News & Update

ระเบิดเวลาลูกใหญ่ “กองทุนน้ำมัน” ติดลบแสนล้าน

“กองทุนน้ำมัน” ติดลบหลักแสนล้าน เพิ่มความยากลำบากในการบริหารราคาพลังงาน ทำให้การขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยอาจสูงกว่าตลาดโลก เพราะต้องเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจนกว่าจะพ้นสถานะติดลบ

ระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่เป็นผลกระทบจากราคาพลังงานทรงตัวอยู่ในระดับสูงครั้งนี้ คือ สถานะ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่ติดลบ 102,586 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อมูล ณ วันที่ 26 มิ.ย. 2565 แบ่งเป็นการติดลบของบัญชีน้ำมัน 65,202 ล้านบาท และบัญชีแอลพีจี 37,384 ล้านบาท

โดยถ้าย้อนไปดูข้อมูลในวันที่ 27 ก.พ.2565 หลังจากที่รัสเซียบุกยูเครนได้ 3 วัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ 21,838 ล้านบาท โดยบัญชีแอลพีจีติดลบ 26,826 ล้านบาท ในขณะที่บัญชีน้ำมันยังเป็นบวก 4,988 ล้านบาท

ประเทศไทยใช้กองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานต่อเนื่องมากว่า 40 ปี นับตั้งแต่รัฐบาลจัดตั้งกองทุนรักษาระดับ “ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง” ในปี 2520 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่รัฐบาลเข้าไปดูแลราคาพลังงานหลังจากเกิดวิกฤติน้ำมันปี 2516-2517 และมีการปรับเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายที่รองรับกองทุนมาตลอด จนถึงการบังคับใช้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 ซึ่งทั้งหมดใช้หลักการเดียวกัน คือ การส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อรักษาระดับราคาเชื้อเพลิง

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นช่องที่กองทุนน้ำมันติดลบสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ รองลงมาเป็นรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ในปี 2547-2549 ที่ติดลบ 92,000 ล้านบาท ซึ่งในครั้งนั้นใช้เวลาหลายเดือนที่จะรักษาสถานะกองทุนให้กลับมาเป็นบวก แต่สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบันมีสถานการณ์ที่ยากลำบากกว่า เพราะราคาน้ำมันยังคงทรงตัวในระดับสูง ในขณะที่ภาวะสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยืดเยื้อยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติเมื่อใด ดังนั้นจึงเป็นภาระหนักในการดูแลราคาพลังงานนับจากนี้

กระทรวงพลังงาน” ยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือหลักในการดูแลราคาดีเซลและแอลพีจี โดยข้อเสนอหลายแนวทางที่จะบรรเทาราคาพลังงานไม่สามารถดำเนินการได้ ทั้งการลดเติมไบโอดีเซลลงในดีเซล โดยราคาไบโอดีเซลปัจจุบันอยู่ที่ลิตรละ 51.31 บาท สูงกว่าราคาปลีกของดีเซลที่ลิตรละ 34.94 บาท ทำให้ไบโอดีเซลมีราคาสูงกว่าดีเซลมาก รวมถึงการดึงค่าการกลั่นมาช่วยอุดหนุนราคาเบนซินและเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเจรจามานานและยังไม่ได้ข้อสรุป

การที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสถานะติดลบมากกว่า 100,000 ล้านบาท และการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตั้งแต่เดือน พ.ย.2564 ยังไม่สามารถกู้ได้ ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้รัฐบาลมีความยากลำบากในการบริหารราคาพลังงานมากขึ้น รวมทั้งเมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลง แต่การขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยจะสูงกว่าตลาดโลก เพราะต้องเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจนกว่าจะพ้นสถานะติดลบ ระเบิดลูกใหม่ของรัฐบาลจึงกำลังก่อตัว

Source : กรุงเทพธุรกิจ

น่าวิตก! นักวิจัยหวั่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลาย เพิ่มระดับน้ำทะเลทั่วโลกอีก 27 ซม.

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ว่า ผลการศึกษาจากคณะนักวิจัยของฟินแลนด์ เดนมาร์ก และอเมริกา ซึ่งเผยแพร่ร่วมกัน…

เปิดแล้ว​วันนี้​ ชวนเที่ยวชม ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ผาบ่อง แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของแม่ฮ่องสอน

เปิดแล้ว​วันนี้​ ชวนเที่ยวชมสัมผัสโลกพลังงานสะอาดที่มั่นคงด้วยระบบบริหารจัดการไฟฟ้าสมาร์ทกริด​ ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ผาบ่อง แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดศูนย์การเรียนรู้…