EA จับมือพันธมิตรจีนลุยรถไฟ EV ล่าสุดหัวรถจักรพลังงานไฟฟ้าของบริษัท CRRC Dalian ผู้ผลิตรถไฟรายใหญ่ของจีน ส่งตรงมาถึงไทยแล้ว เตรียมทดสอบสับเปลี่ยนขบวนที่สถานีบางซื่อภายในปีนี้ เผยวิ่งได้ระยะ 150-200 กิโลเมตร สามารถประหยัดต้นทุนพลังงานได้กว่า 40% เมื่อเปรียบเทียบกับหัวรถไฟดีเซล สอดรับยุทธศาสตร์ Asian Logistics Hub ของไทยและภูมิภาค

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา บริษัท CRRC Dalian ผู้ผลิตรถไฟรายใหญ่จากประเทศจีน ได้จัดส่งหัวรถจักรพลังงานไฟฟ้าหรือรถจักร EV มายังประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และร่วมมือกับพันธมิตร บริษัท เอเซีย เอนจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส (ไทยแลนด์) จำกัด (AES) ผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมบำรุงรถไฟ เพื่อประกอบติดตั้งระบบแบตเตอรี่โดยหัวรถจักร EV คันนี้เป็นรถจักรคันแรกในการพัฒนารถไฟระบบ Battery Train ที่ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นรถจักรไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่

ทั้งนี้ EA ได้รับโอกาสจากกระทรวงคมนาคม และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จากนโยบาย EV on Train และร่วมมือกับภาควิชาการ สถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ มทร.อีสาน ในการเตรียมทดสอบระบบสับเปลี่ยนขบวน (Shunting) ที่สถานีบางซื่อภายในปีนี้ โดยหัวรถไฟ EV สามารถวิ่งได้ระยะ 150-200 กิโลเมตร สามารถประหยัดต้นทุนพลังงานได้ 40% เมื่อเปรียบเทียบกับหัวรถดีเซล

“ถือเป็นก้าวแรกของ EA ในการจับมือกับพันธมิตรในจีน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการผลิตรถไฟ ขณะที่ EA มีความพร้อมในออกแบบ และพัฒนานวัตกรรมระบบชาร์จ Ultra Fast Charge สอดคล้องยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Asian Logistics Hub”

ทั้งนี้ EA ได้ออกแบบพัฒนา นวัตกรรมระบบชาร์จ Ultra Fast Charge ในเวลา 1 ชั่วโมง ในระยะแรก และ Battery Swapping Station เพื่อการสลับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในเวลาไม่เกิน 10 นาที เพื่อลดเวลาการรอชาร์จ และนำมาขยายผลใช้งานในระบบขนส่งได้จริง สามารถขยายผลยกระดับการขนส่งโดยสารเมืองรอง สามารถรองรับการใช้งานทุกระดับ และนำไปพัฒนาระบบ Light Rail Transit (LRT) สำหรับขนส่งตัวเมือง

EA เล็งเห็นว่า Electritication ที่เป็นเทรนด์โลกในการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่ไฟฟ้า นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประเทศไทย ที่เอื้อให้เกิดนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่เป็นของคนไทยที่ทัดเทียมกับนานาชาติได้อย่างก้าวกระโดด  EA หวังว่าหัวรถจักร EV จะกลายเป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยสร้างอุตสาหกรรม และมูลค่าให้กับประเทศไทยบนพื้นฐานความยั่งยืน เพราะเป็นเทคโนโลยี Zero emission ไม่ก่อให้เกิด PM2.5 เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลด carbon footprint ที่เป็นพันธกิจของประเทศไทยในเวทีโลก COP26 นับเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งสำคัญนับตั้งแต่ศตวรรษที่19-20

ถึงไทยแล้ว! EA เผยหัวรถไฟ EV มาแล้ว ประหยัดพลังงาน 40%
ถึงไทยแล้ว! EA เผยหัวรถไฟ EV มาแล้ว ประหยัดพลังงาน 40%
ถึงไทยแล้ว! EA เผยหัวรถไฟ EV มาแล้ว ประหยัดพลังงาน 40%
ถึงไทยแล้ว! EA เผยหัวรถไฟ EV มาแล้ว ประหยัดพลังงาน 40%
ถึงไทยแล้ว! EA เผยหัวรถไฟ EV มาแล้ว ประหยัดพลังงาน 40%

Source : กรุงเทพธุรกิจ

กลุ่ม ปตท. ภายใต้แบรนด์ ออน- ไอออน (on-ion) ผนึกพันธมิตร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ขยายความร่วมมือให้บริการสถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (on-ion EV Charging Station) ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 37 สาขา ใน 18 จังหวัด ทั่วประเทศ รวมกว่า 350 ช่องจอด นอกจากนี้ยังเสริมทัพด้วย บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด ร่วมขยายสถานีกว่า 50 ช่องจอด รวมเป็นกว่า 400 ช่องจอด ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อส่งเสริมไลฟ์สไตล์พลังงานสะอาด เดินหน้าพันธกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ร่วมขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อตอบรับเทรนด์ EV ที่คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มธุรกิจพลังงานรายใหญ่ ร่วมขยายสถานีฯ ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 37 สาขา ใน 18 จังหวัด ทั่วประเทศ รวมกว่า 400 ช่องจอด ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งถือว่ามากที่สุดและเป็นเบอร์ 1 ในกลุ่มศูนย์การค้าของไทย โดยเฟสแรกคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม ตอบรับการเดินทางในทุก ๆ วัน (short haul) หรือจะเดินทางแบบเมืองเชื่อมเมือง (long haul) ก็ได้ โดยจุดชาร์จครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้เกิด Worry-Free Journey หรือ การเดินทางแบบไร้กังวล ความสะดวกสบาย ชาร์จไฟกับรถยนต์ได้ทุกแบรนด์ ทุกค่าย   สถานที่และระบบชาร์จมีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง อีกทั้งกลุ่มเซ็นทรัลยังมีโครงการส่งเสริม Eco-lifestyle Marketing ทั้งโปรโมชั่น และส่วนลดต่างๆ เพื่อสนับสนุนการใช้รถ EV ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทย เป็นการร่วมกันดูแลโลกและสิ่งแวดล้อม พร้อมต่อยอดตามดีมานต์ของลูกค้าในอนาคต และขยายสู่ธุรกิจอื่น ๆ อาทิ ที่อยู่อาศัย โรงแรม และอาคารสำนักงาน โดยคาดว่าจะมีส่วนช่วยในการลดการปลดปล่อยก๊าซ CO2 ให้ประเทศไทย ได้มากกว่า 5,250 ตันต่อปี  

นายนพดล ปิ่นสุภา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. โดย บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) ได้ขยายสถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้     แบรนด์ ออน- ไอออน (on-ion EV Charging Station) บนทำเลศักยภาพร่วมกับเซ็นทรัลพัฒนา ผู้นำในอุตสาหกรรมศูนย์การค้าของไทยให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ รองรับการเติบโตของตลาด EV ให้พลังงานทางเลือกอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด พร้อมสนับสนุนให้คนไทยใช้พลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบของ “Green Charging Network” ผ่าน on-ion mobile application การจับมือกับเซ็นทรัลพัฒนาในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนด้านนวัตกรรมพลังงานอนาคต เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทชั้นนำของประเทศไทยในด้านพลังงานและด้านพัฒนาศูนย์การค้า สร้างความมั่นคงด้านพลังงานแห่งอนาคต และให้ผู้ใช้ EV เกิดความมั่นใจว่าสามารถเดินทางทั่วไทยได้อย่างไร้กังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างทาง ซึ่งผู้ใช้ EV ที่ใช้บริการชาร์จไฟที่สถานีของ ออน-ไอออน จะมั่นใจได้ว่าพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับเป็นพลังงานสะอาดที่มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 100% ด้วยการออกใบรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificates (RECs) และเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตในประเทศไทยทั้งหมด นอกจากนี้ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดจะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย 

ปัจจุบัน กลุ่ม ปตท. ได้ลงทุนธุรกิจด้าน EV Value Chain รองรับการขยายฐานธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในทุกมิติ ทั้งในด้านการผลิต จำหน่าย ระบบกักเก็บพลังงาน แพลตฟอร์มเช่ายานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงพลังงานหมุนเวียนและการประหยัดพลังงาน โดยพร้อมร่วมมือกับเซ็นทรัลพัฒนา ผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ประสิทธิภาพสูง เพื่อสร้างสังคมคาร์บอนต่ำให้กับประเทศไทยและคนไทยทุก ๆ คน ต่อไป

นายพูนพัฒน์ โลหารชุน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า การร่วมมือกับเซ็นทรัลพัฒนาในครั้งนี้นับเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าให้แข็งแกร่งและครอบคลุมมากขึ้น เข้าถึงสถานีชาร์จได้ง่ายขึ้น อีโวลท์ในฐานะผู้ให้บริการสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร มุ่งขยายเครือข่ายสถานีชาร์จเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ At Home, At Work, At Play, At Travel ซึ่งเซ็นทรัลพัฒนาเป็นศูนย์การค้าชั้นนำที่มีโลเคชั่นใจกลางเมืองและจังหวัดหลักในแต่ละภูมิภาคที่ดี (Prime Location) โดยอีโวลท์ที่จะเข้ามาเสริมในส่วนของการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จในศูนย์การค้าเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน At Play โดยพร้อมเปิดให้ใช้บริการเต็มรูปแบบภายในปี 2565 ผ่าน EVolt Application ทั้งระบบ IOS และ Android

Source : Energy News Center

การไฟฟ้านครหลวง เริ่มเก็บค่าบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 7.50 บาท ต่อหน่วย พิเศษตลอดเดือนสิงหาคม รับเงินคืน CASH BACK 50% เริ่มวันนี้ 

วันที่ 1 สิงหาคม 2565 การไฟฟ้านครหลวง เริ่มเก็บค่าบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หลังจากที่ได้มอบสิทธิพิเศษให้ประชาชนชาร์จไฟฟรีครบกำหนดแล้ว โดย MEA EV จะเริ่มเก็บค่าบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอัตราเดียว 7.50 บาทต่อหน่วย (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) พร้อมรับเงินคืน CASH BACK ผ่าน MEA EV Wallet 50% เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาการไฟฟ้านครหลวง MEA ครบรอบ 64 ปี ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม 2565 ระบบจะนำเงินเข้า Wallet MEA EV Application ภายในวันที่ 5 กันยายน 2565 ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และจำนวนเงินที่ชาร์จ (ภายในเวลาที่กำหนด) สำหรับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ร่วมแคมเปญ มีรายละเอียด ดังนี้

สถานีชาร์จ ที่ทำการ MEA

  • วัดเลียบ
  • บางขุนเทียน
  • บางเขน
  • บางใหญ่
  • ธนบุรี
  • สมุทรปราการ
  • ลาดกระบัง
  • นนทบุรี
  • บางกะปิ
  • บางพลี
  • ยานนาวา
  • บางนา
  • นวลจันทร์
  • บางบัวทอง
  • มีนบุรี
  • เพลินจิต
  • บางพูด

สถานีชาร์จในพื้นที่พันธมิตร

  • 7-Eleven สาขาบ้านสวนลาซาลและสาขาบางขุนนนท์
  • หมู่บ้าน THER
  • ลาดพร้าว 93
  • ศูนย์บริการ MK Plus
  • สวนเบญจกิติ

เงื่อนไขการใช้สิทธิ

  • ไม่สามารถโอนเงินที่ได้รับจาก MEA ออกจาก MEA EV Wallet ได้ และไม่สามารถจำหน่าย หรือโอนสิทธิในการร่วมกิจกรรมให้ผู้อื่นได้
  • ผู้ร่วมกิจกรรมรับทราบและยินยอมให้ MEA มีสิทธิในการเข้าถึงและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลจากรายละเอียดที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้ เพื่อประโยชน์สำหรับกิจกรรมทางการตลาด การโฆษณา รวมถึงวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ที่เหมาะสมได้
  • ผู้ร่วมกิจกรรมไม่มีสิทธิเรียกร้องความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดขึ้นจากการร่วมกิจกรรม
  • จะไม่รับผิดชอบกรณีเกิดข้อขัดข้องของเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงจนเป็นเหตุให้เกิดความสูญหายของข้อมูลในระยะเวลาของการจัดกิจกรรม
  • หากผู้ร่วมกิจกรรมประพฤติตัวไม่เหมาะสม สร้างความเสื่อมเสีย หรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน MEA สามารถตัดสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมของบุคคลนั้นทันที โดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น
  • จะไม่รับผิดชอบการกระทำของผู้ร่วมกิจกรรม อันส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น โดยผู้ร่วมกิจกรรมต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตนเองแต่ฝ่ายเดียว
  • ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก หรือยุติกิจกรรม โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และสงวนสิทธิในการพิจารณาข้อพิพาท โดยคำตัดสินของ MEA ถือเป็นที่สิ้นสุด

Source : ประชาชาติธุรกิจ
Photo : Daniel LEAL / AFP

ปตท.ย้ำ การก้าวสู่ Net Zero เทคโนโลยี-นโยบายภาครัฐสำคัญ เพราะมีค่าใช้จ่ายที่สูง ทำช้าไม่ได้ ทำเร็วก็ไม่ดี องค์กรต้องแข่งขัน ชี้ภายในปี 2030 กลุ่มปตท.ต้องมีรายได้จากธุรกิจใหม่ 30%

นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์องค์กรและความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานเสวนา “Special Forum Innovation Keeping The World : Rethink Recover นวัตกรรมรักษ์โลก” หัวข้อ “Rethink Recover คิดใหม่เพื่อโลก : Innovation for Zero Carbon” จัดโดย “สปริงนิวส์” และ “เนชั่น กรุ๊ป” ว่า ปตท. เติบโตมาจากอุตสาหกรรมพลังงาน โดยธุรกิจของปตท. ในอดีต เริ่มจากน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ระยะหลังเริ่มมีปิโตรเคมี

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมพลังงานถือว่ามีการปลดปล่อยคาร์บอนเยอะที่สุดในสัดส่วนกว่า 60% ของประเทศไทย เมื่อสังคมโลกได้เริ่มบีบคั้นเกี่ยวกับคาร์บอน โดยเฉพาะประเทศทางยุโรป น้ำแข็งกำลังละลายและท่วมบ้าน ภูมิอากาศเปลี่ยนไป แม้แต่กระทั่งประเทศไทย จะเห็นว่าเมื่อช่วงเดือนเม.ย. ช่วงปี 2 ปีที่ผ่านมา อากาศเย็นมาก ถือเป็นโอกาสให้เห็นว่าการปลดปล่อยคาร์บอนมีผลกับสภาพอากาศ ที่เรียกว่าสภาวะเรือนกระจก และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

อย่างไรก็ตาม ปตท. อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนว่าธุรกิจเดิมที่อยู่กับไฮโดรคาร์บอน มีบริษัทลูกที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อาทิ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้า จากโซล่าเซลล์ และพลังงานลม ปรับรูปแบบดำเนินธุรกิจขายน้ำมันผ่านบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ซึ่งเมื่อจะมุ่งสู่พลังความสะอาดพลังงาน หรือ Go Green คนมาเติมน้ำมันในปั๊มปตท. จะลดลงหรือไม่ นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ EV Value Chain ปตท. ได้จัดตั้ง บริษัท อรุณพลัส เพื่อวัตถุประสงค์สนับสนุนทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์ที่กำลังจะเปลี่ยนไป โดยการสร้างโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี)

อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจต้องปรับตัว ในการทำธุรกิจกับต่างประเทศประเทศที่เขาให้ความสำคัญโดยเฉพาะทางฝั่งตะวันตกยุโรปหรืออเมริกาไม่ว่าองค์กรเดินเรือหรือการบินระหว่างประเทศคำนึงถึงปัญหาคาร์บอน ปตท.อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้มีคำถามเรื่องเป้าหมายเน็ตซีโร่ หรือแม้แต่การจะกู้เงินเพื่อลงทุนธุรกิจต่าง ๆ ของบริษัทใหญ่ ๆ จะถูกธนาคารถามเรื่องของเป้าหมายคาร์บอน หากไม่คำนึงอาจจะไม่ปล่อยเงินกู้หรือไม่ก็ดอกเบี้ยแพง เป็นต้น

ปตท. จากที่เคยทำน้ำมัน ก๊าซฯ ปิโตรเคมี เมื่อทุกคนให้ความสนใจมุ่งสู่ Go Green ดังนั้น ทุกอย่างต้องสะอาด รวมถึง Go Electric การผลิตไฟฟ้าจากเดิมที่เป็นน้ำมัน จะต้องเปลี่ยนไป ปตท. เป็นองค์กรขนาดใหญ่สำหรับประเทศไทยเกิดขึ้นจากที่ประเทศขาดแคลนน้ำมันปี 2521 ดำเนินธุรกิจรวม 44 ปี สร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ”

ทั้งนี้ ปัจจุบันปตท. ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม พลังงานไม่ขาดแคลน มีไฟฟ้าใช้ตลอด แม้ราคาจะแพง เพราะนำเข้าน้ำมันกว่า 90% แต่การขาดแคลนไม่เกิดขึ้นเหมือนบางประเทศที่ต้องรอคิว และไม่มีเงินซื้อน้ำมันมาให้ประชาชนในประเทศ ขณะเดียวกัน ด้วยสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนไป ปตท. จำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนสู่พลังงานสะอาดด้วย ไม่เช่นนั้นจะโดนบีบลงเรื่อย ๆ และอนาคตสัดส่วนของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น สถานีบริการน้ำมันของโออาร์จึงเริ่มติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้า เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งาน

“ปัจจุบันลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น จำนวน 50% เข้ามาเติมน้ำมัน ส่วนอีก 50% มาใช้บริการด้านอื่น ๆ ซึ่งทางโออาร์มีร้านกาแฟ สะดวกซื้อ ร้านอาหาร บริการต่าง ๆ อีกมากมาย”

นายเทอดเกียรติ กล่าวว่า จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนปี 2050 และ Net Zero ปี 2065 บนเวที COP26 นั้น การจะทำให้ทั้งประเทศเป็น Net Zero จะต้องใช้เงินค่อนข้างเยอะ ซึ่งต้องคิดดี ๆ ดังนั้น ปตท. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐ และบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ ต้องมีความรับผิดชอบจะต้องช่วยประเทศไทยให้ดีขึ้น และบรรลุเป้าหมายที่นายกฯ ประกาศ ซึ่งจะต้องทำเป้าหมายให้สำเร็จก่อนเป้าหมายประเทศให้ได้

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินธุรกิจให้สำเร็จ สิ่งสำคัญคือ เทคโนโลยี ปตท.มีสถาบันวิจัยที่ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันนวัตกรรม มีทั้งเทคโนโลยีที่ใช้ภายในธุรกิจเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีและเหมาะสมที่สุด จะเป็นการประหยัดงบประมาณได้ดี ปตท. อีกทั้งยังมีสถาบันวิทยสิริเมธีถือเป็นสถาบันการศึกษาทั้งชั้นนำตั้งอยู่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ เป็นสถาบันที่มีผลการวิจัยสำคัญต่อนักศึกษาและอาจารย์ โดยผลการวิจัยหลาย ๆ อย่างได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์มากมาย

“ในอดีตเราเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติ เมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี 2544 ได้พัฒนาและประสบความสำเร็จ มีธุรกิจอยู่ในหลายประเทศทั้งในยุโรป มีออฟฟิศอยู่ในลอนดอน และอเมริกา ทำการค้ากับหลายประเทศในเอเซีย จนต้นปีที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่ powering life with future energy and beyond หรือ ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังงานแห่งอนาคต ดังนั้น แผนธุรกิจก็ต้องเปลี่ยนไป”

อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินธุรกิจในอดีตจากน้ำมันและก๊าซฯ แต่ตอนนี้ ปตท.มีบริษัทลูกกว่า 400 บริษัท ทำให้กำไรจากปตท. ดำเนินการเองอยู่ที่ 10-15% และ ปตท.ได้ตั้งกำไรจากธุรกิจใหม่ อาทิ ธุรกิจยา อาหารและสุขภาพ ธุรกิจพลังงานสะอาดต่างๆ เป็นต้น ในปี 2030 ต้องได้กำไรอย่างน้อย 30% ในปี 2030

“การจะก้าวสู่ Net Zero หรือ Go Green หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน นโยบายภาครัฐสำคัญ ด้วยเทรนด์ของ Carbon Zero เป็นเรื่องที่ทุกคนสนใจ โดยเฉพาะสังคมระดับสากล ค่าใช้จ่ายที่สูงไม่ใช่ของฟรีทำช้าคงไม่ได้ทำเร็วมากก็อาจจะไม่ดี ทุกคนต้องวิเคราะห์เพราะเป็นต้นทุนของเรา ต้องอย่าลืมว่าการทำธุรกิจสุดท้ายจะต้องแข่งขันได้ หากทำเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วใส่เงินเข้าไปเยอะในเวลาที่ไม่เหมาะสม จะทำให้บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันได้”

Source : กรุงเทพธุรกิจ

สรรพสามิตยันลดภาษีรถอีวีเหลือ 2% มีผลในสัปดาห์นี้ คาดค่ายรถทยอยส่งมอบได้อีก 1,500 คัน แย้มรถยนต์ไฟฟ้าค่าย “ญี่ปุ่น-จีน” จ่อเข้าร่วมอีก 3-4 ราย ส่วนจักรยานยนต์ “ไทย-จีน” เตรียมเข้ามาตรการอีก 2-3 ค่าย ฟากสมาชิก ส.อ.ท.กลุ่มยานยนต์ร้องภาษีนำเข้าไม่เท่าเทียม จี้คลังปรับโครงสร้างอีกรอบ

นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต เปิดเผยว่า โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่มีการลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จาก 8% เหลือ 2% คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยน่าจะลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในวันที่ 8 มิ.ย. และมีผลบังคับใช้ในวันถัดไป

ซึ่งเชื่อว่าค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์จะทยอยเข้ามาเซ็นสัญญาเข้าร่วมมาตรการส่งเสริมการใช้อีวีจากรัฐบาลมากขึ้น โดยในปี 2565 นี้ ประเมินไว้เบื้องต้นว่าจะมีทั้งค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นและจีนอีกอย่างน้อย 3-4 ค่าย และค่ายรถจักรยานยนต์จากไทยและจีนอีกอย่างน้อย 2-3 ค่าย มาเข้าร่วมมาตรการ

สำหรับค่ายรถยนต์ที่เปิดให้จองรถอีวีไปก่อนหน้านี้ ได้มีการทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้าไปแล้วประมาณ 500 คัน และคาดว่าหลังจากโครงสร้างภาษีมีผลบังคับใช้ แต่ละค่ายรถจะทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้าได้อีกประมาณ 1,500 คัน

ทั้งนี้ จากการที่นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน ไปโรดโชว์ประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา นับเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยกระตุ้นให้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นปรับแผนหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเร็วขึ้น จากเดิมในปี 2573 เป็นภายในปี 2569

“ปัจจุบันค่ายรถยนต์ของญี่ปุ่นที่เซ็นสัญญาเข้าร่วมมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทยแล้ว คือ โตโยต้า เราคาดว่าหลังจากนี้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นค่ายอื่น ๆ จะทยอยตามมา รวมทั้งค่ายรถยนต์ของจีน เช่น เนต้า และฉางอาน ซึ่งมีแผนที่จะว่าจ้าง ฟ็อกซ์คอนน์ ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขอยื่นรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อเข้ามาสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย”

นายณัฐกรกล่าวว่า การที่ค่ายรถยนต์มีการหยุดรับจองรถชั่วคราวมาเกือบ 2 เดือนนั้น เกิดจากปัญหาการขาดแคลนชิปซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญของรถอีวี โดยบริษัทแม่ของแต่ละค่ายรถยนต์จำเป็นต้องกระจายรถยนต์ที่ผลิตแล้วส่งไปให้ลูกค้าในหลายประเทศ

ขณะที่ไทยมียอดจองรถอีวีรวมอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นคันในปัจจุบัน ดังนั้นหากปัญหาการขาดแคลนชิปยืดเยื้อเป็นปีก็จะกระทบต่อแผนส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในไทยได้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้การประกาศลดภาษีรถอีวีออกมาล่าช้า เนื่องจากต้องมีการทำกฎหมายลูกถึง 25 ฉบับ จึงต้องใช้เวลา โดยเฉพาะสาระสำคัญเกี่ยวกับคำนิยามของรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ ที่จะเข้าข่ายได้รับการสนับสนุนมาตรการภาษี และเงินอุดหนุนจากรัฐ ประกอบกับที่ผ่านมาอยู่ในช่วงการเปลี่ยนอธิบดีกรมสรรพสามิต ซึ่งจะต้องเป็นผู้ลงนามกฎหมาย จึงทำให้กระบวนพิจารณาชะลอออกไป

“กรณีค่ายรถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี และเกรท วอลล์ มอเตอร์ ประสบปัญหาเรื่องการค้างส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าหลายพันคัน เนื่องจากรอประกาศกฎหมายลดภาษีสรรพสามิตอยู่นั้น เชื่อว่าหลังจากประกาศกระทรวงการคลังมีผลบังคับใช้แล้ว ปัญหาเหล่านี้จะคลี่คลายไปได้ โดยค่ายรถยนต์สามารถส่งมอบรถอีวีให้กับลูกค้า และจะได้รับการสนับสนุนด้านภาษีทันที” แหล่งข่าวกล่าว

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิก ส.อ.ท.ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากมีรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากประเทศจีนมีภาระภาษีเพียง 0% เพราะรับสิทธิจากข้อตกลงการเจรจาการค้าเอฟทีเอ จีน-อาเซียน ขณะที่หลายประเทศต้องเสียภาษี 40% ถือว่ามีความแตกต่างกันมาก

ดังนั้นจึงเตรียมที่จะนำเรื่องดังกล่าวหารือกระทรวงการคลังอีกครั้ง เพื่อหารือการปรับโครงสร้างภาษียานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจังอีกครั้ง ทั้งนี้ มองว่าหากอัตราภาษียังคงเหลื่อมล้ำกันสูงมาก การจูงใจให้เกิดการลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอาเซียนอาจจะไม่เกิดขึ้น

Source : ประชาชาติธุรกิจ