กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดเผยเกี่ยวกับโครงการบรรเทาผลกระทบราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน สำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ “วินเซฟ” ระยะเวลาโครงการ 3 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม 2565

โดยสามารถรับสิทธิส่วนลดค่าน้ำมันกลุ่มเบนซินในรูปแบบรัฐร่วมจ่ายร้อยละ 50 ไม่เกิน 50 บาท/คน/วัน และไม่เกิน 250 บาท/คน/เดือน ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เริ่มใช้สิทธิ 8 พฤษภาคม 2565

วินเซฟ รัฐช่วยจ่ายค่าน้ำมันเบนซิน 3 เดือน กดรับสิทธิ์ 5 พ.ค.นี้

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการฯ

ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง

– ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ (รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง) 

– เป็นผู้ขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก (ภายในวันที่ 22 มีนาคม 2565)

– มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ยังไม่สิ้นอายุ และจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ ถูกต้องตามกฎหมาย

– ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของโครงการอื่นๆ ของรัฐ

– ไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิในโครงการอื่นๆ ของรัฐ

วิธีเข้าร่วมโครงการ “วินเซฟ”

ผู้ใช้สิทธิ “วินเซฟ” สามารถกดยืนยันสิทธิ ที่แอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป 

วินเซฟ รัฐช่วยจ่ายค่าน้ำมันเบนซิน 3 เดือน กดรับสิทธิ์ 5 พ.ค.นี้

สถานีบริการน้ำมัน

-เป็นสถานีบริการน้ำมันของผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 และมาตรา 11 ตาม พ.ร.บ. การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543

วิธีเข้าร่วมโครงการ “วินเซฟ”

สถานีบริการที่สมัครเข้าร่วมโครงการ “วินเซฟ” สามารถกดยืนยันสิทธิ  ที่แอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

วินเซฟ รัฐช่วยจ่ายค่าน้ำมันเบนซิน 3 เดือน กดรับสิทธิ์ 5 พ.ค.นี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน www.doeb.go.thโทร. 06 3269 2876, 02 794-4307 – 9 จันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.30 – 17.00 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการ)

Source : TNNOnline

เอเอฟพี – บริษัทปิโตรนาสของมาเลเซียและบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ของไทย ประกาศวานนี้ (29) ว่า พวกเขาจะถอนตัวจากโครงการแหล่งก๊าซเยตากุน (Yetagun) ในพม่า

บริษัทพลังงานระดับโลกต่างถอนตัวออกจากพม่า ที่รวมถึงบริษัทเชฟรอน และโททาลเอเนอร์ยีส์ หลังเกิดการรัฐประหารเมื่อปีก่อนและมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ

กลุ่มสังเกตการณ์ท้องถิ่นระบุว่า มีพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 1,800 คน ระหว่างการปราบปรามของทหาร และมีผู้ถูกจับกุมตัวมากกว่า 13,000 คน 

บริษัทชาริกาลี ที่เป็นบริษัทย่อยของปิโตรนาส ถือหุ้นราว 41% ในโครงการเยตากุน ขณะที่บริษัท ปตท.สผ. ถืออยู่ 19.31%

“การถอนตัวเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการพอร์ตโฟลิโอของบริษัทเพื่อมุ่งเน้นไปยังโครงการที่สนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานสำหรับประเทศ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท.สผ.ระบุ

ปตท.สผ. ระบุว่า สัดส่วนหุ้นที่บริษัทถือครองอยู่จะได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสมให้ผู้ถือหุ้นที่เหลืออยู่โดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งจะมีผลหลังจากได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบ

ด้านบริษัทปิโตรนาส ที่ดำเนินการโครงการมาตั้งแต่ปี 2546 ระบุในคำแถลงว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการทบทวนและเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมด้านอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานที่เร็วขึ้น

แหล่งก๊าซเยตากุนในอ่าวเมาะตะมะผลิตก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสท โดยบริษัทสำรวจ เจเอ็กซ์ นิปปอน ออยล์ แอนด์ ก๊าซ ที่เป็นบริษัทในเครือของบริษัทเอเนออส จากญี่ปุ่น และบรษัทเมียนมาร์ ออยล์ แอนด์ ก๊าซ (MOGE) ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลทหารพม่า ถือหุ้นที่เหลือในโครงการนี้

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของ ปตท.สผ. ครั้งนี้ไม่ใช่การยุติการมีส่วนร่วมกับพม่า

ในเดือน มี.ค. บริษัท ปตท.สผ. กล่าวว่าบริษัทจะเข้าควบคุมการดำเนินงานของแหล่งก๊าซยาดานา ที่เป็นแหล่งก๊าซสำคัญของพม่า หลังการถอนตัวของบริษัทเชฟรอน และบริษัทโททาลเอเนอร์ยีส์ ในเดือน ม.ค.

บริษัทสัญชาติอเมริกันและฝรั่งเศสระบุว่าพวกเขาจะถอนตัวจากพม่า หลังแรงกดดันจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่เรียกร้องให้บริษัทต่างๆ ตัดความสัมพันธ์ทางการเงินกับรัฐบาลทหารพม่าเพิ่มสูงขึ้น

แหล่งก๊าซยาดานาในทะเลอันดามันจ่ายกระแสไฟฟ้าให้พม่าและไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการก๊าซจากหลายโครงการที่ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า เป็นแหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของเนปีดอ ที่สร้างรายได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี.

Source : MGROnline

สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ขีดเส้นยกเลิกชดเชยราคาเชื้อเพลิงชีวภาพไม่เกินปี 2569 โดยเลื่อนไปจากกำหนดเดิม 2 ปี เพื่อให้เกษตรกร, ผู้ผลิตไบโอดีเซลและเอทานอลเตรียมความพร้อม ด้านผู้ผลิตเอทานอล ชี้ต้องปรับตัวหันไปส่งออกเอทานอลหรือนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มโดยผลิตพลาสติกชีวภาพแทน

ปตท.สผ. เข้าสู่การเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) โครงการจี 1/61 (แหล่งเอราวัณ, ปลาทอง, สตูล, ฟูนาน) และโครงการจี 2/61 (แหล่งบงกช) ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต พร้อมเร่งดำเนินงานตามแผนเพื่อเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติในจี1/61ให้ได้ตามสัญญาที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันภายในเม.ย.67 จากอัตราการผลิตในโครงการจี 1/61 ที่ ปตท.สผ. รับช่วงต่อจากผู้รับสัมปทานเดิมผลิตอยู่ที่ 376 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานของคนไทย รวมถึงสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ 

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)( PTTEP)หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ปตท.สผ. ได้เข้าเป็นผู้ดำเนินการในโครงการจี 1/61 และโครงการจี 2/61 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นวันแรกของการเริ่มสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract หรือ PSC) ขณะที่ ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการในแหล่งบงกช หรือโครงการจี 2/61 อยู่แล้ว โดยในส่วนของการเปลี่ยนผ่านผู้ดำเนินการโครงการจี 1/61 นั้น ปตท.สผ. ได้ตั้งทีมปฏิบัติการ (วอร์รูม) ที่ ปตท.สผ. สำนักงานใหญ่ และที่แท่นผลิตก๊าซฯ รวมทั้งประสานงานกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และผู้ดำเนินการรายเดิมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านการผลิตก๊าซธรรมชาติเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และสามารถดำเนินการผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง 

“ภารกิจสำคัญที่ ปตท.สผ. ตระหนักและมุ่งมั่นดำเนินการมาโดยตลอดก็คือ การเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ การเข้าเป็นผู้ดำเนินการแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ทั้ง 2 แหล่ง ซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ทางพลังงาน ที่มีศักยภาพการผลิตก๊าซฯ รวมกันถึง 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันหรือประมาณร้อยละ 60 ของประเทศ จึงถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของ ปตท.สผ. ในฐานะที่เป็นบริษัทพลังงานของไทย ซึ่งเราจะมุ่งมั่นดำเนินภารกิจด้านพลังงานเพื่อประเทศและคนไทยอย่างเต็มความสามารถ” นายมนตรีกล่าว

ในการดำเนินการผลิตก๊าซธรรมชาติของโครงการจี 1/61 นั้น ถึงแม้จะเป็นการเปลี่ยนผ่านผู้ดำเนินการ (Operatorship Transfer) แต่บุคลากรส่วนใหญ่ยังคงเป็นบุคลากรชุดเดิมที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งได้เข้ามาร่วมปฏิบัติภารกิจเพื่อเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศร่วมกัน 

สำหรับอัตราการผลิตในโครงการจี 1/61 ที่ ปตท.สผ. รับช่วงต่อจากผู้รับสัมปทานเดิมผลิตไว้ในวันสิ้นสุดสัมปทานอยู่ที่ 376 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาแหล่งก๊าซนี้ไม่มีการพัฒนาและเจาะหลุมผลิตเพิ่มอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้อัตราการผลิตจะลดลงเป็นลำดับต่อไปได้อีก ประกอบกับการที่ ปตท.สผ. ไม่ได้รับความยินยอมให้เข้าพื้นที่โครงการจี 1/61 เพื่อเตรียมการพัฒนาและเจาะหลุมผลิตล่วงหน้าได้ตามแผนงาน แม้ภายหลังจะสามารถเข้าพื้นที่ได้ แต่ถือว่าล่าช้ากว่าแผนงานประมาณ 2 ปี ปตท.สผ. จึงจำเป็นต้องผลิตตามศักยภาพที่คงเหลือ ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความปลอดภัยของระบบการผลิตก๊าซฯ ทั้งหมด ทำให้อัตราการผลิตในช่วงแรกจะอยู่ที่ประมาณ 250-300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน 

Xอย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ปตท.สผ. จะดำเนินงานตามแผนเพื่อเพิ่มอัตราการผลิตของโครงการจี 1/61 มากขึ้นตามลำดับ ให้ได้ถึง 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ภายในเดือนเมษายน 2567 โดยจะเร่งติดตั้งแท่นหลุมผลิต (Wellhead Platform) จำนวน 8 แท่น วางท่อใต้ทะเล เจาะหลุมผลิตอีกประมาณ 183 หลุม และจัดหาแท่นเจาะเพิ่มอีก 2 แท่น เพื่อเจาะหลุมผลิตเพิ่มเติมจากแผนพัฒนาเดิมที่วางไว้อีก 52 หลุม รวมทั้ง ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์การผลิตและระบบต่าง ๆ วางแผนการบำรุงรักษา เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งติดตั้งและอุปกรณ์ต่าง ๆ มีความพร้อมและปลอดภัยสำหรับการผลิต  

ส่วนแผนการดำเนินงานของโครงการจี 2/61 ซึ่ง ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการอยู่แล้วนั้น สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่องตามแผนงาน โดยผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งบงกชได้ในอัตรา 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

สำหรับแผนรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในช่วงที่โครงการจี 1/61 อยู่ระหว่างการเพิ่มกำลังการผลิตนั้น ปตท.สผ. ได้เตรียมแผนเพื่อเพิ่มการผลิตก๊าซฯ จากแหล่งบงกชขึ้นอีกประมาณ 125 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากโครงการอาทิตย์เพิ่มเติมอีกประมาณ 60 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และจากโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJDA) เพิ่มขึ้นประมาณ 30-50 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน รวมเป็นปริมาณการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นประมาณ 200-250 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนและประเทศ

Source : MGROnline

นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่าในปี 2568 บริษัทวางเป้าหมายมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมอยู่ที่ระดับ 10,000 เมกะวัตต์(MW) แบ่งเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 5,000 เมกะวัตต์จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 2,000 เมกะวัตต์