บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ผ่านการพิจารณาขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอนประเภท Carbon Neutral Event งานประชุมสามัญผู้ถือหุ้น IRPC ประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 จากการประชุมคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 รวมค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของงานอีเว้นท์ เพื่อขอการรับรองการจัดงานเท่ากับ 18 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

โดยคุณไมตรี สกุลกิตติมศักดิ์ เจ้าหน้าที่อาวุโสบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ได้รับรองขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบทวนฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ กิจกรรมชดเชยคาร์บอนแบบ Carbon Neutral ในการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของการประชุม สัมมนา และอีเวนต์ (Carbon Footprint Event) เป็นการคำนวณจากปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ ในการประชุม สัมมนา และอีเวนต์ ซึ่งได้ทำการชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาให้มีค่าเป็นศูนย์ หรือกล่าวได้ว่าไม่มีการปลดปล่อยปริมาณก๊าซเรือนกระจกในการจัดงานดังกล่าว

“IRPC สร้างสิ่งที่ดีเพื่ออนาคต”

Source : Energy News Center

ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน ผนึกกำลัง กรมป่าไม้ ชวนคนไทยร่วมภารกิจ “ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น” เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วประเทศ กับแคมเปญ “CENTRAL | ROBINSON LOVE THE EARTH 2023” พร้อมยืนหยัดสานต่อ 4 กรีนมิชชั่นรักษ์โลกอย่างยั่งยืน ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก

เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย. 66 ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดแคมเปญ “CENTRAL | ROBINSON LOVE THE EARTH 2023” (เซ็นทรัล | โรบินสัน เลิฟ ดิ เอิร์ธ 2023) ผนึกกำลัง กรมป่าไม้ ชวนคนไทยทั่วประเทศร่วมภารกิจเพิ่มพื้นที่สีเขียว “ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น” ในพื้นที่ราว 490 ไร่ เพื่อคืนสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและยั่งยืนที่สุด จาก 3 ปัญหาหลักด้านสิ่งแวดล้อมที่เราต้องประสบอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น

1) ภาวะโลกร้อน (Climate Change) โดยในปี 2566 ประเทศไทย มีค่าคาดหมายดัชนีความร้อนสูงถึง 53.8 องศาเซลเซียส และองค์กร WHO คาดว่าอีกไม่เกิน 10 ปี อาจมีผู้ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศถึง 250,000 คน

2) ปัญหามลพิษทางอากาศ (Air Pollution / PM2.5) โดย 9 ใน 10 ของประชากรทั่วโลกกำลังหายใจด้วยอากาศที่เป็นพิษ และ 1.3 ล้านคนถึงแก่ชีวิตด้วยสาเหตุมลพิษทางอากาศหรือคิดเป็น 30% จากทั่วโลก 

3) ปริมาณและการจัดการขยะ (Waste Quantity & Management) ซึ่งไทยมีอัตราการเพิ่มขึ้นของขยะสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยปี 2565 มีปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 0.72 ล้านตัน และมีขยะพลาสติกประมาณปีละ 2 ล้านตัน 

เซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทยเซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทย

ซึ่งการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและตรงจุดควรเริ่มอย่างเร็วที่สุด และเริ่มที่ “ตัวเรา” ทุกคน เพื่อให้เกิดการร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “CENTRAL | ROBINSON LOVE THE EARTH” (เซ็นทรัล | โรบินสัน เลิฟ ดิ เอิร์ธ) ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

เซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทยเซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทย

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และบริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวเพิ่มเติมถึงเจตนารมณ์ในการสานต่อแคมเปญ “CENTRAL | ROBINSON LOVE THE EARTH 2023” ว่า “ทางห้างฯ มุ่งมั่นที่จะสานต่อพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนทั้งของเซ็นทรัลกรุ๊ป ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว 50,000 ไร่ทั่วประเทศ ภายในปี 2573 รวมถึงพันธกิจของเซ็นทรัล รีเทล ในฐานะค้าปลีกแรกของไทยที่เป็นองค์กรต้นแบบเพื่อความยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ ‘CRC ReNEW’

เซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทยซึ่งประกอบด้วย Reduce Greenhouse Gases ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจ Navigate Well-being Society สร้างสังคมให้น่าอยู่ Eco-friendly Packaging ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ Waste Management การจัดการขยะมูลฝอย โดยที่ผ่านมาทางห้างฯ มีโปรเจกต์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่สำคัญและประสบความสำเร็จในการดำเนินการจนถึงปัจจุบันมากมาย เช่น Say No to Plastic Bags ที่สามารถงดการแจกถุงพลาสติกได้สำเร็จ 100% การสนับสนุนสินค้าที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่าง Central Edition ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสร้างสรรค์โดยชุมชนต่าง ๆ ในไทย พร้อมจับมือกับ 24 ไทยดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่นำวัสดุเหลือใช้กลับมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เกิดประโยชน์ ควบคู่กับการใช้ทักษะของคนในชุมชน เพื่อสร้างและกระจายรายได้สู่ชุมชน และล่าสุดกับโปรเจกต์ Organic Zone ในแผนกบิวตี้ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของห้างฯ ในไทยที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง การประหยัดพลังงานขานรับ

เซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทย

เซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทยเซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทย

กับเทรนด์การบริโภคอุปโภคในห้างฯ อย่างที่จอดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าพร้อม EV Charger การติด Solar Rooftop และการใช้ไฟ LED  เพื่อลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึง การตกแต่งห้างฯ ที่มุ่งเน้นใช้วัสดุท้องถิ่นและธรรมชาติ เพื่อลดการใช้พลาสติกให้ได้มากที่สุด อีกทั้งแคมเปญ Recycling ต่างๆ ที่ช่วยลดแนวโน้มการเกิดปริมาณขยะ เช่นล่าสุดกับแคมเปญ Beauty Waste Corner Separation ที่ลูกค้าสามารถนำบรรจุภัณฑ์ความงามที่ใช้แล้วมาบริจาคเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งการ Recycle และแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งจะเริ่มในช่วงปลายเดือน มิ.ย. 66 นี้ และโปรเจกต์สำคัญในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องในปีนี้กับ “CENTRAL | ROBINSON LOVE THE EARTH 2023” ที่ห้างฯ มุ่งมั่นในการเป็นเครือข่ายร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน คืนสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อมด้วยสองมือของทุกคน เพื่อส่งต่อโลกในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดให้กับลูกหลานเราในอนาคต”

เซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทยเซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทยรายละเอียดแคมเปญ “CENTRAL | ROBINSON LOVE THE EARTH 2023”

ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน ได้เดินหน้าผนึกกำลังกับ “กรมป่าไม้” ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เพื่อชวนคนไทยทั่วประเทศร่วมภารกิจเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วทุกภูมิภาคด้วยการ “ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น” ในพื้นที่ราว 490 ไร่ทั่วประเทศ โดยทุกๆ การช้อปสินค้าในแคมเปญฯ ในแผนกโฮม เครื่องใช้ไฟฟ้า และบิวตี้ จะได้รับสิทธิ์ลงชื่อออนไลน์เพื่อแสดงเจตจำนงในการร่วมภารกิจดังกล่าว โดยความร่วมแรงร่วมใจของคนไทยในแคมเปญครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถกักเก็บคาร์บอนได้ถึง 465.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี หรือสามารถดูดซับ CO2 จำนวน 14,347.2 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยให้อุณหภูมิลดลงเฉลี่ย 1-2 องศาเซลเซียส ควบคู่ไปกับการชวนคนไทยร่วมสานต่อ 4 กรีนมิชชั่นรักษ์โลก ไม่ว่าจะเป็น

เซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทยเซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทย ) Say No to Plastic Bags รณรงค์ช้อปไม่รับถุง ปัจจุบันห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน งดการแจกถุงพลาสติกในห้างทุกสาขาทั่วประเทศ           

2) รณรงค์ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในห้างทั่วประเทศ ดีต่อโลกและสิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ หรือรีไซเคิลได้ ลดการใช้วัสดุพลาสติกแบบครั้งเดียวแล้วทิ้ง ดีต่อชุมชน สนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างงานสร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่ชุมชน    

3) ร่วมกับเซ็นทรัล ทำ สร้างรายกลับคืนสู่ชุมชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เปิดพื้นที่สนับสนุน – จำหน่ายสินค้าชุมชนที่ผลิตจากวัสดุในพื้นถิ่น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมกับพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ สนับสนุนสินค้าที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทุกกลุ่มสินค้าในห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน ทุกสาขา

4) ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเซ็นทรัลกรุ๊ป เพิ่มพื้นที่สีเขียว 50,000 ไร่ ทั่วประเทศ ภายในปี 2573  

เซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทยเซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทยพร้อมจัดเต็มกับหลากหลายกิจกรรมรักษ์โลก เอาใจสายกรีนตลอดเดือน มิ.ย. 66 นี้ 

  • กิจกรรมคิกออฟแคมเปญฯ (วันที่ 2 มิ.ย. 66) กับงานเสวนา “CENTRAL | ROBINSON LOVE THE EARTH 2023 TALKS” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการ ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ได้แก่
    คุณรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน คุณเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุณอสิตา วิมลไชยจิต เจ้าของ Asita Eco Resort คุณฐาปนีย์ พัววรานุเคราะห์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ล็อกซิทาน ประเทศไทย คุณธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Qualy คุณพิไลภรณ์ นำศิริวิวัฒน์ Marketing manager Nameco และคุณเต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ นักแสดง / ผู้ร่วมก่อตั้ง EEC Thailand โดยสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ Facebook Fanpage และ Youtube: Central Department Store และ Robinson Department Store
  • Love the Earth Fair: ห้างเซ็นทรัล ร่วมกับ พันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ สนับสนุนสินค้าที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชนที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุเหลือใช้ ไม่ว่าจะเป็น สินค้ากลุ่มโฮม อาทิแบรนด์ SCULPTURE, AWA DÉCOR, NAMECO, SONITE, HASS สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ อาทิแบรนด์ QUALY, PAPER ART สินค้ากลุ่มบิวตี้ อาทิแบรนด์ HUG สินค้ากลุ่มแฟชั่น อาทิแบรนด์ CARPENTER, MUNIE, Tlejourn ตลอดเดือน มิ.ย. 66 ณ ชั้น 1 โซน I ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์
  • Workshop DIY: ชวนร่วมสนุกกับกิจกรรม Workshop DIY รักษ์โลก ร่วมปลูกไม้ประดับในวัสดุเหลือใช้ที่นำกลับมา
    Reuse ใหม่กลายเป็นกระถางต้นไม้สุดเก๋ พร้อมแต่งแต้มสีสันสุดสนุก! สำหรับลูกค้าห้างเซ็นทรัลที่ช้อปสินค้าครบ 1,500 บาท และลูกค้าห้างโรบินสันที่ช้อปสินค้าครบ 1,000 บาทขึ้นไปในแผนกโฮม, Small Appliance และบิวตี้ ในแคมเปญ  “CENTRAL | ROBINSON LOVE THE EARTH 2023” เฉพาะวันที่ 3,4,10 และ 11 มิ.ย. 66 ที่ห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน ทุกสาขาทั่วประเทศ
  • Educational Display: เพลิดเพลินไปกับบูธรักษ์โลกสุดสร้างสรรค์ ที่ถูกตกแต่งด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมชวนทุกคนร่วมภารกิจและมิชชั่นเพื่อโลกของเรา ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 66 – 19 มิ.ย. 66 ที่ห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน ทุกสาขา
  • การบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรมป่าไม้ ผ่านมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเซ็นทรัล กรุ๊ป ตลอดเดือน มิ.ย. 66

เซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทย
เซ็นทรัล-โรบินสัน ชวน ปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น เพิ่มกรีนสเปซกว่า 490 ไร่ทั่วไทย

มารวมพลังรักษ์โลก ส่งต่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้กับสังคมไทยไปด้วยกันกับแคมเปญ “CENTRAL | ROBINSON LOVE THE EARTH 2023” พร้อมติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ ของห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันได้ที่ Facebook Fanpage: Central Department Store และ Robinson Department Store

Source : Spring News

ทรู-ดีแทค เปิดแนวทางรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ รอบเสาสัญญาณ ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย เปิด 4 แนวทางรักษาระบบนิเวศรอบพื้นที่เสาสัญญาณสื่อสาร พร้อมชวนผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศ ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ผ่านแอป We Grow

หนึ่งในภารกิจหลักหลังการควบรวม ทรู-ดีแทค คือ การส่งมอบเครือข่ายสัญญาณที่ดียิ่งกว่า ครอบคลุมยิ่งขึ้นทั่วไทย โดยที่ผ่านมา การติดตั้งเสาสัญญาณ นอกเหนือจากจะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบที่ กสทช.กำหนดไว้แล้ว ทุกพื้นที่ที่ทรูและดีแทคติดตั้งเสาสัญญาณจะมีการนำปัจจัยเรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ Biodiversity มาใช้ในการวางแผน

โดยทีมปฏิบัติการจะทำการสำรวจสิ่งมีชีวิตนานาพันธุ์ในระบบนิเวศรอบพื้นที่เสาสัญญาณ ควบคู่กับการปลูกต้นไม้เพื่อให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสมบูรณ์ของสัตว์และพันธุ์พืช เพื่อบรรลุเป้าหมายที่จะไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียคุณค่าด้านความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิ และไม่ก่อให้เกิดการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้สุทธิ ภายในปี 2573 สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ SDGs “เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และส่งเสริมการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน”

ทรู-ดีแทค เปิดแนวทาง รักษาสิ่งแวดล้อม รอบเสาสัญญาณ ทุกพื้นที่ทั่วไทย

เปิดแผนรักษาระบบนิเวศรอบพื้นที่เสาสัญญาณ ฉบับ ทรู ดีแทค 

1. คัดกรองและคัดเลือกพื้นที่ตั้งเสาสัญญาณ หากพิจารณาว่าพื้นที่โดยรอบที่ตั้งเสาสัญญาณนั้นมีโอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็น สัตว์สายพันธุ์เล็ก สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ความหลากหลายของพันธุ์พืช ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ก็จะส่งประเมินความเสี่ยงต่อไป

2. ประเมินและจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่เสี่ยง โดยนำไปประเมินเชิงลึกผ่านโปรแกรมมาตรฐานระดับโลก คือ Biodiversity and Ecosystem Services Trends and Conditions Assessment Tool (BESTCAT) เพื่อทำการคัดกรองพื้นที่อ่อนไหว ซึ่งมีมาตรกำหนดวัดระดับความรุนแรงของผลกระทบตั้งแต่ต่ำสุดถึงสูงสุดที่ 0 – 100  อาทิ มีชนิดพันธุ์ถูกคุกคามมากน้อยแค่ไหนในพื้นที่รัศมี 10 ตารางกิโลเมตรจากเสาสัญญาณที่ติดตั้ง

ทรู-ดีแทค เปิดแนวทาง รักษาสิ่งแวดล้อม รอบเสาสัญญาณ ทุกพื้นที่ทั่วไทย

3. ดำเนินตามแผนแก้ไข ป้องกัน เพื่อลดผลกระทบ โดยยึดหลักบรรเทาผลกระทบตามลำดับชั้น ตั้งแต่ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบ ลดผลกระทบที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้  ฟื้นฟูสภาพพื้นที่ด้วยการปลูกพรรณไม้ท้องถิ่น และชดเชยด้วยการปลูกต้นไม้นอกพื้นที่โครงการ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทั้งทรูและดีแทคได้ดำเนินการในพื้นที่ที่ใกล้ชิดแหล่งธรรมชาติ คือการจัดทำเสาสัญญาณที่ออกแบบเป็นเสาต้นไม้ เพื่อให้กลมกลืนกับทัศนียภาพ เข้ากับสิ่งแวดล้อมรอบข้างและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้อยใหญ่

4. สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยรอบ โดยชักชวนผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในสังคมยุคดิจิทัลเพื่อสร้างแหล่งที่อยู่อันอุดมสมบูรณ์ให้แก่สิ่งมีชีวิตผ่านแอป We Grow โดยในปี 2564 ได้สร้างพื้นที่สีเขียวได้ถึง 165 ไร่ และคาดว่าจะดูดซับก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ถึง 2,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 2573

จากผลการศึกษาในปี 2564 พบว่ามีพื้นที่เสาสัญญาณที่อาจอยู่ในระดับเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ คิดเป็นสัดส่วนที่ 0.38% ซึ่งจะต้องนำไปประเมินเพิ่มเติม พร้อมหารือผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนดำเนินการแก้ไข ป้องกัน และลดผลกระทบอย่างเคร่งครัด

Source : กรุงเทพธุรกิจ

หอการค้าไทย ร่วมกับ มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน, ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ บริษัท เคเชอร์ เพย์เมนท์ จำกัด

กำหนดจัดเสวนาออนไลน์ ในวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2566 เวลา 9.30-12.00 น. ถ่ายทอดสดผ่าน Zoom และ Facebook Live จากร้านแกงกาดจริงใจ ตลาดจริงใจ จ.เชียงใหม่

นำโดย

  1. ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช
    ประธานกรรมการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
  2. คุณอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล
    ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
  3. คุณศักดิ์สกุล ศุภกฤตอนันต์
    รองผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เชียงใหม่
  4. รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  5. คุณเปรมชัย กุศลฤกษ์ดี
    ประธานกรรมการบริษัท เคเชอร์ เพย์เมนท์ จำกัด
  6. ดร.ดิษฐา นนทิวรวงษ์
    เลขานุการคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ด้านพลังงาน (ผู้ดำเนินรายการ)

ลงทะเบียนคลิ้กที่นี่

หรือสแกน QR CODE ด้านล่างนี้

AIS เดินหน้าสร้างการเติบโตร่วมกันของคน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ชูภารกิจคนไทยไร้ e-waste ผนึกกำลัง 3 องค์กรชั้นนำ พร้อมชวนคนไทยมีส่วนร่วมการแก้ไขปัญหา ในวันสิ่งแวดล้อมโลก เดินหน้าสู่การเป็น Hub ด้านองค์ความรู้และจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืน

จากปัญหาสภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทำให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันสิ่งแวดล้อมโลก หรือวันที่องค์การสหประชาชาติประกาศจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ ทั่วโลกในด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น

AIS หนึ่งในบิ๊กคอร์ป และภาคเอกชนไทย พร้อมเดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อนการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะโครงการ คนไทยไร้ e-waste มุ่งสร้างปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมผ่านการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ผ่านการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน

ล่าสุดได้ขยายเครือข่ายการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง เจมาร์ท ในการทำแคมเปญ ทิ้ง e-waste รับ J Point ผ่านแพลตฟอร์ม E-Waste + พร้อมร่วมมือกับ LG และศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ขยายจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ชวนคนไทยร่วมกันทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี เพื่อยกระดับแก้ไขปัญหา ขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างยั่งยืน  พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น Hub of E-Waste

AIS เดินหน้าชูภารกิจ ‘คนไทยไร้ e-waste’

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม รักษาการหัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และธุรกิจสัมพันธ์ AIS  กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการ ดิจิทัล นอกเหนือจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาเครือข่ายสื่อสารอัจฉริยะให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีหลักของประเทศ เรายังวางนโยบายในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันของคน เศรษฐกิจ และโดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม

ที่วันนี้มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันอย่างยั่งยืน ผ่านการวางแผนการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานทางเลือกเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือแม้แต่การบริหารจัดการขยะ ภายใต้โครงการคนไทยไร้ e-waste

โดยวันนี้การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ เราตั้งเป้าสู่การเป็น HUB of E-waste หรือศูนย์กลางด้านองค์ความรู้และจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืน ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ให้คนไทยตระหนักถึงปัญหา สร้างกระบวนการจัดเก็บเพื่อให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแบบ Zero Landfill ตามมาตรฐานสากล ผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่หลากหลายทั้งภาครัฐและเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง 

“เราใช้วาระสำคัญอย่างวันสิ่งแวดล้อมโลก ประกาศความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่จะมาเป็นหนึ่งใน Green Partnership ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกัน ทั้งการทำงานร่วมกับเจมาร์ท ในการทำแคมเปญ ทิ้ง e-waste รับ J Point ผ่านแพลตฟอร์ม E-Waste + พร้อมร่วมมือกับ LG และศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ขยายจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้ลูกค้าและผู้ใช้บริการสามารถมาทิ้งได้ โดยเชื่อว่าพลังของทุกภาคส่วนจะช่วยทำให้การแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์เกิดความยั่งยืนได้ในที่สุด”

ทางด้าน เจมาร์ท ในฐานะพาร์ทเนอร์ที่เข้าร่วมโครงการผ่านแพลตฟอร์ม E-Waste+ ไปใช้กับลูกค้าที่ให้สามารถนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาทิ้งได้ที่ศูนย์ให้บริการพร้อมรับสิทธิพิเศษจาก J Point ในแคมเปญ ทิ้ง e-waste รับ J Point  

นายธีรวัฒน์ จันทร์วิจิตรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด อธิบายว่า “นอกเหนือจากการเป็นพาร์ทเนอร์ด้านธุรกิจกับ AIS มากว่า 20 ปีในการให้บริการลูกค้าแล้ว เรายังมีแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกัน ด้วยการจัดแคมเปญ “ทิ้ง e-waste รับ J Point” โดยลูกค้านำขยะ E-Waste อาทิ โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, อุปกรณ์เสริมมือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก มาฝากทิ้งที่ร้านเจมาร์ท โมบาย  พร้อมรับคะแนน J Point ที่นำไปใช้แทนเงินสดได้

โดยขยะ E-waste  1 ชิ้นจะได้รับ 100 J Point คิดเป็นเงินมูลค่า 10 บาท  ซึ่งสามารถนำมาแลกเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าและบริการในเครือ Jaymart พร้อมแลกสิทธิพิเศษจากร้านค้าชั้นนำต่างๆ มากมายที่ร่วมรายการ หรือจะร่วมบริจาคทำบุญให้แก่ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เพื่อผู้พิการทางสายตา

ลูกค้าสามารถนำขยะ E-Waste มาฝากทิ้งได้ที่ร้านเจมาร์ท โมบาย ทั้ง 10 สาขา ได้แก่ สาขาเซ็นทรัลรามอินทรา, เซ็นทรัลหัวหมาก, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลอีสวิล, เซ็นทรัลพระราม 9, เซ็นทรัลพระราม 3, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลพระราม 2, เซ็นทรัลบางนา 3 และเจมาร์ทสำนักงานใหญ่ เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2566  นอกจากนี้ เรายินดีที่จะมอบคะแนน J Point เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า สำหรับลูกค้าที่นำขยะ E-Waste มาฝากทิ้งในวันสิ่งแวดล้อมโลกอีกด้วย

นอกจากนี้โครงการ คนไทยไร้ e-waste ยังได้พาร์ทเนอร์ใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มจุดรับทิ้งให้กับลูกค้าและคนไทยอย่าง แอลจี และศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์

นายซองฮัน จอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แอลจีให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน โดยเรามุ่งสร้างชีวิตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน (Better Life for All) ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ สอดคล้องกับเป้าหมายของแอลจีระดับโลกที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการผลิตสินค้าลง 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2017 และเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งถือเป็นวันสำคัญที่แอลจีทั่วโลกจะเดินหน้าโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แคมเปญหลัก ‘LG Global Volunteer Day’ 

โดยปีนี้ผนึกกำลังกับเอไอเอส ที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  โดยเปิดจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ศูนย์บริการและร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วกรุงเทพ 11 แห่ง ได้แก่ ศูนย์บริการ (สำนักงานใหญ่) อาคารริชมอนด์ ซอยสุขุมวิท 26 และร้านค้าแอลจี แผนก Power Mall ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม, ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ รวมถึงร้านค้าแอลจี โฮมโปร สาขาเมกา บางนา, สาขาฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต และสาขาเอกมัย – รามอินทรา ตั้งแต่วันนี้  – 31 กรกฎาคม 2566

นายสุทธิชัย บัณฑิตวรภูมิ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวล ลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เสริมว่า  ปัจจุบัน ผู้เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์ฯ หรือชุมชน ใกล้เคียง สามารถนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต สายชาร์จ หูฟัง แบตเตอรี่มือถือ มาทิ้งได้ที่จุดรับขยะภายในศูนย์ฯ

นอกจากนั้น เรายังได้จัดวางถังแยกขยะประเภทต่างๆ เพื่อให้ผู้มาใช้บริการภายในศูนย์ฯ สิริกิติ์ ได้รับความสะดวก และง่ายต่อการทิ้งขยะอย่างถูกวิธี ซึ่งขยะที่ผ่านการคัดแยกจะเข้าสู่กระบวนการ Recycle และ Upcycle เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยจัดสรรให้ใช้ทรัพยากรคุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด

Source : กรุงเทพธุรกิจ