News & Update

กบน. ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลต่อเนื่อง

กบน. ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลต่อเนื่อง ลดอัตราจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากดีเซล 3 ครั้ง ภายใน 1 เดือน รวม 1.80 บาทต่อลิตร เพื่อให้ประชาชนได้ใช้น้ำมันดีเซลในราคาเดิม แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้น

วันนี้ (30 มกราคม 2569) คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลง 0.50 บาทต่อลิตร นับเป็นการปรับลดเป็นครั้งที่ 3 ในรอบเดือนมกราคม ซึ่งก่อนหน้านี้มีการปรับลดฯ เมื่อวันที่ 14 จำนวน 0.50 บาทต่อลิตร และวันที่ 23 ปรับลดฯ จำนวน 0.80 บาทต่อลิตร เพื่อตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลให้มีราคาคงเดิม

จากการคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันโลกจะสะดุดหากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น กบน. จึงมีมติให้ปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซลลง 0.50 บาทต่อลิตร จากเดิมที่เรียกเก็บในอัตรา 0.70 บาทต่อลิตร เป็นเรียกเก็บในอัตรา 0.20 บาทต่อลิตร เพื่อตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนมากจนเกินไป และได้สั่งการให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ติดตามสถานการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก เพื่อประเมินสถานการณ์ที่อาจส่งผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศต่อไป

สำหรับ ฐานะการเงินกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 25 มกราคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ ยังติดลบอยู่ที่ 428 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันบวกอยู่ที่ 38,335 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบอยู่ที่ 38,763 ล้านบาท ส่วนการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ประเภทน้ำมันดีเซลครั้งนี้ จะทำให้รายรับลดลงเหลือประมาณวันละ 14.38 ล้านบาท จากเดิมที่มีรายรับประมาณวันละ 48.05 ล้านบาท

Source : Energy News Center

ขอเชิญอบรม หลักสูตรการบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ETC) รุ่นที่ 5

ขอเชิญอบรม หลักสูตรการบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศENERGY TRANSITION & CLIMATE CHANGE MANAGEMENT (ETC) รุ่นที่…

อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ‘อาเซียน’ กระทบหนัก หากเริ่ม ‘กำแพงภาษีสหรัฐ’

มาตรการประกาศขึ้น “กำแพงภาษีสหรัฐ” ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดนขึ้นภาษีระหว่าง 10-49% ซึ่งจะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่ออุตสาหกรรม “พลังงานสะอาด”…