บมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ หรือ TEGH หรือบริษัทฯ หนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ในภาคตะวันออก และผู้นำด้านการผลิตเชิงนิเวศแบบครบวงจรที่นำพลังงานสะอาดมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิต ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ จำนวน 324 ล้านหุ้น

ปตท.กางแผนลงทุนในอนาคต 2.38 แสนล้าน ลุยพลังงานอนาคตและธุรกิจใหม่ พุ่งผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์และลม พร้อมเดินหน้าตั้งโรงงานผลิตแพลตฟอร์มประกอบรถยนต์อีวีช่วงกลางปีนี้ 3.3 หมื่นล้านบาท ขยายกำลังผลิต รง.ผลิตหน่วยกักเก็บพลังงาน 1 พันเมกฯชั่วโมงต่อปี

บางจากฯ ลงพื้นที่ร่วมกับ คณะประมง มก. ร่วมหนุน อพท. ขับเคลื่อนเกาะหมาก Low Carbon Destination แห่งแรกของไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางกลอยตา ณ ถลาง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี ฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นายสุธารักษ์ สุนทรวิภาต ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ 3 องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ร่วมลงพื้นที่ประสานความร่วมมือกับชุมชนในพื้นที่ตำบลเกาะหมาก อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด เพื่อศึกษาโอกาสในการสนับสนุนการพัฒนาเกาะหมากให้เป็น Low Carbon Destination แห่งแรกของทะเลไทย ครอบคลุมกิจกรรมทั้งบนบกและในทะเล มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นแหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

เบื้องต้น บางจากฯ ให้การสนับสนุนคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำการศึกษาการใช้แหล่งหญ้าทะเลเพื่อช่วยในการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกในแนวปะการังบริเวณเกาะหมากและเกาะกระดาด จังหวัดตราด ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนผ่านระบบนิเวศทางธรรมชาติทางทะเล (Blue Carbon) รอบพื้นที่เกาะหมาก และจากการลงพื้นที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้หารือความร่วมมือกับชุมชนในพื้นที่ผ่านวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะหมาก รวมถึงจะมีการทำงานร่วมกับ อบต. เกาะหมาก

ทุกฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกันในการสร้างความยั่งยืนและมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อดูแลสภาพแวดล้อมทั้งบนบกและในทะเล ผ่านภารกิจและกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตกระแสไฟฟ้า การส่งเสริมการใช้ยานพาหนะพลังงานสะอาด การจัดการขยะ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในทะเลด้วยโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูปะการัง ตลอดจนการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลในแนวปะการังบริเวณเกาะหมาก เป็นต้น

ทั้งนี้ การสนับสนุนการศึกษา Blue Carbon ของแหล่งหญ้าทะเลในแนวปะการังภาคตะวันออกและการร่วมดำเนินงานเพื่อพัฒนาเกาะหมากเป็น Low Carbon Destination นั้นช่วยตอกย้ำยุทธศาสตร์ของกลุ่มบางจากฯ ที่กำลังมุ่งหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี 2050 โดยมีเป้าหมายแรกคือความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2030

Source : มติชนออนไลน์

เครื่องบินแอร์บัส A380 รุ่น Airbus ZEROe Demonstrator ได้รับการปรับแต่งพิเศษให้รองรับการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงชีวภาพ 100% บรรทุกเชื้อเพลิงน้ำหนัก 27 ตัน

บริษัทแอร์บัสหนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำของโลกประสบความสำเร็จในการทดสอบนำเครื่องบินแอร์บัส A380 รุ่น Airbus ZEROe Demonstrator บินขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ 100% นับเป็นเครื่องบินลำที่ 3 ของบริษัทที่ได้รับการทดสอบใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนก่อนปี 2030 

การทดสอบมีขึ้นในวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เครื่องบินแอร์บัส A380 รุ่น Airbus ZEROe Demonstrator ได้รับการปรับแต่งพิเศษให้รองรับการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงชีวภาพ 100% บรรทุกเชื้อเพลิงน้ำหนัก 27 ตัน พัฒนาโดยบริษัท TotalEnergies โดยใช้กระบวนปรับแต่งน้ำมันสำหรับประกอบอาหารและกรดไขมันที่ผ่านกระบวนการไฮโดรโปรเซส (HEFA) ซึ่งปราศจากสารอะโรเมติกส์และกำมะถัน เครื่องยนต์เครื่องบินที่ใช้เป็นเครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent 900เที่ยวบินทดสอบใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมง บินขึ้นจากสนามบิน Blagnac เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส 

การทดสอบประสบความสำเร็จเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ นอกจากแผนการปรับแต่งเครื่องบินให้รองรับพลังงานชีวภาพบริษัทยังมีแผนการทดสอบการใช้งานพลังงานรูปแบบอื่น ๆ เช่น พลังงานไฮโดรเจน โดยบริษัทมีแผนพัฒนาเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ไร้มลพิษเครื่องแรกของโลกออกจำหน่ายในปี 2035 หรือภายใน 15 ปี  

ปัจจุบันเทคโนโลยีการบินมีการแข่งขันกันสูงนอกจากบริษัทแอร์บัสยังมีบริษัทคู่แข่งรายสำคัญอย่างบริษัทโบอิ้งที่ประสบความสำเร็จในการทดสอบใช้เชื้อเพลิงชีวภาพกับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่โบอิ้ง 787 Dreamliner ในช่วงปี 2012 โดยใช้เชื้อเพลิงเครื่องบินเจ็ทผสมเข้ากับเชื้อเพลิงชีวภาพที่ได้จากการปรับแต่งจากน้ำมันปรุงอาหาร นอกจากนี้ในช่วงปี 2014 บริษัทโบอิ้งยังก่อตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในประเทศจีน

อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการบิน เช่น เครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์นั้นจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับใช้กับเครื่องบินโดยสารอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินมีมาตรฐานการตรอดสอบที่เข้มงวดและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นลำดับแรก สำหรับบริษัทแอร์บัสวางแผนที่จะได้ใบรับรองมาตรฐานการบินและใช้พลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพภายในปี 2030

ที่มาของข้อมูล newatlas.com
ที่มาของรูปภาพ airbus.com

Source : TNN Online

เอ็กโก กรุ๊ป เผยแผนธุรกิจปี 2565 อัดงบ 3 หมื่นล้าน ต่อยอดความสำเร็จด้านพลังงานหมุนเวียนในสหรัฐอเมริกา ผ่าน “เอเพ็กซ์” พร้อมพัฒนาเทคโนโลยี “การผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน” ตอบโจทย์อนาคต เจาะกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมไทย