นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. ได้รับรางวัลโครงการประเมินและจัดระดับธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (Low Carbon and Sustainable Business: LCSB) ประจำปี 2565 ในระดับยอดเยี่ยม จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สะท้อนความมุ่งมั่นของการดำเนินธุรกิจโดยมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2040 และเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 ผ่านกลยุทธ์ 3P ได้แก่ Pursuit of Lower Emissions ที่พร้อมผลักดันโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่ม ปตท. รวมถึง Portfolio Transformation การปรับแผนการลงทุนสู่ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตและธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน

นอกจากนี้ ปตท. ยังให้ความสำคัญกับ Partnership with Nature and Society ความร่วมมือกับภาครัฐและชุมชนปลูกป่าบกและป่าชายเลน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีทางธรรมชาติอีกด้วย ปตท. มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน และพร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Source : Energy News Center

“วิกฤตพลังงาน” ที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันได้สร้างความบอบช้ำให้กับทุกประเทศทั่วโลกที่กำลังผชิญกับปัญหาราคาพลังงานพุ่งขึ้นสูงอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยุโรป มีแนวโน้มว่าในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ราคาพลังงานจะปรับพุ่งขึ้นอีกเป็น 2 เท่าของราคาปัจจุบันอย่างแน่นอน

นายเอกนิติ นิติทัณประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตกำลังศึกษาเรื่องการจัดเก็บภาษีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคาร์บอน แท็กซ์ ในประเทศ โดยไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องจัดเก็บภาษีนี้ เนื่องจากปัจจุบันหลายประเทศในโลกเริ่มจัดเก็บภาษีดังกล่าวแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เป็นประเทศแรกๆในโลกที่จะเริ่มจัดเก็บภาษีคาร์บอน ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2566 โดยประเทศไทยจะเริ่มศึกษาเก็บจากสินค้าที่มีผลต่อการปล่อยคาร์บอนสูง คล้ายคลึงกับยุโรป 5 ชนิด คือ ปูนซีเมนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม ปุ๋ยเคมี และการผลิตกระแสไฟฟ้า

“เมื่อหลายประเทศในโลกเริ่มเก็บภาษีตัวนี้ หากสินค้าในประเทศไทยไม่มีการจัดเก็บ เมื่อเราส่งสินค้าไปขายในประเทศที่มีภาษี สินค้าไทยก็ต้องเสียภาษีตัวนี้ด้วย แต่หากเรามีการจัดเก็บภาษีตัวนี้ ก็อาจสามารถเจรจากับประเทศที่เราส่งออกสินค้าเพื่อขอยกเว้นภาษีตัวนี้”

ทั้งนี้ ในปัจจุบันทั่วโลกมีวิธีการเก็บภาษีคาร์บอนอยู่ 2 แนวทางคือ การเก็บภาษีจากตัวสินค้าที่ทำให้เกิดการปล่อยคาร์บอน ถ้าปล่อยคาร์บอนสูงก็เสียภาษีสูง เป็นต้น กับอีกแนวทางหนึ่ง คือการเก็บภาษีบนกระบวนการผลิตของโรงงาน ซึ่งต้องคำนวณการปล่อยคาร์บอนของโรงงานนั้นว่าปล่อยออกมาเท่าไร เพื่อใช้เป็นฐานในการจัดเก็บภาษีตัวนี้ ซึ่งกรมสรรพากรเตรียมจะจัดทำความร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก องค์การมหาชน เพื่อมาช่วยคำนวณการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นเรื่องยากและกรมไม่มีความรู้โดยตรง

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ปัจจัยที่ท้าทายต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ที่จะส่งผลต่อการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิต ได้แก่ 1.การฟื้นตัวจากโควิดท่ามกลางสงครามการค้าและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น 2. การเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของภาคธุรกิจและผู้บริโภค 3.สังคมผู้สูงอายุส่งผลให้ธุรกิจด้านสุขภาพมีการเติบโตมากขึ้น และ 4.ภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกทำให้ทุกประเทศต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมโดยใช้มาตรการทางภาษีเป็นตัวขับเคลื่อน.

Source: ไทยรัฐออนไลน์

จากผู้ที่อยู่เบื้องหลังการผลิตผ้าผืนย่านเยาวราช สำเพ็ง สู่การต่อยอดเป็นผ้าเบอร์ 5 พร้อมเปิดประตูบ้านสู่ตลาดออนไลน์ 100% เน้นย้ำการพัฒนาผ้าเบอร์ 5 ให้มีคุณภาพ พร้อมเจาะกลุ่มลูกค้าที่สวมใส่ชุดเครื่องแบบข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน พร้อมทั้งชุดแฟชั่นเพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าทุกรูปแบบ สร้างการเรียนรู้ว่าผ้าเบอร์ 5 สามารถลดโลกร้อนและประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี

นายสกลธีร์ ชีพชล ผู้จัดการบริษัท กัมพล สิ่งทอ จำกัด เล่าว่า เดิมทีนั้นทางบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตผ้าขายในย่านเยาวราชและสำเพ็ง ซึ่งเปิดกิจการมาหลายสิบปีและในปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้มีการขยายธุรกิจจากผู้ผลิตผ้าผืนในประเทศและต้องการยกระดับผ้าผืนจากเดิมให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสร้างการเรียนรู้ให้ผู้บริโภคได้รู้จักและรับรู้การยกระดับผ้าผืนให้แตกต่างจากเดิมด้วยการต่อยอดเป็นผ้าประหยัดพลังงาน ซึ่งทางบริษัทฯ เองได้เข้าร่วมโครงการผ้าเบอร์ 5 ที่ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ร่วมมือกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่มีจุดประสงค์เพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยโครงการดังกล่าวจะเน้นศึกษาและวิเคราะห์คุณสมบัติผ้าเพื่อส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพผ่านโครงการผ้าเบอร์ 5 ทำให้ธุรกิจการค้าผ้าผืนของ กัมพล สิ่งทอ มองเห็นโอกาสที่จะเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อพัฒนาผ้าผืนจากเดิมให้กลายเป็นผ้าเบอร์ 5 ที่ตอบโจทย์การลดการใช้พลังงานได้อีกด้วย โดยทางบริษัทฯ ได้เข้าโครงการผ้าเบอร์ 5 เมื่อปลายปีที่แล้ว

ทั้งนี้ในส่วนของการตลาดนั้นทางบริษัทฯ ให้ข้อมูลว่า ทางแบรนด์เองได้มีการโปรโมทสินค้าให้ลูกค้าได้มองเห็นและได้มีการผลิตชุดเครื่องแบบต่างๆ ออกมา เช่น เครื่องแบบข้าราชการ ชุดสูท ชุดพนักงาน รวมถึงชุดแฟชั่น ที่ถูกผลิตมาจากผ้าเบอร์ 5 และสร้างการเรียนรู้ให้กับลูกค้าผ่านชุดเหล่านี้ เพื่อที่จะได้มีลูกค้าสนใจและสอบถามกลับมาว่า ชุดที่ผลิตจากผ้าเบอร์ 5 นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรผ่านร้านค้าผ้าที่รับผ้าจากทางบริษัทฯ ไปผลิตเป็นชุดต่างๆ นั่นเอง โดยในปัจจุบันเริ่มมีการโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพื่อเน้นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มยิ่งขึ้น นอกจากนี้กำลังการผลิตนั้นเพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้าและพาร์ทเนอร์

ปัจจุบันทำการตลาดในประเทศ 100% เนื่องจากสาเหตุของโควิด-19 และเมื่อเข้าร่วมโครงการฯ กับ กฟผ. แล้วนั้น ในอนาคตก็อาจจะมีการขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศได้ และหลังจากได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 มา ทางแบรนด์ได้มีการเริ่มโปรโมทการตลาดออนไลน์ ซึ่งได้มีการวางแผนเจาะตลาดออนไลน์ให้ได้ทุกแพลตฟอร์ม เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากที่สุด

พฤติกรรมการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบันแคบลง จากเดิมที่เคยเดินจับจ่ายซื้อขายผ้าในตลาดสำเพ็ง แต่ในปัจจุบันนั้นมีค่อนข้างน้อย และส่วนมากจะเน้นไปสั่งซื้อทางออนไลน์มากกว่า ทำให้ทางบริษัทฯ ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขายเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งนี้ในปัจจุบันคู่แข่งทางการตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศที่เข้ามาขายผ้าในประเทศไทยมีจำนวนมาก ทำให้ทางแบรนด์มีการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพสามารถมัดใจกลุ่มลูกค้าได้ นอกจากนี้ผลตอบรับจากลูกค้าที่ได้ทดลองใช้ผ้าเบอร์ 5 นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทางแบรนด์เองก็ได้มีการบอกกล่าวลูกค้าว่าคุณสมบัติของผ้าเบอร์ 5 นั้นมีความพิเศษอย่างไรบ้าง

คุณสมบัติของผ้าเบอร์ 5 นั้นจากข้อมูลของ กฟผ. ผ้าเบอร์ 5 จะมีจุดเด่นและความพิเศษคือเป็นผ้าที่สามารถสวมใส่สบาย ไม่จำเป็นต้องรีดหลังการซักและสามารถอยู่ในห้องปรับอากาศที่มีอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ได้โดยไม่อึดอัด จึงสามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ รวมไปถึงช่วยประหยัดเวลาในการรีดผ้าได้อีกด้วย คุณสมบัติของผ้าเบอร์ 5 จึงตอบโจทย์ต่อกลุ่มลูกค้าที่มีเวลาจำกัดและต้องการลดเวลาในการรีดผ้าเพื่อดำเนินชีวิตและทำอย่างอื่นได้ทันท่วงที นอกจากนี้ผ้าเบอร์ 5 นั้นยังสามารถรีดด้วยไฟต่ำ ซึ่งเป็นจุดขายหลักๆ ของผ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 อีกด้วย

การต่อยอดจากผ้าเบอร์ 5 เป็นผลิตภัณฑ์อื่นนอกจากชุดยูนิฟอร์มแล้ว ทางบริษัทฯ ได้มีการวางแผนต่อยอดธุรกิจให้เป็นไปในทิศทางของการเพิ่มโปรดักส์สินค้าในหมวดของพรมหรือผ้าที่แอนตี้ไวรัส เพื่อให้ลูกค้าในประเทศไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ ทางแบรนด์จึงเล็งเห็นโอกาสในส่วนนี้ได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังได้ริเริ่มส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเริ่มต้นจากแถบเพื่อนบ้านหรือประเทศใกล้เคียง ทั้งนี้ในปัจจุบันผ้าไทยมีวางขายแถวชายแดนจำนวนมาก แต่ช่วงปีที่ผ่านมาโดนผลกระทบจากโควิด-19 และอีกหลายปัจจัยทำให้ตลาดผ้าในพื้นที่ดังกล่าวจำเป็นต้องหยุดชะงักลง ถ้าหากจะส่งออกไปยังต่างประเทศทางแบรนด์มองว่าอาจจะเป็นชุดสำเร็จรูป ไม่ใช่ผ้าผืนธรรมดา เพราะว่าง่ายต่อการซื้อขายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทั้งนี้ทั้งนั้นยังอยู่ในแผนของการต่อยอดธุรกิจในอนาคต

สำหรับราคาขายของผ้าเบอร์ 5 นั้นอาจจะมีราคาที่สูงกว่าราคาผ้าทั่วไปตามท้องตลาด แต่ถ้าหากเทียบคุณภาพและคุณสมบัติของผ้าเบอร์ 5 ที่สามารถช่วยลดพลังงานและลดการรีดผ้านานๆ ได้นั้นถือว่าราคาเหมาะสมกับตลาด ซึ่งทางบริษัทฯ เองมีผ้าที่หลากหลายและมีราคาขายที่ลูกค้าสามารถจับต้องได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ในส่วนของยอดขายของผ้ารุ่น Sigma ที่เป็นผ้าชุดเครื่องแบบข้าราชการนั้นยอดขายค่อนข้างดี

การเข้าร่วมกับโครงการฯ ทางบริษัทเองได้มีการติดต่อกับสถาบันฯ สิ่งทอมาเป็นเวลานาน และในช่วงที่โควิด-19 ระบาด ธุรกิจเองก็ค่อนข้างซบเซา ประจวบเหมาะกับทางสถาบันฯ สิ่งทอได้ชักชวนให้เข้าร่วมโครงการฯ ทางบริษัทจึงมองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้พัฒนาผ้าและพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งนี้ได้มีการตั้งเป้าความสำเร็จเอาไว้ว่าเสียงของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะส่งไปถึงกลุ่มผู้บริโภคให้หันมาสนใจผ้าที่สามารถประหยัดพลังงานได้อย่างผ้าเบอร์ 5 ได้ เป็นต้น

ด้าน ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ให้ข้อมูลว่า ความร่วมมือระหว่างสถาบันฯ สิ่งทอและ กฟผ. นั้น เป็นความร่วมมือที่ตอบโจทย์การลดพลังงานและลดโลกร้อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งชุดต้นแบบที่ทางโครงการฯ ได้นำเสนอนั้นคือ ชุดนักเรียนประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่ได้ส่งมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีกว่า 15 โรงเรียน ซึ่งคุณสมบัติของชุดนักเรียนเบอร์ 5 นั้นสามารถสวมใส่ได้โดยไม่จำเป็นต้องรีดหรือถ้าหากต้องการรีดก็สามารถรีดได้ด้วยไฟต่ำ เนื้อผ้ามีความเบาสบาย สวมใส่แล้วเป็นมิตรต่อผู้สวมใส่

ทั้งนี้นอกจากชุดนักเรียนเบอร์ 5 แล้วนั้น ทางสถาบันฯ ยังมองถึงโอกาสที่จะต่อยอดไปยังชุดเครื่องแบบต่างๆ เช่น ชุดข้าราชการตำรวจ ชุดทางการแพทย์ ชุดพยาบาล ชุดข้าราชการทหาร เนื่องจากชุดเหล่านี้สามารถใช้ซ้ำได้ ถ้าหากโครงการฯ ได้มีบทบาทและสร้างการเรียนรู้ให้กับหน่วยงานรัฐและเอกชนเหล่านี้ได้ก็จะเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะว่าชุดดังกล่าวข้างต้นในบางครั้งผู้สวมใส่อาจมีเวลาค่อนข้างจำกัด ถ้าหากผ้าเบอร์ 5 สามารถช่วยลดเวลาในการรีดได้นั้นก็จะเป็นเรื่องที่ตอบโจทย์ผู้สวมใส่ รวมถึงประหยัดพลังงานได้มากมายอีกด้วย นอกจากนี้ชุดเครื่องแบบต่างๆ ทางบริษัท กัมพล สิ่งทอ จำกัด ก็ตอบโจทย์ในเรื่องการผลิตชุดเครื่องแบบด้วยผ้าเบอร์ 5 ได้เป็นอย่างดี

ด้านเด็กหญิงโสภิตา ประณามวงศ์ หรือ น้องมิว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์บางกรวย จังหวัดนนทบุรีซึ่งเป็นผู้ใช้งานชุดนักเรียนเบอร์ 5 ให้ข้อมูลว่า จากการที่ได้ลองสวมใส่ชุดนักเรียนเบอร์ 5 นั้นรู้สึกได้ว่าใส่สบาย เนื้อผ้ามีความหนากว่าชุดนักเรียนแบบเดิมที่เคยสวมใส่ ในขณะที่นายพชรพล มิ่งเมือง หรือน้องโบนัส นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์บางกรวย จังหวัดนนทบุรีและเป็นผู้ใช้งานจริง ระบุว่า เนื้อผ้าของชุดนักเรียนเบอร์ 5นั้นมีความหนากว่าชุดนักเรียนแบบเดิมที่เคยสวมใส่เช่นเดียวกัน รวมถึงรู้สึกเย็นสบายเมื่อสวมใส่ เนื้อผ้าสามารถระบายอากาศได้ดี นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ชุดนักเรียนเบอร์ 5 ที่สามารถช่วยประหยัดไฟนั้นเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะว่าสามารถสวมใส่ได้โดยที่ไม่ต้องรีด เนื้อผ้าเกิดการยับค่อนข้างน้อย รวมถึงช่วยเรื่องการประหยัดเวลาและพลังงานที่ไม่จำเป็นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามทั้งบริษัท กัมพล สิ่งทอ จำกัด และความร่วมมือระหว่างสถาบันฯ สิ่งทอและกฟผ. นั้น เป็นจุดเริ่มต้นในการหันมาลดการใช้พลังงานในปัจจุบัน โดยเริ่มต้นจากการใช้ผ้าประหยัดไฟเบอร์ 5 และสร้างการเรียนรู้ให้กับผู้สวมใส่ทั้งชุดนักเรียนและชุดเครื่องแบบข้าราชการและชุดเครื่องแบบต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

Source : MGROnline

ขณะนี้ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี 2050 และ Net Carbon Zero ปี 2065 ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องทบทวนโครงสร้างธุรกิจ ร่วมแก้ไขปัญหาให้มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดงาน ASEAN SUSTAINABLE ENERGY WEEK (ASEW) และ Electric Vehicle Asia (EVA) 2022 มหกรรมอุตสาหกรรมด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ครอบคลุมที่สุดในภูมิภาคชูแนวคิดผสานพลังร่วมกันสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ย.2565

ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงฯ ได้เดินหน้าตามแผนพลังงานแห่งชาติ 2022 (NEP2022) ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่พลังงานมีราคาสูง เนื่องจากประเทศไทยนำเข้าทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ดังนั้น การพึ่งพาตัวเองให้ได้จึงสำคัญ อาทิ การใช้พลังงานทดแทนจาก แสงแดง ลม ชีวมวล หรือสิ่งเหลือใช้เพื่อลดการนำเข้า โดยภาคเอกชนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ เนื่องจากการค้าการลงทุนที่มีเงื่อนไขดังนั้น ซัพพลายเชนจะต้องปรับตัวตามไปด้วย


"พลังงาน-ขนส่ง" เคลื่อนไทย สู่เป้าหมายคาร์บอนศูนย์

“ปัจจุบันประเทศไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปีละกว่า 300 ล้านตัน โดยภาคพลังงานมีการปล่อยสูงสุดถึง 250 ล้านตัน จึงต้องลดลงอย่างน้อย 40%โดยแผน PDP2022 จะเน้นเรื่องของพลังงานสะอาดเป็นหลัก ที่ปรับในช่วง 8 ปีข้างหน้า จะต้องมีพลังงานสะอาดที่ 10,000 เมกะวัตต์”

ทรงพล เทพนำโสมนัสส์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจเอนเนอร์ยี่โซลูชัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในพันธกิจของ OR คือการสร้าง Seamless Mobility มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและภาคธุรกิจรวมถึงมุ่งให้การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานเป็นไปอย่างไร้รอยต่อถือเป็นอีกก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้นำในระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าปัจจุบัน OR เปิดให้บริการสถานีชาร์จ EV Station PluZ 114 แห่งมีแผนขยายเป็น 450 แห่งภายในปีนี้ และจะขยายเป็น7,000 แห่งในปี 2030

“OR ได้นำความรู้ต่างๆ มาจัดแสดง เพื่อร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค (EV Hub)”

กฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้อันจะนำไปสู่การสร้างความพร้อมอย่างรอบด้านในการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้ามาปรับใช้ในประเทศไทย

กิจกรรมและความเคลื่อนไหวของทุกภาคส่วนจะเป็นแรงส่งสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงผลที่ได้รับจะเป็นทางตรงที่ได้จากความยั่งยืนของการพัฒนาเท่านั้น แต่นั่นหมายถึงแต้มต่อของการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจทั้งของไทยและภูมิภาคด้วย 

Source : กรุงเทพธุรกิจ