<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>lng &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/lng/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Sun, 30 Jul 2023 15:22:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>lng &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กระทรวงพลังงานชี้แนวโน้ม​ราคา​ LNG ปรับลดลงส่งผลดีต่อต้นทุนค่าไฟ</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/lng-price/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Aug 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[lng]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=21816</guid>

					<description><![CDATA[กระทรวงพลังงานชี้แนวโน้มราคา LNG ช่วงเดือน​ ก.ย.-ธ.ค.66​ ปรับลดลงส่งผลดีต่อต้นทุนค่าไฟฟ้า นายสมภพ พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน&#160;ได้กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤติราคาพลังงาน โดยสาเหตุหลักเกิดจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคา LNG นำเข้ามีราคาสูงและค่อนข้างผันผวน และส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันติดตามและบริหารสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดำเนินทุกมาตรการที่สามารถทำได้ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ โดยที่ผ่านมาได้ใช้ทั้งมาตรการปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงจาก LNG เป็นน้ำมันดีเซลในกรณีที่น้ำมันดีเซลมีราคาถูกกว่า การกลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นการชั่วคราว การเร่งผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย การบริหารจัดการเพื่อนำก๊าซที่ภาคปิโตรเคมีใช้ลดลงเข้าสู่ภาคไฟฟ้าเพิ่มขึ้น การรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนและพลังน้ำจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการให้ กฟผ. ช่วยรับภาระด้านต้นทุนเชื้อเพลิงแทนประชาชนเป็นการชั่วคราว และการออกมาตรการช่วยเหลือส่วนลดค่า Ft ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนกลุ่มเปราะบางและกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วย ซึ่งกระทรวงพลังงานยังคงติดตามและทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าปรับลดลงและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ “ส่วนสถานการณ์ต้นทุนเชื้อเพลิงในรอบถัดไป (กันยายน ถึง ธันวาคม) นั้น กระทรวงพลังงานประเมินว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากราคา LNG นำเข้าจากตลาดจรได้อ่อนตัวลง การผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงพลังงานได้เสนอข้อคิดเห็นไปยังคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานถึงแนวทางที่อาจพิจารณาในการคำนวณค่า Ft ได้ อาทิ ผลประหยัดที่ได้จากส่วนต่างการประเมินราคาเชื้อเพลิงกับราคาที่เกิดขึ้นจริง ทั้งในรอบการคำนวณค่า Ft ในปัจจุบัน และรอบแรกของปี 2566 รวมถึงการบริหารภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงที่คงค้างอย่างเหมาะสม” นายสมภพ กล่าว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>กระทรวงพลังงานชี้แนวโน้มราคา LNG ช่วงเดือน​ ก.ย.-ธ.ค.66​ ปรับลดลงส่งผลดีต่อต้นทุนค่าไฟฟ้า</strong></p>



<p><strong>นายสมภพ พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;ได้กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤติราคาพลังงาน โดยสาเหตุหลักเกิดจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคา LNG นำเข้ามีราคาสูงและค่อนข้างผันผวน และส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันติดตามและบริหารสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดำเนินทุกมาตรการที่สามารถทำได้ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ</p>



<p>โดยที่ผ่านมาได้ใช้ทั้งมาตรการปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงจาก LNG เป็นน้ำมันดีเซลในกรณีที่น้ำมันดีเซลมีราคาถูกกว่า การกลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นการชั่วคราว การเร่งผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย การบริหารจัดการเพื่อนำก๊าซที่ภาคปิโตรเคมีใช้ลดลงเข้าสู่ภาคไฟฟ้าเพิ่มขึ้น การรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนและพลังน้ำจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการให้ กฟผ. ช่วยรับภาระด้านต้นทุนเชื้อเพลิงแทนประชาชนเป็นการชั่วคราว และการออกมาตรการช่วยเหลือส่วนลดค่า Ft ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนกลุ่มเปราะบางและกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วย ซึ่งกระทรวงพลังงานยังคงติดตามและทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าปรับลดลงและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ</p>



<p>“ส่วนสถานการณ์ต้นทุนเชื้อเพลิงในรอบถัดไป (กันยายน ถึง ธันวาคม) นั้น กระทรวงพลังงานประเมินว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากราคา LNG นำเข้าจากตลาดจรได้อ่อนตัวลง การผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงพลังงานได้เสนอข้อคิดเห็นไปยังคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานถึงแนวทางที่อาจพิจารณาในการคำนวณค่า Ft ได้ อาทิ ผลประหยัดที่ได้จากส่วนต่างการประเมินราคาเชื้อเพลิงกับราคาที่เกิดขึ้นจริง ทั้งในรอบการคำนวณค่า Ft ในปัจจุบัน และรอบแรกของปี 2566 รวมถึงการบริหารภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงที่คงค้างอย่างเหมาะสม” นายสมภพ กล่าว</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/กระทรวงพลังงานชี้แนวโน/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>LNG ราคาถูกลงแตะ 9 เหรียญฯ ต่อล้านบีทียู ปตท. เล็งนำเข้าปี 2566 เกือบ 100 ลำเรือ ป้อนโรงไฟฟ้า เชื่อส่งผลดีค่า Ft งวดสิ้นปี</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/ptt-lng-2023-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 May 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[lng]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=21377</guid>

					<description><![CDATA[ปตท.&#160;เผยเตรียมนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)&#160;ในปี&#160;2566&#160;เพิ่มเกือบ&#160;100&#160;ลำเรือ&#160;กว่า&#160;6&#160;ล้านตัน&#160;ป้อนโรงไฟฟ้าเหตุยอดใช้ไฟฟ้าพุ่งจากอากาศร้อนจัด&#160;และเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวฟื้นตัว&#160;ระบุ&#160;LNG&#160;มีราคาถูกแตะ&#160;9&#160;เหรียญสหรัฐฯ&#160;ต่อล้านบีทียู&#160;&#160;มั่นใจส่งผลดีต่อค่าไฟฟ้าไทย&#160;ด้านธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&#160;เตรียมรุกสู่ธุรกิจใหม่&#160;สร้างความมั่นคงพลังงาน&#160;สู่เป้าหมาย&#160;Net Zero&#160; นายพงษ์พันธุ์&#160;อมรวิวัฒน์&#160;&#160;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท&#160;ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. เปิดเผยว่า&#160;ปตท.ประเมินว่าในปี 2566 นี้&#160;อาจมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)&#160;เกือบ&#160;100&#160;ลำเรือ&#160;หรือประมาณ&#160;6&#160;ล้านตัน&#160;จากปัจจุบันที่นำเข้ามาแล้ว&#160;60&#160;ลำเรือ&#160;อยู่ที่&#160;4&#160;ล้านตัน&#160;หรือ&#160;ลำละ&#160;60,000&#160;ตัน&#160;ขณะที่ปี&#160;2565&#160;มีการนำเข้าอยู่ที่&#160;53&#160;ลำเรือ&#160;หรือ&#160;ราว&#160;3.3&#160;ล้านตัน&#160;โดยการนำเข้า&#160;LNG&#160;ที่เพิ่มขึ้นในปี 2566 นี้&#160;เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด&#160;ปริมาณนักท่องเที่ยว&#160;และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจส่งผลให้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น&#160;ประกอบกับทิศทางราคา LNG ตลาดจร (&#160;Spot LNG )&#160;ถูกลง คุ้มค่ากว่าการใช้น้ำมันดีเซลผลิตไฟฟ้า โดยล่าสุด&#160;ราคา&#160;Spot LNG&#160;เดือน&#160;มิ.ย. 2566&#160;นี้&#160;อยู่ที่ประมาณ&#160;9&#160;เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู&#160;เมื่อเทียบกับปี&#160;2565&#160;ที่ผ่านมา&#160;บางช่วงราคาสูงสุดอยู่ที่&#160;80&#160;เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู&#160;และคาดว่าจนถึงปลายปี&#160;2566&#160;นี้&#160;ราคาอาจจะอยู่ที่ประมาณ&#160;15-20&#160;เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู&#160;โดยราคาที่ ปตท.ทำสัญญาซื้อขายไปแล้วนั้นจะไม่เกิน&#160;20&#160;เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู&#160;ทั้งนี้&#160;ราคา&#160;LNG&#160;ที่ต่ำลงเกิดจากกลุ่มสหภาพยุโรป&#160;(อียู)&#160;มีการสำรองLNG&#160;ไว้ในปริมาณสูงเกินความต้องการของตลาด&#160;ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(Ft)&#160;ในงวดถัดไปให้ลดลงได้&#160; อย่างไรก็ตาม&#160;ปตท.จะนำเข้า&#160;LNG&#160;ในปี&#160;2566&#160;นี้ถึง&#160;100&#160;ลำเรือตามเป้าหมายหรือไม่&#160;ยังต้องติดตามดูว่า&#160;ปตท.สผ.จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซฯในอ่าวไทยให้เป็นไปตามแผนได้หรือไม่&#160;รวมถึงการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจและราคาLNGในอนาคตด้วย&#160;ซึ่งการนำเข้า&#160;LNG&#160;ในแต่ละล็อตจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)&#160;ด้วย สำหรับบทบาทของหน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ&#160;ปตท.&#160;ในการขยายเครือข่ายทางการค้าให้ครอบคลุมทั่วโลกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&#160;สร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด&#160;และนำรายได้เข้าประเทศ&#160;รวมถึงการสร้างธุรกิจใหม่ๆ&#160;ที่ตอบโจทย์โลกพลังงานที่กำลังจะเปลี่ยนไปในอนาคต&#160;ดังนั้นหน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศจึงมีสำนักงานการค้าอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของทุกภูมิภาคทั่วโลก&#160;โดยคาดว่า&#160;ปี&#160;2566&#160;นี้&#160;จะมีปริมาณการค้าเพิ่มขึ้น&#160;จากปี&#160;2565&#160;ที่มีปริมาณการค้ารวมมากกว่า&#160;1.5&#160;ล้านบาร์เรลต่อวัน&#160;ครอบคลุมมากกว่า&#160;70&#160;ประเทศทั่วโลก&#160;และมีการจัดหาพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก&#160;เพื่อรองรับความต้องการพลังงานของประเทศ&#160; นอกจากนี้&#160;ยังแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่&#160;ๆ&#160;อาทิ&#160;การเข้าสู่ตลาด&#160;Carbon Credit Trading&#160;และการค้าเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน&#160;(SAF)&#160;เป็นต้น&#160;&#160;ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนกลุ่ม&#160;ปตท.&#160;และประเทศไทยเพื่อบรรลุเป้าหมาย&#160;Net Zero Emissions&#160;ตามที่กำหนดไว้ นายนพดล&#160;ปิ่นสุภา&#160;&#160;ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&#160;บริษัท&#160;ปตท.&#160;จำกัด&#160;(มหาชน)&#160;กล่าวว่า&#160;&#160;กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&#160;ปตท.&#160;ประกอบด้วย&#160;ธุรกิจที่&#160;ปตท.&#160;ดำเนินการเอง&#160;ได้แก่&#160;ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและสายงานกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&#160;รวมถึง&#160;&#160;ธุรกิจที่&#160;ปตท.&#160;ลงทุนผ่านบริษัทในกลุ่ม&#160;ได้แก่&#160;ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น&#160;และธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก&#160;ซึ่งมีผลการดำเนินงานในไตรมาส&#160;1&#160;ปี&#160;2566&#160;&#160;คิดเป็น&#160;31%&#160;ของกำไรสุทธิของ&#160;ปตท.&#160;หรือ&#160;8,748&#160;ล้านบาท&#160;&#160;ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานตามพันธกิจหลัก&#160;และก้าวสู่ธุรกิจใหม่ตามวิสัยทัศน์&#160;Powering Life with Future Energy and Beyond&#160;พร้อมเติบโตในธุรกิจพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์&#160;(Net Zero Emissions) โดยในช่วงที่ผ่านมา&#160;&#160;สถานการณ์วิกฤตราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอันเป็นผลจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน&#160;กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&#160;ปตท.&#160;ได้ร่วมลดผลกระทบต่อประชาชน&#160;และบริหารจัดการเพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ&#160;ประกอบด้วย&#160;การจัดหา&#160;LNG&#160;แบบตลาดจร&#160;(SPOT)&#160;ในช่วงเวลาเร่งด่วน&#160;จัดหาและสำรองน้ำมันดิบในภาวะการขาดแคลนทั่วโลก&#160;&#160;รวมถึงการบริหารต้นทุนพลังงาน&#160;ปรับเปลี่ยนการผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันในช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย&#160; นายประสงค์&#160;อินทรหนองไผ่&#160;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&#160;ปตท.&#160;กล่าวว่าปตท.&#160;ได้ดำเนินกลยุทธ์การดำเนินงานผ่านความร่วมมือภายในกลุ่ม&#160;ปตท.&#160;เพื่อคงความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจเดิม&#160;(Hydrocarbon based)&#160;และเป็นฐานต่อยอดธุรกิจใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง&#160;(Advance Materials &#38; Specialty Chemicals)&#160;ที่สอดคล้องกับการเติบโตตามกระแสโลก&#160;&#160;โดยสามารถเชื่อมโยงและเติมเต็มห่วงโซ่อุปทาน(Value Chain)&#160;ธุรกิจใหม่&#160;ของกลุ่ม&#160;ปตท.&#160;รวมถึงเพิ่มสัดส่วนธุรกิจคาร์บอนต่ำและธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน “ปตท.ตั้งเป้าหมายจะมีสัดส่วน&#160;EBITDA&#160;จากธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นเป็น&#160;30%ในปี2573&#160;จากปี&#160;2565&#160;อยู่ที่&#160;15%&#160;โดยปัจจุบันมีการเจรจาความร่วมมือกับพันธมิตรในหลายธุรกิจ&#160;เช่น&#160;ความมั่นคงของระบบน้ำ&#160;ในพื้นที่ภาคตะวันออก&#160;ก็ได้ร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&#160;(กนอ.)&#160;ศึกษาว่าจะทำอย่างไรหากเกิดการขาดแคลนน้ำ&#160;ทั้งเรื่องการรีไซเคิลน้ำ&#160;การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล&#160;รวมถึงการผันน้ำ&#160;การลงทุนระบบท่อน้ำ&#160;เพราะกลุ่ม ปตท.&#160;มีความต้องการใช้น้ำ&#160;เป็นสัดส่วน&#160;30%&#160;ของอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก” นอกจากนั้น&#160;&#160;ยังมีการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วยเสริมการบริหารจัดการเพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจให้แก่ภาครัฐ&#160;อาทิ&#160;การใช้ระบบดิจิทัลมาวางแผนการผลิตน้ำมันในประเทศ&#160;ผ่าน&#160;Hydrocarbon Value Chain Collaboration Center&#160;&#160;รวมถึงเครื่องมือในการบริหารจัดการทางเลือกในการใช้เชื้อเพลิงของประเทศในภาวะราคาพลังงาน&#160;ผันผวน&#160;เป็นต้น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>ปตท.&nbsp;เผยเตรียมนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)&nbsp;ในปี&nbsp;2566&nbsp;เพิ่มเกือบ&nbsp;100&nbsp;ลำเรือ&nbsp;กว่า&nbsp;6&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ป้อนโรงไฟฟ้าเหตุยอดใช้ไฟฟ้าพุ่งจากอากาศร้อนจัด&nbsp;และเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวฟื้นตัว&nbsp;ระบุ&nbsp;LNG&nbsp;มีราคาถูกแตะ&nbsp;9&nbsp;เหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ต่อล้านบีทียู&nbsp;&nbsp;มั่นใจส่งผลดีต่อค่าไฟฟ้าไทย&nbsp;ด้านธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&nbsp;เตรียมรุกสู่ธุรกิจใหม่&nbsp;สร้างความมั่นคงพลังงาน&nbsp;สู่เป้าหมาย&nbsp;Net Zero&nbsp;</strong></p>



<p><strong>นายพงษ์พันธุ์&nbsp;อมรวิวัฒน์&nbsp;&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเท</strong>ศ บริษัท&nbsp;ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. เปิดเผยว่า&nbsp;ปตท.ประเมินว่าในปี 2566 นี้&nbsp;อาจมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)&nbsp;เกือบ&nbsp;100&nbsp;ลำเรือ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;6&nbsp;ล้านตัน&nbsp;จากปัจจุบันที่นำเข้ามาแล้ว&nbsp;60&nbsp;ลำเรือ&nbsp;อยู่ที่&nbsp;4&nbsp;ล้านตัน&nbsp;หรือ&nbsp;ลำละ&nbsp;60,000&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะที่ปี&nbsp;2565&nbsp;มีการนำเข้าอยู่ที่&nbsp;53&nbsp;ลำเรือ&nbsp;หรือ&nbsp;ราว&nbsp;3.3&nbsp;ล้านตัน&nbsp;โดยการนำเข้า&nbsp;LNG&nbsp;ที่เพิ่มขึ้นในปี 2566 นี้&nbsp;เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด&nbsp;ปริมาณนักท่องเที่ยว&nbsp;และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจส่งผลให้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น&nbsp;ประกอบกับทิศทางราคา LNG ตลาดจร (&nbsp;Spot LNG )&nbsp;ถูกลง คุ้มค่ากว่าการใช้น้ำมันดีเซลผลิตไฟฟ้า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/05/81277361-969E-4F54-BC34-258F771F124A-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-40822"/><figcaption class="wp-element-caption"><strong>นายพงษ์พันธุ์&nbsp;อมรวิวัฒน์&nbsp;&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท&nbsp;ปตท. จำกัด (มหาชน)&nbsp;</strong></figcaption></figure>
</div>


<p>โดยล่าสุด&nbsp;ราคา&nbsp;Spot LNG&nbsp;เดือน&nbsp;มิ.ย. 2566&nbsp;นี้&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;9&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;บางช่วงราคาสูงสุดอยู่ที่&nbsp;80&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู&nbsp;และคาดว่าจนถึงปลายปี&nbsp;2566&nbsp;นี้&nbsp;ราคาอาจจะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;15-20&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู&nbsp;โดยราคาที่ ปตท.ทำสัญญาซื้อขายไปแล้วนั้นจะไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ราคา&nbsp;LNG&nbsp;ที่ต่ำลงเกิดจากกลุ่มสหภาพยุโรป&nbsp;(อียู)&nbsp;มีการสำรองLNG&nbsp;ไว้ในปริมาณสูงเกินความต้องการของตลาด&nbsp;ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(Ft)&nbsp;ในงวดถัดไปให้ลดลงได้&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ปตท.จะนำเข้า&nbsp;LNG&nbsp;ในปี&nbsp;2566&nbsp;นี้ถึง&nbsp;100&nbsp;ลำเรือตามเป้าหมายหรือไม่&nbsp;ยังต้องติดตามดูว่า&nbsp;ปตท.สผ.จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซฯในอ่าวไทยให้เป็นไปตามแผนได้หรือไม่&nbsp;รวมถึงการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจและราคาLNGในอนาคตด้วย&nbsp;ซึ่งการนำเข้า&nbsp;LNG&nbsp;ในแต่ละล็อตจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)&nbsp;ด้วย</p>



<p>สำหรับบทบาทของหน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ปตท.&nbsp;ในการขยายเครือข่ายทางการค้าให้ครอบคลุมทั่วโลกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด&nbsp;และนำรายได้เข้าประเทศ&nbsp;รวมถึงการสร้างธุรกิจใหม่ๆ&nbsp;ที่ตอบโจทย์โลกพลังงานที่กำลังจะเปลี่ยนไปในอนาคต&nbsp;ดังนั้นหน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศจึงมีสำนักงานการค้าอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของทุกภูมิภาคทั่วโลก&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;ปี&nbsp;2566&nbsp;นี้&nbsp;จะมีปริมาณการค้าเพิ่มขึ้น&nbsp;จากปี&nbsp;2565&nbsp;ที่มีปริมาณการค้ารวมมากกว่า&nbsp;1.5&nbsp;ล้านบาร์เรลต่อวัน&nbsp;ครอบคลุมมากกว่า&nbsp;70&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;และมีการจัดหาพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการพลังงานของประเทศ&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้&nbsp;ยังแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การเข้าสู่ตลาด&nbsp;Carbon Credit Trading&nbsp;และการค้าเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน&nbsp;(SAF)&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนกลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;และประเทศไทยเพื่อบรรลุเป้าหมาย&nbsp;Net Zero Emissions&nbsp;ตามที่กำหนดไว้</p>



<p><strong>นายนพดล&nbsp;ปิ่นสุภา&nbsp;&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&nbsp;ปตท.&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ธุรกิจที่&nbsp;ปตท.&nbsp;ดำเนินการเอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและสายงานกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&nbsp;รวมถึง&nbsp;&nbsp;ธุรกิจที่&nbsp;ปตท.&nbsp;ลงทุนผ่านบริษัทในกลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น&nbsp;และธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก&nbsp;ซึ่งมีผลการดำเนินงานในไตรมาส&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2566&nbsp;&nbsp;คิดเป็น&nbsp;31%&nbsp;ของกำไรสุทธิของ&nbsp;ปตท.&nbsp;หรือ&nbsp;8,748&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานตามพันธกิจหลัก&nbsp;และก้าวสู่ธุรกิจใหม่ตามวิสัยทัศน์&nbsp;Powering Life with Future Energy and Beyond&nbsp;พร้อมเติบโตในธุรกิจพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์&nbsp;(Net Zero Emissions)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/05/1E37BB1E-3D1B-4D29-80DF-649A3EF26F32-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-40831"/><figcaption class="wp-element-caption">นายนพดล&nbsp;ปิ่นสุภา&nbsp;&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(บนหน้าจอทางซ้าย)&nbsp;</figcaption></figure>
</div>


<p>โดยในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;สถานการณ์วิกฤตราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอันเป็นผลจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&nbsp;ปตท.&nbsp;ได้ร่วมลดผลกระทบต่อประชาชน&nbsp;และบริหารจัดการเพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การจัดหา&nbsp;LNG&nbsp;แบบตลาดจร&nbsp;(SPOT)&nbsp;ในช่วงเวลาเร่งด่วน&nbsp;จัดหาและสำรองน้ำมันดิบในภาวะการขาดแคลนทั่วโลก&nbsp;&nbsp;รวมถึงการบริหารต้นทุนพลังงาน&nbsp;ปรับเปลี่ยนการผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันในช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย&nbsp;</p>



<p><strong>นายประสงค์&nbsp;อินทรหนองไผ่&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&nbsp;ปตท.</strong>&nbsp;กล่าวว่าปตท.&nbsp;ได้ดำเนินกลยุทธ์การดำเนินงานผ่านความร่วมมือภายในกลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;เพื่อคงความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจเดิม&nbsp;(Hydrocarbon based)&nbsp;และเป็นฐานต่อยอดธุรกิจใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง&nbsp;(Advance Materials &amp; Specialty Chemicals)&nbsp;ที่สอดคล้องกับการเติบโตตามกระแสโลก&nbsp;&nbsp;โดยสามารถเชื่อมโยงและเติมเต็มห่วงโซ่อุปทาน(Value Chain)&nbsp;ธุรกิจใหม่&nbsp;ของกลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;รวมถึงเพิ่มสัดส่วนธุรกิจคาร์บอนต่ำและธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/05/C0907C3F-DAF7-4814-A878-1BA06AFFA2E1-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-40828"/><figcaption class="wp-element-caption"><strong>นายประสงค์&nbsp;อินทรหนองไผ่&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&nbsp;ปตท.&nbsp;</strong></figcaption></figure>
</div>


<p>“ปตท.ตั้งเป้าหมายจะมีสัดส่วน&nbsp;EBITDA&nbsp;จากธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;30%ในปี2573&nbsp;จากปี&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่&nbsp;15%&nbsp;โดยปัจจุบันมีการเจรจาความร่วมมือกับพันธมิตรในหลายธุรกิจ&nbsp;เช่น&nbsp;ความมั่นคงของระบบน้ำ&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;ก็ได้ร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(กนอ.)&nbsp;ศึกษาว่าจะทำอย่างไรหากเกิดการขาดแคลนน้ำ&nbsp;ทั้งเรื่องการรีไซเคิลน้ำ&nbsp;การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล&nbsp;รวมถึงการผันน้ำ&nbsp;การลงทุนระบบท่อน้ำ&nbsp;เพราะกลุ่ม ปตท.&nbsp;มีความต้องการใช้น้ำ&nbsp;เป็นสัดส่วน&nbsp;30%&nbsp;ของอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก”</p>



<p>นอกจากนั้น&nbsp;&nbsp;ยังมีการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วยเสริมการบริหารจัดการเพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจให้แก่ภาครัฐ&nbsp;อาทิ&nbsp;การใช้ระบบดิจิทัลมาวางแผนการผลิตน้ำมันในประเทศ&nbsp;ผ่าน&nbsp;Hydrocarbon Value Chain Collaboration Center&nbsp;&nbsp;รวมถึงเครื่องมือในการบริหารจัดการทางเลือกในการใช้เชื้อเพลิงของประเทศในภาวะราคาพลังงาน&nbsp;ผันผวน&nbsp;เป็นต้น</p>



<p>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ปตท.ยังให้ความสำคัญด้านกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;รองรับสภาวการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;&nbsp;สายงานกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย&nbsp;ปตท.&nbsp;ได้ผนึกพลังร่วมภายในกลุ่ม&nbsp;&nbsp;กำหนดแผนธุรกิจใหม่ภายใต้ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;การก้าวเข้าสู่ธุรกิจด้านการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;(Water Management Business)&nbsp;รวมถึงแผนธุรกิจเพื่อสนับสนุนเป้าหมาย&nbsp;Net Zero Emissions&nbsp;ของกลุ่ม&nbsp;ปตท.&nbsp;อาทิ&nbsp;&nbsp;เตรียมการเป็นผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพอย่างยั่งยืน&nbsp;(Sustainable Aviation Fuel – SAF)&nbsp;ผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในเครื่องบิน&nbsp;ผลักดันความร่วมมือเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;(Circular Economy)&nbsp;และการลงทุนในธุรกิจที่มีการปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ&nbsp;(Decarbonization)&nbsp;เป็นต้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/05/E07E532A-8C9B-4536-9A86-CC9D3FDE94F6-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-40825"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/https-www-energynewscenter-com-lng-ราคาถกแตะ-9-เหรยญฯ-ปต/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสนอ 6 ข้อให้รัฐหนุนใช้โซลาร์เซลล์ ลดนำเข้า LNG ราคาแพงที่กระทบต้นทุนค่าไฟฟ้า</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/support-solar-cell/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Feb 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[lng]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=21036</guid>

					<description><![CDATA[กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. เสนอ 6 ข้อให้รัฐหนุนโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยประเทศลดการนำเข้า Spot LNG​ ราคาแพงจนกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้า นายวีระเดช เตชะไพบูลย์ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)​&#160;ซึ่งรับผิดชอบด้านพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้มีการประชุมหารือกันเมื่อเร็วๆนี้ ถึงแนวทางการช่วยภาครัฐลดการนำเข้า Spot LNG ที่มีราคาแพงจนส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าและเป็นภาระต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์​(Co2)​โดยใช้ศักยภาพของโซลาร์เซลล์ ซึ่งมีข้อสรุป 6 ข้อดังนี้1. ให้มีการรับซื้อไฟฟ้าที่เหลือใช้จากระบบโซลาร์เซลล์ของโรงงานทุกประเภทเข้าระบบจำหน่ายของการไฟฟ้า อย่างถาวรโดยรับซื้อในราคาและระยะเวลาที่เหมาะสม 2. การยกเว้นใบอนุญาต​ รง.4 สำหรับโซลาร์เซลล์​ทุกประเภทและทุกขนาด เช่นเดียวกับไฟฟ้าจากพลังงานลม เพราะเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ได้มีลักษณะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นควันหรือมลพิษทางอากาศใดๆ 3. แก้ไขข้อกำหนดใน ประมวลหลักการปฏิบัติ&#160;(Code of Practice: CoP) ของ กกพ.ในส่วนที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์​ส่วนรวม เช่น การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน หรือการกำหนดให้วัดคุณภาพอากาศ ทั้งนี้เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับโครงการโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กกว่า 5 เมกะวัตต์ 4. การขอใบอนุญาต​ต่างๆใช้เวลามากเกินปกติ เช่นที่ กกพ.ใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 เดือนเพราะต้องรอคิวประชุมบอร์ดและรอประธานลงนาม ดังนั้นใบอนุญาต​ต่างๆที่เกี่ยวข้องให้ปรับปรุงเป็น online หรือ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. เสนอ 6 ข้อให้รัฐหนุนโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยประเทศลดการนำเข้า Spot LNG​ ราคาแพงจนกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้า</strong></p>



<p><strong>นายวีระเดช เตชะไพบูลย์ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)​&nbsp;</strong>ซึ่งรับผิดชอบด้านพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้มีการประชุมหารือกันเมื่อเร็วๆนี้ ถึงแนวทางการช่วยภาครัฐลดการนำเข้า Spot LNG ที่มีราคาแพงจนส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าและเป็นภาระต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์​(Co2)​โดยใช้ศักยภาพของโซลาร์เซลล์ ซึ่งมีข้อสรุป 6 ข้อดังนี้<br>1. ให้มีการรับซื้อไฟฟ้าที่เหลือใช้จากระบบโซลาร์เซลล์ของโรงงานทุกประเภทเข้าระบบจำหน่ายของการไฟฟ้า อย่างถาวรโดยรับซื้อในราคาและระยะเวลาที่เหมาะสม</p>



<p>2. การยกเว้นใบอนุญาต​ รง.4 สำหรับโซลาร์เซลล์​ทุกประเภทและทุกขนาด เช่นเดียวกับไฟฟ้าจากพลังงานลม เพราะเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ได้มีลักษณะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นควันหรือมลพิษทางอากาศใดๆ</p>



<p>3. แก้ไขข้อกำหนดใน ประมวลหลักการปฏิบัติ&nbsp;(Code of Practice: CoP) ของ กกพ.ในส่วนที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์​ส่วนรวม เช่น การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน หรือการกำหนดให้วัดคุณภาพอากาศ ทั้งนี้เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับโครงการโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กกว่า 5 เมกะวัตต์</p>



<p>4. การขอใบอนุญาต​ต่างๆใช้เวลามากเกินปกติ เช่นที่ กกพ.ใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 เดือนเพราะต้องรอคิวประชุมบอร์ดและรอประธานลงนาม ดังนั้นใบอนุญาต​ต่างๆที่เกี่ยวข้องให้ปรับปรุงเป็น online หรือ digitalization เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายที่จะ de-regulation ที่รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานประกาศไว้</p>



<p>5. สำหรับโรงงานที่มี EIA อยู่แล้วไม่ต้องกำหนดให้ไปแก้ไขปรับปรุง EIA เดิม หากมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงงาน เพราะไม่มีผลกระทบต่อ EIA เดิมแต่อย่างใด</p>



<p>6. เปลี่ยนข้อกำหนดกำลังผลิตติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ทุกประเภททั้งที่ติดตั้งอยู่เดิมและติดตั้งใหม่ ให้เป็นไปตามขนาดของ Inverter ตามข้อกำหนดด้านเทคนิคของผู้ผลิต ตามชนิดและรุ่นของ Inverter ที่อยู่ใน Approved list ของการไฟฟ้า จากปัจจุบันที่ยึดตามแผงโซลาร์เซลล์ ทำให้ที่ผ่านมาการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ไม่มีใครสามารถผลิตได้เต็มศักยภาพของกำลังผลิตติดตั้งที่ได้รับอนุมัติ เป็นการเสียโอกาสที่จะได้ใช้ไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำกว่า Spot LNG นำเข้าค่อนข้างมาก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/01/IMG_20230124_170738-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-37320"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>นายวีระเดช กล่าวว่า ข้อเสนอทั้ง 6 ข้อส่วนใหญ่เป็นอำนาจของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ที่สามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องให้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสั่งการ ซึ่งหากเร่งดำเนินการได้เร็วก็จะช่วยประเทศลดการนำเข้า LNG ราคาแพงที่สร้างภาระต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าให้กับครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมได้ ประมาณ 5 บาทต่อหน่วย เมื่อเปรียบเทียบระหว่างต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์และโรงไฟฟ้าที่ใช้ Spot LNG นำเข้าเป็นเชื้อเพลิง</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/เสนอ-6-ข้อให้รัฐหนุนใช้โ/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตั้งรับ Perfect Storm กวาด “น้ำมัน-ก๊าซ-ค่าไฟ” พุ่ง</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/perfect-storm/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Sep 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[lng]]></category>
		<category><![CDATA[perfect storm]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20657</guid>

					<description><![CDATA[“วิกฤตพลังงาน” ที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันได้สร้างความบอบช้ำให้กับทุกประเทศทั่วโลกที่กำลังผชิญกับปัญหาราคาพลังงานพุ่งขึ้นสูงอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยุโรป มีแนวโน้มว่าในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ราคาพลังงานจะปรับพุ่งขึ้นอีกเป็น 2 เท่าของราคาปัจจุบันอย่างแน่นอน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>“วิกฤตพลังงาน” ที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันได้สร้างความบอบช้ำให้กับทุกประเทศทั่วโลกที่กำลังผชิญกับปัญหาราคาพลังงานพุ่งขึ้นสูงอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยุโรป มีแนวโน้มว่าในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ราคาพลังงานจะปรับพุ่งขึ้นอีกเป็น 2 เท่าของราคาปัจจุบันอย่างแน่นอน</strong></p>



<p>ในขณะที่ประเทศไทยเอง รัฐบาลได้เข้ามาบริหารจัดการด้านพลังงานด้วยการพยุงและแบกรับภาระบางส่วนเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกินลิตรละ 35 บาท ด้วยการใช้เงินจาก กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ามาอุดหนุน และการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล</p>



<p>นอกจากนี้ รัฐบาลยังออกมาตรการช่วยค่าครองชีพประชาชน เมื่อ กฟผ.ไม่สามารถแบกรับภาระที่เกิดจากต้นทุนเชื้อเพลิงได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้เงินสูงถึง 200,000 ล้านบาท แต่มรสุมลูกนี้ไม่ได้จบเร็วอย่างที่คิด เพราะปี 2566 เชื่อว่ายังมีอีก 7 เหตุการณ์เกิดขึ้น</p>



<p><strong>รวมถึงค่าไฟฟ้าเฉลี่ย ที่ประชาชนต้องจ่ายจะไม่ได้เห็นในระดับราคาที่ต่ำกว่า 4 บาท/หน่วยลงมา ดังนั้นทางเดียวที่เอกชนภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วนการใช้พลังงานสูง 20% จะอยู่รอดให้นานที่สุด เพื่อนำพากิจการของตนให้พ้นจาก perfect storm ก็คือ การ lean ประหยัดพลังงานทุกรูปแบบให้ได้</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading">BCG ทางรอดภาคอุตสาหกรรม</h2>



<p><strong>นายเกรียงไกร เธียรนุกุล</strong>&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symposium 2022 เรื่อง “การปรับตัว และความอยู่รอดของภาคอุตสาหกรรมไทย ต่อวิกฤตพลังงานโลก” ว่า เอกชนต้องต่อสู้กับต้นทุนพลังงานอย่างมาก ทางรอดเดียวก็คือ การเร่งปรับตัว สร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรม</p>



<p>เพื่อความไม่ประมาทในภาวะที่มีแต่ความไม่แน่นอน การมุ่งไปสู่ BCG economy model เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ ลดการใช้ทรัพยากรให้น้อยลง ไม่ให้เกิดของเสีย หรือลดขยะให้เป็นศูนย์ (zero-waste) และการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมใช้พลังงานสะอาด พัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (energy storage) รวมถึงส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)</p>



<h2 class="wp-block-heading">รัฐแบกภาระ 2 แสนล้าน</h2>



<p>ขณะที่&nbsp;<strong>นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</strong>&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลได้มีการดูแลทั้งราคาดีเซลไม่ให้เกิน 35 บาท/ลิตร และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ผ่านกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) บางส่วนไว้ด้วย โดยการดูแลของรัฐบาลข้างต้นจะต้องใช้ วงเงินรวมกว่า 200,000 ล้านบาท</p>



<p>แต่ก็ยอมรับว่าแม้รัฐบาลจะไม่สามารถดูแลหรือแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด แต่ได้พยายามออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากค่าไฟฟ้าแล้ว อย่างงวด ก.ย.-ธ.ค. 2565 ที่จะปรับขึ้นให้กับกลุ่มผู้ใช้ไฟบ้านไม่เกิน 500 หน่วย รวม 4 เดือน และมาตรการขยายระยะเวลาลดภาษีสรรพสามิตดีเซลที่ปัจจุบันปรับลด 5 บาท/ลิตร ที่จะสิ้นสุด 20 ก.ย.นี้ให้ ครม.พิจารณา</p>



<p>สำหรับคำแนะนำในส่วนของภาคอุตสาหกรรมที่จะต้องดำเนินการในตอนนี้ก็คือ การปรับตัวเพื่อลดต้นทุน ด้วยการ lean นำนวัตกรรมมาลดการใช้พลังงาน ลดขั้นตอน เพื่อช่วยกันประหยัดพลังงาน ในขณะที่รัฐบาลเองก็ได้เร่งส่งเสริมการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (แผงโซลาร์)</p>



<p>โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับที่อยู่อาศัย โดย 3 การไฟฟ้า และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะต้องเร่งออกประกาศและออกมาตรการทางการเงินและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ</p>



<p>ส่วนแนวทางการแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ได้พยายามบริหารจัดหา “เชื้อเพลิงอื่นที่มีต้นทุนถูกกว่าก๊าซมาผลิตไฟฟ้า” เราพยายามประคองทุกอย่างเอาไว้ให้ช้าที่สุด สำหรับการปรับตัวและความอยู่รอดของภาคอุตสาหกรรมไทย ต่อวิกฤตพลังงานโลกนั้น “จำเป็น” ต้องยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและนวัตกรรม ต้องเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการค้า</p>



<p>การส่งออก การลงทุนแบบ offline เพียงอย่างเดียว ไปสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ หรือ new business model ที่ผสมผสานรูปแบบ online เพิ่มมากขึ้น เน้นอุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรมนำการผลิตตอบสนองต่อความต้องการของตลาด</p>



<h2 class="wp-block-heading">7 เหตุการณ์ในปี 2566</h2>



<p>ด้าน&nbsp;<strong>นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล</strong>&nbsp;ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า perfect storm ลูกนี้ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานโลก วิกฤตอาหารโลก และวิกฤตการทหารโลก ซึ่งมันจะใช้อีกเวลา 2-3 ปี และในปี 2566 ความน่ากลัวที่รอเราอยู่ข้างหน้าจะมี 7 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ</p>



<p>1) ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งสหรัฐ-รัสเซีย-จีน 2) การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และธนาคารกลางต่าง ๆ 3) การลดลงของเงินเฟ้อโลก 4) การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ 5) การเริ่มของ global recessions 6) การอ่อนตัวของเศรษฐกิจจีนที่จะชัดเจนขึ้น และ 7) การก่อตัวของ emerging market crisis</p>



<p>ส่วนข่าวร้ายที่จะกระทบกับผู้ประกอบการในช่วงต่อไปก็คือ “โอกาสของการส่งออกที่จะน้อยลง” ต้นทุนสินค้าที่จะยังผันผวนไปอีกระยะ ค่าเงินโลกจะยังคงผันผวน จะมีเพียง “ภาคการท่องเที่ยว” ที่ยังคงพยุงทุกอย่างไว้ได้ ประเทศไทยยังมีเวลา 2 ปีในการปรับตัว แม้จะได้อานิสงส์จากการลงทุนจากต่างประเทศ แต่ทางกลับกันมันทำให้เกิดคู่แข่งมากขึ้นด้วยเช่นกัน</p>



<p>ส่วนพลังงานของประเทศจะมีเพียงพอหรือมั่นคงเพียงใดนั้น ใน&nbsp;<strong>“แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP”</strong>&nbsp;คือ ตัวบ่งชี้แนวทางการใช้พลังงานของประเทศว่าเป็นไปในทิศทางใด อาจมีทั้งการเปิดเสรีก๊าซ เสรีสายส่ง</p>



<p><strong>โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เองได้เตรียมแผนพลังงานแห่งชาติเอาไว้แล้ว ไทยยังโชคดีกว่าหลาย ๆ ประเทศที่ยังไม่ขาดแคลนพลังงาน เจอเพียงวิกฤตด้านราคาเท่านั้น แต่ถึงอย่างไร รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการออกมาช่วย ส่วนประชาชนและภาคเอกชนเองก็ต้องเข้าใจ และยอมรับถึงราคาพลังงานที่ต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงด้วยเช่นกัน</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading">ตั้งรับค่าไฟพุ่ง</h2>



<p><strong>นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์</strong>&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มองว่า ก๊าซยังเป็นพลังงานที่ยังสามารถใช้ไปได้ระยะหนึ่ง แต่คู่ขนานคือ การหนุนให้เกิดพลังงานหมุนเวียน แม้ต้องประกอบด้วยเชื้อเพลิงหลัก ส่วนสำคัญคือ ประเทศไทยเองจะต้องมีพลังงานสำรองเอาไว้สัก 10% เช่น การคงอยู่ของโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ</p>



<p>ขณะที่แนวโน้มอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายในระดับต่ำกว่า 4 บาท/หน่วยในอนาคต กกพ.ยอมรับว่า “จะไม่ได้เห็นอีกแล้ว” เนื่องจากเชื้อเพลิงมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากที่ประเทศไทยเคยพึ่งพิงก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย</p>



<p>ตอนนี้กลับต้องนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งขณะนี้ราคา LNG คิดเป็นต้นทุนการผลิตไฟราว 10 บาท/หน่วย ขณะที่ก๊าซอ่าวไทยอยู่ที่เพียง 2-3 บาท/หน่วย และน้ำมัน 6 บาท/หน่วย</p>



<p><strong>ด้านบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะองค์กรที่ต้องบริหารจัดการพลังงานให้เพียงพอกับคนในประเทศ มองว่า ในระยะยาวจำเป็นต้องเพิ่มทางเลือกด้านพลังงานให้กับภาคอุตสาหกรรม ในขณะที่ ปตท.เองก็ตั้งวิชั่นใหม่ ด้วยการมุ่งไปสู่ EV แบตเตอรี่ รวมถึงการมีแผนพลังงานฉุกเฉินเพื่อให้องค์กรจะยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้</strong></p>



<p>Source : <a href="https://www.prachachat.net/economy/news-1047381" target="_blank" rel="noopener">ประชาชาติธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รับมือวิกฤตพลังงานรอบใหม่ พิษสหรัฐ-จีน สะเทือนค่าขนส่ง LNG โลก</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/lng-c-us/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Aug 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[lng]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20562</guid>

					<description><![CDATA[โลจิสติกส์สายเรือผ่านช่องแคบไต้หวันสะเทือนพิษจีน-สหรัฐ “หอการค้าไทยในจีน-นักวิชาการ” เตือนรับมือวิกฤตต้นทุนพลังงานรอบใหม่ ดันต้นทุนขนส่ง-ประกันการเดินทางเรือพุ่ง สินค้ากลุ่มพลังงาน “น้ำมัน-LNG” ราคาขึ้น ด้าน กกพ.รับต้นทุนนำเข้า LNG พุ่ง กระทบค่าเอฟทีงวด 1 ปี’66 นายไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากกรณีที่จีนประกาศขยายระยะเวลาในการซ้อมรบต่อไปอีก 1 เดือน ถึงวันที่ 8 กันยายน 2565 โดยเพิ่ม 2 พื้นที่ทางตอนเหนือของไต้หวัน คือ อ่าวป๋อไฮ่ และทะเลเหนือ คาบเกี่ยวกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขณะที่ไต้หวันก็ประกาศซ้อมรบด้วยเช่นเดียวกัน อาจกลายเป็นประเด็นที่จะส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ทั้งการขนส่งทางเรือและทางอากาศทั่วโลก “จากที่ประเมินผลกระทบหลังจบการซ้อมรบในระลอกแรก หลัก ๆ จะกระทบเรื่องโลจิสติกส์ ทั้งทางเรือและทางอากาศ ซึ่งหากสิ้นสุดในวันที่ 7 ผลกระทบก็จะเป็นระยะสั้น แต่เมื่อขยายระยะเวลาไป ยาวนานขึ้นเป็นเดือนก็จะส่งผลกระทบขยายวงมากยิ่งขึ้น จากช่วงที่ผ่านมาที่ได้มีการยกเลิกการขนส่งผู้โดยสารทางด้านเซี่ยเหมินไปแล้ว ตอนนี้ผลกระทบกับทางภาคธุรกิจ หากการขนย้ายสินค้าต้องอ้อม ไม่สามารถขนส่งผ่านช่องแคบไต้หวันได้ จะใช้เวลาเพิ่มขึ้น 3 วัน ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่มประมาณ 10% [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>โลจิสติกส์สายเรือผ่านช่องแคบไต้หวันสะเทือนพิษจีน-สหรัฐ “หอการค้าไทยในจีน-นักวิชาการ” เตือนรับมือวิกฤตต้นทุนพลังงานรอบใหม่ ดันต้นทุนขนส่ง-ประกันการเดินทางเรือพุ่ง สินค้ากลุ่มพลังงาน “น้ำมัน-LNG” ราคาขึ้น ด้าน กกพ.รับต้นทุนนำเข้า LNG พุ่ง กระทบค่าเอฟทีงวด 1 ปี’66</strong></p>



<p>นายไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากกรณีที่จีนประกาศขยายระยะเวลาในการซ้อมรบต่อไปอีก 1 เดือน ถึงวันที่ 8 กันยายน 2565 โดยเพิ่ม 2 พื้นที่ทางตอนเหนือของไต้หวัน คือ อ่าวป๋อไฮ่ และทะเลเหนือ คาบเกี่ยวกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขณะที่ไต้หวันก็ประกาศซ้อมรบด้วยเช่นเดียวกัน อาจกลายเป็นประเด็นที่จะส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ทั้งการขนส่งทางเรือและทางอากาศทั่วโลก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2022/08/5-1-%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3.jpg" alt="ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร" class="wp-image-1013025"/></figure>
</div>


<p>“จากที่ประเมินผลกระทบหลังจบการซ้อมรบในระลอกแรก หลัก ๆ จะกระทบเรื่องโลจิสติกส์ ทั้งทางเรือและทางอากาศ ซึ่งหากสิ้นสุดในวันที่ 7 ผลกระทบก็จะเป็นระยะสั้น แต่เมื่อขยายระยะเวลาไป ยาวนานขึ้นเป็นเดือนก็จะส่งผลกระทบขยายวงมากยิ่งขึ้น จากช่วงที่ผ่านมาที่ได้มีการยกเลิกการขนส่งผู้โดยสารทางด้านเซี่ยเหมินไปแล้ว</p>



<p>ตอนนี้ผลกระทบกับทางภาคธุรกิจ หากการขนย้ายสินค้าต้องอ้อม ไม่สามารถขนส่งผ่านช่องแคบไต้หวันได้ จะใช้เวลาเพิ่มขึ้น 3 วัน ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่มประมาณ 10% โดยเฉพาะในเส้นทางเรือที่จะผ่านไปทางเซี่ยงไฮ้ ไต้หวันเป็นแนวเชื่อมกับกวางตุ้ง และช่องแคบไต้หวันเป็นเส้นทางเดินเรือเส้นทางทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และตะวันออกกลาง”</p>



<p>โดยสินค้าหลักที่จะกระทบมากที่สุด คือ พลังงาน ทั้งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สินค้าที่ต้องใช้เส้นทางเรือ และมีการสต๊อกในปริมาณที่จำกัด ซึ่งหากเปรียบเทียบกันแล้วกลุ่มพลังงานจะกระทบมากกว่าสินค้าเกษตร เพราะหากการส่งสินค้านี้ไม่สามารถผ่านไปได้สต๊อกเก่าหมด อาจทำให้เกิดวิกฤตพลังงานรอบใหม่</p>



<p>อีกด้านหนึ่งคือ ผลกระทบทางอากาศ เครื่องบินต้องเปลี่ยนเส้นทางไปทางตอนเหนือของไต้หวันซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการบินเพิ่มขึ้น 20-30 นาที อาจจะสายเรือ หรือสายการบินประกาศเปลี่ยนตารางการเดินเรือ การบินหรือเลื่อนไฟลต์ไปก่อน ซึ่งจะกระทบต่อการส่งสินค้า</p>



<p>“หากเกิดปัญหาด้านโลจิสติกส์รอบนี้ ในส่วนของไทย ซึ่งเพิ่งจะผ่านพ้นวิกฤตค่าระวางเรือและการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์มาในปีนี้ ต้องจับตามองการซ้อมรบ ถ้าซ้อม 5-7 วัน ระยะสั้นแต่ถ้านานกว่านั้น 1 เดือน ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาจะยาวนานกว่านั้น เพราะมีปัญหาเรื่องโลจิสติกส์ตามมา ค่าพลังงานตอนนี้ของไทยก็สูง หากต้องปรับราคาขึ้นไปอีกก็จะเป็นต้นทุนในการผลิตสินค้า”</p>



<p>รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ขณะนี้การขนส่งผ่านช่องแคบไต้หวันยังสามารถดำเนินการได้ปกติ เพราะจีนได้ยุติการซ้อมรบแล้วทำให้สถานการณ์ยังไม่รุนแรง แต่อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ยังมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ ขนส่งในอนาคตแน่</p>



<p>ทั้งนี้ ขึ้นกับว่าสถานการณ์จากนี้ คือ นโยบายจากจีนแผ่นดินใหญ่ “One China Policy” จะมีความเข้มข้นแค่ไหน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ช่วงแรกอาจจะทำให้ต้นทุนการประกันความเสี่ยงในการขนส่งสินค้าทางเรือเพิ่มขึ้น เพราะนโยบายทางด้านทหารเปลี่ยนได้ตลอดเวลา การขนส่งทางเรือใช้เวลาหลายวัน ความเสี่ยงระหว่างการเดินทางสูง โดยเฉพาะ 4 ประเทศหลักที่ใช้เส้นทางนี้คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน</p>



<p>“ปัจจุบันนี้สินค้าที่ขนส่งทางทะเลของโลกปีละ 12,000 ล้านตัน หรือ 25 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้มีการขนส่งผ่านช่องแคบไต้หวัน 240 ลำต่อวัน มีจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ 50% ผ่านเส้นทางช่องแคบนี้ และมูลค่าสินค้าที่ส่วนใหญ่ 80% เป็นสินค้าอุตสาหกรรม น้ำมันและก๊าซ เพราะเชื่อมการค้าระหว่างกันของ 4 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลี เพื่อขนส่งไประหว่างยุโรปและเอเชีย ดังนั้นผลกระทบต่อต้นทุนสินค้ากลุ่มพลังงานมีโอกาสจะเพิ่มขึ้นแน่”</p>



<p>ขณะที่แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน ในกรณีไต้หวันอาจจะส่งผลต่อราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดโลก อาจจะปรับตัวสูงขึ้นอีก ซึ่งจะส่งผลต่อการนำเข้า LNG สัญญาจร หรือ LNG Spot ของไทย ที่จะต้องนำเข้ามาใช้ทดแทนก๊าซธรรมชาติจากเมียนมา</p>



<p>เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าที่จะต้องนำมาคำนวณในสูตรค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) งวด 1 เดือน ม.ค.-เม.ย. 2566 ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากราคาที่เคยใช้คำนวณในการปรับค่าเอฟทีงวด 4 เดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565</p>



<p>ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM หนึ่งใน LNG Shipper ระบุว่า บริษัทมีแผนจะนำเข้า LNG เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการต้นทุนก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะใช้สำหรับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (IU) เป็นหลัก ทั้งสำหรับโครงการโรงไฟฟ้า SPP ใหม่เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม และโรงไฟฟ้า SPP โรงอื่น หลังจากที่บริษัทได้ลงนามสัญญา Terminal Usage Agreement กับ PTT LNG เป็นที่เรียบร้อยแล้วในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2022/08/5-1-%E0%B8%94%E0%B8%A3.%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%8C-%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C-.jpg" alt=" ดร.ฮาราลด์ ลิงค์" class="wp-image-1013026"/></figure>
</div>


<p>การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้า SPP เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและประสิทธิภาพสูง การขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และการควบคุมค่าใช้จ่าย จะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วงเวลาที่เหลือของปี และตลอดช่วง 12 เดือนข้างหน้าของบริษัท</p>



<p>“บริษัทยังได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าตามสูตร (ค่า Ft) ทุก ๆ 4 เดือน โดยในเดือนกันยายน-ธันวาคม 2565 กกพ.ได้ประกาศปรับขึ้นอีก 0.6866 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็น 0.9343 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มของราคาพลังงานโลก”</p>



<p>เช่นเดียวกับแหล่งข่าวจากบริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ระบุว่า การปรับค่าไฟฟ้าเอฟทีไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เนื่องจากสัดส่วนการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (IUs) ซึ่งคิดราคาขายตามเอฟทีของบริษัทนั้นมีสัดส่วนเพียง 2% หรือ 90 MWe เท่านั้น จากกำลังการผลิตรวมของโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่อง 5,656 MWe</p>



<p>Source : <a href="https://www.prachachat.net/economy/news-1013012" target="_blank" rel="noopener">ประชาชาติธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนะเร่งสำรวจแหล่งพลังงานในประเทศเพิ่ม แก้ปัญหาค่าไฟแพงในระยะยาว</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/pdp2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Aug 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[lng]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20559</guid>

					<description><![CDATA[โครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของประเทศ​ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ​หรือแผน PDP2018 (Rev1)​ ฉบับล่าสุด หรือที่กำลังจะจัดทำใหม่เป็น PDP2022 นั้น ยังคงพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง ในอดีตที่ผ่านมา เราพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตในอ่าวไทยเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ผลิตไฟฟ้าถึง 70 % แต่เมื่อดูแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ หรือ Gas Plan 2018 ในช่วงปลายแผนปี 2580 นั้นสัดส่วนของก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย จะลดเหลือเพียง 28% และสัดส่วนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG มาทดแทนนั้นจะสูงถึง 68% นั่นหมายความว่า หากราคา LNG ขยับขึ้นสูงเกิน 50 เหรียญ​สหรัฐ​ต่อล้านบีทียู ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องเจอกับปัญหาต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยที่ยังไม่นับรวมต้นทุนผลิตไฟฟ้าที่มาจากพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ( Energy Storage​ System​ )​ รวมทั้งจากพลังงานลม ชีวมวล และ ขยะ ที่มีการอุดหนุนค่าไฟฟ้าในรูป Feed in Tariff หรือ FiT อีกด้วย ทางออกในการแก้ปัญหาเชื้อเพลิงราคาแพงในระยะยาว ก็คือการหาแหล่งพลังงานในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าพลังงานให้ได้มากที่สุด [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>โครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของประเทศ​ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ​หรือแผน PDP2018 (Rev1)​ ฉบับล่าสุด หรือที่กำลังจะจัดทำใหม่เป็น PDP2022 นั้น ยังคงพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง</p>



<p>ในอดีตที่ผ่านมา เราพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตในอ่าวไทยเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ผลิตไฟฟ้าถึง 70 % แต่เมื่อดูแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ หรือ Gas Plan 2018 ในช่วงปลายแผนปี 2580 นั้นสัดส่วนของก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย จะลดเหลือเพียง 28% และสัดส่วนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG มาทดแทนนั้นจะสูงถึง 68% นั่นหมายความว่า หากราคา LNG ขยับขึ้นสูงเกิน 50 เหรียญ​สหรัฐ​ต่อล้านบีทียู ผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องเจอกับปัญหาต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยที่ยังไม่นับรวมต้นทุนผลิตไฟฟ้าที่มาจากพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ( Energy Storage​ System​ )​ รวมทั้งจากพลังงานลม ชีวมวล และ ขยะ ที่มีการอุดหนุนค่าไฟฟ้าในรูป Feed in Tariff หรือ FiT อีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/08/519451-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-32001"/><figcaption>เรือขนส่ง LNG – ขอบคุณภาพจาก ปตท.</figcaption></figure>
</div>


<p><strong>ทางออกในการแก้ปัญหาเชื้อเพลิงราคาแพงในระยะยาว ก็คือการหาแหล่งพลังงานในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าพลังงานให้ได้มากที่สุด</strong></p>



<p>แล้วประเทศไทย​ยังเหลือแหล่งพลังงานในประเทศอะไรอีกบ้างที่พอมีศักยภาพ? คำตอบของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ คือ พื้นที่ซึ่งกำลังเปิดให้ยื่นสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย รอบที่ 24 จำนวน 3 แปลง ซึ่งกรมเชื่อว่ายังมีโอกาสที่จะพบปริมาณสำรองปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นอีก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/04/1649409037747-724x1024.jpg" alt=""/></figure>
</div>


<p>ด้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง​ประเทศ​ไทย (กฟผ.)​ ให้ข้อมูลว่า ยังมีแหล่งถ่านหินลิกไนต์ที่แม่เมาะ ที่ยังไม่ได้เปิดเหมืองขุดถ่านขึ้นมาใช้อยู่อีกส่วนหนึ่งที่มีปริมาณสำรอง​มากพอสมควร แต่ต้องขึ้นกับนโยบายรัฐว่าจะให้ขุดขึ้นมาใช้หรือไม่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/08/519449-1024x729.jpg" alt="" class="wp-image-32000"/><figcaption>โรงไฟฟ้าแม่เมาะ – ขอบคุณภาพจาก กฟผ.</figcaption></figure>
</div>


<p>ในขณะที่ คมกฤช ตันตระ​วาณิชย์​ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการกำกับดูแลค่าไฟฟ้า มองไปที่พื้นที่อ่าวไทยในส่วนที่ทับซ้อนกับกัมพูชา ว่าควรจะเร่งให้เกิดความชัดเจน ในการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจ​เฉพาะเพื่อให้เกิดการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมขึ้นมาใช้ประโยชน์ เช่นเดียวกับพื้นที่เจดีเอไทย-มาเลเซีย ซึ่งเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จ โดยจะเป็นทางออกที่สำคัญในระยะยาวของประเทศ​ในการแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าแพง</p>



<p>ที่ผ่านมากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเคยมีการประเมินศักยภาพตามโครงสร้างทางธรณีวิทยาของพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา ที่เรียกชื่อกันใหม่ว่า เป็นเขตเศรษฐกิจ​พิเศษ​เฉพาะทางทะเล นั้น มีศักยภาพสูงเหมือนเช่นที่เราเคยสำรวจพบแหล่งก๊าซเอราวัณและบงกช ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นไทยจะมีแหล่งก๊าซป้อนโรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศ​ได้อีกหลายสิบปี</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การที่จะได้ใช้ประโยชน์จากเขตเศรษฐกิจ​เฉพาะทางทะเลไทย กัมพูชา นั้น หากเจรจาตกลงกันได้ในพิธีการและกระบวนการจัดทำข้อตกลงและกฏหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งการเริ่มต้นเข้าไปสำรวจและผลิตนั้น น่าจะใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี แต่ก็มีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีที่นายกรัฐมนตรี​ของไทย พลเอกประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ มองเห็นความสำคัญในเรื่องนี้แล้ว โดยมีการให้สัมภาษ​ณ์บอกสื่อมวลชนและอภิปรายชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎร​ถึงความพยายาม​ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการในเรื่องนี้ เพียงแต่ไม่ได้ลง​รายละเอียด​และเปิดเผยให้สาธารณชนได้ทราบ</p>



<p>ค่าไฟฟ้าในบิลเดือน ก.ย.-ธ.ค.65 ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นนั้นกระทบภาระรายจ่ายของประชาชน และภาระที่ กฟผ. แบกรับไว้ก่อนแล้ว 8.7 หมื่นล้านบาทนั้นจะทำให้ค่าไฟฟ้าตลอดทั้งปี 2566 ยังอยู่ในระดับสูง สำหรับแผนระยะยาวที่ยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG ในสัดส่วนที่สูง ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าควรจะต้องช่วยผลักดันให้รัฐมีนโยบายที่ชัดเจนในการสำรวจหาแหล่งพลังงานในประเทศ​เพิ่มเติม เพื่อหวังที่จะมีเชื้อเพลิงมาผลิตไฟฟ้าทดแทนเชื้อเพลิง​นำเข้าราคาแพงได้ตามศักยภาพที่ประเทศไทยมีอยู่</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครือปตท. ซื้อแอลเอ็นจีจากกลุ่ม Cheniere Energy สหรัฐฯ อีก 1 ล้านตัน สัญญา 20 ปี</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/ptt-lng-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Aug 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[lng]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20526</guid>

					<description><![CDATA[ปตท. มีมติให้ พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจี ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลวระยะยาว 20 ปี อีก 1 ล้านตัน กับบริษัทในกลุ่ม Cheniere Energy สหรัฐอเมริกา ขยายการดำเนินธุรกิจ LNG ของกลุ่ม ปตท. ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีมติให้บริษัท พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจี จำกัด (PTTGL) ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กับ บริษัท Corpus Christi Liquefaction LLC (CCL) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Cheniere Energy บริษัทพลังงานจากสหรัฐอเมริกา ในปริมาณ 1 ล้านตันต่อปี เป็นระยะเวลา 20 ปี เริ่มต้นส่งมอบในปี 2569 เป็นต้นไป นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h3 class="wp-block-heading">ปตท. มีมติให้ พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจี ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลวระยะยาว 20 ปี อีก 1 ล้านตัน กับบริษัทในกลุ่ม Cheniere Energy สหรัฐอเมริกา ขยายการดำเนินธุรกิจ LNG ของกลุ่ม ปตท.</h3>



<p>ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีมติให้บริษัท พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจี จำกัด (PTTGL) ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กับ บริษัท Corpus Christi Liquefaction LLC (CCL) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Cheniere Energy บริษัทพลังงานจากสหรัฐอเมริกา ในปริมาณ 1 ล้านตันต่อปี เป็นระยะเวลา 20 ปี เริ่มต้นส่งมอบในปี 2569 เป็นต้นไป</p>



<p><strong>นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า การลงนามในสัญญาครั้งนี้สะท้อนถึงทิศทางของยุทธศาสตร์และการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่พลังงานสะอาดและธุรกิจใหม่ๆ ตามวิสัยทัศน์ของ ปตท. “Powering life with Future Energy and Beyond” ซึ่งก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานสำคัญ ที่สนับสนุนทั้งความมั่นคงด้านพลังงานและความยั่งยืนในอนาคต โดย ปตท. มีพัฒนาการที่รุดหน้าในธุรกิจ LNG ตามเป้าหมายที่จะเป็น LNG Player ในระดับสากล และภายในสิ้นปี 2565 นี้ กลุ่ม ปตท. จะมีสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพ LNG 2 แห่ง มีความสามารถจ่ายก๊าซฯ รวม 19 ล้านตันต่อปี ช่วยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้ในระยะยาวและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ</p>



<p>การลงนามสัญญาฯ ในครั้งนี้ นับว่าเป็นโอกาสดีในการจัดหา LNG จากแหล่งผลิตที่มีศักยภาพและมีคุณภาพอย่างบริษัท Cheniere Energy ที่เป็นผู้ผลิตและส่งออก LNG ที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์พลังงานโลก การผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยที่มีแนวโน้มลดลง และวิกฤตการณ์ของราคาเชื้อเพลิงที่มีความผันผวนนี้</p>



<p>ด้าน นาย Jack Fusco ประธานและซีอีโอ ของบริษัท Cheniere Energy กล่าวว่า การลงนามสัญญาฯ ครั้งนี้ เป็นการซื้อขาย LNG ระยะยาวของ PTTGL จากบริษัทผู้ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยตรง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตที่มีความน่าเชื่อถือระดับโลก สัญญาฯ ดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการ LNG ระยะยาว ซึ่งเป็นพลังงานที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในทศวรรษนี้</p>



<p>สำหรับ บริษัท Cheniere Energy เป็นผู้นำด้านการผลิตและการส่งออก LNG สำคัญของสหรัฐอเมริกา และกำลังดำเนินการขยายการผลิตไปสู่อุตสาหกรรมห่วงโซ่อุปทานของ LNG สำนักงานใหญ่ของบริษัทอยู่ในเมืองฮุสตัน เท็กซัส และมีสำนักงานในลอนดอน สิงคโปร์ ปักกิ่ง โตเกียว และวอชิงตัน</p>



<p>Source : <a href="https://www.matichon.co.th/economy/news_3474655" target="_blank" rel="noopener">มติชนออนไลน์</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนพ. รายงานสถานการณ์พลังงานและแนวโน้มปี 65 และความก้าวหน้าการส่งเสริม EV ของไทย</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/power-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jun 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ev]]></category>
		<category><![CDATA[lng]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20380</guid>

					<description><![CDATA[นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สถานการณ์พลังงานไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 การใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นสุดท้าย เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวรวมถึงการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ส่งผลให้การใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะการใช้ลิกไนต์ในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ความต้องการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นปรับตัวลดลงร้อยละ 0.8 จากการใช้ LNG ที่ลดลงในภาคการผลิตไฟฟ้า อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับการคาดการณ์ครั้งที่แล้ว (ธันวาคม 2564) ครั้งนี้ได้มีการปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจลงเนื่องจากภาวการณ์ขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญลดลงและราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงจากสถานการณ์ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย – ยูเครน และมาตรการคว่ำบาตรที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ การคาดการณ์ความต้องการพลังงานขั้นต้น ปี 2565 อยู่ที่ระดับ 2.034 ล้านบาร์เรลต่อวันเทียบเท่าน้ำมันดิบ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับปี 2564 ตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศและการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับนโยบายเปิดประเทศของไทยและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ทั้งนี้คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภท ยกเว้นก๊าซธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบจากราคาตลาดโลก ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างรัสเซีย &#8211; ยูเครน โดยการใช้น้ำมัน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9 จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาดส่งผลให้ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าสู่ภาวะปกติ ในขณะที่ การใช้ก๊าซธรรมชาติ คาดว่าจะลดลงร้อยละ 9.5 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สถานการณ์พลังงานไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 การใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นสุดท้าย เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวรวมถึงการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ส่งผลให้การใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะการใช้ลิกไนต์ในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ความต้องการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นปรับตัวลดลงร้อยละ 0.8 จากการใช้ LNG ที่ลดลงในภาคการผลิตไฟฟ้า อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับการคาดการณ์ครั้งที่แล้ว (ธันวาคม 2564) ครั้งนี้ได้มีการปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจลงเนื่องจากภาวการณ์ขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญลดลงและราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงจากสถานการณ์ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย – ยูเครน และมาตรการคว่ำบาตรที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ</p>



<p>การคาดการณ์ความต้องการพลังงานขั้นต้น ปี 2565 อยู่ที่ระดับ 2.034 ล้านบาร์เรลต่อวันเทียบเท่าน้ำมันดิบ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับปี 2564 ตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศและการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับนโยบายเปิดประเทศของไทยและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ทั้งนี้คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภท ยกเว้นก๊าซธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบจากราคาตลาดโลก ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างรัสเซีย &#8211; ยูเครน โดยการใช้น้ำมัน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9 จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาดส่งผลให้ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าสู่ภาวะปกติ ในขณะที่ การใช้ก๊าซธรรมชาติ คาดว่าจะลดลงร้อยละ 9.5 เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จึงมีการใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลในการผลิตไฟฟ้าเพื่อทดแทน การใช้ก๊าซธรรมชาติ โดยรัฐบาลได้มีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลที่ใช้ผลิตไฟฟ้าเหลือศูนย์จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2565 เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ อย่างไรก็ตามในส่วนของก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ได้มีมาตรการตรึงราคาขายปลีกอยู่ที่ 15.59 บาท/กิโลกรัม (เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564 ถึง 15 มิถุนายน 2565) รวมถึงมีมาตรการ “เอ็นจีวีเพื่อลมหายใจเดียวกัน” คงราคาขายปลีกก๊าซ NGV สำหรับรถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ 13.62 บาท/กิโลกรัม สำหรับการใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 จากการใช้ถ่านหินนำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้ในภาคอุตสาหกรรม ส่วนการใช้ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้า คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 ตามปริมาณน้ำฝนและ น้ำในเขื่อนที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งการนำเข้าไฟฟ้าจาก สปป.ลาว</p>



<p>พร้อมกันนี้ นายวัฒนพงษ์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ยังได้รายงานผลการดำเนินงานเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยว่า ที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV ชาติ) ซึ่งมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย 30@30 คือ การตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ. 2573 เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก และเป็นกลไกสำคัญในการก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ดังนั้น ภาครัฐจึงได้ออกมาตรการสนับสนุนเพื่อส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าทั้งด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี เพื่อให้ราคายานยนต์ไฟฟ้าใกล้เคียงกับรถยนต์สันดาป (ICE) พร้อมทั้งกระทรวงพลังงานจะเร่งดำเนินการส่งเสริมการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ในพื้นที่สาธารณะให้เพียงพอกับยานยนต์ไฟฟ้า โดยปัจจุบันมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าจำนวน 944 แห่งทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 4 มีนาคม 2565) สำหรับยอดจำนวนจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าถึงเดือนเมษายน ปี 2565 สะสมรวมทั้งสิ้น 5,614 คัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอมาตรการส่งเสริมเพิ่มเติมได้แก่ (1) มาตรการสนับสนุนเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ในเรื่องอัตราค่าไฟฟ้า Low Priority สำหรับผู้ประกอบการสถานีอัดประจุไฟฟ้าต่อเนื่อง ซึ่งที่ประชุมบอร์ด EV ชาติ เห็นชอบการขยายอัตราค่าไฟฟ้าถึงปี พ.ศ. 2568 รวมถึงด้านสิทธิและประโยชน์สำหรับกิจการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานพาหนะไฟฟ้า และได้มอบหมาย BOI พิจารณา ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้มีการจัดทำ Platform กลาง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงมาตรการและวิธีการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่กลุ่มผู้อยู่อาศัยในอาคารชุด คอนโดมิเนียม (2) มาตรการสนับสนุนการลงทุนอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ด้านสิทธิประโยชน์การลงทุนและการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ที่ประชุมมอบหมายให้ BOI และกรมสรรพสามิตพิจารณา</p>



<p>“โดยในขณะนี้ อยู่ระหว่างเตรียมเสนอมาตรการส่งเสริมเพิ่มเติมได้แก่ มาตรการสนับสนุนเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และมาตรการสนับสนุนการลงทุนอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งด้านสิทธิประโยชน์การลงทุนและการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต” นายวัฒนพงษ์ กล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="http://www.eppo.go.th/images/Infromation_service/NEWS/2022/06Jun/news-020665_01.jpg" alt="news 020665 01"/></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="http://www.eppo.go.th/images/Infromation_service/NEWS/2022/06Jun/news-020665_02.jpg" alt="news 020665 02"/></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="http://www.eppo.go.th/images/Infromation_service/NEWS/2022/06Jun/news-020665_03.jpg" alt="news 020665 03"/></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="http://www.eppo.go.th/images/Infromation_service/NEWS/2022/06Jun/news-020665_04.jpg" alt="news 020665 04"/></figure>
</div>


<p>Source : <a href="http://www.eppo.go.th/index.php/th/?option=com_k2&amp;view=item&amp;id=18104:news-020665-01" target="_blank" rel="noopener">กระทรวงพลังงาน</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่งสัญญาณ​ปรับขึ้นค่าเอฟทีงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.65 แนะช่วยกันประหยัดใช้ไฟฟ้า</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/ft-sep-dec-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jun 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[lng]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20343</guid>

					<description><![CDATA[กกพ.ส่งสัญญาณ​เตรียมพิจารณาปรับขึ้นค่าไฟฟ้าส่วนของเอฟทีงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.65 โดยการแบกภาระหนี้ค่าไฟฟ้าของ กฟผ.แทนประชาชนอาจจะสูงเกิน 1 แสนล้านบาทและจะมีปัญหาการขาดสภาพคล่องเพิ่มขึ้น หากรัฐบาลยังสั่งให้มีการตรึงค่าเอฟที แนะให้ช่วยกันประหยัด​การใช้​ไฟฟ้า​ แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)​เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาค่าไฟฟ้า ในส่วนของค่าไฟฟ้าผันแปรงวดเดือน ก.ย.-พ.ค.65 ในเดือน มิ.ย.นี้ โดยมีการประเมินต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจากการต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวหรือLNGเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณก๊าซจากแหล่งในอ่าวไทยที่ส่งป้อนโรงไฟฟ้านั้นลดลง ซึ่งเมื่อพิจารณาร่วมกับปัจจัยเชื้อเพลิงอื่นๆและอัตราแลกเปลี่ยน ค่าเอฟทีจะต้องปรับขึันอีก 40 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมที่จะจัดเก็บในบิลค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.65 จะอยู่ที่ประมาณ 4.40 บาทต่อหน่วย แนวโน้มค่าเอฟทีที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมีปัจจัยสำคัญมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงLNGนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นและใช้ในสัดส่วนที่มากขึ้น ดังนั้นผู้ใช้ไฟฟ้าจึงควรต้องช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้าด้วย ผู้สื่อข่าว​ศูนย์ข่าว​พลังงาน ​(Energy​ News​Center -ENC​)​ รายงานว่า การจะปรับขึ้นค่าเอฟทีในอัตราเท่าใดนั้นจะขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กพพ.)​และนโยบายจากกระทรวงพลังงาน โดยหากปรับขึ้นค่าเอฟทีน้อยกว่า 40 สตางค์ต่อหน่วย การแบกภาระค่าเอฟทีของ กฟผ.แทนประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าไว้ก่อนจะทะลุเกิน 1 แสนล้านบาทและทำให้ กฟผ.ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ กฟผ.ช่วยแบกภาระค่าเอฟทีแทนประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า ในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.64 เป็นวงเงินประมาณ 3.9 หมื่นล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 6 หมื่นล้านบาทในงวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 65 และเพิ่มเป็น 8.3 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>กกพ.ส่งสัญญาณ​เตรียมพิจารณาปรับขึ้นค่าไฟฟ้าส่วนของเอฟทีงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.65 โดยการแบกภาระหนี้ค่าไฟฟ้าของ กฟผ.แทนประชาชนอาจจะสูงเกิน 1 แสนล้านบาทและจะมีปัญหาการขาดสภาพคล่องเพิ่มขึ้น หากรัฐบาลยังสั่งให้มีการตรึงค่าเอฟที แนะให้ช่วยกันประหยัด​การใช้​ไฟฟ้า​</strong></p>



<p><strong>แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)​</strong>เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาค่าไฟฟ้า ในส่วนของค่าไฟฟ้าผันแปรงวดเดือน ก.ย.-พ.ค.65 ในเดือน มิ.ย.นี้ โดยมีการประเมินต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจากการต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวหรือLNGเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณก๊าซจากแหล่งในอ่าวไทยที่ส่งป้อนโรงไฟฟ้านั้นลดลง ซึ่งเมื่อพิจารณาร่วมกับปัจจัยเชื้อเพลิงอื่นๆและอัตราแลกเปลี่ยน ค่าเอฟทีจะต้องปรับขึันอีก 40 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมที่จะจัดเก็บในบิลค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.65 จะอยู่ที่ประมาณ 4.40 บาทต่อหน่วย</p>



<p>แนวโน้มค่าเอฟทีที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมีปัจจัยสำคัญมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงLNGนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นและใช้ในสัดส่วนที่มากขึ้น ดังนั้นผู้ใช้ไฟฟ้าจึงควรต้องช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้าด้วย</p>



<p>ผู้สื่อข่าว​ศูนย์ข่าว​พลังงาน ​(Energy​ News​Center -ENC​)​ รายงานว่า การจะปรับขึ้นค่าเอฟทีในอัตราเท่าใดนั้นจะขึ้นอยู่กับมติของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กพพ.)​และนโยบายจากกระทรวงพลังงาน โดยหากปรับขึ้นค่าเอฟทีน้อยกว่า 40 สตางค์ต่อหน่วย การแบกภาระค่าเอฟทีของ กฟผ.แทนประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าไว้ก่อนจะทะลุเกิน 1 แสนล้านบาทและทำให้ กฟผ.ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้น</p>



<p>ทั้งนี้ กฟผ.ช่วยแบกภาระค่าเอฟทีแทนประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า ในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.64 เป็นวงเงินประมาณ 3.9 หมื่นล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 6 หมื่นล้านบาทในงวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 65 และเพิ่มเป็น 8.3 หมื่นล้านบาทในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค 65 ซึ่งในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.65 หาก กกพ.ไม่ปรับขึ้นค่าเอฟทีให้สูงกว่า 40 สตางค์ต่อหน่วย ภาระของ กฟผ. จะเพิ่มเป็นประมาณ 1.09 แสนล้านบาท</p>



<p>โดยการแบกภาระหนี้ค่าเอฟทีที่มากเกินไปทำให้ กฟผ.ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่อง และ ปตท.ต้องเข้ามาช่วยขยายเวลาจ่ายหนี้ค่าก๊าซเดือน พ.ค.มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาทให้เป็นระยะเวลา 4 เดือน พร้อมยกเว้นดอกเบี้ยผิดนัดอีก 340 ล้านบาทให้ กฟผ.</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e2%80%8b%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ติดโซลาร์รูฟหนีค่าไฟ เคแบงก์-SCB อัดฉีดสินเชื่อหนุน NetZero</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/solar-scb-kbank/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jun 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[kbank]]></category>
		<category><![CDATA[lng]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[scb]]></category>
		<category><![CDATA[solar roof]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20340</guid>

					<description><![CDATA[ยักษ์เอกชนแห่ใช้พลังงานทดแทนลดต้นทุนค่าไฟ “ศรีตรัง-CPF-WHA-S&#38;P” เดินหน้าขยายลงทุน “โซลาร์รูฟ” เคแบงก์-SCB อัดแคมเปญดอกเบี้ยหนุนสินเชื่อธุรกิจ-บ้านติดตั้ง “solar roof” ชี้ประหยัดได้กว่า 60% พร้อมเดินหน้าเข้าสู่ net zero นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันภาคเอกชนโรงงานและภาคธุรกิจ ตื่นตัวติดตั้งแผงโซลาร์รูฟบนหลังคาโรงงานมากถึง 1,000 เมกะวัตต์ เนื่องจากคุ้มค่าต่อการลงทุนที่ต้องใช้ไฟตอนกลางวัน ซึ่งโซลาร์รูฟท็อปช่วยประหยัดค่าไฟได้ 3-4 บาทต่อหน่วย ล่าสุดรัฐก็มีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าส่วนที่เหลือ หากโรงงานมีขนาดหลังคาใหญ่ก็จะสามารถติดตั้งแผงโซลาร์ได้คุ้มค่าการลงทุนมากขึ้น จากที่ราคา LNG ปรับสูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า กกพ.จึงประกาศรับซื้อไฟฟ้าคืน โดยโรงงานที่ติดตั้งโซลาร์ต้องการขายไฟส่วนที่เหลือใช้ หรือส่วนที่เก็บไว้ช่วงออฟพีกคืนกลับระบบของ 3 การไฟฟ้า เพียงแต่ระดับราคารับซื้ออาจไม่สูง ซึ่งรัฐต้องบริหารจัดการต่อภาระต้นทุน ขณะที่ภาคประชาชนก็ได้รับการส่งเสริมตาม “โครงการโซลาร์ประชาชน” โดยปี 2562-2564 มีผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟรวม 1,290 ราย กำลังการผลิตรวม 7.1 MW เอกชนแห่ติดโซลาร์รูฟ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>ยักษ์เอกชนแห่ใช้พลังงานทดแทนลดต้นทุนค่าไฟ “ศรีตรัง-CPF-WHA-S&amp;P” เดินหน้าขยายลงทุน “โซลาร์รูฟ” เคแบงก์-SCB อัดแคมเปญดอกเบี้ยหนุนสินเชื่อธุรกิจ-บ้านติดตั้ง “solar roof” ชี้ประหยัดได้กว่า 60% พร้อมเดินหน้าเข้าสู่ net zero</strong></p>



<p>นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันภาคเอกชนโรงงานและภาคธุรกิจ ตื่นตัวติดตั้งแผงโซลาร์รูฟบนหลังคาโรงงานมากถึง 1,000 เมกะวัตต์ เนื่องจากคุ้มค่าต่อการลงทุนที่ต้องใช้ไฟตอนกลางวัน ซึ่งโซลาร์รูฟท็อปช่วยประหยัดค่าไฟได้ 3-4 บาทต่อหน่วย ล่าสุดรัฐก็มีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าส่วนที่เหลือ หากโรงงานมีขนาดหลังคาใหญ่ก็จะสามารถติดตั้งแผงโซลาร์ได้คุ้มค่าการลงทุนมากขึ้น</p>



<p>จากที่ราคา LNG ปรับสูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า กกพ.จึงประกาศรับซื้อไฟฟ้าคืน โดยโรงงานที่ติดตั้งโซลาร์ต้องการขายไฟส่วนที่เหลือใช้ หรือส่วนที่เก็บไว้ช่วงออฟพีกคืนกลับระบบของ 3 การไฟฟ้า เพียงแต่ระดับราคารับซื้ออาจไม่สูง ซึ่งรัฐต้องบริหารจัดการต่อภาระต้นทุน ขณะที่ภาคประชาชนก็ได้รับการส่งเสริมตาม “โครงการโซลาร์ประชาชน” โดยปี 2562-2564 มีผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟรวม 1,290 ราย กำลังการผลิตรวม 7.1 MW</p>



<h2 class="wp-block-heading">เอกชนแห่ติดโซลาร์รูฟ</h2>



<p>นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การที่โรงงานเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน เช่น การติดแผงโซลาร์รูฟท็อป เป็นส่วนที่ช่วยลดต้นทุนได้ เพราะตอนนี้ทั้งราคาและคุณภาพของแผงโซลาร์ก็ดีขึ้น ธนาคารหลายแห่งก็ให้สินเชื่อพิเศษสำหรับการลงทุนในส่วนนี้ เชื่อว่าหากภาครัฐมีการสนับสนุนเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงาน green ก็จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ</p>



<p>นายภาณุพงศ์ สิรโยภาส ผู้จัดการกลุ่มฝ่ายความยั่งยืนองค์กร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) และบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาโรงงาน และโรงงานที่มุกดาหารก็ทำโซลาร์โฟลตติ้ง อีกทั้งพยายามใช้พลังงานจากไฟฟ้าชีวมวล (ไบโอแมส) ร่วมคู่ขนาน ทำให้ที่ผ่านมาซื้อไฟจากภายนอกลดลง และมีแผนจะขยายลงทุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในโรงงานอื่น ๆ พร้อมกับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกนำพลังงานสะอาดมาชดเชย ซึ่งหลายบริษัทก็สามารถผลิตไฟฟ้าและขายคืนสู่ระบบได้</p>



<h2 class="wp-block-heading">CPF-WHA ขยายลงทุนโซลาร์</h2>



<p>ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานการสำรวจข้อมูลพบว่าภาคธุรกิจตื่นตัวติดตั้งแผงโซลาร์ในหลังคาอย่างมาก เช่น บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) มีนโยบายยกเลิกใช้ถ่านหินในปี 2565 “CPF Coal Free 2022” โดยเสริมโครงการฟาร์มและโรงงานใช้พลังงานหมุนเวียน โดยมีการได้ติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาโรงงานและอาคารสำนักงานไปแล้ว 23 แห่ง โซลาร์ฟาร์ม 4 แห่ง และโซลาร์ลอยน้ำ 2 แห่ง และกำลังจะเดินหน้าโครงการนี้ระยะ 3</p>



<p>คาดว่าจะติดตั้งโซลาร์รูฟ โซลาร์ฟาร์ม และโซลาร์ลอยน้ำอีกไม่น้อยกว่า 60 แห่ง ในปี 2566 จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวม 43 เมกะวัตต์ เทียบเท่าการใช้ไฟฟ้า 62 ล้านหน่วยต่อปี</p>



<p>ขณะที่ บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) จัดทำโครงการโซลาร์รูฟท็อปขนาด 820 KWp พ่วงระบบกักเก็บพลังงานขนาด 550 KWh เมื่อปี 2564 เพื่อจ่ายไฟให้ระบบสาธารณูปโภคภายในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้4 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อย CO2 สู่ชั้นบรรยากาศได้ถึง 10,500 ตัน</p>



<p>ทางด้าน บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท ผู้ผลิตเบเกอรี่ S&amp;P ได้ขยายพื้นที่โครงการโซลาร์รูฟโรงงานเบเกอรี่ เฟส 2 เมื่อปี 2564 ส่งผลให้ผลิตไฟฟ้าได้รวม 997.5 กิโลวัตต์ โดยสามารถผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 1.35 ล้านหน่วย ทำให้การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตเบเกอรี่ของบริษัทมีสัดส่วนถึง 35-40%</p>



<h2 class="wp-block-heading">SCB-KBANK หนุนปล่อยกู้</h2>



<p>นางสาวอรรัตน์ ชุติมิต รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจรายย่อยและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ก่อนหน้านี้ธนาคารได้ร่วมมือกับบริษัท กันกุล โซลาร์ คอมมูนิตี้ จำกัด ทำแคมเปญพิเศษให้ลูกค้าสินเชื่อบ้านที่สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟ “ร้อนนี้ ติดโซลาร์หั่นค่าไฟ” โดยลูกค้าที่สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟกับกันกุลฯ ตั้งแต่ 1 มี.ค.-30 เม.ย. 2565 รับส่วนลดสูงสุด 59,900 บาท รับประกันการติดตั้ง 2 ปี ทั้งยังเป็นการตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่ที่คนทำงานที่บ้านมากขึ้น รวมถึงผู้บริโภคที่ให้ความใส่ใจกับการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดภาวะโลกร้อน</p>



<p>“เราคาดว่ากลุ่มลูกค้าที่มีค่าใช้จ่ายค่าไฟต่อเดือน 3,000 บาทขึ้นไป จะให้ความสนใจโซลูชั่นนี้ เพราะสามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้สูงสุด 60% ต่อเดือน และยังช่วยลูกค้าเพิ่มรายได้อีกทาง โดยกรณีลูกค้ามีไฟฟ้าส่วนที่เหลือใช้สามารถนำมาขายไฟให้แก่ภาครัฐ โดยกันกุลฯจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการประสานงานกับภาครัฐให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการดังกล่าวอีกด้วย”</p>



<p>นางชลารัตน์ พินิจเบญจพล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังเปิดตัวโครงการสินเชื่อ GREEN ZERO ช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีลูกค้ายื่นขอสินเชื่อบ้าน “Solar Roof” แล้ว 5 ราย วงเงินกู้ประมาณ 31 ล้านบาท ซึ่งธนาคารกำลังเร่งประชาสัมพันธ์และหาพันธมิตรทั้งในส่วนบริษัทอสังหาฯและผู้ประกอบการโซลาร์รูฟ</p>



<p>ขณะเดียวกัน ธนาคารได้ร่วมกับผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่ที่ออกแบบโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟพร้อมขาย ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในการลดค่าไฟที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิดเมื่อสองปีก่อน จึงมองว่าสินเชื่อบ้านโซลาร์รูฟจะมีแนวโน้มที่ดี สอดคล้องกับที่ทั่วโลกมีการตื่นตัวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กระแสการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESG) ในส่วนของประเทศไทย ภาครัฐประกาศ Net Zero ในปี 2065 ซึ่งในส่วนของธนาคารก็ให้ความสำคัญเรื่อง ESG มาอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>Source : <a href="https://www.prachachat.net/economy/news-915833" target="_blank" rel="noopener">ประชาชาติธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
