News & Update

ร้อนสุดๆ ยอดใช้ไฟฟ้าพุ่งทำลายสถิติปี 2565 แตะ30,936 เมกะวัตต์

ร้อนจัด ยอดใช้ไฟฟ้าพุ่งทำลายสถิติของปี 2565 ถึง 30,936.5 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา นับเป็นพีคไฟฟ้ารอบ 2 ของปี 2565 ขณะพยากรณ์อากาศคาดอุณหภูมิมีโอกาสสูงแตะ 41 องศา ระหว่าง 23-29 เม.ย. นี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานชี้ยอดใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นตามสภาพอากาศ วอนประชาชนลดใช้ไฟฟ้าเท่าที่ทำได้ตลอดปี 2565  หรือจนกว่าแหล่งก๊าซฯ เอราวัณจะกลับมาผลิตเต็มศักยภาพ ระบุเตรียมหาเครื่องมือวัดผลการลดใช้ไฟฟ้าประชาชนพร้อมมาตรการกระตุ้นให้เห็นผลชัดเจน

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า ยอดใช้ไฟฟ้าของไทยในระบบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) พุ่งทำสถิติสูงสุดในรอบปี 2565 เป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2565 เวลา 20.49 น. โดยมียอดใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค) อยู่ที่ 30,936.5 เมกะวัตต์  เนื่องจากสภาพอากาศร้อนสะสมต่อเนื่อง โดยพยากรณ์อากาศคาดการณ์ประเทศไทยอาจมีอุณหภูมิเฉลี่ยแตะ 41 องศา ระหว่างวันที่ 23-29 เม.ย. 2565 นี้

โดยพีคไฟฟ้ารอบแรกของปี 2565  เกิดเมื่อวันที่ 26 เดือน มี.ค. 2565 เวลา 20.39 น. ยอดใช้ไฟฟ้ารวม 30,261.6 เมกะวัตต์ และเมื่อ 23 เม.ย. 2565 ได้เกิดพีคไฟฟ้ารอบสองขึ้นดังกล่าว ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับพีคไฟฟ้าของปี 2564 พบว่าปี 2564 มียอดใช้ไฟฟ้าสูงกว่าปี 2565 โดยแตะระดับ 31,023.1 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2565 พบว่า ยอดใช้ไฟฟ้ายังคงทะลุ 3 หมื่นเมกะวัตต์ โดยอยู่ที่ระดับ 30,909.8  เมกะวัตต์ เมื่อเวลา 14.54 น.  ซึ่งหากตลอดสัปดาห์นี้อุณหภูมิยังสูงและร้อนต่อเนื่องอาจมีโอกาสเกิดพีคไฟฟ้าของปี 2565 รอบที่ 3 ได้  ส่วนพีคไฟฟ้าระดับประเทศ ที่ทำสถิติการใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 32,272.8 เมกะวัตต์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2562 เวลา 14.27 น.

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) และในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวว่า ยอดใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นไปตามสภาพอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่ามาตรการขอความร่วมมือลดใช้ไฟฟ้าจากภาครัฐจะล้มเหลว เพียงแต่มีปัจจัยหลายด้านทำให้ยอดใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น ทั้งด้านอากาศร้อน และมาตรการ Work from home ที่ยังใช้กันอยู่บางหน่วยงาน

ทั้งนี้การขอความร่วมมือลดใช้ไฟฟ้าในปี 2565 นี้ แตกต่างจากปีอื่นๆที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ได้มุ่งหวังที่การลดพีคไฟฟ้า แต่มุ่งไปที่การลดใช้ไฟฟ้าเพื่อทำให้ลดการใช้ก๊าซธรรมชาติลง จนส่งผลให้ยอดใช้ก๊าซฯผลิตไฟฟ้าพอดีกับปริมาณก๊าซฯที่ประเทศไทยผลิตได้เอง  ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) ที่มีราคาแพง ซึ่งการขอความร่วมมือลดใช้ไฟฟ้าในครั้งนี้จะเป็นมาตรการระยะยาวไปตลอดปี 2565 หรือจนกว่าก๊าซฯ จากแหล่งเอราวัณจะกลับมาผลิตได้เต็มศักยภาพที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปัจจุบันผลิตได้ประมาณ  399 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในช่วงเริ่มต้นการผลิตปิโตรเลียมด้วยระบบแบ่งปันผลผลิต(PSC) แทนระบบสัมปทาน

อย่างไรก็ตามปัจจุบันภาครัฐยังไม่มีเครื่องมือตรวจวัดการลดใช้ไฟฟ้าของประชาชน ซึ่ง กกพ. กำลังหารือถึงแนวทางการทำเครื่องมือวัดผลการลดใช้ไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนได้เห็นอย่างชัดเจน พร้อมมาตรการขอความร่วมมือลดใช้ไฟฟ้าอย่างเข้มข้นต่อไป

Source : Energy News Center

“ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ”เทรนด์ใหม่ ดีมานด์และซัพพลายที่เติบโตร่วมกัน

กิจกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยว ได้ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ส่วนหนึ่งของโจทย์ที่ภาคการท่องเที่ยวกำลังขับเคลื่อนตัวเองเพื่อไปสู่ความยั่งยืน นำไปสู่เทรนด์ใหม่ ที่เรียกว่า การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ  อมูลจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ระบุว่า  การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon…

ยกระดับเตือนภัย เอลนีโญ สัญญาณชัด ต.ค. ถึง มี.ค 67 ส่งผลไทยร้อน แล้งกว่าปกติ

ตอนนี้ได้มีการยกระดับเตือนภัย เอลนีโญ เพิ่มเป็น El Niño Advisory ความน่าจะเป็นที่จะเกิดเอลนีโญทะลุ 90% ส่งผลลากยาวถึงอย่างน้อย มี.ค.…

ไทยก้าวสู่ EV Hub อาเซียน งบลงทุนรวม “2 แสนล้านบาท” ตั้งโรงงานผลิตแบตฯ EV ในไทย

โรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า กำลังเป็นโจทย์หลักที่ทำให้ไทยกลายเป็น EV Hub ของอาเซียน ล่าสุดมีบริษัทต่างชาติกว่า 10-20 เข้ามาสนใจลงทุนในไทยเป็นจำนวนมาก ชวนมาดูกันว่ามีบริษัทอะไรและแบรนด์ไหนบ้าง ธุรกิจโรงงานผลิตแบตเตอรี่…