News & Update

บอร์ด EV’ ชง ครม.ก่อนยุบสภาฯ ปรับมาตรการดึง ‘ค่ายรถ’ ลงทุนรถไฟฟ้าในไทยเพิ่ม

บอร์ดอีวี เตรียมชง ครม.สัปดาห์หน้า เคาะแพคเกจฉบับปรับปรุง เร่งเสนอก่อนยุบสภา รองรับค่ายรถทุกค่ายในโลกลงทุนไทย เล็งยืดเวลาผลิตรถทดแทนการนำเข้าจาก 2 ปี เป็น 3 ปี ค่ายรถกลุ่มเดิมไม่เสียเปรียบ เปลี่ยนมาเข้ามาตรการใหม่ได้ พร้อมซอยประเภทรถที่รับเงินอุดหนุนให้ละเอียดขึ้น

มาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ (EV) ได้รับผลตอบรับที่ดี โดยเฉพาะมาตรการรอบแรก หรือ EV1 ที่เป็นการอุดหนุนเงินให้ผู้บริโภคผ่านค่ายรถ โดยอุดหนุนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคันละ 18,000 บาท รวมทั้งอุดหนุนรถยนต์และรถกระบะไม่เกินคันละ 150,000 บาท ในระหว่างปี 2565-2568 และล่าสุดได้มีมาตรการ EV2 เพื่อสนับสนุนการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่วงเงิน 24,000 ล้านบาท

ขณะนี้ได้มีการจัดทำมาตรการ EV3 ที่จะเป็นใช้ในปี 2567 โดยคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ได้ประชุมเมื่อวันที่ 7 มี.ค.2566 เห็นชอบมาตรการส่งเสริม EV ชุดที่ 3 หรือ EV3 โดยเป็นการปรับรายละเอียดจากมาตรการ EV2 ดังนี้

1.ปรับวงเงินสนับสนุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า จากเดิมที่กำหนดสูงสุดไม่เกินคันละ 150,000 บาท รวมทั้งจะมีการปรับประเภทรถที่รับการอุดหนุนเงินให้ละเอียดมากขึ้น โดยเทียบกับมาตรการปัจจุบันที่รถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่ต่ำกว่า 30 kWh ได้รับอุดหนุน 70,000 บาท และรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดเกิน 30 kWh ได้รับการสนับสนุนคันนะ 150,000 บาท ซึ่จะปรับรายละเอียดประเภทรถที่รับการอุดหนุน

2.การปรับเงื่อนไขการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า ซึ่งมาตรการปัจจุบันกำหนดให้บริษัทรถนำเข้าที่ขอรับเงินอุดหนุนต้องเริ่มผลิตรถชดเชยใน 2 ปี เท่ากับจำนวนการนำเข้า CBU ในอัตราการนำเข้าต่อการผลิตในประเทศที่ 1.0 ต่อ 1.5 คัน 

ทั้งนี้ จะปรับให้การผลิตทดแทนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยจากเดิมกำหนดให้มีการผลิตทดแทนภายใน 2 ปี ปรับเป็นภายใน 3 ปี แต่มีเงื่อนไขอัตราส่วนการผลิตทดแทนที่สูงขึ้น

3.ปรับมาตรการสนับสนุนตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ที่กำหนดวงเงินไว้ 24,000 ล้านบาท โดยจะลงรายละเอียดงบประมาณที่สนับสนุนในแต่ละปี และกำหนดวงเงินที่สนับสนุนตั้งแต่ระดับ 1-8 กิกะวัตต์

“สรรพสามิต-อุตฯ”หารือเพิ่ม

แหล่งข่าวจากบอร์ด EV กล่าวว่า กรมสรรพสามิตและกระทรวงอุตสาหกรรมกำลังหารือรายละเอียดในการปรับมาตรการดังกล่าวให้เป็นมาตรการ EV3 เพื่อเสนอนายสุพัฒนพงษ์ ก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 14 มี.ค.2566 โดยที่ประชุมบอร์ด EV เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบในหลักการ แต่ยังมีรายละเอียดบางส่วนที่ยังเห็นไม่ตรงกันจึงให้กรมสรรพสามิตและกระทรวงอุตสาหกรรมหารือกันอีกครั้ง

มั่นใจยอดยอดจองรถปีนี้พุ่ง

แหล่งข่าว กล่าวว่า เหตุผลสำคัญของการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าครั้งนี้ เพราะบอร์ด EV พิจารณาเห็นว่าหลังจากที่ออกมาตรการอุดหนุนการซื้อรถไฟเมื่อปี 2565 ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และความต้องการภายในประเทศยังมีอีกมาก 

ทั้งนี้ ในปี 2565 มียอดจองรถ EV มากกว่า 20,000 คัน และในเดือน ก.พ.2566 มียอดจดทะเบียนรถ EV มากถึง 5,000 คัน ซึ่งฝ่ายนโยบายมั่นใจว่าปีนี้ยอดจองรถรถยนต์ไฟฟ้าจะมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยจะเริ่มเห็นสัญญาณจากงานมอเตอร์โชว์ที่จะถึงในเดือน เม.ย.นี้

สำหรับความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ทำให้หลายค่ายรถเริ่มเห็นโอกาสในการลงทุนผลิตรถรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ และต้องการที่จะเข้าร่วมโครงการส่งเสริมของภาครัฐ 

รวมทั้งรัฐบาลได้ประเมินว่าผลจากนโยบายที่สนับสนุนมีส่วนสำคัญ เช่น การให้เงินอุดหนุนกับค่ายรถที่จำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าคันละ 70,000-150,000 บาท รวมทั้งมาตรการทางด้านภาษีที่สนับสนุนเว้นอากรนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญ และมาตรการสนับสนุนอื่นถือว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ค่ายรถตัดสินใจใช้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

ทั้งนี้ หากมีการเปิดส่งเสริมรอบใหม่ก็ควรมีการปรับเงื่อนไขและรายละเอียดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้ามีการพัฒนามากขึ้น ซึ่งการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขและกำหนดการส่งเสริมในแพคเกจการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าชุดใหม่จะทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มาจากค่ายรถยนต์ทั่วโลก

ชี้ค่ายรถกลุ่มแรกไม่เสียเปรียบ

ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ผู้แทนการค้าไทย ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และหัวหน้าทีมปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 มี.ค.2566 บอร์ด EV จะนำมติที่ประชุมเรื่องมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติมเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพราะเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายจึงต้องนำเสนอก่อนการยุบสภา เพราะรัฐบาลรักษาการไม่สามารถทำได้

ทั้งนี้ การปรับมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าครั้งนี้จะปรับให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีการผลิตรถเพื่อทดทนการนำเข้า เช่น ขยายเวลาให้ผู้ผลิตรายใหม่ที่เข้ามาจะต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายใน 3 ปี จากเดิมภายใน 2 ปี ซึ่งเป็นการยืดเวลาให้แต่ต้องผลิตเพิ่มขึ้น โดยจะไม่ทำให้บริษัทที่เข้าร่วมรอบแรกได้เปรียบหรือเสียเปรียบ และอยู่บนหลักการที่แต่ละบริษัทมีความพร้อมไม่เหมือนกัน แต่รายเดิมปรับมาขอเข้าโครงการรอบใหม่ได้

นอกจากนี้จะเสนอขอให้ ครม.อนุมัติในหลักการที่รัฐบาลจะเข้าไปสนับสนุนเงินสำหรับการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย โดยขอเป็นหลักการเพื่อให้สามารถไปเจรจาต่อได้ โดยมั่นใจว่าไทยจะสามารถดึงผู้ผลิตรายใหญ่มาได้

สำหรับมาตรการที่นำเสนอเพื่อดึงบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหม่เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานผลิต เพื่อไทยจะสามารถเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ ภายหลังช่วง 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย แล้วจุดติดเร็วมาก ปัจจุบันมีวิ่งในท้องถนนแล้วกว่า 10,000 คัน และที่จองแล้วรอรับรถอีก 36,000-37,000 คัน

“ขณะนี้มีความต้องการใช้แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 300 กิโลวัตต์ สูงในระดับที่ทำให้ต้นทุนการผลิตถูกลงได้ ขณะที่อินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นประเทศคู่แข่งเพิ่งมีรถยนต์ไฟฟ้าวิ่งในท้องถนนเพียง 600 คันเท่านั้น”

Source : กรุงเทพธุรกิจ

โครงการ ฮักโลก เดินหน้ามุ่งสร้างโลกสีเขียวอย่างยั่งยืน

คณะกรรมการพลังงาน หอการค้าไทย ร่วมกับ กลุ่มเซ็นทรัล นำโดย เซ็นทรัล รีเทล พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน เปิดตัว โครงการ ฮักโลก (Hug The Earth) เดินหน้ามุ่งสร้างโลกสีเขียวอย่างยั่งยืน…

เปลี่ยนโลก ‘วิดีโอเกม’ สู่สีเขียว เริ่มง่ายๆ ด้วย ‘เกมเมอร์’

ผลการศึกษาจำนวนมากบ่งชี้ว่า ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ผลิตคอนโซลเกม ไปจนถึงปริมาณการใช้พลังงานของคลาวด์เกมมิง อาจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่สายเกินแก้ที่จะปรับปรุงความยั่งยืนภายในอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถเริ่มได้ง่ายๆ ด้วยตัวผู้เล่นเอง เอิร์ธดอตโออาร์จี (EARTH.ORG) เผยว่า อุตสาหกรรมวิดีโอเกมกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ…

กทม.เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมทิ้งขยะ ตุลาคม 2568 นี้! ไม่แยก = จ่ายแพง

21 เมษายน 68 กทม.นำร่อง 6 เขต ทดลองมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมทิ้งขยะ สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการบ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม…