ปตท.-ตรีเพชรอีซูซุเซลส์-มิตซูบิชิคอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ผนึกกำลังผุดโปรเจคทดสอบรถพลังงานสะอาดเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ – ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) Mr.Takashi Hata, President of Tri Petch Isuzu Sales Company Limited และ Mr. Shigeru Wakabayashi, EVP, Group CEO, Automotive & Mobility Group Misubishi Corporation ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาโครงการทดสอบรถพลังงานสะอาดเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ระหว่างบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ และบริษัท มิตซูบิชิคอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วยการทดสอบการวิ่งใช้งานจริงของรถบรรทุกไฟฟ้าอีซูซุ โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ผ่านระบบบริหารจัดการพลังงาน ระบบชาร์จ และ EV Ecosystemของ ปตท. นอกจากนี้ ยังมีโครงการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับรถยนต์ดีเซล โดยการทดสอบใช้ HVO (Hydro Vegetable Oil) หรือน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว รวมทั้งร่วมกับมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ศึกษาวิจัยน้ำมัน e-fuels ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสังเคราะห์ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสามารถใช้งานในเครื่องยนต์สันดาปที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทยให้สำเร็จได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

Source : Energy News Center

Tesla ประกาศเตรียมขยายโรงงาน Gigafactory ในจีน เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในราคาเพียง 8 แสนบาท และคาดว่าจะมีโอกาสเข้ามาในไทยในราคาไม่ถึง 1 ล้านบาท เนื่องจากไทยจะสามารถนำเข้าได้ที่ภาษี 0% ซึ่งนี่เป็นข่าวดีสำหรับคนไทยเลยก็ว่าได้

Tesla กำลังวางแผนที่จะขยายโรงงาน Gigafactory ในจีน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีราคาเพียง 8 แสนบาทเท่านั้น ซึ่งข่าวสารเกี่ยวกับการขยายโรงงานในจีนได้เกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ล่าสุดได้มีการอัปเดตเพิ่มเติมที่เราอาจมีลุ้นว่าเทสลาจะมาผลิตจำนวนมากในประเทศจีน

ซึ่งนั่นอาจเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทย เนื่องจากหากเทสลารุ่นใหม่ผลิตในจีนจริง เราจะมีโอกาสได้ซื้อเทสลาในราคาไม่ถึง 1 ล้านบาท เพราะสามารถนำเข้าได้ที่ภาษี 0% ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ไทยและจีน นั่นอาจทำให้เทสลาเข้ามาตีตลาดในไทยได้อย่างง่ายดาย

ในเดือนเมษายน Tesla ประกาศว่าจะสร้างโรงงานกักเก็บพลังงานแห่งใหม่ในเซี่ยงไฮ้ ด้วยกำลังการผลิต 40 GHw ต่อปี โดยเริ่มการผลิตในไตรมาสที่สองของปี 2024 ซึ่งขณะนี้เทสลายังไม่ได้ประกาศแผนใดๆสำหรับเฟสที่ 3 ของโรงงาน Gigafactory ในจีน เราเพียงได้แต่คาดเดาเท่านั้น

ตามรายงานของ Late Auto Post กำลังการผลิตในส่วนที่สามของ Giga Shanghai จะทุ่มเทให้กับการพัฒนาและผลิตรถยนต์คันใหม่ที่มีมูลค่าเพียง 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 8 แสนบาท ซึ่งTesla ได้เคยพูดถึงในปี 2020 และยังมีแผนที่จะต้องรบรรลุเป้าหมายของบริษัทที่ขายรถ EV จำนวน 20 ล้านคันต่อปี ภายในปี 2023

Credit : carnewschina
Credit : carnewschina

โรงงาน Gigafactory ในเซี่ยงไฮ้ของ Tesla ผลิตเฉพาะ Model 3 และ Model Y โดยมีกำลังการผลิต 1.1 ล้านคันต่อปี และระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน มีการส่งมอบรถยนต์ 853,603 คัน เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

เซี่ยงไฮ้เป็นโรงงานผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของเทสลา โรงงานในเท็กซัสของ Tesla ใช้เวลา 76 วินาทีในการเคลื่อนตัวออกจากรถ ในขณะที่โรงงานในเซี่ยงไฮ้ใช้เวลาเพียง 37 วินาที ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก

Elon Musk ซีอีโอของ Tesla กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมว่า “มีความก้าวหน้าอย่างมาก” ในการผลิตจำนวนมากของโมเดลใหม่นี้ที่ราคาเพียง 8 แสนบาท 

Tesla กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่โหดร้ายในจีน ยอดขาย Tesla Model 3 ลดลงในช่วงปี 2566 เนื่องจากรถเก๋งไฟฟ้าอื่นๆ หลายสิบคันที่มีมูลค่า 200,000 – 300,000 หยวนกินส่วนแบ่งการตลาด เช่น BYD Seal, BYD Han และ Deepal SL03

ที่มา : carnewschina

Source : Spring News

สำหรับคนที่ใช้รถไฟฟ้า หรือไปจองรถไฟฟ้าในงาน MotorExpo 2023 มาเรียบร้อยแล้ว แนะนำว่าให้ดาวน์โหลดแอพสถานทีชาร์จรถไฟฟ้าใส่มือถือกันไว้เลย เพราะหลังจากนี้เชื่อได้ว่า ทุกท่านจะมีโอกาสได้ใช้แอพใดแอพหนึ่ง หรือบางท่านที่เดินทางบ่อยๆ อาจจะต้องใช้ทุกแอพเลยก็ว่าได้

ซึ่งวันนี้มีมาแนะนำ 7 แอพที่เกือบจะครอบคลุมทุกสถานีชาร์จในประเทศไทย พร้อมอีก 1 แอพที่มีบริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าไปขับรายวัน โดยทุกแอพนั้นหลังจากดาวน์โหลดแล้ว จะต้องทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อน การลงทะเบียนของแต่ละแอพนั้นก็จะคล้ายๆ กันเกือบทั้งหมด จะมีแตกต่างกันบ้างตรงที่บางแอพให้ยืนยันเบอร์มือถือ บางแอพให้ยืนยันอีเมล์ที่ใช้งาน ซึ่งทุกแอพก็จะส่งโค้ดให้เรา เพื่อไปกรอกในขั้นตอนของการลงทะเบียน และยังมีบางแอพนั้นสามารถเข้าใช้งานได้เลย แต่ถ้าจะใช้สถานีชาร์จก็จะต้องลงทะเบียน ซึ่งแน่นอนว่าสามารถทำภายหลังได้ แต่แนะนำว่าไหนๆ ก็ใช้รถไฟฟ้าแล้ว และตอนนี้สถานีชาร์จในบางจุดก็ไม่เพียงพอ ก็ควรจะลงทะเบียนสมัครสมาชิกให้เรียบร้อย พร้อมใช้งานกันเลยดีกว่าครับ

นอกจากนี้หากใครกำลังรอรถไฟฟ้าที่จองไว้อยู่ ก็สามารถเปิดแอพขึ้นมาลองใช้งานได้ หรือจะผูกบัตรเครดิตสำหรับชำระเงิน หรือใครจะวางแผนล่วงหน้าเพื่อเติมเงินเข้าแอพ ก็ไม่ว่ากันครับ ในการใช้งานแอพทั้งหมด ก็แทบจะเหมือนกันเลยคือ เมื่อเปิดขึ้นมา เราก็สามารถกดเปิดดูสถานีชาร์จได้ โดยแอพจะขอเปิดการระบุตำแหน่งของเราจากมือถือ จากนั้นก็จะแสดงสถานีชาร์จที่อยู่ใกล้เคียงขึ้นมา เราก็สามารถกดเปิดดูข้อมูลของสถานีชาร์จได้เลยว่า มีหัวชาร์จแบบไหนบ้าง มีคนใช้งานอยู่หรือเปล่า รวมถึงกำลังไฟที่ชาร์จได้ก็มีระบุเอาไว้ด้วย บางแอพก็จะแสดงค่าใช้จ่ายในการชาร์จ พร้อมเงื่อนไขต่างๆ เอาไว้ได้เลย และสถานีชาร์จไหนที่มีระบบการจองเราก็สามารถกดจองได้เลย ส่วนสถานีที่เป็นแบบ Walk-in ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย สามารถกดในแอพเพื่อให้นำทางไปสถานีชาร์จผ่าน Google Maps หรือแอพนำทางอื่นๆ ได้เลย

สำหรับใครที่จะไปชาร์จในสถานีชาร์จต่างๆ จะมีค่าบริการจอดรถเพิ่มเติมด้วยนะครับ เท่าที่มีข้อมูลก็คือ ตอนนี้จะคิดชั่วโมงละ 60 บาง ไม่รวมกับค่าชาร์จไฟ ดังนั้นหากใครต้องการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่าย ก็อาจจะเลือกสถานีชาร์จบริเวณอื่นๆ แทน

ตอนนี้มาดูกันว่าว 7 แอพที่ควรมีติดมือถือไว้ มีแอพอะไรกันบ้าง

1.EV Anywhere
ดาวน์โหลดคลิ้กที่นี่

2. EleXA
ดาวน์โหลดคลิ้กที่นี่

3. EV Station PluZ
ดาวน์โหลดคลิ้กที่นี่

4.EVolt
ดาวน์โหลดคลิ้กที่นี่

5. MEA EV
ดาวน์โหลดคลิ้กที่นี่

6.Onion EV Charger
ดาวน์โหลดคลิ้กที่นี่

7.PEA VOLTA
ดาวน์โหลดคลิ้กที่นี่

8.EVme สำหรับแอพสุดท้ายนี้แถมให้ครับ เป็นแอพที่ช่วยค้นหาสถานีชาร์จ ที่สามารถแสดงข้อมูลสถานี และรายละเอียดหัวชาร์จได้ พร้อมกดนำทางได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ในแอพยังมีบริการให้เช่ารถไฟฟ้าด้วย สามารถกดดูราคาได้เลย ใครที่ยังไม่ได้ซื้อ ไม่ได้จอง แต่อยากลองขับก่อน ก็กดเช่าได้เลยครับ

ดาวน์โหลดคลิ้กที่นี่

on-ion จับมือ เกทเวย์ แอท บางซื่อ ขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สถานีที่ 66 ส่งท้ายปี 2566 ณ ศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดและครบวงจรที่สุดย่านบางซื่อ

วันนี้ (1 ธันวาคม 2566) – ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) (ที่ 2 จากซ้าย) พร้อมด้วย นางณัฐสุดา สกุลไพสิฐ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และสนับสนุนองค์กร บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) (ซ้ายสุด) นางสาวเอกกฤตา แก้วพูลศรี General Manager ศูนย์การค้า เกทเวย์ แอท บางซื่อ (ที่ 2 จากขวา) และนายนนทวรรษ เรืองจันทร์ Retail Sales and Tenant Services Team Lead ศูนย์การค้า เกทเวย์ แอท บางซื่อ (ขวาสุด) ร่วมเปิดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า on-ion (ออน-ไอออน) เกทเวย์ แอท บางซื่อ ด้วยเครื่องอัดประจุไฟฟ้าชนิดกระแสสลับ (AC Charger) และเครื่องอัดประจุไฟฟ้าชนิดกระแสตรง (DC Charger) ขนาดกำลังไฟสูงสุด 40 กิโลวัตต์ รวมทั้งหมด 8 ช่องจอด ด้วยประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานผ่าน on-ion Mobile Application อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเข้าใช้บริการง่ายยิ่งขึ้น มาพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มส่งท้ายปีให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการภายในศูนย์การค้าครบ 500 บาทต่อวัน รับส่วนลดเครดิตชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าฟรี มูลค่าสูงสุด 50 บาท ตั้งแต่ วันนี้ – 31 มกราคม 2567 หรือจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ์ นอกจากนี้ ยังมอบสิทธิพิเศษส่วนลดค่าบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า DC Charger พิเศษเพียง 8.5 บาทต่อหน่วย (จากปกติค่าบริการ 9.5 บาทต่อหน่วย) มาที่นี่ทุกอย่างครบจบไว ได้ทั้งชอปปิ้ง และยังได้ชาร์จไฟรถอีกด้วย โดยกลุ่ม ปตท. ตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ on-ion ให้ทั่วประเทศภายในปี 2567 พร้อมสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและขับเคลื่อนสังคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้ก้าวไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Source : Energy News Center

ช่วงนี้กำลังมีงาน Motor Expo 2023 หรือ มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นที่ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2566 ในงานนี้ต้องบอกเลยว่า มีรถยนต์ไฟฟ้ามาเปิดตัวกันเยอะมาก และแน่นอนว่า เป็นงานที่หลายคนที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้าต้องไม่พลาดอย่างแน่นอน สำหรับบทความนี้ทางทีมงานขอนำเสนอ X รถยนต์ไฟฟ้ายอดนิยมในงาน Motor Expo 2023 ให้ท่านที่กำลังสนใจรถไฟฟ้าอยู่ เผื่อใครกำลังจะไปงาน จะได้มีข้อมูลเบื้องต้น เวลาอยู่ในงานก็สามารถเดินไปดูรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สนใจกันได้เลย มาเริ่มกันเลยครับ

1.TESLA MODEL 3 2024

ถือว่าเป็นครั้งแรกของ TESLA กับการนำรถมาจัดแสดงในงาน Expo ใหญ่ๆ ในบ้านเรา ซึ่งคราวนี้ก็มาพร้อมกับ TESLA MODEL 3 2024 หรือบางคนอาจจะเรียกว่า TESLA MODEL 3 (Refreshed) มาพร้อมกับดีไซน์โดยรวมใกล้เคียงกับรุ่นเดิม แต่มีการปรับทุกส่วนใหญ่ทั้งหมด ทั้งภายนอกและภายใน มีการใช้กระจกกันเสียงแบบ 2 ชั้น ตัดก้านเกียร์ กับก้านไฟเลี้ยวออก มารวมอยู่ในหน้าจอ และพวงมาลัยแทน สำหรับ TESLA MODEL 3 มีให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่น รุ่น Standard Range เริ่มต้น 1,599,000 บาท สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุดที่ 283 แรงม้า แรงบิต 420 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.1 วินาที แบตเตอรี่ความจุ 57.5 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 513 กิโลเมตร และ รุ่น Long Range AWD เริ่มต้น 1,899,000 บาท มาพร้อมมอเตอร์คู่ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.4 วินาที แบตเตอรี่ความจุ 57.5 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 629 กิโลเมตร

2.AION Y PLUS 490

รถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีขนาดกลาง ขนาด ความยาว 4,535 มม. ความกว้าง 1,870 มม. ความสูง 1,650 มม. และระยะฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุด 225 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 7.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 70.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางขับขี่สูงสุด 550 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ราคาเริ่มต้น 969,900 บาท ในรุ่น 490 Elite ส่วน 490 Premium ราคา 1,099,000 บาท

3.CHANGAN L07

รถยนต์ฟาสต์แบ็คไฟฟ้าดีกรีรางวัลชนะเลิศการออกแบบผลิตภัณฑ์จากงาน Red Dot Design Award โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ล้ำสมัยกับดีไซน์กันชนหน้าแบบ grille-less และระบบไฟอัจฉริยะ มิติตัวรถมีขนาด 4,820 x 1,890 x 1,480 มม. ระยะฐานล้อ 2,900 มม. ใต้ท้องรถสูง 150 มม. ขนาดยาง 254/45R19 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 66.8 kWh ซึ่งสามารถวิ่งได้ด้วยระยะทาง 540 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ราคา 1,359,000 บาท วางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีขาว (Comet White) สีเขียว (Nebula Green) สีเทา (Lunar Grey) สีดำ (Eclipse Black) และ สีน้ำเงิน (Stellar Blue)

4.ORA 07

ORA 07 (ชื่อเดิมคือ ORA Grand Cat) สปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง มิติตัวรถ 4,871 x 1,862 x 1,500 มม. มีให้เลือก 2 รุ่ด้วยกัน Long Range มาพร้อมมอเตอร์ 150 kW ให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิต 340 นิวตันเมตร ขนาดแบตเตอรี่ 83.499 kWh ทำระยะทางได้สูงสุดที่ 640 กิโลเมตร ส่วนรุ่น Peformance นั้น ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor 2 ตัว  ให้กำลัง 408 แรงม้า แรงบิต 680 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ที่ 4.3 วินาที ขนาดแบตเตอรี่ 83.499 kWh ทำระยะทางได้สูงสุดที่ 550 กิโลเมตร

ORA 07 เปิดตัวด้วยกัน 2 รุ่น  ได้แก่ รุ่น Long Range 2WD (640 กม.) 1,299,000 บาท และ รุ่น Performance 4WD (550 กม.) 1,499,000 บาท

5.LOTUS ELETRE R

ไฮเปอร์เอสยูวี ไฟฟ้า ที่เร็วที่สุดในโลก กับราคาเริ่มต้น 5.89 ล้านบาท สำหรับรุ่นที่มีมาให้เลือกนั้นจะมี 2 รุ่นด้วยกันคือ ELETRE S 603 แรงม้า ราคา 5,890,000 บาท ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 603 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 710 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด Top Speed ทำได้ 250 km/h ติดตั้งแบตเตอรี่ Lithium Ion Polymer ความจุ 112 kW รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 22 kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 355 kW ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม ทำได้ 600 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) และอีกรุ่นจะเป็น ELETRE E 905 แรงม้า ราคา 6,590,000 บาท ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 905 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 985 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.95 วินาที ความเร็วสูงสุด Top Speed ทำได้ 260 km/h ติดตั้งแบตเตอรี่ Lithium Ion Polymer ความจุ 112 kW รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 22 kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 355 kW ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม ทำได้ 490 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP)

6.NETA GT

รถยนต์ไฟฟ้าแบบสปอร์ตแบบ 2 ประตู NETA GT ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุด 456 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 80.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางขับขี่สูงสุด 660 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ราคาเริ่มต้น 1,299,000 บาท

7.NEX BEV PICKUP TRUCK DOUBLE CAB

NEX Pickup Truck รถกระบะไฟฟ้าล้วนจาก NEX Point บริษัทผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้าล้วนโดยคนไทย NEX Pickup Truck มีตัวถังแบบ 2 ตอนหรือดับเบิ้ลแคป สเปคมิติตัวรถความยาว 5,330 มม. ความกว้าง 1,870 มม. ความสูง 1,864 มม. กับฐานล้อ 3,100 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 210 มม.  น้ำหนักรถ 2,200 กก. สามารถบรรทุกได้ 800 กก. ใส่ล้อขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 245/70R17 ส่วนพละกำลังนั้นมาพร้อมกับ มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลัง 122 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม. ใช้แบตเตอรี่ Lithium Ion ขนาด 65 kWh ใช้ช่องชาร์จแบบ EU standard รองรับการชาร์จด่วย DC จากความจุ 20% – 80% ได้ภายในเวลา 45 นาที วิ่งไกล 300 กม. บรรทุกได้ 3 ตัน

8.POCCO

Pocco รถยนต์ไฟฟ้า EV คันจิ๋ว จากประเทศจีน ที่บริษัท BRG (ผู้จัดจำหน่ายรถนำเข้าชั้นนำ) นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ มี 2 รุ่น คือ Pocco รุ่น MM เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 3 ประตู และ Pocco รุ่น DD เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 5 ประตู โดยทั้ง 2 รุ่น จะมีให้เลือกทั้งหมดรุ่นละ 2 สเปค รวม 4 สเปค ได้แก่ Pocco รุ่น MM YX ราคา 399,000 บาท มาพร้อมแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ความจุอยู่ที่ 9.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 116 กม. สำหรับอีกรุ่นจะเป็น Pocco รุ่น MM ZX ราคา 469,000 บาท มาพร้อมกับ แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ความจุอยู่ที่ 14.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 170 กม.

สำหรับ Pocco รุ่น DD L ราคา 389,000 บาท มาพร้อมแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ความจุอยู่ที่ 10.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 128 กม. ทุกรุ่นรุ่นสามารถชาร์จด้วยไฟบ้าน จาก 0-100 % ใน เวลา 6-8 ชั่วโมง และอีกรุ่นก็คือ Pocco รุ่น DD K ราคา 449,000 บาท มาพร้อม แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ความจุอยู่ที่ 14.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 178 กม. ทุกรุ่นย่อย สามารถชาร์จด้วยไฟบ้าน จาก 0-100 % ใน เวลา 6-8 ชั่วโมง

9.VOLVO EX30 PURE ELECTRIC

รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ขนาดเล็ก มีมิติตัวถังยาว 4,233 มม. กว้าง 1,837 มม. สูง 1,549 มม. และความยาวฐานล้อ 2,650 มม.  แบ่งเป็น 2 เกรด 2 ระบบขับเคลื่อน รวม 3 รุ่นย่อย รุ่น Single Motor (มอเตอร์เดี่ยว) กำลังสูงสุด 272 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร จ่ายไฟด้วยแบตเตอรี่ NMC ขนาด 69 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง ระยะทางวิ่ง 600 กม./ชาร์จ (NEDC) และ รุ่น Twin Motor (มอเตอร์คู่) กำลังสูงสุด 428 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 542 นิวตันเมตร จ่ายไฟด้วยแบตเตอรี่ NMC ขนาด 64 kWh ขับเคลื่อน4 ล้อ ระยะทางวิ่ง 590 กม./ชาร์จ (NEDC) มีสีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีเหลือง Moss Yellow, สีฟ้า Cloud Blue, สีขาว Crystal White, สีเทา Vapour Grey และสีดำ Onyx Black ราคาจำหน่าย Volvo EX30 เกรด Core รุ่น Single Motor ราคา 1,590,000 บาท , Volvo EX30 เกรด Ultra รุ่น Single Motor ราคา 1,790,000 บาท และ Volvo EX30 เกรด Ultra รุ่น Twin Motor ราคา 1,890,000 บาท

10.WULING MINI EV

รถไฟฟ้าไซส์เล็กน่ารัก เปิดประทุน 2 ที่นั่ง ไฟฟ้าวิ่งได้ 280 กม. มิติตัวรถความยาว 3,059 มม. กว้าง 1,521 มม. สูง 1,614 มม. ระยะฐานล้อ 2,010 มม มาพร้อมมอเตอร์ขนาด 30 kW ให้กำลังที่ 41 แรงม้า แรงบิด 110 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 100 กม./ชม. ขนาดแบตเตอรี่ 26.5 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 280 กม. (CLTC) ใครที่ชอบรถสไตล์นี้ แนะนำให้ลองนั่งกันดีงานจะดีที่สุดครับ สำหรับราคาจำหน่ายอยู่ที่ ราคา 440,000 บาท

11.MG Cyberster

สำหรับรุ่นนี้เคยเป็นคอนเซปต์คาร์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนนี้มาเปิดตัวจริงๆ กันแล้ว เป็นรถแนวโรสเตอร์ ประตูเปิดแบบปีกนก มีมอเตอร์ 2 ตัว กำลังขับเคลื่อน 400 กิโลวัตต์ กำลังสูงสุดที่ 530 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 725 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ที่ 3.2 วินาที แบตขนาด 77 kWh ทำระยะทางได้สูงสุด 520 กิโลเมตร ใครชอบรถแนวสปอร์ต เปิดประทุน ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่ง

12.MG IM LS6

IM LS6 เป็นรถ SUV ขนาดใหญ่ ตัวถังยาว 4,904 มิลลิเมตร กว้าง 1,988 มิลลิเมตร พละกำลังตั้งแต่ 314 – 787 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 – 800 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Ternary Lithium-ion 400V –  800V ขนาดความจุ 71 – 100kWh  , วิ่งระยะไกลสุด 560 – 702 km. (CLTC), ความเร็วสูงสุด Top Speed 200 – 220 km/h สำหรับรถรุ่นนี้มีด้วยกัน 6 รุ่น รุ่น Standard Range รุ่น Long Range รุ่น Super Long Range รุ่น Super Performance AWD

13.Hyundai Ioniq 5

IONIQ 5 รถยนต์ไฟฟ้าอีวี 100% สไตล์แฮทช์แบค มาพร้อม 3 รุ่นย่อย นั่นคือ รุ่น Premium ราคา 1,699,000 บาท , รุ่น Exclusive ราคา 1,899,000 บาท และ  รุ่น First Edition ราคา 2,399,000 บาท นำเข้าทั้งคันจากประเทศเกาหลีใต้ ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 58.0 kWh รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 11 kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 350 kW (Ultra Fast Charging) อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 8.5 วินาทีระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม ทำได้ 336 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP)

14.BYD Seal

รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นสุดฮอตจาก BYD ที่มีจุดเด่นในเรื่องของอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. เพียง 3.8 วินาทีเท่านั้น ตอนนี้ได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ เป็นรถที่ออกแบบมาแนวสปอร์ต แต่มีความกว้างขวาง สะดวกสบาย มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 12.8 นิ้ว พร้อมระบบอินโฟเทนเมนท์ DiLink 4.0 ระบบเสียง Harman Kardon เบาะนั่งปรับไฟฟ้า โดยมีให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่น คือ Dynamic มาพร้อมอเตอร์ไฟฟ้า 204 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 310 นิวตันเมตร สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 650 กิโลเมตรต่อการชาร์จ สำหรับอีกรุ่นจะเป็นรุ่น Performance รุ่นนี้มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 2 ตัว ให้กำลังรวมอยู่ที่ 530 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 670 นิวตันเมตร วิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 650 กิโลเมตรต่อชาร์จ สำหรับราคารุ่น Dynamic 1,3250,000 บาท และรุ่น Performance 1,599,000 บาท

สำหรับใครที่สนใจรถไฟฟ้าอยู่ แนะนำให้ไปดูกันที่งานดีที่สุด เพราะไปที่เดียว ดูได้หลายรุ่นมาก และในงานยังสามารถข้อมูล และโปรโมชั่นจากพนักงานขายเอามาเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อได้เลย ในงานหลายรุ่นก็สามารถทดลองขับได้ด้วยครับ ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่น่าสนใจจากงาน Motor Expo 2023

ขอบคุณภาพประกอบจาก Motor Expo 2023