นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เห็นชอบหลักเกณฑ์กำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป นั้น อ้างถึงหนังสือจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ถึงนายกรัฐมนตรีเลขที่ 031 /2568 (ลว.30 เมย. 2568)
ทั้บนี้ ภาคเอกชนขอแสดงความกังวลและขอความอนุเคราะห์โปรดพิจารณาทบทวนมติ กพช. ดังกล่าว
โดยขอให้ คงการใช้โครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติแบบ Single Pool Gas แบบปัจจุบันที่เฉลี่ยเป็นราคาเดียวกันในทุกภาคส่วนไปก่อน ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

เอกชนค้านมติ กพช. ปรับราคาก๊าซฯใหม่ ห่วงสินค้าแพง-หนี้ครัวเรือนพุ่ง
สร้างความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากรพื้นฐานของประเทศก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยถือเป็นทรัพยากรภายในประเทศที่เป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคนและทุกภาคส่วน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ย่อมส่งผลให้ต้นทุนก๊าซฯ ของภาคอุตสาหกรรมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับโครงสร้างปัจจุบันที่ใช้ Single Pool Gas ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยร่วมกันทุกภาคส่วน
บรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในสภาวะที่เปราะบาง การปรับโครงสร้างใหม่ให้ภาคอุตสาหกรรมใช้ราคา Pool Price ในขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและรุนแรงต่อประเทศ
ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพ การปรับราคาจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีต้นทุนการผลิตจากราคาเชื้อเพลิงสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้ราคาสินค้าที่จำเป็นต้องปรับราคาขึ้นตามต้นทุน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน การจ้างงานและการลงทุน

เอกชนค้านมติ กพช. ปรับราคาก๊าซฯใหม่ ห่วงสินค้าแพง-หนี้ครัวเรือนพุ่ง
การปรับต้นทุนดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม การขยายโครงการลงทุนในประเทศจะชะลอตัว และกระทบกับการจ้างงาน
ดังนั้น เอกชนจึงขอความอนุเคราะห์ท่านโปรดพิจารณาคงการใช้โครงสร้างราคาแบบ Single Pool Gas ไปก่อน เพื่อช่วยประคองสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบต่อทั้งภาคธุรกิจ
Source : ฐานเศรษฐกิจ




