เครื่องปรับอากาศถือได้ว่าเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟค่อนข้างมากในอันดับต้นๆ ซึ่งหลายท่านก็พยายามหาวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปิดเป็นเวลา หรือเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อน การตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศา บางท่านก็ลองวิธีที่มีการแนะนำต่อๆ กันมา ก็คือ ตั้งอุณหภูมิไปที่ 27 องศา แล้วเปิดพัดลมช่วย ซึ่งวิธีการต่างๆ เหล่านี้ก็ถือว่า ช่วยประหยัดไฟได้บ้าง แต่ก็ยังค่อนข้างสูงอยู่ดี ดังนั้นก็เลยมีการคิดค้น เครื่องปรับอากาศรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าที่ได้จากโซล่าร์เซลล์ ในชื่อ “แอร์โซล่าเซลล์”

แอร์โซล่าเซลล์คืออะไร?

แอร์โซลาร์เซลล์ คือ เครื่องปรับอากาศที่ผสานเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับระบบทำความเย็น ทำให้สามารถลดการพึ่งพาไฟฟ้าแบบปกติที่ใช้ตามบ้าน หรือสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักการทำงานคือ แผงโซลาร์เซลล์จะแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นกระแสไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้ในการขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในรูปแบบเดิมๆ อีกเลย ส่งผลให้เราไม่ต้องจ่ายค่าไฟในส่วนนี้นั่นเอง

แอร์โซลาร์เซลล์ แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลักๆ ก็คือ

  1. แอร์โซล่าร์เซลล์แบบ On-Grid เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของบ้าน สามารถจ่ายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้
  2. แอร์โซล่าร์เซลล์แบบ Off-Grid ไม่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของบ้าน ใช้งานได้แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง
  3. แอร์โซล่าร์เซลล์แบบที่ใช้ได้ทั้ง 2 ระบบ สามารถใช้ไฟจากระบบโซล่าร์เซลล์ก็ได้ หรือจะใช้ไฟบ้านปกติก็ได้

ข้อดีของแอร์โซล่าเซลล์

  • ประหยัดค่าไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่มีแสงแดด ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากถึง 50-70%
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน เหมาะสำหรับคนที่รักษ์โลกเป็นอย่างมาก
  • พึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องไฟฟ้าดับ หรือค่าไฟฟ้าที่ผันผวน
  • เทคโนโลยีทันสมัย เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

นอกจากจะมีข้อดีแล้ว แอร์โซล่าร์เซลล์ก็มีข้อสังเกตอยู่หลายๆ อย่างด้วยกัน

ข้อสังเกตของแอร์โซล่าเซลล์

  • ต้นทุนและราคาสูง แอร์โซล่าเซลล์มีราคาค่อนข้างสูง เพราะนอกจากจะมีตัวเครื่องแล้ว ยังต้องมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง และซื้ออุปกรณ์อื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็น แผงโซล่าเซลล์ , อินเวอร์เตอร์, แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ควบคุม
  • ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ การผลิตไฟฟ้าของแผงโซลาร์เซลล์ขึ้นอยู่กับปริมาณแสงแดดโดยตรง ในวันที่ฝนตกหรือเมฆมาก การผลิตไฟฟ้าจะลดลง และอุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์ได้
  • มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเพิ่มเติม นอกจากจะต้องทำความสะอาดแอร์เหมือนแอร์ปกติแล้ว แผงโซลาร์เซลล์จำเป็นต้องทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อขจัดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่บนผิวแผง ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า
  • แบตเตอรี่ราคาสูง สำหรับระบบที่มีแบตเตอรี่อยู่ด้วย ก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนของแบตเตอรี่เพิ่มเติม ซึ่งมีราคาสูง และมีอายุการใช้งานจำกัด
ภาพประกอบ : https://www.chaisinsolarcell.com/

ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับติดตั้งแอร์โซล่าร์เซลล์

  • แอร์ Solar Hybrid 1 ชุด
  • แผงโซล่าเซลล์ ขนาด 550w จำนวน 2 แผง
  • เบรกเกอร์ DC BOX 1 ชุด
  • สายไฟ PV 20 เมตร
  • MC-4 Link จำนวน 4 คู่
  • ติดตั้งแบบมาตรฐาน โดยทีมช่างผู้ชำนาญการ

หลักการทำงานของแอร์โซล่าร์เซลล์

แอร์โซลาร์เซลล์ทำงานโดยการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อนำมาใช้ในการทำความเย็น ซึ่งแตกต่างจากแอร์ทั่วไปที่ใช้ไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้าหลัก โดยหลักการทำงานโดยรวมสามารถสรุปได้ดังนี้

  1. การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ แผงโซลาร์เซลล์จะทำหน้าที่รับพลังงานจากแสงอาทิตย์และแปลงเป็นกระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DC)
  2. การแปลงกระแสไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์จะทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรงที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์ให้เป็นกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ซึ่งเป็นชนิดที่เครื่องปรับอากาศส่วนใหญ่ใช้
  3. การจ่ายไฟให้เครื่องปรับอากาศ กระแสไฟฟ้ากระแสสลับที่ได้จากอินเวอร์เตอร์จะถูกส่งไปยังเครื่องปรับอากาศเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำความเย็น
  4. กระบวนการทำความเย็น เครื่องปรับอากาศจะทำงานตามหลักการทำความเย็นทั่วไป โดยคอมเพรสเซอร์จะอัดสารทำความเย็นให้มีแรงดันสูง แล้วปล่อยให้ไหลผ่านคอยล์ร้อนเพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอก จากนั้นสารทำความเย็นจะไหลผ่านคอยล์เย็นเพื่อดูดซับความร้อนภายในห้อง ทำให้อากาศเย็นลง

แอร์โซล่าร์เซลล์ กับแอร์ปกติทั่วไป ต่างกันอย่างไร

การตัดสินใจเลือกใช้แอร์โซลาร์เซลล์หรือแอร์ปกตินั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงงบประมาณ ความต้องการในการใช้พลังงาน และความสำคัญที่ให้กับสิ่งแวดล้อม มาดูตารางเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

คุณสมบัติแอร์โซลาร์เซลล์แอร์ปกติ
แหล่งพลังงานหลักพลังงานแสงอาทิตย์ไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้าหลัก
ค่าไฟฟ้าประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว โดยเฉพาะช่วงกลางวันค่าไฟฟ้าขึ้นอยู่กับการใช้งาน
สิ่งแวดล้อมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสร้างมลพิษจากการผลิตไฟฟ้า
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายสูงกว่าแอร์ปกติ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์อื่นๆต่ำกว่าแอร์โซลาร์เซลล์
การบำรุงรักษาต้องทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์เป็นประจำบำรุงรักษาตามปกติ
ความเสี่ยงประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสภาพอากาศไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ

ราคาแอร์โซล่าเซลล์

ราคาแอร์โซล่าร์เซลล์ นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทำให้ราคาแต่ละรุ่นและแต่ละแบรนด์แตกต่างกันออกไป การเลือกซื้อแอร์โซล่าร์เซลล์จึงต้องพิจารณาหลายปัจจัย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่ากับการลงทุน สำหรับราคาในปัจจบุัน ก็สามารถเปิดดูได้ตามเว็บไซต์ ซึ่งมีทั้งรูปแบบของการเอาแอร์ปกติ มาจัดชุดกับอุปกรณ์โซล่าร์เซลล์ แล้วขาย รวมถึงแอร์ที่ออกแบบมาตั้งแต่แรกเพื่อใช้กับโซล่าร์เซลล์เลย ในบทความนี้ก็ขอเอาราคาจากเว็บขายของออนไลน์มาให้ดูกันไปเลยครับ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาแอร์โซล่าร์เซลล์

  • ขนาด BTU ขนาดของแอร์จะส่งผลโดยตรงต่อราคา ยิ่ง BTU สูง ราคาจะยิ่งสูงขึ้น
  • แบรนด์: แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักจะมีราคาสูงกว่าแบรนด์ทั่วไป
  • คุณภาพวัสดุ: วัสดุที่ใช้ในการผลิต เช่น คอยล์ร้อน คอยล์เย็น และคอมเพรสเซอร์ มีผลต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของแอร์ ซึ่งส่งผลต่อราคา
  • จำนวนแผงโซลาร์เซลล์: จำนวนแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าจะส่งผลต่อราคาโดยตรง
  • ขนาดและประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์ แผงโซลาร์เซลล์ที่มีขนาดใหญ่และมีประสิทธิภาพสูงจะมีราคาสูงกว่า
  • อุปกรณ์เสริม อุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น แบตเตอรี่ อินเวอร์เตอร์ และระบบควบคุม จะเพิ่มต้นทุนให้กับระบบ
  • ค่าติดตั้ง ค่าแรงในการติดตั้งระบบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินสายไฟและติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์

บทสรุป

แม้ว่าแอร์โซลาร์เซลล์จะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าไฟฟ้าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็มีข้อจำกัดและข้อควรพิจารณาบางประการที่ผู้สนใจควรศึกษาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจติดตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของต้นทุน การบำรุงรักษา และประสิทธิภาพที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ซึ่งถ้าจะให้บอกว่าเหมาะกับใคร ก็น่าจะเหมาะกับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศอยู่ตลอดทั้งวัน ซึ่งอาจจะเป็นที่พักอาศัยในเขตที่มีอากาศร้อน หรือความจำเป็นด้านอื่นๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหากใช้ในระยะยาวครับ

Photo : freepik.com

ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนกำลังส่งสัญญาณผ่านสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ภัยธรรมชาติ เช่น พายุ น้ำท่วม ไฟป่าใหญ่ ฯลฯ สะท้อนให้เห็นว่าภาวะโลกร้อน ไม่ใช่ปัญหาไกลตัวอีกต่อไป

ทั่วโลกต่างดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่ไม่มีประเทศใดในโลกจะไม่ได้พบเจอ  โดยเฉพาะ “ภาคธุรกิจ” ที่ถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน และเป็นความหวังในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ขับเคลื่อนความยั่งยืนมาตลอด 77 ปี

“เซ็นทรัล รีเทล” ทำธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งในไทย เวียดนาม และอิตาลี มุ่งสร้างความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคม และขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนมาตลอด มีธุรกิจหลัก คือ ห้างสรรพสินค้า กลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต และฮาร์ดไลน์ (Hardline) ซึ่งถ้ามองในการดำเนินการธุรกิจ มีการดำเนินการเรื่องความยั่งยืนมาโดยตลอดแบบที่ไม่รู้ตัว 

“ปิยวรรณ ลีละสมภพ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ให้สัมภาษณ์“กรุงเทพธุรกิจ”ว่าเมื่อก่อนยังไม่มีใครพูดถึงความยั่งยืน แต่ปรัชญาการทำธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล ได้ทำเรื่องความยั่งยืนมาโดยตลอด 

“สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มเซ็นทรัล” พูดว่า ความสำเร็จของเราเติบโตขึ้นจากความตั้งใจแนวแน่ที่จะนำพาประเทศไทยก้าวไปสู่ความทันสมัย  เรายึดมั่นพันธสัญญาที่จะมีส่วนร่วมสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศ และช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชาวไทยทุกคน หมายความว่าสมัยนั้นไม่รู้จักคำว่า ยั่งยืน แต่ผู้ก่อตั้งมีวิสัยทัศน์ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน มีความตั้งใจจะยกระดับความเจริญให้แก่คนในพื้นที่นั้น”

การทำธุรกิจอยู่บนพื้นฐานการคิดเพื่อผู้อื่น การคิดเพื่อสังคม  และห้างไปตั้งพื้นที่ไหน พื้นที่นั้นจะมีความเจริญ อย่าง เซ็นทรัลลาดพร้าว เมื่อก่อนพื้นที่ตรงนั้นเป็นเพียงที่นา แต่เมื่อเซ็นทรัลไปตั้งทำให้ผู้คนมีงานทำ ยกระดับความเจริญ คุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในพื้นที่นั้น ๆ

\'ยั่งยืน\' สร้างไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ช่วยชุมชน

ความยั่งยืนผสมผสานอยู่ในการทำธุรกิจ

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญเรื่องการช่วยเหลือชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs และสร้างความเท่าเทียม ซึ่งแผนกหนึ่งของห้างจะมีการนำสินค้าชุมชนมาจัดจำหน่าย เป็นสินค้าท้องถิ่น งาน คราฟ งานฝีมือมาหลายสิบปี เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าแทนที่จะเป็นห้างที่มีสินค้านำเข้าเพียงอย่างเดียว ฉะนั้น การบริหารธุรกิจแบบยั่งยืน เรามีการนำความยั่งยืนผสมผสานอยู่ในการบริหารธุรกิจ เราสนับสนุนโดยใช้พื้นที่ของห้างสรรพสินค้าในการกระจายสินค้า ช่วยเหลือเกษตรกร ชุมชน SMEs และสร้างความเท่าเทียม 

เมื่อ  7-8 ปีที่ผ่านมา เทรนด์ความยั่งยืน การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการสร้างความเท่าเทียมมีมากขึ้น ได้มีการปรับวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ว่าเราจะไปพัฒนาพื้นที่ในทุกธุรกิจที่ไปสร้าง ไม่ว่าจะในไทย เวียดนาม และอิตาลี ฉะนั้น เมื่อสินค้ามาอยู่ที่ร้านเรา ลูกค้าของเราก็มีความสุขและสามารถมีทางเลือกในการซื้อสินค้าที่ผลิตโดยตรงจากเกษตรกร ชุมชนโดยไม่มีพ่อค้าคนกลาง 

ขณะเดียวกัน มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกร ชุมชนในพื้นที่พัฒนาแพคเกจจิ้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้เชือกกล้วย ทำกระทงใช้ไม้กลัดไม่ใช้แม็กเย็บ ผู้บริโภคได้ผักผลไม้ สินค้าการเกษตรที่ปลอดสารเคมี  และมีความร่วมมือกับพันธมิตร อย่าง  พนักงานของกลุ่มเซ็นทรัล จะเก็บฝาพลาสติกเพื่อนำไปให้กับทาง YOLO เพื่อพัฒนาเป็นเฟอร์นิเจอร์ เช่น ตู้หนังสือ โต๊ะ เก้าอี้   หรือพื้นที่ของไทวัสดุ จะเปิดให้ชุมชนนำผลิตภัณฑ์มาขาย  และเน้นการใช้ถุงกระดาษ ลดการใช้ถุงพลาสติก เป็นต้น

“ เราเป็นปลาใหญ่ แต่เราไม่ได้กินปลาเล็ก เราให้พื้นที่ของเราแก่ปลาเล็ก อย่าง SMEs ชุมชน เกษตรกร ร่วมโตไปกับเรา เนื่องจากในยุคสมัยนี้การโตคนเดียวคงไม่มีอีกแล้ว ต้องเป็นการเติบโตไปด้วยกันทั้งหมด” 

\'ยั่งยืน\' สร้างไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ช่วยชุมชน

\'ยั่งยืน\' สร้างไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ช่วยชุมชน

Mindset สร้างแรงกระเพื่อมช่วยโลก

 “การเป็น Green & Sustainable Retail & Wholesale ขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ CRC ‘ReNEW’ คือ1. Reduce Greenhouse Gas Emissions การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2. Navigate Environmental Responsibility สร้างทักษะและปลูกฝังความรับผิดชอบด้าน ESG ให้กับพนักงานทุกระดับ 3. Eco-Friendly Materials การส่งเสริมสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ4. Waste Management Solutions การบริหารจัดการขยะมูลฝอย 

“ปิยวรรณ” เล่าต่อไปว่าการสร้างแรงกระเพื่อมเรื่องความยั่งยืนในธุรกิจให้ได้มากขึ้น ต้องเริ่มจากเปลี่ยนMindset ในกลุ่มพนักงานก่อน ได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับโลกร้อน การจัดการขยะพลาสติกที่ การดูแลสิ่งแวดล้อม เพราะหากพนักงานเข้าใจเขากล้าพูด กล้าถามลูกค้าว่ารับถุงพลาสติกหรือไม่ และมาตอนนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับการลดใช้ถุงพลาสติก หลายคนไม่รับถุงพลาสติก

\'ยั่งยืน\' สร้างไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ช่วยชุมชน

การเข้าร่วมงาน Wonderfruit 2024 ซึ่งเป็นปีที่ 2 เป็นงานที่ขับเคลื่อนการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยภายในงานได้เนรมิตพื้นที่ CRC Sensory Space ซึ่งมีไฮไลท์เป็นผลงานศิลปะที่ทำมาจากวัสดุเหลือใช้ Installation Art ของ TAM:DA Studio  รวมถึง มีการเปิดให้สร้างลวดลายสุดพิเศษจากสีธรรมชาติ กรีนบนผ้าฝ้ายให้กลายเป็นผ้าพันคอ  หรือ เปิดประสบการณ์ที่จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายได้รู้สึกผ่อนกันด้วยการวัดคลื่นสมองผ่านเครื่อง EEG พร้อมทั้ง ทําผ้าพันคอสุดคิ้วท์ให้เจ้าตูบหรือเจ้าเหมียว ด้วยการเพ้นทและการปักมือ และลิ้มรสผลไม้สดออร์แกนิค คุณภาพพรีเมี่ยมที่คัดสรรมาจากผู้ประกอบการ SMEs ชุมชน และเกษตรกรโดยตรง  โดยภายในงานจะใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ 100%

ทั้งนี้การโฟกัสการทำธุรกิจแบบยั่งยืน เวลาโตต้องโตอย่าง Inclusive growth หรือ การเติบโตอย่างมีส่วนร่วม การเติบโตแบบทั่วถึงเปิดพื้นที่กระจายสินค้าให้แก่ชุมชน เกษตรกร ผู้ประกอบการSMES ควบคู่การพัฒนาพนักงานให้มี Mindset เรื่องความยั่งยืน มีการปรับแพคเกจจิ้ง ปรับการตลาดออนไลน์ ลดการใช้กระดาษ ลดพลาสติก ปรับทุกอณูของการทำธุรกิจโดยทุกแผนกจะต้องคิดว่าจะช่วยปรับ ช่วยโลกได้อย่างไร โดยไม่ได้มองว่าเป็นการลดต้นทุน แต่เป้าหมาย คือ การไม่สร้างขยะ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และไม่เป็นภาระให้แก่โลก

\'ยั่งยืน\' สร้างไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ช่วยชุมชน

\'ยั่งยืน\' สร้างไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ช่วยชุมชน

\'ยั่งยืน\' สร้างไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ช่วยชุมชน

\'ยั่งยืน\' สร้างไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ช่วยชุมชน

\'ยั่งยืน\' สร้างไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ช่วยชุมชน

\'ยั่งยืน\' สร้างไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ช่วยชุมชน

\'ยั่งยืน\' สร้างไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ช่วยชุมชน

\'ยั่งยืน\' สร้างไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เซ็นทรัล รีเทล เปิดพื้นที่ช่วยชุมชน

Source : กรุงเทพธุรกิจ

พลังงาน เผยการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้หยุดรับซื้อไฟฟ้าในโครงการโซลาร์ภาคประชาชนแล้ว หลังมีผู้สนใจแห่ร่วมโครงการเกินโควตา 90 เมกะวัตต์ หลังจากนี้ต้องรอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาขยายโควตาก่อน สำหรับในปี 2567 มีผู้สมัครร่วมโครงการกับ กฟน. และ PEA รวม 10,107 ราย รวมกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 65.72 เมกะวัตต์ โดยยอดสะสมตั้งแต่ปี 2564-2567 รวม 90 เมกะวัตต์

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้หยุดรับซื้อไฟฟ้าในโครงการโซลาร์ภาคประชาชนชั่วคราวแล้ว เนื่องจากมีผู้สนใจแห่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวกันเป็นจำนวนมากในปี 2567 จนเต็มโควตาที่เปิดรับซื้อ 90 เมกะวัตต์ โดยที่ผ่านมามีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่เดือน ม.ค.- มิ.ย. 2567 ประมาณ 100 เมกะวัตต์ แต่ผ่านการพิจารณาด้านเทคนิคแล้วรวม 89.8 เมกะวัตต์ และจากนั้นได้เต็มโควตาไปเมื่อประมาณเดือน ก.ย. 2567 ที่ผ่านมา

ดังนั้นหลังจากนี้ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จะต้องนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อพิจารณาเพิ่มโควตาการรับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (PDP 2024) ต่อไป

ทั้งนี้ที่ผ่านมา กพช. ได้กำหนดโควตาเปิดรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งบนหลังคา หรือ โซลาร์รูฟท็อป ในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน จำนวนรวม 90 เมกะวัตต์ ภายในเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2564-2573

โดยล่าสุดภาพรวมการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ในปี 2567 (ข้อมูล ณ วันที่ 12 ธ.ค. 2567) ทั้งในส่วนของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการประมาณ 10,107 ราย รวมกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 65.72 เมกะวัตต์

แบ่งเป็นทางด้าน กฟน. มีผู้ผลิตไฟฟ้าจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ จำนวน 4,174 ราย กำลังการผลิตติดตั้งรวม 23.15 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 3,740 ราย กำลังการผลิตติดตั้ง 20.4198 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้มีผู้ผลิตไฟฟ้าเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้นในปี 2567 จำนวน 7,914 ราย กำลังการผลิตติดตั้ง 43.91 เมกะวัตต์

ส่วนทางด้าน PEA นั้น ในปี 2567 มีผู้ทำสัญญาแล้ว แต่ยังไม่ผลิตไฟฟ้าเข้าระบบ ( COD ) 1,559 ราย กำลังการผลิตประมาณ 8.25 เมกะวัตต์ และส่วนที่ COD แล้ว 634 ราย กำลังการผลิตประมาณ 3.56 เมกะวัตต์ โดยรวมมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ประมาณ 2,193 ราย คิดเป็นกำลังผลิตติดตั้งประมาณ 11.81 เมกะวัตต์

ดังนั้นเมื่อนับตั้งแต่เปิดโครงการดังกล่าวในปี 2562-2567 จึงมีปริมาณกำลังผลิตติดตั้งรวมประมาณ 100.221 เมกะวัตต์ แต่หากนับเฉพาะในส่วนของ 2564-2567 ตามมติ กพช. ที่เปิดรับซื้อรวม 90 เมกะวัตต์ ก็พบว่าปริมาณรับซื้อเต็ม 90 เมกะวัตต์แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ประชาชนแห่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวนมาก เนื่องจากค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย ประกอบกับต้นทุนแผงโซลาร์เซลล์ปรับลดลง และประชาชนต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าลงทำให้หันมาติดตั้งโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าบนหลังคากันมากขึ้นนั่นเอง

สำหรับในช่วงเริ่มต้นโครงการฯ ปี 2562-2565 ที่เปิดรับซื้อไฟฟ้าแบบปีต่อปี พบว่ามีผู้เข้าร่วมโครงการไม่ถึงเป้าหมายแม้แต่ปีเดียว โดยเปิดรับซื้อไฟฟ้ารวม 260 เมกะวัตต์ แต่มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ผลิตไฟฟ้าเข้าระบบเพียง 9 เมกะวัตต์ ซึ่งแบ่งเป็นดังนี้

ในปี 2562 -2565 เปิดรับซื้อไฟฟ้าปีละ 100 เมกะวัตต์ แต่มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ ผลิตไฟฟ้าเข้าระบบเพียง 3-4 เมกะวัตต์เท่านั้น เนื่องจากราคารับซื้อไฟฟ้าที่ 1.68 บาทต่อหน่วย ไม่จูงใจ

ต่อมาในปี 2564 จึงปรับลดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าเหลือ 50 เมกะวัตต์ และปรับเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าเป็น 2.20 บาทต่อหน่วย แต่ก็มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อขายไฟฟ้าเพียง 3 เมกะวัตต์ เท่านั้น และในปี 2565 ได้ปรับลดเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าลงอีกครั้งเหลือ 10 เมกะวัตต์ ในราคาเดิมที่ 2.20 บาทต่อหน่วย แต่ก็มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ เพียง 1.37 เมกะวัตต์

จากนั้นในเดือน มี.ค. 2566 กกพ. ได้ปรับหลักเกณฑ์เป็นการรับซื้อระยะยาว 10 ปี (2564-2573) รวม 90 เมกะวัตต์ ซึ่งหลักเกณฑ์ใหม่ดังกล่าวก็เริ่มใช้ในปี 2566 นี้ และพบว่าประชาชนให้ความสนใจมากขึ้น มีการผลิตไฟฟ้าเข้าระบบรวมกว่า 10 เมกะวัตต์ จากเป้าหมาย 90 เมกะวัตต์ ใน 10 ปี และยังมีกลุ่มผู้ร่วมโครงการฯ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ (รอ COD) จำนวน 2,795 ราย กำลังการผลิตติดตั้ง 15.501 เมกะวัตต์ รวมเป็นปริมาณ 25.50 เมกะวัตต์

และล่าสุดในปี 2567 ณ เดือน มิ.ย. 2567 มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคิดเป็นปริมาณ 100 เมกะวัตต์ และเต็มโควตา 90 เมกะวัตต์แล้ว ( นับรวมตั้งแต่ปี 2564-2567) และต้องหยุดรับซื้อไฟฟ้าไปจนกว่าจะมีการเพิ่มโควตาใหม่อีกครั้ง

Source : Energy News Center

กระทรวงพลังงานผลักดันระบบ Solar Home ให้ทุกพื้นที่ได้มีไฟฟ้าใช้ เพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน หวังใช้โมเดลหมู่บ้านตะเพินคี่ ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เป็นตัวอย่างความสำเร็จ ติดตั้งให้พื้นที่ห่างไกลอื่นๆครอบคลุมทั่วประเทศ 

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา นายสิทธิชัย ณ นคร พลังงานจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยนายฉัตรชัย คุณโลหิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ได้นำคณะสื่อมวลชน เยี่ยมชม โครงการผลิตไฟฟ้าเพื่อชุมชนพึ่งพาตนเอง (Off Grid) ระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อบ้านพักอาศัย (Solar Home) หมู่บ้านตะเพินคี่ ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติพุเตย โดยในเขตอุทยานแห่งชาติยังติดข้อกฎหมายทำให้ไม่สามารถดำเนินการติดตั้งสายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าไปในพื้นที่ได้ อีกทั้งยังใช้งบประมาณสูง

สิทธิชัย ณ นคร พลังงานจังหวัดสุพรรณบุรี

หมู่บ้านตะเพินคี่เป็นหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง ตั้งอยู่บนเทือกเขาในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติพุเตย มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 58 ครัวเรือน ซึ่งมีเลขที่บ้านถูกต้อง แต่ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีอยู่ ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขนาด 120 วัตต์ต่อครัวเรือน ตั้งแต่ปี 2548  แต่เริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้ไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตประจำวันที่จำเป็น  ทางสำนักงานพลังงานจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวังยาว และอุทยานแห่งชาติพุเตย จึงเริ่มวางแผนและออกแบบการติดตั้งโซลาร์โฮมให้กับครัวเรือนในชุมชน ซึ่งถือเป็นการดำเนินงานตามนโยบายพลังงานเพื่อทุกคน (Energy for All) ของกระทรวงพลังงาน  และได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปี 2564 วงเงิน 2.8 ล้านบาท เพื่อติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนขนาด 500 วัตต์ พร้อมอุปกรณ์ ครบทั้ง 58 ครัวเรือน ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการใช้พลังงานทดแทนทั้งหมู่บ้านเฉลี่ย 4.5 toe (ตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ) ต่อปี

“การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าแบบโซลาร์โฮมที่หมู่บ้านตะเพินคี่ ช่วยให้คนในชุมชนมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอในชีวิตประจำวัน และทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น เพิ่มโอกาสการเรียนรู้ ช่องทางการรับข้อมูลข่าวสาร และที่สำคัญไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของอุทยานแห่งชาติพุเตย เนื่องจากเป็นระบบที่ติดตั้งบนหลังคาไม่ได้ปักเสา โครงการนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงพลังงานในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน มุ่งขับเคลื่อนให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าถึงพลังงาน ส่งเสริมพลังงานสะอาดควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” นายสิทธิชัย กล่าว

นายฉัตรชัย คุณโลหิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน

ด้านนายฉัตรชัย คุณโลหิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวเสริมว่า จากการพิจารณาสภาพปัญหาสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้าของหมู่บ้านตะเพินคี่ พบว่าการส่งเสริมการติดตั้งระบบโซลาร์ผลิตไฟฟ้าระดับครัวเรือน ในรูปแบบ Solar Home มีความเหมาะสม ไม่กระทบกับกฎระเบียบของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และเพียงพอต่อการใช้งานในครัวเรือน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต อีกทั้ง หากคำนวณระยะเวลาคืนทุนจากการติดตั้งระบบในพื้นที่ที่ไม่มีสายส่งไฟฟ้า (Off-grid) ในวงเงิน 2.8 ล้าน แล้วนั้น คิดเป็นระยะเวลาคืนทุนเพียง 5 ปี 5 เดือน และหากเปรียบเทียบกับกรณีการขยายสายส่งไฟฟ้า การติดตั้งระบบ Solar Home ดังกล่าว สามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการได้กว่า 6.5 ล้านบาท อีกทั้งยังไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อมและไม่ก่อปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่ชายขอบจากการปักเสาตั้งสายอีกด้วย

ทั้งนี้กระทรวงพลังงานยังมีแนวทางที่จะขยายการติดตั้งระบบ Solar Home ให้ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ และไม่เหมาะที่จะสร้างสายส่ง ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยอยู่ระหว่างการนำเสนอเพื่อพิจารณาของบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อดำเนินการต่อไป 

Source : Energy News Center

โตโยต้าประกาศเลื่อนผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จากปี 2026 เป็นกลางปี 2027 อ้างว่าต้องการเวลาพัฒนาเทคโนโลยีให้รองรับ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยง อาจทำให้โตโยต้าเสียโอกาสในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าให้กับคู่แข่ง

โตโยต้า ต้องการขยายระยะเวลาในการพัฒนาเพิ่มเพื่อรองรับการผสานรวมเทคโนโลยีล่าสุดในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นรายนี้มีแผนเริ่มต้นสายการผลิต Lexus EV รุ่นใหม่ในช่วงกลางปี 2027 จากเดิมที่วางแผนไว้ในปี 2026

CREDIT : ArenaEV
CREDIT : ArenaEV

การเลื่อนกำหนดการผลิตครั้งนี้ สืบเนื่องจากโตโยต้าต้องการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะนำออกสู่ตลาด โดยรถยนต์ต้นแบบที่เผยโฉมในงาน Japan Mobility Show เมื่อปลายปีที่ผ่านมา มีจุดเด่นที่ระยะการขับขี่ 1,000 กม./ชาร์จ และใช้เวลาชาร์จเต็มเพียง 20 นาที 

CREDIT : ArenaEV
CREDIT : ArenaEV

นอกจากนี้ โตโยต้ายังมีแผนที่จะนำเทคโนโลยี Giga-casting มาใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดระยะเวลาในการผลิตชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของตัวถังรถยนต์ เช่น ฐานล่างด้านหน้าและด้านหลัง ให้เป็นชิ้นเดียว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับ Tesla 

CREDIT : INSIDESEV
CREDIT : INSIDESEV

โตโยต้ายังมีแผนที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์ปฏิบัติการใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าโตโยต้าให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อผู้ผลิตรายอื่นให้ทำตามและมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมที่คล้ายคลึงกัน

แม้จะมีการเลื่อนกำหนดการผลิต แต่โตโยต้ายังคงตั้งเป้าหมายในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 1.5 ล้านคันทั่วโลกภายในปี 2026 ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) ที่คาดว่าจะมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต บ่งชี้ว่าโตโยต้าคาดหวังว่าความต้องการรถยนต์เหล่านี้จะยังคงเพิ่มขึ้น

แนวทางนี้อาจส่งผลกระทบต่อตลาดในวงกว้างโดยการรักษาโฟกัสไปที่เทคโนโลยีไฮบริดเป็นก้าวสำคัญไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ

CREDIT : LEXUS
CREDIT : LEXUS

โตโยต้า ยังคงมั่นใจว่าการเลื่อนกำหนดการผลิตในครั้งนี้ จะช่วยให้สามารถส่งมอบยานยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การตัดสินใจของโตโยต้าเผยให้เห็นถึงความท้าทายที่ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเผชิญ เมื่อต้องเปลี่ยนจากการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้กันมานานหลายทศวรรษ

Toyota ต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อสร้างสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ประสิทธิภาพการผลิต และพลวัตของตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ที่มา : NHK , ArenaEV
Source : Spring News