<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Foxconn &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/foxconn/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Sun, 13 Nov 2022 15:10:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>Foxconn &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ซาอุดีอาระเบีย ลดพึ่งพาน้ำมัน เบนเข็มรุกตลาด “อีวี”</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/foxconn-ceer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ceer]]></category>
		<category><![CDATA[ev]]></category>
		<category><![CDATA[Foxconn]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20808</guid>

					<description><![CDATA[การผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ภายในประเทศของ “ซาอุดีอาระเบีย” เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันในเชิงเศรษฐกิจมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดรัฐบาลซาอุดีอาระเบียยังได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีและค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายราย เพื่อวางรากฐานก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) สำคัญระดับโลก ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (พีไอเอฟ) ของซาอุดีอาระเบีย ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของไต้หวันอย่าง “ฟ็อกซ์คอนน์” (Foxconn) ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนผลิตรถยนต์อีวีแบรนด์แรกของซาอุดีอาระเบียในชื่อ Ceer โดยฟ็อกซ์คอนน์จะมีบทบาทในการพัฒนาสถาปัตยกรรมไฟฟ้าภายในรถยนต์ของ Ceer ไม่ว่าจะเป็นระบบความบันเทิงภายในรถยนต์ ระบบการเชื่อมต่อ รวมถึงระบบขับขี่อัตโนมัติ ขณะที่ส่วนประกอบของรถยนต์จะใช้เทคโนโลยีจากผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำอย่าง “บีเอ็มดับเบิลยู” ทั้งนี้ Ceer จะเริ่มต้นผลิตรถยนต์ซีดานและเอสยูวี โดยคาดว่าจะออกสู่ตลาดได้ในปี 2025 และจัดจำหน่ายในซาอุดีอาระเบียรวมถึงกลุ่มประเทศในตะวันออกและแอฟริกาเหนือ ซึ่งปัจจุบันมีผู้เล่นรายใหญ่ที่เข้ามาตีตลาดอย่าง “เทสลา” และ “บีวายดี” จากจีน Ceer ยังตั้งเป้าระดมทุนผ่านการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างตำแหน่งงานภายในประเทศได้ถึง 30,000 ตำแหน่ง และมีส่วนช่วยสร้างจีดีพีให้กับซาอุดีอาระเบียเพิ่มขึ้นอีกกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034 แถลงการณ์ของกองทุนพีไอเอฟระบุว่า “ซาอุดีอาระเบียไม่เพียงแต่จะสร้างแบรนด์รถยนต์ใหม่ แต่เรากำลังจุดประกายอุตสาหกรรมใหม่” ทั้งนี้ เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ซึ่งเป็นประธานกองทุนพีไอเอฟ และเป็นผู้นำการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบียให้ลดการพึ่งพาน้ำมัน ซาอุดีอาระเบียได้เดินหน้าเข้าสู่อุตสาหกรรมอีวีมาอย่างต่อเนื่อง โดยรอยเตอร์รายงานว่า ก่อนหน้านี้ กองทุนพีไอเอฟยังได้เข้าถือหุ้นกว่า 60% ใน “ลูซิด กรุ๊ป” บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ขณะนี้กำลังสร้างโรงงานอีวีในเมืองเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบีย [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>การผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ภายในประเทศของ “ซาอุดีอาระเบีย” เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันในเชิงเศรษฐกิจมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดรัฐบาลซาอุดีอาระเบียยังได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีและค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายราย เพื่อวางรากฐานก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) สำคัญระดับโลก</strong></p>



<p>ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (พีไอเอฟ) ของซาอุดีอาระเบีย ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของไต้หวันอย่าง <strong>“ฟ็อกซ์คอนน์”</strong> (Foxconn) ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนผลิตรถยนต์อีวีแบรนด์แรกของซาอุดีอาระเบียในชื่อ Ceer</p>



<p>โดยฟ็อกซ์คอนน์จะมีบทบาทในการพัฒนาสถาปัตยกรรมไฟฟ้าภายในรถยนต์ของ Ceer ไม่ว่าจะเป็นระบบความบันเทิงภายในรถยนต์ ระบบการเชื่อมต่อ รวมถึงระบบขับขี่อัตโนมัติ ขณะที่ส่วนประกอบของรถยนต์จะใช้เทคโนโลยีจากผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำอย่าง <strong>“บีเอ็มดับเบิลยู”</strong></p>



<p>ทั้งนี้ Ceer จะเริ่มต้นผลิตรถยนต์ซีดานและเอสยูวี โดยคาดว่าจะออกสู่ตลาดได้ในปี 2025 และจัดจำหน่ายในซาอุดีอาระเบียรวมถึงกลุ่มประเทศในตะวันออกและแอฟริกาเหนือ ซึ่งปัจจุบันมีผู้เล่นรายใหญ่ที่เข้ามาตีตลาดอย่าง <strong>“เทสลา”</strong> และ <strong>“บีวายดี”</strong> จากจีน</p>



<p>Ceer ยังตั้งเป้าระดมทุนผ่านการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างตำแหน่งงานภายในประเทศได้ถึง 30,000 ตำแหน่ง และมีส่วนช่วยสร้างจีดีพีให้กับซาอุดีอาระเบียเพิ่มขึ้นอีกกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034</p>



<p>แถลงการณ์ของกองทุนพีไอเอฟระบุว่า<strong> “ซาอุดีอาระเบียไม่เพียงแต่จะสร้างแบรนด์รถยนต์ใหม่ แต่เรากำลังจุดประกายอุตสาหกรรมใหม่”</strong> ทั้งนี้ เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ซึ่งเป็นประธานกองทุนพีไอเอฟ และเป็นผู้นำการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบียให้ลดการพึ่งพาน้ำมัน</p>



<p>ซาอุดีอาระเบียได้เดินหน้าเข้าสู่อุตสาหกรรมอีวีมาอย่างต่อเนื่อง โดยรอยเตอร์รายงานว่า ก่อนหน้านี้ กองทุนพีไอเอฟยังได้เข้าถือหุ้นกว่า 60% ใน <strong>“ลูซิด กรุ๊ป”</strong> บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ขณะนี้กำลังสร้างโรงงานอีวีในเมืองเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จคาดว่าจะมีกำลังการผลิตสูงถึง 150,000 คัน/ปี</p>



<p>ก.ค.ที่ผ่านมา กองทุนพีไอเอฟยังได้เข้าถือหุ้นใน <strong>“แอสตันมาร์ติน”</strong> รวม 16.7% ด้วยเม็ดเงินลงทุน 78 ล้านปอนด์และหุ้นเพิ่มทุนอีก 575 ล้านปอนด์ ส่งผลให้ซาอุดีอาระเบียกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองในค่ายรถหรูเก่าแก่ของอังกฤษ ที่กำลังประสบปัญหาการเงินและแสวงหาเงินทุนสำหรับการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่</p>



<p>ก่อนหน้านี้ยังมีกระแสข่าวว่า ซาอุดีอาระเบียมีแผนผลักดันการทำเหมืองและสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่อีวี และในช่วงต้นปีนี้ วอลล์สตรีตเจอร์นัลยังรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียได้เจรจากับฟ็อกซ์คอนน์ เพื่อร่วมทุนสร้างโรงงานมูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเมืองแห่งอนาคต <strong>“นิอุม”</strong> ที่ซาอุดีอาระเบียกำลังพัฒนาขึ้น ซึ่งจะเป็นแหล่งสำหรับการผลิตไมโครชิป ส่วนประกอบรถอีวี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ</p>



<p>ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการผลักดันอุตสาหกรรมใหม่และกระจายเศรษฐกิจออกจากการพึ่งพาน้ำมันของซาอุดีอาระเบียที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 ด้วยเป้าหมายในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้ได้ไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี</p>



<p><strong>อย่างไรก็ตาม ความฝันของซาอุดีอาระเบียเหมือนจะยาวไกล เห็นได้จากเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศช่วงครึ่งแรกของปีนี้ที่อยู่ในระดับ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับซาอุดีอาระเบียในการก้าวสู่ธุรกิจอีวีที่กำลังจะกลายเป็นเทรนด์หลักของโลกในอีกไม่ช้า</strong></p>



<p>Source : <a href="https://www.prachachat.net/world-news/news-1112429" target="_blank" rel="noopener">ประชาชาติธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
