Highlight & Knowledge

10 วิธีใช้แอร์ให้ประหยัดไฟในหน้าร้อน เย็นฉ่ำ กระเป๋าไม่ฉีก

หน้าร้อนในประเทศไทยที่อุณหภูมิพุ่งสูงจนแทบละลาย ทำให้แอร์กลายเป็นเพื่อนรักของทุกบ้าน แต่ค่าไฟที่ตามมาอาจทำให้ใจสั่นได้ บทความนี้รวบรวม 10 วิธีใช้แอร์ให้ประหยัดไฟ ที่ทั้งง่ายและได้ผลจริง ตั้งแต่การตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม ดูแลรักษาเครื่อง ไปจนถึงเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้คุณเย็นฉ่ำโดยไม่ต้องกังวลบิลค่าไฟแพงๆ มาดูกันว่าทำอย่างไรให้แอร์ทำงานอย่างชาญฉลาดและประหยัดพลังงาน

1. ตั้งอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม เย็นสบายไม่เปลืองไฟ

การตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นขั้นตอนแรกที่ช่วยประหยัดไฟได้มาก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตั้งแอร์ไว้ที่ 25-26 องศาเซลเซียส เพราะเป็นระดับที่ร่างกายรู้สึกเย็นสบายโดยไม่ทำให้แอร์ทำงานหนักเกินไป ถ้าตั้งต่ำเกิน เช่น 18-20 องศา คอมเพรสเซอร์จะต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อรักษาความเย็น ซึ่งส่งผลให้ค่าไฟพุ่งพรวด ลองใช้พัดลมช่วยกระจายความเย็นในห้อง เพราะจะทำให้อากาศไหลเวียนดีขึ้น คุณจะรู้สึกเย็นโดยไม่ต้องลดอุณหภูมิลงมาก วิธีนี้ช่วยลดภาระของแอร์และประหยัดไฟได้ถึง 10-15% ต่อเดือน

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการปรับอุณหภูมิขึ้นลงบ่อยๆ เพราะแอร์จะต้องเริ่มรอบการทำงานใหม่ ซึ่งกินไฟมากกว่าการรักษาอุณหภูมิคงที่ การตั้งค่าให้สมดุลไม่เพียงช่วยลดค่าไฟ แต่ยังทำให้แอร์มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นด้วย

2. ปิดช่องว่างในห้อง ล็อกความเย็นไว้ในบ้าน

ความร้อนจากภายนอกที่เล็ดลอดเข้ามาเป็นตัวการที่ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้น เริ่มจากตรวจสอบประตูและหน้าต่างว่าปิดสนิทดีหรือไม่ มีรอยรั่วตรงขอบหรือช่องว่างไหม ถ้ามีให้ใช้ยางกันลมหรือเทปปิดรอยรั่วเพื่อป้องกันอากาศร้อนไหลเข้า

แสงแดดที่ส่องผ่านกระจกก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความร้อนในห้อง ลองติดฟิล์มกันความร้อนที่กระจก หรือใช้ผ้าม่านทึบแสงเพื่อกรองแสงแดด โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่แดดแรงสุด ผ้าม่านแบบหนาจะช่วยลดอุณหภูมิในห้องได้ 2-3 องศา
ถ้าบ้านของคุณมีช่องระบายอากาศ อาจต้องปิดบางส่วนขณะเปิดแอร์ เพื่อไม่ให้ความเย็นรั่วไหลออกไป วิธีนี้ทำให้แอร์ทำงานน้อยลง และคุณจะรู้สึกเย็นเร็วขึ้นโดยใช้พลังงานน้อยลง

3. ทำความสะอาดและบำรุงรักษาแอร์ สะอาดดี ประหยัดไฟด้วย

แอร์ที่เต็มไปด้วยฝุ่น โดยเฉพาะแผ่นกรองอากาศ จะทำให้การไหลเวียนของอากาศติดขัด ส่งผลให้เครื่องต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อให้ห้องเย็น ควรล้างแผ่นกรองทุก 1-2 เดือน โดยถอดออกมาล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วตากให้แห้งก่อนใส่กลับ

นอกจากนี้ การจ้างช่างมาล้างแอร์ทั้งระบบอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้งจะช่วยกำจัดฝุ่นในท่อและคอยล์เย็น ซึ่งอาจลดประสิทธิภาพของแอร์ลง คุณเคยสังเกตไหมว่าแอร์ที่ไม่ได้ล้างนานๆ มักเย็นช้าและมีกลิ่นอับ? นั่นคือสัญญาณว่าต้องลงมือทำความสะอาด แอร์ที่สะอาดไม่เพียงช่วยประหยัดไฟถึง 20% แต่ยังทำให้อากาศในห้องบริสุทธิ์ และยืดอายุเครื่องไปในตัว การดูแลรักษาแอร์เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว

4. ใช้โหมดประหยัดพลังงาน ช่วยลดค่าไฟ

แอร์รุ่นใหม่มักมี Energy Saving Mode ซึ่งปรับการทำงานของคอมเพรสเซอร์ให้เหมาะกับอุณหภูมิห้อง ลดการใช้ไฟโดยยังคงความเย็นไว้ ลองเช็คคู่มือแอร์ของคุณว่ามีฟังก์ชันนี้หรือไม่ แล้วเปิดใช้งานในช่วงที่อากาศร้อนจัด

ถ้าแอร์ของคุณเป็นแบบ Inverter จะยิ่งช่วยประหยัดไฟ เพราะเทคโนโลยีนี้ปรับรอบการทำงานอัตโนมัติ แทนการเปิด-ปิดเครื่องบ่อยๆ เหมือนแอร์รุ่นเก่า ซึ่งอาจลดการใช้ไฟได้ถึง 30-50% โหมดประหยัดพลังงานเหมาะมากในหน้าร้อน เพราะช่วยให้แอร์ทำงานอย่างชาญฉลาด คุณจะได้ทั้งความเย็นสบายและบิลค่าไฟที่ไม่ทำให้ตกใจ

5. ปิดแอร์เมื่อไม่ใช้งาน และตั้งเวลาอย่างฉลาด

การเปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวันหรือลืมปิดตอนออกจากห้องเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ค่าไฟพุ่ง วิธีแก้คือปิดแอร์ทุกครั้งที่ไม่อยู่ในห้องนานกว่า 30 นาที และใช้ตัวตั้งเวลาของแอร์ให้เป็นประโยชน์

ตัวอย่างเช่น ตั้งแอร์ให้ปิดอัตโนมัติตอน 02:00 น. หลังจากคุณหลับสนิท เพราะร่างกายไม่ต้องการความเย็นมากในช่วงนั้น หรือตั้งเวลาเปิดแอร์ล่วงหน้า 15 นาทีก่อนกลับถึงบ้าน เพื่อให้ห้องเย็นพอดีโดยไม่ต้องเปิดทิ้งไว้นาน วิธีนี้ช่วยลดชั่วโมงการทำงานของแอร์ และป้องกันการลืมปิดเครื่องในวันที่วุ่นวาย คุณจะประหลาดใจว่าการตั้งเวลาแค่ไม่กี่นาทีช่วยลดค่าไฟได้มากแค่ไหน

6. เลือกแอร์ที่มีขนาด BTU เหมาะกับห้อง

การเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU ไม่เหมาะสมอาจทำให้สิ้นเปลืองไฟโดยไม่รู้ตัว ถ้าห้องใหญ่แต่ใช้แอร์ตัวเล็กเกินไป เครื่องจะต้องทำงานหนักเพื่อให้เย็นทั่วถึง ส่งผลให้กินไฟมากขึ้น ในทางกลับกัน แอร์ตัวใหญ่เกินไปในห้องเล็กก็ทำให้เสียพลังงานส่วนเกิน

ตัวอย่างเช่น ห้องนอน 12-15 ตารางเมตร ควรใช้แอร์ 9,000-12,000 BTU ส่วนห้องขนาด 20-25 ตารางเมตร อาจต้องใช้ 18,000 BTU ก่อนซื้อ ควรคำนวณขนาดห้องและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ การเลือกแอร์ที่เหมาะสมช่วยให้เครื่องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ คุณจะได้ทั้งความเย็นที่พอดีและค่าไฟที่ไม่บานปลาย

7. ใช้ผ้าม่านหรือมู่ลี่ ที่สามารถกันความร้อนได้

ผ้าม่านหรือมู่ลี่ไม่เพียงเพิ่มความสวยงามให้บ้าน แต่ยังช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้ดี ในหน้าร้อนควรเลือกผ้าม่านทึบแสงหรือมู่ลี่ที่สะท้อนความร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้ห้องร้อนจัดในช่วงกลางวัน ลองปิดม่านในช่วงที่แดดแรง เช่น 10:00-16:00 น. เพราะจะช่วยลดอุณหภูมิในห้องได้ 3-5 องศา ทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป ถ้าบ้านมีกระจกเยอะ การติดฟิล์มกันร้อนควบคู่ไปด้วยจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพ

วิธีนี้เป็นการป้องกันความร้อนตั้งแต่ต้นทาง คุณจะรู้สึกเย็นสบายขึ้นโดยใช้พลังงานน้อยลง และยังช่วยประหยัดงบในระยะยาว

8. ปรับพฤติกรรมการใช้แอร์

บางครั้งการประหยัดไฟไม่ได้ขึ้นอยู่กับแอร์อย่างเดียว แต่เป็นพฤติกรรมของเราด้วย เช่น หลีกเลี่ยงการเปิดประตูบ่อยๆ ขณะแอร์ทำงาน เพราะจะทำให้อากาศเย็นรั่วไหลออกไป และอากาศร้อนเข้ามาแทน

อีกวิธีคือใส่เสื้อผ้าที่บางเบาในบ้าน เช่น เสื้อยืดผ้าฝ้าย เพื่อให้ร่างกายรู้สึกเย็นโดยไม่ต้องพึ่งแอร์มากเกินไป ลองดื่มน้ำเย็นหรือน้ำผลไม้เพื่อลดความร้อนในร่างกายด้วย การปรับพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ รวมกันแล้วช่วยลดการใช้ไฟจากแอร์ได้มาก และยังทำให้คุณรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์พลังงาน

9. ใช้แอร์ร่วมกับเครื่องลดความชื้น เย็นเร็วขึ้น

ในหน้าร้อนที่อากาศชื้น ความชื้นในห้องอาจทำให้รู้สึกร้อนและเหนียวตัว แม้ว่าแอร์จะทำงานเต็มที่ ลองใช้เครื่องลดความชื้นควบคู่ไปด้วย เพื่อลดระดับความชื้นให้อยู่ในช่วง 40-50% ซึ่งเป็นระดับที่สบายตัว เมื่อความชื้นลดลง คุณจะรู้สึกเย็นเร็วขึ้นโดยไม่ต้องตั้งแอร์ที่อุณหภูมิต่ำเกินไป วิธีนี้ช่วยให้แอร์ทำงานน้อยลง และประหยัดไฟได้ในระยะยาว ถ้าไม่มีเครื่องลดความชื้น การเปิดแอร์ในโหมด Dry (ลดความชื้น) ก็เป็นทางเลือกที่ดีในวันที่มีความชื้นสูง

10. อัปเกรดแอร์เป็นรุ่นประหยัดพลังงาน ลงทุนเพื่ออนาคต

ถ้าแอร์ของคุณเก่ากว่า 10 ปี อาจถึงเวลาพิจารณาเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น แอร์รุ่นใหม่ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือแอร์ Inverter ใช้ไฟน้อยกว่าแอร์รุ่นเก่าถึง 30-50% ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายตอนซื้อใหม่ แต่ในระยะยาวคุณจะประหยัดค่าไฟได้มาก จนคุ้มกับการลงทุน ลองเลือกแอร์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย เช่น ระบบควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อตั้งค่าได้สะดวกยิ่งขึ้น การอัปเกรดแอร์เป็นเหมือนการลงทุนเพื่อความสบายและประหยัดในอนาคต คุณจะได้ทั้งห้องที่เย็นฉ่ำและบิลค่าไฟที่เป็นมิตร

การใช้แอร์ให้ประหยัดไฟในหน้าร้อนไม่ใช่เรื่องยาก แค่ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะ ดูแลรักษาแอร์ ปิดช่องว่าง ใช้โหมดประหยัดพลังงาน และปรับพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ คุณก็สามารถลดค่าไฟได้อย่างเห็นผล พร้อมช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลองนำทั้ง 10 วิธีนี้ไปใช้ แล้วหน้าร้อนนี้จะกลายเป็นช่วงเวลาที่เย็นสบายทั้งกายและใจ

Photo : freepik

คาร์บอนเครดิตคืออะไร? ทำไมใครๆ ก็ให้ความสนใจ

คาร์บอนเครดิตคืออะไร เป็นคำถามที่เราได้ยินกันบ่อยมากในช่วงนี้ รวมถึงข่าวสารต่างๆ ที่มีการพูดถึงคาร์บอนเครดิตกันอย่างต่อเนื่อง วันนี้ทางคณะทำงานด้านพลังงานหอการค้าไทย จะพาทุกคนมารู้จักกับคาร์บอนเครดิตกันแบบง่ายๆ ผ่านบทความนี้กัน เรามาทราบถึงที่มาที่ไปของคาร์บอนเครดิตกันก่อน เรื่องก็เริ่มจากโลกนี้มีการเปลี่ยนแผนของสภาพอากาศและภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผู้นำประเทศต่างๆ…

6 สิ่งต้องเช็ค ก่อนติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน

รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ด้วยข้อดีในเรื่องของความประหยัด ทั้งค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟ และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถ ที่ต่ำกว่ารถใช้น้ำมันเป็นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ จำเป็นต้องวางแผนเรื่องการชาร์จไฟให้กับรถตัว ใครที่อยู่คอนโดไม่มีสถานีชาร์จ ก็อาจจะต้องไปชาร์จที่สถานีชาร์รถไฟฟ้าตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปั๊มน้ำมัน…