Highlight & Knowledge

10 คำถามสุดฮิตก่อนติดโซล่าร์เซลล์ที่บ้าน (Solar Rooftop)

ใครที่คิดกำลังจะติดโซล่าร์เซลล์ที่บ้าน แนะนำให้อ่านเนื้อหาในบทความนี้ก่อน อาจจะช่วยให้การตัดสินใจทำได้ง่ายขึ้น คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ซึ่งเนื้อหาก็เป็นการนำเสนอจากทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้รวมเอา 10 คำถามหรือข้อสังสัยต่างๆ เกี่ยวกับการติดโซล่าร์เซลล์ที่บ้านอยู่อาศัยแบบ Solar Rooftop มาไว้เป็นข้อมูล ซึ่งเชื่อว่าตอนนี้หลายคนเจอค่าไฟแพงๆ เข้าไป ก็อาจจะกำลังหาวิธีลดค่าไฟ ซึ่งหนึ่งในวิธีที่คนคิดถึงมากที่สุดนอกจากการประหยัดไฟ การเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว ก็คือ การลงทุนติดตั้งโซล่าร์เซลล์แบบ Solar Rooftop นั่นเอง มาดูกันว่า 10 คำถามนั้นมีอะไรบ้างครับ

1. บ้านของเราเหมาะกับการติดตั้ง Solar Rooftop หรือไม่ ?

  • ถ้าบ้านของเรามีการใช้ไฟช่วงกลางวันค่อนข้างมาก มีคนอยู่บ้านตอนกลางวันตลอด หรือที่บ้านทำเป็น Home Office ร้านค้า หรือร้านกาแฟ แบบนี้จะสามารถใช้ไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ได้เต็มที่ การติดตั้งจะได้ความคุ้มค่าที่สูงมาก และคืนทุนได้ไว้
  • ที่บ้านมีการใช้อุปกรณ์ที่ใช้ไฟเยอะๆ เช่น แอร์ ตู้เย็น และตู้แช่ เป็นต้น

คำแนะนำ : ไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ที่คุ้มค่าที่สุด จะนิยมติดตั้งเป็นระบบที่ใช้ร่วมกับระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้าได้

2. หลังคาบ้านเราเหมาะกับการติดตั้งหรือไม่ ?

  • บ้านที่จะติดตั้งต้อง ย้ำว่าต้องมีโครงสร้างของหลังคาที่แข็งแรง และสามารถรองรับน้ำหนักของแผงโซล่าร์เซลล์ได้
  • หลังคาบ้านที่ติดตั้งจะต้องไม่มีเงาต้นไม้ใหญ่ หรือมีอาหารและสิ่งปลูกสร้งต่างๆ มาบดบังแสดงแดด

คำแนะนำ : หลังคาบ้านควรมีความลาดเอียงประมาณ 15 องศา และหันไปได้ทางทิศใต้ จะมีความเหมาะสมในการผลิตไฟฟ้าได้ดีที่สุด

3. ติดตั้งขนาดเท่าไร จึงจะเหมาะสม ?

  • ขนาด 3 กิโลวัตต์ เหมาะกับบ้านที่ใช้ แอร์เบอร์ 5 แบบ 1 ดาว 12,000 BTU 2 เครื่อง + ตู้เย็น 12 คิว + หลอดไฟ
  • ติดตั้งขนาด 5 กิโลวัตต์ เหมาะกับบ้านที่ใช้ แอร์เบอร์ 5 แบบ 1 ดาว 12,000 BTU 4 เครื่อง + ตู้เย็น 12 คิว 2 เครื่อง + หลอดไฟ
  • ขนาดที่นิยมติดตั้ง 3, 5, 10 กิโลวัตต์ เลือกได้ตามขนาด/จำนวนอุปกรณ์ที่ใช้

คำแนะนำ : หากเลือกขนาดใหญ่เกินความจำเป็น ต้องลงทุนสูงและคืนทุนช้า

4. พื้นที่หลังคาที่ใช้ติดตั้ง ต้องขนาดใหญ่แค่ไหน ?

  • ขนาด 1 กิโลวัตต์จะใช้พื้นที่ประมาณ 4 – 5 ตารางเมตร ถ้าใช้ขนาดใหญ่กว่านั้นก็คูณจำนวนพื้นที่เพิ่มไป เช่น ขนาด 3 กิโลวัตต์ ก็จะใช้พื้นที่ 1 2 – 15 ตารางเมตร
  • ควรตรวจสอบลักษณะและประเภทของกระเบื้องหลังคา ว่ามีความแข็งแรงเพียงพอหรือไม่

คำแนะนำ : ปกติหลังคาบ้านส่วนใหญ่จะมีพื้นที่เพียงพอต่อการติดตั้งอยู่แล้ว ยกเว้นจะมีการสร้างบ้านที่มีการแบ่งหลังคาออกเป็นหลายส่วนตามรูปแบบบ้าน

5. เงินลงทุนในการติดตั้งระบบ และระยะเวลาคืนทุน?

  • เงินลงทุนที่ใช้จะอยู่ประมาณ 40,000 – 45,000 บาทต่อ 1 กิโลวัตต์ ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ 6 ปี
  • ราคาจะมีความแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์ และผู้ให้บริการ ควรสอบถามหลายๆ ที่ ก่อนตัดสินใจ
  • อย่าลืมเปรียบเทียบบริการหลังการขายด้วย ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อให้ระบบผลิตไฟได้เต็มประสิทธิภาพ เช่น การตรวจสอบอุปกรณ์ประจำปี การทำความสะอาดแผงโซล่าร์เซลล์ เป็นต้น

คำแนะนำ : การลงทุนติดตั้งระบบที่มีขนาดใหญ่ จะทำให้เงินลงทุนต่อ 1 กิโลวัตถ์ถูกลง

6. ประหยัดไฟได้แค่ไหน ?

  • ขนาด 3 กิโลวัตต์ จะผลิตไฟได้ประมาณวันละ 12 หน่วย (หรือ 360 หน่วยต่อเดือน) หากราคาค่าไฟการไฟฟ้าหน่วยละ 5 บาท จะประหยัดค่าไฟได้ 1,800 บาทต่อเดือน (หรือปีละ 21,600 บาท)
  • คิดระยะเวลาคืนทุน จากการลงทุน ขนาด 3 กิโลวัตต์ ค่าลงทุนประมาณ 120,000 – 135,000 บาท ประหยัดได้ปีละ 21,600 บาท ดังนั้น มีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 6 ปี

คำแนะนำ : หากใช้แผงโซล่าร์เซลล์ และอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีคุณภาพสูงขึ้น จะผลิตไฟได้เต็มกำลังมากขึ้น ช่วยให้คืนทุนได้ไวมากขึ้น

7. ต้นทุนไฟที่ผลิตจากโซล่าร์เซลล์ คิดยังไง?

  • ระบบขนาด 3 กิโลวัตต์ หากคิดตลอดอายุระบบ Solar Rooftop 15-20 ปี จะผลิตไฟได้ 360 หน่วย/เดือน x 12 เดือน x 15 ปี = 64,800 หน่วย เมื่อคิดค่าลงทุน 120,000 – 135,000 บาท จะมีราคาต้นทุนประมาณ 2 บาทต่อหน่วย

คำแนะนำ : ต้นทุนต่อหน่วยข้างต้น ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษารายปี เช่น การล้างแผง การตรวจสอบรายปี อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอีกประมาณ 10%

8. อยากติดตั้ง ต้องเริ่มอย่างไรดี ?

  • เลือกผู้ให้บริการติดตั้ง ปัจจุบันมีผู้ให้บริการจำนวนมากราย ทั้งการไฟฟ้า และบริษัทที่ให้บริการติดตั้ง Solar Rooftop
  • การขออนุญาตต่างๆ ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการติดตั้งจะเป็นผู้ดำเนินการให้ด้วย
  • ผู้ให้บริการเข้าสำรวจพื้นที่ติดตั้ง ออกแบบ และเข้าดำเนินการติดตั้ง โดยทั่วไปใช้เวลาโดยรวมไม่เกิน 1 เดือน

คำแนะนำ : ควรเลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ โดยอาจพิจารณาจากประสบการณ์/ผลงานที่ผ่านมา/คุณภาพ การให้บริการ/บริการหลังการขาย/การรับประกันสินค้า

9. อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ เราจะพิจารณาจากอะไรได้บ้าง?

  • แผง Solar ตรวจสอบตามมาตรฐานที่ได้รับ มอก. 61215 หรือมาตรฐาน IEC 61215 เป็นอย่างน้อย
  • อุปกรณ์ Inverter สามารถตรวจสอบรายชื่อรุ่นที่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้การรับรองได้ทางเว็บไซต์ของการไฟฟ้า
  • ศึกษาเปรียบเทียบการเลือกใช้อุปกรณ์ของผู้ให้บริการติดตั้งแต่ละรายเพื่อประกอบการพิจารณา

คำแนะนำ : เราสามารถศึกษาข้อกำหนดการติดตั้ง Solar Rooftop และการเชื่อมต่อระบบของแต่ละการไฟฟ้า ได้จากเว็บไซต์ของ กฟน. กฟภ.

10. การขออนุญาตต่างๆ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

  • ขอใบอนุญาตเกี่ยวกับการก่อสร้าง หรือดัดแปลงอาคาร กับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งใช้เวลาดำเนินการ 45 วัน
  • ยื่นแบบติดตั้ง และการขอจดแจ้งยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.erc.or.th)
  • แจ้ง กฟน. กฟภ. ตรวจสอบระบบ และเชื่อมต่อระบบ

คำแนะนำ : ผู้ให้บริการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ บางรายจะมีบริการขออนุญาตให้ฟรี ซึ่งจะทำการติดต่อ ทำเอกสาร ให้เราทั้งหมด ก่อนจะเลือกใช้บริการก็สอบถามผู้ให้บริการก่อนได้เลย

Green Office ออฟฟิศสีเขียวคืออะไร เทรนด์ใหม่ของออฟฟิศทั่วโลก

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างหนักหน่วง การปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำงานให้เป็นมิตรกับธรรมชาติไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับทุกองค์กร "ออฟฟิศสีเขียว" จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้ ด้วยแนวคิดที่ผสมผสานระหว่างการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด และการสร้างพื้นที่ทำงานที่ส่งเสริมสุขภาวะของพนักงาน จากการศึกษาล่าสุดพบว่า องค์กรที่ปรับเปลี่ยนสู่ออฟฟิศสีเขียวไม่เพียงช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง…

อุณหภูมิผกผัน (Temperature Inversion) สาเหตุหมอกควัน และมลพิษทางอากาศ

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า หนึ่งในสาเหตุของปัญหาหมอกควัน และมลพิเษทางอากาศ เป็นเพราะ อุณหภูมิผกผัน (Temperature Inversion) ซึ่งมักจะเกิดในช่วงหน้าหนาว ทำให้ในช่วงนั้นเราจะพบกับสภาพอากาศมีแต่ฝุ่นควัน และมลพิษต่างๆ…

Rubber Carbon Farming พลิกโฉมสวนยางพาราไทยสู่ “เหมืองทองคำเขียว” สร้างรายได้สองทางจากน้ำยางและคาร์บอนเครดิต

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศหรือ Climate Change อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน รวมถึงภาคการเกษตรที่เป็นกระดูกสันหลังของประเทศไทย แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ "เกษตรกรชาวสวนยางพารา" ที่ผ่านมา เกษตรกรต้องเผชิญกับความผันผวนของราคายางพาราตามตลาดโลก…