อะลูมิเนียม-ซัลเฟอร์ แบตเตอรี่ชนิดใหม่ถูกคิดค้นโดยนักวิจัยจาก MIT วัสดุหาง่าย ต้นทุนต่ำ เพื่อทดแทนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีราคาแพงและยังส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

โลกพลังงานในปัจจุบัน มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น มีพลังงานใหม่ ๆ ถูกคิดค้นและนำมาใช้มากขึ้น แต่แน่นอน มนุษย์เรายังไม่ละเลิกการใช้พลังงานจากทรัพยากรธรรมชาติอย่างถ่านหินไปได้ง่าย ๆ แต่ในเมื่อเทรนด์พลังงานของโลกกำลังเดินหน้าสู่ความยั่งยืนและการมองหาพลังงานสะอาด เราจึงต้องก้าวต่อไปเพื่อหาพลังงานทดแทนที่เหมาะสม

ตอนนี้เรามีพลังงานสะอาดเยอะมากพอสมควร เพื่อรองรับกับความต้องการพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างเต็มที่ พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดจึงเป็นที่ใฝ่ปองของเหล่านักลงทุนทั้งหลาย นั่นจึงทำให้ทุกวันนี้เรามีพลังงานแสงอาทิตย์ โซลาร์เซลล์ พลังงานลมจากกังหันลม พลังงานน้ำจากเขื่อน และอีกมากมาย

นักวิจัยคิดค้น แบตเตอรี่ชนิดใหม่ อะลูมีเนียมซัลเฟอร์ วัสดุหาง่าย ต้นทุนต่ำนักวิจัยคิดค้น แบตเตอรี่ชนิดใหม่ อะลูมีเนียมซัลเฟอร์ วัสดุหาง่าย ต้นทุนต่ำ

ยานยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่เราอาศัยพลังของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และปัจจุบันก็มีราคาที่แพงเกินไปสำหรับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ และพลังงานอื่น ๆ ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่อีกมาก แต่จะทำอย่างไรดีที่เราจะมีพลังงานไฟฟ้าใช้ที่สามารถหาส่วนผสมได้จากวัสดุรอบตัว มีจำนวนมาก และมีราคาไม่แพง นี่จึงเป็นไอเดียด้านพลังงานแบบใหม่จากนักวิจัย MIT

พลังงานแบตเตอรี่ใหม่นี้มีชื่อว่า แบตเตอรี่อะลูมิเนียม-ซัลเฟอร์ (aluminum-sulphur batteries) เป็นแบตเตอรี่ที่ได้มีการทดลองใช้งานจริงและคาดว่าจะทดลองนำเข้าสุ่ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2023 นี้ด้วย ซึ่งการทดลองนี้ได้เผยแพร่ลงวารสาร Nature ในบทความของศาสตราจารณ์โดนัลด์ ซาโดเวย์ (Donald Sadoway) และนักวิจัยร่วมอีก 15 คนจาก MIT

ความตั้งใจแรกของซาโดเวย์คือ การประดิษฐ์อะไรก็ได้ที่ดีกว่า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สำหรับใช้ในยานยนต์ แต่ต้องทำจากวัสดุที่หาง่าย มีจำนวนมากอยู่รอบตัว และต้นทุนต้องต่ำกว่าอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะแพงแล้ว แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีอิเล็กโทรไลต์ที่ติดไฟได้ ทำให้ไม่เหมาะสมกับการขนส่ง ดังนั้นอะไรกันที่จะสามารถข้อจำกัดเหล่านั้นได้

ซาโดเวย์จึงได้เริ่มศุกษาตารางธาตุที่เราท่องจำกันตอนมัธยมอีกครั้ง เพื่อมองหาโลหะราคาถูกและมีอยู่จำนวนมากบนโลกเพื่อทดแทนลิเธียม และเขาก็พบว่า โลกที่มีมากเป็นอันดับ 2 ในตลาด และเป็นโลหะที่มีมากที่สุดในโลก นั่นคืออะลูมิเนียม แต่อะลูมิเนียมไม่สามารถอยู่เดี่ยวเพื่อให้พลังงานได้หรอกจริงไหม และอะไรกันที่จะมาเป็นอิเล็กโทรดอีกขั้วหนึ่ง และอิโทรไลต์ชนิดไหนกันที่สามารถนำมาใส่ระหว่างนั้นเพื่อให้ไอออนเคลื่อนที่ไปมาระหว่างชาร์จและการคายประจุได้

อิเล็กโทรดที่ 2 ที่ซาโดเวย์ค้นพบคือ กำมะถัน หนึ่งในอโลหะที่มีราคาถูกที่สุด ส่วนอิเล็กโทรไลต์ เราต้องคำนึงถึงของเหลวที่ไม่ใช่อินทรีย์ระเหยง่ายและต้องไม่ติดไฟ เพราะอาจเกิดอันตรายระหว่างใช้งานได้ ซึ่งที่พวกเขานึกออกคือเกลือ พวกเขาได้ทดลองนำเกลือหลายชนิดที่มีจุดหลอมเหลวค่อนข้างต่ำ และก็พบว่าเกลือนี่แหละทำได้เหมือนกัน โดยเกลือที่เลือกใช้คือ เกลือคลอโร-อะลูมิเนต

อะลูมิเนียม กัมมะถัน และเกลือ Cr. Rebecca Miller, courtesy of MIT

อะลูมิเนียม กัมมะถัน และเกลือ Cr. Rebecca Miller, courtesy of MIT

ตอนนี้เราได้ส่วนผสมสามอย่างสำหรับทำแบตเตอรี่แล้ว ที่ทั้งราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย นั่นคือ อะลูมิเนียม ซึ่งไม่ต่างจากกระดาษฟอยล์ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต กำมะถัน ซึ่งมักเป็นของเสียจากกระบวนการต่างๆ เช่น การกลั่นปิโตรเลียม และเกลือที่มีอยู่ทั่วไป ส่วนผสมทั้ง 3 ที่ลงตัว มีราคาถูกและปลอดภัย มันไม่สามารถเผาไหม้ได้

การทดลองขั้นต่อไปคือ การลองนำไปชาร์จไฟ จากการทดลองของทีมงาน แบตเตอรี่สามารถทดได้หลายร้อยรอบด้วยอัตราการชาร์จที่สูงเป็นพิเศษ โดยมีค่าใช้จ่ายต่อเซลล์ประมาณ 1 ใน 6 ของราคาเซลล์ลิเยมไอออนที่เทียบเคียงได้ อัตราชาร์จขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในการทำงาน โดยหากใช้อุณหภูมิ 110 องศาเซลเซียส จะอสดงอัตราชาร์จที่เร็วกว่าระดับองศาที่ 25 องศาเซลเซียสถึง 25 เท่า

ยิ่งไปกว่านั้น แบตเตอรี่ไม่ต้องใช้แหล่งความร้อนภายนอกเพื่อรักษาอุณหภูมิในการทำงาน ความร้อนเกิดขึ้นตามธรรมชาติทางไฟฟ้าเคมีโดยการชาร์จและคายประจุแบตเตอรี่

“เมื่อคุณชาร์จ คุณจะสร้างความร้อน และนั่นทำให้เกลือไม่แข็งตัว จากนั้นเมื่อคุณระบายออก มันก็สร้างความร้อนด้วย” ซาโดเวย์ กล่าว

เขากล่าวว่าสูตรแบตเตอรี่ใหม่นี้เหมาะสำหรับการติดตั้งขนาดประมาณที่จำเป็นสำหรับจ่ายไฟให้กับบ้านเดี่ยวหรือธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง โดยผลิตตามคำสั่งของความจุไม่กี่สิบกิโลวัตต์-ชั่วโมง ขนาดที่เล็กลงของแบตเตอรี่อะลูมิเนียม-ซัลเฟอร์ยังทำให้ใช้งานได้จริง เช่น สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

นักวิจัยคิดค้น แบตเตอรี่ชนิดใหม่ อะลูมีเนียมซัลเฟอร์ วัสดุหาง่าย ต้นทุนต่ำนักวิจัยคิดค้น แบตเตอรี่ชนิดใหม่ อะลูมีเนียมซัลเฟอร์ วัสดุหาง่าย ต้นทุนต่ำ

ท้ายที่สุด เทคโนโลยีนี้ได้ตกเป็นของบริษัทที่ชื่อว่า Avanti ที่มีผู้ร่วมก่อตั้งคือ ซาโดเวย์เองกับ Luis Ortiz ’96 ScD ’00 ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Ambri บริษัทแบกย่อยสำหรับแบตเตอรี่โลหะเหลมที่ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อหลายปีก่อนของ ซาโดเวย์ด้วยเช่นกัน

พวกเขาคาดหวังว่า ภายในปีหน้ามันจะสามารถทดลองจนได้ผลสำเร็จที่มีคุณภาพมากขึ้น และสามารถออกสู่ตลาดได้ภายในปี 2023 คุณล่ะคิดว่าแบตเตอรี่ตัวนี้เป็นอย่างไรบ้าง สำหรับการรองรับอนาคตยานยนต์ EV แต่สำหรับผู้เขียนคือต้องดูกันไปยาว ๆ เราไม่อาจรู้ได้ว่าผลกระทบจากแบตเตอรี่ในอนาคตนี้จะส่งผลอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อมบ้างหรือไม่

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

หลังจากซาโดเวย์ได้เผยแพร่กลยุทธ์ของแบตเตอรี่ตัวนี้ออกไป มีคำถามถามเข้ามาเยอะมาก โดยเฉพาะการถามถึงเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้กำมะถัน จะเสี่ยงเกิดกลิ่นเหม็นหรือเปล่า ซึ่งเขาตอบอย่างมั่นใจเลยว่า ไม่แน่นอน เขาอธิบายว่า “กลิ่นไข่เน่าอยู่ในแก๊สไข่เน่า นี่คือธาตุกำมะถัน และมันจะถูกปิดล้อมอยู่ภายในเซลล์” หากคุณพยายามเปิดเซลล์ลิเธียมไอออนในครัวของคุณ เขากล่าว (และโปรดอย่าทำที่บ้าน!)

“ความชื้นในอากาศจะทำปฏิกิริยาและคุณจะเริ่มสร้างกลิ่นเหม็นทุกประเภท ก๊าซเช่นกัน คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่ถูกต้อง แต่แบตเตอรี่ปิดสนิท ไม่ใช่ภาชนะเปิด ดังนั้นฉันจะไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้น”

ที่มาข้อมูล

Researchers develop a new kind of battery, made entirely from abundant and low-cost material : thebrighterside.news

Fast-charging aluminium–chalcogen batteries resistant to dendritic shorting : Nature

New aluminum-sulphur battery developed to lower cost of energy storage : mining.com

Source : Spring News

สงครามข้ามปีรัสเซีย-ยูเครน ปลุกตลาดโซลาร์รูฟเข้าสู่ยุคหลังคาทำเงินเต็มรูปแบบ อสังหาฯปี’66 แข่งสร้างจุดขาย “แสนสิริ” จุดพลุติดตั้ง 100% “เสนาฯ” ชูไฮไลต์ซื้อบ้านพ่วงสัญญาขายไฟ 10 ปี “เพอร์เฟค-คุณาลัย-เอสซีฯ-ศุภาลัย-แอสเซทไวส์-บริทาเนีย-แลนด์ฯ” ผนึกพันธมิตรผลิตไฟสะอาด เปิดโมเดลศึกษา 25 ปี ประหยัดค่าไฟบวกขายไฟคืนรัฐเฉลี่ย 4.7-7.7 แสน

สงครามข้ามปีระหว่างรัสเซีย-ยูเครน เป็นปัจจัยเร่งให้พลังงานทางเลือกเติบโตตั้งแต่ปี 2565 และเป็นเทรนด์บูมต่อเนื่องในปี 2566 โครงการอสังหาฯได้แข่งกันสร้างจุดขายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปอย่างคึกคัก โดยเจ้าของที่อยู่อาศัยรับประโยชน์ 2 ต่อจากโซลาร์รูฟ เพราะ 1.เป็นตัวช่วยให้ประหยัดค่าไฟฟ้าในครัวเรือน 2.ถ้าพลังงานไฟฟ้าเหลือสามารถขายคืนเข้าระบบได้อีกด้วย

กราฟฟิกโซลาร์รูฟ

เทคโนโลยีถูกลง+ขายไฟแพงขึ้น

ปัจจุบันการติดตั้งหลังคาทำเงิน (โซลาร์รูฟ) ในหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมมีต้นทุนถูกลงเมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน แบ่งการติดตั้ง 3 ระบบ คือ 1.ระบบออนกริด สามารถใช้งานได้ 2 ฝั่ง ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์และจากการไฟฟ้าโดยตรง 2.ระบบออฟกริด ใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว กักเก็บไว้ในแบตเตอรี่ 3.ระบบไฮบริด ใช้งานได้ 3 ทาง ทั้ง 3 ระบบมีต้นทุนค่าติดตั้งอยู่ที่ 169,000 บาท

จากผลการศึกษาของศูนย์วิจัย Krungthai Compass ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2556 ราคาแผงโซลาร์ในไทยลดลง 66% ประกอบกับราคารับซื้อไฟของภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 บาท/หน่วย จากเดิม 1.68 บาท/หน่วย ทำให้ระยะเวลาคืนทุนโซลาร์รูฟท็อปเร็วขึ้นจาก 17-30.3 ปีในปี 2556 ร่นเหลือ 6.1-13.9 ปีในปี 2564 แนวโน้มอาจเหลือเพียง 5.3-12 ปีภายในเวลาไม่กี่ปีจากนี้ เนื่องจากราคาแผงโซลาร์มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง

ขณะที่ “LWS-ลุมพินีวิสดอม” สำรวจพบว่า ปัจจุบันราคาแพ็กเกจติดตั้งโซลาร์รูฟต่ำสุดตั้งแต่ 1.6 Kw (กิโลวัตต์) ไปจนถึง 10 Kw มีต้นทุนติดตั้งเฉลี่ย 89,000-99,000 บาท/1.6 Kw (กิโลวัตต์) อายุการใช้งานเฉลี่ย 15-25 ปี คืนทุนใน 5 ปี ประหยัดค่าไฟฟ้า 1,500 บาท/เดือน

กรณีติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 1.6 Kw สามารถผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้งานอุปกรณ์พื้นฐานในบ้าน เช่น หลอดไฟ 10 หลอด ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และทีวีอย่างละ 1 เครื่อง ใช้พื้นที่ติดตั้ง 8-11 ตารางเมตร เหมาะกับบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์
กรณีติดตั้ง 3.2 Kw คืนทุน 5 ปี ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 945,295 บาทภายใน 25 ปี เฉลี่ยประหยัดค่าไฟฟ้าปีละ 37,811.8 บาท หรือ 3,150.98 บาท/เดือน จึงเป็นระบบที่ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาว

แสนสิริจุดพลุติดตั้ง 100%

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในปี 2566 แสนสิริเดินหน้าติดตั้ง solar roof ในบ้านเดี่ยวทุกหลัง ทุกโครงการใหม่ ในทุกระดับราคา 100% รวมทั้งสิ้น 1,825 หลัง

แบ่งเซ็กเมนต์ ดังนี้ บ้านเดี่ยวราคาต่ำกว่า 8 ล้านบาทภายใต้แบรนด์สราญสิริ อณาสิริ คณาสิริ จะติดตั้งโซลาร์รูฟขนาด 1.38 Kwp (กิโลวัตต์สูงสุด) จำนวน 1,300 หลัง, บ้านเดี่ยวราคา 8 ล้านบาทขึ้นไปภายใต้แบรนด์เศรษฐสิริ บุราสิริ เดมี่ บูก้าน นาราสิริ ฯลฯ จะติดตั้งขนาด 1.84 Kwp จำนวน 525 หลัง

เป้าหมาย 3 ปี (2565-2567) มีการติดตั้งรวม 12,000 หลัง ประเมินอายุการใช้งานแผงโซลาร์รูฟ 25 ปี/หลัง ช่วยลูกบ้านประหยัดค่าไฟฟ้ารวมกันได้มากถึง 1,600 ล้านบาท ช่วยลดก๊าซคาร์บอน 8,000 ตันเทียบเท่าปลูกต้นไม้ 535,000 ต้น หรือปลูกป่า 2,673 ไร่

ล้ำหน้า “กระเบื้องลอนโซลาร์”

ทั้งนี้ แสนสิริตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์รูฟเพื่อผลิตไฟฟ้าป้อนพื้นที่ส่วนกลางทุกโครงการใหม่ในปีนี้ ทั้งบ้านและคอนโดฯ รวม 46 โครงการ หลังนำร่องไฟส่องสว่างในสวนแล้ว 34 โครงการช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีผลทำให้พื้นที่ส่วนกลางทั้งปั๊มน้ำ, สระว่ายน้ำ, สำนักงานนิติบุคคล, ระบบแอร์ในคลับเฮาส์, เครื่องระบายอากาศในห้องน้ำ ประหยัดค่าไฟได้ปีละ 1-1.7 แสนบาท/โครงการ

ล่าสุด แสนสิริร่วมมือกับบริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ จำกัด (ION Energy) นำนวัตกรรมใหม่ 2-in-1 solar roof tile กระเบื้องลอนโซลาร์ ตั้งเป้าติดตั้งในคลับเฮาส์โครงการลักเซอรี่แบรนด์ “บ้านแสนสิริ บางนา” ในปี 2567 และร่วมกับพันธมิตรด้านพลังงาน ทำ R&D พัฒนาแบตเตอรี่เก็บไฟจากพลังงานสะอาดในบ้านภายในปี 2573 ในราคาที่เข้าถึงได้ จากปัจจุบันที่แบตเตอรี่ยังมีราคาสูงมาก

บ้านเสนา+สัญญาขายไฟ 10 ปี

ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า เสนาฯนับเป็นผู้บุกเบิกการติดตั้งโซลาร์รูฟในโครงการที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน มีการติดตั้งทั้งหมด 47 โครงการ แบ่งเป็น คอนโดฯ 22 โครงการ บ้านแนวราบ 25 โครงการ รวมกว่า 700 หลังคาเรือน คิดเป็นการผลิตไฟฟ้า 2,000 กิโลวัตต์

ในปี 2565 บริษัทลงทุนด้านพลังงานมากขึ้นอีก 600 ล้านบาท และเตรียมความพร้อมยื่นขอสิทธิให้กับลูกบ้านผ่านโครงการโซลาร์ภาคประชาชน โฟกัสกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อระดับกลาง พนักงานประจำ ที่ซื้อทาวน์เฮาส์ราคาไม่แพง โดยล่าสุดเพิ่งเปิดขายทาวน์เฮาส์แบรนด์เสนาวีว่า ฉลองกรุง-ลาดกระบัง บนเนื้อที่ 15 ไร่เศษ ราคาเริ่มต้น 2.6 ล้านบาท นำเสนอออปชั่นติดตั้งโซลาร์รูฟ เป็นโครงการร่วมทุนกับกลุ่มฮันคิว ฮันชิน ประเทศญี่ปุ่น

รายละเอียด “Sena solar house บ้านพร้อมสัญญาขายไฟ 10 ปี” ผ่านโครงการโซลาร์ภาคประชาชน มีทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ ราคาเริ่ม 2.5-12 ล้าน แบ่งเป็น ติดตั้งในทาวน์โฮมเริ่มต้น 1.28 กิโลวัตต์, บ้านเดี่ยวเริ่มต้น 2 กิโลวัตต์, อาคารพาณิชย์/ร้านค้าเริ่มต้น 3.5 กิโลวัตต์

25 ปีคำนวณคุ้มค่า 4-7 แสน

ดร.เกษรากล่าวว่า เสนาฯจัดทำโมเดลกรณีศึกษาความคุ้มค่าการติดตั้งโซลาร์รูฟ 3 กิโลวัตต์ ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานการใช้งานทั่วไป แบ่งผู้ใช้ 3 กลุ่ม ดังนี้

1.กลุ่มทำงานที่บ้านหรือ work from home มีอัตราเฉลี่ยใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ 3.5 ชั่วโมง/วัน หรือ 116.5 ชั่วโมง/เดือน อายุการใช้งานแผงโซลาร์ 25 ปี มีสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า 10 ปี คำนวณจากค่าไฟฟ้าปัจจุบันที่ 4.40 บาท/หน่วย คาดการณ์อัตราเพิ่มขึ้นค่าไฟปีละ 2% ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 742,036 บาท ทั้งยังขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือเป็นเวลา 10 ปี ที่ราคา 2.20 บาท/หน่วย สร้างผลตอบแทน 30,492 บาท ทำให้ประหยัด และมีรายได้จากการขายไฟฟ้าทั้งสิ้น 772,528 บาท

2.กลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก คนทำงานนอกบ้าน เฉลี่ยใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ 2.5 ชั่วโมง/วัน หรือ 97.5 ชั่วโมง/เดือน สามารถประหยัดค่าไฟฟ้า 621,018 บาท ขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือเป็นเวลา 10 ปี สร้างผลตอบแทน 45,540 บาท ทำให้เกิดความคุ้มค่าโดยรวมจากการประหยัดและรายได้ขายไฟทั้งสิ้น 666,558 บาท

3.กลุ่มคนทำงานนอกบ้าน เฉลี่ยใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ 1 ชั่วโมง/วัน หรือ 63 ชั่วโมง/เดือน สามารถประหยัดค่าไฟ 401,273 บาท พร้อมทั้งขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือเป็นเวลา 10 ปี สร้างผลตอบแทน 72,864 บาท จะทำให้เกิดความคุ้มค่าโดยรวมทั้งสิ้น 474,137 บาท

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” สำรวจการลงทุนติดต้้งโซลาร์รูฟให้เป็นจุดขาย พบว่า บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จํากัด (มหาชน) ติดตั้งโซลาร์รูฟให้กับบ้านรุ่นใหม่ในโครงการเพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ 3 โครงการ ขนาด 3.21 Kwp (กิโลวัตต์สูงสุด) ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าปีแรก 20,700 บาท และเพอร์เฟค เพลส 8 โครงการ ขนาด 1.6 Kwp ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าปีแรก 10,300 บาท

บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (green loan) จากธนาคารยูโอบี ติดตั้งแผงโซลาร์รูฟ 4 โครงการ มีพื้นที่ติดตั้งรวม 2,711 ตารางเมตร ผลิตไฟฟ้า 511 กิโลวัตต์ อาทิ ติดตั้งในคอนโดฯ เคฟ ทียู (Kave TU) พื้นที่ 864 ตารางเมตร แล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายน 2565 ผลิตไฟฟ้า 178 กิโลวัตต์, คอนโดฯ เคฟ ทาวน์ ชิฟท์ (Kave Town Shift) ติดตั้งแผงพื้นที่ 969 ตารางเมตร แล้วเสร็จเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ผลิตไฟฟ้า 150 กิโลวัตต์

บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) วางแผน 3 ปี (2565-2567) ลงทุนหมู่บ้านพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์ วิลเลจ โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวแบรนด์ “แกรนด์ บริทาเนีย” เน้นติดตั้งโซลาร์รูฟพื้นที่โครงการ 30-50 ไร่ รวม 100-200 หลัง ในทำเลกรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดยดีไซน์มีความเหมาะสมติดตั้งโซลาร์รูฟเนื่องจากเป็นบ้านเดี่ยว มีหลังคารูปทรงปั้นหยา สามารถนำแผงโซลาร์เซลหันหน้ารับแสงอาทิตย์ในทิศทางที่เหมาะสมได้อย่างเต็มที่

โดยติดตั้งระบบ on-grid ผลิตไฟฟ้าส่งเข้าสู่บ้านโดยตรง เลือกสลับการใช้ไฟโซลาร์หรือใช้ไฟจากการไฟฟ้าก็ได้ มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 5 Kw รองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน ได้แก่ หลอดไฟ 10 วัตต์ 10 ดวง, ตู้เย็น 10 คิว 1 เครื่อง, ทีวี 50 นิ้ว 3 เครื่อง และเครื่องปรับอากาศ 12,000 บีทียู 4 เครื่อง

บริษัท วิลล่า คุณาลัย จํากัด (มหาชน) ติดตั้งโซลาร์รูฟโครงการคุณาลัย พรีม บางบัวทอง จำนวน 40 หลัง ช่วยลดค่าไฟให้ลูกค้าเฉลี่ย 1,500 บาท/เดือน ตั้งเป้าปี 2564-2566 เดินหน้าติดตั้งเพิ่มไม่ต่ำกว่า 50-60% ของโครงการบ้านทั้งหมด

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ 4 พันธมิตร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ติดตั้งโซลาร์รูฟนำร่องโครงการ “ศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ รังสิต คลอง 2” โดยคัดเลือกลูกค้าจากความสมัครใจและปริมาณการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 4,000 บาท/เดือน ใช้งบฯลงทุนติดตั้งเฉลี่ย 200,000 บาท ตั้งเป้า
ติดตั้งโซลาร์รูฟ 500,000 หลังทั่วประเทศ
ภายใน 5 ปี โดยธนาคารกสิกรไทยสนับสนุนสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท คาดว่าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 2.3 ล้านตัน

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ติดตั้งที่บ้านตัวอย่างโครงการ เวนิว โฟลว์ แจ้งวัฒนะ และมีแผนจะขยายสู่พื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงโครงการบ้านเดี่ยวระดับบนในอนาคต ภายใต้โครงการ ERC Sandbox : ENGY Energy is Yours มุ่งบริหารจัดการพลังงานในบ้านแต่ละหลังให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

บริษัท เดอะ แบ็กยาร์ด จำกัด ผู้พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวแบรนด์ “Le Parc Next ทวีวัฒนา” ติดตั้งโซลาร์รูฟขนาด 5 กิโลวัตต์ เป็นบ้านหลังใหญ่ 100 ตารางวาขึ้นไป พร้อมเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะช่วยลดอุณภูมิในบ้าน ประหยัดการใช้พลังงาน

บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ลงนาม MOU ร่วมกับบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE ติดตั้งบนหลังคาคลับเฮาส์ 5 โครงการ ได้แก่ VIVE เอกมัย-รามอินทรา, NANTAWAN ปิ่นเกล้า-กาญจนา, NANTAWAN พระราม 9 กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่, Villaggio รังสิต-คลอง 4 และ MANTANA Bangna Km 15 โดยใช้ 157 แผง ขนาดติดตั้งรวม 74.63 Kwp ประหยัดไฟ 97,019 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ปี คิดเป็นเงิน 436,585 บาท/ปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 49.6 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่าปลูกต้นไม้ 6,467 ต้น/ปี

Source : ประชาชาติธุรกิจ

GoodWe บริษัทผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลกได้เปิดตัวเครื่องชาร์จกระแสไฟฟ้าแบบสลับ (AC Wallbox) รุ่น HCA Series ที่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชั่นการชาร์จอัจฉริยะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสามารถใช้ได้กับรถยนต์ไฟฟ้าทุกยี่ห้อ และทำงานร่วมกันได้กับโซลาร์อินเวอร์เตอร์ของ GoodWe รวมถึงไฮบริด อินเวอร์เตอร์อื่นๆ โดยเครื่องชาร์จไฟฟ้ารุ่นนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้เอง ขณะที่ช่วยให้ระบบที่ผสมผสานระหว่าง EV และ PV นี้ มีต้นทุนถูกลง การเปิดตัวครั้งนี้ แสดงให้เห็นความแข็งแกร่งของ GoodWe ในฐานะผู้ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จด้านโซลูชั่นอัจฉริยะของตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใช้สำหรับที่อยู่อาศัย

เครื่องชาร์จพลังงานไฟฟ้าของบริษัท GoodWe ทำให้เจ้าของบ้านสามารถชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ส่วนเกินได้ ไม่ว่าจะทางตรงจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาของผู้ใช้เอง หรือผ่านระบบแบตเตอรี่สำหรับกักเก็บพลังงาน เครื่องชาร์จสามารถใช้งานควบคู่กับอินเวอร์เตอร์ของ GoodWe ทั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบไฮบริด และแบบแบตเตอรี่ในการชาร์จจากพลังงานแสงอาทิตย์มายังรถยนต์ได้เต็มที่ (sun-to-car setup) ระบบบูรณาการนี้ถูกจัดการผ่านระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (SEMS) ของ GoodWe ซึ่งรวมไปถึงฟีเจอร์ในการดูแลและการชาร์จไฟฟ้าอัจฉริยะอีกด้วย

เครื่องชาร์จไฟฟ้า GoodWe ประกอบไปด้วยกระแสไฟฟ้าแบบเฟสเดียว (7 กิโลวัตต์) และแบบ 3 เฟส (11/22 กิโลวัตต์) พร้อมด้วยโครงสร้างสำหรับติดตั้งกับกำแพงและเสาบ้าน พร้อมทั้งมีค่ามาตรฐานในการป้องกันฝุ่นอยู่ที่ระดับ IP66 และมีกรอบกันน้ำอย่างดี เครื่องชาร์จไฟฟ้านี้สามารถติดตั้งได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร ยิ่งกว่านั้น ยังสามารถป้องกันการเกิดกระแสไฟฟ้าส่วนเกิน กระแสไฟฟ้าแรงดันเกินและไฟฟ้าลัดวงจรได้

นายโทมัส แอร์ริ่ง (Thomas Hearing) กรรมการผู้จัดการ GoodWe Europe GmbH กล่าวว่า “รถไฟฟ้ากลายมาเป็นส่วนแบ่งที่สำคัญทางการตลาดของหลายประเทศในแถบยุโรป…พลังงานแสงอาทิตย์บวกกับพลังงานไฟฟ้าเป็นระบบที่พิสูจน์ได้ในอนาคตว่าช่วยส่งเสริมความเป็นกลางทางคาร์บอนและการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่ความยั่งยืน และด้วยเครื่องชาร์จไฟฟ้ารุ่น HCA Series ของ GoodWe นี้ เจ้าของบ้านสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้มากขึ้น ขณะที่มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลดลง และสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกลงไปได้พร้อมกันด้วย”  

เกี่ยวกับ GoodWe

GoodWe เป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องอินเวอร์เตอร์พลังงานไฟฟ้าโซล่าเซลส์และระบบการกักเก็บพลังงานชั้นนำของโลกที่มีชื่อจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (รหัสหุ้นคือ 688390) ส่งออกอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์รวมกว่า 2 ล้านชิ้นและการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบ 35GW มากกว่า 100 ประเทศในหลายภูมิภาค ระบบอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ของ GoodWe ได้รับการไว้วางใจติดตั้งบนหลังคาทั้งส่วนที่อยู่อาศัยและการพาณิชย์ อุตสาหกรรมและระบบสาธารณูปโภคมากมาย ขนาดระหว่าง 0.7กิโลวัตต์ ถึง 250 กิโลวัตต์ บริษัทฯ มีพนักงานมากกว่า 4,000 คน ในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก และได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์กักเก็บพลังงานท็อป 3 ของโลกโดยสถาบัน วู๊ด แมคเคนซีย์ เมื่อปี 2564 หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ goodwe.com

Source : Energy News Center

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า ค่าบริการรายเดือนสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายเล็กกิจการขนาดเล็ก และกิจการสูบน้ำเพื่อการเกษตรมีผลบังคับใช้แล้ว โดยจะได้รับส่วนลดค่าบริการรายเดือนในอัตราใหม่มีผลในรอบบิลเดือน ม.ค. 2566 เป็นต้นไป

“ในการประชุมครั้งที่ 51/2565 (ครั้งที่ 818) เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
ได้พิจารณาทบทวนอัตราค่าบริการรายเดือนที่ผ่านมา หลังจากได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในระหว่างวันที่ 3 -17 ต.ค. 2565 แล้ว มีมติเห็นชอบให้มีการปรับอัตราค่าบริการรายเดือนตามต้นทุนการจดหน่วยพิมพ์บิลที่การไฟฟ้าสามารถลดได้จริงเพื่อให้มีความเหมาะสม นอกจากจะเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าแล้วยังสามารถช่วยลดค่าครองชีพได้อีกทางหนึ่งด้วย”

สำหรับผู้ได้รับสิทธิดังกล่าวครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้า 3 ประเภท ประกอบด้วย

ประเภท เดิมใหม่
(1)  ประเภทบ้านอยู่อาศัย ใช้มากกว่า 150 หน่วย
ประเภทบ้านอยู่อาศัย แรงดันต่ำ อัตรา TOU
38.22 บาท/เดือน
38.22 บาท/เดือน
24.62 บาท/เดือน
24.62 บาท/เดือน
(2)กิจการขนาดเล็ก แรงดันต่ำ46.16 บาท/เดือน33.29 บาท/เดือน
(3)กิจการสูบน้ำเพื่อการเกษตร อัตรา TOU228.17 บาท/เดือน204.07 บาท/เดือน

Source : Infoquest

ในโลกไร้สายแสนไวเลสของเราทุกวันนี้ แม้อะไรๆ จะสะดวกสบายไร้สายรกรุงรังไปเยอะ แต่สายไฟก็ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการย้ายไฟฟ้าจากจุด A ไปยังจุด B ที่สำคัญสายไฟมักจะถูกกว่าและง่ายกว่าเสมอ อย่างน้อยก็ในมุมมองทางเทคนิค แต่ก็มีบางกรณีที่สายไฟอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป

พลังงานแสงอาทิตย์จากอวกาศ ที่สามารถนำมาใช้ในการถ่ายโอนหรือส่งพลังงานแบบไร้สาย คือสิ่งที่ European Space Agency และ Airbus ให้ความสนใจอยู่ในเวลานี้ ทั้งสององค์กรต่างเห็นตรงกันว่า ต่อไปพลังงานแสงอาทิตย์จากอวกาศจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต เป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งคู่จึงร่วมมือกับ Emrod สตาร์ทอัพในนิวซีแลนด์เพื่อทำการทดลองระบบถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สายในมิวนิค ประเทศเยอรมนีไปเมื่อไม่นานมานี้ และครั้งล่าสุดกับการทดลองส่งพลังงานไฟฟ้าไร้สายครั้งแรกที่นิวซีแลนด์

คงไม่ไกลเกินจริงอีกต่อไป ที่ไฟฟ้าจะกลายเป็นพลังงานที่ทุกคนในโลกสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร แสนไกล หรือว่าชายขอบเพียงใดก็ตาม

ความฝัน 100 ปีของเทสล่า ระบบไฟฟ้าไร้สายกำลังจะกลายเป็นจริง

การถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สายคืออะไร?

การถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สายมีความคล้ายคลึงกับการถ่ายโอนข้อมูลแบบไร้สาย ก็คือต้องมีเสาอากาศสองอัน อันหนึ่งส่งและอีกอันหนึ่งรับ เมื่อสิ้นสุดการส่ง พลังงานจะถูกแปลงเป็นไมโครเวฟที่ความถี่ 5.8 GHz เช่นเดียวกับ WiFi ความถี่สูง ที่ปลายทางด้านรับ จากนั้นตัวรับสัญญาณที่มีชื่อว่า เรคเทนนา (Rectenna) จะรวบรวมและแปลงสัญญาณไมโครเวฟเป็นไฟฟ้ากระแสตรงและนำไปใช้งาน

แต่ ‘Emrod’ บอกว่า ความท้าทายที่แท้จริงในเรื่องนี้ กลับกลายเป็นเรื่องของการสร้างความมั่นใจว่า มันเป็นวิธีที่ปลอดภัย และการให้ความรู้ความเข้าใจแก่สาธารณชน เพราะเมื่อพูดถึงลำแสงอะไรสักอย่างแล้ว ผู้คนมักจะคิดว่ามันอันตราย แต่พวกเขายืนยันว่า เทคโนโลยีนี้ปลอดภัย อย่างแรกคือการสร้างความเข้าใจให้คนทั่วไปรับรู้ว่า จุดการส่งและรับพลังงานระหว่างสองจุดนี้จะไม่สัมผัสสิ่งใดนอกจากอากาศ ถึงแม้ว่าจะมีนกบินผ่าน ลำแสงนี้ก็จะไม่เจาะผ่านใด ๆ

การสาธิตครั้งนี้แสดงให้เห็นไฟฟ้า 550 วัตต์ที่ส่งจากปลายด้านหนึ่งของคลังสินค้าแอร์บัสไปยังอีกที่หนึ่ง เป็นระยะทาง 36 เมตร (128 ฟุต) ระหว่างระยะทางนั้นมีพลังงาน 95% ที่ส่งมาจากเสาอากาศส่งไปยังเสาอากาศรับสัญญาณที่อยู่อีกด้านหนึ่ง และมีพลังงานที่สามารถนำมาใเพียงประมาณ 36% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการสาธิตมุ่งเน้นไปที่การรวบรวมลำแสง

คำตอบอยู่ที่ Natalie Robinson หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Emrod ที่บอกกับ TechCrunch ว่าระบบจะสูญเสียพลังงานจำนวนหนึ่งในการเปลี่ยนจากไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไมโครเวฟ จากนั้นเปลี่ยนจากไมโครเวฟกลับไปเป็นไฟฟ้ากระแสตรงอีกครั้ง เธอเสริมว่า Emrod คาดว่าประสิทธิภาพของระบบจะเพิ่มขึ้นแบบครบวงจรถึง 60% ในปีหน้า และเป้าหมายในระยะยาวคือ 85% หรือสูงกว่านั้น 

ความฝัน 100 ปีของเทสล่า ระบบไฟฟ้าไร้สายกำลังจะกลายเป็นจริง


ล่าสุดกระแสไฟฟ้าที่ส่งไปทั่วโกดังของแอร์บัสลงเอยที่การจ่ายไฟให้กับเครื่องอิเล็กโทรไลเซอร์และตู้แช่เบียร์ อย่างไรก็ตาม การสาธิตของ Emrod เป็นการพัฒนาที่ไปไกลกว่าความสามารถก่อนหน้านี้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพราะตอนนั้นอุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อพลังงานไร้สายได้เพียง 2 เมตรเท่านั้น

โครงการถ่ายโอนพลังงานในระยะไกลนี้เริ่มต้นในปี 2562 ได้รับการลงทุนจาก Powerco ของนิวซีแลนด์ โดยมีการตกลงร่วมกันในอุตสาหกรรมที่การใช้สัญญาณไมโครเวฟ ส่วนสัญญาณเลเซอร์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพราะมีข้อเสียอย่างชัดเจน (รวมถึงอาจทำให้คนตาบอดหรือคนและสัตว์ที่หลงทางอาจถูกไฟคลอกได้) นอกจากนี้ เลเซอร์ยังถูกบล็อกได้จากเมฆปกคลุมอีกด้วย

แต่สัญญาณไมโครเวฟก็ต้องเผชิญกับข้อจำกัดเช่นกัน เนื่องจากมีเพียงบางความถี่เท่านั้นที่สามารถส่งผ่านอากาศได้โดยไม่เกิดการสูญเสียพลังงานระหว่างทาง 

แอร์บัสกล่าวว่า สนใจพลังงานแสงอาทิตย์จากอวกาศเพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเครื่องบินไฟฟ้าในอนาคต แทนที่การพกพาพลังงานทั้งหมดบนเครื่องบินสำหรับการบิน โดยเจ้าเครื่องบินสมมุติที่ว่านี้ อาจใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงเพื่อบินขึ้นและลงจอดเท่านั้น ส่วนพลังงานในการบินจะใช้พลังงานที่ส่งมาจากแสงอาทิตย์ในอวกาศ

นักวิจัยชาวแคนาดาเคยทดสอบแนวคิดนี้ในช่วงปี 1980 โดยส่งพลังงานผ่านคลื่นไมโครเวฟจากเสาอากาศภาคพื้นดินไปยังโดรนขนาดเล็ก ในการสาธิตครั้งล่าสุด โดรนสามารถบินด้วยพลังงานไมโครเวฟอย่างเดียวเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง

ความฝัน 100 ปีของเทสล่า ระบบไฟฟ้าไร้สายกำลังจะกลายเป็นจริง

อุปสรรคจากอดีต ความเป็นไปได้ในปัจจุบัน

คำถามคือ จะเกิดอุปสรรคใดบ้างในการถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สาย เพราะอาจมีปัจจัยหลายอย่างที่ขัดขวาง ตั้งแต่สิ่งที่สามารถ “ต่อต้าน” การจ่ายพลังงานแสงอาทิตย์ภาคพื้นดินไปจนถึงอุปสรรคในการส่งพลังงานแสงเป็นระยะทางหลายร้อยหรือหลายพันกิโลเมตร

และเป็นไปได้ว่าการถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สาย อาจพบในการใช้งานอย่างอื่นได้อีกในอนาคตเช่น ในการส่งพลังงานเหนือภูมิประเทศที่อันตราย ทุรกันดาร หรือเหนือลำน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก การให้พลังงานแก่พื้นที่ชายขอบที่อยู่ห่างไกล หรือการเปิดไซต์ใหม่เพื่อการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน

ไฟฟ้าไร้สายเป็นความฝันอายุ 100 ปีของนิโคลา เทสลา ที่อาจกลายเป็นจริงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การถือกำเนิดขึ้นของการชาร์จแบบไร้สาย รถยนต์ไฟฟ้า 5G และความต้องการความยั่งยืนในการใช้พลังงานที่มากขึ้น ได้นำไปสู่การผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีการส่งสัญญาณไร้สายที่ใช้งานได้เต็มรูปแบบในส่วนต่างๆ ของโลกแล้วในทศวรรษนี่

ตั้งแต่ Wave Inc. ของอเมริกา ไปจนถึง Space Power Technologies ในญี่ปุ่น และ Emrod บริษัทสตาร์ทอัพด้านพลังงานของนิวซีแลนด์ มีหลายบริษัทที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีการส่งพลังงานแบบไร้สาย การทดสอบภาคสนามได้เริ่มขึ้นแล้ว

และเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะได้เห็นว่า ใครจะเป็นรายแรกๆ ในการแข่งขันนี้เพื่อนำเสนอโซลูชันไฟฟ้าไร้สายที่มีประสิทธิภาพ ประหยัด และใช้งานได้จริง เพราะมีทั้งประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้

ไม่ว่าจะเป็นเทสลาที่หมกมุ่นอยู่กับแนวคิดของเขาเกี่ยวกับพลังงานไร้สาย เขาสร้างสถานีส่งสัญญาณไร้สายในลองไอส์แลนด์ (เรียกว่า Tesla หรือ Wardenclyffe Tower) ซึ่งเขาเชื่อว่ามันจะสามารถแสดงให้เห็นว่า การส่งกระแสไฟฟ้าไร้สายระยะไกลเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ น่าเสียดายที่นักลงทุนของ J.P. Morgan ปฏิเสธที่จะให้เงินทุนเพิ่มเติมสำหรับการทดลองของเขาในเวลานั้น และโครงการก็ปิดตัวลงในปี 1906 และพังยับเยินในเวลาต่อมา

Nikola Tesla อาจเสียชีวิตในปี 1943 โดยที่ความฝันของเขาเกี่ยวกับไฟฟ้าไร้สายยังไม่สิ้นสุด เพราะในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา การทดลองและการศึกษาจำนวนหนึ่งพิสูจน์ให้ชาวโลกได้เห็นแล้วว่า นักประดิษฐ์อัจฉริยะผู้นี้อาจมาถูกทางแล้วในการใช้สายดินแทนสายไฟ เป็นสื่อกลางในการส่งพลังงานไร้สาย

ในปัจจุบัน วิธีการต่างๆ ของการส่งผ่านพลังงานแบบไร้สายกำลังได้รับการพัฒนา และการวิจัยกำลังดำเนินต่อไปเพื่อดำเนินการเหล่านี้ในวงกว้าง เช่น

ความฝัน 100 ปีของเทสล่า ระบบไฟฟ้าไร้สายกำลังจะกลายเป็นจริง


การส่งพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านดาวเทียม (Solar satellite transmission)

วิธีนี้คือการใช้ดาวเทียมพลังงานแสงอาทิตย์ที่อยู่ในวงโคจรสูงของโลกเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นพลังงาน โดยพลังงานนี้ประกอบด้วยสัญญาณไมโครเวฟที่จะถูกส่งไปยังเสาอากาศบนพื้นดินหรือไปยังสถานีกริดหลัก จากนั้นสัญญาณจะถูกส่งไปยังสถานีฐานซึ่งจะแปลงไมโครเวฟเป็นไฟฟ้ากระแสตรง ที่สถานีกริด ไฟฟ้าจะถูกแปลงเป็นแพ็กเก็ตพลังงาน คล้ายกับแพ็กเก็ตข้อมูลอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะถูกส่งไปยังบ้านแต่ละหลังและเก็บไว้ในเครื่องรับพลังงาน

เมื่อเร็วๆ นี้ Caltech ได้ประกาศว่าสมาชิกคณะกรรมการ Donald Bren ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ Irvine Company จะบริจาคเงิน 100 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงการ Space Solar Power Project (SSPP) ของ Caltech 

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเครือข่ายพลังงานไร้สายที่ใช้ดาวเทียมและสัญญาณไมโครเวฟซึ่งสามารถจ่ายพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอทุกที่บนโลก เป้าหมายต่อไปคือ ความสำเร็จในการถ่ายโอนพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงได้ในระยะทางไกล

พลังงานไร้สายไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปสำหรับนิวซีแลนด์

สตาร์ทอัพด้านพลังงาน Emrod ได้ทดลองใช้ระบบส่งพลังงานไร้สายทางไกลต้นแบบในนิวซีแลนด์แล้ว หากการทดสอบสำเร็จ จะนำไปสู่การผลักดันแผนของรัฐบาลนิวซีแลนด์ในการส่งพลังงานไร้สายทั่วประเทศ 

ว่ากันว่า ‘Emrod’ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนิโคลา เทสลา นักวิทยาศาสตร์ซึ่งเคยพิสูจน์ให้โลกเห็น การจ่ายไฟฟ้าให้กับหลอดไฟที่มีระยะทางไกลกว่า 3 กิโลเมตรเมื่อปี 1890

เกรก คุชนีร์ (Greg Kushnir) ผู้ก่อตั้ง ‘Emrod’ กล่าวว่า “เราได้พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการส่งพลังงานแบบไร้สายระยะไกลมาสักระยะหนึ่งแล้ว อาจฟังดูล้ำสมัยและน่าอัศจรรย์ แต่มันเป็นกระบวนการที่ทำซ้ำได้นับตั้งแต่เทสลาเคยทำ”

วิธีการก็คือ พวกเขาใช้เสาอากาศในการส่งพลังงานไฟฟ้าที่ถูกแปลงเป็นคลื่นไมโครเวฟและบีบมันให้แน่นจนเข้มข้นคล้ายกับลำแสง แล้วยิงไปยังจุดรับ สิ่งที่ต้องการคือจุดอ้างอิงสายตาที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้นจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ซึ่งโดยปกติแล้วจะอยู่บนที่สูง เหมาะกับภูมิประเทศที่เป็นภูเขาของนิวซีแลนด์ จากนั้นตัวรับสัญญาณที่มีชื่อว่า “Rectenna” จะแปลงสัญญาณนั้นกลับเป็นไฟฟ้าและนำไปใช้งาน

ตัวส่งพลังงาน “จะปิดการส่งพลังงานทันที ก่อนที่วัตถุใด ๆ เช่นนก หรือเฮลิคอปเตอร์จะมาสัมผัสลำแสงหลักได้” และเสาส่งสัญญาณสามารถทำงานได้ในทุกสภาพอากาศ (รวมทั้งฝน หมอก หรือฝุ่นละออง) ข้อจำกัดมีเพียงเส้นสายตาระหว่างสองจุด โดยมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยจากโครงสร้างพื้นฐาน ค่าบำรุงรักษาและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเล็กน้อยซึ่งน้อยกว่าการวางสายปกติ

คุชนีร์มั่นใจว่าความสำเร็จครั้งนี้ของ ‘Emrod’ จะเป็น “ก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ที่จะพาเราไปสู่ระดับต่อไป และการยิงลำแสงก็เป็นเทรนด์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในด้านพลังงาน”

จนถึงนาทีนี้ เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทศวรรษใหม่ของศตวรรษที่ 21 ความต้องการโซลูชันพลังงานสะอาดและไร้ขีดจำกัดกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และไฟฟ้าไร้สายก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่หากเป็นไปได้จะเป็นคุณประโยชน์อย่างมหาศาลต่อมนุษยชาติ เพราะมันจะเข้ามาแทนแหล่งพลังงานแบบดั้งเดิม (ที่กำลังส่งสัญญาณหายนะขึ้นเรื่อยๆ) และยังมีศักยภาพในการปฏิวัติภาคส่วนพลังงานสะอาด และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่า ทำไมจึงมีการพัฒนาที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมายในโลกของเรา

อ้างอิง:

https://interestingengineering.com/culture/welcome-to-the-age-of-wireless-electricity

https://techcrunch.com/2022/10/04/wireless-power-company-emrod-beams-550-w-across-an-airbus-warehouse/

National Geographic Thailand

Source : Post Today