News & Update

สั่งตรึงค่าไฟเท่าเดิม 4.18 บาทต่อหน่วย ยกยอดภาระค้างจ่ายคืน กฟผ.ไปงวดปีหน้า

“พีระพันธุ์” เจรจา กฟผ. และ ปตท. ตรึงค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย. -ต.ค. 2567 เอาไว้ที่ระดับเดิม 4.18 บาทต่อหน่วย โดยเป็นการยกยอดภาระค้างจ่ายคืน กฟผ.และ ปตท.ไปไว้งวดค่าไฟฟ้าปีหน้า  พร้อมเสนอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณา 23 ก.ค. นี้

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีการหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานในกำกับดูแลของกระทรวงพลังงานซึ่งประกอบด้วย ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงานและประธานบอร์ดกฟผ.  นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน  ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์  ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ซีอีโอ ปตท. และ ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)  

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

โดยภายหลังการหารือ นายพีระพันธุ์ เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจะรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทราบถึงการตรึงค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.- ธ.ค. 2567 ไว้ที่ 4.18 บาทต่อหน่วยหรือเท่ากับค่าไฟฟ้าเรียกเก็บในปัจจุบัน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทาง กฟผ.และ ปตท. ในการช่วยแบกรับภาระด้านรายได้ เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชน 

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า ในการหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการค่าไฟฟ้า งวดเดือน ก.ย. -ธ.ค. 2567  นายพีระพันธุ์ ได้มอบให้ กกพ. พิจารณาทบทวนโครงสร้างต้นทุนสำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) ใหม่ เนื่องจากในการเจรจาหาแนวทางร่วมกับ กฟผ.และ ปตท.เพื่อตรึงค่าไฟฟ้าในครั้งนี้ทาง ปตท.จะยังไม่รับชำระค่าใช้จ่ายในงวดเดือน ก.ย. -ธ.ค. 2567 ส่วน กฟผ.จะรับรายได้เพียง 0.05 บาทต่อหน่วยจึงทำให้สามารถตรึงราคาค่าไฟฟ้าไว้ได้ที่ 4.18 บาทต่อหน่วยสำหรับงวดเดือน ก.ย. -ธ.ค. 2567  โดยกระทรวงพลังงานเตรียมจะนำเสนอแนวทางการตรึงค่าไฟฟ้าในระดับ 4.18 บาทต่อหน่วยภายใต้แนวทางการบริหารจัดการภาระค่าเชื้อเพลิงร่วมกับ กฟผ. และ ปตท.เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 23 ก.ค.ที่จะถึงนี้ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภาระต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ. มียอดสะสมอยู่จำนวน 98,495 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 163.39 สตางค์ต่อหน่วย) และมูลค่าต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริง หรือ AFGAS  ที่ทั้ง กฟผ.และ ปตท.ร่วมกันแบกภาระจำนวน 15,083.79 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 25.02 สตางค์ต่อหน่วย) รวมทั้งสิ้นจำนวน 188.41 สตางค์ต่อหน่วย  ซึ่งในภาระดังกล่าวเมื่อไม่ได้รับการทยอยจ่ายคืนตามข้อเสนอรับฟังความคิดเห็นของ กกพ. ที่มี 3 ทางเลือก คือ 1.ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าจาก 4.18 บาทต่อหน่วยเป็น 4.65 บาทต่อหน่วย 2.ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าจาก 4.18 บาทต่อหน่วยเป็น 4.92 บาทต่อหน่วย และ 3.ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าจาก 4.18 บาทต่อหน่วยเป็น 6.01 บาทต่อหน่วย ก็จะถูกยกยอดไปคิดในการคำนวณค่าไฟฟ้างวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2568  ดังนั้นแนวทางการตรึงราคาค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.2567 จึงเป็นเพียงการยกยอดภาระในงวดนี้ไปจ่ายงวดหน้า ซึ่งในที่สุดประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าก็จะต้องเป็นผู้ทยอยจ่ายคืนทั้งหมดบวกด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ทาง กฟผ.ไปกู้สถาบันการเงินมาเพื่อให้มีสภาพคล่องในการรับภาระแทนประชาชนเอาไว้ก่อน

Source : Energy News Center

Gulf ติดโซลาร์เซลล์ให้ฟรี ชุมชนห่างไกลขาดแคลนไฟฟ้า ถึง 2 ก.ค. 68 นี้

โอกาสเข้าถึงไฟฟ้าฟรีมาถึงแล้ว! Gulf Sparks, Life Starts โครงการของกัลฟ์ ที่จะเข้าไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ฟรี ชุมชนในพื้นที่ห่างไกลไร้ไฟฟ้าใช้ เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว https://youtu.be/XV36lhmJSWE…

Thailand Energy Awards 2025 ชู 58 ต้นแบบพลังงานไทย เปลี่ยนนวัตกรรมสู่พลังขับเคลื่อนประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมอบรางวัล Thailand Energy Awards 2025 ชู 58 ต้นแบบพลังงานไทย เปลี่ยนนวัตกรรมสู่พลังขับเคลื่อนประเทศ เดินหน้าเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ…

COP30 เปิดตัว “แผนสุขภาพ” ครั้งแรกของโลก ทุ่ม 300 ล้านดอลลาร์ เกราะรับโลกร้อน

COP30 ที่บาเลง ประเทศบราซิล ได้เปิดตัว "แผนปฏิบัติการเบเลมด้านสุขภาพ" (Belém Health Action Plan) ซึ่งถือเป็นเอกสารการปรับตัวด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศฉบับแรกที่มุ่งเน้นไปที่ภาคส่วนสุขภาพโดยเฉพาะ แผนดังกล่าวนี้ได้กำหนดแนวทางการดำเนินการเพื่อให้ประเทศต่างๆ สามารถรับมือกับผลกระทบที่เป็นรูปธรรมของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อประชากรกลุ่มเปราะบาง…