ปตท. เปิดเวทีระดับโลก “Sustainability Spark by PTT Group 2026” รวมผู้นำนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญ และภาคธุรกิจจากทั่วโลก ผนึกทุกภาคส่วนขับเคลื่อนประเทศไทยและโลกสู่ความยั่งยืนเพื่อการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
จุดพลังผนึกทุกภาคส่วน ปั้นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
กลุ่ม ปตท. จัดงาน “Sustainability Spark by PTT Group 2026: Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต” วันที่ 16-17 ม.ค. 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 และ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน เวทีผนึกความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศที่รวบรวมผู้นำนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ และภาคธุรกิจจากทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Thailand’s New Horizon: ประเทศไทยแข็งแกร่งและยั่งยืนท่ามกลางโลกผันผวนและความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ” ว่าการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการรวมพลังเพื่อสร้างอนาคตการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยและโลกที่ดีขึ้น ซึ่งต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน

ปัจจุบันรัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจน และผลักดันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 รัฐบาลมีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการวางกรอบกฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล กลไกสำคัญคือราคาคาร์บอนภาคบังคับที่จะสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และต้องสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต
นอกจากนี้ เทคโนโลยีการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Utilization and Storage: CCUS) เป็นเรื่องสำคัญมาก และเห็นถึงความมุ่งมั่นของ กลุ่ม ปตท. ในการผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งต้องมีแรงจูงใจจากภาครัฐ และการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคเอกชน
ขณะเดียวกัน ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความยั่งยืนและได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เป็นการรวมพลังทุกภาคส่วนทั้ง Public Private People และ Partnership for Planet (5P) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในประเทศไทย
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การสร้างองค์ความรู้และการเรียนรู้ เพื่อให้เรื่องความยั่งยืนกลายเป็นรูปธรรมและนำไปปฏิบัติได้จริง (Practical) โดยต้องสร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม และการสร้างความมีส่วนร่วม จากทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา และประชาชน เพื่อร่วมกันสร้างโลกที่ยั่งยืน

กลุ่ม ปตท. มีพันธกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและสังคม พร้อมขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกระบวนการดำเนินงาน ภายใต้หลัก “ความยั่งยืนอย่างสมดุล” ที่คำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ปตท. เดินหน้ากลยุทธ์ C3 ได้แก่
- Climate-Resilience Business เติบโตด้วยธุรกิจคาร์บอนต่ำ จากการลงทุนในธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
- Carbon-Conscious Asset ลดคาร์บอนต่อหน่วยโดยไม่ลดทอนคุณภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตและการดำเนินงาน
- Coalition, Co-Creation and Collective Efforts for All ร่วมขยับเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความยั่งยืน ประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีลดก๊าซเรือนกระจก

การจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของ กลุ่ม ปตท. ในการเป็นแรงขับเคลื่อนที่ผนึกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน การศึกษา และภาคประชาชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เสริมศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ไปพร้อมกัน แบ่งเป็นดังนี้
1. เวทีสัมมนา ตลอด 2 วัน ที่ผนึกพลังจากผู้นำและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขากว่า 40 คน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต อาทิ การยกกรณีศึกษาจากประเทศสหราชอาณาจักรที่ใช้กลไกเชิงนโยบายขับเคลื่อนให้การเดินหน้าสู่ Net Zero กลายเป็นพลังเศรษฐกิจใหม่ การวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืนและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในภาคพลังงาน อุตสาหกรรม คมนาคม และเกษตรกรรม
ภายหลังการบรรลุข้อตกลงต่างๆ จากการประชุม COP30 โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจาก S&P Global, Bloomberg และ McKinsey & Company รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้ขับเคลื่อนนโยบาย ผู้นำธุรกิจ และภาคส่วนต่างๆ เพื่อหาแนวทางร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ตลอดจนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคส่วนต่างๆ ให้สามารถเกิดขึ้นได้จริงและขยายผลสู่วงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม
2. บูธนิทรรศการ ถ่ายทอดการดำเนินงานจริงของกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสมดุล ผ่านการลงทุนในพลังงานและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ การขับเคลื่อนโครงการและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ภาคส่วนต่างๆ ของประเทศไทย
พร้อมด้วยกิจกรรมร่วมสนุกของกลุ่ม ปตท. อาทิ Harumiki Immersive Zone บอกเล่าเรื่องราวการเติบโตของสตรอว์เบอร์รี Harumiki และไม้เมืองหนาวจากพลังความเย็นจาก LNG รวมไปถึง Plastic Funtastic by GC เปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้กลับมามีคุณค่าอย่างสร้างสรรค์
3. Spark Lab เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความยั่งยืนระหว่างองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน และเรียนรู้ธรรมชาติผ่านเวิร์กช็อปจัดสวนขวดแก้ว
4. Spark Hack เวทีเฟ้นหาไอเดียของคนรุ่นใหม่ ในการออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
5. Spark Market ชิม ชม ช้อป อาหารและสินค้าโดนใจสายรักษ์โลกจากกลุ่ม ปตท. และเครือข่ายพันธมิตร อาทิ ผลิตภัณฑ์ Upcycling เพื่อสิ่งแวดล้อม สินค้าจากวิสาหกิจชุมชน โครงการชุมชนยิ้มได้ และไทยเด็ด
6. Business Matching โอกาสครั้งสำคัญในการผนึกพลังสร้างการเติบโตทางธุรกิจเพื่อร่วมขับเคลื่อน Thailand’s Sustainability Ecosystem พบกับผู้ประกอบการกลุ่ม ปตท. และเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจด้านความยั่งยืน 4 กลุ่มศักยภาพ แบ่งเป็น Low Carbon Solutions, Circular & Clean Tech, Social Innovation และ Green Investment & ESG Funding



Source : กรุงเทพธุรกิจ




