Highlight & Knowledge

มาตรการสนับสนุนรถ HEV ยกระดับฐานการผลิตรถยนต์ในไทยให้เปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่

หลังจากที่มีการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV ไปแล้ว ล่าสุดก็มีการสนับสนุนรถ HEV รถยนต์ไฮบริด Hybrid electric vehicle (HEV) รถยนต์ที่ใช้ขุมพลัง 2 ระบบ คือเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าจ่ายไฟโดยแบตเตอรี่ เพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ ซึ่งเป็นยกระดับให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ยุคใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ โดยจะมีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ HEV ตั้งแต่ปี 2571 – 2575

สำหรับรายละเอียดที่เผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ก็มีรายละเอียดดังนี้

มาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ HEV จะปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตให้อยู่ในระดับคงที่ในช่วง ปี 2571 – 2575 จากเดิมอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ทุก 2 ปี โดยกำหนดให้บริษัทผลิตรถยนต์ HEV ที่ประสงค์จะรับสิทธิ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข 4 ด้านก่อนการรับสิทธิ ดังนี้

(1) ต้องมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไม่เกิน 120 g/km
– การปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 g/km อัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 6
– การปล่อย CO2 101 – 120 g/km อัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 9

(2) ต้องมีการลงทุนจริงเพิ่มเติม โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และ/หรือบริษัทในเครือในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2567 – 2570 ไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท

(3) ต้องมีการใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ โดยรถยนต์ HEV รุ่นที่ขอรับสิทธิ ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าสูง 3 ชิ้น ได้แก่ Traction Motor, Reduction Gear, Inverter และชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าปานกลาง 8 ชิ้น ได้แก่ BMS, DCU, คอมเพรสเซอร์ระบบปรับอากาศสำหรับ BEV, Electrical Circuit Breaker, DC/DC Converter, High Voltage Harness, Battery Cooling System, Regenerative Braking System โดยจะขึ้นกับมูลค่าการลงทุน

(3.1) กรณีลงทุนเพิ่มเติมตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป สามารถเลือกได้ว่า จะใช้ชิ้นส่วนสำคัญ 3 ชิ้นในกลุ่มที่มีมูลค่าสูง หรือเลือก 2 ชิ้นในกลุ่มมูลค่าสูง และอีก 2 ชิ้นในกลุ่มมูลค่าปานกลาง หรือหากเลือก 1 ชิ้นในกลุ่มที่มีมูลค่าสูง จะต้องเลือก 4 ชิ้นในกลุ่มมูลค่าปานกลาง

(3.2) กรณีลงทุนเพิ่มเติม 3,000 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่ถึง 5,000 ล้านบาท จะต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่มีมูลค่าสูงทั้ง 3 ชิ้นเท่านั้น

(4) ต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (Advanced Driver Assistance System: ADAS) ในรถยนต์ HEV รุ่นที่ขอรับสิทธิ อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ ดังนี้ ระบบเบรกฉุกเฉินขั้นสูง (AEB) ระบบเตือนการชนด้านหน้าของรถ (FCW) ระบบการดูแลภายในช่องจราจร (LKAS) ระบบเตือนการออกหรือเปลี่ยน ช่องจราจร (LDW) ระบบการตรวจจับจุดบอด (BSD) และระบบการควบคุมความเร็วของยานยนต์ (ACC)

หรือสรุปแบบสั้นๆ ได้ประมาณนี้ครับ

  • ผู้ผลิตจะต้องลงทุนจริง ไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567-2570
  • ต้องมีการใช้แบตเตอรี่ระดับแพ็ค (Pack) ในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
  • ต้องมีการใช้ชิ้นส่วนสำคัญจากภายในประเทศ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2571 เป็นต้นไป
  • ต้องติดตั้งระบบความปลอดภัย (Advanced Driver – Assistance System: ADAS) อย่างน้อย 4 ระบบ

ซึ่งมาตรการทั้งหมดนี้จะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป หากไม่มีอะไรติดขัด และผ่านการพิจารณาออกมาตรการนี้ เราคงจะได้เห็นรถ HEV มีราคาที่ถูกลงกว่าเดิม และแน่นอนว่า น่าจะมีผู้ใช้รถน้ำมันอีกมากมาย ที่ยังไม่อยากเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า 100% เพราะอาจจะไม่สะดวกในการเดินทางระยะไกล และสถานีชาร์จยังไม่มากเพียงพอ ก็จะหันมาใช้รถ HEV กันแทน ซึ่งตอบโจทย์การใช้รถในปัจจุบันนี้ได้ดีและสะดวกมากที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก BOI

รู้จักกับ CBAM มาตรการสำคัญที่ผู้ส่งออกไทยต้องรู้ และการปรับตัวสู่โลกคาร์บอนต่ำ

มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) คือกลไกสำคัญที่สหภาพยุโรป (EU) ได้กำหนดขึ้นเพื่อป้องกันปัญหา…

10 วิธีใช้แอร์ให้ประหยัดไฟในหน้าร้อน เย็นฉ่ำ กระเป๋าไม่ฉีก

หน้าร้อนในประเทศไทยที่อุณหภูมิพุ่งสูงจนแทบละลาย ทำให้แอร์กลายเป็นเพื่อนรักของทุกบ้าน แต่ค่าไฟที่ตามมาอาจทำให้ใจสั่นได้ บทความนี้รวบรวม 10 วิธีใช้แอร์ให้ประหยัดไฟ ที่ทั้งง่ายและได้ผลจริง ตั้งแต่การตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม ดูแลรักษาเครื่อง ไปจนถึงเคล็ดลับเล็กๆ…