<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>KTIS &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/ktis/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Sun, 29 Jan 2023 07:18:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>KTIS &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นิเวศอุตสาหกรรมอ้อย ไร้ของเหลือทิ้ง นวัตกรรมเพิ่มรายได้-ลดโลกร้อน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/ktis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[KTIS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=21031</guid>

					<description><![CDATA[KTIS ส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ สร้างระบบนิเวศตามธรรมชาติ หนุนรับรองคาร์บอนเครดิตไร่อ้อย บวกเพิ่มราคารับซื้อแก้ปัญหาเผาใบก่อนเก็บเกี่ยว พร้อมวิจัย 5 สายพันธุ์อ้อยทางเลือกป้องโรคระบาด เป้านำไปสู่ความยั่งยืน “อ้อย” เป็นทั้งพืชเศรษฐกิจจากภาคการเกษตร และต่อเนื่องเป็นอุตสาหกรรมน้ำตาล รวมถึงมี by-product หลายชนิดและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจปัจจุบันและอนาคต ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับโลกด้วย  ทั้งนี้ ประเทศไทย มีมูลค่าการส่งออกน้ำตาลมากกว่าปีละ 1 แสนล้านบาท สร้างงานในภาคเกษตรให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 4 แสนราย มีพื้นที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศ กว่า 12 ล้านไร่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยว ค่าแรงสูง และความรวดเร็วในการตัดอ้อย ทำให้เจ้าของไร่ใช้วิธีการเผาใบก่อนการเก็บเกี่ยว ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้สูญเสียน้ำหนักและคุณภาพความหวานแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อ อินทรียวัตถุในดิน ที่สำคัญคือ เป็นการสร้างมลพิษทางอากาศ อภิชาต นุชประยูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจชีวภาพ กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS  เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าในอดีตกระบวนการผลิตอ้อย เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผาใบอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว รวมทั้งเกษตรกรนิยมใช้ปุ๋ยเคมีจำนวนมาก และใช้อย่างไม่ถูกวิธี ส่งผลให้ดินเสีย มีสารเคมีสะสมอยู่ในดินมาก ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้การปลูกอ้อยมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบาด ซึ่งเคยมีมาแล้วเมื่อ 20 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">KTIS ส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ สร้างระบบนิเวศตามธรรมชาติ หนุนรับรองคาร์บอนเครดิตไร่อ้อย บวกเพิ่มราคารับซื้อแก้ปัญหาเผาใบก่อนเก็บเกี่ยว พร้อมวิจัย 5 สายพันธุ์อ้อยทางเลือกป้องโรคระบาด เป้านำไปสู่ความยั่งยืน</p>



<p class="wp-block-paragraph">“<strong>อ้อย”</strong> เป็นทั้งพืชเศรษฐกิจจากภาคการเกษตร และต่อเนื่องเป็นอุตสาหกรรมน้ำตาล รวมถึงมี by-product หลายชนิดและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจปัจจุบันและอนาคต ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับโลกด้วย  ทั้งนี้ ประเทศไทย มีมูลค่าการส่งออกน้ำตาลมากกว่าปีละ 1 แสนล้านบาท สร้างงานในภาคเกษตรให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 4 แสนราย มีพื้นที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศ กว่า 12 ล้านไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยว ค่าแรงสูง และความรวดเร็วในการตัดอ้อย ทำให้เจ้าของไร่ใช้วิธีการเผาใบก่อนการเก็บเกี่ยว ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้สูญเสียน้ำหนักและคุณภาพความหวานแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อ อินทรียวัตถุในดิน ที่สำคัญคือ เป็นการสร้างมลพิษทางอากาศ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://image.bangkokbiznews.com/uploads/images/contents/w1024/2023/01/lyedohPnpH5xwxwai78t.webp" alt="นิเวศอุตสาหกรรมอ้อย”ไร้ของเหลือทิ้ง   นวัตกรรมเพิ่มรายได้-ลดโลกร้อน"/></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://image.bangkokbiznews.com/uploads/images/contents/w1024/2023/01/9RBU3HYaXjiAgrjQoEbK.webp" alt="นิเวศอุตสาหกรรมอ้อย”ไร้ของเหลือทิ้ง   นวัตกรรมเพิ่มรายได้-ลดโลกร้อน"/></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://image.bangkokbiznews.com/uploads/images/contents/w1024/2023/01/nS5H6CYMFvIKjq23rPwB.webp" alt="นิเวศอุตสาหกรรมอ้อย”ไร้ของเหลือทิ้ง   นวัตกรรมเพิ่มรายได้-ลดโลกร้อน"/></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><strong>อภิชาต นุชประยูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจชีวภาพ กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS </strong> เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าในอดีตกระบวนการผลิตอ้อย เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผาใบอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว รวมทั้งเกษตรกรนิยมใช้ปุ๋ยเคมีจำนวนมาก และใช้อย่างไม่ถูกวิธี ส่งผลให้ดินเสีย มีสารเคมีสะสมอยู่ในดินมาก ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้การปลูกอ้อยมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบาด ซึ่งเคยมีมาแล้วเมื่อ 20 ปีก่อน เกิดโรคเหี่ยวเน่าแดงขึ้นต้นอ้อยเสียหายกันทั่วประเทศ ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั้งระบบ </p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นกลุ่ม KTIS จึงให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ คือการเพาะปลูกอ้อย โดยได้ให้ความรู้เกษตรกรในการใช้วิธีการเกษตรอินทรีย์ (organic) ช่วยในการเพาะปลูก เช่น การใช้แตนเบียนเพื่อควบคุมจำนวนหนอนศัตรูอ้อย โดยหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในไร่อ้อย เป็นวิธีการทำการเกษตรที่ไม่ทำลายระบบนิเวศตามธรรมชาติเพื่อยับยั้งไม่ให้เกษตรกรเผาใบก่อนเก็บเกี่ยวกลุ่ม KTIS <strong>ประกาศรับซื้อใบอ้อยบวกเพิ่มจากราคาอ้อย อีกตันละ 800 บาท </strong>เฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่บริษัทเข้าไปส่งเสริม เพื่อนำใบอ้อยมาใช้เป็นพลังงานชีวมวล เป็นระบบบำบัดของเสียจากการผลิตด้วยระบบเตา recovery boiler ของโรงงานเยื่อกระดาษที่ใช้ชานอ้อยเป็นวัตถุดิบ100 % ไม่สารคลอรีนซึ่งมีสารก่อมะเร็งสูงในการฟอกขาวเยื่อ ทำให้ได้เยื่อกระดาษที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์อาหารและภาชนะใส่อาหาร</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>รวมทั้งมีระบบการผลิตก๊าซชีวภาพของโรงงานเอทานอล เพื่อบำบัดน้ำเสียโดยนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานหมุนเวียน ผลิตปุ๋ย bio fertilizer จากผลพลอยได้</strong> เช่น ตะกอนหม้อกรองที่ได้จากการผลิตน้ำตาล ตะกอน sludge จากการผลิตเยื่อกระดาษ น้ำวีนาสจากการผลิตเอทานอล และขี้เถ้าจากเตาผลิตไฟฟ้า เป็นอินทรีย์สาร จำหน่ายราคาถูกให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยไปใช้เป็นสารปรับปรุงคุณภาพดิน ซึ่งอินทรียสารเหล่านี้ช่วยปรับปรุงให้คุณภาพดินดีขึ้น เพื่อให้ชาวไร่ได้อ้อยที่มีคุณภาพดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">“<strong>เรียกว่าทุกกระบวนการผลิตอ้อยนำมาใช้ประโยชน์ได้หมด</strong> เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน อีกทั้งการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรจะค่อยๆ ลดลง รวมทั้งปุ๋ยอินทรีย์ จะช่วยดึงเคมีต่างๆในดินออกมาใช้ประโยชน์ ดินก็จะฟื้นสภาพ ซึ่งภาครัฐควรเข้ามาส่งเสริมให้เป็น สมาร์ทฟาร์เมอร์ และได้รับคาร์บอนเครดิต”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>การส่งเสริมเพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในกระบวนการผลิตอ้อยและน้ำตาลดังกล่าว ปัจจุบันสร้างรายให้กับบริษัทคิดเป็นสัดส่วน 20 % จากรายได้ ปี 64 รวม 1.0419 หมื่นล้านบาท และปี 65 รวม 1.4 หมื่นล้านบาท</strong> โดยแนวโน้มสัดส่วนของธุรกิจเพื่อความยั่งยืนเติบโตตามความต้องการมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ กลุ่ม KTIS ยังวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อย เพราะ การเลือกใช้พันธุ์อ้อยได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่จะยกระดับผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร และสามารถพัฒนาและสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั้งระบบ ซึ่ง กลุ่มKTISได้พัฒนาพันธุ์อ้อยต่างๆตามที่ตั้งของโรงงานน้ำตาล คือ โรงงานเกษตรไทย1 และ 2 ที่จ.นครสวรรค์ และโรงงานไทยเอกลักษณ์ ที่จ. อุตรดิตถ์ กำลังการผลิตรวม 88,000 ตันต่อวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันได้พันธุ์อ้อยที่เหมาะสมสำหรับการส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยคู่สัญญาของกลุ่มKTISจึงได้ขอขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่ง <strong>กรมวิชาการเกษตรได้ออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนแล้ว 5 สายพันธุ์ ได้แก่ รวมผล 1, รวมผล 2, เกษตรไทย 1, เกษตรไทย 2 และ ไทยเอกลักษณ์ 1</strong> โดยอ้อยทั้ง 5 สายพันธุ์ใหม่ มีความหวาน13-14 C.C.S. ให้ผลผลิต12-17 ตันต่อไร่ 4-8 ลำต่อกอ ลำต้นตรงไม่โค้ง หรือหักงอ เหมาะสำหรับการใช้เครื่องจักรเก็บเกี่ยว โดยพันธุ์รวมผล 1 สามารถต้านทางโรคเหี่ยวเน่าแดง ได้ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากความพยายามของธุรกิจเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมทั้งระบบ ผ่านการสร้างประโยชน์จากผลผลิตให้ได้มากที่สุด เพื่อส่งกลับประโยชน์สู่เกษตรกรชาวไร่ และสร้างนิเวศของอุตสาหรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนด้วย </p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://www.bangkokbiznews.com/environment/1050134" target="_blank" rel="noopener">กรุงเทพธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
