และในปีต่อๆ มา ก็ได้มีการค้นพบแหล่งไฮโดรเจนสีขาวอย่างต่อเนื่อง ที่เป็นข่าวใหญ่ก็เป็นการค้นพบโดยทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยลอร์แรน ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติของฝรั่งเศส กับ บริษัทผลิตพลังงาน La Française de l’Energie ซึ่งเป็นการค้นพบในประเทศฝรั่งเศส และทางนักวิจัยคาดว่าจะมีไฮโดรเจนสีขาวนี้อยู่มากถึง 46 ล้านตันเลยทีเดียว
นอกจากนี้มณฑลไห่หนานยังได้จัดตั้ง Hainan Energy Data Center เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลและให้บริการด้านพลังงานของมณฑลไห่หนาน สำหรับกำหนดนโยบายและวางแผนการพัฒนาพลังงานรองรับและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด อาทิ ข้อมูลการใช้พลังงานของประชากรและบริษัทอุตสาหกรรมทั้งในปัจจุบันและอดีต ข้อมูลสมดุลการผลิตและใช้พลังงานของมณฑลไห่หนาน การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากพลังงานที่ใช้ในพื้นที่ต่างๆ ได้
สำหรับการขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยนั้น EGCO Group พร้อมเข้าร่วมโครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศที่ภาครัฐกำหนด โดยเฉพาะ “โครงการเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FIT) ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 (เพิ่มเติม) พ.ศ. 2567” หรือ Re Big Lot ในรอบที่ 2 และรอบที่ 3 กำลังผลิตรวมประมาณ 3,600 เมกะวัตต์ (เพิ่มเติมจากโครงการก่อนหน้า หรือ RE Big Lot รอบที่ 1 กำลังผลิตรวม 5,200 เมกะวัตต์)
สำหรับ RE Big Lot รอบที่ 2 ได้ประกาศรับซื้อในกำลังผลิตรวม 2,180 เมกะวัตต์ก่อน (แบ่งเป็นโครงการพลังงานลม ไม่เกิน 600 เมกะวัตต์ และพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่เกิน 1,580 เมกะวัตต์) ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1,488 เมกะวัตต์ จะเปิดรับซื้อเป็นการทั่วไปในรอบที่ 3 ในอนาคต โดย EGCO Group ได้ยื่นความประสงค์นำโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินมากกว่า 10 โครงการ ที่ผ่านเกณฑ์คะแนนความพร้อมด้านเทคนิคขั้นต่ำ (Pass/Fail Basis) แล้วในรอบที่ 1 เข้าร่วมโครงการ RE Big Lot ในรอบที่ 2 เรียบร้อยแล้ว
ดร. จิราพร กล่าวว่า “EGCO Group เชื่อมั่นในศักยภาพของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ที่จะนำเข้าร่วมประมูล RE Big Lot รอบที่ 2 เนื่องจากเรามีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและการบริหารโครงการมาอย่างยาวนาน มีพันธมิตรที่แข็งแรงและมีประสบการณ์ รวมทั้งมีความคุ้นเคยกับพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ ที่จะช่วยส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสูงได้”
“หาก EGCO Group ประสบความสำเร็จและได้รับคัดเลือกใน RE Big Lot รอบที่ 2 จะช่วยให้ EGCO Group มีกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนใน Portfolio เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ภายในปี 2573”
การเข้าร่วมโครงการ RE Big Lot รอบที่ 2 และรอบที่ 3 ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพื่อร่วมประมูลไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนครั้งใหม่ในอนาคตของ EGCO Group สอดคล้องกับแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ตามเป้าหมายของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP 2024 ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยให้เปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดและสังคมคาร์บอนต่ำ
ในขณะเดียวกัน EGCO Group ยังได้ศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขายไฟฟ้าตรง (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA) ผ่านการขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) ในอนาคตด้วย รวมถึงการศึกษาโอกาสในการต่ออายุโรงไฟฟ้าเดิมออกไปอีกด้วย
Toyota และ Suzuki ร่วมพัฒนาและผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นแรกในอินเดีย ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของ Toyota ในการเร่งขยายตลาด EV ทั่วโลก แม้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota ในปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ แต่นี่เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ
Toyota ร่วมมือกับ Suzuki ซึ่งเป็นผู้เล่นหลักในตลาดรถยนต์อินเดีย ช่วยให้โตโยต้าเข้าถึงฐานลูกค้าและเครือข่ายการผลิตในตลาดที่มีศักยภาพสูง นอกจากนี้ การผนึกกำลังกับ Daihatsu ในการพัฒนาแพลตฟอร์มร่วมกัน ยังสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าได้ดีขึ้น
CREDIT : REUTERS
การเลือกประเทศอินเดียเป็นฐานการผลิตรถ EV รุ่นแรกของ Suzuki เน้นย้ำถึงความสำคัญของตลาดอินเดียที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Toyota มองเห็นโอกาสในการใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตที่มีต้นทุนต่ำในอินเดีย เพื่อส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าไปยังตลาดอื่นๆ ในอนาคต
CREDIT : REUTERS
การเข้าสู่ตลาด EV ของ Toyota จะยิ่งเพิ่มความเข้มข้นในการแข่งขัน โดยเฉพาะในอินเดีย ผู้ผลิตรายอื่นๆ เช่น Tata Motors และ Hyundai ต่างก็มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆเช่นกัน Toyota จำเป็นต้องนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูง, ราคาที่แข่งขันได้และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด
ซึ่งอย่างไรก็ตาม ตลาด EV ในอินเดียยังคงเผชิญกับความท้าทาย เช่น โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟฟ้าที่ยังไม่ครอบคลุม และราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังสูง Toyota จำเป็นต้องร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในเรื่องประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของรถยนต์ไฟฟ้า
CREDIT : CarTrade
Toyota ตั้งเป้าหมายที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 10 รุ่นภายในปี 2026 การร่วมมือกับ Suzuki เป็นเพียงจุดเริ่มต้น Toyota จะเดินหน้าพัฒนาและเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ครอบคลุมหลากหลายเซ็กเมนต์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย
Toyota ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มระยะทางวิ่ง ลดเวลาในการชาร์จ และยืดอายุการใช้งาน การวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่แบบโซลิดสเตต เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ Toyota ในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
การร่วมมือระหว่าง Toyota และ Suzuki ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอินเดีย เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Toyota ในการเป็นผู้นำด้าน EV การผนึกกำลังกับพันธมิตร การลงทุนในเทคโนโลยี และการโฟกัสตลาดที่มีศักยภาพ จะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ Toyota บรรลุเป้าหมายในการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต