แหล่งแร่แรร์เอิร์ธขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ถูกพบในภาคเหนือของประเทศสวีเดน คาดจะช่วยให้ชาติยุโรปลดการพึ่งพาจีนในการนำเข้าแร่ธาตุเหล่านี้ได้ในอนาคต

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ม.ค. 2565 แยน มอสตรอม ซีอีโอของ ‘LKAB’ บริษัททำเหมืองแร่ของสวีเดน แถลงข่าวการค้นพบแหล่งแร่ แรร์เอิร์ธ ขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปในพื้นที่ทางเหนือของประเทศ ตั้งอยู่ติดกับเหมืองถ่านหินที่พวกเขาดำเนินกิจการอยู่ โดยคาดว่าแหล่งแร่นี้จะมีแรร์เอิร์ธอยู่มากกว่า 1 ล้านตัน

การค้นพบล่าสุดถูกมองว่าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับชาติยุโรป เนื่องจากยุโรปไม่มีการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ ซึ่งหมายถึงกลุ่มธาตุหายาก 17 ชนิดที่ถูกนำไปใช้สร้างผลิตภัณฑ์สำคัญหลายอย่างตั้งแต่โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิก นอกจากนั้นมันยังมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างกังหันลมและรถยนต์พลังไฟฟ้าด้วย

ที่ผ่านมายุโรปนำเข้าแรร์เอิร์ธเกือบทั้งหมดจากประเทศจีน โดยในปี 2564 แรร์เอิร์ธกว่า 98% ที่ใช้ในสหภาพยุโรป (EU) ถูกนำเข้ามาจากแดนมังกร

นางเอบบา บุสช์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสวีเดน กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า EU พึ่งพาประเทศอื่นๆ ในการจัดหาแร่ธาตินี้มากเกินไป และจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง “การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า, การพึ่งพาตนเองของ EU และการเป็นอิสระจากรัสเซียกับจีน จะเริ่มขึ้นจากเหมืองแห่งนี้”

อย่างไรก็ตาม การขุดแร่แรร์เอิร์ธทำได้ยากมาก และมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม นายมอสตรอมคาดว่า กว่าที่แร่ธาติที่พบใหม่นี้จะเข้าสู่ตลอดอาจต้องใช้เวลา 10-15 ปี เนื่องจากการประเมินความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมทำให้การขออนุญาตขุดเจาะต้องใช้เวลานาน

แต่นายมอสตรอมเรียกร้องให้ทางการเร่งกระบวนการอนุญาตให้เร็วขึ้น เพื่อรับประกันให้มีการทำเหมืองวัตถุดิบชนิดนี้ในยุโรปมากขึ้น

ที่มา : bbc

Source : ไทยรัฐ

ผ่าอาณาจักร “บางจาก” หลังเข้าซื้อหุ้น “เอสโซ่” สัดส่วน 65.99% จาก ExxonMobil ผนึกสถานีน้ำมันค้าปลีกทั่วไทยกว่า 2 พันแห่ง ดีลซื้อขายคาดเสร็จปีนี้

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ดำเนินธุรกิจหลักด้วยการประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบทั้งจากแหล่งต่างประเทศและภายในประเทศ เข้ากลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปที่ได้มาตรฐาน รวมถึงได้ขยายกิจการสู่ธุรกิจการค้าน้ำมัน ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าสีเขียว ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาธุรกิจใหม่ 

ล่าสุด “บางจาก” ประกาศซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (เอสโซ่) จาก ExxonMobil Asia Holdings Pte. Ltd. (ExxonMobil) โดยเบื้องต้นเป็นการเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 65.99% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ เอสโซ่จาก ExxonMobil โดยมีมูลค่ากิจการ 55,500 ล้านบาท และมีกลไกการปรับราคาซื้อขายหุ้นตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายหุ้น 

อย่างไรก็ดี หากอ้างอิงตามงบการเงินสอบทานในไตรมาส 3/2565 ของเอสโซ่ จะได้ราคาเบื้องต้นประมาณ 8.84 บาทต่อ 1 หุ้น (คาดใช้เงินเบื้องต้นราว 20,188 ล้านบาท จากสัดส่วนหุ้น 65.99% ที่ถือโดย ExxonMobil) โดยราคาสุดท้ายจะมีการปรับตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ และเตรียมพร้อมทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมด (tender offer) ของเอสโซ่ หลังจากการทำธุรกรรมกับ ExxonMobil เสร็จสิ้น

“ฐานเศรษฐกิจ” รวบรวมข้อมูลงบการเงิน “บางจาก” หรือ BCP  ณ สิ้นสุด 30 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา พบว่าบริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 33,288 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.73 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 2.46 เท่า ปัจจุบันโรงกลั่นบางจากมีกำลังกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 120,000 บาร์เรลต่อวัน และมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันอยู่ที่ 1,340 แห่ง และมีแผนเพิ่มอีก 80 แห่ง เป็น 1,420 แห่ง ภายในสิ้นปี 2566

ส่วนงบการเงิน ESSO มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 842.84 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 2.33 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 1.08 เท่า ปัจจุบันโรงกลั่นเอสโซ่ (ตั้งอยู่ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี) และมีกำลังการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 130,000 บาร์เรลต่อวัน มีสถานีบริการน้ำมันอยู่ที่ 800 แห่งทั่วประเทศ

โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคปของ BCP ณ วันที่ 11 ม.ค. 2566 มีขนาดประมาณ  43,700 ล้านบาท ขณะที่ ESSO มีมาร์เก็ตแคปที่ขนาด 38,400  ล้านบาท

และหากการควบรวมกิจการเกิดขึ้น BCP จะมีส่วนแบ่งตลาดจำหน่ายน้ำมัน (มาร์เก็ตแชร์) เพิ่มขึ้นเป็น 25% แบ่งเป็นของบางจากเดิม 15% และเอสโซ่ที่ 10% รองจาก บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ที่มีมาร์เก็ตแชร์ที่ 35% สถานีบริการน้ำมันบางจากจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 พันแห่ง แบ่งเป็น บางจาก 1,420 แห่งตามแผนในปี 66  และเอสโซ่อีก 800 แห่ง

Source : ฐานเศรษฐกิจ

ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีทดสอบการใช้งาน รถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถต้นแบบคันแรกในการพัฒนา รถไฟระบบ EV on Train ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) โดยมีนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงคมนาคม หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธีฯ

นายศักดิ์สยาม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายส่งเสริมยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) เพื่อให้ประเทศไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกลงได้ ร้อยละ 20 – 25 ภายในปี พ.ศ.2573 โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แทนน้ำมันเชื้อเพลิงในระบบขนส่งของประเทศ รวมทั้ง “นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” หรืออุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-generation Automotive) ซึ่งเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลให้การส่งเสริม

คันแรกของไทย ! รถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคม จึงมีนโยบายสนับสนุนให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อลดมลพิษ และบรรเทาภาวะโลกร้อน โดยมอบหมายให้การรถไฟฯ ดำเนินการศึกษาการใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสำหรับการขนส่งสาธารณะ กรณีรถไฟขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (EV on Train) ให้มีการใช้หัวรถจักรพลังงานไฟฟ้าซึ่งได้ร่วมมือกับ สจล., และเอกชน จนเกิดรถต้นแบบคันแรกในการพัฒนารถไฟระบบ EV on Train นับเป็นข่าวดีที่ประเทศไทยสามารถประกอบติดตั้งระบบแบตเตอรี่สำหรับรถไฟที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเองได้

คันแรกของไทย ! รถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่

อย่างไรก็ตาม การทดสอบในวันนี้ ได้ใช้รถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ลากจูงขบวนรถโดยสารขึ้นมาบนสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ถือว่าประสบความสำเร็จเรียบร้อยดี ซึ่งการรถไฟฯ จะพิจารณานำไปลากจูงรถโดยสาร และรถสินค้าในโอกาสต่อไป

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การทดสอบการใช้งาน รถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รถต้นแบบคันแรกในการพัฒนารถไฟระบบ EV on Train เพื่อใช้ในระบบสับเปลี่ยนขบวน (Shunting) เป็นไปตามนโยบายขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยการนำเทคโนโลยียานยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) แทนที่ยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของกระทรวงคมนาคม รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในแผนการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการ และสร้างรายได้ของการรถไฟฯ ถือเป็นรถจักรพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ คุณภาพสูง ที่ผลิตโดยคนไทย

คันแรกของไทย ! รถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่

ในระยะแรกการรถไฟฯ จะนำรถจักรดังกล่าวมาใช้ลากเป็นบริการรถสับเปลี่ยน (Shunting) ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อลดมลพิษในอาคารสถานีชั้นที่ 2 จากขบวนรถโดยสารทางไกล ที่ยังเป็นรถไฟดีเซล ซึ่งจากผลการทดสอบ ของ รฟท. สามารถลากขบวนรถจากย่านสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปที่

สถานีที่ชั้น 2 ได้จำนวน 12 เที่ยว ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ระยะเวลาการชาร์จจนแบตเตอรี่เต็มประมาณ 1 ชั่วโมง

จากนั้นในระยะต่อไป จะทดลองวิ่งในระยะทางใกล้ เช่น ขบวนรถโดยสารชานเมือง ระยะทางประมาณ 30 – 50 กิโลเมตร และระยะทางที่ไกลมากขึ้น เช่น ขบวนรถข้ามจังหวัด ระยะทางประมาณ 100 – 200 กิโลเมตร และขบวนรถขนส่งสินค้า จาก ICD ลาดกระบัง ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง เป็นต้น

ขณะนี้ จุดชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้า ดำเนินการติดตั้งที่บริเวณย่านบางซื่อ และในอนาคตมีแผนจะติดตั้งจุดชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่สถานีอื่นๆ เพิ่ม เพื่อชาร์จไฟตามแนวเส้นทางรถไฟต่อไป รองรับการใช้หัวรถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่จะพ่วงไปกับขบวนรถโดยสาร อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้ทำการทดสอบ

ลากจูงขบวนรถในระยะใกล้ เส้นทาง วิหารแดง – องครักษ์ (ไป-กลับ) ระยะทาง 100 กิโลเมตร มาแล้ว นอกจากนี้ยังได้ทดสอบวิ่งรถจักร Battery ตัวเปล่าคันเดียว รวมทั้งการลากขบวนรถโดยสารขึ้น และลงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยใช้ความเร็วตลอดการทดสอบเฉลี่ย 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี

สำหรับ จุดเด่นของรถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ดังกล่าว ได้ถูกออกแบบ และผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และในอนาคตหากจะใช้งานด้วยนวัตกรรมระบบชาร์จ Ultra Fast Charge ในเวลา 1 ชั่วโมง ในระยะแรก และ Battery Swapping Station เพื่อการสลับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในเวลาไม่เกิน 10 นาที เพื่อลดเวลาการรอชาร์จ และนำมาขยายผลใช้งานในระบบขนส่งได้จริง ถือเป็นก้าวแรกของการรถไฟฯ ในการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ในการทดสอบ

รถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถต้นแบบคันแรกในการพัฒนารถไฟระบบ EV on Train นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประเทศไทยที่ก่อให้เกิดนวัตกรรม และเทคโนโลยีของคนไทยที่ทัดเทียมกับนานาชาติได้อย่างก้าวกระโดด เป็นเทคโนโลยี Zero emission ไม่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลด carbon footprint สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Asian Logistics Hub และตอบสนองนโยบาย Thai First ของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมการผลิต ทดสอบ ประกอบยานยนต์ โดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตได้ในประเทศ

ทั้งนี้ การรถไฟฯ มั่นใจว่ารถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ดังกล่าว เป็นก้าวสำคัญที่จะพลิกโฉมการให้บริการรถไฟไทย ช่วยยกระดับการเดินทาง และการขนส่งทางราง ให้เป็นรูปแบบการคมนาคมหลักของประเทศ เป็นระบบรางไร้มลพิษ ประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนขนส่งไทย ที่มุ่งสู่ความยั่งยืนทางด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงประชาชนชาวไทย จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จะได้รับการให้บริการด้วยรถไฟฟ้าที่มีความสั่นสะเทือนน้อยลง มีความสะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น เปิดโลกอนาคตของรถไฟยุคใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

Source : กรุงเทพธุรกิจ

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมผู้บริหารระดับสูง กลุ่ม ปตท. ร่วมเปิดกิจกรรมวันเด็ก ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ปตท. ถ.วิภาวดีรังสิต กทม. เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับเด็ก ๆ ทุกคน หลังจากงดจัดกิจกรรมกว่า 2 ปี ตั้งแต่ปี 2563 จากสถานการณ์โควิด-19

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ซีอีโอ​ ปตท.

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเยาวชนไทยในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เด็กไทยทุกคนได้มีความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ของกลุ่ม ปตท. อย่างต่อเนื่อง รวมถึงกิจกรรมวันเด็กในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่กลุ่ม ปตท. ตั้งใจสร้างสรรค์ ภายใต้หัวข้อ “INNOVERSE ขับเคลื่อนพลังสู่อนาคต” ซึ่งเป็นการรวบรวมสิ่งที่น่าสนใจของกลุ่ม ปตท. มานำเสนอแก่เด็กและเยาวชนในโลกเสมือนจริง

ภายในงานปีนี้ มีกิจกรรมหลากหลายที่ส่งเสริมการเรียนรู้นวัตกรรมพลังงานและเปิดโลกเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่เรียกว่า Metaverse ผ่านเทคโนโลยี VR AR และการสแกน QR Code เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม ให้เด็ก ๆ ได้ท่องโลกผ่าน 6 ฐานกิจกรรม ได้แก่ ฐานกิจกรรม PTT Innoverse ฐานกิจกรรมตะลุยโลก Innoverse 3D ฐานกิจกรรมท่องโลกสีสันใต้ทะเลกับพี่ก๊อดจิ ฐานขับดีมีสุข ฐานดูหนังกับพี่ก๊อดจิ และตื่นตากับการชมนิทรรศการศิลปะจากกล้อง VR ผ่านบูธกิจกรรม PTT Virtual Art Gallery ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของโลกยุคปัจจุบันที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ซึ่งเด็กและเยาวชน ในฐานะผู้เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต ย่อมต้องติดตามและเรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ เพื่อให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข โดยไม่ละทิ้งการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและมีประสิทธิภาพ เพื่อจุดประกายความคิดให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ ให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ร่วมกัน


โดยบริษัทในกลุ่ม ปตท. 6 บริษัท ได้แก่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ได้มาเข้าร่วมให้ความรู้และความสนุก ผ่านบูธกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรม Interactive Running เกม “วิ่งเพิ่มพลัง” และ Touchscreen เกม “ลดโลกร้อน” เพื่อมุ่งเน้นให้เยาวชนตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเรียนรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่วิธีการใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พิชิตเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนยากจนพิเศษที่ได้รับทุนการศึกษาจากโครงการ PTT Virtual Run ลมหายใจเพื่อน้อง ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เมื่อปี 2565 และนักเรียนที่อยู่บริเวณรอบคลังน้ำมันพระโขนงมาเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กในครั้งนี้ด้วย รวมนักเรียน และเยาวชนที่มาร่วมงานกว่า 4,000 คน

Source : Energy News Center

อะลูมิเนียม-ซัลเฟอร์ แบตเตอรี่ชนิดใหม่ถูกคิดค้นโดยนักวิจัยจาก MIT วัสดุหาง่าย ต้นทุนต่ำ เพื่อทดแทนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีราคาแพงและยังส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

โลกพลังงานในปัจจุบัน มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น มีพลังงานใหม่ ๆ ถูกคิดค้นและนำมาใช้มากขึ้น แต่แน่นอน มนุษย์เรายังไม่ละเลิกการใช้พลังงานจากทรัพยากรธรรมชาติอย่างถ่านหินไปได้ง่าย ๆ แต่ในเมื่อเทรนด์พลังงานของโลกกำลังเดินหน้าสู่ความยั่งยืนและการมองหาพลังงานสะอาด เราจึงต้องก้าวต่อไปเพื่อหาพลังงานทดแทนที่เหมาะสม

ตอนนี้เรามีพลังงานสะอาดเยอะมากพอสมควร เพื่อรองรับกับความต้องการพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างเต็มที่ พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดจึงเป็นที่ใฝ่ปองของเหล่านักลงทุนทั้งหลาย นั่นจึงทำให้ทุกวันนี้เรามีพลังงานแสงอาทิตย์ โซลาร์เซลล์ พลังงานลมจากกังหันลม พลังงานน้ำจากเขื่อน และอีกมากมาย

นักวิจัยคิดค้น แบตเตอรี่ชนิดใหม่ อะลูมีเนียมซัลเฟอร์ วัสดุหาง่าย ต้นทุนต่ำนักวิจัยคิดค้น แบตเตอรี่ชนิดใหม่ อะลูมีเนียมซัลเฟอร์ วัสดุหาง่าย ต้นทุนต่ำ

ยานยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่เราอาศัยพลังของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และปัจจุบันก็มีราคาที่แพงเกินไปสำหรับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ และพลังงานอื่น ๆ ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่อีกมาก แต่จะทำอย่างไรดีที่เราจะมีพลังงานไฟฟ้าใช้ที่สามารถหาส่วนผสมได้จากวัสดุรอบตัว มีจำนวนมาก และมีราคาไม่แพง นี่จึงเป็นไอเดียด้านพลังงานแบบใหม่จากนักวิจัย MIT

พลังงานแบตเตอรี่ใหม่นี้มีชื่อว่า แบตเตอรี่อะลูมิเนียม-ซัลเฟอร์ (aluminum-sulphur batteries) เป็นแบตเตอรี่ที่ได้มีการทดลองใช้งานจริงและคาดว่าจะทดลองนำเข้าสุ่ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2023 นี้ด้วย ซึ่งการทดลองนี้ได้เผยแพร่ลงวารสาร Nature ในบทความของศาสตราจารณ์โดนัลด์ ซาโดเวย์ (Donald Sadoway) และนักวิจัยร่วมอีก 15 คนจาก MIT

ความตั้งใจแรกของซาโดเวย์คือ การประดิษฐ์อะไรก็ได้ที่ดีกว่า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สำหรับใช้ในยานยนต์ แต่ต้องทำจากวัสดุที่หาง่าย มีจำนวนมากอยู่รอบตัว และต้นทุนต้องต่ำกว่าอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะแพงแล้ว แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีอิเล็กโทรไลต์ที่ติดไฟได้ ทำให้ไม่เหมาะสมกับการขนส่ง ดังนั้นอะไรกันที่จะสามารถข้อจำกัดเหล่านั้นได้

ซาโดเวย์จึงได้เริ่มศุกษาตารางธาตุที่เราท่องจำกันตอนมัธยมอีกครั้ง เพื่อมองหาโลหะราคาถูกและมีอยู่จำนวนมากบนโลกเพื่อทดแทนลิเธียม และเขาก็พบว่า โลกที่มีมากเป็นอันดับ 2 ในตลาด และเป็นโลหะที่มีมากที่สุดในโลก นั่นคืออะลูมิเนียม แต่อะลูมิเนียมไม่สามารถอยู่เดี่ยวเพื่อให้พลังงานได้หรอกจริงไหม และอะไรกันที่จะมาเป็นอิเล็กโทรดอีกขั้วหนึ่ง และอิโทรไลต์ชนิดไหนกันที่สามารถนำมาใส่ระหว่างนั้นเพื่อให้ไอออนเคลื่อนที่ไปมาระหว่างชาร์จและการคายประจุได้

อิเล็กโทรดที่ 2 ที่ซาโดเวย์ค้นพบคือ กำมะถัน หนึ่งในอโลหะที่มีราคาถูกที่สุด ส่วนอิเล็กโทรไลต์ เราต้องคำนึงถึงของเหลวที่ไม่ใช่อินทรีย์ระเหยง่ายและต้องไม่ติดไฟ เพราะอาจเกิดอันตรายระหว่างใช้งานได้ ซึ่งที่พวกเขานึกออกคือเกลือ พวกเขาได้ทดลองนำเกลือหลายชนิดที่มีจุดหลอมเหลวค่อนข้างต่ำ และก็พบว่าเกลือนี่แหละทำได้เหมือนกัน โดยเกลือที่เลือกใช้คือ เกลือคลอโร-อะลูมิเนต

อะลูมิเนียม กัมมะถัน และเกลือ Cr. Rebecca Miller, courtesy of MIT

อะลูมิเนียม กัมมะถัน และเกลือ Cr. Rebecca Miller, courtesy of MIT

ตอนนี้เราได้ส่วนผสมสามอย่างสำหรับทำแบตเตอรี่แล้ว ที่ทั้งราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย นั่นคือ อะลูมิเนียม ซึ่งไม่ต่างจากกระดาษฟอยล์ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต กำมะถัน ซึ่งมักเป็นของเสียจากกระบวนการต่างๆ เช่น การกลั่นปิโตรเลียม และเกลือที่มีอยู่ทั่วไป ส่วนผสมทั้ง 3 ที่ลงตัว มีราคาถูกและปลอดภัย มันไม่สามารถเผาไหม้ได้

การทดลองขั้นต่อไปคือ การลองนำไปชาร์จไฟ จากการทดลองของทีมงาน แบตเตอรี่สามารถทดได้หลายร้อยรอบด้วยอัตราการชาร์จที่สูงเป็นพิเศษ โดยมีค่าใช้จ่ายต่อเซลล์ประมาณ 1 ใน 6 ของราคาเซลล์ลิเยมไอออนที่เทียบเคียงได้ อัตราชาร์จขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในการทำงาน โดยหากใช้อุณหภูมิ 110 องศาเซลเซียส จะอสดงอัตราชาร์จที่เร็วกว่าระดับองศาที่ 25 องศาเซลเซียสถึง 25 เท่า

ยิ่งไปกว่านั้น แบตเตอรี่ไม่ต้องใช้แหล่งความร้อนภายนอกเพื่อรักษาอุณหภูมิในการทำงาน ความร้อนเกิดขึ้นตามธรรมชาติทางไฟฟ้าเคมีโดยการชาร์จและคายประจุแบตเตอรี่

“เมื่อคุณชาร์จ คุณจะสร้างความร้อน และนั่นทำให้เกลือไม่แข็งตัว จากนั้นเมื่อคุณระบายออก มันก็สร้างความร้อนด้วย” ซาโดเวย์ กล่าว

เขากล่าวว่าสูตรแบตเตอรี่ใหม่นี้เหมาะสำหรับการติดตั้งขนาดประมาณที่จำเป็นสำหรับจ่ายไฟให้กับบ้านเดี่ยวหรือธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง โดยผลิตตามคำสั่งของความจุไม่กี่สิบกิโลวัตต์-ชั่วโมง ขนาดที่เล็กลงของแบตเตอรี่อะลูมิเนียม-ซัลเฟอร์ยังทำให้ใช้งานได้จริง เช่น สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

นักวิจัยคิดค้น แบตเตอรี่ชนิดใหม่ อะลูมีเนียมซัลเฟอร์ วัสดุหาง่าย ต้นทุนต่ำนักวิจัยคิดค้น แบตเตอรี่ชนิดใหม่ อะลูมีเนียมซัลเฟอร์ วัสดุหาง่าย ต้นทุนต่ำ

ท้ายที่สุด เทคโนโลยีนี้ได้ตกเป็นของบริษัทที่ชื่อว่า Avanti ที่มีผู้ร่วมก่อตั้งคือ ซาโดเวย์เองกับ Luis Ortiz ’96 ScD ’00 ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Ambri บริษัทแบกย่อยสำหรับแบตเตอรี่โลหะเหลมที่ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อหลายปีก่อนของ ซาโดเวย์ด้วยเช่นกัน

พวกเขาคาดหวังว่า ภายในปีหน้ามันจะสามารถทดลองจนได้ผลสำเร็จที่มีคุณภาพมากขึ้น และสามารถออกสู่ตลาดได้ภายในปี 2023 คุณล่ะคิดว่าแบตเตอรี่ตัวนี้เป็นอย่างไรบ้าง สำหรับการรองรับอนาคตยานยนต์ EV แต่สำหรับผู้เขียนคือต้องดูกันไปยาว ๆ เราไม่อาจรู้ได้ว่าผลกระทบจากแบตเตอรี่ในอนาคตนี้จะส่งผลอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อมบ้างหรือไม่

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

หลังจากซาโดเวย์ได้เผยแพร่กลยุทธ์ของแบตเตอรี่ตัวนี้ออกไป มีคำถามถามเข้ามาเยอะมาก โดยเฉพาะการถามถึงเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้กำมะถัน จะเสี่ยงเกิดกลิ่นเหม็นหรือเปล่า ซึ่งเขาตอบอย่างมั่นใจเลยว่า ไม่แน่นอน เขาอธิบายว่า “กลิ่นไข่เน่าอยู่ในแก๊สไข่เน่า นี่คือธาตุกำมะถัน และมันจะถูกปิดล้อมอยู่ภายในเซลล์” หากคุณพยายามเปิดเซลล์ลิเธียมไอออนในครัวของคุณ เขากล่าว (และโปรดอย่าทำที่บ้าน!)

“ความชื้นในอากาศจะทำปฏิกิริยาและคุณจะเริ่มสร้างกลิ่นเหม็นทุกประเภท ก๊าซเช่นกัน คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่ถูกต้อง แต่แบตเตอรี่ปิดสนิท ไม่ใช่ภาชนะเปิด ดังนั้นฉันจะไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้น”

ที่มาข้อมูล

Researchers develop a new kind of battery, made entirely from abundant and low-cost material : thebrighterside.news

Fast-charging aluminium–chalcogen batteries resistant to dendritic shorting : Nature

New aluminum-sulphur battery developed to lower cost of energy storage : mining.com

Source : Spring News