รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle EV) กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและหันมาใช้พลังงานสะอาด แบตเตอรี่เป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า เพราะทำหน้าที่เก็บพลังงานเพื่อขับเคลื่อนยานพาหนะ ปัจจุบัน ราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การขยายการผลิต และนโยบายสนับสนุนจากทั่วโลก บทความนี้จะสำรวจประเภทของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า การเปรียบเทียบราคา สาเหตุที่ราคาถูกลง แนวโน้มในอนาคต รวมถึงการคาดการณ์ราคาในปี 2025-2026 และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและทั่วโลก โดยรวมข้อมูลล่าสุดที่ระบุว่าราคาแบตเตอรี่ EV ทั่วโลกลดลง 20% ในปี 2024

แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ามีอะไรบ้าง
แบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้ามีหลายประเภท แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้
- แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion Battery)
- ลักษณะ แบตเตอรี่ที่นิยมที่สุดในรถยนต์ไฟฟ้า มีความหนาแน่นพลังงานสูง น้ำหนักเบา และชาร์จซ้ำได้หลายครั้ง
- ข้อดี วิ่งได้ระยะไกล เหมาะกับรถระดับพรีเมียม เช่น Tesla Model 3 หรือ BYD Atto 3
- ข้อจำกัด ใช้วัตถุดิบราคาแพง เช่น ลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ และอาจมีปัญหาด้านความปลอดภัยหากจัดการไม่ดี
- ตัวอย่างการใช้งาน Tesla, BYD, MG
- แบตเตอรี่ลิเธียมไอรอนฟอสเฟต (Lithium Iron Phosphate LFP)
- ลักษณะ เป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้ฟอสเฟตเป็นแคโทด แทนการใช้นิกเกิลและโคบอลต์
- ข้อดี ปลอดภัย ราคาถูก และอายุการใช้งานยาวนาน (ชาร์จได้มากกว่า 2000 รอบ)
- ข้อจำกัด ความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่า ทำให้ระยะทางต่อการชาร์จสั้นกว่าเล็กน้อย
- ตัวอย่างการใช้งาน BYD Dolphin, MG4, Geely EX5
- แบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Sodium-ion Battery)
- ลักษณะ ใช้โซเดียมแทนลิเธียม เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่อยู่ระหว่างพัฒนา
- ข้อดี วัตถุดิบหาง่าย ราคาถูก เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด
- ข้อจำกัด ความหนาแน่นพลังงานต่ำ คาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากในปี 2025
- ตัวอย่างการใช้งาน ยังไม่มีการใช้งานทั่วไป แต่มีการทดสอบในจีน
- แบตเตอรี่โซลิดสเตด (Solid State Battery)
- ลักษณะ ใช้ตัวนำไฟฟ้าแบบแข็งแทนของเหลว ทำให้กะทัดรัดและปลอดภัย
- ข้อดี ชาร์จเร็ว (เต็มใน 10-15 นาที) และวิ่งได้ไกลกว่า
- ข้อจำกัด ยังอยู่ในช่วงพัฒนา ต้นทุนสูง คาดว่าจะเริ่มใช้งานในปี 2025
- ตัวอย่างการใช้งาน Toyota, Nissan (อยู่ในขั้นตอนทดสอบ)
การเปรียบเทียบราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า
ราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าขึ้นอยู่กับประเภทและความจุ ในปี 2024 ราคาแบตเตอรี่ทั่วโลกลดลง 20% ซึ่งเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 7 ปี และคาดว่าราคาจะลดลงต่อเนื่องในปี 2025-2026 เนื่องจากการขยายการผลิตและเทคโนโลยีใหม่ ตารางด้านล่างสรุปราคาและลักษณะของแบตเตอรี่แต่ละประเภท
| ประเภทแบตเตอรี่ | ราคาต่อ kWh (2024) | ราคาต่อ kWh (คาดการณ์ 2025-2026) | ตัวอย่างราคา (แบตเตอรี่ทั้งชุด 2024) | สัดส่วนต้นทุนในรถ |
|---|---|---|---|---|
| ลิเธียมไอออน (NMC) | $110 (3850 บาท) | $90-100 (3150-3500 บาท) | Tesla Model 3 (75 kWh) 288000-360000 บาท | 40-57% |
| ลิเธียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) | $72-88 (2520-3080 บาท) | $60-75 (2100-2625 บาท) | BYD Dolphin (44.9 kWh) 112000-144000 บาท | 30-40% |
| โซเดียมไอออน | $50-70 (1750-2450 บาท) คาดการณ์ | $40-60 (1400-2100 บาท) | ยังไม่มีข้อมูลในท้องตลาด | 10-20% (คาดการณ์) |
| โซลิดสเตด | >$200 (7000 บาท) | $150-180 (5250-6300 บาท) | ยังไม่มีในท้องตลาด | สูงในช่วงแรก |
หมายเหตุ
- ราคาคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
- ราคาลิเธียมไอออนและ LFP ในปี 2024 ลดลง 20% จากปี 2021 (จาก $137 และ $90-110 ตามลำดับ) และคาดว่าจะลดลงอีก 10-15% ในปี 2025-2026 เนื่องจากการประหยัดจากขนาดและนวัตกรรม
- ราคาโซเดียมไอออนคาดการณ์จากศักยภาพการผลิตจำนวนมากในปี 2025-2026 ซึ่งจะลดต้นทุนลงอีก 10-20%
- ราคาโซลิดสเตดยังสูง แต่คาดว่าจะลดลงเมื่อเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2026
- การเปลี่ยนแบตเตอรี่ในประเทศไทยอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น ค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่ม
แบตเตอรี่ LFP มีราคาถูกที่สุดในปัจจุบัน เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด โซเดียมไอออนจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในปี 2025-2026 ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ส่วนโซลิดสเตดจะเริ่มมีบทบาทในรถยนต์ไฟฟ้าระดับสูง

ทำไมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าถึงมีราคาสูงในอดีต
ในอดีต แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาสูงเพราะต้องใช้แร่ธาตุราคาแพง เช่น ลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ กระบวนการผลิตมีความซับซ้อน ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และกินพลังงานมาก นอกจากนี้ ต้นทุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยก็เป็นปัจจัยสำคัญ
ในปี 2010 ราคาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสูงถึง $1100 ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) แต่ในปี 2021 ลดลงเหลือ $137 ต่อ kWh และในปี 2024 ลดลงอีก 20% เหลือประมาณ $110 ต่อ kWh คาดว่าในปี 2025-2026 ราคาจะลดลงต่อเนื่องเหลือ $90-100 ต่อ kWh สำหรับลิเธียมไอออน และ $60-75 ต่อ kWh สำหรับ LFP แม้ราคาจะลดลง แต่แบตเตอรี่ยังเป็นส่วนประกอบที่มีสัดส่วนต้นทุนสูงสุดในรถยนต์ไฟฟ้า คิดเป็น 30-57% ของราคารถทั้งคัน
สาเหตุที่ราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าถูกลง
1. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
นวัตกรรมในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ช่วยลดต้นทุน บริษัทชั้นนำ เช่น CATL และ BYD พัฒนาแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงและปลอดภัยโดยใช้วัตถุดิบใหม่ ตัวอย่างเช่น
- แบตเตอรี่ลิเธียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) ใช้ฟอสเฟตแทนนิกเกิลและโคบอลต์ ราคาถูกกว่าแบตเตอรี่ NMC เกือบ 30% ต่อ kWh ในปี 2024 LFP ครองส่วนแบ่งเกือบครึ่งหนึ่งของตลาดแบตเตอรี่ EV ทั่วโลก โดยจีนใช้งานถึง 75% คาดว่าในปี 2025-2026 LFP จะมีราคาลดลงเหลือ $60-75 ต่อ kWh ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพ
- แบตเตอรี่โซเดียมไอออน ใช้โซเดียมที่หาง่ายและถูกกว่า คาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากในเดือนธันวาคม 2025 ด้วยราคา $40-60 ต่อ kWh ในปี 2026
- แบตเตอรี่โซลิดสเตด ใช้ตัวนำไฟฟ้าแบบแข็ง ชาร์จเร็วและปลอดภัย คาดว่าจะใช้งานในรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2025 โดยในปี 2026 ราคาจะลดลงเหลือ $150-180 ต่อ kWh
เทคโนโลยีชาร์จเร็ว เช่น แบตเตอรี่ Freevoy Dual Power จาก CATL ที่วิ่งได้ 1500 กม. และชาร์จ 10 นาทีวิ่งได้ 520 กม. ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของรถยนต์ไฟฟ้า

2. การขยายการผลิต
การขยายกำลังการผลิต โดยเฉพาะในจีน สร้างการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) ในปี 2024 จีนผลิตเซลล์แบตเตอรี่ถึง 80% ของโลก และควบคุม 85% ของวัสดุแคโทดและ 90% ของวัสดุแอโนด (แกรไฟต์) บริษัทอย่าง CATL ผลิตแบตเตอรี่ 242700 MWh ในปี 2023 ลดต้นทุนต่อหน่วยลงอย่างมาก คาดว่าในปี 2025-2026 การขยายโรงงานในจีนและภูมิภาคอื่น เช่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป จะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงอีก 10-15% การลงทุนในโรงงานใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน
3. การแข่งขันในตลาด
การแข่งขันที่รุนแรงในจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุด บังคับให้ผู้ผลิตลดราคา เช่น BYD ลดราคารถยนต์ไฟฟ้าลงหลายแสนบาทในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากต้นทุนแบตเตอรี่ถูกลง การแข่งขันในจีนทำให้ราคาแบตเตอรี่ลดลง 30% เทียบกับ 10-15% ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา คาดว่าในปี 2025-2026 การแข่งขันจะยิ่งเข้มข้นเมื่อผู้ผลิตใหม่ เช่น บริษัทในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้ามาในตลาด
4. การลดลงของราคาวัตถุดิบ
ราคาลิเธียมลดลงเกือบ 20% ในปี 2024 แม้ว่าความต้องการลิเธียมจะสูงกว่าปี 2015 ถึง 6 เท่า การลดลงนี้ช่วยลดต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลก คาดว่าในปี 2025-2026 ราคาลิเธียมอาจทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย หากมีการลงทุนในเหมืองแร่เพิ่มขึ้น แต่ IEA เตือนว่าราคาแร่ธาตุที่ต่ำอาจลดการลงทุนในเหมืองแร่ ส่งผลให้ขาดแคลนลิเธียมและนิกเกิลภายในปี 2030
5. นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ
หลายประเทศสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์และแบตเตอรี่ หรือให้เงินอุดหนุน ในประเทศไทย นโยบาย EV 3.0 และ EV 3.5 ช่วยลดต้นทุนให้ผู้บริโภคและกระตุ้นความต้องการในตลาด คาดว่าในปี 2025-2026 นโยบายสนับสนุนในหลายประเทศจะขยายวงกว้างขึ้น เช่น การให้เงินอุดหนุนสำหรับโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในท้องถิ่น

แนวโน้มราคาแบตเตอรี่ในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาแบตเตอรี่จะลดลงต่ำกว่า $100 ต่อ kWh ภายในปี 2025 และอาจลดลงอีก 20% ภายในปี 2027 เหลือประมาณ $80 ต่อ kWh (2800 บาท) สำหรับลิเธียมไอออน และ $60 ต่อ kWh สำหรับ LFP ในปี 2025-2026 คาดว่าราคาโซเดียมไอออนจะอยู่ที่ $40-60 ต่อ kWh และโซลิดสเตดจะลดลงเหลือ $150-180 ต่อ kWh เมื่อเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าแข่งขันด้านราคากับรถยนต์น้ำมันได้ดีขึ้น ผลกระทบที่คาดการณ์ได้คือ
- รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกลง รถยนต์ไฟฟ้าราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท เช่น BYD Dolphin, MG4, Geely EX5 จะมีตัวเลือกมากขึ้น โดยในปี 2026 รถยนต์ไฟฟ้าราคา 500000-700000 บาทอาจกลายเป็นเรื่องปกติ
- ต้นทุนการเปลี่ยนแบตเตอรี่ถูกลง การเปลี่ยนแบตเตอรี่จะมีราคาเข้าถึงได้ และอาจมีตัวเลือกแบตเตอรี่มือสองหรือแบตเตอรี่เทียบ โดยในปี 2025-2026 แบตเตอรี่ขนาด 50 kWh อาจมีราคาเพียง 100000-150000 บาท
- เทคโนโลยีใหม่ แบตเตอรี่โซเดียมไอออนและโซลิดสเตดจะลดการพึ่งพาแร่ลิเธียมที่แพงและหายาก โดยโซเดียมไอออนอาจครองส่วนแบ่ง 10-15% ของตลาดในปี 2026
CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่อันดับ 1 ของโลก ลดต้นทุนการผลิตลง 50% ในปี 2024 ทำให้แบตเตอรี่ 60 kWh ราคาเพียง 122000 บาท และคาดว่าภายในปี 2026 ราคาจะลดลงอีก 20% เหลือประมาณ 98000 บาทสำหรับความจุเดียวกัน
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ในประเทศไทย ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างรวดเร็ว ยอดจดทะเบียนเพิ่มจาก 20.52% ในปี 2022 เป็น 41.39% ในปี 2023 แบรนด์จีน เช่น BYD, NETA, MG, ORA ครองส่วนแบ่งตลาด 93.37% เพราะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าราคาแข่งขันได้ การที่ราคาแบตเตอรี่ถูกลงส่งผลให้
- ผู้บริโภคเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าง่ายขึ้น รถยนต์ไฟฟ้าราคา 600000-1000000 บาท เช่น BYD Atto 3, MG S5 EV, Geely EX5 ได้รับความนิยมมากขึ้น คาดว่าในปี 2025-2026 รถยนต์ไฟฟ้าราคาต่ำกว่า 600000 บาทจะเริ่มปรากฏในตลาด
- โครงสร้างพื้นฐานดีขึ้น ต้นทุนแบตเตอรี่ที่ถูกลงช่วยให้สถานีชาร์จและระบบกักเก็บพลังงานมีราคาลดลง ส่งผลให้สถานีชาร์จในประเทศไทยขยายมากขึ้น โดยในปี 2026 อาจมีสถานีชาร์จครอบคลุมทุกจังหวัด
- การผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น บริษัทอย่าง Nuovo Plus ในกลุ่มอรุณ พลัส มีเป้าหมายผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทย คาดว่าในปี 2025-2026 โรงงานในประเทศจะเริ่มผลิตแบตเตอรี่ LFP และโซเดียมไอออน ลดการพึ่งพาการนำเข้าและสนับสนุนนโยบายคาร์บอนต่ำ
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย การใช้แบตเตอรี่ LFP สูงถึง 50% ในปี 2024 ส่วนใหญ่มาจากการนำเข้ารถยนต์จากจีน เช่น BYD คาดว่าในปี 2026 การใช้ LFP จะเพิ่มเป็น 60% และโซเดียมไอออนจะเริ่มเข้ามามีบทบาท

สรุป
ราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกลง โดยเฉพาะการลดลง 20% ในปี 2024 และคาดการณ์การลดลงต่อเนื่องในปี 2025-2026 เป็นผลจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การขยายการผลิต การแข่งขันในตลาด การลดลงของราคาวัตถุดิบ และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ จีนครองความเป็นผู้นำด้วยสัดส่วนการผลิต 80% ของโลกและเทคโนโลยี LFP ที่ราคาถูกและมีประสิทธิภาพ แนวโน้มนี้ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาเข้าถึงได้มากขึ้น และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในประเทศไทยและทั่วโลก
ในอนาคต ด้วยนวัตกรรมอย่างแบตเตอรี่โซเดียมไอออนและโซลิดสเตด รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคุ้มค่าทางเศรษฐกิจสำหรับทุกคน โดยในปี 2026 รถยนต์ไฟฟ้าจะกลายเป็นทางเลือกหลักในหลายตลาด รวมถึงประเทศไทย
Photo : freepik




