BYD Shark เปิดตัวกระบะ PHEV รุ่นใหม่ในเม็กซิโก ด้วยราคา 1.9 ล้านบาท ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกบีวายดีเปิดตัวรถในต่างประเทศก่อนประเทศจีน โดย BYD Shark สามารถวิ่งได้ไกลสุดถึง 850 กม. เมื่อเติมน้ำมันเต็มถังและชาร์จไฟเต็ม

BYD Shark รถกระบะ PHEV ไซส์ยักษ์ เปิดตัวแล้วในเม็กซิโกด้วยราคาเริ่มต้น 1.9 ล้านบาท ซึ่งสำหรับใครที่ชื่นชอบรถกระบะคันใหญ่ ก็คงต้องสนใจรถรุ่นนี้อย่างแน่นอน โดยนอกจากความสวยของดีไซน์แล้ว เราอยากชวนมาดูกันว่ารถกระบะรุ่นนี้น่าสนใจแค่ไหนกัน

BYD Shark กระบะปลั๊กอินไฮบริด เปิดตัวราคา 1.9 ล้านบาท วิ่งไกลสุด 840 กม.

ซึ่งหากใครที่กำลังสงสัยว่ารถกระบะ BYD Shark จะสามารถขนของหนักหรือใช้ในเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ ต้องบอกเลยว่า BYD Shark สามารถลากจูงได้สูงสุดถึง 2,500 กก. รองรับน้ำหนักบรรทุกได้ 845 กก. ปริมาณการบรรทุกสูงสุดที่ 1,450 ลิตร

BYD Shark กระบะปลั๊กอินไฮบริด เปิดตัวราคา 1.9 ล้านบาท วิ่งไกลสุด 840 กม.

สเปค BYD Shark 

BYD Shark มาพร้อมมิติตัวถัง ความยาว 5,457 มม. กว้าง 1,925 มม. สูง 1,925 มม. ระยะฐานล้อ 3,260 มม. สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม DMO ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม PHEV ซึ่งรองรับการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ 

BYD Shark กระบะปลั๊กอินไฮบริด เปิดตัวราคา 1.9 ล้านบาท วิ่งไกลสุด 840 กม.

BYD Shark ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ระบบส่งกำลังไฟฟ้ารวม กำลังสูงสุด 320 kW (429 แรงม้า) แรงบิดรวมสูงสุด 650 Nm อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.7 วินาที 

BYD Shark กระบะปลั๊กอินไฮบริด เปิดตัวราคา 1.9 ล้านบาท วิ่งไกลสุด 840 กม.

BYD Shark มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 29.59 kWh วิ่งด้วยไฟฟ้า 100 กม. (NEDC) ระยะทางรวมสูงสุด 840 กม. (น้ำมันเต็มถังและชาร์จไฟเต็ม) โดยอัตราการสิ้นเปลืองของเชื้อเพลิงอยู่ที่ 7.5 ลิตร/100 กม.

ภายในของ BYD Shark จะคล้ายๆกับรถยนต์ไฟฟ้าของ BYD รุ่นอื่นๆ ซึ่งมาพร้อมหน้าจอกลางปรับหมุนได้ขนาด 12.8 นิ้ว, หน้าจอสำหรับผู้ขับขี่ 10.25 นิ้ว แต่ดีไซน์ภายในยังคงมีปุ่มควบคุมต่างๆ ซึ่งช่วยให้ใช้งานง่ายและสะดวกกว่า

BYD Shark กระบะปลั๊กอินไฮบริด เปิดตัวราคา 1.9 ล้านบาท วิ่งไกลสุด 840 กม.

ราคา BYD Shark เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในเม็กซิโก ซึ่งเริ่มต้นอยู่ที่ราวๆ 1.9 ล้านบาท โดยในราคานี้จะมาเป็นคู่แข่งกับ Ford Ranger PHEV และ Toyota Hilux นั่นเอง

ที่มา : carnewschina
Source : Spring News

ด้วยความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราได้เห็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ออกจำหน่ายมากมาย โดยเฉพาะแบรนด์ต่างๆ จากประเทศจีน ซึ่งล่าสุด ก็ได้มีบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนได้นำรถบรรทุกจิ๋วอเนกประสงค์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย สนนราคาอยู่ที่ 308,000 บาทเท่านั้น เน้นไปในกลุ่มโรงงาน และบริษัท มากกว่ากลุ่มผู้ใชัทั่วไปตามบ้าน สำหรับรถบรรทุกจิ๋วนี้ชื่อว่า NEOMORE D01

บริษัท DERRY New Energy Automobile Co., Ltd. ได้ส่ง NEOMOR D01 รถบรรทุกจิ๋วอเนกประสงค์ไฟฟ้าสัญชาติจีนเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งมีการร่วมมือกันระหว่าง NETA และ NEOMOR เพื่อทำการตลาดในไทย พร้อมเปิดตัว NEOMOR Experience Center ในไทยแห่งแรกนอกจีน เพื่อให้สามารถบริการลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศได้มากยิ่งขึ้น ผ่านศูนย์บริการของ NETA กว่า 50 สาขาทั่วประเทศนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง Thaizhong EV นิคมอุตสาหกรรม 304 และ UCAR อีกด้วย

NEOMOR D01 รถบรรทุกจิ๋วอเนกประสงค์

สำหรับ NEOMOR D01 เคยมีการนำมาจัดแสดงในงาน MotorShow 2024 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และในตอนนี้ก็ได้นำเข้าจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีขนาดยาวอยู่ที่ 3.5 เมตร มีความกว้างของตัวรถเพียง 1 เมตรเท่านั้น หากดูในรูปก็จะเห็นว่าเล็กมาก เหมือนจะใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้มาก แต่ในความเป็นจริงแล้วค่อนข้างใช้งานได้อเนกประสงค์มาก สำหรับการชาร์จไฟนั้นรองรับการชาร์จแบบ AC เท่านั้น ชาร์จแบตเต็ม สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 200 กิโลเมตร

การออกแบบ NEOMOR D01 นั้น ทางผู้ผลิตให้ข้อมูลว่าออกแบบมาเพื่อใช้งานในประเทศไทยโดยเฉพาะ มีวงเลี้ยวแคบกว่ารถบรรทุกทั่วๆ ไปเป็นอย่างมาก มาพร้อมกับระบบเบรค ABS พร้อม EBD ซึ่งเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% นอกจากนี้ด้วยตัวรถที่มีขนาดเล็ก ทำให้เหมาะกับการวิ่งใช้งานในเมืองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีตรอกซอกซอยเป็นจำนวนมาก

ในเรื่องของการใช้งานนั้น NEOMOR D01 สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

  • NEOMOR D01 Micro Van ออกแบบมาพร้อมกระบะหลังคาสูง มีบานเปิดปิดทั้งด้านข้างและด้านท้าย
  • NEOMOR D01 Micro Truck รถกระบะเปิดท้าย เพื่อความคล่องตัวในการบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่
  • NEOMOR D01 Refrigerated Van รถควบคุมอุณหภูมิ หรือรถเย็น ในธุรกิจการขนส่งอาหาร วัตถุดิบ

นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ไปใช้ในงาน หรือกิจกรรมอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น ใช้งานเป็น Food Truck ขนาดเล็ก หรือจะเป็นรถสำหรับงานออกบูธ ก็ทำได้เช่นกัน ส่วนใครจะมีไอเดียในการดัดแปลงไปใช้งานในรูปแบบอื่นๆ ก็ไม่ได้มีข้อจำกัดใดๆ

ราคาขาย NEOMOR D01

สำหรับค่าตัวของ NEOMOR D01 อยู่ที่ 316,000 บาท แต่ว่าในช่วงนี้ทางผู้จำหน่ายได้ออกโปรโมชั่นราคาพิเศษ เหลืออยู่เพียง 308,000 บาท โดยมาพร้อมกับการรับประกันตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงกำหนดก่อน รับประกันมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่นานถึง 4 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงกำหนดก่อน พร้อมฟรีชุดชาร์จฉุกเฉิน และฟรีค่าบริการครั้งแรกอีกด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถดูตัวจริงได้ที่ NEOMOR Experience Center แห่งแรกขึ้นที่บริเวณปากซอยอ่อนนุช 74/2 และก็มีแผนขยาย NEOMOR Experience Center ออกไปทั่วประเทศในเร็วๆ นี้ และในอนาคตยังมีแผนการนำรถรุ่นอื่นๆ ที่เน้นเรื่องการใช้งานขนส่งเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอีกด้วย

หลายคนที่กำลังสนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า EV มาใช้ ก็อย่าลืมพิจารณาเรื่องของการประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็น และควรจะทำเอาไว้ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นหลายยี่ห้อ เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ค่าซ่อมอยู่ในระดับที่สูงกว่า เรียกว่าการซื้อประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า ก็ช่วยให้เราสบายใจ ไม่ต้องเสียค่าซ่อมแพงๆ ได้ ซึ่งในช่วงแรกนั้น บริษัทประกันก็ได้ให้ความคุ้มครองแบบเดียวกับรถยนต์ปกติทั่วไป แต่ล่าสุดได้มีการปรับปรุงเงื่อนไขออกมาใหม่ เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 นี้เป็นต้นมา และให้ระยะเวลาบริษัทประกันออกกรมธรรม์ตามหลักเกณฑ์ใหม่ภายใน 31 พ.ค. 67 บทความนี้เลยจะมาอัพเดตให้ทราบกันว่า หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และรายละเอียดล่าสุดเป็นอย่างไร

ประกันรถยนต์ไฟฟ้าอันเดิมเป็นอย่างไร

มาเริ่มของเดิมกันก่อนว่าเป็นอย่างไร เริ่มจากความคุ้มครองก่อน จะเป็นการคุ้มครองทุกความเสี่ยง คือ รถเป็นอะไรก็เคลมประกันได้ทั้งหมด มีการรับประกันแบตเตอรี่หากมีความเสียหายก็จ่ายตามจริง และไม่มีการกำหนดค่าเสื่อมใดๆ สำหรับอัตราเบี้ยประกันภัยก็กำหนดเหมือนรถยนต์ทั่วๆ ไปเลย เจ้าของรถสามารถเลือกประกันแบบระบุผู้ขับขี่ได้ด้วย มีการให้ส่วนลดโดยดูจากประวัติการเคลมเหมือนรถยนต์ทั่วไป สรุปว่าประกันรถยนต์ไฟฟ้าแบบเดิมนั้นก็จะเหมือนกับรถยนต์ทั่วๆ ไปครับ

ประกันรถยนต์ไฟฟ้าฉบับใหม่ 2567

มาถึงประกันรถยนต์ไฟฟ้าฉบับใหม่กันบ้างครับ ซึ่งจริงๆ แล้วมีผลมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคา 2567 ที่ผ่านมาแล้ว สำหรับความคุ้มครองนั้นจะไม่ได้คุ้มครองทุกอย่างนะครับ สำหรับส่วนที่คุ้มครองก็จะคุ้มครองเหมือนรถยนต์ทั่วไปเลย แต่จะไม่คุ้มครองในส่วนระบบปฏิบัติการของรถที่มีความเสียหายจากปัจจัยภายนอก รวมถึงไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาจากผู้ผลิต ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่ก็จะมีการกำหนดค่าเสื่อมเพิ่มเติมเข้ามา โดยกำหนดเอาไว้ว่า ค่าเสื่อมลดลงปีละ 10% แต่หากมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ ก็สามารถขอเพิ่มความคุ้มครองได้ โดยในปีแรกจะคุ้มครอง 100% ซึ่งจะกำหนดให้บริษัทประกันคิดค่าเสื่อมของแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งานร่วมด้วยเมื่อมีการพิจารณาให้ความคุ้มครอง รวมถึงการชดใช้สินไหม โดยอัตราการชดเชยค่าสินไหมจะลดลง 10% ต่อปี จนกระทั่งต่ำสุด 50% (ตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป) 

ตารางความคุ้มครอง

  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ไม่เกิน 1 ปี: 100%
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ไม่เกิน 2 ปี: 90%
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ไม่เกิน 3 ปี: 80%
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ไม่เกิน 4 ปี: 70%
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ไม่เกิน 5 ปี: 60%
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่เกิน 5 ปี: 50%

สำหรับค่าเบี้ยประกันก็มีการปรับเป็นขั้นสูงสุด มีการกำหนดเป็น 5 ขั้น โดยใช้ราคารถเป็นเกณฑ์ร่วมด้วย สำหัรบการระบุชื่อผู้ขับขี่ สามารถระบุได้สูงสุด 5 คน มีการกำหนดค่าใช้จ่ายส่วนแรกเอาไว้ กรณีผู้ขับขี่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ระบุเอาไว้ และส่วนลดแต่ละปีที่จะพิจารณาลดให้นั้นก็จะใช้ประวัติของผู้ขับขี่ที่แย่ที่สุดเอามาคำนวณ ซึ่งต่างจากอันเดิมที่จะใช้ประวัติของรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเกณฑ์

กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (Battery Electric Vehicle: BEV) ฉบับใหม่นี้ มาจากความร่วมมือของบริษัทประกันภัยกับหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้อง ในการสร้างมาตรฐานเฉพาะสำหรับการรับประกันรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะการใช้เป็นรถส่วนบุคคล ซึ่งแตกต่างจากกรมธรรม์ปัจจุบันที่นำกรมธรรม์ประกันรถยนต์ทั่วไปมาใช้ ทำให้ขอบเขตความคุ้มครองและพื้นฐานการคำนวณเบี้ยประกัน มีความชัดเจน สมเหตุผล และสะท้อนความเสี่ยงได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ยังคำนึงถึงความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย ซึ่งคงมีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนบริษัทประกันที่มีความพร้อมในการรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า และขยายโอกาสในการมีทางเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยของผู้บริโภคที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีขึ้นในระยะข้างหน้า

สำหรับเงื่อนไขต่างๆ ที่มีการยกเว้นไม่รับประกัน บริษัทประกันบางแห่งก็เปิดโอกาสให้ผู้ใช้รถสามารถจ่ายเงินเบี้ยประกันเพิ่มเติมได้ เช่น ในกรณีไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาจากผู้ผลิตรถยนต์ หรือที่เราซื้อมาติดใช้เองตามบ้าน เราก็สามารถซื้อเพิ่มได้ โดยค่าเบี้ยก็จะอยู่ประมาณ​ไม่เกิน 3.5% ของราคาเครื่องชาร์จ หรืออาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ตามแต่บริษัทประกันนั้นๆ กำหนดเอาไว้

ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าใช้ อย่าลืมดูเรื่องประกันภัยไว้ด้วย

สำหรับท่านที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ ก่อนซื้ออย่าลืมศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง และค่าเบี้ยประกันภัยให้ดีด้วยครับ เชื่อว่าแทบทุกคนก็ต้องซื้อประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าเอาไว้อย่างแน่นอน ซึ่งก็ค่อนข้างสูงพอสมควร แต่ก็แลกกับการป้องกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้นก็ถือว่าคุ้มค่า และขับได้แบบสบายใจ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมขับรถด้วยความระมัดระวังกันด้วยนะครับ ไม่เกิดอุบัติเหตุใดๆ ถือว่าเป็นสิ่งดีที่สุดแล้วครับ

Photo : freepik

รัฐบาลจีนทุ่มงบกว่า 6 พันล้านหยวน เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาผู้ผลิตแบตเตอรี่ Solid-State โดยมีผู้ผลิต 6 รายจะได้รับเงินทุนสำหรับการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่นี้คือ CATL, BYD, FAW, Geely, Welion ซึ่งเป็นบริษัทของ Nio

จีน เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ซึ่งล่าสุดรัฐบาลจีนได้เพิ่มอัดฉีดงบประมาณกว่า 6 พันล้านหยวน ในการพัฒนาและวิจัยแบตเตอรี่ Solid-State โดยผู้ผลิตแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่จีนไม่ว่าจะเป็น CATL, BYD, FAW, Geely, Welion จะมารวมตัวกันเพื่อพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้

Nio ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่ EV เพิ่มงบวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ Solid-State

สำหรับวิธีการคัดเลือกผู้ผลิตแบตเตอรี่ทั้ง 6 ค่อนข้างเป็นความลับ ไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงเกณฑ์ในการคัดเลือก และยังไม่แน่ชัดว่าเงินทุนจะถูกแบ่งให้ทุกบริษัทเท่าๆกันหรือไม่ ยังคงต้องรอติดตามกันต่อไปว่าการพัฒนาครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อ

Nio ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่ EV เพิ่มงบวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ Solid-State

แต่สิ่งที่ทราบคือ โครงการนี้แบ่งโครงการหลักออกเป็น 7 พื้นที่ มุ่งเน้นไปทางเทคนิคที่แตกต่างกัน เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาแบตเตอรี่ Solid-State โดยปัจจุบันมี 3 เทคนิคหลัก ได้แก่ แบตเตอรี่ Polymer solid-state, แบตเตอรี่ Oxide solid-state และแบตเตอรี่ Sulfide solid-state

    ปัจจุบัน แบตเตอรี่ Solid-State อยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาหรือลองผลิต และปัจจุบันต้นทุนการผลิตยังคงสูงเกินไป

    จีนให้ความสำคัญในการพัฒนาแบตเตอรี่ Solid-State มากขึ้นนั้น เพราะหากจีนพัฒนาได้สำเร็จ แบตเตอรี่ Solid-State จะมีความหนาแน่นของพลังงานสูง ปลอดภัย และใช้งานจริงได้ทุกสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าก้าวไปอีกขั้น และชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้เร็วกว่าคู่แข่ง

    เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียม กำลังเข้าถึงขีดจำกัดสูงสุดของการพัฒนา จึงทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์และแบตเตอรี่ต่างก็วิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ Solid-State มากขึ้น

    ที่มา : carnewschina

    Source : Spring News

    ช่วงนี้ทางผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าต่างก็พากันเปิดตัวแบตเตอรี่รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่ง CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่อันดับ 1 ของโลกในตอนนี้ ก็ได้เปิดตัวแบตเตอรี่รุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อ Shenxing Plus ออกมา ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากแบตเตอรี่รุ่นเดิม Shenxing นั่นเอง โดยแบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้มีจุดเด่นในที่การใช้เทคโนโลยีชาร์จเร็วพิเศษ 4C ที่สามารถชาร์จเพียง 10 นาที รถวิ่งได้ไกลถึง 600 กิโลเมตรเลยทีเดียว และสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 1,000 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)

    สำหรับการพัฒนาแบตเตอรี่รุ่นใหม่ในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นเดิม แต่เดิมแบตเตอรี่ Shenxing นั้นจะทำระยะทางได้ประมาณ 400 กิโลเมตรเมื่อชาร์เร็ว เรียกได้ว่า Shenxing Plus แบตเตอรี่รุ่นใหม่ สามารถทำระยะทางได้มากกว่าเดิมถึง 200 กิโลเมตรเลยทีเดียว สำหรับการออกแบบนั้นจะใช้เทคโนโลยี Cell to Body (CTB 3.0) ซึ่งเป็นการรวมเซลล์แบตเตอรี่เข้ากับโครงสร้างตัวรถโดยตรง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ ลดน้ำหนัก และเพิ่มความแข็งแรงของตัวรถ และใช้โครงสร้างแบบรังผึ้ง 3 มิติ ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน และ รองรับการชาร์จเร็ว มีความหนาแน่นของพลังงาน 205Wh/kg ซึ่งเทียบได้กับแบตเตอรี่ NMC ส่วนใหญ่ที่ใช้งานกันในปัจจุบัน 

    เรื่องความปลอดภัยนั้นก็จะใช้ เทคโนโลยี LFP มีความปลอดภัยสูง เสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ น้อยกว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่นๆ สามารถชาร์จเร็วได้แม้ว่าอุณหภูมิจะต่ำถึง -20°C แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้ ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2025

    ข้อดีของแบตเตอรี่ Shenxing Plus

    • ระยะทางวิ่งไกล
    • ชาร์จเร็ว
    • ปลอดภัย
    • อายุการใช้งานยาวนาน
    • สามารถชาร์จเร็วได้แม้ว่าอุณหภูมิจะต่ำถึง -20°C

    ข้อสังเกตของแบตเตอรี่ Shenxing Plus

    • ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
    • ราคาอาจจะสูง

    เปรียบเทียบกับแบตเตอรี่รุ่นอื่น

    คุณสมบัติShenxing PlusLi-ion ทั่วไป
    เทคโนโลยีLFPNMC, LFP
    ระยะทางวิ่งไกล1,000 กม. (มาตรฐาน CLTC)400-600 กม.
    ความเร็วในการชาร์จชาร์จ 10 นาที วิ่งได้ 600 กม.30 นาที ชาร์จ 80%
    อายุการใช้งาน3,000 รอบชาร์จ1,500-2,000 รอบชาร์จ
    ความปลอดภัยสูงปานกลาง
    ต้นทุนสูงปานกลาง

    บทสรุป

    แบตเตอรี่ Shenxing Plus เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีศักยภาพสูง แต่ยังอยู่ในช่วงพัฒนา ยังมีข้อมูลไม่มากนัก คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะ กว่าจะทราบถึงประสิทธิภาพ ราคา และการใช้งานจริง ซึ่งหากมีการใช้งานจริงแล้ว จะช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ สามารถวิ่งได้ไกลขึ้น ไม่ต้องชาร์จกันบ่อยๆ อีกต่อไป และแน่นอนว่าจะทำให้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น และราคารถก็น่าจะถูกลงกว่าในปัจจุบัน