สำนักงาน กกพ.เผยแนวโน้มค่าไฟฟ้าเอฟที​งวดปลายปี​​ (ก.ย. – ธ.ค. 66) อาจจะปรับลดลงได้​ 23-50​ สตางค์ต่อหน่วย​ จากแนวโน้มราคา​LNG​ ที่ปรับลดลง​และการที่ ปตท.สผ. เร่งผลิตก๊าซอ่าวไทยหลุม G1 ซึ่งมีราคาถูกกว่า​ LNG​ 2 – 3 เท่าได้เพิ่มขึ้น

โดยไม่ต้องรอพรรคการเมืองไหนเป็นรัฐบาล​ แล้วสั่งปรับลดค่าไฟทันที ทาง​ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ออกเอกสารข่าวแจ้งสื่อมวลชนวันนี้​ ( 11​ พ.ค.​ 2566​ )​ ว่า จากสถานการณ์ความผันผวน ของราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้าที่ส่งผลต่อค่าเอฟที (Ft) ในช่วงที่ผ่านมา สำนักงาน กกพ. จึงศึกษาแนวโน้มราคาค่าไฟฟ้าที่แปรผันไปตามราคา LNG ของงวดถัดไป โดยกำหนดให้ปัจจัยการผลิตอื่นเป็นตัวแปรคงที่ ซึ่งได้ตัวเลขค่า Ft ดังนี้

  1. ราคา LNG เฉลี่ย 14 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู (MMbtu) จะลดค่า Ft ได้ 30 สตางค์ต่อหน่วย
  2. ราคา LNG เฉลี่ย 15 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู (MMbtu) จะลดค่า Ft ได้ 26 สตางค์ต่อหน่วย
  3. ราคา LNG เฉลี่ย 16 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู (MMbtu) จะลดค่า Ft ได้ 23 สตางค์ต่อหน่วย

ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. ใช้ตัวเลขจากปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยในเวลาปัจจุบัน หาก ปตท.สผ. สามารถผลิตก๊าซในอ่าวไทยได้เพิ่มขึ้นจากหลุม G1 ตามแผน ก็จะทำให้อัตราค่า Ft ลดลงได้มากกว่านี้ โดยอาจลดลงได้ถึง 50 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากราคาก๊าซในอ่าวไทยที่ผลิตได้มีราคาถูกกว่า LNG นำเข้า 2 – 3 เท่าตัว ซึ่งสามารถนำมาลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญได้

โดย สำนักงาน กกพ. จะติดตามสถานการณ์ ราคาก๊าซ LNG นำเข้า อย่างใกล้ชิด เนื่องจากราคาก๊าซ LNG ในตลาดโลกที่ปรากฏให้เห็นในวันนี้ จะเป็นต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในอีก 45 วันข้างหน้า เพราะกระบวนการสั่งซื้อก๊าซ LNG และขนส่งจากต้นทางมายังคลังก๊าซในประเทศไทยจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 45 วัน

นอกจากนี้ สำนักงาน กกพ.จะดำเนินมาตรการลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าด้านอื่นอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้ได้ตลอดเวลา สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและประชาชน

พร้อมกันนี้​ สำนักงาน กกพ. ยังคงขอความร่วมมือให้ผู้ใช้ไฟฟ้าร่วมกันประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงสร้างค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยของไทยเป็นแบบอัตราก้าวหน้า หากยิ่งใช้ไฟฟ้าจำนวนหน่วยมาก ก็จะถูกเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงขึ้นและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นหากท่านลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นลงได้นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของตัวท่านเองแล้ว ยังเป็นการลดต้นทุนด้านพลังงานโดยรวมของประเทศด้วย

Source : Energy News Center

ข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) ระบุว่าหนึ่งในมาตรการสำคัญที่เรียกได้ว่ามีผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยที่เป็นคู่ค้าของกลุ่มประเทศ EU คือ มาตรการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นมาตรการภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)

ที่เป็นกลไกการปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน หรือ CBAM ซึ่งเกิดจากการที่ EU ใช้มาตรการ EU ETS (Emission Trading Scheme) เก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมากเกินกว่าปริมาณที่กำหนดไว้ นำไปสู่การชดเชย และซื้อขายคาร์บอน ผ่านตลาดคาร์บอนเครดิต ที่ทั่วโลกมีแพลตฟอร์มกลางใช้เสนอขายและต่อรองราคาซื้อกันอย่างกว้างขวาง ในส่วนของแพลตฟอร์มกลางของสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ UNFCCC ได้ระบุถึงแพลตฟอร์มการซื้อขายโครงการที่ลด หลีกเลี่ยง หรือ เลิกการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยโครงการต่างๆ ที่นำเสนอราคาขายผ่านแพลตฟอร์มจะต้องผ่านการรับรองความสามารถการลดก๊าซเรือนกระจก หรือ  Certified Emission Reductions (CERs) จากนั้นจะต้องแจ้งปริมาณการลดคาร์บอนก่อนจะเปิดขาย ซึ่งผู้ซื้อจะเป็นธุรกิจหรือองค์กรที่มีการปล่อยคาร์บอนเกินกำหนดจนอาจถูกมาตรการทางการค้า หรือมาตรการอื่นๆ

ตลาดคาร์บอนเครดิตโลก กลุ่มพลังงานน้ำศักยภาพสูงสุด

Source : กรุงเทพธุรกิจ

จากปัญหาค่าไฟแพงที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต้องปรับตัวเรื่องการใช้ไฟฟ้ากันอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แม้จะใช้ไฟเท่าเดิมก็ตาม ซึ่งหลายๆ คน ก็เลือกแก้ไขปัญหานี้ด้วยการลดการใช้ไฟบ้าง หรือเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าๆ ที่กินไฟมาก เป็นเครื่องไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่กินไฟน้อยลง บางท่านก็มองหาทางเลือกใหม่จากการใช้พลังงานสะอาด อย่างเช่น โซล่าร์เซลล์ ซึ่งตอนนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ปัญหาก็คือ ราคายังค่อนข้างสูงอยู่ และต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว ทำให้หลายคนไม่สามารถจะติดตั้งโซล่าร์เซลล์ได้

ดังนั้นหลายธนาคารที่ได้รับทราบปัญหานี้ และมองเห็นโอกาสในเรื่องของธุรกิจ ก็ได้ออกโปรโมชั่นสินเชื่อโซล่าร์เซลล์ออกมาให้บริการกัน รวมถึงมีสินเชื่อสำหรับรถไฟฟ้าออกมาด้วยพร้อมๆ กัน วันนี้ทางทีมงานคณะทำงานด้านพลังงาน หอการค้าไทย ได้รวบรวมเอาสินเชื่อโซล่าร์เซลล์มาให้พิจารณากัน เผื่อว่าใครกำลังสนใจจะติดตั้งโซล่าร์เซลล์แต่ไม่มีกำลังทรัพย์ที่เพียงพอ จะได้มีทางเลือกและโอกาสในการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ มีธนาคารไหนบ้าง ไปชมกันครับ

ธนาคารกรุงไทย สินเชื่อรักษ์โลก Home for Cash

มาเริ่มกันที่ธนาคารกรุงไทยกันก่อนครับ ซึ่งจะใช้ชื่อว่า “Home For Cash รักษ์โลก” สนับสนุนติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัย ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกทางเลือก ลดใช้พลังงาน ดอกเบี้ยพิเศษคงที่ 1.99% ในปีแรก

สินเชื่อ Home For Cash  รักษ์โลก ให้สิทธิสำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารเท่านั้น โดยยื่นขอสินเชื่อภายใต้หลักประกันเดิม  ส่วนลูกค้ารายใหม่ สามารถยื่นขอสินเชื่อ Home For Cash  รักษ์โลก พร้อมกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารได้ โดยเปิดกว้างสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายในบริเวณที่อยู่อาศัย  เช่น การติดตั้งแผงโซลาเซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) การติดตั้งเครื่องชาร์จ (EV Charger) สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นต้น ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ 

  • สำหรับติดตั้ง Solar Rooftop
  • สำหรับติดตั้ง EV Charger สำหรับรถไฟฟ้า
  • สำหรับซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่ช่วยประหยัดพลังงานฯ

ดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 1.99% ต่อปี ฟรีค่าธรรมเนียม 3 รายการ

  • ฟรีค่าธรรมเนียมประเมินราคา
  • ฟรีค่าธรรมเนียมจดจำนอง
  • ฟรีค่าธรรมเนียมยื่นกู้

อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อน 

ประเภทสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่าอัตราที่กำหนด (%)อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี (%)EIR*(%)
ปีที่ 1หลังจากนั้น
เงินกู้แบบกำหนดระยะเวลา
(Term Loan)
1.99MRR5.416.42

ภายใต้แคมเปญนี้ ลูกค้าจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ปีแรก 1.99% ต่อปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปีตลอดอายุสัญญา วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขายจริง ระยะเวลากู้นานสูงสุด 30 ปี สำหรับลูกค้าที่สนใจ ติดต่อธนาคารกรุงไทยทุกสาขา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center โทร. 02-111-1111   

ธนาคารออมสิน GSB Go Green

สำหรับธนาคารออมสินได้ออกโปรโมชั่นสินเชื่อในชื่อว่า GSB Go Green เป็นสินเชื่อสำหรับการซื้อรถไฟฟ้า EV หรือสินเชื่อสำหรับติดตั้งโซล่าร์เซลล์ ซึ่งสรุปรายละเอียดได้ดังนี้

  • เพื่อติดตั้ง Solar Cell หรือ Solar Rooftop ติดตั้ง  EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
  • เพื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
  • เพื่อซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่ช่วยประหยัดพลังงาน
  • ดอกเบี้ยพิเศษ คงที่ 1.99% นาน 3 เดือนแรก
  • ผ่อนต่ำแสนละ 199 บาท/เดือน นาน 3 เดือนแรก

จำนวนเงินให้กู้

  • กรณีใช้หลักทรัพย์เป็นประกันเงินกู้ระยาว (L/T) จำนวนเงินให้กู้สูงสุดไม่เกินรายละ 5,000,000 บาท ให้กู้สูงสุดไม่เกิน 90% ของราคาประเมินหลักทรัพย์* ทั้งนี้ เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาที่ธนาคารกำหนด
  • กรณีไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) ให้กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 10 เท่าของรายได้รวม และไม่เกินรายละ 500,000 บาท

ระยะเวลาชำระเงินกู้

  • กรณีใช้หลักทรัพย์เป็นประกัน ไม่เกิน 30 ปี โดยเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ ต้องไม่เกิน 70 ปี (ยกเว้นกรณีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ไม่เกิน 15 ปี) ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการกู้ร่วมกับบุคคลอื่นให้นับระยะเวลาชำระเงินกู้ตามอายุของผู้กู้ที่มีอายุน้อยที่สุดเพียงคนเดียว
  • กรณีไม่มีหลักประกัน (Clean Loan) สูงสุดไม่เกิน 7 ปี โดยเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี ยกเว้น กรณีเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือเจ้าของกิจการ ระยะเวลาชำระเงินกู้สูงสุด ไม่เกิน 5 ปี

อัตราดอกเบี้ย

รายละเอียดกรณีใช้หลักทรัพย์เป็นประกัน
ทำประกันฯไม่ทำประกันฯ
เดือนที่ 1-31.990%2.490%
เดือนที่ 4-12MRR-3.185%MRR-2.685%
ปีที่ 2 เป็นต้นไปMRR-0.500%
เฉลี่ย 3 ปี5.219%5.386%
EIR5.831%5.900%
รายละเอียดกรณีไม่มีหลักประกัน (Clean Loan)   
ทำประกันฯไม่ทำประกันฯ
เดือนที่ 1-37.990%8.490%
เดือนที่ 4-12MRR+1.495%MRR+1.995%
ปีที่ 2 เป็นต้นไปMRR+3.254%
เฉลี่ย 3 ปี9.392%9.559%
EIR9.445%9.598%

ยื่นกู้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มกราคม 2567

ธนาคารยูโอบี U-Solar โครงการยู-โซลาร์

ธนาคารยูโอบี จะเป็นสินเชื่อในชื่อโปรแกรมว่า U-Solar โปรโมชั่นสำหรับการช่วยให้ กลุ่มบริษัท  ผู้ประกอบการ บุคคลทั่วไป ที่สนใจเปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นเรื่องง่ายและครอบคลุมถึงการเริ่มต้นลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวด้านพลังงานโดยธนาคาร UOB จะเป็นเสมือนตัวกลางที่เข้าไปเชื่อมต่อทุกภาคส่วน ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงานแสงอาทิตย์ และช่วยในการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มาจากพลังงานสะอาด สำหรับรายละเอียดของสินเชื่อมีดังนี้

  • รายการผ่อนชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน สำหรับบัตรเครดิตธนาคารยูโอบี ที่ออกในประเทศไทยเท่านั้น (ยกเว้นบัตรเครดิตเพื่อธุรกิจ) หรือสูงสุด 24 เดือนสำหรับบัตรยูโอบี แคชพลัส เมื่อซื้อสินค้า/บริการ ผ่านบริการผ่อนชำระ UOB I-Plan ณ ร้านค้าที่เป็นพันธมิตรด้านพลังงานแสงอาทิตย์ของธนาคารยูโอบี ภายใต้โครงการยู-โซลาร์ (U-Solar)
  • บริการผ่อนชำระ UOB I-Plan ผ่านบัตรเครดิตธนาคารยูโอบี /บัตรยูโอบี แคชพลัส เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุใน คู่มือผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบี / คุ่มือการใช้วงเงินยุโอบี แคชพลัส
  • ระยะเวลาและจำนวนเงินผ่อนชำระเป็นไปตามที่ร้านค้ากำหนด โปรดตรวจสอบรายละเอียด ณ จุดขายก่อนชำระค่าสินค้า/บริการ
  • ธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้า/บริการ กรณีเกิดความเสียหาย หรือ ข้อบกพร่องใดๆ กรุณาติดต่อร้านค้าโดยตรง
  • ตรวจสอบร้านค้าที่เป็นพันธมิตรด้านพลังงานแสงอาทิตย์ของธนาคารยูโอบี ภายใต้โครงการยู-โซลาร์ (U-Solar) ที่ https://www.uob.co.th/personal/promotions/creditcard/others.page

ธนาคารกสิกรไทย สินเชื่อบ้านสีเขียว

สินเชื่อของธนาคารกสิกรไทยนั้น จะเป็นการทำโปรโมชั่นร่วมกับโครงการบ้านชื่อดังต่างๆ ราวๆ 15 บริษัท ซึ่งจะมีเรื่องของดอกเบี้ยพิเศษ กู้ได้สูงสุด 110% ฟรีค่าประเมิน และมีโปรโมชั่นร่วมกับทาง SCG ในการติดตั้งโซล่าร์เซลล์เป็นส่วนลดอีกด้วย

รายละเอียดและเงื่อนไข

สำหรับลูกค้าที่ยื่นกู้สินเชื่อบ้านแคมเปญ “สินเชื่อบ้านสีเขียว” ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 – 30 มิถุนายน 2566 และจดจำนอง ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2566

รายละเอียดและเงื่อนไข

  • ลูกค้าที่ได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากแคมเปญ “สินเชื่อบ้านสีเขียว” จะต้องมีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป
  • ลูกค้าต้องทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน โดยมีทุนประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อขั้นต่ำ 70% ขึ้นไปของวงเงินสินเชื่อรวมและเลือกระยะเวลาคุ้มครองเต็มระยะเวลากู้ หรือ ทุนประกันคุ้มครองเต็มวงเงินสินเชื่อรวม และเลือกระยะเวลาคุ้มครองขั้นต่ำ 70% ของระยะเวลากู้
  • วงเงินกู้ :
    • สำหรับบ้านราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท จะได้รับวงเงินกู้สูงสุด 110% ของราคาซื้อขายหรือ 100% ของราคาประเมิน
      หลักประกัน
      • วงเงินกู้ 110% ของราคาซื้อขาย แบ่งเป็น สินเชื่อบ้าน 100% และสินเชื่อตกแต่งบ้าน 10%
    • สำหรับบ้านราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับวงเงินกู้สูงสุด 90% ของราคาซื้อขายหรือ 90% ของราคาประเมิน
      หลักประกัน 
  • ค่าประเมินราคาหลักประกัน : ฟรี ค่าประเมินราคาหลักประกัน (3,000 บาท)
  • ระยะเวลากู้ : ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 30 ปี รวมอายุผู้กู้สูงสุดไม่เกิน 70 ปี

สิทธิพิเศษจาก SCG

  • ติดตั้งหลังคาโซลาร์กับ SCG Solar Roof Solution รับส่วนลดสูงสุด 73,840 บาท ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการติดตั้งหลังคาโซลาร์แพตเกจต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ SCG คลิก
  • ซื้อสินค้าประหยัดพลังงานอื่นๆ กับ SCG ในราคาพิเศษ พร้อมรับคะแนน SCG Family x2 ทุกสินค้าที่ร่วมรายการ
    1. บ้านไม่อบอ้าว อยู่สบาย ถ่ายเทอากาศ แม้ไม่เปิดแอร์ ดัวย Active AIRflow System 
    2. อากาศดียิ่งกว่าเครื่องฟอกอากาศ ด้วยเครื่องเติมอากาศดี SCG Active AIR Quality 
  • ซื้อสินค้าบล็อกปูพื้น SCG รุ่น Modern Block ครบ 10,000 บาท รับส่วนลด 300 บาท / เซลล์สลิป
  • ซื้อสินค้าฉนวนกันความร้อน รุ่น Stay Cool หนา 3 นิ้ว หรือ 6 นิ้ว ครบ 7,500 บาท รับส่วนลด 400 บาท / เซลล์สลิป
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

สิทธิพิเศษจาก บุญถาวร

รับสิทธิพิเศษ ส่วนลด จากบุญถาวร สูงสุด 16,500 บาท เมื่อซื้อสินค้าจากบุญถาวรที่ร่วมรายการ

  • ลด 1,500 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่ 25,000 บาทขึ้นไป
  • ลด 5,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่ 70,000 บาทขึ้นไป
  • ลด 10,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป

ระยะเวลา : 15 ก.พ. 2566 – 28 เม.ย. 2566
เงื่อนไข : เมื่อสมัครสินเชื่อบ้านสีเขียว ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. 2566 – 28 เม.ย. 2566 และจดจำนองภายในวันที่ 31 พค. 2566 
ระยะเวลาการใช้ส่วนลด 31 ส.ค. 2566

ผศ.ดร.พิมพ์ลภัส พงศกรรังศิลป์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์วลัยลักษณ์ (มวล.) และ คณะ กำลังร่วมกันขับเคลื่อนแผนงานวิจัย เรื่อง“การพัฒนาการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์จังหวัดกระบี่และพื้นที่เชื่อมโยง” ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ

มีเป้าหมายเพื่อศึกษาประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการท่องเที่ยว การวิเคราะห์ตลาดทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการคำนวณขนาดการปล่อยคาร์บอน การปรับ-ลด-ชดเชยปริมาณการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการท่องเที่ยว ที่สำคัญจะสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้ชุมชน ซึ่งนักวิจัย ม.วลัยลักษณ์ ได้ลงไปขับเคลื่อนในชุมชนต้นแบบของกระบี่ ได้แก่ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านไหนหนัง ชุมชนทุ่งหยีเพ็ง บ้านแหลมสัก เกาะกลาง ห้วยน้ำขาว คลองท่อม และชุมชนบ้านนาตีน

ม.วลัยลักษณ์ดัน‘กระบี่’ ท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

ขณะนี้กิจกรรมการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ได้ถูกนำไปใส่ในโปรแกรมการท่องเที่ยวและได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มนักท่องเที่ยวแถบยุโรปและกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียแล้วด้วย อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาพบว่า การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ฯ ต้องอาศัยการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อให้ทราบค่าเป้าหมายในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญกับการจัดการโดยเฉพาะด้านยานพาหนะทางการท่องเที่ยวและการจัดการขยะ เนื่องจากส่งผลกระทบอย่างมากต่อปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 

นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับกิจกรรมการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องให้ความตระหนักและมีการดำเนินการอย่างสม่ำเสมอตามปฏิญญากระบี่ หลังจากการลดแล้วต้องมีการชดเชย ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวสามารถนำคะแนน Earth Point ขององค์กรไปแลกคาร์บอนเครดิตเพื่อเป็นการชดเชย

ม.วลัยลักษณ์ดัน‘กระบี่’ ท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

การขับเคลื่อนจะเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงทั้งเครือข่ายในระดับประเทศ และเครือข่ายในจังหวัดกระบี่ เพื่อร่วมขับเคลื่อน Krabi Carbon Neutral Tourism 2040 ต่อไป

ทีมนักวิจัย มวล.ขอขอบคุณหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณการวิจัย รวมถึงสำนักงานจังหวัดกระบี่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดกระบี่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่และสมาคมการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดกระบี่ ที่ร่วมกันในการพัฒนาโจทย์วิจัยและวางแผนขับเคลื่อนการผลการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์และวางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้แนวคิด เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy).

Source : กรุงเทพธุรกิจ

ดร.วัลลภ จิวหลง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการมีส่วนร่วมและคุ้มครองสิทธิประโยชน์​ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) แจ้งว่า จากสถานการณ์อากาศร้อนผิดปกติในช่วงเดือนเมษายน หลายครัวเรือนใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องจ่ายเงินค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงมีกลุ่มบุคคลนำไปปั่นกระแสในสื่อออนไลน์ว่าค่าไฟฟ้าแพงทั้งๆ ที่ค่า Ft ยังอยู่ในอัตราเดิม จากความเข้าใจผิดดังกล่าวทำให้เกิดความวิตกกังวลและกลายเป็นช่องทางให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

“จากการเปิดช่องทางรับข้อร้องเรียนเรื่องค่าไฟฟ้าแพง ผู้ใช้ไฟฟ้าหลายรายโทรศัพท์สอบถามว่า สำนักงาน กกพ. มีการติดต่อเพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง โดยขอเข้าไปดูอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน และขอแอดไลน์ เพื่อใช้ในการประสานงาน หรือไม่ ทางสำนักงาน กกพ. ขอแจ้งว่า ไม่มีการมอบหมายเจ้าหน้าที่ให้โทรศัพท์ติดต่อ ขอแอดไลน์ หรือเข้าไปตรวจอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านแต่อย่างใด คาดว่าน่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ฉวยโอกาสช่วงประชาชนกังวลกับกระแสข่าวค่าไฟฟ้าแพง เพื่อหลอกผู้ใช้ไฟฟ้าเชื่อมโยงช่องทางสื่อสารอันนำไปสู่การหลอกขอรหัสหรือฝังไวรัสไว้ในเครื่องโทรศัพท์ เพื่อใช้โอนเงินออกจากบัญชีภายหลัง” ดร.วัลลภฯ กล่าว

ทางสำนักงาน กกพ. ขอเตือนผู้ใช้ไฟฟ้าว่า ไม่เคยสั่งให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ติดต่อเพื่อขอเข้าไปแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าแพง และห้ามให้รหัสหรือเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่นใด ๆ กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัยบัญชีธนาคารที่ติดตั้งอยู่ในโทรศัพท์มือถือ หากผู้ใช้ไฟฟ้ามีข้อสงสัยใดหรือประสบปัญหาค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ สามารถสอบถามได้ที่สำนักงาน กกพ. โทรศัพท์ 02-207-3599 ต่อ 877 หรือ 881 ในวันเวลาราชการ หรือยื่นร้องเรียนทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ทางอีเมล์ sarabun@erc.or.th และเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. : https://www.erc.or.th/th/contact หรือติดต่อได้ที่สำนักงานคณะกรรมการประจำเขต ทั้ง 13 เขต ในเวลาทำการ (วันจันทร์-วันศุกร์) เวลา 08.30 น. – 17.00 น.

Source : Energy News Center