<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>carbon neutral &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/carbon-neutral/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Feb 2023 15:44:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>carbon neutral &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เริ่มแล้ว! งานเกษตรแฟร์ 2566 ในรูปแบบ &#8220;ซีโร่คาร์บอน&#8221;</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/carbon-neutral-kaset-fair-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[carbon neutral]]></category>
		<category><![CDATA[งานเกษตรแฟร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=21041</guid>

					<description><![CDATA[มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตอกย้ำการเป็นต้นแบบสังคมใส่ใจช่วยลดโลกร้อนด้วยการจัดงานเกษตรแฟร์ ปี 2566 แบบซีโร่คาร์บอน (คาร์บอนนิวทรัล) Carbon-neutral KASET FAIR 2023 ตั้งแต่ 3-11 ก.พ.นี้ ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2566 กล่าวว่า การจัดงานเกษตรแฟร์ ในปีนี้ ได้รับนโยบายจาก ดร. จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้จัดงานเต็มรูปแบบยิ่งใหญ่ สมความเป็นเกษตรศาสตร์ศาสตร์แห่งแผ่นดินและขยายสู่ความเป็นเกษตรแฟร์ระดับนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้ธีมงาน “80 ปี เกษตรนนทรี นำวิถีใหม่ ไทยยั่งยืน” กำหนดจัดวันที่ 3 -11 กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สิ่งสำคัญประการหนึ่งของการจัดงาน คือการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พร้อมขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ของชาติ เพื่อเป็นการตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบสังคมใส่ใจช่วยลดโลกร้อน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตอกย้ำการเป็นต้นแบบสังคมใส่ใจช่วยลดโลกร้อนด้วยการจัดงานเกษตรแฟร์ ปี 2566 แบบซีโร่คาร์บอน (คาร์บอนนิวทรัล) Carbon-neutral KASET FAIR 2023 ตั้งแต่ 3-11 ก.พ.นี้</strong></p>



<p><strong>ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม</strong> รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2566 กล่าวว่า การจัดงานเกษตรแฟร์ ในปีนี้ ได้รับนโยบายจาก ดร. จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้จัดงานเต็มรูปแบบยิ่งใหญ่ สมความเป็นเกษตรศาสตร์ศาสตร์แห่งแผ่นดินและขยายสู่ความเป็นเกษตรแฟร์ระดับนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้ธีมงาน “80 ปี เกษตรนนทรี นำวิถีใหม่ ไทยยั่งยืน” กำหนดจัดวันที่ 3 -11 กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน</p>



<p>สิ่งสำคัญประการหนึ่งของการจัดงาน คือการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พร้อมขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ของชาติ เพื่อเป็นการตอกย้ำการเป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบสังคมใส่ใจช่วยลดโลกร้อน และการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอันดับ 1 ของประเทศไทยสองปีซ้อน อันดับ 40 ของโลก และ อันดับที่ 5 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้มอบหมายให้คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ดำเนินการจัดการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากกิจกรรมการจัดงานเกษตรแฟร์ จากการจัดงานของส่วนกลาง เช่น การประกวดผลไม้ การประกวดแพะและแกะ การแสดงผลงานวิจัยด้านนวัตกรรม การออกร้านของสถานเอกอัครราชทูต การแสดงนิทรรศการวิชาการ เป็นต้น ตลอดจนการออกร้านค้าของนิสิตและบุคคลทั่วไป รวมทั้ง การเดินทางของผู้มาร่วมงาน และจัดซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (T-VER) มาชดเชยทั้งหมดจนเป็นศูนย์ พร้อมรับการทวนสอบจากผู้ทวนสอบภายนอก เพื่อขอรับรอง “การจัดคาร์บอนนิวทรัลอีเวนท์” จาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)</p>



<p>ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าว อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะที่ปรึกษาโครงการ ฯ ได้แก่ ผศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม รศ. ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการ วีกรีน คณะสิ่งแวดล้อม รศ. ดร.รัฐฏา ชัยชนะ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต คณะสิ่งแวดล้อม ผศ. ดร.ธนิต ปัทมพิฑุร ผู้ช่วยคณบดีคณะสิ่งแวดล้อม โดยมีทีมงานนิสิตจิตอาสา คณะสิ่งแวดล้อม ชั้นปีที่ 3 จากบางเขนและวิทยาเขตกำแพงแสน จำนวน 61 คน ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลภาคสนาม ภายในงานเกษตรแฟร์ ประจำปี 2566 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการจัดงานเกษตรแฟร์ แบบซีโร่คาร์บอน (คาร์บอนนิวทรัล) หรือ Carbon-neutral KASET FAIR 2023</p>



<p>“กิจกรรมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการโครงการ TCOP10 หรือ “ขยายผลกิจกรรมชดเชยคาร์บอนเพื่อสนับสนุนตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจภายในประเทศ ปีที่ 10” ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมีวีกรีน คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เป็นที่ปรึกษา ดังนั้น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงขอความร่วมมือมายัง ผู้ประกอบการร้านค้า ผู้มาร่วมงาน และหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาร่วมจัดกิจกรรมในงานเกษตรแฟร์ ในการให้สัมภาษณ์ข้อมูลกับ นิสิตจิตอาสา จากคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อใช้ในการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จัดหาคาร์บอนเครดิตเพื่อนำมาชดเชยทั้งหมดจนเป็นศูนย์ สู่การขอรับรอง “การจัดคาร์บอนนิวทรัลอีเวนท์” จาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ต่อไป” ดร.ดำรงค์กล่าว</p>



<p>สำหรับคอนเซปต์จัดงาน “80 ปี เกษตรนนทรี นำวิถีใหม่ ไทยยั่งยืน” ภายในงานมีร้านค้าที่เข้าร่วมจัดแสดงในงานเกษตรแฟร์ 2566 ประมาณ 1,400 ร้านค้า โดยได้จัดโซนการจัดงานภายในงานเกษตรแฟร์ 2566 ดังนี้</p>



<p>โซน A ตลาดนนทรีวิถีเกษตร (ตลาดบก สินค้าบริโภค ,ตลาดน้ำใหญ่ ตลาดโบราณ)<br>โซน B สีสันตะวันฉาย (ร้านค้า SME OTOP วิสาหกิจชุมชน)<br>โซน C เทคโนโลยีสร้างสรรค์ (สินค้าเครื่องจักรกลทางการเกษตรและเทคโนโลยีต่างๆ)<br>โซน D สราญรมย์ ชมพฤกษา (ต้นไม้ พันธุ์ไม้ และอุปกรณ์ทางการเกษตร)<br>โซน E ฟินสุดหยุดไม่ได้ (ร้านคาเฟ่ อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน)<br>โซน F รังสรรค์ สู่หรรษา (สัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์)<br>โซน G ครบเครื่องเรื่องอร่อย (สินค้าเกษตรอุปโภค บริโภค)<br>โซน H Inter นานาชาติ งานวิจัย ร้านค้ามูลนิธิราชวงศ์ (นานาชาติ งานวิจัยมก. ร้านค้ามูลนิธิราชวงศ์ )<br>โซน J ของดีทั่วไทย ส่งใจถึงมือ (สินค้าจากหน่วยงานภาครัฐ และ แฟรนไซส์)<a href="https://delivery.adnuntius.com/c/5HCpfdun-ygqKw621xO6TQnTu8XAPqO0cQsMotxV9z4AAAAQCtjQz9kbGWD4nuZy3q6HaHGLDoj_o_jEV0PSaL6HLY348BpTNVevXs_Yk_q4QC5Nyl3iDF8rixy10xiexrjL2KN42g2iApElqyYNRE6wr0goHiMn0E2YvuBhNN5kQj8vFpEQBtMDrUY2taGWAbmTpOycRR05VlzZYxvBXWkuwqDLpkhZXrGKZ7V4BqZtfZbO-v8XMXTZZOTlk49s3vVwNVYc-Yxesu8kTNB8HTGpva_C_0HGsLL0omZDMZ47FKo5KpPp_LqKUqD3hi2ZoXjC9_PVR8-D2KSUFVOoc0gT7MHscDipUiqYKL1ksp8p4oRV_y5s2tvHif37IXJT1xBlzkvkTufY7RP8jPOPi4pxMeEfapCS-G4TAZKuwkregpPHRbKV?ct=2501&r=https%3A%2F%2Fwww.ais.th%2Freview%2Fdigital-update%2Fwhat-is-gb-mbps.html%3Fcid%3Dthan-GMOQtwo-Jun22-bcemp-mbps" target="_blank" rel="noreferrer noopener"></a><br>โซน K ระดมชิม ระดมช็อป (สินค้าอุปโภค – บริโภค)<br>โซน L สร้างสรรค์เรื่องงานดี (หน่วยงานพันธมิตร มก.เพื่อเกษตรกร)<br>โซน Food Truck (2จุด)<br>โซน สวนสนุก (4 จุด)<br>ศูนย์อาหาร (2จุด ได้แก่ แยกโรงเรียนอนุบาลคหกรรมศาสตร์ , สนามอินทรีจันทรสถิตย์ ติดชมรมดนตรีรวมดาว)<br>ร้านค้านิสิต (2 จุด)<br>เวทีการแสดงกลาง (พื้นที่ลานดาว หอประชุมใหญ่)<br>ร้านอาหารสโมสรนิสิต (12 จุด)</p>



<p>Source : <a href="https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9660000010787" target="_blank" rel="noopener">MGR Online</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การท่องเที่ยว “คาร์บอนต่ำ” สู่ยุคใหม่แห่งอนาคต</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/zero-carbon-travel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Dec 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[carbon neutral]]></category>
		<category><![CDATA[low carbon tourism]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20873</guid>

					<description><![CDATA[เป็นส่วนหนึ่งที่เร่งให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและโลกใบนี้ เพื่อเป็นการช่วยลดโลกร้อนนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการการท่องเที่ยวเริ่มให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวแบบ คาร์บอนต่ำ Low Carbon Tourism องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ TGO และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำหรือ Low Carbon Tourism ณ พื้นที่จังหวัดภูเก็ต-พังงา 1 ใน 20 เส้นทางต้นแบบคาร์บอนต่ำ ที่มุ่งเน้นการทำกิจกรรมลดการใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานเชื้อเพลิง เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด ลดการใช้สารเคมีในกระบวนการต่างๆ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคจากธรรมชาติ รวมไปถึงลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองเพื่อลดปริมาณขยะให้น้อยลง ซึ่งกระบวนการต่างๆ เหล่านี้จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกลงได้ จากนั้นก็ทำการชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เหลือปล่อยที่ออกมาจากกิจกรรมท่องเที่ยวในเส้นทางนั้นๆ โดยการซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER มาชดเชย เพื่อให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกิดความสมดุลกับค่าการลดคาร์บอน และเท่ากับศูนย์ หรือ Carbon Neutral  โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาศักยภาพด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้แก่บุคลากรในภาครัฐและภาคเอกชนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกัน อย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย ซึ่ง ททท. ได้ดำเนินการออกแบบและสร้างสรรค์เส้นทางการท่องเที่ยว สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ต้นแบบการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอให้ ททท. สำนักงานสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทนำเที่ยวและหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการนำไปพัฒนาเส้นทางและรูปแบบกิจกรรมทางการท่องเที่ยวเสนอขายต่อไป สอดคล้องกับการประชุมทางด้านเอเปค โดย ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า มีรองรับการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลก กำหนดทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG ที่เป็นประเด็นหลักของการประชุมเอเปคในครั้งนี้ ทำให้นานาชาติเห็นความสำคัญของ BCG มากขึ้น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เป็นส่วนหนึ่งที่เร่งให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและโลกใบนี้ เพื่อเป็นการช่วยลดโลกร้อนนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการการท่องเที่ยวเริ่มให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวแบบ คาร์บอนต่ำ Low Carbon Tourism</p>



<p><strong>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ TGO และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำหรือ Low Carbon Tourism</strong> ณ พื้นที่จังหวัดภูเก็ต-พังงา 1 ใน 20 เส้นทางต้นแบบคาร์บอนต่ำ ที่มุ่งเน้นการทำกิจกรรมลดการใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานเชื้อเพลิง เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด ล<strong>ดการใช้สารเคมีในกระบวนการต่างๆ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคจากธรรมชาติ รวมไปถึงลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองเพื่อลดปริมาณขยะให้น้อยลง</strong></p>



<p>ซึ่งกระบวนการต่างๆ เหล่านี้จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกลงได้ จากนั้นก็ทำการชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เหลือปล่อยที่ออกมาจากกิจกรรมท่องเที่ยวในเส้นทางนั้นๆ โดยการซื้อคาร์บอนเครดิตจาก<strong>โครงการ T-VER</strong> มาชดเชย เพื่อให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกิดความสมดุลกับค่าการลดคาร์บอน และเท่ากับศูนย์ หรือ Carbon Neutral</p>



<p> โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาศักยภาพด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้แก่บุคลากรในภาครัฐและภาคเอกชนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกัน อย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย ซึ่ง ททท. ได้ดำเนินการออกแบบและสร้างสรรค์เส้นทางการท่องเที่ยว สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ต้นแบบการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอให้ ททท. สำนักงานสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทนำเที่ยวและหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการนำไปพัฒนาเส้นทางและรูปแบบกิจกรรมทางการท่องเที่ยวเสนอขายต่อไป</p>



<p>สอดคล้องกับการประชุมทางด้านเอเปค โดย <strong>ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกรัฐบาล </strong>กล่าวว่า มีรองรับการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลก กำหนดทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG ที่เป็นประเด็นหลักของการประชุมเอเปคในครั้งนี้ ทำให้นานาชาติเห็นความสำคัญของ BCG มากขึ้น เพราะไม่เพียงสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศ แต่ยังเสริมสร้างภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นว่าไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ น่าลงทุน น่าท่องเที่ยว และยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่มีรูปแบบผสมผสานระหว่างเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</p>



<p>โดยผลสำเร็จจากการประชุมเอเปคครั้งนี้ ประเทศไทยได้รับประโยชน์ในหลากหลายมิติ ที่รัฐบาลได้วางรากฐานเพื่อส่งต่ออนาคตที่ดีให้กับคนรุ่นถัดไป ดังนั้นแม้การประชุมจะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ภารกิจการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศยังคงดำเนินต่อไปโดยอาศัยปัจจัยสำคัญคือ การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี มอบรอยยิ้ม และ ข้อมูลที่ถูกต้อง การดำเนินกิจกรรมเคลื่อนไหวต่างๆ ในทิศทางที่สร้างสรรค์สงบเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีรองรับโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจให้ไทยกลับมาเติบโต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดเหลื่อมล้ำทางสังคม</p>



<p>เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดเหลื่อมล้ำทางสังคมได้โดยเร็วโดยผลสำเร็จจากการประชุมเอเปคครั้งนี้ ประเทศไทยและประชาชนทุกคนจะได้รับประโยชน์ในหลากหลายมิติ ที่รัฐบาลได้วางรากฐานเพื่อส่งต่ออนาคตทให้กับคนรุ่นถัดไป ดังนั้นแม้การประชุมจะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ภารกิจการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศเพื่อความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชนยังคงดำเนินต่อไปโดยอาศัยปัจจัยสำคัญคือ การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชน การดำเนินกิจกรรมเคลื่อนไหวต่างๆ ในทิศทางที่สร้างสรรค์สงบเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีรองรับโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจให้ไทยกลับมาเติบโต</p>



<p>Source : <a href="https://www.bangkokbiznews.com/environment/1041301" target="_blank" rel="noopener">กรุงเทพธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
