มระบบ ครอบคลุมครบฉากสถานการณ์ และหลากหลายระดับ

เมื่อเทียบกับรถไฟแบบดั้งเดิม ซึ่งอาศัยพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลหรือระบบจ่ายไฟฟ้าแบบสายส่งเหนือหัว รถไฟในเขตเมืองขบวนนี้มีระบบพลังงานไฮโดรเจนในตัว ซึ่งสามารถให้แหล่งพลังงานที่เข้มข้นและยาวนาน โดยมีระยะการเดินทางสูงสุดแบบเติมเชื้อเพลิงครั้งเดียว มากกว่า 1,000 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ข้อมูลจากการทดสอบยังแสดงให้เห็นว่า รถไฟพลังงานไฮโดรเจนดังกล่าว ใช้พลังงานเฉลี่ย 5 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อกิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่ากับรถไฟชั้นนำระดับโลก

ที่มา : สำนักข่าวซินหัว

Source : Spring News

ททท.ชี้ตลาดรถอีวีเติบโตในไทยช่วยหนุนการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ชี้พฤติกรรมคนหันมาใช้รถอีวีในการขับท่องเที่ยวมากขึ้น แนะภาครัฐเพิ่มการปรับปรุงถนน อบรมอู่ ช่างซ่อมแต่ละพื้นที่ให้ซ่อมรถอีวีเบื้องต้นได้ ชี้ช่วยหนุนท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สร้างอาชีพ

นางสาวสมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าจากกระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในประเทศไทยที่มีความนิยมมากขึ้น เห็นจากยอดสั่งซื้อและการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 – 3 ปีทีผ่านมาทำให้ ททท.เตรียมที่จะจัดทำแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับผู้ใช้รถอีวีโดยจะบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการส่งเสริมการท่องเที่ยวในปี 2568

‘ททท.’ จับจังหวะตลาด ‘รถEV’ โต  หนุนเพิ่มโอกาสท่องเที่ยวไทย

ทั้งนี้เทรนด์การใช้รถอีวีจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศได้เนื่องจากปัจจุบันรถอีวีมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นสามารถวิ่งได้ในระยะทาง 400 กิโลเมตรหรือมากกว่าต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง  ขณะที่สถานีชาร์จก็มีให้บริการมากขึ้น และการใช้ไฟฟ้าทำให้ต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวลดลงเมื่อเทียบกับการเติมน้ำมัน ซึ่งที่ผ่านมา ททท.ได้ร่วมกันทำแคมเปญกับเครือข่ายเช่นเกรทวอลล์มอเตอร์ (GWM) ที่มีการจัดคาราวานอีวี Green Road Trip 5 เส้นทาง 5 ภูมิภาค ภายใต้แนวคิด สุขกาย สุขใจ สุขทันที ที่เที่ยวไทย เป็นต้น ซึ่งเป็นทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการส่งเสริมการลดคาร์บอนซึ่งเป็นแนวทางที่ ททท.สนับสนุน

อย่างไรก็ตามจากการหารือกับภาคเอกชนยังมีข้อที่จะต้องส่งเสริม และปรับปรุงให้ดีขึ้นเพื่อให้การท่องเที่ยวโดยรถอีวีเติบโตขึ้น ส่วนแรกคือการพัฒนาถนน โดยเฉพาะถนนเมืองรองให้อยู่ในสภาพดี เพื่อให้ผู้ใช้รถมั่นใจว่าจะไม่กระทบกับแบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุดของรถอีวี  

 ขณะที่อีกส่วนที่สำคัญคือการพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการซ่อม ดูแลรถอีวี ให้กระจายไปในทุกพื้นที่ของประเทศเนื่องจากในพื้นที่เมืองรองหลายจังหวัดยังไม่มีศูนย์ที่จะรองรับการซ่อมรถอีวีได้จึงควรจะมีช่าง หรืออู่รถที่สามารถแก้ปัญหา หรือซ่อมรถอีวี ซึ่งอาจเป็นการซ่อมแซมเบื้องต้น หากรถมีปัญหาสามารถที่จะช่วยซ่อมและแก้ปัญหาให้ผู้ใช้รถอีวีได้

“ตอนนี้มีบางค่ายรถจากยุโรปที่ทำอยู่ โดยให้มีอู่ในต่างจังหวัดที่สามารถซ่อมรถยี่ห้อนี้ได้หากไปเสีย หรือมีปัญหาในต่างจังหวัด การส่งเสริมให้ผู้ใช้รถอีวีในการท่องเที่ยว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรมีแผนในการเตรียมความพร้อมในส่วนนี้ด้วย เพราะตอนนี้เทรนด์รถไฟฟ้าในไทยกำลังเติบโต หากสามารถทำได้ก็จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและการสร้างงานสร้างอาชีพเพิ่มขึ้นด้วย”          นางสาวสมฤดี กล่าว

ตัวอย่างเส้นทางขับรถอีวีเที่ยว 5 เส้นทาง

สำหรับ 5 เส้นทาง 5 ภูมิภาคที่ ททท.เคยทำ กับ GWM ภายใต้แนวคิด “สุขกาย สุขใจ สุขทันที ที่เที่ยวไทย” ในการขับรถอีวีเที่ยวประกอบด้วย

เส้นทางที่ 1 ภูมิภาคภาคกลาง เส้นทาง ลุยธรรมชาติ กับรถ GWM TANK off road SUV สุดเท่ จังหวัดกาญจนบุรี

เส้นทางที่ 2 ภูมิภาคภาคเหนือ เส้นทาง UNESCO อโยธยา สู่ ทวาราวดี ศรีเทพ ย้อนรอยประวัติศาสตร์กับ GWM HAVAL H6 HEV จังหวัดพระนครศรีอยุธยา – ลพบุรี – เพชรบูรณ์

เส้นทางที่ 3 ภูมิภาคภาคอีสาน เส้นทาง GEO PARK ตามรอยจูราสสิคพาร์ค มุ่งหน้าสู่ภาคอีสานกับ GWM HAVAL JOLION HEV จังหวัดสระบุรี – นครราชสีมา

เส้นทางที่ 4 ภูมิภาคภาคใต้ เส้นทางตามหาสมบัติบนเขาใต้ท้องทะเลอ่าวไทย กับ GWM HAVAL H6 HEV จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และ

เส้นทางที่ 5 ภูมิภาคภาคตะวันออก เส้นทาง 3 สมุทร กับน้องแมวสุดคิ้วท์ GWM

Source : กรุงเทพธุรกิจ

กระทรวงพลังงานเตรียมบรรจุ “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR” ไว้ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ หรือ PDP ฉบับใหม่ ให้ประชาชนร่วมพิจารณาในการรับฟังความเห็นเดือน เม.ย. 2567 นี้ ระบุรายละเอียดเป็นโรงไฟฟ้าขนาด 70-350 เมกะวัตต์ ซึ่งประกอบสำเร็จรูปมาจากต่างประเทศ เมื่อหมดอายุใช้งานจะส่งคืนผู้ผลิตทันที เชื่อเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ปลอดภัยสูง เหตุบรรจุในแผน PDP เพื่อเป็นทางเลือกผลิตไฟฟ้าสะอาด สร้างความมั่นคงพลังงาน ราคาถูก และใช้ศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคต   

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในการจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวของไทย (PDP) ฉบับใหม่ เบื้องต้นจะมีการบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล (Small Modular Reactor : SMR) ไว้ในช่วงปลายแผน PDP ภายในปี 2580  เพื่อเป็นทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าของไทย และเป็นการศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างไรก็ตามร่างแผน PDP ที่บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ดังกล่าวจะต้องเปิดรับฟังความเห็นประชาชนในเร็วๆ นี้ ดังนั้นหากประชาชนไม่ยอมรับ ทางกระทรวงพลังงานพร้อมจะนำกลับมาพิจารณาหลังการเปิดรับฟังความเห็นแล้ว

สำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR เป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก ขนาดกำลังผลิตประมาณ 70-350 เมกะวัตต์เท่านั้น โดยประกอบสำเร็จรูปเรียบร้อยมาจากโรงงาน และสามารถนำมาวางใช้งานเพื่อเป็นเชื้อเพลิงป้อนโรงไฟฟ้าได้ทันที โดยตลอดการใช้งาน 20 ปีไม่ต้องเปิดฝาครอบใดๆ เพื่อเปลี่ยนเชื้อเพลิง จึงปลอดภัยจากปัญหาการรั่วไหลของรังสี และเมื่อหมดอายุการใช้งานก็จะส่งคืนกลับไปยังประเทศผู้ผลิตทันที

ทั้งนี้ขนาดของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (reactor) จะมีขนาดเล็กประมาณ 2-3 เมตรเท่านั้น และสามารถนำมาจัดวางได้หลายเครื่องเพื่อผลิตไฟฟ้าตามปริมาณที่ต้องการ ปัจจุบันมีประเทศผู้ผลิตเพื่อจำหน่ายทั้ง ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และสหรัฐฯ เป็นต้น อย่างไรก็ตามการจะจัดซื้อมาใช้งานนั้น จะต้องมีสัญญาที่รัดกุมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อให้เกิดความมั่นใจในด้านความปลอดภัย และป้องกันการรั่วไหลของเทคโนโลยีอย่างเข้มงวด       

อย่างไรก็ตามในเรื่องของความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ประเทศผู้ผลิตให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก โดยมีการทดสอบการถูกชนโดยเครื่องบิน รวมถึงการเกิดภัยพิบัติตามธรรมชาติต่างๆ แล้ว ซึ่งอุปกรณ์มีความแข็งแรงและปลอดภัย ไม่สามารถถอดแกะอุปกรณ์สำเร็จรูปของเครื่องผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ได้โดยง่าย

สำหรับประเทศไทยสนใจที่จะบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เทคโนโลยี SMR ไว้ในแผน PDP ดังกล่าว เนื่องจากไทยมีการจัดทำแผน PDP ที่มุ่งเน้นพลังงานสะอาดมากขึ้น ตามเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2608

โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR จะเป็นโรงไฟฟ้าทางเลือกให้ไทยได้ศึกษาและเตรียมพร้อมเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในอนาคต และสอดคล้องกับการผลิตไฟฟ้าสะอาด ไม่ปล่อยมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังมีราคาถูกและใช้ได้ยาวนาน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศได้ นอกจากนี้ในส่วนของราคาค่าไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ยังมีราคาถูก เช่น ในสหรัฐฯ ราคาค่าไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไปมีราคาอยู่ที่ประมาณ 3 บาทต่อหน่วย เป็นต้น   

สำหรับแผน PDP ฉบับใหม่ เตรียมจะเปิดรับฟังความเห็นประชาชนต้นเดือน เม.ย. 2567 นี้ เบื้องต้นจะเปิดเวทีรับฟังความเห็นในพื้นที่ กทม. ก่อน ส่วนต่างจังหวัดกำลังพิจารณาจัดเปิดรับฟังความเห็นผ่านระบบออนไลน์ หลังจากนั้นจะนำแผน PDP มาปรับปรุงอีกครั้ง ก่อนนำไปรวมกับแผนพลังงานชาติ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในเดือน ก.ย. 2567 ต่อไป

Source : Energy News Center