General Motors เผยสถิติภายใน Silverado EV สามารถวิ่งได้ไกล 1,704 กม. ต่อชาร์จ ทุบสถิติโลกอย่างไม่เป็นทางการ ส่องเบื้องหลังการทดลองทางวิศวกรรมสุดขั้ว

General Motors (GM) กำลังสร้างความฮือฮาในวงการยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการประกาศสถิติครั้งใหม่

หลังจากทีมวิศวกรสามารถขับรถกระบะไฟฟ้า Chevrolet Silverado EV ไปได้ไกลถึง 1,704.6 กิโลเมตร ด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทุบสถิติโลก Guinness World Record ปัจจุบันที่ถือครองโดยรถซีดานจาก Lucid Motors อย่างขาดลอย

CREDIT : Chevrolet
CREDIT : Chevrolet

อย่างไรก็ตาม การทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่การขับขี่ในชีวิตประจำวัน แต่เป็นเหมือนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ โดยทีมงานใช้เวลาถึง 7 วันในการขับขี่บนถนนสาธารณะใกล้กับสนามทดสอบ Milford Proving Ground ของ GM ด้วยความเร็วคงที่ต่ำเพียง 32 – 40 กม./ชม.

การขับขี่อย่างช้าๆ ช่วยลดการใช้พลังงานจากแรงต้านอากาศและการเร่งความเร็วอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่สิ้นเปลืองแบตเตอรี่ของรถ EV โดยเฉพาะกับรถกระบะขนาดใหญ่อย่าง Silverado

CREDIT : GM
CREDIT : GM

เพื่อผลักดันให้รถวิ่งได้ไกลเกินกว่าระยะทางมาตรฐานที่ EPA ประเมินไว้ที่ 793 กม. ได้ทำการปรับแต่งรถ Silverado EV รุ่น Work Truck เพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุดในทุกมิติ

CREDIT : GM
CREDIT : GM

โดยเลือกทำการทดสอบในช่วงฤดูร้อนเพื่ออาศัยอุณหภูมิแวดล้อมที่อุ่น ซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประสิทธิภาพของแบตเตอรี่

ทีมงานยังได้ปรับแรงดันลมยางให้สูงถึงค่าสูงสุดที่แนะนำเพื่อลดแรงต้านการหมุน, ปรับใบปัดน้ำฝนให้อยู่ในตำแหน่งต่ำสุดเพื่อลดแรงต้านอากาศ, ถอดยางอะไหล่ออกเพื่อลดน้ำหนัก, ปรับตั้งศูนย์ล้ออย่างละเอียดเพื่อให้รถวิ่งได้อย่างราบรื่นที่สุด และที่สำคัญคือ ปิดระบบปรับอากาศตลอดการเดินทางทั้ง 7 วัน

การปรับแต่งยังรวมไปถึงการติดตั้งฝาปิดกระบะท้าย เพื่อให้อากาศไหลผ่านส่วนท้ายของรถได้อย่างราบรื่น แทนที่จะเกิดกระแสลมวนในกระบะท้ายซึ่งจะสร้างแรงต้าน

CREDIT : GM
CREDIT : GM

การเลือกรุ่น Work Truck ซึ่งเป็นรุ่นพื้นฐานที่ตัดฟีเจอร์หรูหราที่มีน้ำหนักมากออกไป เช่น หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่และวัสดุตกแต่งพรีเมียม ก็มีส่วนช่วยให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาลงเช่นกัน

แม้ว่าความสำเร็จของ GM ในครั้งนี้จะน่าทึ่งในเชิงวิศวกรรม แต่บริษัทกลับไม่มีแผนที่จะยื่นเรื่องเพื่อให้หน่วยงานบันทึกสถิติรับรองอย่างเป็นทางการ “เรายังไม่มีแผนที่จะยื่นเรื่องต่อ Guinness ในขณะนี้”

สถิติโลกอย่างเป็นทางการยังคงเป็นของ Lucid Air Grand Touring ประมาณ 1,205 กม. และก่อนหน้านี้ Mercedes-Benz EQS 450+ ที่ทำไว้ 1,044 กม. ซึ่งการบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการเหล่านี้ก็ใช้เทคนิคการขับขี่แบบ “Hypermiling” เช่นกัน แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขการตรวจสอบที่เข้มงวดกว่า

บทสรุปของการทดสอบนี้ แม้ว่า Silverado EV จะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ให้ระยะทางมหาศาล แต่มันก็ไม่ได้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีที่สุดในตลาด 

CREDIT : GM
CREDIT : GM

ถึงแม้จะไม่มีใครขับขี่ระยะทาง 1,700 กม. ในชีวิตจริง แต่มาตรฐานนี้มากเกินพอที่จะช่วยขจัดความกังวลเรื่องระยะทาง สำหรับผู้ขับขี่ส่วนใหญ่อย่างแน่นอน

ที่มา : GM
Source : Spring News

การถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศภายใต้ข้อ 6.2 ของความตกลงปารีส ซึ่งต้องมีกระบวนการอนุญาตโครงการที่จะถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ(Internationally Transferred Mitigation Outcomes : ITMOs) ที่สอดคล้องกับหลักการ กระบวนการ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข ตามความตกลงปารีส

ขณะเดียวกันนโยบายของประเทศไทย อาทิ กระบวนการติดตาม ทวนสอบ และตรวจสอบ กิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก กระบวนการถ่ายโอนผลการลดก๊าซเรือนกระจก การปรับบัญชีการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกของประเทศเพื่อป้องกันการนับซ้ำ และการรายงานผลการดำเนินงานนั้น ต้องอาศัยแผนการทำงานที่ดีรวมไปถึงเทคโนโลยี และเงินทุนจำนวนมาก ความร่วมมือกับพันธมิตรจากต่างประเทศจึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการพัฒนา “คาร์บอนเครดิต”ของประเทศไทย 

เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อข้อตกลงการดำเนินงานภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีสระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์กับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย (Implementation Agreement Pursuant to Article 6 of the Paris Agreement between the Government of the Republic of Singapore and the Government of the Kingdom of Thailand) 

ตามที่กระทรวงพาณิชย์มีหนังสือแจ้งผลการประชุม Singapore – Thailand Enhanced Economic Relationship (STEER) ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2565 ฝ่ายไทยรับทราบถึงความสนใจของสิงคโปร์ในการมีความร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิต กับไทย และเปิดรับความร่วมมือที่สอดคล้องกับแนวทางและกลไกการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตของไทย 

“ทั้งสองฝ่ายจะหารือร่วมกันในระดับเทคนิคเพื่อหาแนวทางที่เป็นไปได้สำหรับความร่วมมือในด้านดังกล่าวโดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะพัฒนาข้อตกลงการดำเนินงาน (Implementation Agreement) และร่วมกันหาโครงการคาร์บอนเครดิตที่เป็นไปได้”

ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดลงนามในห้วงการเยือนประเทศไทยของนายตัน ซี เหล่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และรัฐมนตรีกำกับดูแลด้านพลังงานและวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำกระทรวงการค้า และอุตสาหกรรม ในระหว่างวันที่ 18-19 ส.ค. 2568

สำหรับ ประโยชน์และผลกระทบ ได้แก่ 1. การดำเนินโครงการ และ/หรือ กิจกรรมภายใต้ข้อตกลงฯจะส่งผลให้เกิดการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากแหล่งกำเนิด หรือเพิ่มแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ในส่วนเพิ่มเติมจากการดำเนินงานตามแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (Additionality)

2. เปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถเข้าถึงการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมขั้นสูงที่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูงในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากแหล่งกำเนิดหรือเพิ่มแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการดำเนินงานตามเป้าหมายการมีส่วนร่วม ที่ประเทศกำหนด (NDC Implementation period) ในแต่ละช่วงเวลา ผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากเทคโนโลยี และ/หรือนวัตกรรมขั้นสูงดังกล่าว จะเป็นของประเทศไทยโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยสามารถบรรลุตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้เร็วขึ้น

Source : กรุงเทพธุรกิจ

กฟผ. เตรียมเสนอขายพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน “EGAT’s SLB” รวม 2,000 ล้านบาท อายุ 5 ปี คาดว่าจะเปิดจองซื้อในวันที่ 11-12 ก.ย. 68 และมีกำหนดออกพันธบัตรในวันที่ 15 ก.ย. 68

กฟผ. ขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืนด้วยกลไกทางการเงิน เตรียมเสนอขาย พันธบัตร ส่งเสริมความยั่งยืน “EGAT’s SLB” รวม 2,000 ล้านบาท อายุ 5 ปี 11-12 กันยายน 2568 เป็นรัฐวิสาหกิจของไทยที่ออก SLB เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืน สอดคล้องกับเงื่อนไขทางการเงิน ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนควบคู่กับสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นรัฐวิสาหกิจด้านกิจการพลังงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง โดยมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือกกพ. กำหนดกฎเกณฑ์ และราคาค่าไฟฟ้า ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิต จัดให้ได้มา และจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมถึงผู้ใช้ไฟฟ้าตามกฎหมายกำหนดและประเทศใกล้เคียง พร้อมทั้งธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการไฟฟ้าภายใต้กรอบพระราชบัญญัติ กฟผ.

กฟผ. ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” เป็นองค์กรหลักเพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยนวัตกรรมเพื่อความสุขของคนไทย

ล่าสุด กฟผ. และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ร่วมเปิดงาน Roadshow การออกและเสนอขาย พันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน ของกฟผ. (EGAT’s Sustainability-Linked Bond; EGAT’s SLB) อายุ 5 ปี แก่ผู้ลงทุนสถาบัน (ที่มิใช่บุคคลธรรมดา) เป็นพันธบัตรที่ผูกตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเข้ากับเงื่อนไขทางการเงิน เพื่อให้ข้อมูลและประชาสัมพันธ์แก่นักลงทุนที่สนใจในพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน

กฟผ. นำร่องออกพันธบัตรยั่งยืน EGAT’s SLB วงเงิน 2 พันล้านบาท หนุนไทยสู่ Net Zero

การระดมทุนเพื่อความยั่งยืนของกฟผ.

กฟผ. ได้วางรากฐานการระดมทุนเพื่อความยั่งยืนให้กับประเทศไทย หวังว่าก้าวย่างในครั้งนี้จะมีส่วนในการ “จุดประกาย” และสร้างความมั่นใจให้กับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ให้เห็นศักยภาพของกลไกทางการเงินในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจ สังคม และคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกฟผ. มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจผลิตไฟฟ้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายของประเทศ อีกทั้งกฟผ. ยังมีหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งถือเป็นภาคส่วนสำคัญที่มี การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มากที่สุด จึงต้องมีการดำเนินการต่างๆ เพื่อเป็นกลไกสำคัญให้ประเทศบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

กฟผ. มีภารกิจสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.) ดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า 2.) ดูแลความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และ 3.) ดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยทั้ง 3 ภารกิจนี้ ทางกฟผ. ต้องบริหารจัดการให้เกิดความสมดุล แม้อาจไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้พลังงานสีเขียวได้ถึง 100% ในทันที เนื่องจากต้องคำนึงถึงเหตุการณ์ด้านความมั่นคงทางไฟฟ้าที่เคยเกิดขึ้นตามตัวอย่างในต่างประเทศ การนำ พลังงานสีเขียว เข้ามาอย่างรวดเร็วโดยที่ระบบยังไม่พร้อมอาจมีความเสี่ยงและก่อให้เกิดความเสียหายได้

“กฟผ. ได้บริหารจัดการออกแบบระบบผลิตและระบบส่งไฟฟ้ารองรับพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นทางเลือกแทนพลังงานจากฟอสซิลได้อย่างสมบูรณ์และสมดุล เพื่อให้มั่นใจว่าความมั่นคงของไฟฟ้าและความสามารถในการแข่งขันด้านราคาจะได้รับการดูแลอย่างดี เพราะราคาค่าไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนของทุกอุตสาหกรรมและต้นทุนของประเทศ”

กฟผ. นำร่องออกพันธบัตรยั่งยืน EGAT’s SLB วงเงิน 2 พันล้านบาท หนุนไทยสู่ Net Zero

จ่อเสนอขายกันยายน 2568 นี้ มูลค่า 2,000 ล้าน

ทั้งนี้ กฟผ. เตรียมออกและเสนอ ขายพันธบัตร ในช่วงเดือนกันยายน 2568 ภายใต้โครงการออกพันธบัตร (Medium-Term Note Program: MTN) ปี 2568 วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท

กฟผ. ตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไฟฟ้าไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศภายในปี 2593 โดยกฟผ. ยึดหลักการเปลี่ยนผ่านฯ อย่างมั่นคงและสมดุล ที่ยังคงรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ด้าน สบน. ได้ให้ความสำคัญกับการผลักดันการเงินเพื่อความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนปี 2563 พันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนปี 2567 ของกระทรวงการคลัง เพื่อจูงใจให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐวิสาหกิจ นำกลไกทางการเงินมาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศสู่ Carbon Neutrality และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กฟผ. นำร่องออกพันธบัตรยั่งยืน EGAT’s SLB วงเงิน 2 พันล้านบาท หนุนไทยสู่ Net Zero

รัฐวิสาหกิจแรกของไทยที่ออก SLB

“กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกที่ประกาศกรอบการระดมทุนส่งเสริมความยั่งยืนและออก SLB ซึ่งมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน สอดคล้องกับเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2593 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2608 ของประเทศ”

โดยผู้ลงทุนสถาบัน (ที่มิใช่บุคคลธรรมดา) ที่สนใจจองซื้อพันธบัตร EGAT’s SLB สามารถติดตามรายละเอียดจากหนังสือชี้ชวนการเสนอขายได้ที่เว็บไซต์ กลต หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ผู้จัดการการจัดจำหน่ายพันธบัตร หมายเลขโทรศัพท์ 022-963-999 ซึ่งพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน คาดว่าจะเปิดจองซื้อในวันที่ 11-12 กันยายน 2568 และมีกำหนดออกพันธบัตรในวันที่ 15 กันยายน 2568

กฟผ. นำร่องออกพันธบัตรยั่งยืน EGAT’s SLB วงเงิน 2 พันล้านบาท หนุนไทยสู่ Net Zero

ความภาคภูมิใจในฐานะผู้บุกเบิก

หากย้อนกลับไปในปี 2515 (ก่อตั้ง 1 พฤษภาคม ปี 2512) สมัยนั้นยังไม่มีการออกพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ มีเพียงพันธบัตรรัฐบาล กฟผ. จึงใช้วิธีการระดมทุนโดยการออกพันธบัตรรัฐวิสาหกิจแห่งแรกของประเทศ โดยออกหนังสือชี้ชวนให้ประชาชนทั่วประเทศประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจนยอดจองเต็มภายใน 2 วัน ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนกฟผ. ทั้งองค์กร

โดย “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ทรงจองพันธบัตรดังกล่าว 1 หุ้น มูลค่า 1,000 บาท ซึ่งภายหลังทรงให้ข้อมูลว่าเป็น “ขวัญถุง” ให้กับ กฟผ. สิ่งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ชาวกฟผ. ที่มิอาจสามารถลืมเลือนได้ ดังนั้น เชื่อว่าพันธบัตร SLB นี้จะเป็นต้นแบบให้กับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ในการระดมทุนเพื่อความยั่งยืนต่อไป

กฟผ. นำร่องออกพันธบัตรยั่งยืน EGAT’s SLB วงเงิน 2 พันล้านบาท หนุนไทยสู่ Net Zero

กฟผ. นำร่องออกพันธบัตรยั่งยืน EGAT’s SLB วงเงิน 2 พันล้านบาท หนุนไทยสู่ Net Zero

Source : กรุงเทพธุรกิจ

คุณรู้หรือไม่ว่า? อาคารสูง-คอนกรีต ใน กทม. แหล่งสะสมความร้อนอันมหาศาล กลายเป็นภัยเงียบคนกรุงเทพฯ คร่าชีวิตคนนับพัน

ภาวะความร้อนในเมืองที่รุนแรงขึ้นกำลังกลายเป็นความท้าทายที่เร่งด่วนสำหรับกรุงเทพฯ จากข้อมูลของธนาคารโลก ที่ กรุงเทพธุรกิจ ได้รายงานว่า พื้นที่บางเขต เช่น เขตปทุมวัน บางรัก ราชเทวี และพญาไท เป็นพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่โดยรอบเฉลี่ยถึง 2.8 องศาเซลเซียส เนื่องจากมีอาคารสูงและพื้นผิวคอนกรีตหนาแน่นที่สะสมความร้อนและระบายออกช้า

ทั้งนี้เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island – UHI) เป็นปรากฏการณ์ที่พื้นที่ในเมืองร้อนกว่าชนบทอย่างมาก เนื่องจากมีอาคารสูง พื้นคอนกรีต ถนนยางมะตอย และกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ เช่น การขับรถ ทำให้พื้นที่ในเมืองดูดซับความร้อนได้มากกว่า แม้จะได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์เท่ากัน โดยเกาะความร้อนในเมือง สามารถดันให้อุณหภูมิในเมืองสูงขึ้น 10-15 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในเมือง ปัจจุบันเขตเมืองเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรครึ่งหนึ่งของโลก คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเกือบ 70% ภายในปี 2050

โดยพื้นที่ชนบทมักปกคลุมไปด้วยหญ้า พืชผล หรือป่าไม้ ซึ่งช่วยระบายความร้อน ได้ดีกว่าในเขตเมืองที่มีตึกคอนกรีตและถนนยางมะตอยจะดูดซับความร้อน ซึ่งจะมีพืชทำหน้าที่เป็นเครื่องปรับอากาศตามธรรมชาติ โดยดึงน้ำจากพื้นดินผ่านราก แล้วปล่อยน้ำออกมาในรูปของไอน้ำสู่อากาศ ต่างจากพื้นผิวแข็งและมืดทึบ เช่น ทางเท้า ลานจอดรถ และถนน ที่น้ำไม่สามารถซึมผ่านได้ จึงไม่สามารถให้ความเย็นเช่นนี้ได้

และจากนั้นอาคารสูงและถนนแคบๆในเมือง ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์กลับไปกลับมาภายในเมืองจนเกิดเป็น “ปรากฏการณ์หุบเขตเมือง” (Urban Canyon Effect) ปิดกั้นการไหลของลมตามธรรมชาติ ส่งผลให้อากาศที่อยู่ระหว่างอาคารร้อนขึ้นได้ ขณะที่มลพิษจากรถยนต์หรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอาจทำหน้าที่เป็นชั้นเรือนกระจกขนาดเล็กเหนือเมือง กักเก็บอากาศร้อนไว้

อย่างไรก็ตามเมืองใหญ่มักกักเก็บความร้อนไว้มากกว่าเมืองเล็ก ศูนย์กลางของมหานครอย่างกรุงลอนดอนและกรุงปารีส มักมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่ชนบทประมาณ 4 องศาเซลเซียสในเวลากลางคืน โดยปรากฏการณ์เกาะความร้อนนี้ทำให้อุณหภูมิโลกโดยรวมสูงขึ้น อย่างไรก็ดีในปี 2024 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ มีอุณหภูมิสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 1.55 องศาเซลเซียส เป็นผลมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล หากสถานการณ์ยังคงเป็นแบบนี้เรื่อย ๆ คาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะยังคงสูงขึ้นถึง 2.7 องศาเซลเซียสภายในสิ้นศตวรรษนี้

ในขณะเดียวกันเกาะความร้อนเหล่านี้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากความต้องการเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้นจากการเผาไหม้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อน

สำหรับวิธีแก้ปัญหาเกาะความร้อนในเมืองที่ดีที่สุด คือ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง โดยการเพิ่มต้นไม้ พุ่มไม้ และพืชพรรณสีเขียวอื่น ๆ ที่ทนแล้งในใจกลางเมือง รวมถึงน้ำพุและบ่อน้ำ สร้างหลังคาสีเขียวที่เป็นการปลูกต้นไม้บนหลังคา หรือใช้เทคโนโลยีหลังคาเย็น (Cool Roof) ที่ดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์มายังตัวอาคารได้น้อยลง อีกทั้งยังช่วยสะท้อนแสงแดดได้มากกว่าพื้นผิวทั่วไป จึงทำให้ความร้อนไม่เพิ่มขึ้นมากนัก ขณะที่การทาหลังคาสีขาวสามารถสะท้อนแสงแดดได้ประมาณ 60-90% และช่วยให้บ้านเย็นขึ้น

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ DW, NASA, Reuters
Source : Spring News

กระทรวงพลังงาน เตรียมแต่งตั้ง “คณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่” เพื่อยกระดับการจัดการพลังงานของไทยให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจากภาคประชาชนและพลังงานหมุนเวียน ยืนยันแผน PDP 2025 แล้วเสร็จช่วงปลายปีนี้ พร้อมชูความสำคัญการใช้พลังงานสะอาดเป็นลำดับแรก

เมื่อต้นปี กระทรวงพลังงาน เปิดแผนการดำเนินงานที่สำคัญในปี 2568 ภายใต้หัวข้อ ”New Chapter เปิดศักราชใหม่พลังงานไทย ท่ามกลางข้อสงสัยในหลายด้านต่อนโยบายพลังงานของประเทศ ทั้งเรื่องการผูกขาด และกลไกราคา อีกทั้งกระทรวงพลังงานก็ยังกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

เมื่อ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมแต่งตั้ง “คณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่” เพื่อยกระดับการจัดการพลังงานของไทยให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความต้องการใช้พลังงานของประชาชนในอนาคต โดยเฉพาะจากภาคประชาชนและพลังงานหมุนเวียน

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดทำแผน PDP ที่มีความโปร่งใส เป็นอิสระ และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะข้อมูลจากการเปิดรับฟังความเห็นต่อร่างแผน PDP 2024 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่มีข้อเสนอแนะสำคัญหลายประเด็น เช่น สัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนที่เหมาะสม ความพร้อมของโครงข่ายไฟฟ้า การเติบโตของเศรษฐกิจและความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต ตลอดจนความเร่งด่วนในการบรรจุเทคโนโลยีพลังงานใหม่อย่าง SMR เข้าสู่ระบบ

“แผน PDP ชุดใหม่นี้ จะสะท้อนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งในเรื่องของการเข้าถึงพลังงานสะอาด ราคาที่เป็นธรรม และโอกาสในการผลิตไฟฟ้าในชุมชน ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน”

ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ยังได้ชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ถึงแนวทางการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากภาคประชาชนและพลังงานแสงอาทิตย์ โดยยืนยันว่า แผน PDP ชุดใหม่นี้จะให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดเป็นลำดับแรก พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน และสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายในการผลักดันโรงไฟฟ้าชุมชนขนาดเล็ก เพื่อให้ประชาชนมีบทบาทในการผลิตพลังงานได้จริง และกลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนพลังงานของประเทศในอนาคต ทั้งนี้ คาดว่าแผน PDP ฉบับใหม่จะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ และจะถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการยกระดับระบบพลังงานไทย

“รัฐบาลมุ่งมั่นชัดเจนในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และแก้ปัญหาค่าไฟแพงอย่างจริงจัง ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส เพื่อให้การปฏิรูปพลังงานครั้งนี้สำเร็จ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อคนไทยทุกคน” นางสาวศศิกานต์กล่าว

Source : iBusiness.co