วันนี้ทางทีมงานของพาทุกท่านมารู้จักกับ สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 กัน ซึ่งเป็นโปรโมชั่นล่าสุดจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ร่วมกับกฟผ. สำหรับบ้านที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเบอร์ 5 มีจุดเด่นที่ดอกเบี้ยต่ำ เฉลี่ย 3 ปีแรก อยู่ที่ 2.76% เท่านั้น และยังสามารถผ่อนได้นานสูงสุดถึง 40 ปี รายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันได้เลย

ระยะเวลาโปรโมชั่นของสินเชื่อบ้านเบอร์ 5

  • กำหนดระยะเวลายื่นคำขอกู้เงิน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 – วันที่ 30 ธันวาคม 2567
  • กำหนดระยะเวลาอนุมัติและทำนิติกรรมภายใน 30 ธันวาคม 2567

(ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการก่อนกำหนด หากธนาคารให้สินเชื่อเต็มวงเงินของโครงการแล้ว)

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเบอร์ 5

ปีอัตราดอกเบี้ย
ปีที่ 1= 1.99% ต่อปี
ปีที่ 2 – 3    = 3.15% ต่อปี
ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา
– กรณีลูกค้าสวัสดิการ= MRR-1.50% ต่อปี
– กรณีลูกค้ารายย่อย      = MRR-0.50% ต่อปี

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR)

  • ลูกค้าสวัสดิการ    =  4.26%
  • ลูกค้ารายย่อย      =  4.9%

หมายเหตุ :

  1. MRR ตามประกาศธนาคาร
  2. อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (Effective Interest Rate: EIR) 
    อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ระบุเป็นเพียงตัวอย่างที่คำนวณตามเงื่อนไขที่ใช้ในฉบับนี้เท่านั้น ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันตามเงื่อนไขการกู้ยืมของลูกค้าแต่ละราย โดยคำนวณจากสมมติฐานวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 20 ปี ผ่อนชำระตามเงินงวดของผลิตภัณฑ์

คุณสมบัติของผู้กู้สินเชื่อบ้านเบอร์ 5

  • ซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรร (FT/LTF/SFT/RFT/BZP) ที่ผ่านการรับรองคุณสมบัติบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
  • ปลูกสร้างที่อยู่อาศัย โดยใช้แบบบ้านประหยัดพลังงานของธนาคาร ที่ได้รับการรับรองคุณสมบัติบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
  • เป็นลูกค้าสวัสดิการ และลูกค้ารายย่อยทั่วไป

เอกสารสำหรับการขอสินเชื่อ

เอกสารส่วนบุคคล

  • บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรข้าราชการ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน / สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า / ใบมรณะบัตร
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส (ถ้ามี)

เอกสารทางการเงิน

พนักงานประจำ

  • หนังสือผ่านสิทธิสวัสดิการ / หนังสือรับรองเงินเดือน
  • สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการรับเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
  • สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน (กรณีอาชีพประจำ)

ผู้ประกอบอาชีพอิสระ

  • สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน/หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่นๆ (พร้อมเอกสารฉบับจริง)
  • สำเนาทะเบียนการค้า/ทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน
  • หลักฐานการเสียภาษีเงินได้
  • รูปถ่ายกิจการ
  • สำเนาใบประกอบวิชาชีพ

เอกสารหลักประกัน

  • สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย / สัญญาวางมัดจำ
  • ใบอนุญาตปลูกสร้าง 
  • สำเนาโฉนดที่ดิน/นส.3ก 
  • แบบแปลน
  • ใบประมาณการปลูกสร้าง / สัญญาว่าจ้างก่อสร้าง

**  ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการขอเอกสารต่างๆของผู้กู้เพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบพิจารณาการให้สินเชื่อของธนาคาร **

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้าน และต้องการใช้โปรโมชั่นตัวนี้ อย่างแรกเลย ต้องซื้อบ้านที่ผ่านการรับรองบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งในปี 2567 นี้ ก็มีหลายโครงการ ดังนี้

  • บริษัท อรสิริน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด โครงการที่เข้าร่วม ฮาบิแทท ซุปเปอร์ไฮเวย์ และ ฮาบิแทท รวมโชค
  • บริษัท ศรีไทยใหม่วัสดุภัณฑ์ จำกัด โครงการที่เข้าร่วม บ้านหลังแรกดอนหัน 1
  • บริษัท มาลาดา จำกัด โครงการที่เข้าร่วม มาลาดา แกรนด์ คูลี่
  • บริษัท นนทวี เรสซิเด้นซ์ จำกัด โครงการที่เข้าร่วม นนทวี ไพรม์ 8
  • บริษัท มิตรตรัง คอนสตรัคชั่น จำกัด โครงการที่เข้าร่วม Devana Cleo by ว.แลนด์เฮาส์ , The Imperial Casa by ว.แลนด์เฮาส์ และ Western Blue by ว.แลนด์เฮาส์
  • บริษัท คิงส์ บูรพา เรียลเอสเตท จำกัด โครงการที่เข้าร่วม น้ำทิพย์ฟอร์จูนทาวน์@304
  • บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด โครงการที่เข้าร่วม ดิ อิเธอร์นิตี้ กรีนวู้ด รังสิต – วงแหวน
  • บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) โครงการที่เข้าร่วม โครงการที่เข้าร่วม ศุภาลัย ซีนิค เบย์ คอนโด ภูเก็ต
  • บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม (ประเทศไทย) จํากัด โครงการที่เข้าร่วม เดอะ แกรนด์ แจ้งวัฒนะ-เมืองทองฯ และ แกรนดิโอ 2 วิภาวดี-รังสิต
  • บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) โครงการที่เข้าร่วม บ้านฟ้ากรีนเนอรี่ นีโอลา รังสิต คลอง2 , บ้านฟ้ากรีนเนอรี่ นีโอลา วงแหวน ลำลูกกา คลอง7 และ เอ็นซี ทิวา ปิ่นเกล้า-สาย5
  • บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) โครงการที่เข้าร่วม บ้านกลางเมือง Classe รัชดา-ลาดพร้าว (โชคชัย 4) , บ้านกลางเมือง North ราชพฤกษ์ (ท่าอิฐ) , พลีโน่ สุขสวัสดิ์-ประชาอุทิศ 60 และ พลีโน่ เพชรเกษม 81 (พุทธสาคร ซ.เหล็กเส้น)

สำหรับโครงการต่างๆ ที่เข้าร่วมนั้น ทางทีมงานได้เข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมแล้วพบว่า บางโครงการจะเข้าร่วมเฉพาะบ้านบางแบบเท่านั้น แนะนำให้ทุกท่านที่สนใจ ลองสอบถามข้อมูลจากโครงการที่สนใจอีกครั้งครับ หรือจะสอบถามกับทางธนาคารอาคารสงเคราะห์โดยตรงก็ได้เช่นกัน ส่วนโครงการที่เข้าร่วมนั้นสามารถเข้าไปดูอัพเดตเพิ่มเติมกันได้ที่ เว็บไซต์โครงการบ้านเบอร์ 5 ลิงค์ https://homeno5.egat.co.th/certified-projects/

โปรโมชั่นสินเชื่อบ้านเบอร์ 5 ทางผู้สนใจจะต้องยื่นคำขอ และทางธนาคารอนุมัติภายใน 30 ธันวาคม 2567 นี้เท่านั้นครับ ท่านใดสนใจก็รีบเลยครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

นายกฯสั่งไทยลุย “พลังงานสะอาด” เน้นย้ำทุกครัวเรือนต้องมีต้นทุนต่ำ พร้อมเร่งปรับปรุงหลักเกณฑ์คัดเลือกและการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด

นาทีนี้ทั่วโลกกำลังโฟกัสไปที่พลังงานสะอาด รวมถึงประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง ทั้งรัฐ และเอกชน ต่างให้ความสำคัญ และเปิดแผนเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง ล่าสุด นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 3/2567 เมื่อเร็วๆนี้ว่า จะให้ความสำคัญเรื่องราคาพลังงาน และพลังงานสะอาด หากกระทรวงหรือหน่วยงานใด มีแผนการดำเนินการอยู่แล้ว ก็ขอให้เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และให้เร่งปรับปรุงหลักเกณฑ์คัดเลือกและการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

โดยเฉพาะสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA) สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ นอกจากนี้ที่ประชุมได้กำหนดอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร และน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร รวมทั้งก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ใช้เป็นก๊าซหุงต้มหรือก๊าซไฮโดรคาร์บอนเหลว พ.ศ. 2567 เริ่มใช้วันที่ 1 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้นายกฯ ได้เน้นย้ำเรื่องราคาพลังงานขอให้คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญเพราะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจและครัวเรือน ซึ่งจากการเดินทางไปเยือนต่างประเทศพบว่าทุกประเทศล้วนให้ความสนใจพลังงานสะอาดเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงขอให้ให้ความสนใจเรื่องนี้ให้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลงทุนต่าง ๆ ในการที่จะดึงดูดนักลงทุนและเอื้อต่อการลงทุน ซึ่งการขยายและขับเคลื่อนพลังงานสะอาด หากกระทรวงหรือหน่วยงานใด มีแผนการดำเนินการอยู่แล้ว ก็ขอให้เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ อย่าให้เกิดความล่าช้า

  • ขอให้เร่งปรับปรุงหลักเกณฑ์คัดเลือกและการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
  • การพิจารณา Direct PPA กรณีที่กำหนดเป้าหมายอนุญาตให้เฉพาะบริษัท Data Center ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ขอให้พิจารณาไปถึงกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
  • น้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร และน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ในอัตรา 0.0500 บาทต่อลิตร
  • ก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ใช้เป็นก๊าซหุงต้มหรือก๊าซไฮโดรคาร์บอนเหลว ในอัตรา 0.0000 บาทต่อกิโลกรัม

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักรและน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรและก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ใช้เป็นก๊าซหุงต้มหรือก๊าซไฮโดรคาร์บอนเหลว พ.ศ. …. และมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) นำเสนอประธานกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติลงนามต่อไป

ที่มา: รัฐบาลไทย
Source : Spring News

ไทยเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดต่อเนื่อง คาดปี 2580 จะเน้นสัดส่วนของก๊าซธรรมชาติจะลดลงเหลือ 41 % และสัดส่วนพลังงานสะอาดจะเพิ่มเป็น 51% รับเทรนด์โลก

ควันหลงเวทีปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายและทิศทางพลังงานไทย” ใน IEEE PES Dinner Talk 2024 โดย สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) หนึ่งในไฮไลท์สำคัญ “ดร.ประเสริฐ  สินสุขประเสริฐ”  ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ปี2568 นโยบายด้านพลังงานที่สำคัญของไทยจะให้ความสำคัญเรื่องการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาดให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่สัดส่วนการผลิตไฟฟ้ามากจากก๊าซธรรมชาติ ประมาณ 60% และสัดส่วนพลังงานสะอาด 26%

สำหรับการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ PDP2024 ภายในปี 2580 จะเน้นสัดส่วนของก๊าซธรรมชาติจะลดลงเหลือ 41 % และสัดส่วนพลังงานสะอาดจะเพิ่มเป็น 51%  ทั้งนี้ให้เป็นไปตามทิศทางที่สอดคล้องกับเทรนด์โลก ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Climate Change เนื่องจากแต่ละประเทศมีเป้าหมายชัดเจนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ทั้งนี้นโยบายพลังงานของไทยเน้นให้ความสำคัญการส่งเสริมพลังงานสะอาดเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ผลักดันไทยสู่ Digital Hub ของอาเซียน ส่งเสริมการลงทุนโครงการ Data Center และ Cloud Service ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเห็นได้จากการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ โดยที่ผ่านมามากกว่า 46 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 167,989 ล้านบาท

“เราได้เตรียมความพร้อมเรื่อง Direct PPA กว่า2,000 เมกะวัตต์  และยังมีนโยบายไฟฟ้าสีเขียว Utility Green Tariff  สิ่งที่นักลงทุนต้องการคือ ไฟฟ้าสะอาด และต้องเป็นไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ดังนั้นเราต้องทำอย่างไรให้ไฟฟ้ามีความมั่นคงต่อเนื่อง รวมถึงต้องมีคุณภาพ ไม่มีเหตุการณ์ไฟฟ้าตก หรือดับ เราจะต้องพร้อมจ่ายไฟฟ้าตลอดเวลา”

ไทยชู “แผนพลังงานใหม่”  ปี’80 ลดก๊าซธรรมชาติเหลือ 41 % เพิ่มพลังงานสะอาด 51%

ไม่เพียงเท่านี้ในปี2568 ยังจะมีนโยบายจัดหาแหล่งพลังงานใหม่ในประเทศ ด้วยการเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม บนบกรอบที่25  โดยคาดว่าจะมีปริมาณทรัพยากรน้ำมันดิบอยู่ที่ 5.76 ล้านบาร์เรล และก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ 20.7 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต พร้อมกันนี้มีเงินลงทุนในการสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียมประมาณ 73.75 ล้านเหรียญสหรัฐ 

ขณะเดียวกันยังเตรียมเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 26 ในฝั่งอันดามัน ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า มีหลายบริษัทให้ความสนใจ อีกทั้งยังมีพื้นที่อ้างสิทธิทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา หรือ OCA ที่เป็นพื่นที่ที่มีความน่าสนใจ และเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพมีโอกาสพบปิโตรเลียม โดยหากรัฐบาลสามารถเจรจาข้อยุติและสามารถเข้าไปพัฒนานำปิโตรเลียมมาใช้ประโยชน์ได้ จะสามารถช่วยลดการนำเข้าพลังงานได้มากเลยทีเดียว เนื่องจากปัจจุบันที่ไทยต้องพึ่งพาพลังงานนำเข้ากว่า 75% นี่คือสาเหตุที่ทำให้ไทยเรามีต้นทุนค่าไฟสูง

อย่างไรก็ตามนโยบายปี2568 ยังจะเน้นเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานรวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบรองรับการใช้งานพลังงานไฮโดรเจน  การเพิ่มขีดความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบมาใช้ผลิต เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน(SAF)ให้เพียงพอการใช้งานในปี 2569 และการใช้ประโยชน์แหล่งปิโตรเลียมให้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน (CCS) ด้วย

ที่มา: กระทรวงพลังงาน

Source : Spring News

เปิดนโยบายพลังงานปี 2568 รัฐมุ่งส่งเสริมพลังงานสะอาด  ควบคู่การจัดหาแหล่งพลังงานใหม่ในประเทศ ในขณะที่ 3 การไฟฟ้า ทั้ง EGAT MEA และ PEA เตรียมพร้อมลงทุนรับมือพลังงานหมุนเวียนที่จะเพิ่มสัดส่วนมากขึ้นในอนาคต 

งาน IEEE PES Dinner Talk 2024 โดย สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ซึ่งจัดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องวิภาวดี บอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพ ไฮไลท์ที่น่าสนใจอยู่ที่การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายและทิศทางพลังงานไทย” โดย ดร.ประเสริฐ  สินสุขประเสริฐ  ปลัดกระทรวงพลังงาน และการเสวนาบนเวที หัวข้อ ”ระบบไฟฟ้าและพลังงานรูปแบบใหม่ : การพลิกโฉมสู่ความล้ำสมัยและความพร้อมในการปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่น” โดยมีผู้ร่วมอภิปรายประกอบด้วย นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง(MEA) และ นาย ศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ซึ่งได้รับความสนใจรับฟังจากบุคคลในวงการอุตสาหกรรมไฟฟ้า อย่างคับคั่ง 

ดร.ประเสริฐ  สินสุขประเสริฐ  ปลัดกระทรวงพลังงาน

โดยสรุปเนื้อหาสำคัญที่ ดร.ประเสริฐ  สินสุขประเสริฐ  ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงนโยบายด้านพลังงานที่สำคัญของไทยในปี 2568 ว่า จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาดให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่สัดส่วนการผลิตไฟฟ้ามากจากก๊าซธรรมชาติ ประมาณ60% และสัดส่วนพลังงานสะอาด 26% นั้นในการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ PDP2024 ภายในปี 2580 สัดส่วนของก๊าซธรรมชาติจะลดลงเหลือ 41 % และสัดส่วนพลังงานสะอาดจะเพิ่มเป็น 51%  โดยเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับเทรนด์โลกที่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ Climate Change ที่แต่ละประเทศมีเป้าหมายชัดเจนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเรื่องดังกล่าวจะกลายเป็นเงื่อนไขการค้าการลงทุนในอนาคต 

ส่งเสริมพลังงานสะอาดเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ 

ทั้งนี้นโยบายพลังงานของไทยมองทิศทางการส่งเสริมพลังงานสะอาดเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ  โดยเตรียมพร้อมที่จะเป็น Digital. Hub ของอาเซียน ซึ่งการที่นักลงทุนหลายรายสนใจที่จะลงทุนในโครงการ Data Center และ Cloud Service เห็นได้จากการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ รวม 46 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 167,989 ล้านบาท เพราะเรามีการเตรียมความพร้อมเรื่อง Direct PPA กว่า2,000 เมกะวัตต์ รวมถึงนโยบายไฟฟ้าสีเขียว Utility Green Tariff  เอาไว้ เพราะสิ่งที่นักลงทุนต้องการคือ ไฟฟ้าสะอาด ทั้ง 100 หรือ RE100 และต้องเป็นไฟฟ้าที่มีคุณภาพ จึงเป็นความท้าทายของ 3 การไฟฟ้า ทั้ง  EGAT , MEA , PEA ว่าจะทำอย่างไรให้ไฟฟ้าที่ใช้มีความมั่นคงและมีคุณภาพ ไม่มีไฟฟ้าตกหรือดับ พร้อมจ่ายไฟฟ้าตลอดเวลา  ในขณะที่ต้นทุนค่าไฟฟ้า นักลงทุนมองเป็นเรื่องที่มีความสำคัญรองลงไป

ส่งเสริมการจัดการแหล่งพลังงานใหม่ในประเทศ 

นอกจากนี้ ในนโยบายพลังงานปี 2568 ยังมีเรื่องการจัดหาแหล่งพลังงานใหม่ในประเทศ โดยการเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม บนบกรอบที่25  คาดว่าจะมีปริมาณทรัพยากรน้ำมันดิบ ประมาณ 5.76 ล้านบาร์เรล และก๊าซธรรมชาติ ประมาณ 20.7 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต มีเงินลงทุนในการสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียม ไม่น้อยกว่า 73.75 ล้านเหรียญสหรัฐ  นอกจากนี้ จะมีการเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 26 ในฝั่งอันดามัน ซึ่งมีหลายบริษัทให้ความสนใจเพราะเห็นการมีความเป็นไปได้ที่จะพบปิโตรเลียม   และพื้นที่อ้างสิทธิทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา หรือOCA ที่กำลังอยู่ในความสนใจและเชื่อว่ามีศักยภาพที่จะพบปิโตรเลียม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับแหล่งเอราวัณที่มีการผลิตปิโตรเลียมอยู่ในปัจจุบัน ประมาณ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยหากรัฐบาลสามารถเจรจาได้ข้อยุติและสามารถเข้าไปพัฒนานำปิโตรเลียมมาใช้ประโยชน์ได้ จะช่วยลดการนำเข้าพลังงาน จากปัจจุบันที่ไทยต้องพึ่งพาพลังงานนำเข้ากว่า 75% ช่วยสร้างความมั่นคงพลังงาน และ ช่วยให้ค่าไฟฟ้าถูกลง   โดย ดร.กล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่าการเจรจาเรื่องOCA ไทย-กัมพูชา จะไม่กระทบเรื่องเขตแดน ไม่ทำให้ไทยเสียพื้นที่เกาะกูด อย่างแน่นอน 

“ การที่ไทยต้องพึ่งพาพลังงานนำเข้าถึงร้อยละ75 ทำให้ราคาน้ำมันหรือ LNG ตลาดโลก ที่มีปัจจัยจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลต่อราคาในประเทศ ดังนั้นการที่เรามีแหล่งพลังงานในประเทศเพิ่มขึ้น จะช่วยลดการนำเข้า และช่วยลดต้นทุนราคาค่าไฟฟ้าลงได้ ” ดร.ประเสริฐ กล่าว

นโยบายพลังงานในปี 2568 ยังสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานหรือ Energy Transition ด้วย เช่นการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและกฏระเบียบรองรับการใช้งานพลังงานไฮโดรเจน  การเพิ่มขีดความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบมาใช้ผลิต เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน(SAF)ให้เพียงพอการใช้งานในปี 2569  และการใช้ประโยชน์แหล่งปิโตรเบียมให้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน (CCS) โดยมีความร่วมมือกับทางญี่ปุ่นศึกษาแหล่งปิโตรเลียมอาทิตย์ ในอ่าวไทย ส่วนบนบก มีที่แม่เมาะ และน้ำพอง

โดยนโยบายพลังงานของไทย ยังคงยึดมั่นใน3หลักการสำคัญคือ ระบบไฟฟ้ามั่นคง(Security) มีราคาที่เหมาะสม (Economy)และมีความยั่งยืน (Sustainable) 

ทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT)

เปลี่ยน Fossil Based เป็น Green Based โจทย์ท้าทายกฟผ.

นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT)กล่าวถึงการบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนที่เข้ามาในระบบจำนวนมากในอนาคตกว่า 50 % ได้อย่างไร ให้ยังมีความมั่นคงพลังงาน เพราะเป็นเหมือนการเปลี่ยนจาก Fossil Based เป็น Green Based  ว่าถือเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับกฟผ.  เพราะทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม จะผลิตไฟฟ้าได้เพียงบางช่วงที่มีแสงแดดและมีลมเท่านั้น ต่างจากพลังงานฟอสซิลที่ผลิตไฟฟ้าและจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตลอด24ชั่วโมงในทุกๆวัน

ในอดีตเวลาดูเรื่องความมั่นคง กฟผ.จะบริหารเรื่องดีมานด์และซัพพลายให้เท่ากันตลาดเวลา  แต่วันนี้แสงแดดและลมไม่ทราบว่าจะมาตอนไหน จึงต้องมีเทคโนโลยี่มาช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการเช่น Virtual  Power Plants -VPP , RE Forecast Center และ Grid Modernization รวมถึงตัวโรงไฟฟ้าของกฟผ.ก็ต้องมีความยืดหยุ่นที่จะหรี่กำลังการผลิตลงได้ เมื่อมีไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลม ส่งเข้ามาในระบบ และต้องสามารถที่จะเร่งกำลังการผลิตเข้าไปทดแทนให้ได้ ในช่วงที่ไม่มีไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ และลม  อย่างไรก็ตาม การหรี่กำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าหลักยังทำได้จำกัด บางช่วงที่มีกำลังผลิตส่วนเกิน กฟผ.จึงต้องนำไปใช้ประโยชน์อื่นเช่นเก็บไว้ในระบบแบตเตอรี่   การนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าระบบสูบกลับ หรือในอนาคตกำลังมองเรื่องการนำไปผลิตเป็นไฮโดรเจน  รวมถึงในอนาคตมีความจำเป็นที่จะต้องมีโรงไฟฟ้าทางเลือก เช่นโรงไฟฟ้าSMR หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดจิ๋ว ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจเข้ามาช่วยเสริมความมั่นคงในระบบ 

นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง(MEA)(กลาง)

MEA ปรับระบบรองรับทุกพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของเมืองในอนาคต 

นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง(MEA) กล่าวว่า MEA มุ่งสู่เป็นการไฟฟ้าของคนเมืองยุคใหม่ ที่เน้นทั้งเรื่องความมั่นคงไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ และความยืดหยุ่นของระบบที่สามารถรองรับทุกพฤติกรรมของผู้ใช้ไฟฟ้า  โดยในยุทธศาสตร์ขององค์กร MEA มองไปในอีก20ปีข้างหน้า ที่เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร  จะกลายเป็น Smart City., Smart Mobility   Smart Government  Smart Economy เรื่องของการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ การเข้ามาของ Data Center ที่มีความต้องการใช้ไฟสูง เรื่องของ Head Quater ที่จะเข้ามาตั้งสำนักงาน  การขนส่งที่จะเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้ามากขึ้น วัฒนธรรมการอยู่อาศัย การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป  ในขณะที่เมืองก็ต้องการทัศนียภาพ ความสวยงาม  ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่MEA ต้องนำมาคิดออกแบบ วางแผน กำหนดเป็นวิสัยทัศน์ ว่าจะเข้าMEAไปรองรับทุกความต้องการใช้นี้ได้อย่างไร 

MEA เราเอาความต้องการผู้ช้ไฟฟ้าเป็นตัวตั้ง ซึ่ง เป็นที่มาของการปรับระบบสายส่งจาก Conventional. Grid  เป็น Smart  Metro Grid  เป็นระบบไฟฟ้าใต้ดิน เราติดตั้งอุปกรณ์ ระบบจำหน่าย จะเป็น Smart Equipment เน้นเรื่องของความปลอดภัย  MEA มีแผนวางระบบสายใต้ดินให้ได้ 300 กิโลเมตรในปี2572  แต่ยังมีพื้นที่ในกรุงเทพมหานครที่จะต้องวางระบบสายใต้ดินอีกกว่า1,000กิโลเมตร ซึ่ง MEA พยายามที่จะทำให้ได้มากที่สุด 

ศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)(ซ้าย)

PEA เข้าใจระบบจำหน่ายตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และลงมือทำทันที

นาย ศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) กล่าวว่า พลังงานสะอาดที่เกี่ยวข้องกับ PEA จะเป็นขนาดเล็กและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นตลอด   ทั้งนี้ อนาคตของระบบจำหน่ายไฟฟ้า PEA จำเป็นจะต้องมีความเข้าใจระบบจำหน่ายตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง  เพื่อปรับอุปกรณ์ ระบบต่างๆให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ครบทั้ง 12 เขตที่PEA ให้บริการ เพื่อให้เป็น Smart Transformers ไม่ว่าพฤติกรรมผู้ใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไปทั้งการชาร์ตรถอีวี ที่ไม่แน่นอน หรือพลังงานแสงอาทิตย์ที่ไม่เสถียร  พีคไฟฟ้าที่เปลี่ยนเวลาไป ทั้งหมดนี้ PEA จะต้องมองเห็นและคาดการณ์ได้ทั้งหมด เพื่อที่จะเข้าไปควบคุมให้ได้   

เขากล่าวด้วยว่า ในอนาคตนักลงทุนที่ต้องการพลังงานสะอาด เช่นกลุ่ม Data Center ไม่ว่าจะเป็นจำนวน 100 เมกะวัตต์ หรือ 1,000 เมกะวัตต์ PEA จะต้องเป็น One Stop Service ที่ต้องประสานให้เกิดขึ้นให้ได้บนระบบจำหน่ายของPEA  โดยล่าสุดที่เพิ่งมีการลงนาม PEAมีการคิดค่าบริการสายจำหน่ายโดย บวกเพิ่มแค่ 0.059 บาทต่อหน่วย ซึ่งจูงใจให้เกิดการลงทุน 

“PEA รู้บทบาทและลงมือทำให้เห็นทันที ไม่ใช่ใส่ไว้แค่ไหนยุทธศาสตร์เท่านั้น ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญในเรื่องของคน เราส่งคนไปอบรมในหลักสูตรต่างๆ เพื่อที่จะให้สามารถทำงานรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้” นายศุภชัย กล่าว 

Source : Energy News Center

Juneyao JY AIR เปิดตัวจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยราคาเริ่มต้น 7.59 – 8.69 แสนบาท ระยะทางวิ่งได้ไกล 430 – 520 กม./ชาร์จ ซึ่งราคานี้จะมีออปชั่นและสเปคที่น่าสนใจอะไรบ้างมาดูไปพร้อมๆกัน

Juneyao JY AIR กำลังเป็นกระแสในประเทศไทย แบรนด์ Juneyao เป็นที่รู้จักในฐานะสายการบินสัญชาติจีน Juneyao Airlines ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น JY AIR รุ่นใหม่ในไทย ด้วยราคาเริ่มต้น 7.59 – 8.69 แสนบาท และระยะทางที่วิ่งได้ไกลสุด 520 กม./ชาร์จ พร้อมโปรโมชั่นแจกตั๋วเครื่องบินฟรี 4 ที่นั่ง นานถึง 3 ปีสำหรับลูกค้าใหม่ ชวนมาดูสเปคและออปชั่นของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ไปพร้อมๆกัน

CREDIT : Juneyao
CREDIT : Juneyao

สเปค Juneyao JY AIR

Juneyao JY AIR ขนาดตัวรถ ยาว 4,550 x กว้าง 1,860 x สูง 1,515 x ระยะฐานล้อ 2,800 (มม.)

Juneyao JY AIR เปิดตัวไทย ราคา 7.59 แสนบาท สเปควิ่งไกล 520 กม. แถมตั๋วบินฟรี 3 ปี

Juneyao JY AIR รุ่น Standard มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ CATL SENXING Lithium-ion (LFP) ขนาดความจุ 51 kWh แบบ CTP (Cell-to-Pack) ขับเคลื่อนล้อหลัง Rear-Wheel Drive, อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายในเวลาต่ำกว่า 7.9 วินาที, ความเร็วสูงสุด Top Speed 170 กม./ชม., วิ่งระยะทางสูงสุด 430 km. (มาตรฐาน NEDC) ชาร์จกระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 7 kW, กระแสตรง DC Fast Charging รองรับสูงสุด 70 kW

CREDIT : Juneyao
CREDIT : Juneyao

Juneyao JY AIR รุ่น Plus มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ CATL SENXING Lithium-ion (LFP) ขนาดความจุ 64 kWh แบบ CTP (Cell-to-Pack) ขับเคลื่อนล้อหลัง Rear-Wheel Drive, อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายในเวลาต่ำกว่า 7.9 วินาที, ความเร็วสูงสุด Top Speed 170 กม./ชม., วิ่งระยะทางสูงสุด 520 km. (มาตรฐาน NEDC), ชาร์จกระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 7 kW, กระแสตรง DC Fast Charging รองรับสูงสุด 138 kW

CREDIT : Juneyao
CREDIT : Juneyao

Juneyao JY AIR มาพร้อมหลายจุดที่น่าสนใจเช่น ระบบปฎิบัติการ Crystal OS, ระบบควบคุมรถ 3D, ระบบขับขี่อัตโนมัติ Autonomous Level 2+, ผ่านมาตรฐาน NCAP และ E-NCAP ระดับ 5 ดาว, ช่วงล่าง ด้านหน้า McPherson Strut / ด้านหลัง Five-Link, หลังคา Panoramic Roof ขนาด 2.072 ตารางเมตร, มาตรวัดแบบบ LCD ขนาด 10.25 นิ้ว, หน้าจอกลาง ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 15.6 นิ้ว, ระบบไฟสร้างบรรยากาส Ambient Light 256 สี

CREDIT : Juneyao
CREDIT : Juneyao

ราคา Juneyao JY AIR

Juneyao JY AIR รุ่น Standard ราคา 759,000 บาท

Juneyao JY AIR รุ่น PLUS ราคา 869,000 บาท

CREDIT : Juneyao
CREDIT : Juneyao

JY AIR มาพร้อมรับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 8 ปี หรือ 150,000 km., รับประกันมอเตอร์ นาน 8 ปี หรือ 150,000 km., รับประกันแบตเตอรี่ High-Voltage นาน 8 ปี หรือ 800,000 km., ฟรี สมาชิก Gold Membership Juneyao Airlines นาน 3 ปี, ฟรี บัตรโดยสาร สายการบิน Juneyao Airlines 4 ที่นั่ง นาน 3 ปี ไม่จำกัดเส้นทาง, ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นาน 1 ปี, ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน นาน 8 ปี (ระยะทางไม่เกิน 100 km.), ฟรี AC Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง

คุณพัชร์รวิพล สุรวรรธนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท จูนเหยา ออโต (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งเป้ายอดขาย Juneyao JY AIR ในงาน Motor Expo 2024 ไว้ที่ 300 คัน พร้อมส่งมอบรถล็อตแรกจากจีนภายในสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า บริษัทมีแผนขยายโชว์รูมให้ครบ 30 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2568 และเพิ่มเป็น 90 แห่งภายในปี 2571 พร้อมศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง ด้วยความร่วมมือกับ Juneyao Airline บริษัทมั่นใจว่าอะไหล่ทุกชิ้นจะถึงมือลูกค้าภายใน 3 วัน

Source : Spring News