หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า หนึ่งในสาเหตุของปัญหาหมอกควัน และมลพิเษทางอากาศ เป็นเพราะ อุณหภูมิผกผัน (Temperature Inversion) ซึ่งมักจะเกิดในช่วงหน้าหนาว ทำให้ในช่วงนั้นเราจะพบกับสภาพอากาศมีแต่ฝุ่นควัน และมลพิษต่างๆ มากมาย ในบทความนี้ทางทีมงานจะพาทุกท่านไปรู้จักกันว่ามันคืออะไร สาเหตุในการเกิด ผลกระทบที่เกิดขึ้น และวิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้กัน

อุณหภูมิผกผัน (Temperature Inversion) คืออะไร

ในสภาวะปกติแล้ว อากาศบริเวณพื้นดินจะมีอุณหภูมิที่สูงกว่าอากาศที่อยู่ในระดับสูงๆ นั่นเป็นเพราะว่า ความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้แผ่ความร้อนไปยังพื้นผิวของโลกนั่นเอง ทำให้อากาศบริเวณพื้นดินจะมีอุณหภูมิที่สูงกว่า โดยหลักการแล้วอากาศที่มีความร้อนจะลอยตัวสูงขึ้นไป และช่วยพาพวกฝุ่นและมลพิษต่างๆ ลอยตัวขึ้นไปด้วย จากนั้นก็จะมีลมช่วยพัดพาฝุ่นและมลพิษต่างๆ ให้กระจายตัวออกไป ซึ่งก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องฝุ่นและมลพิษ

แต่ในสภาวะที่เกิด อุณหภูมิผกผัน จะเกิดสิ่งที่ตรงกันข้ามกันก็คือ อากาศบริเวณพื้นดินจะมีความเย็นกว่าอากาศในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งอากาศในระดับที่สูงขึ้นไป จะมีความร้อนที่สูงกว่า และถัดขึ้นไปอีกก็จะมีอากาศที่เย็นกว่า ดังนั้นมันจะเหมือนกับมีอากาศร้อนเข้ามาขั้นอยู่ตรงกลาง ระหว่างอากาศเย็นที่อยู่บริเวณพื้นผิวดินกับอากาศเย็นที่อยู่ในระดับสูงๆ ซึ่งจะทำให้อากาศเย็นที่อยู่บริเวณพื้นผิวดินไม่ลอยตัวขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน พวกฝุ่นและมลพิษต่างๆ ก็จะไม่ถูกพัดพาขึ้นไปด้วย ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศนั่นเอง ซึ่งปรากฏการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ เราเรียกว่า อุณหภูมิผกผัน

สาเหตุของการเกิดอุณหภูมิผกผัน

อุณหภูมิผกผันมักจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าหนาว นั่นเป็นเพราะว่าอากาศที่อยู่บริเวณพื้นดินในช่วงหน้าหนาวมันจะมีอากาศที่เย็น และในช่วงปลายปีก็มักจะมีพวกลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดมวลอากาศเย็นเข้ามาสู่ประเทศไทย ซึ่งเวลาเราดูพยากรณ์อากาศก็มักจะได้ยินเรื่องนี้เวลาช่วงหน้าหนาวกันทุกปี

อุณหภูมิผกผัน เป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิของอากาศเพิ่มขึ้นเมื่อความสูงจากพื้นโลกเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปแล้ว อุณหภูมิของอากาศจะลดลงตามประมาณ 6.4 องศาเซลเซียสในทุกๆ ความสูง 1,000 เมตร แต่ปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผันกลับตรงกันข้าม โดยอุณหภูมิของอากาศจะสูงขึ้นเมื่อความสูงเพิ่มขึ้น อุณหภูมิผกผันมักเกิดขึ้นในช่วงกลางคืนและในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากอุณหภูมิของพื้นผิวโลกจะลดลงต่ำลงในช่วงกลางคืนและในช่วงฤดูหนาว

ผลกระทบ และวิธีแก้ไขปัญหา

สำหรับผลกระทบที่ชัดเจนมากที่สุดก็คือเรื่องของ การทำให้เกิดหมอกควันและมลพิษทางอากาศ ปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผันทำให้มลพิษทางอากาศไม่สามารถลอยตัวขึ้นไปด้านบนได้ ทำให้มลพิษทางอากาศถูกกักไว้อยู่ใกล้พื้นผิวโลก ส่งผลให้เกิดหมอกควันและมลพิษทางอากาศที่รุนแรงขึ้น และเมื่อเป็นแบบนี้แล้วจะส่งผลต่อเรื่องสุขภาพ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ มลพิษทางอากาศที่เกิดจากปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผันอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์ เช่น โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง

วิธีแก้ไขปัญหานั้น คงไม่สามารถแก้ไขปรากฏการณ์ของอุณหภูมิผกผันได้ แต่เราควรจะไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุของการเกิดฝุ่นควัน และมลพิษทางอากาศ นั่นก็คือ ต้องมีการควบคุมการปล่อยมลพิษทางอากาศจากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไอเสียรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม ควันไฟจากการไหม้ของป่า และการเผาจากมนุษย์ จึงจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ตัวปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผันจริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นต้นเหตุ แต่เป็นผลกระทบที่ทำให้พวกฝุ่นควัน และมลพิษในอากาศไม่สามารถลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้ และเกิดการสะสมตัวเป็นจำนวนมากนั่นเอง

อีกไม่กี่เดือนนี้ก็จะเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว เราอาจจะพบปัญหาฝุ่นควันมากขึ้นจากปรากฏการณ์นี้ ดังนั้นก็ควรเตรียมหน้ากากที่กัน PM2.5 ได้ เครื่องฟอกอากาศ และหลีกเหลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีฝุ่นควันเกิดค่ามาตรฐานกันนะครับ ที่เหลือก็คงต้องรอทางรัฐบาลที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้หมดไปเสียที จะได้ไม่เจอปัญหาพวกฝุ่นควันกันทุกปี

Photo : Freepik

Stella Terra รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์คันแรกของโลกที่วิ่งไกลได้กว่า 1,000 กิโลเมตรโดยไม่ต้องแวะชาร์จแม้แต่ครั้งเดียว มาดูกันว่ารถคันนี้จะเจ๋งแค่ไหน และมีการใช้เทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

Stella Terra ถือเป็นรถพลังงานแสงอาทิตย์คันแรกที่วิ่งได้ระยะทางไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรโดยไม่ต้องแวะชาร์จ ซึ่งรถคันนี้มีชื่อว่า สเตลล่า เทอร์รา พัฒนาโดยกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งไอน์โฮเฟน (Technical University of Eindhoven) 

ภาพบรรยากาศการทดสอบ Stella Terraภาพบรรยากาศการทดสอบ Stella TerraStella Terra 

ได้มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไว้ด้านบนหลังคารถ พร้อมตัวแปลงกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ให้จ่ายพลังงานให้กับรถในการวิ่งระยะทางใกล้ๆ สเตลล่า เทอร์รา ยังมีการติดตั้งแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนแบบชาร์จไฟได้ สำหรับวิ่งใช้งานทางไกลในที่แสงน้อยหรือแดดไม่จัด ซึ่งทำให้เจ้ารถคันนี้สามารถวิ่งได้ทุกสถานการณ์เลยก็ว่าได้

ซึ่งในการวิ่งทดสอบของ Stella Terra ได้เลือกใช้เส้นทางในโมร็อกโกกว่า 1,000 กิโลเมตร ทั้งบริเวณก้นแม่น้ำที่แห้งแล้ง ป่าทึบ เส้นทางภูเขาสูงชัน และทะเลทราย โดยทั้งหมดนี้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดและไม่มีการแวะชาร์จแต่อย่างใด 

Stella Terra รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ คันแรกของโลกที่วิ่งได้ไกลถึง 1,000 กม.

หลังการทดสอบทีมวิจัยก็ได้ค้นพบว่า Stella Terra กลับใช้พลังงานน้อยกว่าที่คาดไว้ 30% และนั่นทำให้ใช้แค่พลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ตลอดการทดสอบ ไม่ต้องแวะชาร์จหรือพักรถแม้แต่นิดเดียว

Stella Terra รถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ คันแรกของโลกที่วิ่งได้ไกลถึง 1,000 กม.

Stella Terra ออกแบบมาเป็นรถยนต์ 2 ที่นั่ง น้ำหนักเพียง 1,200 กิโลกรัม วิ่งได้เร็วสูงสุดที่ 145 กม./ชม. ซึ่งรถคันนี้ยังไม่หยุดการพัฒนา พร้อมยังตั้งเป้า 5-10 ปีข้างหน้า จะมีการนำเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ไปใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เพื่อผลักดันการสร้างรถยนต์พลังงานสะอาดให้มากขึ้นกว่าเดิม 

นี่ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เราเห็นได้ว่า อนาคตเราอาจไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอีกต่อไป และในปัจจุบันคนเริ่มหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถพลังงานทางเลือกกันมากยิ่งขึ้น ด้วยปัจจัยทั้งค่าใช้จ่าย แรงสนับสนุนจากรัฐบาล บวกกับเทคโนโลยีใหม่ๆที่ทำให้คนสนใจรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : solarteameindhoven
Source : Spring News

ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Boi) ระบุว่าเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนเชิงรุก4 ปี (พ.ศ. 2567 – 2570) ให้ความสำคัญกับ 5 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่จะผลักดันประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจใหม่

ได้แก่ อุตสาหกรรมกลุ่ม BCG (โดยเฉพาะเกษตร อาหาร การแพทย์ และพลังงานสะอาด) อุตสาหกรรมยานยนต์ (โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (โดยเฉพาะต้นน้ำและอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ) อุตสาหกรรมดิจิทัลและสร้างสรรค์ และการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ บีโอไอจะมุ่งขับเคลื่อน 5 วาระสำคัญเพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมชั้นนำระดับโลก ที่มุ่งตอบโจทย์กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ได้แก่

  1. การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Transformation)
  2. การพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี (Technology Development)
  3. การพัฒนาและดึงดูดบุคลากรทักษะสูง (Talent Development & Attraction)
  4. การส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบคลัสเตอร์ (Cluster-based Investment)
  5. การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน (Ease of Investment) ทั้งนี้ บีโอไอจะทยอยออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศให้บรรลุเป้าหมายการเป็นฐานผลิตของอุตสาหกรรมชั้นนำระดับโลก
ยุทธศาสตร์เชิงรุก 4 ปี“บีโอไอ”  ร่วมเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมสีเขียว

Source : กรุงเทพธุรกิจ

รัฐมนตรีพลังงาน เตรียมลงพื้นที่เกาะพะลวย จ.สุราษฎ์ธานี ติดตามปัญหากังหันลมผลิตไฟฟ้าโครงการ “Green Island” แห่งแรกของประเทศไทย หลังชาวบ้านร้องเรียนเครื่องชำรุด ใช้งานไม่ได้มานานและเสียงดังรบกวน จึงต้องการให้ถอดทิ้งเครื่องกังหันลมที่ติดตั้งมากว่า 10 ปี ด้วยงบเกือบ 10 ล้านบาท ด้านกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เตรียมส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเร่งด่วน ก่อนรายงานปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีพลังงานต่อไป  

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงปัญหากังหันลมผลิตไฟฟ้าที่เกาะพะลวย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าชาวบ้านที่เกาะพะลวยเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานถอดกังหันลมผลิตไฟฟ้าออกจากเกาะพะลวย เนื่องจากกังหันลมหลายตัวชำรุดและใช้งานไม่ได้มานานแล้ว ประกอบกับเครื่องมีเสียงดังรบกวน ซึ่งใน 1-2 สัปดาห์นี้ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตามข้อมูลข้อเท็จจริงว่ากังหันลมเกิดการชำรุดจากสาเหตุใด พร้อมหาแนวทางแก้ไข ก่อนจะรายงานปลัดกระทรวงพลังงาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานต่อไป

อย่างไรก็ตามนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ทราบถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว และระบุว่าจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตัวเองในเร็วๆ นี้

สำหรับการติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าที่เกาะพะลวยนั้น เกิดขึ้นตั้งแต่ประมาณปี 2554 เนื่องจากกระทรวงพลังงาน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกันสร้างโครงการ “เกาะต้นแบบพลังงานสะอาด” หรือ “Green Island” แห่งแรกของประเทศไทยขึ้น ในพื้นที่เกาะพะลวย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีการติดตั้งทั้งโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และกังหันลมผลิตไฟฟ้า ซึ่งกังหันลมมีการติดตั้งทั้งสิ้น 68-80 ตัว โดยใช้งบเกือบ 10 ล้านบาท

ทั้งนี้ภาครัฐดำเนินการติดตั้งและมอบให้เทศบาลในพื้นที่ดูแล ซึ่งติดตั้งมานานเกือบ 10 ปีแล้ว ดังนั้นเป็นไปได้ที่อุปกรณ์จะชำรุด ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้ชำรุดตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้ง เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ พพ. ไปตรวจสอบหลังติดตั้งเสร็จแล้วและพบว่าใช้งานได้ตามปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านมานาน กังหันลมอาจจะชำรุดด้วยเหตุผลต่างๆ รวมถึงกรณีต้นยางพาราขึ้นบดบังทิศทางลมก็เป็นไปได้ ซึ่ง พพ.กำลังจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเร็วๆ นี้

สำหรับการติดตั้งกังหันลมภายใต้งบของกระทรวงพลังงานที่ผ่านมา นอกจากจะติดตั้งที่เกาะพะลวยแล้ว ยังมีในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งปกติ พพ. จะมอบให้หน่วยงานท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลต่อ อย่างไรก็ตาม พพ. ก็มีงบสำหรับประเมินและติดตามโครงการต่างๆ ดังนั้น พพ. ได้ตรวจสอบการใช้งานกังหันลมในทุกพื้นที่ ที่ใช้งบ พพ. ดำเนินการเป็นประจำอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะนำเรียนอธิบดี พพ. ถึงผลการติดตามและประเมินผลกังหันลมผลิตไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ต่อไป     

Source : Energy News Center

สถานการณ์การความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ที่ส่อไปในทางรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เมื่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยิงจรวดโจมตีเข้าใส่ทางภาคเหนือของอิสราเอล และเตรียมเข้าสู่ภาวะสงคราม

ขณะที่สหรัฐอเมริกา ได้เสริมอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเรือรบหลายลำและเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์ ฟอร์ด เข้าประจำการ โดยมีการประเมินว่าสถานการณ์สงครามครั้งนี้ จะทวีความรุนแรงยืดเยื้อและขยายวงกว้าง

สถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้น บวกการเข้าสู่ฤดูหนาว ที่ส่งผลต่อความต้องการใช้นํ้ามันเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการลดกำลังการผลิตนํ้ามันดิบของซาอุดิอาระเบีย 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และรัสเซียปรับลดการส่งออกลง 0.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน จนถึงสิ้นปีนี้ จะส่งผลให้ราคานํ้ามันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นไประดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลได้ จากปัจจุบันนํ้ามันดิบเวสต์เท็กซัส เบรนท์ และดูไบ อยู่ที่ราว 86-88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

สงครามยื้อ-เข้าฤดูหนาว จับตาน้ำมันดิบพุ่ง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสแม้ว่าจะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงกับการจัดหานํ้ามันดิบในตลาด เนื่องจากอิสราเอลผลิตนํ้ามันดิบได้น้อย แต่หากความขัดแย้งขยายวงกว้างจากฉนวนกาซาไปสู่ภูมิภาคอื่น อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตนํ้ามันดิบในแถบตะวันออกกลาง

อีกทั้ง ความขัดแย้งอาจส่งผลต่อการส่งออกนํ้ามันของอิหร่าน โดยนักวิเคราะห์จาก CBA มองว่าหากสหรัฐอเมริกาพบว่าอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีของกลุ่มฮามาส อิหร่านอาจต้องเผชิญกับมาตรการควํ่าบาตรที่รุนแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยคาดการณ์ว่าราคานํ้ามันดิบเบรนท์จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 90-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และหากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ราคานํ้ามันดิบเบรนท์อาจพุ่งสูงเกินกว่านั้น

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวว่า ราคานํ้ามันโลกว่ายังคงมีความผันผวนจากหลายเหตุปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดของวิกฤตความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ การขยายระยะเวลาลดกำลังการผลิตนํ้ามันจนถึงสิ้นปีของซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก จากการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางอีกหลายแห่งในโลก ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุน สภาพเศรษฐกิจ และต้นทุนพลังงานทั่วโลกได้รับผลกระทบ ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับทั่วโลก ดังนั้น ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศนำเข้าพลังงาน จำเป็นต้องวางแผนและปรับตัวอย่างมาก

ขณะที่คณะกรรมการบริหารกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง (กบน.) ชี้ให้เห็นว่า ราคานํ้ามันโลกยังอยู่ในกรอบที่กองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิงรับมือได้ หากราคานํ้ามันดีเซลในตลาดโลกไม่เกิน 115-120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ยังสามารถดูแลราคานํ้ามันดีเซลในประเทศไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรต่อไปได้ โดยกองทุนนํ้ามันฯ ชดเชยราคาดีเซลไว้ที่ 4.48 บาทต่อลิตร

สำหรับฐานะกองทุนนํ้ามันฯ ยังคงติดลบ 68,327 ล้านบาท จากบัญชีนํ้ามันติดลบ 23,322 ล้านบาท และบัญชีก๊าซหุงต้ม (LPG) ติดลบ 45,005 ล้านบาท โดยมีรายรับอยู่ที่ 141.22 ล้านบาทต่อวัน แต่มีรายจ่ายรวมถึง 364.66 ล้านบาทต่อวัน เป็นการชดเชยราคานํ้ามัน 210 ล้านบาทต่อวัน หรือประมาณ 6,000 ล้านบาทต่อเดือน ส่งผลให้ภาพรวมกองทุนฯ อยู่ในสภาวะเงินไหลออก 223.44 ล้านบาทต่อวัน

Source : ฐานเศรษฐกิจ