Highlight & Knowledge

10 วิธีประหยัดไฟฟ้าเพิ่มอีก 10% ประหยัดแล้ว ประหยัดอยู่ ประหยัดต่อ

วิธีประหยัดไฟฟ้าก็มีการนำเสนอกันมามากมาย นั่นเป็นเพราะว่าค่าไฟฟ้านั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่แทบทุกคนจะต้องจ่าย เป็นต้นทุนในการดำเนินชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และในปัจจุบันค่าไฟก็ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับที่สูงมาก รวมถึงช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา มีการใช้ไฟไปกับเครื่องปรับอากาศ และตู้เย็น รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ทำให้หลายคนจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวกันเลยทีเดียว

ในบทความนี้ทางทีมงานของคณะทำงานด้านพลังงานหอการค้าไทย จึงได้รวบรวมเอาเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีประหยัดไฟฟ้าจากกระทรวงพลังงานที่ได้มีการเผยแพร่เอาไว้ ซึ่งจะเป็นเรื่องของการใช้เครื่องไฟฟ้า 10 อย่างยอดนิยมว่า เราควรจะใช้อย่างไร ถึงจะประหยัดไฟฟ้าได้อีกประมาณ 10% ไปชมกันได้เลยครับ

ก่อนจะไปดูวิธีการประหยัดไฟนั้น ก็ต้องบอกก่อนว่า ข้อมูลต่างๆ ที่นำเสนอนี้ ใช้พื้นฐานจากอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ดังนี้

  • เครื่องปรับอากาศ 3 เครื่อง (9,000 / 13,000 / 18,000 BTU)
  • ตู้เย็น 7.7 คิว
  • เครื่องทำน้ำอุ่นแบบใช้ไฟฟ้า จำนวน 3 เครื่อง
  • กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า
  • พัดลมจำนวน 3 เครื่อง
  • หลอดไฟแบบ LED
  • หม้อหุงข้าว
  • ไมโครเวฟ
  • ทีวี
  • คอมพิวเตอร์
  • เครื่องซักผ้า
  • เตารีด
  • ปั๊มน้ำแบบอัตโนมัติ

ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเราที่มีกันเป็นส่วนใหญ่ครับ ต่อไปเรามาดูคำแนะนำกันต่อว่า จะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้เพื่อให้ประหยัดไฟจากเดิมเพิ่มอีก 10% นั้นต้องทำอย่างไรบ้าง

1.เครื่องปรับอากาศ

คำแนะนำ : เพิ่มอุณหภูมิจากปกติอีก 1 องศา เช่น เดิมเคยเปิดเครื่องปรับอากาศตามคำแนะนำที่ 25 องศา ก็ให้ปรับเพิ่มเป็น 26 องศา หรืออาจจะลองเปิดเพิ่มเป็น 27 องศาก็ได้ ถ้ายังเย็นอยู่ และควรตั้งเวลาปิดก่อนตื่นนอนสัก 15 – 20 นาที และควรจะมีการล้างเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ 2 ครั้งต่อปี

ช่วยประหยัดได้ : 290 บาท คิดเป็น 6%

2.เครื่องทำน้ำอุ่นแบบใช้ไฟฟ้า

คำแนะนำ : อย่างแรกเลยก็ใช้เทคนิคการเปิดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น บางคนเปิดตั้งแต่เริ่มอาบน้ำ จนอาบน้ำเสร็จ แบบไม่ปิดเลย แนะนำว่าช่วงตอนฟอกสบู่ หรือกำลังสระผม อาจจะเปิดน้ำอุ่นไว้ก่อนก็ได้ และอาจจะปรับอุณหภูมิให้ลดจากเดิมลง เอาแค่อุ่นๆ ที่พอรับได้

ช่วยประหยัดได้ : 119 บาท คิดเป็น 2.5%

3.กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า

คำแนะนำ : หลายคนใช้กระติกน้ำร้อนไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กทิ้งไว้เลย ซึ่งบอกเลยว่าเปลืองไฟมาก ดังนั้นควรเสียบปลั๊กเฉพาะตอนที่เราจะใช้เท่านั้น เมื่อน้ำเดือดแล้วใช้น้ำเรียบร้อยก็ให้ถอดปลั๊กทันที

ช่วยประหยัดได้ : 25 บาท คิดเป็น 0.5%

วิธีประหยัดไฟฟ้า

4.หม้อหุงข้าว เตาไมโครเวฟ ทีวี คอมพิวเตอร์

คำแนะนำ : อันนี้ง่ายมากเลย ก็คือ ถอดปลั๊กหลังใช้งานทุกครั้ง โดยเฉพาะหม้อหุงข้าว ที่แม่บ้านหลายคนมักจะเสียบปลั๊กค้างไว้เพื่อให้ข่าวอุ่น บอกเลยว่าเปลืองไฟค่อนข้างมากเลยทีเดียว

ช่วยประหยัดได้ : 11 บาท คิดเป็น 0.2%

5.ตู้เย็น

คำแนะนำ : อย่างแรกเลย ควรจัดระเบียบของต่างๆ ในตู้เย็นใหม่ อันไหนหมดอายุ หรือไม่ได้ใช้แล้วก็ควรนำไปทิ้งให้เรียบร้อย การมีของในตู้เย็นเป็นจำนวนมากๆ ตู้เย็นก็ต้องทำงานมากตามไปด้วย เพื่อให้ของภายในตู้มีความเย็นตามที่กำหนด และไม่ควรเปิดปิดตู้เย็นบ่อยจนเกินไป แนวๆ ว่ามาเปิดดูตู้เย็นว่ามีอะไรกินบ้าง เปิดแล้วก็ปิด เดี๋ยวก็มาเปิดอีกแบบนี้ก็ไม่เอานะ แล้วก็ใครที่ใช้ตู้เย็นเก่า ปิดแล้วมักจะไม่สนิท ก็แนะนำให้หาพวกตัวล็อคตู้เย็นมาติดเพิ่ม กันตู้เย็นปิดไม่สนิทด้วยนะ

ช่วยประหยัดไฟ : 19 บาท คิดเป็น 0.4%

6.พัดลม

คำแนะนำ : ควรปรับลดความแรงของพัดลมลงอีก 1 ระดับ เมื่อแรงลมน้อยลง วิธีแก้ไขก็คือ ขยับพัดลมให้มาใกล้ตัวเรามากยิ่งขึ้นแทน เราก็จะได้ความแรงของพัดลมเท่าๆ เดิม หากเราใช้คนเดียว ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดซ้าย ให้จ่อมาที่ตัวเราโดยตรงได้เลย เมื่อใช้เสร็จแล้วอย่าลืมถอดปลั๊กด้วยนะ

ช่วยประหยัดไฟ : 18 บาท คิดเป็น 0.4%

7.หลอดไฟฟ้า LED

คำแนะนำ : ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น หากบ้านไหนที่ช่างเขาทำสวิทซ์รวมประมาณว่า เปิดทีเดียว ติด 4 ดวง อันนี้ก็อาจจะต้องวางแผนระยะยาวก็คือ ให้ช่างมาแยกสวิทซ์ดูตามความเหมาะสมก็ได้ครับ หรือจะไปเลือกใช้พวกหลอดไฟอัจฉริยะแทนก็ได้ สามารถสั่งปิดไฟผ่านเสียง หรือกดปิดจากมือถือได้ รวมถึงสามารถปรับเพิ่มลดความสว่างได้ด้วย ซึ่งก็ช่วยประหยัดไฟได้อีกระดับหนึ่ง แต่เราก็จะมีค่าใช้จ่ายกับราคาหลอดไฟอัจฉริยะที่แพงกว่าหลอดปกตินะครับ อันนี้ลองพิจารณากันให้ดี

ช่วยประหยัดไฟ : 11 บาท คิดเป็น 0.2%

8.เตารีดไฟฟ้า

คำแนะนำ : ควรรีดผ้าพร้อมๆ กันทีละมากๆ เพื่อให้เราเปิดใช้งานเตารีดในครั้งเดียวไปเลย ใครที่มีการใช้น้ำผ้ารีดผ้า ควรฉีดผ้าทั้งหมดเตรียมเอาไว้ก่อน แล้วค่อยรีด และเมื่อรีดใกล้เสร็จ เช่น เหลืออีกแค่ 1 – 2 ตัว ก็อาจจะปิดเตารีดเลยก็ได้ และใช้ความร้อนที่เหลืออยู่ แนะนำว่าควรรีดพวกเสื้อผ้าที่รีดง่ายๆ ไว้ตอนท้ายๆ นะครับ

9.ปั๊มน้ำ

คำแนะนำ : ใช้น้ำแบบประหยัดขึ้นอย่างน้อย 10% เพื่อช่วยลดการทำงานของปั๊มน้ำ เช่น เคยล้างรถทุกวัน อาจจะล้างเป็นสัปดาห์ละ 1 ครั้งแทน รวมถึงรดน้ำต้นไม้ อาจจะเลือกรดน้ำในช่วงหัวค่ำวันเว้นวันแทน

10.เครื่องซักผ้า

คำแนะนำ : ควรซักผ้าพร้อมกันครั้งละมากๆ เท่าที่เครื่องรองรับได้ หากเสื้อผ้าตัวไหนมีรอยเปื้อนมาก แนะนำให้ทำความสะอาดคราบก่อนใส่เครื่องซักผ้าด้วย เพราะถ้าเราซักผ้าพร้อมๆ กันเยอะๆ ผ้าจะไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ และอย่าลืมแยกผ้าสีเข้ม กับอ่อนด้วยนะ

สำหรับข้อ 8 , 9 , 10 ช่วยประหยัดไฟ : 11 บาท คิดเป็น 0.2%

และทั้งหมดนี้ก็เป็นคำแนะนำการประหยัดไฟฟ้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งอ่านแล้วอาจจะไม่ได้ตรงกับความเป็นจริง 100% เพราะแต่ละบ้าน และวิธีการใช้งานแต่ละคนก็แตกต่างกันไปครับ แต่อยากให้รับทราบเป็นแนวทาง เอาที่เราพอจะทำได้ และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ติดขัดใดๆ ก็พอ ซึ่งทำแล้ว รับรองว่าประหยัดไฟขึ้นแน่นนอน จะได้เอาเงินที่ประหยัดได้ ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นๆ กันต่อครับ

อ้างอิงข้อมูล : กระทรวงพลังงาน
ภาพประกอบ : freepik

ปลูกป่าสร้างเงิน ขายคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้แบบยั่งยืน อัปเดต 2025

ในยุคที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ โครงการและมาตรการต่างๆ จึงถูกผลักดันขึ้นมาเพื่อลดการปล่อยก๊าซเหล่านี้ หนึ่งในแนวทางที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่จับตามองคือ "การปลูกป่าและการอนุรักษ์ป่าไม้" ไม่ใช่แค่เพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรง แต่ยังสามารถสร้าง "คาร์บอนเครดิต"…

รู้จัก แบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟตชาร์จเร็ว 6C รุ่นแรกของโลก ชาร์จ 5 นาที วิ่งได้ 200 โล

การพัฒนาแบตเตอรี่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่ามีข่าวคราวออกมาอยู่ตลอดว่า มีการเปิดตัวแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ซึ่งมักจะระบุเอาไว้เลยว่ามีขนาดเท่าไหร่ ติดตั้งกับรถแล้ววิ่งได้ระยะทางสูงสุดเท่าไหร่ และล่าสุดก็มีการเปิดตัวแบตเตอรี่รุ่นใหม่ออกมา แต่คราวนี้มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร เพราะเป็นแบตเตอรี่แบบชาร์จไว้ ชาร์จ 5…

รู้จัก BESS ระบบกักเก็บพลังงานสำคัญ เสริมความมั่นคงไฟฟ้าไทยในยุคพลังงานสะอาด

Battery Energy Storage System หรือที่เรียกย่อว่า BESS คือระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ระบบพลังงานมีความมั่นคง และรองรับการเปลี่ยนแปลงของแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม…