กลุ่ม ปตท. เดินหน้าสนับสนุนนโยบายรัฐเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยในช่วงผลผลิตล้นตลาด ตอบรับความร่วมมือ กรมการค้าภายใน (DIT) กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินโครงการ “กลุ่ม ปตท. ชวนคุณสร้างรอยยิ้มให้เกษตรกร” โดยเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิต ณ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ ระหว่างวันที่ 15 – 16 ก.ค. 2568 โดยมีนายวุฒิกร สติฐิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ ปตท. (กลางขวา) นางมีนา ศุภวิวรรธน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ปตท. (ขวา) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (กลางซ้าย) และนางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน (ซ้าย) ให้เกียรติร่วม Kick off กิจกรรมสร้างรอยยิ้มในครั้งนี้ และ กลุ่ม ปตท. ยังเป็นพันธมิตรรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรงเพื่อมอบให้แก่เครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ อาทิ โรงพยาบาล โรงเรียน สถานดูแลผู้สูงอายุ

โครงการชวนคุณสร้างรอยยิ้มให้เกษตรกรเป็นโครงการที่กลุ่ม ปตท. ผนึกกำลังเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยผ่านการสนับสนุนในกิจกรรมการตลาดและ CSR อาทิ การซื้อไปบริจาคให้แก่เครือข่ายของ ปตท. เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ชุมชน เป็นต้น ร่วมกับการเปิดพื้นที่รอยยิ้มให้เกษตรกรมาจำหน่ายผลผลิตตามฤดูกาล ซึ่งโครงการจะดำเนินไปจนถึงสิ้นปี 2568

Source : Energy News Center

โรงงานเอทานอลจากมันสำปะหลัง ลุ้นนโยบาย “E20” ปลุกชีพอุตสาหกรรม 1.7 แสนล้าน ช่วยเกษตรกรชาวไร่อ้อย-มันสำปะหลังกว่า 1.2 ล้านครัวเรือน ราคาไม่ผันผวน ขณะสมาคมชาวไร่มันฯ ผวาตกเป็นเหยื่อภาษีทรัมป์ เปิดทางนำเข้าเอทานอลสหรัฐล้านตัน ทุบอาชีพล่มสลาย

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 กองพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน รายงานสถานการณ์เอทานอล ปัจจุบันไทยมีโรงงานผู้ผลิตเอทานอลทั้งสิ้น 28 ราย กําลังการผลิตรวม 6.92 ล้านลิตร/วัน (มูลค่าอุตสาหกรรม 1.7 แสนล้านบาท) ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตเอทานอลเดือนพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ 3.51 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 68 อยู่ที่ประมาณ 0.25 ล้านลิตร/วัน ปริมาณการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 50.7 ซึ่งราคาเอทานอลอ้างอิง เดือนกรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 18.34 บาท/ลิตร

เอทานอล ลุ้นรัฐดันนโยบาย E20 ผวาถูกสหรัฐบีบนำเข้าล้านตัน ทุบอุตฯ ล่มสลาย

ขณะที่ราคาเอทานอลต่างประเทศ ได้แก่ เอทานอล (ฟิลิปปินส์) 43.02 บาท/ลิตร, สหรัฐอเมริกา 14.25 บาท/ลิตรและบราซิล 17.68 บาท/ลิตร ซึ่งอนาคตอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เนื่องจาก (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2567-2580  “Oil Plan 2024 ของไทยที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นมาแล้วก็ยังไม่คลอด ยิ่งทำให้โรงงานเอทานอลลำบากมากขึ้น เพราะธุรกิจเอทานอลที่ใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิงของไทยถูกขับเคลื่อนโดยนโยบายรัฐ

เอทานอล ลุ้นรัฐดันนโยบาย E20 ผวาถูกสหรัฐบีบนำเข้าล้านตัน ทุบอุตฯ ล่มสลาย

นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ นายกสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสถานการณ์ภาพรวม 6 เดือนแรก ปี 2568 ความต้องการใช้เอทานอลลดลงจากปีก่อน โดยเหลือ 3.3-3.4 ล้านลิตรต่อวัน เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้การใช้ลดลง ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลัง คาดว่าน่าจะเหนื่อยทุกเซ็กเตอร์ นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มลดลง และมีประเด็นที่สหรัฐประกาศเก็บภาษีสินค้าไทย (Reciprocal Tariff) ที่ 36%) ทำให้ผู้ประกอบการชะลอการลงทุน เพื่อรอดูทิศทางของตลาด และมีความระมัดระวังในการใช้เงิน ซึ่งการใช้เอทานอลขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจ

เอทานอล ลุ้นรัฐดันนโยบาย E20 ผวาถูกสหรัฐบีบนำเข้าล้านตัน ทุบอุตฯ ล่มสลาย

“หากรัฐมีนโยบายใช้ E20 เป็นพื้นฐาน (นํ้ามันเบนซิน E20 ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอล 20% เป็นเชื้อเพลิงพื้นฐานในประเทศ) ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 6 ล้านลิตรต่อวันได้ไม่มีปัญหาเนื่องจากสมาชิกในสมาคมมีกำลังการผลิต อยู่ 7-8 ล้านลิตรต่อวันอยู่แล้ว รวมทั้งมีรถยนต์ในประเทศที่สามารถใช้นํ้ามันนี้ได้อยู่แล้วจำนวนมาก ซึ่งเหลือแค่นโยบายรัฐบาลเท่านั้นว่าจะเป็นอย่างไร ที่สำคัญหากสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้จะเป็นผลดีต่อเกษตรกร จะขายสินค้าได้ราคาดีมีเสถียรภาพไม่ความผันผวน และจะสามารถดูดซัพพลายมันสำปะหลังออกจากตลาดได้อย่างน้อย 6-8% ไม่ต้องพึ่งพิงตลาดส่งออกเพียงอย่างเดียว”

นางสาวสุรียส กล่าวอีกว่า นอกจากนี้หากในอนาคตเกิดสงครามในตะวันออกกลางอีก นโยบายนี้จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยด้านความมั่นคงพลังงานของประเทศ ควบคู่การผลักดันเปิดเสรีเอทานอลให้ไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ เช่นผลิตนํ้ามันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ,ไบโอเอทิลีนสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ตลอดจนอุตสาหกรรมสมุนไพรสกัด อุตสาหกรรมยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เป็นต้น

เอทานอล ลุ้นรัฐดันนโยบาย E20 ผวาถูกสหรัฐบีบนำเข้าล้านตัน ทุบอุตฯ ล่มสลาย

ทั้งนี้จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอ้อย และมันสำปะหลังที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอลอีกด้วย ซึ่งเกษตรกรใน2 กลุ่มนี้มีกว่า 1.2 ล้านครัวเรือน อย่างไรก็ดี (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2567-2580 (AEDP2024) เร่งรัดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องเดินหน้าขับเคลื่อนและต้องส่งเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป จากที่เวลานี้ทุกโรงงานรอดูท่าทีว่าทางภาครัฐจะมีทิศทางอย่างไร

เอทานอล ลุ้นรัฐดันนโยบาย E20 ผวาถูกสหรัฐบีบนำเข้าล้านตัน ทุบอุตฯ ล่มสลาย

ด้านนายรังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มีความกังวลจากที่รัฐบาลไทยต้องเจรจาต่อรองกับสหรัฐในเรื่องอัตราภาษี 36% ก่อนจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ซึ่งในการต่อรอง เกรงว่าทางสหรัฐอาจขอให้ไทยเปิดให้บริษัทปิโตรเคมีในไทย เพิ่มปริมาณการซื้อเอทานอลจากสหรัฐอย่างน้อย 1 ล้านตันเพื่อลดแรงกดดันเรื่องการขาดดุลการค้าของสหรัฐที่มีต่อไทย ซึ่งการนำเข้าเอทานอลต่างประเทศ อาจทำให้เกษตรกรผู้ปลูกพืชพลังงานไทยล่มสลายไปด้วย

หน้า 9 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 45 ฉบับที่ 4,113 วันที่ 13 – 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

Source : ฐานเศรษฐกิจ

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” แม่ทัพ ESG สหพัฒน์ ชี้ ความยั่งยืนจากนี้ไปต้อง Get Real ยอมรับความจริงและตรวจสอบได้ ไทยยังไม่สามารถไปถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้

ปัจจุบันเรื่อง ESG ทุกองค์กรในภาคธุรกิจต้องทำ ถ้าไม่ทำคุณจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ดังนั้นจึงทำให้ทุกองค์กรแทบจะตื่นตัวกันหมดแล้วในตอนนี้ ล่าสุดมีเวทีสัมมนาที่น่าสนใจ และมีมุมมองเรื่อง ESG หลากหลายประเด็นที่ภาคธุรกิจไทยกำลังพูดถึง จัดโดย BRAND BUFFET เว็บไซต์ข่าวสารการตลาดและธุรกิจออนไลน์ ร่วมกับ SD Thailand จัดงานเสวนา ESGNIVERSE 2025 : Real – World of Sustainability จักรวาลแห่งความยั่งยืน เพื่อให้นักธุรกิจ นักการตลาด และผู้บริหารองค์กร ได้อัพเดทเทรนด์และความเคลื่อนไหวเรื่อง “ความยั่งยืน” ตามหลักของ ESG

มุมมองหนึ่งน่าสนใจจาก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในฐานะรองประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC มาร่วมแชร์แนวคิด ESG พร้อมระบุว่า เมื่อทุกคนเชื่อเรื่องความยั่งยืน ต้องการเห็นความยั่งยืน ความหวังนี้ถ้าจะสมหวังได้ต้องเริ่มที่ความจริงก่อน ต้องเปลี่ยน Mindset เปลี่ยนหลายอย่างเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนได้ สำหรับในประเทศไทยได้วางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ของสหประชาชาติ 42 เรื่อง ที่ต้องทำให้ได้ใน ปี 2030 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า พบว่าประเทศไทยมี 1 เรื่องทำได้ตามเป้า คือ ปริมาณการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่เหลือยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

‘ESG ไทย’ยังพัฒนาสู่ความยั่งยืนช้า ไม่ถึงเป้าหมายเท่าที่ควร

ส่วนตัวมองว่า ESG ไทย “ยังเร็วไม่พอ” เช่น การใช้พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ที่เพิ่มขึ้น 14% แต่หากต้องการทำให้ได้ตามเป้าหมายต้องเพิ่มขึ้น 24% “ยังยากที่จะทำตามเป้าหมาย”  เช่น การทำเกษตรที่ยังปล่อยคาร์บอนเข้าสู่อากาศ หากต้องการทำให้มีอาหารเพียงพอและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต้องเพิ่มประสิทธิภาพจากปัจจุบันอีก 10 เท่า

สิ่งที่ทำผิดจากการดำเนินการตามเป้าหมาย” มี 6 เรื่อง คือ หากต้องการเป็นเศรษฐกิจสีเขียว ก็ต้องลดการใช้พลังงานเชื้อเพิลงจากฟอสซิล แต่ปีที่ผ่านมารัฐบาลทั่วโลกยังให้เงินอุดหนุนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล 1 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งหมดนี้จึงเป็นตัวฟ้องว่าเรายังไม่สามารถไปถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้

อย่างไรก็ตามจากการจัดอันดับขนาดเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยอยู่อันดับ 27 ขณะที่การจัดอันดับรายได้ต่อหัวอยู่อันดับกลางๆ  แต่เมื่อจัดอันดับความศักสิทธิ์ของกฎหมาย ระบบนิติรัฐ นิติธรรม (Rule of Law Index) ประเทศไทยกลับลดลง ปัจจุบันอยู่อันดับ 78 ส่วนเรื่องธรรมภิบาล (Corruption Perception Index) อันดับ 108

นี่คือโจทย์ ESG ของประเทศไทย สำหรับทุกคนที่ต้องเร่งมือ ESG สิ่งที่ต้องย้ำ คือหลายเรื่องในโลกกำลังจะทำบนกระดาษหรือกำลังทำบนความเป็นจริง เพราะหลายเรื่องแปะป้ายว่ายั่งยืน แต่ที่จริงไม่ได้มีการตรวจสอบ และเชื่อตามข้อมูลที่องค์กรบอกไว้

Source : Spring News

นายพงศกร ยุทธโกวิท รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบไมโครกริด ในพื้นที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ณ เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี โดยโครงการดังกล่าวนี้ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2568 ที่เห็นชอบให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ดำเนินโครงการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบไมโครกริด ในพื้นที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี วงเงินลงทุนรวม 255 ล้านบาท

นายพงศกร ยุทธโกวิท รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) 

โครงการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบไมโครกริด ในพื้นที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ใช้พื้นที่ประมาณ 20 ไร่ เพื่อรองรับโครงสร้างแผงเซลล์แสงอาทิตย์ มีกำลังผลิตประมาณ 6MWp มีระบบกักเก็บพลังงาน ขนาด 2MW/2.5 MWh ระบบมอนิเตอร์ริ่งและระบบสื่อสาร งานปรับปรุงโรงไฟฟ้าดีเซลและปรับปรุงระบบจำหน่าย เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและสนับสนุนนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของภาครัฐ โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน (Renewable Energy) เพิ่มขีดความสามารถและความมั่นคงระบบไฟฟ้า สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนบนเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี มุ่งเน้นเป็น Green Island มุ่งสู่ RE100 ในพื้นที่ห่างไกลเพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาด

โครงการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนเกาะ ด้วยการนำพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์มาใช้ในการผลิตไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากระบบหลักเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังเป็นการทำงานร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ทำให้สามารถมีแหล่งพลังงานสำรองบนเกาะสีชังในช่วงไฟฟ้าขัดข้องหรือไฟฟ้าดับเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อทำการแก้ไขให้ไฟฟ้ากลับมาใช้ได้ตามปกติ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานแล้ว ยังลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยมลพิษ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ เกาะสีชังจึงกลายเป็นตัวอย่างของ “เกาะสีเขียว” ที่สามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้อย่างแท้จริง

Source : Energy News Center

กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เปิดหลักเกณฑ์เงื่อนไขสำคัญที่หน่วยงานหรือองค์กรที่ขอรับจัดสรรงบประมาณปี 2568 จากกองทุนจะต้องรับทราบและดำเนินการให้ครบถ้วนตามเกณฑ์ เดินหน้าจัดสรรงบโครงการอนุรักษ์พลังงานภายใต้หลักเกณฑ์ชัดเจนและโปร่งใส ยกระดับเน้นผลสัมฤทธิ์และความยั่งยืน

นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่กองทุนฯ ประกาศเปิดรับข้อเสนอเพื่อสนับสนุนโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงาน หรือการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ไปแล้ว งบประมาณรวม 2,750 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาเปิดรับข้อเสนอ 2 เดือนตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน – 18 สิงหาคม 2568

ซึ่งปีนี้กฎเกณฑ์จะแตกต่างไปจากที่ผ่านมาหลายประการ ประกอบกับกองทุนไม่ได้ให้การสนับสนุนจัดสรรงบตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพราะคณะกรรมการกองทุนมีข้อกังวลเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์เกี่ยวข้อง จึงปรับปรุงเงื่อนไขให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานมากขึ้น และเพื่อให้หน่วยงานหรือองค์กรที่จะขอรับการสนับสนุนได้เข้าใจหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการขอรับการจัดสรรให้ดียิ่งขึ้น ส.กทอ. ได้สรุปสาระสำคัญของหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่ผู้ขอรับจัดสรรเงินทุนต้องรับทราบและมีให้ครบถ้วน ดังนี้

1. ผู้ขอรับการสนับสนุนจะต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์  โดยเป็นผู้ได้รับจัดสรรเงินหมุนเวียน เงินช่วยเหลือ เงินอุดหนุน ที่เป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา หรือองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรโครงการจะต้องสอดคล้องกับ 2 มาตราคือ มาตรา 25 (1) ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 และที่แก้เพิ่มเติม

โดยหน่วยงานขอรับการสนับสนุนต้องเป็นส่วนราชการลงทุนและดำเนินการด้านการลดใช้พลังงานด้วยกลไกดำเนินการของบริษัทจัดการพลังงาน (Energy Service Company : ESCO) เพื่อรับประกันผลประหยัดพลังงาน  และการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่ออนุรักษ์พลังงานในพื้นที่พิเศษ และสอดคล้องมาตรา (3) ตาม พ.ร.บ.ฯ เช่น โครงการด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม งานด้านวิจัย พัฒนา สาธิต ฝึกอบรม สื่อสารเผยแพร่ 

2. ประเภทโครงการที่ไม่พิจารณา ได้แก่ เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศ เปลี่ยนหลอดไฟ LED และการติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าถึง 

3. กรณีไม่พิจารณาคำขอ ได้แก่ ข้อเสนอไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนด เอกสารไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ยื่นคำขอไม่ทันภายในกำหนด เป็นหน่วยงานที่เคยสร้างความเสียหายในการดำเนินโครงการปีงบประมาณ พ.ศ.2564 – 2565 ไม่ปฏิบัติตามหนังสือยืนยันการขอรับเงินสนับสนุน ไม่ปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการกองทุน เพิกเฉยหรือละทิ้งโครงการ ขอยุติ/ยกเลิก/คืนโครงการโดยไม่มีเหตุอันควร และไม่ยื่นข้อเสนอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ www.enconfund.go.th 

4. ประเภทโครงการที่ขอสงวนสิทธิ์อื่นๆ ได้แก่ ไม่สนับสนุนโครงการที่ซ้ำซ้อนกับที่เคยดำเนินการ/ดำเนินการอยู่ เว้นแต่เป็นการพัฒนาต่อยอด สนับสนุนไม่เกินกรอบวงเงินตามประกาศ ไม่สนับสนุนโครงการที่ได้รับงบประมาณจากแหล่งอื่นแล้ว ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์บ่อบาดาลจะสนับสนุนเฉพาะที่ผ่านกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเท่านั้น

“ในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณจะนำข้อสังเกตและคำแนะนำของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาปรับใช้เป็นแนวทางในการกำกับดูแลโครงการให้มีความรัดกุม รอบคอบ โปร่งใส และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ เพื่อให้โครงการบรรลุผลสัมฤทธิ์ และความยั่งยืนในระยะยาวต่อไป”

Source : กรุงเทพธุรกิจ