วันศุกร์ (17 ก.พ.) บริษัท หย่งอันซิ่ง เทคโนโลยี จำกัด ผู้ผลิตจักรยานซึ่งมีฐานในเมืองฉางโจว มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน เปิดเผยว่า ต้นแบบจักรยานพลังงานไฮโดรเจนแบบพับได้รุ่นใหม่ออกจากสายการผลิตในฉางโจวอย่างเป็นทางการแล้ว

จักรยานรุ่นใหม่นี้มีรูปร่างคล้ายจักรยานทั่วไป แต่มีการติดตั้งเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนและอุปกรณ์กักเก็บไฮโดรเจนแรงดันต่ำ โดยเซลล์เชื้อเพลิงจะทำหน้าที่สร้างพลังงานขับเคลื่อนจักรยานเมื่อเยื่อแลกเปลี่ยนโปรตอน (proton exchange membrane) ได้รับไฮโดรเจนจากอุปกรณ์กักเก็บ

เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนมีข้อได้เปรียบหลายประการเมื่อเทียบกับจักรยานไฟฟ้าทั่วไปที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม เช่น อายุการใช้งานยาวนานกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เนื่องจากจะสร้างแค่น้ำเท่านั้นขณะทำงาน

บริษัทฯ ระบุว่าจักรยานพลังงานไฮโดรเจนรุ่นใหม่นี้จ่ายพลังงานตามความเร็วในการปั่นของผู้ขี่ โดยจะหยุดจ่ายพลังงานเพิ่มเมื่อความเร็วแตะที่ 24 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อนึ่ง จักรยานรุ่นใหม่ชุดแรกจะเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตจำนวนมากช่วงปลายเดือนมีนาคม โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตแตะ 200,000 คันต่อปี ภายในปี 2025

ที่มา/ภาพสำนักข่าวซินหัว

Source : MGR Online

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าปี 2565 จำนวน 9,515 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 100% 

ส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าปี 2565 จำนวน 92,746 คัน เพิ่มขึ้น 34.93% ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าผสม(HEV)  84,685 คันเพิ่มขึ้น 44.93% ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก(PHEV) 8,061 คัน ลดลง21.21% ด้านยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าปี 2565 จำนวน 72,158 คันเพิ่มขึ้น 86.58% 

สอดคล้องกับเดือนม.ค. 2566 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 4,707 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีก่อน 649.52%  โดยแบ่งเป็น รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 2,945 คัน เพิ่มขึ้น 1,019.77% 

ด้านยานยนต์ประเภทไฟฟ้า(HEV)จดทะเบียนใหม่ข้อมูลในเดือน ม.ค.2566  มีจำนวน 7,687 คันเพิ่มขึ้น 76.51% โดยแบ่งเป็น

รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 7,653 คันเพิ่มขึ้น 76.54% 

สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภทPHEV มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า(PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 961 คันเพิ่มขึ้น 33.10% โดยแบ่งเป็นรถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 961 คันเพิ่มขึ้น 33.10 %

ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั้งปี 2565 จำนวน 72,158 คันเพิ่มขึ้น 86.58% การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า(BEV) 11,162 คัน เพิ่มขึ้น 371.37% 

เก๋งอีวีสุดฮิตในตลาดในประเทศ  ม.ค.66 ยอดจดป้ายแดงเพิ่ม 1,000%

Source : กรุงเทพธุรกิจ

กระทรวงพลังงาน เร่งเปิดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) 7 มี.ค. 2566 และการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) 10 มี.ค. 2566 ก่อนรัฐบาลประกาศยุบสภาฯ เพื่อให้มาตรการต่างๆ ที่จะสิ้นสุดอายุในเดือน มี.ค. 2566 เดินหน้าได้ต่อเนื่อง ทั้งราคา LPG สำหรับประชาชนทั่วไปและ LPG สำหรับผู้มีรายได้น้อย, ราคาก๊าซ NGV ,ส่วนลดค่าไฟฟ้า รวมถึงเรื่องที่ยังค้างอยู่ เช่น อัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว, เปิดเสรีธุรกิจก๊าซระยะที่ 2 ,แผนพลังงานแห่งชาติและแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวประเทศ (PDP)  

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า หลังจากรัฐบาลประกาศเตรียมยุบสภาผู้แทนราษฎรในเดือน มี.ค. 2566 นี้ ส่งผลให้กระทรวงพลังงานต้องเร่งจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน

โดยการจัดประชุมทั้ง กพช.และ กบง.ดังกล่าวจะเกิดขึ้นก่อนการยุบสภาฯ เบื้องต้นได้กำหนดจัดการประชุม กบง. ในวันที่ 7 มี.ค. 2566 และประชุม กพช. ในวันที่ 10 มี.ค. 2566 ทั้งนี้เนื่องจากมีวาระด้านพลังงานที่ต้องเร่งตัดสินใจเพราะหลายมาตรการจะสิ้นสุดอายุในสิ้นเดือน มี.ค. 2566

ทั้งนี้วาระที่สำคัญคือ 1. มาตรการด้านราคาก๊าซหุงต้ม(LPG) โดยในส่วนของที่ประชุม กบง. จะต้องพิจารณาในเรื่องราคา LPG สำหรับประชาชนทั่วไป เนื่องจากมติ กบง. เดิมเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2566 กำหนดให้ราคาจำหน่าย LPG สำหรับประชาชนทั่วไปอยู่ที่ 408 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม ระหว่างวันที่ 1-28 ก.พ. 2566 และจากนั้นในวันที่ 1-31 มี.ค. 2566 ให้ปรับขึ้นกิโลกรัมละ 1 บาท หรือเท่ากับปรับขึ้น 15 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม ทำให้ราคา LPG จะมาอยู่ที่ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม ดังนั้นมติดังกล่าวจะสิ้นสุดในเดือน มี.ค. 2566 นี้ จึงต้องมีการพิจารณาถึงทิศทางราคา LPG ของเดือน เม.ย. 2566 ต่อไปล่วงหน้า

นอกจากนี้ยังต้องรอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาตามมติ กบง. ที่เสนอเรื่องการต่ออายุส่วนลดราคา LPG สำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือกลุ่มหาบเร่แผงลอย ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากมาตรการส่วนลดราคา LPG 100 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ที่เริ่มมาตั้งแต่ 1 ม.ค.2566 จะสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 31 มี.ค. 2566 โดยที่ประชุม กบง. เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2566 ได้พิจารณาให้ต่ออายุมาตรการดังกล่าวออกไปอีก 3 เดือน ระหว่าง เม.ย.-มิ.ย. 2566 ซึ่งขณะนี้รอเพียง ครม.พิจารณาเห็นชอบเท่านั้น

2.มาตรการด้านราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) โดยที่ผ่านมา กบง. ได้ขอความร่วมมือกับบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ให้คงราคาจำหน่าย NGV สำหรับรถแท็กซี่ในโครงการเอ็นจีวีเพื่อลมหายใจเดียวกัน ไว้ที่ 13.62 บาทต่อกิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 2565 และจะสิ้นสุดในวันที่ 15 มี.ค. 2566 นี้ ดังนั้น กบง.จะต้องพิจารณาเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวว่าจะประสานการทำงานร่วมกับ ปตท.ด้านราคา NGV อย่างไรต่อไปหลังสิ้นสุดมาตรการ

3.มาตรการด้านราคาค่าไฟฟ้าประชาชน โดยที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาเห็นชอบอัตราส่วนลดค่าไฟฟ้าตามมติ กบง.งวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2566   โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 1-150 หน่วย จะได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้า 92.04 สตางค์ต่อหน่วย และ 2. กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 151-300 หน่วยจะได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้า 67.04 สตางค์ต่อหน่วย   ดังนั้นต้องรอดูว่า ที่ประชุม กพช.ในวันที่ 10 มี.ค. 2566 นี้จะมีการหารือเรื่องส่วนลดค่าไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนงวดต่อไปในเดือน พ.ค.-ส.ค. 2566 หรือไม่ เนื่องจากการเลือกตั้งใหม่และกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลอาจใช้เวลานาน ดังนั้นหาก กพช. ไม่มีการพิจารณาไว้ก่อนจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าประชาชนงวดต่อไปต้องเท่ากับที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ประกาศไว้โดยไม่มีส่วนลดค่าไฟฟ้า

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่กระทรวงพลังงานต้องส่งให้ กพช. และ ครม.พิจารณา เช่น แผนพลังงานแห่งชาติ, แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวประเทศ หรือ PDP, การขออนุมัติวงเงินกู้เพิ่มเติมสำหรับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงกรณีค่าไฟฟ้าสีเขียว 2 แนวทาง ที่ กกพ.อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็น ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 7 มี.ค. 2566  และเรื่องการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาติระยะที่ 2 ที่ต้องนำกลับมารายงาน กพช. ด้วย

Source : Energy News Center

กลุ่ม ปตท. เตรียมจัดงานใหญ่ “PTT Group Tech & Innovation Day” ขนทัพเทคโนโลยี นวัตกรรม และธุรกิจใหม่ของกลุ่ม ปตท. จัดแสดง 28 ก.พ. – 3 มี.ค. ณ ปตท. สำนักงานใหญ่ นอกจากนวัตกรรมสุดล้ำแล้ว ภายในงานยังพร้อมอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีแห่งอนาคต บนเวที Tech Talk และเปิดเวที Pitching Desk นำเสนอนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ของกลุ่ม ปตท. ที่พร้อมจับมือต่อยอดและขยายโอกาส สู่ธุรกิจที่ไกลกว่าพลังงาน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. เตรียมพร้อมจัดงาน PTT Group Tech & Innovation Day ภายใต้แนวคิด “Beyond Tomorrow: นวัตกรรม นำอนาคต” เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทิศทางกลยุทธ์การดำเนินงาน และการลงทุนด้านนวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. ตลอดจนสร้างการรับรู้ทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต และหาโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ พร้อมทั้งผลักดันการสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานและเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตามวิสัยทัศน์ Powering Life with Future Energy and Beyond ของกลุ่ม ปตท. โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2566 ณ ปตท. สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต

“ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีไปอย่างมาก รวมถึงวิกฤติการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ปตท. จึงมีการปรับตัวเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ โดยนอกจากการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมุ่งเติบโตในธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงานผ่านการพัฒนา ต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่กลุ่ม ปตท. มีความเชี่ยวชาญ โดยมีแกนหลักคือ สถาบันนวัตกรรม ปตท. ผ่านความร่วมมือทั้งจากในกลุ่ม ปตท. และจากเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำภายนอก จนเกิดเป็นกลุ่มงานนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ 7 ด้าน ประกอบด้วย Future Energy, Future Mobility, Life Science, AI, Robotics & Digitalization, Logistics & Infrastructure, Decarbonization และ Innovation Ecosystemที่นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของกลุ่ม ปตท. พร้อมรับทุกกระแสการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงให้กับประเทศไทยแล้ว ยังช่วยสนับสนุนให้กลุ่ม ปตท. บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2040 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2050 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของประเทศ พร้อมจุดพลังจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างคุณค่าต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยในทุกมิติได้อย่างยั่งยืนต่อไป” นายอรรถพลกล่าว

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า PTT Group Tech & Innovation Day ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกนี้ เป็นอีกหนึ่งการผนึกกำลังครั้งสำคัญและความภูมิใจของกลุ่ม ปตท. ที่พร้อมจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนา ต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการเติบโตทางธุรกิจ และมีส่วนในการช่วยสร้างสรรค์และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนในสังคมในด้านต่าง ๆ โดยตลอดการจัดงานทั้ง 4 วัน ผู้ร่วมงานจะได้พบกับกิจกรรมไฮไลท์ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย  

1. นิทรรศการแสดงผลงานทางด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม จาก กลุ่ม ปตท. อาทิ E-Bus รุ่นใหม่จาก ARUN PLUS, Hydrogen Refueling Station พร้อมรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง 1 ใน 2 คันของประเทศไทย, นวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตด้วย Life Science จาก Innobic, Smart Farming Drone จาก Varuna, Virtual Art Exhibition ด้วยเทคโนโลยี AR / VR จาก Mekha V, โอกาสทางธุรกิจใหม่ด้านไฮโดรเจน และ เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ของ ปตท., เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) ของ ปตท.สผ., การสร้างการเติบโตผ่าน Flagship Venture ของ Thaioil, นวัตกรรมผ้า Melt Blown ของ IRPC, Advanced Material Solutions (3D Printing Technology) จาก GC, Wind Energy Technology จาก GPSC, นวัตกรรม Mobility Lifestyle จาก OR, นำเสนอ Digital Industrial Solution ในบทบาทของ Enabler ให้กับกลุ่ม ปตท. โดย PTT Digital และสินค้านวัตกรรมที่พร้อมให้ช้อป ชิม จากกลุ่ม ปตท. 

2. Tech Talk เวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด มุมมอง และเทรนด์เทคโนโลยี นวัตกรรมที่น่าจับตาจากภาครัฐที่ขับเคลื่อนด้านนโยบายและผู้นำด้านนวัตกรรมกว่า 38 ท่าน ใน 23 หัวข้อ อาทิ Technology Foresight to the Edge of Tomorrow, Trend in Pharmaceutical Industry, Role of Intellectual Property for Innovation Ecosystem, Hydrogen Technology, Nuclear Fusion Technology, Opportunity to Enhance the Future by Life Science ฯ และ

3. Pitching Desk พื้นที่นำเสนอนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ของกลุ่ม ปตท. กว่า 30 แบรนด์ อาทิ ARUN PLUS, HORIZON PLUS, EVme, Swap & Go, MEKHA V, T-ECOSYS, GML, NRPT, ORZON, VARUNA, InnoSpace, MORE ฯ ที่พร้อมให้นักลงทุนและผู้สนใจได้ร่วมพูดคุย ต่อยอดและขยายโอกาสการเติบโตสู่ธุรกิจที่ไกลกว่าพลังงานไปด้วยกัน

“กลุ่ม ปตท. ขอเชิญชวนพันธมิตรและสื่อมวลชน ร่วมงาน PTT Group Tech & Innovation Day ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2566 ณ ปตท. สำนักงานใหญ่ โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าชมงานได้ครบทุกกิจกรรม ซึ่งนอกจากผลงานต่าง ๆ ที่มีการนำเสนอภายในงานแล้ว กลุ่ม ปตท. ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดจนเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ ให้ตอบโจทย์การดูแลสิ่งแวดล้อม เทรนด์การใช้ชีวิตของผู้คน และความต้องการของภาคธุรกิจที่จะมีความหลากหลายมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตเป็นที่ยอมรับทั้งในภูมิภาคอาเซียนและเวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคตได้ตามวิสัยทัศน์ขององค์กรต่อไป” ดร.บุรณิน กล่าวเสริมในตอนท้าย

สแกนเพื่อลงทะเบียนเข้างาน 

ท่านสามารถดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ โดยคลิ้กที่แต่ละหัวข้อ

  1. หนังสือนำ (PDF File)
  2. กฏกระทรวง (PDF File)
  3. ประกาศคณะกรรมการควบคุมอาคาร (PDF File)

หรือ ดูเอกสารจากหน้าเว็บตามรายละเอียดด้านล่างนี้

1.หนังสือนำ

2.กฏกระทรวง

3.ประกาศคณะกรรมการควบคุมอาคาร