News & Update

Bio-PCM นวัตกรรมอัจฉริยะ เปลี่ยน ‘น้ำมันปาล์ม’ เป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม

เมื่อโลกหมุนไปสู่ยุค EV น้ำมันดีเซลอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชาวสวนปาล์มอีกต่อไป EA เปิดกลยุทธ์เหนือชั้น เปลี่ยนน้ำมันปาล์มเป็น “Bio-PCM” และน้ำมันเครื่องบินสีเขียว (SAF) สร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล พร้อมปักธงส่งออกญี่ปุ่น-เกาหลี ชูเป็น Product Champion ใหม่ที่ช่วยทั้งโลกและช่วยทั้งเกษตรกรไทย

ในวันที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มตัว

ฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวว่า อุตสาหกรรมน้ำมันดีเซลและไบโอดีเซลแบบเดิมกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เพราะความต้องการใช้เชื้อเพลิงในภาคขนส่งมีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรชาวสวนปาล์ม แต่ล่าสุด EA (Energy Absolute) ได้เผยหมัดเด็ดในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจจากเพียงแค่ “ผู้ผลิตเชื้อเพลิง” สู่การเป็น “ผู้นำนวัตกรรมวัสดุสีเขียว” ด้วยการผลักดัน Bio-PCM (Phase Change Material) หรือวัสดุเปลี่ยนสถานะอัจฉริยะ

Bio-PCM จากน้ำมันปาล์มสู่ “วัสดุอัจฉริยะ” ความน่าสนใจที่เป็นจุด “Wow” คือการที่ EA ไม่ได้มองน้ำมันปาล์มเป็นเพียงเชื้อเพลิงสำหรับเติมเครื่องยนต์อีกต่อไป แต่นำมาพัฒนาเป็น Bio-PCM ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทำจากปาล์ม 100% ทำให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green) สูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปิโตรเลียม

โดย PCM มีคุณสมบัติในการดูดซับและคายความร้อน นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายตั้งแต่วัสดุก่อสร้างไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งถือเป็นการสร้าง New S-Curve ที่มี Margin สูงกว่าไบโอดีเซลแบบเดิมที่กำไรค่อนข้างบางและต้องพึ่งพานโยบายรัฐเป็นหลัก

กู้วิกฤติชาวสวนปาล์มในยุค EV

เป้าหมายสำคัญของการผลักดันผลิตภัณฑ์นี้คือการทำให้ประเทศไทยมี Product Champion ใหม่ที่มาจากปาล์ม เพื่อรองรับสถานการณ์ที่รถยนต์หันไปใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ชาวสวนปาล์มไม่ต้องเผชิญกับภาวะราคาผลผลิตตกต่ำจากการที่ความต้องการใช้ดีเซลลดลง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังสามารถทำเรื่อง Carbon Credit Certificate ได้ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก

บุกตลาดโลก

ญี่ปุ่น-เกาหลี คือเป้าหมายแรก ปัจจุบัน EA เริ่มขยายตลาด Bio-PCM ไปยังต่างประเทศ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ก่อนจะขยายไปสู่ยุโรป แม้ในปัจจุบันรายได้จากส่วนนี้จะยังอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือว่ายังไม่มากเมื่อเทียบกับรายได้รวมของบริษัท แต่ EA มั่นใจว่านี่คือ “ธุรกิจแห่งอนาคต” ที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยโรงงานของ EA มีกำลังการผลิตรวมสำหรับผลิตภัณฑ์พิเศษกลุ่มนี้ (Bio-PCM, SAF, HVO) อยู่ที่เกือบ 1,000 ตันต่อวัน

ไม่ใช่แค่ PCM แต่คือ “นิเวศพลังงานสะอาด” นอกเหนือจาก Bio-PCM แล้ว EA ยังเตรียมพร้อมสำหรับการผลิต SAF (Sustainable Aviation Fuel) หรือน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน และ HVO (Hydrotreated Vegetable Oil) เพื่อตอบโจทย์ภาคการบินและการขนส่งที่ต้องการลดคาร์บอน ซึ่งการมี พ.ร.บ. โลกร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้กลายเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาด

การขยับตัวของ EA ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการขายน้ำมัน แต่คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้กลายเป็น “วัสดุเชิงยุทธศาสตร์” บนเวทีโลก ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งธุรกิจและเกษตรกรไทยไปพร้อมๆ กัน

Source : กรุงเทพธุรกิจ

รัฐเร่งยานยนต์ไฟฟ้าเต็มสูบ หนุนลงทุนแบตเตอรี่รถยนต์-สถานีชาร์จไฟฟ้า

ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยในงาน Better Thailand Open Dialogue ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่า ว่า…

อเมริกาทำ “เครื่องยนต์” ทำงานด้วยความร้อนในอากาศ ทางเลือก “พลังงานสะอาด” ในอนาคต

ทริสตัน เดปเป้ (Tristan Deppe) และ เจเรมี มันเดย์ (Jeremy Munday) ทีมนักวิจัยจากสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์…

Altilium ปฏิวัติวงการแบตฯ EV รีไซเคิล ต้นทุนต่ำ ลดคาร์บอน ใช้ได้นานกว่าเดิม

งานวิจัยล่าสุดจาก Imperial College London ยืนยัน วัสดุรีไซเคิลจากแบตเตอรี่ EV เก่า ดีกว่าแร่จากเหมือง ทั้งอายุใช้งาน,…