สำหรับท่านที่ต้องการจะติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า นอกจากจะต้องศึกษาเรื่องของแผงโซลาร์เซลล์ และอุปกรณ์ต่างๆ การขออนุญาตติดตั้งแล้ว ยังต้องเข้าใจถึงรูปแบบการทำงานของโซลาร์เซลล์ด้วย โดยเฉพาะปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากๆ เพราะว่าหากแผงโซลาร์เซลล์ของเราผลิตไฟฟ้าได้น้อย นั่นจะทำให้ระยะเวลาคืนทุนยาวนานมากขึ้นกว่าเดิม และบางครั้งอาจจะไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอต่อการใช้งานของเราได้ ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาดูว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์กัน ติดตามได้เลย

1.ประเภทของแผงโซลาร์เซลล์

ก่อนจะไปเรื่องอื่นๆ เราต้องรู้จักประเภทของแผงโซลาร์เซลล์กันก่อนครับ เพราะแผงโซลาร์เซลล์แต่ละแบบนั้นมีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าได้ต่างกันนั่นเอง มาดูกันว่ามีประเภทไหนบ้าง และมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ซึ่งสรุปแบบสั้นๆ ได้ดังนี้เลย

แผงโซล่าเซลล์ชนิด โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells)

ข้อดี

  • มีประสิทธิภาพสูงที่สุด
  • สามารถผลิตไฟฟ้าได้เกือบ 4 เท่าเมื่อเทียบกับ แบบ thin film
  • มีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด ราวๆ 25 ปีขึ้นไป
  • ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ดีกว่าในภาวะแสงน้อย เมื่อเทียบกับแบบ โพลีคริสตัลไลน์

ข้อเสีย

  • มีราคาแพงกว่าแบบอื่นๆ
  • หากแผงสกปรก หรือถูกบังแสงบางส่วน อาจจะทำให้วงจรมีปัญหาได้

แผงโซล่าเซลล์ชนิด โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells)

ข้อดี

  • สามารถผลิตได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้ปริมาณซิลิคอนในการผลิตน้อยกว่าแบบ โมโนคริสตัลไลน์
  • ประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าเมื่อมีอุณหภูมิสูง ดีกว่า โมโนคริสตัลไลน์ เล็กน้อย
  • ราคาถูกว่าเมื่อเทียบกับ โมโนคริสตัลไลน์

ข้อเสีย

  • ประสิทธิภาพเฉลี่ยอยู่ที่ 13 – 16 % ซึ่งต่ำกว่าแบบ โมโนคริสตัลไลน์
  • ประสิทธิภาพต่อพื้นที่ต่ำกว่าแบบ โมโนคริสตัลไลน์
  • แบบโพลีคริสตัลไลน์ จะมีสีน้ำเงิน ทำให้อาจจะดูไม่ค่อยสวยงาม ติดตั้งแล้วไม่ค่อยเข้ากับบ้านเท่าไหร่

แผงโซล่าเซลล์ชนิด ฟิล์มบาง (Thin Film Solar Cells)

ข้อดี

  • มีราคาถูกกว่าแบบอื่นๆ เพราะสามารถผลิตได้จำนวนมากๆ
  • ไม่มีปัญหาเรื่องความสกปรกที่จะส่งผลต่อวงจรการทำงาน
  • เหมาะกับคนที่มีพื้นที่ติดตั้งเยอะๆ

ข้อเสีย

  • ประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าต่ำกว่าแบบอื่นๆ
  • ความคุ้มค่าต่อพื้นที่ต่ำกว่าแบบอื่นๆ
  • มีความสิ้นเปลืองในอุปกรณ์อื่นๆ มาก เช่น โครงสร้าง และสายไฟ
  • ไม่เหมาะกับหลังคาบ้าน เพราะต้องใช้พื้นที่มากกว่าแบบอื่นๆ

ดูจากข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบแล้ว จะพบว่า แผงโซล่าเซลล์ชนิด โมโนคริสตัลไลน์ จะมีประสิทธิภาพดีที่สุด แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องของความสกปรก และการติดตั้งที่ดีเพียงพอ ที่สำคัญอาจจะต้องจ่ายเงินแพงกว่าแบบอื่นๆ แต่ใครที่งบไม่เยอะมาก ก็สามารถเลือกแบบอื่นๆ ตามความเหมาะสมได้เลย ซึ่งก็ต้องเข้าใจด้วยว่า ประสิทธิภาพนั้นจะด้อยกว่าแบบที่มีราคาแพง

2.การติดตั้ง การยึด และวัสดุที่ใช้ประกอบแผงโซลาร์เซลล์

การติดตั้งนั้นสำคัญมากๆ เพราะมีผลต่อประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งควรติดตั้งให้มีความชันในระดับที่เหมาะสม ประมาณ 15 องศา กระจกที่นำมาติดตั้งต้องมีการสะท้อนของแสงให้น้อยที่สุด ตำแหน่งการรับแสงในทิศที่ได้รับแสงแดดได้มากที่สุด รวมถึงการบดบังจากสิ่งต่างๆ แวดล้อมทั้งหมด รวมถึงการต่อแผงโซลาร์เซลล์ที่ควรมีความสม่ำเสมออีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะเกี่ยวกับเรื่องการติดตั้งทั้งหมด ส่วนนี้ถ้าไม่ได้ติดตั้งเอง ก็อาจจะต้องพิจารณาจากผลงานของบริษัทที่รับติดตั้ง และตัวเราเอง ก็ต้องเข้าไปตรวจสอบการติดตั้งให้มีความถูกต้องและเหมาะสมด้วย

3.ฝุ่นและความสกปรกของแผงโซลาร์เซลล์

โดยปกติแล้ว แผงโซลาร์เซลล์จะมีฝุ่น และสิ่งสกปรกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุการใช้งานอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะเป็นเศษฝุ่นผงลอยมาในอากาศ หรือจะมาจากน้ำฝนที่มีการปนเปื้อนของสิ่งต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็แก้ง่ายๆ ด้วยการทำความสะอาดแผงเป็นประจำ อาจจะทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี ซึ่งผู้ให้บริการติดตั้งหลายๆ ราย ก็มักจะมีโปรโมชั่นแถมเป็นบริการฟรีให้อยู่แล้ว หรือถ้าไม่มีก็จะมีบริการล้างแผงให้เลือกใช้อยู่ แนะนำว่าควรจะต้องทำความสะอาดครับ มิเช่นนั้นประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าจะลดลงเรื่อยๆ ความคุ้มค่าก็จะน้อยลงตามไปด้วย

4.อุณหภูมิของแผงโซลาร์เซลล์

ยิ่งแผงโซลาร์เซลล์มีอุณหภูมิสูงขึ้นมากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าก็จะน้อยลงเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าถ้าติดตั้งไปแล้ว ก็แก้ยากเลยครับ เพราะว่าแผงโซลาร์เซลล์ต้องโดนแดด เมื่อโดนแดดก็ต้องร้อนแน่นอน เรื่องนี้แนะนำว่าก่อนจะเลือกแผงโซลาร์เซลล์ให้ดูค่าผลการทดสอบบริเวณฉลากที่ติดมากับแผง ซึ่งจะเป็นค่าของการประเมินผลว่าหากอุณหภูมิของแผงสูงขึ้น จะทำให้มีผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าเป็นจำนวนเท่าไหร่ ปกติมักจะทดสอบที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส หรือถ้าดูไม่เป็นก็สอบถามจากบริษัทที่รับติดตั้ง และขอเปรียบเทียบกับหลายๆ ยี่ห้อดูก่อนก็ได้ครับ ซึ่งแน่นอนว่าอันไหนผลทดสอบดีราคาจะแพงกว่าอันอื่นๆ อยู่แล้วครับ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่เรามีด้วยว่าจะเลือกแบบไหน

5.ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์สำหรับแปลงไฟ

ในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ต้องใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า อินเวอร์เตอร์ ด้วย ซึ่งจะทำหน้าที่แปลงไฟกระแสตรงเป็นกระแสสลับ เพื่อให้เราใช้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าได้นั่นเอง ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้ก็สำคัญมากเช่นกันเพราะว่าส่งผลต่อการสูญเสียกระแสไฟได้เช่นกัน ดังนั้นก็ควรเลือกใช้อินเวอร์เตอร์ที่มีประสิทธิภาพที่ดี เพื่อลดการสูญเสียพลังงานด้วย

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าของแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งแน่นอนว่าเราควรจะศึกษา และเก็บเป็นข้อมูลเอาไว้ด้วย อย่างน้อยๆ เวลาคุยกับบริษัทผู้รับติดตั้งจะได้เข้าใจกันได้ง่ายขึ้น รวมถึงสามารถวางแผลการติดตั้ง กำหนดงบประมาณที่เหมาะสมได้ และยังช่วยให้เราทราบว่าจะต้องดูแลอย่างไร มีระยะเวลาคืนทุนเท่าไหร่ และที่สำคัญที่สุด เงินที่เราลงทุนไปมีความคุ้มค่ามากแค่ไหนครับ

รูปภาพ : Freepik

PEA เปิดตัว PEA SOLAR เผย​ 7​ ขั้นตอนให้บริการแบบครบวงจร​ งานระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา​โดย​ Standard แพ็คเกจ มีราคาเริ่มตั้งแต่ประมาณ 130,000 บาท ไปจนถึง 680,000 บาท

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA เปิดตัวบริการธุรกิจเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาของ PEA หรือ PEA SOLAR ที่สร้างความเชื่อมั่นด้วยทีมงานวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพของ PEA ที่มีสาขาบริการลูกค้าครอบคลุมทั่วประเทศ

นายศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงโซลาร์เซลล์ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐทำให้การติดตั้งมีค่าใช้จ่ายที่ลดน้อยลง หลายบ้านหันมาติดตั้งเพื่อเป็นพลังงานทางเลือก ช่วยลดค่าไฟฟ้า เพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อนที่มีแดดจัดจึงเหมาะกับการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

โดย​ PEA SOLAR มี 7 ขั้นตอน ให้ลูกค้าได้ติดตั้ง Solar Rooftop กับ PEA ดังนี้

  1. ลูกค้าสนใจติดตั้ง: ช่องทางติดต่อที่สะดวก ที่สาขาของ PEA ทั่วประเทศ
  2. สำรวจและออกแบบ: โดยทีมวิศวกรของ PEA ที่มีความเชี่ยวชาญ
  3. ชำระเงิน: ชำระเงินสด หรือ PEA ได้เพิ่มทางเลือกโดยร่วมกับพันธมิตรซึ่งเป็นสถาบันการเงิน ในการให้บริการสินเชื่อให้กับลูกค้า
  4. ขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: PEA ดำเนินการให้ทุกขั้นตอน
  5. ติดตั้งระบบ Solar และเชื่อมต่อกับระบบจำหน่ายของ PEA: ทีมงานมืออาชีพของ PEA ดูแลการติดตั้งให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
  6. เริ่มใช้งาน
  7. การบำรุงรักษาระบบ: PEA ดูแลแบบครบวงจรจนถึงบำรุงรักษา

ราคาแพ็กเกจ PEA SOLAR เป็นราคาที่คิดจากอุปกรณ์ของผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แผงเซลล์แสงอาทิตย์ และ Inverter ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กับ PEA เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ประกอบการดังกล่าวเป็นผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยตรง โดยเป็นการนำแผงเซลล์แสงอาทิตย์ และ Inverter มาจับคู่ให้เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าที่สนใจจะติดตั้ง Solar Rooftop ตามแบรนด์ของแต่ละผลิตภัณฑ์ ซึ่งแบ่งราคาแพ็คเกจออกเป็น 2 กลุ่ม มีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า แบ่งออกเป็น 3kW 5kW 10kW 15kW และ 20kW ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามกลุ่มแพ็คเกจและระดับราคาตามที่ลูกค้าต้องการ โดยรายละเอียดของทั้ง 2 กลุ่มแพ็กเกจ มีดังนี้

  1. กลุ่ม Standard แพ็คเกจ เป็นผลิตภัณฑ์แผงและ Inverter ที่มีมาตรฐานตามที่ PEA กำหนด มีราคาเริ่มตั้งแต่ประมาณ 130,000 บาท ไปจนถึง 680,000 บาท
  2. กลุ่ม Premium แพ็คเกจ เป็นผลิตภัณฑ์แผงและ Inverter ที่มีมาตรฐานตามที่ PEA กำหนด และสามารถเพิ่มเติมอุปกรณ์ Power optimizer และ Micro Inverter ได้ โดยจะมีราคาเริ่มตั้งแต่ประมาณ 150,000 บาท ไปจนถึง 840,000 บาท

PEA SOLAR พร้อมให้บริการแบบครบวงจร วางแผงแล้ววันนี้ทั่วประเทศ โดยสามารถชำระเงินได้ทั้งแบบเงินสด และบริการสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินพันธมิตรของ PEA ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ​ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และธนาคารออมสิน สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA หรือเว็บไซต์ www.peasolar.pea.co.th และ 1129 PEA Contact Center

Source : Energy News Center

ใครที่คิดกำลังจะติดโซล่าร์เซลล์ที่บ้าน แนะนำให้อ่านเนื้อหาในบทความนี้ก่อน อาจจะช่วยให้การตัดสินใจทำได้ง่ายขึ้น คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ซึ่งเนื้อหาก็เป็นการนำเสนอจากทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้รวมเอา 10 คำถามหรือข้อสังสัยต่างๆ เกี่ยวกับการติดโซล่าร์เซลล์ที่บ้านอยู่อาศัยแบบ Solar Rooftop มาไว้เป็นข้อมูล ซึ่งเชื่อว่าตอนนี้หลายคนเจอค่าไฟแพงๆ เข้าไป ก็อาจจะกำลังหาวิธีลดค่าไฟ ซึ่งหนึ่งในวิธีที่คนคิดถึงมากที่สุดนอกจากการประหยัดไฟ การเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว ก็คือ การลงทุนติดตั้งโซล่าร์เซลล์แบบ Solar Rooftop นั่นเอง มาดูกันว่า 10 คำถามนั้นมีอะไรบ้างครับ

1. บ้านของเราเหมาะกับการติดตั้ง Solar Rooftop หรือไม่ ?

  • ถ้าบ้านของเรามีการใช้ไฟช่วงกลางวันค่อนข้างมาก มีคนอยู่บ้านตอนกลางวันตลอด หรือที่บ้านทำเป็น Home Office ร้านค้า หรือร้านกาแฟ แบบนี้จะสามารถใช้ไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ได้เต็มที่ การติดตั้งจะได้ความคุ้มค่าที่สูงมาก และคืนทุนได้ไว้
  • ที่บ้านมีการใช้อุปกรณ์ที่ใช้ไฟเยอะๆ เช่น แอร์ ตู้เย็น และตู้แช่ เป็นต้น

คำแนะนำ : ไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ที่คุ้มค่าที่สุด จะนิยมติดตั้งเป็นระบบที่ใช้ร่วมกับระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้าได้

2. หลังคาบ้านเราเหมาะกับการติดตั้งหรือไม่ ?

  • บ้านที่จะติดตั้งต้อง ย้ำว่าต้องมีโครงสร้างของหลังคาที่แข็งแรง และสามารถรองรับน้ำหนักของแผงโซล่าร์เซลล์ได้
  • หลังคาบ้านที่ติดตั้งจะต้องไม่มีเงาต้นไม้ใหญ่ หรือมีอาหารและสิ่งปลูกสร้งต่างๆ มาบดบังแสดงแดด

คำแนะนำ : หลังคาบ้านควรมีความลาดเอียงประมาณ 15 องศา และหันไปได้ทางทิศใต้ จะมีความเหมาะสมในการผลิตไฟฟ้าได้ดีที่สุด

3. ติดตั้งขนาดเท่าไร จึงจะเหมาะสม ?

  • ขนาด 3 กิโลวัตต์ เหมาะกับบ้านที่ใช้ แอร์เบอร์ 5 แบบ 1 ดาว 12,000 BTU 2 เครื่อง + ตู้เย็น 12 คิว + หลอดไฟ
  • ติดตั้งขนาด 5 กิโลวัตต์ เหมาะกับบ้านที่ใช้ แอร์เบอร์ 5 แบบ 1 ดาว 12,000 BTU 4 เครื่อง + ตู้เย็น 12 คิว 2 เครื่อง + หลอดไฟ
  • ขนาดที่นิยมติดตั้ง 3, 5, 10 กิโลวัตต์ เลือกได้ตามขนาด/จำนวนอุปกรณ์ที่ใช้

คำแนะนำ : หากเลือกขนาดใหญ่เกินความจำเป็น ต้องลงทุนสูงและคืนทุนช้า

4. พื้นที่หลังคาที่ใช้ติดตั้ง ต้องขนาดใหญ่แค่ไหน ?

  • ขนาด 1 กิโลวัตต์จะใช้พื้นที่ประมาณ 4 – 5 ตารางเมตร ถ้าใช้ขนาดใหญ่กว่านั้นก็คูณจำนวนพื้นที่เพิ่มไป เช่น ขนาด 3 กิโลวัตต์ ก็จะใช้พื้นที่ 1 2 – 15 ตารางเมตร
  • ควรตรวจสอบลักษณะและประเภทของกระเบื้องหลังคา ว่ามีความแข็งแรงเพียงพอหรือไม่

คำแนะนำ : ปกติหลังคาบ้านส่วนใหญ่จะมีพื้นที่เพียงพอต่อการติดตั้งอยู่แล้ว ยกเว้นจะมีการสร้างบ้านที่มีการแบ่งหลังคาออกเป็นหลายส่วนตามรูปแบบบ้าน

5. เงินลงทุนในการติดตั้งระบบ และระยะเวลาคืนทุน?

  • เงินลงทุนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 40,000 – 45,000 บาทต่อ 1 กิโลวัตต์ ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ 6 ปี
  • ราคาจะมีความแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์ และผู้ให้บริการ ควรสอบถามหลายๆ ที่ ก่อนตัดสินใจ
  • อย่าลืมเปรียบเทียบบริการหลังการขายด้วย ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อให้ระบบผลิตไฟได้เต็มประสิทธิภาพ เช่น การตรวจสอบอุปกรณ์ประจำปี การทำความสะอาดแผงโซล่าร์เซลล์ เป็นต้น

คำแนะนำ : การลงทุนติดตั้งระบบที่มีขนาดใหญ่ จะทำให้เงินลงทุนต่อ 1 กิโลวัตถ์ถูกลง

6. ประหยัดไฟได้แค่ไหน ?

  • ขนาด 3 กิโลวัตต์ จะผลิตไฟได้ประมาณวันละ 12 หน่วย (หรือ 360 หน่วยต่อเดือน) หากราคาค่าไฟการไฟฟ้าหน่วยละ 5 บาท จะประหยัดค่าไฟได้ 1,800 บาทต่อเดือน (หรือปีละ 21,600 บาท)
  • คิดระยะเวลาคืนทุน จากการลงทุน ขนาด 3 กิโลวัตต์ ค่าลงทุนประมาณ 120,000 – 135,000 บาท ประหยัดได้ปีละ 21,600 บาท ดังนั้น มีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 6 ปี

คำแนะนำ : หากใช้แผงโซล่าร์เซลล์ และอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีคุณภาพสูงขึ้น จะผลิตไฟได้เต็มกำลังมากขึ้น ช่วยให้คืนทุนได้ไวมากขึ้น

7. ต้นทุนไฟที่ผลิตจากโซล่าร์เซลล์ คิดยังไง?

  • ระบบขนาด 3 กิโลวัตต์ หากคิดตลอดอายุระบบ Solar Rooftop 15-20 ปี จะผลิตไฟได้ 360 หน่วย/เดือน x 12 เดือน x 15 ปี = 64,800 หน่วย เมื่อคิดค่าลงทุน 120,000 – 135,000 บาท จะมีราคาต้นทุนประมาณ 2 บาทต่อหน่วย

คำแนะนำ : ต้นทุนต่อหน่วยข้างต้น ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษารายปี เช่น การล้างแผง การตรวจสอบรายปี อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอีกประมาณ 10%

8. อยากติดตั้ง ต้องเริ่มอย่างไรดี ?

  • เลือกผู้ให้บริการติดตั้ง ปัจจุบันมีผู้ให้บริการจำนวนมากราย ทั้งการไฟฟ้า และบริษัทที่ให้บริการติดตั้ง Solar Rooftop
  • การขออนุญาตต่างๆ ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการติดตั้งจะเป็นผู้ดำเนินการให้ด้วย
  • ผู้ให้บริการเข้าสำรวจพื้นที่ติดตั้ง ออกแบบ และเข้าดำเนินการติดตั้ง โดยทั่วไปใช้เวลาโดยรวมไม่เกิน 1 เดือน

คำแนะนำ : ควรเลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ โดยอาจพิจารณาจากประสบการณ์/ผลงานที่ผ่านมา/คุณภาพ การให้บริการ/บริการหลังการขาย/การรับประกันสินค้า

9. อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ เราจะพิจารณาจากอะไรได้บ้าง?

  • แผง Solar ตรวจสอบตามมาตรฐานที่ได้รับ มอก. 61215 หรือมาตรฐาน IEC 61215 เป็นอย่างน้อย
  • อุปกรณ์ Inverter สามารถตรวจสอบรายชื่อรุ่นที่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้การรับรองได้ทางเว็บไซต์ของการไฟฟ้า
  • ศึกษาเปรียบเทียบการเลือกใช้อุปกรณ์ของผู้ให้บริการติดตั้งแต่ละรายเพื่อประกอบการพิจารณา

คำแนะนำ : เราสามารถศึกษาข้อกำหนดการติดตั้ง Solar Rooftop และการเชื่อมต่อระบบของแต่ละการไฟฟ้า ได้จากเว็บไซต์ของ กฟน. กฟภ.

10. การขออนุญาตต่างๆ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

  • ขอใบอนุญาตเกี่ยวกับการก่อสร้าง หรือดัดแปลงอาคาร กับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งใช้เวลาดำเนินการ 45 วัน
  • ยื่นแบบติดตั้ง และการขอจดแจ้งยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.erc.or.th)
  • แจ้ง กฟน. กฟภ. ตรวจสอบระบบ และเชื่อมต่อระบบ

คำแนะนำ : ผู้ให้บริการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ บางรายจะมีบริการขออนุญาตให้ฟรี ซึ่งจะทำการติดต่อ ทำเอกสาร ให้เราทั้งหมด ก่อนจะเลือกใช้บริการก็สอบถามผู้ให้บริการก่อนได้เลย

จากปัญหาค่าไฟแพงที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต้องปรับตัวเรื่องการใช้ไฟฟ้ากันอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แม้จะใช้ไฟเท่าเดิมก็ตาม ซึ่งหลายๆ คน ก็เลือกแก้ไขปัญหานี้ด้วยการลดการใช้ไฟบ้าง หรือเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าๆ ที่กินไฟมาก เป็นเครื่องไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่กินไฟน้อยลง บางท่านก็มองหาทางเลือกใหม่จากการใช้พลังงานสะอาด อย่างเช่น โซล่าร์เซลล์ ซึ่งตอนนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ปัญหาก็คือ ราคายังค่อนข้างสูงอยู่ และต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว ทำให้หลายคนไม่สามารถจะติดตั้งโซล่าร์เซลล์ได้

ดังนั้นหลายธนาคารที่ได้รับทราบปัญหานี้ และมองเห็นโอกาสในเรื่องของธุรกิจ ก็ได้ออกโปรโมชั่นสินเชื่อโซล่าร์เซลล์ออกมาให้บริการกัน รวมถึงมีสินเชื่อสำหรับรถไฟฟ้าออกมาด้วยพร้อมๆ กัน วันนี้ทางทีมงานคณะทำงานด้านพลังงาน หอการค้าไทย ได้รวบรวมเอาสินเชื่อโซล่าร์เซลล์มาให้พิจารณากัน เผื่อว่าใครกำลังสนใจจะติดตั้งโซล่าร์เซลล์แต่ไม่มีกำลังทรัพย์ที่เพียงพอ จะได้มีทางเลือกและโอกาสในการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ มีธนาคารไหนบ้าง ไปชมกันครับ

ธนาคารกรุงไทย สินเชื่อรักษ์โลก Home for Cash

มาเริ่มกันที่ธนาคารกรุงไทยกันก่อนครับ ซึ่งจะใช้ชื่อว่า “Home For Cash รักษ์โลก” สนับสนุนติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกทางเลือก ลดใช้พลังงาน ดอกเบี้ยพิเศษคงที่ 1.99% ในปีแรก

สินเชื่อ Home For Cash  รักษ์โลก ให้สิทธิสำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารเท่านั้น โดยยื่นขอสินเชื่อภายใต้หลักประกันเดิม  ส่วนลูกค้ารายใหม่ สามารถยื่นขอสินเชื่อ Home For Cash  รักษ์โลก พร้อมกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารได้ โดยเปิดกว้างสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายในบริเวณที่อยู่อาศัย  เช่น การติดตั้งแผงโซลาเซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) การติดตั้งเครื่องชาร์จ (EV Charger) สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นต้น ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ 

  • สำหรับติดตั้ง Solar Rooftop
  • สำหรับติดตั้ง EV Charger สำหรับรถไฟฟ้า
  • สำหรับซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่ช่วยประหยัดพลังงานฯ

ดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 1.99% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียม 3 รายการ

  • ฟรีค่าธรรมเนียมประเมินราคา
  • ฟรีค่าธรรมเนียมจดจำนอง
  • ฟรีค่าธรรมเนียมยื่นกู้

อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อน 

ประเภทสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่าอัตราที่กำหนด (%)อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี (%)EIR*(%)
ปีที่ 1หลังจากนั้น
เงินกู้แบบกำหนดระยะเวลา
(Term Loan)
1.99MRR5.416.42

ภายใต้แคมเปญนี้ ลูกค้าจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ปีแรก 1.99% ต่อปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปีตลอดอายุสัญญา วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขายจริง ระยะเวลากู้นานสูงสุด 30 ปี สำหรับลูกค้าที่สนใจ ติดต่อธนาคารกรุงไทยทุกสาขา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center โทร. 02-111-1111   

ธนาคารออมสิน GSB Go Green

สำหรับธนาคารออมสินได้ออกโปรโมชั่นสินเชื่อในชื่อว่า GSB Go Green เป็นสินเชื่อสำหรับการซื้อรถไฟฟ้า EV หรือสินเชื่อสำหรับติดตั้งโซล่าร์เซลล์ ซึ่งสรุปรายละเอียดได้ดังนี้

  • เพื่อติดตั้ง Solar Cell หรือ Solar Rooftop ติดตั้ง  EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
  • เพื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
  • เพื่อซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่ช่วยประหยัดพลังงาน
  • ดอกเบี้ยพิเศษ คงที่ 1.99% นาน 3 เดือนแรก
  • ผ่อนต่ำแสนละ 199 บาท/เดือน นาน 3 เดือนแรก

จำนวนเงินให้กู้

  • กรณีใช้หลักทรัพย์เป็นประกันเงินกู้ระยาว (L/T) จำนวนเงินให้กู้สูงสุดไม่เกินรายละ 5,000,000 บาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 90% ของราคาประเมินหลักทรัพย์* ทั้งนี้ เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาที่ธนาคารกำหนด
  • กรณีไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) ให้กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 10 เท่าของรายได้รวม และไม่เกินรายละ 500,000 บาท

ระยะเวลาชำระเงินกู้

  • กรณีใช้หลักทรัพย์เป็นประกัน ไม่เกิน 30 ปี โดยเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ ต้องไม่เกิน 70 ปี (ยกเว้นกรณีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ไม่เกิน 15 ปี) ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการกู้ร่วมกับบุคคลอื่นให้นับระยะเวลาชำระเงินกู้ตามอายุของผู้กู้ที่มีอายุน้อยที่สุดเพียงคนเดียว
  • กรณีไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) สูงสุดไม่เกิน 7 ปี โดยเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี ยกเว้น กรณีเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือเจ้าของกิจการ ระยะเวลาชำระเงินกู้สูงสุด ไม่เกิน 5 ปี

อัตราดอกเบี้ย

รายละเอียดกรณีใช้หลักทรัพย์เป็นประกัน
ทำประกันฯไม่ทำประกันฯ
เดือนที่ 1-31.990%2.490%
เดือนที่ 4-12MRR-3.185%MRR-2.685%
ปีที่ 2 เป็นต้นไปMRR-0.500%
เฉลี่ย 3 ปี5.219%5.386%
EIR5.831%5.900%
รายละเอียดกรณีไม่มีหลักประกัน (Clean Loan)   
ทำประกันฯไม่ทำประกันฯ
เดือนที่ 1-37.990%8.490%
เดือนที่ 4-12MRR+1.495%MRR+1.995%
ปีที่ 2 เป็นต้นไปMRR+3.254%
เฉลี่ย 3 ปี9.392%9.559%
EIR9.445%9.598%

ยื่นกู้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มกราคม 2567

ธนาคารยูโอบี U-Solar โครงการยู-โซลาร์

ธนาคารยูโอบี จะเป็นสินเชื่อในชื่อโปรแกรมว่า U-Solar โปรโมชั่นสำหรับการช่วยให้ กลุ่มบริษัท  ผู้ประกอบการ บุคคลทั่วไป ที่สนใจเปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นเรื่องง่ายและครอบคลุมถึงการเริ่มต้นลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวด้านพลังงานโดยธนาคาร UOB จะเป็นเสมือนตัวกลางที่เข้าไปเชื่อมต่อทุกภาคส่วน ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงานแสงอาทิตย์ และช่วยในการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มาจากพลังงานสะอาด สำหรับรายละเอียดของสินเชื่อมีดังนี้

  • รายการผ่อนชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน สำหรับบัตรเครดิตธนาคารยูโอบี ที่ออกในประเทศไทยเท่านั้น (ยกเว้นบัตรเครดิตเพื่อธุรกิจ) หรือสูงสุด 24 เดือนสำหรับบัตรยูโอบี แคชพลัส เมื่อซื้อสินค้า/บริการ ผ่านบริการผ่อนชำระ UOB I-Plan ณ ร้านค้าที่เป็นพันธมิตรด้านพลังงานแสงอาทิตย์ของธนาคารยูโอบี ภายใต้โครงการยู-โซลาร์ (U-Solar)
  • บริการผ่อนชำระ UOB I-Plan ผ่านบัตรเครดิตธนาคารยูโอบี /บัตรยูโอบี แคชพลัส เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุใน คู่มือผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี / คุ่มือการใช้วงเงินยุโอบี แคชพลัส
  • ระยะเวลาและจำนวนเงินผ่อนชำระเป็นไปตามที่ร้านค้ากำหนด โปรดตรวจสอบรายละเอียด ณ จุดขายก่อนชำระค่าสินค้า/บริการ
  • ธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้า/บริการ กรณีเกิดความเสียหาย หรือ ข้อบกพร่องใดๆ กรุณาติดต่อร้านค้าโดยตรง
  • ตรวจสอบร้านค้าที่เป็นพันธมิตรด้านพลังงานแสงอาทิตย์ของธนาคารยูโอบี ภายใต้โครงการยู-โซลาร์ (U-Solar) ที่ https://www.uob.co.th/personal/promotions/creditcard/others.page

ธนาคารกสิกรไทย สินเชื่อบ้านสีเขียว

สินเชื่อของธนาคารกสิกรไทยนั้น จะเป็นการทำโปรโมชั่นร่วมกับโครงการบ้านชื่อดังต่างๆ ราวๆ 15 บริษัท ซึ่งจะมีเรื่องของดอกเบี้ยพิเศษ กู้ได้สูงสุด 110% ฟรีค่าประเมิน และมีโปรโมชั่นร่วมกับทาง SCG ในการติดตั้งโซล่าร์เซลล์เป็นส่วนลดอีกด้วย

รายละเอียดและเงื่อนไข

สำหรับลูกค้าที่ยื่นกู้สินเชื่อบ้านแคมเปญ “สินเชื่อบ้านสีเขียว” ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 – 30 มิถุนายน 2566 และจดจำนอง ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2566

รายละเอียดและเงื่อนไข

  • ลูกค้าที่ได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากแคมเปญ “สินเชื่อบ้านสีเขียว” จะต้องมีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป
  • ลูกค้าต้องทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน โดยมีทุนประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อขั้นต่ำ 70% ขึ้นไปของวงเงินสินเชื่อรวมและเลือกระยะเวลาคุ้มครองเต็มระยะเวลากู้ หรือ ทุนประกันคุ้มครองเต็มวงเงินสินเชื่อรวม และเลือกระยะเวลาคุ้มครองขั้นต่ำ 70% ของระยะเวลากู้
  • วงเงินกู้ :
    • สำหรับบ้านราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท จะได้รับวงเงินกู้สูงสุด 110% ของราคาซื้อขายหรือ 100% ของราคาประเมิน
      หลักประกัน
      • วงเงินกู้ 110% ของราคาซื้อขาย แบ่งเป็น สินเชื่อบ้าน 100% และสินเชื่อตกแต่งบ้าน 10%
    • สำหรับบ้านราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับวงเงินกู้สูงสุด 90% ของราคาซื้อขายหรือ 90% ของราคาประเมิน
      หลักประกัน 
  • ค่าประเมินราคาหลักประกัน : ฟรี ค่าประเมินราคาหลักประกัน (3,000 บาท)
  • ระยะเวลากู้ : ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 30 ปี รวมอายุผู้กู้สูงสุดไม่เกิน 70 ปี

สิทธิพิเศษจาก SCG

  • ติดตั้งหลังคาโซลาร์กับ SCG Solar Roof Solution รับส่วนลดสูงสุด 73,840 บาท ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการติดตั้งหลังคาโซลาร์แพตเกจต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ SCG คลิก
  • ซื้อสินค้าประหยัดพลังงานอื่นๆ กับ SCG ในราคาพิเศษ พร้อมรับคะแนน SCG Family x2 ทุกสินค้าที่ร่วมรายการ
    1. บ้านไม่อบอ้าว อยู่สบาย ถ่ายเทอากาศ แม้ไม่เปิดแอร์ ดัวย Active AIRflow System 
    2. อากาศดียิ่งกว่าเครื่องฟอกอากาศ ด้วยเครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality 
  • ซื้อสินค้าบล็อกปูพื้น SCG รุ่น Modern Block ครบ 10,000 บาท รับส่วนลด 300 บาท / เซลล์สลิป
  • ซื้อสินค้าฉนวนกันความร้อน รุ่น Stay Cool หนา 3 นิ้ว หรือ 6 นิ้ว ครบ 7,500 บาท รับส่วนลด 400 บาท / เซลล์สลิป
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

สิทธิพิเศษจาก บุญถาวร

รับสิทธิพิเศษ ส่วนลด จากบุญถาวร สูงสุด 16,500 บาท เมื่อซื้อสินค้าจากบุญถาวรที่ร่วมรายการ

  • ลด 1,500 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่ 25,000 บาทขึ้นไป
  • ลด 5,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่ 70,000 บาทขึ้นไป
  • ลด 10,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป

ระยะเวลา : 15 ก.พ. 2566 – 28 เม.ย. 2566
เงื่อนไข : เมื่อสมัครสินเชื่อบ้านสีเขียว ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. 2566 – 28 เม.ย. 2566 และจดจำนองภายในวันที่ 31 พค. 2566 
ระยะเวลาการใช้ส่วนลด 31 ส.ค. 2566

ช่วงนี้ใครเจอค่าไฟเข้าไป คงตกใจกันมากมาย เพราะแทบทุกบ้านจ่ายค่าไฟเพิ่มกันทั้งนั้น หลายคนอาจจะหันมาหาวิธีประหยัดไฟด้วยการติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์กัน แต่ก็ตกใจกับราคาค่าติดตั้งอีกเช่นกัน ซึ่งถ้าเราคำนวณกันดีดีแล้ว หากเรามีปริมาณการใช้ไฟที่ค่อนข้างมาก และมีงบประมาณพอสมควร ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว หากใช้ไฟมากก็อาจจะคืนทุนได้ภายใน 3 – 5 ปี แต่ถ้าใช้ไฟน้อยอาจจะขยับไปที่ 7 – 9 ปี ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละท่านว่าจะติดตั้งหรือไม่ และหลายคนยังไม่ทราบว่า หากเราติดตั้งโซล่าร์เซลล์แล้ว สามารถผลิตไฟได้มากกว่าที่ต้องใช้แล้ว เราสามารถขายไฟฟ้า คืนให้กับ การไฟฟ้าได้อีกด้วย ก็จะช่วยลดต้นทุนการติดตั้งไปได้พอสมควรครับ

วันนี้ทางผู้เขียนได้รวมข้อมูลในเรื่องของขั้นตอนต่างๆ ในการยื่นขอขายไฟให้กับการไฟฟ้ามาฝากกัน ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมาย และมีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 2,000 บาทเท่านั้นเอง สามารถทำเองได้เลย หรือหากผู้ที่มาติดตั้งโซล่าร์เซลล์เขามีบริการยื่นขอขายไฟให้ด้วย ก็แจ้งกับผู้ติดตั้งให้ดำเนินการแทนได้เลยครับ

ทั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ติดตั้งโซล่าร์เซลล์เท่านั้นที่สามารถยื่นขอขายไฟได้ แต่การไฟฟ้ายังเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ผลิตไฟฟ้าในรูปแบบอื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็น ชีวมวล , ก๊าซชีวภาพ , ขยะ , พลังงานลม , แสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) , แสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนดิน (Solar Farm) และ แสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ (Solar Floating)

คุณสมบัติของผู้ยื่นขายไฟ

ผู้ที่ต้องการจะยื่นขายไฟให้กับการไฟฟ้าจะต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1 เฉพาะบ้านอยู่อาศัย และต้องเป็นผู้ครอบครองเครื่องจ่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า และมีชื่อในทะเบียนผู้ใช้ไฟฟ้า เอาง่ายๆ ก็คือ เป็นเจ้าของบ้าน และเจ้าของมิเตอร์ที่เราไปยื่นขอไฟฟ้าตอนสร้างบ้านนั่นแหละครับ ซึ่งเราสามารถดำเนินเรื่องเอง หรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนก็ได้ โดยเมื่อทางการไฟฟ้าพิจารณาอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ถ้าผู้ยื่นขอขายไฟต้องมาติดต่อเพื่อขอเปลี่ยนเครื่องวัดหน่อยไฟฟ้าเป็นระบบดิจิตอล ชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเชื่อมต่อไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าตรวจสอบระบบ ทั้งหมด

ขั้นตอนการยื่นขายไฟให้กับการไฟฟ้า

  1. ผู้ที่ต้องการขายไฟให้ดำเนินการสมัครบัญชีผู้ใช้งานในระบบ PPIM แล้วก็ลงทะเบียนเพื่อเข้าระบบให้เรียบร้อย
  2. เลือกหมายเลข CA พร้อมกรอกรายละเอียดต่างๆ ตามคำขอ และโอพโหลดเอกสารรายละเอียดต่างๆ ตามที่การไฟฟ้ากำหนดเข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย
  3. การไฟฟ้าจะพิจารณาเอกสารต่างๆ แล้วแจ้งผลการพิจารณาให้กับผู้ยื่นขอขายไฟผ่านทางอีเมล์
  4. การไฟฟ้าจะประกาศผลการคัดเลือกในระบบ PPIM ภายใน 45 วัน โดยจะประกาศในวันจันทร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน
  5. ผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องชำระค่าเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า และจัดส่งต้นฉบับแบบคำขอขายไฟฟ้าพร้อมเอกสารประกอบตามที่การไฟฟ้ากำหนด ที่การไฟฟ้าเขตพื้นที่รับผิดชอบภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดคำขอจะถูกยกเลิก
  6. ผู้ผ่านการคัดเลือกลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า โดยมีกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ภายใน 270 วัน
  7. ผู้ยืนขอทำการตรวจสอบระบบ และติดตั้งระบบต่างๆ ให้ตรงกับรายละเอียดที่ยื่นไว้กับการไฟฟ้า และขอเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าในเขตพื้นที่ให้เรียบร้อย
  8. ทางการไฟฟ้าจะเข้าทำการตรวจสอบระบผลิตไฟฟ้า และเปลี่ยนมิเตอร์ให้ใหม่ พร้อมกับทดสอบการเชื่อมต่อเข้าระบบโครงค่ายไฟฟ้า

ขั้นตอนโดยสรุปก็จะมีประมาณนี้ หากจะสรุปให้ง่ายขึ้นก็คือ ลงทะเบียนระบบระบบ PPIM จากนั้นกรอกรายละเอียดและอัพโหลดเอกสารเข้าระบบ รอการพิจารณา เมื่อผ่านแล้วก็ชำระเงิน ตรวจสอบระบบการผลิตไฟฟ้าของเราให้เรียบร้อย รอการไฟฟ้ามาตรวจสอบอุปกรณ์​ เปลี่ยนมิเตอร์ และเชื่อมต่อระบบเข้ากับของการไฟฟ้า

สำหรับค่าใช้จ่ายในการยื่นขอจะอยู่ที่ 2,000 บาทเท่านั้น (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และเราสามารถขายไฟให้กับการไฟฟ้าได้หน่วยละ 2.20 บาท

ข้อมูลจากการไฟฟ้าที่ได้ประกาศเอาไว้

ตามประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง ประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2565 ประกาศ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) รับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาประเภทบ้านอยู่อาศัย ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp) ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้า 5 MWp ต่อปี  ดังน้ัน PEA จึงขอเปิดรับคำขอขายไฟฟ้าโครงการฯ ผ่านระบบ PPIM ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป 

ข้อควรทราบก่อนเข้าร่วมโครงการ (สำคัญโปรดอ่านทำความเข้าใจ !!!)

  • ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป้น ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1 บ้านอยู่อาศัยกับ PEA เท่านั้น
  • เน้นให้ติดตั้ง Solar Rooftop ผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Self Consumption) และไฟฟ้าที่เหลือสามารถขายไฟฟ้าได้
  • กำลังผลิตติดตั้งแผงโซลาร์ (PV) ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp) ต่อรายสำหรับ เชื่อมต่อแบบ 3 เฟส (220/380 V) และ ไม่เกิน 5 kWp ต่อราย สำหรับเชื่อมต่อแบบ 1 เฟส (220 V)
  • ผู้ยื่นขอขายไฟฟ้าเป็นผู้ลงทุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เองทั้งหมด
  • PEA จะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบการเชื่อมต่อระบบ ภายหลังได้รับการพิจารณา ในราคา 2,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • ราคาที่ PEA รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน 2.2 บาท/หน่วย (kWh) ระยะเวลา 10 ปี
  • ปริมาณรับซื้อรวมในพื้นที่ PEA ปริมาณ 5 เมกะวัตต์ (MW) ต่อปี
  • รับข้อเสนอแบบ First come First served ผ่านเว็บไซด์นี้ https://ppim.pea.co.th
  • ตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณา และประกาศผล ภายใน 45 วันนับจากวันที่ยื่นคำขอฯ ได้ที่ https://ppim.pea.co.th/project/solar/list 
  • โปรดแนบบิลค่าไฟฟ้าหรือหลักฐานการเป็นผู้ใช้ไฟฟ้า ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน (บิลค่าไฟฟ้าไม่ควรเกิน 3 เดือน) สอดคล้องกับข้อมูลผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการและผู้ใช้ไฟฟ้า ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล , เลขที่บ้านที่ติดตั้ง, ประเภทใช้ไฟฟ้าโดยหากข้อมูลดังกล่าวยังไม่ถูกต้องเป็นปัจจุบัน ให้ติดต่อ สำนักงานการไฟฟ้าในพื้นที่ใช้ไฟฟ้า (ตามบิลค่าไฟฟ้า) เพื่อขอแก้ไขข้อมูลให้แล้วเสร็จ ก่อนยื่นเข้าร่วมโครงการ

คู่มือการดำเนินการโครงการ สามารถศึกษา ดูรายละเอียดได้ตาม Link ด้านล่าง

https://drive.google.com/drive/u/0/folders/1HuTylJ2BUFsBOk8CoAgua8_-4igOXkpA