Highlight & Knowledge

RECs คืออะไร ทำไมโลกธุรกิจต้องรู้จัก ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน กุญแจสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero

ในช่วงเวลาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แนวคิดเรื่องความยั่งยืนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กลายเป็นวาระสำคัญของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจที่ถูกคาดหวังให้เป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Economy) การบรรลุเป้าหมายสำคัญอย่าง Carbon Neutrality (ความเป็นกลางทางคาร์บอน) และ Net Zero (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) จำเป็นต้องอาศัยกลไกและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดและช่วยให้องค์กรสามารถอ้างสิทธิ์ในการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนได้อย่างน่าเชื่อถือ คือ ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates หรือ RECs) บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ RECs อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ความหมาย หลักการทำงาน ไปจนถึงบทบาทสำคัญในตลาดพลังงานของประเทศไทยและระดับโลก

RECs คืออะไร

ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน หรือ RECs คือ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงความเป็นเจ้าของ (Proof of Ownership) ของคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมจากการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วยเมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ผ่านการรับรอง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ หรือชีวมวล

RECs จะถูกออกให้กับผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแต่ละรายตามปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ โดยหลักการแล้ว พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าหมุนเวียนนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ

  1. ตัวพลังงานไฟฟ้าจริง (Physical Electricity) ที่ถูกส่งเข้าระบบโครงข่ายไฟฟ้า
  2. คุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Attributes) หรือความเป็น “สีเขียว” ของไฟฟ้าที่มาจากการผลิตโดยพลังงานหมุนเวียน ซึ่งก็คือ RECs นั่นเอง

ดังนั้น 1 REC จึงเท่ากับปริมาณไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) ที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน

ทำไมต้องแยก “ไฟฟ้าจริง” ออกจาก “ใบรับรอง RECs”

หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมต้องมีการแยกตัวไฟฟ้าจริงกับใบรับรอง RECs ออกจากกัน หลักการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบโครงข่ายไฟฟ้า เนื่องจากเมื่อไฟฟ้าจากแหล่งผลิตต่างๆ ถูกส่งเข้าสู่โครงข่ายรวม (Grid) แล้ว ไฟฟ้าทั้งหมดจะผสมปนเปกัน ทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าไฟฟ้าที่องค์กรใช้งานอยู่นั้นมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนโดยตรงหรือไม่

การแยกคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมออกมาเป็น RECs จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถ “ซื้อ” และ “อ้างสิทธิ์” ในความเป็นพลังงานสะอาดได้ แม้ว่าไฟฟ้าที่ไหลเข้าสู่สถานประกอบการจะมาจากโครงข่ายรวมก็ตาม การซื้อ RECs เป็นการแสดงออกถึงการสนับสนุนและลงทุนในการผลิตพลังงานหมุนเวียน ซึ่งถือเป็นการบริโภคพลังงานสะอาดทางอ้อม

RECs ต่างจาก Carbon Credit อย่างไร

แม้ว่าทั้ง RECs และ Carbon Credit จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการชดเชยหรือลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ทั้งสองมีวัตถุประสงค์และการนำไปใช้ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

เปรียบเทียบใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (RECs)คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)
หน่วยการวัด1 REC = 1 MWh ของไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน1 Carbon Credit = การลดหรือดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2​e)
วัตถุประสงค์ใช้ยืนยันการใช้และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมขององค์กร
การนำไปใช้ (Scope)ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้ไฟฟ้า (Scope 2) เป็นหลักชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทุกขอบเขต (Scope 1, 2, และ 3)
แหล่งที่มาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเท่านั้นโครงการลดการปล่อยหรือดูดซับก๊าซเรือนกระจกหลากหลายประเภท (เช่น ป่าไม้, การจัดการของเสีย)

มาตรฐานสากล I-REC และกลไกการทำงานในไทย

เพื่อให้ RECs ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติและมีความน่าเชื่อถือ จำเป็นต้องมีมาตรฐานกลางในการกำกับดูแลและออกใบรับรอง ซึ่งมาตรฐานที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย คือ I-REC (International Renewable Energy Certificate)

I-REC Standard คือ มาตรฐานสากลที่พัฒนาโดย The International REC Standard Foundation มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบการติดตามและรับรองแหล่งที่มาของพลังงานหมุนเวียนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามหลักการของ Greenhouse Gas Protocol (GHG Protocol) ซึ่งเป็นมาตรฐานการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่องค์กรส่วนใหญ่ทั่วโลกใช้

กลไกการออกและซื้อขาย RECs (ตามมาตรฐาน I-REC)

การซื้อขาย RECs เป็นการดำเนินการผ่านระบบทะเบียน (Registry) ที่โปร่งใส มีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  1. การขึ้นทะเบียน (Registration) ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (โรงไฟฟ้า) ต้องขึ้นทะเบียนโรงไฟฟ้ากับหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจาก I-REC Standard (ในประเทศไทยคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ในฐานะ I-REC Issuer)
  2. การรับรอง (Issuance) เมื่อโรงไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าได้ 1 MWh หน่วยงานรับรองจะออก 1 I-REC เข้าสู่บัญชีของผู้ผลิตในระบบ Registry
  3. การซื้อขาย (Trading) ผู้ซื้อ (องค์กรหรือโบรกเกอร์) ทำการตกลงซื้อขาย RECs กับผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการ การซื้อขายนี้จะระบุปริมาณ ราคา และปีที่ผลิต
  4. การโอนสิทธิ์ (Transfer) เมื่อเกิดการซื้อขาย RECs จะถูกโอนจากบัญชีผู้ขายไปยังบัญชีผู้ซื้อในระบบ Registry
  5. การยกเลิก (Redemption/Retirement) เมื่อผู้ซื้อต้องการนำ RECs ไปใช้ในการอ้างสิทธิ์เพื่อการรายงานด้านความยั่งยืน (เช่น ใช้รายงาน Scope 2 หรือรายงาน RE100) จะต้องทำการ “ยกเลิก” (Retirement) RECs นั้นในระบบ Registry เพื่อป้องกันการนำ RECs ใบเดียวกันไปใช้อ้างสิทธิ์ซ้ำซ้อน (Double Counting)

ประเภทของการซื้อขาย RECs

การซื้อขาย RECs สามารถแบ่งออกได้เป็นสองรูปแบบหลัก ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการซื้อขายพร้อมกับตัวไฟฟ้าจริงหรือไม่

รูปแบบการซื้อขายคำอธิบายในประเทศไทย
1. Bundled RECs (การขายแบบรวม)ผู้ซื้อจะได้รับทั้ง “ไฟฟ้าจริง” และ “ใบรับรอง RECs” ไปพร้อมกัน โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) จากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรงยังมีข้อจำกัดในการดำเนินการโดยตรงในเชิงพาณิชย์
2. Unbundled RECs (การขายแบบแยก)ผู้ซื้อจะได้รับเพียง “ใบรับรอง RECs” เท่านั้น ส่วน “ไฟฟ้าจริง” ยังคงมาจากโครงข่ายรวม ผู้ซื้อซื้อ RECs จากผู้ผลิตหรือโบรกเกอร์เพื่อนำไปอ้างสิทธิ์ความเป็นพลังงานสะอาดเป็นรูปแบบหลักที่ใช้ในการซื้อขาย RECs ในปัจจุบันของประเทศไทย

การซื้อขายแบบ Unbundled RECs เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยและทั่วโลก เนื่องจากองค์กรไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าเดิม ไม่ต้องติดตั้งโรงไฟฟ้าด้วยตนเอง และยังช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาดได้แม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีการผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนโดยตรง

ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับจากการซื้อ RECs

การตัดสินใจซื้อ RECs ไม่ใช่แค่เพียงการปฏิบัติตามกฎระเบียบเท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สร้างประโยชน์ในหลายมิติให้กับองค์กรที่มุ่งสู่ความยั่งยืน

1. บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนระดับสากล

  • Carbon Neutrality และ Net Zero RECs เป็นเครื่องมือหลักที่ใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 2) ที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
  • RE100 Compliance การซื้อ RECs ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน I-REC ถือเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกลุ่มองค์กรธุรกิจชั้นนำระดับโลกที่มุ่งมั่นใช้พลังงานหมุนเวียน 100% (RE100) ซึ่งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในเวทีธุรกิจโลก
  • รายงาน GHG Protocol และ CDP RECs สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลหลักฐานในการรายงานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน Greenhouse Gas Protocol และการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมต่อ CDP (Carbon Disclosure Project)

2. เสริมสร้างภาพลักษณ์และความสามารถในการแข่งขัน

  • การแสดงความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานสะอาดผ่านการซื้อ RECs ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรในสายตาลูกค้า นักลงทุน และสาธารณชน โดยเฉพาะในตลาดที่มีความอ่อนไหวต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม
  • เพิ่มแต้มต่อทางการค้าในการเข้าร่วมห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่กำหนดให้ซัพพลายเออร์ต้องมีการใช้พลังงานสะอาดตามเกณฑ์ที่กำหนด

3. สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน

  • ทุกการซื้อ RECs เป็นการส่งสัญญาณความต้องการพลังงานสะอาดที่ชัดเจนในตลาด ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจทางการเงินและส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆ ในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั่วประเทศ ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สะอาดขึ้นอย่างยั่งยืน

ตลาด RECs ในประเทศไทย โอกาสและการเติบโต

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด RECs ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีพัฒนาการและกลไกที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้องค์กรต่างๆ สามารถเข้าถึงและซื้อขาย RECs ได้ง่ายขึ้น

ผู้มีบทบาทหลักในตลาดไทย

  1. ผู้ให้การรับรอง (Issuer) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รับการแต่งตั้งเป็นหน่วยงานผู้ให้การรับรอง I-REC (I-REC Issuer) ในประเทศไทย ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบและรับรองการผลิต RECs ตามมาตรฐานสากล I-TRACK ทำให้ RECs ที่ออกโดย กฟผ. เป็นที่ยอมรับทั่วโลก
  2. ผู้ซื้อ ส่วนใหญ่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ บริษัทข้ามชาติ และบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของการส่งออก ที่ต้องการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและปฏิบัติตามข้อกำหนดของลูกค้าในต่างประเทศ
  3. ผู้ขาย คือ ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนต่างๆ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และชีวมวล ที่ขึ้นทะเบียนกับระบบ I-REC
  4. ผู้ให้บริการ/โบรกเกอร์ (Broker) บริษัทผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการอำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียน ซื้อขาย และจัดการ RECs อย่างครบวงจร

การเติบโตของตลาด

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ที่ กฟผ. เข้ามามีบทบาทอย่างเป็นทางการในการเป็นผู้รับรอง ตลาด RECs ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจไทย การเติบโตนี้ไม่เพียงแต่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความตระหนัก (Awareness) และเกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาพลังงานสะอาด

ตารางแสดงแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่สามารถออก RECs ได้ในไทย (ตัวอย่าง)

ประเภทพลังงานลักษณะสถานะการออก RECs
พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar)จาก Solar Farm, Solar Rooftopได้รับความนิยมสูง
พลังงานลม (Wind)จากฟาร์มกังหันลมมีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง
พลังงานน้ำ (Hydro)จากเขื่อนหรือโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กมีการรับรองภายใต้มาตรฐาน
ชีวมวล (Biomass)จากเศษวัสดุทางการเกษตรหรือของเหลือใช้เป็นที่ต้องการของภาคอุตสาหกรรม
ก๊าซชีวภาพ (Biogas)จากการจัดการของเสียหรือฟาร์มปศุสัตว์มีการใช้งานเพื่อความยั่งยืน

ก้าวต่อไปของ RECs ความท้าทายและโอกาส

แม้ว่าตลาด RECs ในประเทศไทยจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องร่วมกันแก้ไขเพื่อส่งเสริมให้กลไกนี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ความท้าทายสำคัญ

  1. การกำหนดราคา ปัจจุบันการซื้อขาย RECs เป็นไปตามความสมัครใจ (Voluntary Market) และยังไม่มีการกำหนดราคากลางที่ชัดเจน ราคาจะขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงประเภทของเทคโนโลยีและปีที่ผลิต RECs ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อใหม่เกิดความไม่มั่นใจในราคาที่เหมาะสม
  2. การสร้างความรู้ความเข้าใจ ยังคงต้องมีการให้ความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง RECs และ Carbon Credit รวมถึงขั้นตอนการซื้อขายและการนำไปใช้ในการรายงานด้านความยั่งยืนที่ถูกต้อง
  3. การบริหารจัดการอุปทาน เมื่อความต้องการ (Demand) RECs สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งบริหารจัดการและพัฒนาประสิทธิภาพของระบบการออกและรับรอง RECs ให้ทันต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

โอกาสในอนาคต

ตลาด RECs มีแนวโน้มที่จะขยายตัวและพัฒนาไปสู่กลไกที่มีมาตรฐานและมีความโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งจะนำมาซึ่งโอกาสสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

  • การเชื่อมโยงตลาดภูมิภาค มีโอกาสในการเชื่อมโยงและซื้อขาย RECs ข้ามพรมแดนในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะช่วยให้ตลาดมีสภาพคล่องสูงขึ้น
  • การพัฒนามาตรฐานเพิ่มเติม มีความเป็นไปได้ที่จะมีการพัฒนามาตรฐานการรับรองสำหรับพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบอื่นๆ ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
  • กลไกสนับสนุนจากภาครัฐ การพิจารณาใช้ RECs เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการจูงใจหรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Mandatory Market) ในอนาคตจะช่วยให้ตลาดเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้น

บทสรุป

ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (RECs) เป็นมากกว่าแค่เอกสาร แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนขององค์กรเข้ากับการสนับสนุนการผลิตพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง การทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จาก RECs จึงเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยและโลกใบนี้ไปสู่เป้าหมายแห่งอนาคตพลังงานที่สะอาดและยั่งยืน (Green Future) ได้อย่างเป็นรูปธรรม

8 วิธีลดค่าไฟหน้าร้อน ประหยัดเงินได้จริง ไม่ต้องทนร้อน!

หน้าร้อนในประเทศไทยมักมาพร้อมอากาศร้อนระอุ ส่งผลให้ ค่าไฟแพง จนหลายคนกังวล แต่ไม่ต้องหงุดหงิดไป เพราะเรามี วิธีลดค่าไฟ ที่ทั้งง่ายและได้ผลจริงมาแนะนำ ไม่ว่าคุณจะใช้เครื่องปรับอากาศบ่อยแค่ไหน หรืออยากหาวิธีประหยัดพลังงานในบ้าน…

รู้จักกับไฮโดรเจนและแอมโมเนีย เชื้อเพลิงแห่งอนาคตที่ไร้คาร์บอน

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงและพัฒนาอย่างรวดเร็วคือการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ เชื้อเพลิงสะอาด หรือ เชื้อเพลิงที่ไร้คาร์บอน (Carbon-free fuels) ซึ่งในบรรดาเชื้อเพลิงทางเลือกมากมาย ไฮโดรเจน…

ใช้แอร์แบบไหน ประหยัดไฟได้จริง

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟค่อนข้างมาก ก็คงจะหนีไม่พ้นเครื่องปรับอากาศ หรือเราเรียกกันสั้นๆ ว่า แอร์ นั่นเอง ยิ่งในช่วงหน้าร้อนนี้ หลายคนต้องจ่ายค่าไฟมากเป็นพิเศษ เพราะเปิดแอร์กันฉ่ำๆ ตลอดวัน…