News & Update

เสวนาหัวข้อ “การพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตไทยภายใต้ระเบียบโลกใหม่ด้านสภาพภูมิอากาศ”

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 คุณสุวัฒน์ กมลพนัส รองประธานคณะกรรมการพลังงาน หอการค้าไทย ได้เป็นวิทยากร เสวนาหัวข้อ “การพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตไทยภายใต้ระเบียบโลกใหม่ด้านสภาพภูมิอากาศ” ร่วมกับผู้แทนจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) และ บมจ. บีซีพีจี ณ ห้องประชุมโรงแรม จุบิลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก จัดโดย มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.)

การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเป็นประเด็นสำคัญของระเบียบโลกใหม่ ด้านสภาพภูมิอากาศ (New Climate World Order) ภาคธุรกิจ นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศต่างๆ ต้องเร่งพัฒนาเครื่องมือและกลไกด้านคาร์บอน เพื่อสนองต่อแรงกดดันระหว่างประเทศ ความคาดหวังของผู้บริโภค และมาตรฐานความยั่งยืนที่เข้มงวดมากขึ้น

“ตลาดคาร์บอนเครดิต” จะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด ที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ทั้งในระดับประเทศและภาคธุรกิจต่างๆ

ประเทศไทย มีการพัฒนาตลาดคาร์บอนภายใต้โครงการ T-VER ของ อบก. ควบคู่ไปกับการขยายตัวของโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปในภาคส่วนต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ตลาดคาร์บอนของไทยยังคงเผชิญอุปสรรค และความไม่ชัดเจนในหลายด้าน อาทิ กรอบการกำกับดูแล ความหลากหลายของมาตรฐาน คุณภาพคาร์บอนเครดิตที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ขาดข้อมูลด้านราคากลางที่ใช้อ้างอิง ปริมาณธุรกรรมซื้อ-ขายที่ยังไม่โปร่งใส รวมถึงค่าใช้จ่ายตรวจวัดที่มีราคาสูง

สถานการณ์โลกกำลังก้าวสู่การใช้กลไกคาร์บอนที่ยิ่งเข้มข้น ทั้งมาตรการ CBAM ข้อตกลงภายใต้มาตรา 6 ของ Paris Agreement และความร่วมมือระหว่างตลาดคาร์บอนกับตลาดทุน ทำให้ผํู้ประกอบการไทยขาดคุณสมบัติในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งตาม COP30 ประเทศไทยมีการปรับกรอบการขับเคลื่อนสู่ Net Zero เป็นปี 2050 (เร็วขึ้นจากเดิม 15 ปี) จึงต้องเร่งออกกฎหมายสำคัญ คือ ร่าง พรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. … เพื่อเป็นกรอบในการกำกับดูแล ทั้งเรื่องการลดก๊าซฯ การปรับตัวฯ กลไกการเงิน ระบบการซื้อขายสิทธิฯ กลไกการปรับราคาฯ ภาษีคาร์บอน กองทุนภูมิอากาศ รวมถึงบทกำหนดโทษ เป็นต้น

ผู้ประกอบการจากต่างประเทศที่มาลงทุนในไทย (FDI) เช่น กลุ่ม Data Center มีเงื่อนไขต้องใช้พลังงานสีเขียว ผู้ส่งออกไทยต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ไทยจึงต้องเร่งสร้าง Ecosystem เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งด้าน Supply ด้าน Demand และด้านตลาด ทั้งแบบภาคบังคับและภาคสมัครใจ ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่ของไทย และบริษัทต่างประเทศที่เข้ามาลงทุน พร้อมปรับตัวเข้าสู่มิติใหม่นี้แล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ SMEs ของไทย ที่อยู่ใน Supply Chain ขั้นถัดๆไป ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ในกลไกและกิจกรรมที่จะเป็นภาคบังคับในระยะยาว ดังนั้น ไทยต้องเร่งออกกฎกติกาภาคบังคับของการซื้อขายคาร์บอน เพื่อยกระดับมาตรฐานคาร์บอนให้เข้าสู่สากล ให้เร็วที่สุด

แนวทางในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดคาร์บอน ต้องสร้างแรงจูงใจผ่านนโยบายการเงิน และมาตรการทางภาษีสำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งภาคเอกชนไทยพร้อมปรับตัว ขอเพียง “ความชัดเจน” และ “เครื่องมือที่ใช้ได้จริง”

ไทยชู “แผนพลังงานใหม่” ปี’80 ลดก๊าซธรรมชาติเหลือ 41 % เพิ่มพลังงานสะอาด 51%

ไทยเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดต่อเนื่อง คาดปี 2580 จะเน้นสัดส่วนของก๊าซธรรมชาติจะลดลงเหลือ 41 % และสัดส่วนพลังงานสะอาดจะเพิ่มเป็น 51% รับเทรนด์โลก ควันหลงเวทีปาฐกถาพิเศษ…

IEA เผยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจ่อแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ใน 2565

สำนักงานพลังงานสากล (IEA) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีแนวโน้มพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ แต่ยังคงต้องอาศัยความพยายามจากภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593…