<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>airbus &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/airbus/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Sun, 02 Oct 2022 13:39:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>airbus &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>AIRBUS วิจัยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับอากาศยาน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/airbus-hydrogen/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Sep 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[airbus]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20670</guid>

					<description><![CDATA[พลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen, H2) เป็นพลังงานเชื้อเพลิงสำหรับการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพสูง สะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้รับการคาดหมายและยอมรับว่าจะเป็นแหล่งของพลังงานเชื้อเพลิงที่สำคัญอย่างมากในอนาคต ในปัจจุบันนี้กระบวนการเปลี่ยนรูปสารไฮโดรคาร์บอนด้วยไอน้ำ (Steam reforming of hydrocarbons) เป็นกระบวนการที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการผลิตพลังงานไฮโดรเจน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>พลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen, H2) เป็นพลังงานเชื้อเพลิงสำหรับการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพสูง สะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้รับการคาดหมายและยอมรับว่าจะเป็นแหล่งของพลังงานเชื้อเพลิงที่สำคัญอย่างมากในอนาคต ในปัจจุบันนี้กระบวนการเปลี่ยนรูปสารไฮโดรคาร์บอนด้วยไอน้ำ (Steam reforming of hydrocarbons) เป็นกระบวนการที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการผลิตพลังงานไฮโดรเจน แต่ปัญหาหลักที่สำคัญมากของกระบวนการนี้คือ การปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมากซึ่งเป็นสาเหตุของสภาวะโลกร้อน หรือปรากฏการณ์เรือนกระจก นอกจากนี้แล้วยังประสบปัญหาการขาดแคลนแหล่งของไฮโดรคาร์บอนที่นำมาใช้ในกระบวนการอีกด้วย ดังนั้นกระบวนการอื่นซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ที่ปลอดภัย และสามารถผลิตพลังงานไฮโดรเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรได้มีการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับความต้องการพลังงานไฮโดรเจนในอนาคต</p>



<p>สักวันในอนาคตอันใกล้นี้ ก๊าซไฮโดรเจน จะเป็นเชื้อเพลิงทดแทนที่ช่วยลดมลภาวะ เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อเกิดการเผาไหม้กับก๊าซออกซิเจน มีเพียงไอน้ำเป็นผลพลอยได้ แตกต่างจากเชื้อเพลิงชนิดอื่นที่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขณะเผาไหม้ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gas) ส่งผลกระทบโดยตรง ด้วยการทำให้โลกมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Global warming) ก๊าซไฮโดรเจน ยังใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ หรือนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า โดยป้อนเข้าเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel cell) นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจในการพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ มานานแล้ว จากประสิทธิภาพของเซลล์เชื้อเพลิงที่ให้พลังงานสูงกว่าอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าแบบอื่นๆ มาก ดังนั้น พลังงานไฮโดรเจนจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่สามารถนำมาใช้ทดแทนพลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กันมานานและเป็นตัวการในการก่อมลพิษ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://static.thairath.co.th/media/Dtbezn3nNUxytg04aoZAknTsylGgh7SrXnzGFEECQ0KhMF.png" alt="AIRBUS วิจัยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับอากาศยาน"/></figure>
</div>


<p>คุณประโยชน์ของไฮโดรเจน</p>



<ol class="wp-block-list"><li>แหล่งพลังงานดั้งเดิม ก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจก มลพิษที่ปล่อยออกมาจากการสันดาป ทั้งรถยนต์ เรือ และเครื่องบิน ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ ซึ่งเกิดจากการสันดาป (Combustion) ของสารประกอบอินทรีย์ เช่น น้ำมัน แต่พลังงานไฮโดรเจนเป็นพลังงานสะอาด ไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นจึงไม่ส่งผลให้เกิดภาวะเรือนกระจก</li><li>การเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะมาจากยานพาหนะหรือแหล่งอุตสาหกรรม ก่อให้เกิดกลุ่มควันและฝุ่นละออง แต่พลังงานไฮโดรเจนไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ</li><li>พลังงานไฮโดรเจนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานที่ต้องใช้พลังงานดั้งเดิมได้ เช่น ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับครัวเรือน แทนที่เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือเครื่องกังหัน และเครื่องไอพ่น</li><li>พลังงานเชื้อเพลิงที่ได้จากไฮโดรเจน สูงกว่าพลังงานเชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอน (น้ำมัน) และเชื้อเพลิงจากแอลกอฮอล์ เช่น เมทานอล และเอทานอลถึง 2.5 และ 5 เท่า</li><li>ก๊าซไฮโดรเจนสามารถนำไปใช้กับเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel cell) ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและคาดว่าจะนำมาใช้อย่างกว้างขวางในอนาคต</li></ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://static.thairath.co.th/media/Dtbezn3nNUxytg04aoZAknTsylGgh7SrUmQimNxXmCUENk.jpg" alt="AIRBUS วิจัยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับอากาศยาน"/></figure>
</div>


<p>Airbus บริษัทผลิตอากาศยานของยุโรป เปิดตัวโครงการวิจัยและพัฒนาเครื่องบินโดยสาร ที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจปลอดมลพิษ ด้วยแนวคิดที่จะมีเครื่องบินโดยสารที่ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ขึ้นบินรับส่งผู้โดยสารทั่วโลก ภายในปี คศ. 2035 (พศ. 2578) Airbus กำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ของการพัฒนาเครื่องยนต์พลังงานไฮโดรเจนให้กับเครื่องบินโดยสารยุคใหม่ในอนาคต โดยใช้การออกแบบที่แตกต่างกันถึงสามแบบ เนื่องจาก Airbus ต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านการลดมลภาวะจากรัฐบาลฝรั่งเศสและเยอรมัน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัท ในอีกห้าปีข้างหน้า Airbus จะทดสอบเครื่องบินโดยสารทั้งสามแบบ และจะทำการประเมินว่า เครื่องบินแบบใดที่สามารถนำมาผลิตจริงได้ดีที่สุด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://static.thairath.co.th/media/Dtbezn3nNUxytg04aoZAknTsylGgh7SqWLGFb0Q19elwmy.jpg" alt="AIRBUS วิจัยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับอากาศยาน"/></figure>
</div>


<p>อากาศยานโดยสารเครื่องยนต์พลังงานสะอาด คือ แนวคิดที่มีมานานแล้ว สภาวะโลกร้อนจากก๊าซเรือนกระจก ส่วนหนึ่งเกิดจากการเดินทางในอากาศ เครื่องยนต์ของเครื่องบินโดยสารในปัจจุบัน ปลดปล่อยคาร์บอนจำนวนมากออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีส่วนทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>ล่าสุด Airbus ได้ทำการบินทดสอบเครื่องยนต์สันดาปไฮโดรเจนบนเครื่องบิน A380 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ZeroE ก่อนสิ้นทศวรรษนี้ ผู้ผลิตเครื่องบินสัญชาติยุโรปรายนี้กำลังร่วมมือกับ CFM International ผู้ผลิตเครื่องยนต์อากาศยาน ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ก่อตั้งมายาวนานระหว่าง GE Aviation และ Safran Aircraft Engines เพื่อจัดหาเครื่องยนต์ไฮโดรเจนตัวแรกสำหรับโครงการนี้ CFM คือการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนของ GE general electric&nbsp;เพื่อรองรับเชื้อเพลิงไฮโดรเจน&nbsp;ขณะที่แอร์บัสกำลังกำหนดค่า MSN1 A380 ซึ่งเป็นเครื่องบิน A380 เครื่องแรกที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับเครื่องยนต์ไฮโดรเจนที่ด้านบนขวาของลำตัวเครื่องบิน</p>



<p>เนื่องจากเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนก๊าซเทอร์ไบน์ มีความยืดหยุ่นของเชื้อเพลิงโดยเนื้อแท้ จึงสามารถปรับตั้งให้ทำงานกับไฮโดรเจนสีเขียวหรือเชื้อเพลิงที่คล้ายคลึงกันได้ หรือสามารถอัปเกรดเครื่องยนต์ได้ แม้จะผ่านการใช้งานมานาน ขอบเขตของการดัดแปลง ขึ้นอยู่กับการกำหนดค่าเริ่มต้นของก๊าซเทอร์ไบน์ ความสมดุลโดยรวม ตลอดจนความเข้มข้นของไฮโดรเจนในถังเชื้อเพลิง MSN1 ถูกใช้ในระหว่างโปรแกรมการทดสอบของเครื่องบิน Airbus A380 เพื่อทดสอบการทำงานของเครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent XWB ที่ใช้ในเครื่องบินโดยสาร Airbus A350 XWB</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://static.thairath.co.th/media/Dtbezn3nNUxytg04aoZAknTsylGgh7SrNEuRHHw4AHlVmv.jpg" alt="AIRBUS วิจัยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับอากาศยาน" width="840" height="472"/></figure>
</div>


<p>การดัดแปลง MSN1 A380 เครื่องต้นแบบเพื่อทดสอบการบิน จะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี พ.ศ. 2569 ในขณะที่ CFM ใช้โปรแกรมการทดสอบภาคพื้นดิน ตารางการทดสอบเที่ยวบินยังอยู่ในระหว่างการวางแผน แต่จะเกิดขึ้นก่อนปี 2030 Sabine Klauke เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคของ Airbus กล่าวว่า &#8220;เครื่องบินลำนี้มีประวัติการทดสอบและได้รับการกำหนดค่าให้เป็นเครื่องบินเพื่อการวิจัย&nbsp;ตัวเครื่องยนต์เทอร์ไบน์ ถูกติดตั้งที่ด้านนอก ภายในลำตัว มีการติดตั้งถังไฮโดรเจนจำนวนสี่ถัง ซึ่งได้รับการพัฒนาในเบรเมิน นองต์ และมาดริด</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://static.thairath.co.th/media/Dtbezn3nNUxytg04aoZAknTsylGgh7SqMZKYppBeDX4QwV.png" alt="AIRBUS วิจัยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับอากาศยาน"/></figure>



<p>การมีเครื่องบินสี่เครื่องยนต์ที่มีความสามารถในการติดตั้งเครื่องยนต์อื่นที่ด้านหลังถือเป็นโอกาสที่ดี A380 มีขนาดใหญ่มากสำหรับทำการบินทดสอบทุกประเภท รวมถึงการทดสอบเครื่องยนต์เหล่านี้ เพื่อนำมาใช้ในภายหลัง เครื่องบินบรรทุกไฮโดรเจนเหลว 400 กิโลกรัม ถังเชื้อเพลิงถูกทดสอบด้านความปลอดภัย หลังจากการทดสอบด้วยเครื่องยนต์&nbsp; GE เสร็จสิ้น ระบบขับเคลื่อนอื่นๆ อาจได้รับการทดสอบ รวมถึงเครื่องยนต์โรเตอร์แบบเปิด และระบบเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://static.thairath.co.th/media/PZnhTOtr5D3rd9odACzQbQVbC5M6YM1Lnm9rHIzkeGCyNR1.jpg" alt="AIRBUS วิจัยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับอากาศยาน"/></figure>



<p>เครื่องยนต์สันดาปไฮโดรเจน<br>วิศวกรของ CFM จะปรับเปลี่ยนห้องเผาไหม้ ระบบเชื้อเพลิง และระบบควบคุมของเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน Passport ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เพื่อขับเคลื่อนเครื่องบินไอพ่นธุรกิจขนาดใหญ่ ในระหว่างการบิน เครื่องยนต์ที่ดัดแปลงได้รับการตรวจสอบแยกต่างหากจากเครื่องยนต์หลักอีกสี่เครื่อง ที่ขับเคลื่อนเครื่องบิน Gael Meheust ประธานและซีอีโอของ CFM International กล่าวว่า &#8220;เราต้องการนำเสนอเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำสู่ตลาดการบินพาณิชย์ ซึ่งจะพัฒนาอุตสาหกรรมการบินให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องโลกด้วยการลดคาร์บอน เครื่องยนต์ที่เราผลิตในอนาคตจะเข้ากันได้กับเชื้อเพลิงทางเลือก เช่น SAF แต่เป้าหมายของอุตสาหกรรมนี้คือการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ และการขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจน คือการแก้ปัญหาคาร์บอนเป็นศูนย์อย่างแท้จริง”</p>



<p>Mohamed Ali รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของ GE Aviation กล่าวว่า &#8220;นี่เป็นก้าวสำคัญสู่อุตสาหกรรมการบิน ไฮโดรเจนเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นและท้าทาย GE Aviation มีประสบการณ์การกับเครื่องยนต์พลังงานไฮโดรเจนมากกว่า 800 ล้านชั่วโมง ด้วยการทดสอบการทำงานบนภาคพื้นดิน” มีความท้าทายด้านวิศวกรรมในการแก้ปัญหาด้วยระบบขับเคลื่อน ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบจ่ายเชื้อเพลิงด้วยการแช่แข็งแบบใหม่ ซึ่งรวมถึงปั๊มเชื้อเพลิงแบบแช่แข็ง ระบบท่อ และซีลแบบใหม่ ไฮโดรเจนเหลวจะต้องแปลงเป็นก๊าซที่อุณหภูมิ -205˚C ก่อนที่จะเผาไหม้ในเครื่องยนต์ ซึ่งหมายความว่าวิศวกรจะต้องพัฒนาเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใหม่ ไฮโดรเจนเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงขึ้นและเร็วกว่าเชื้อเพลิงเครื่องบินปกติเป็นสิบเท่า ซึ่งหมายความว่า เครื่องยนต์ต้องใช้วัสดุที่มีความคงทนต่ออุณหภูมิสูง และต้องพัฒนาวิธีการใหม่ในการควบคุมการเผาไหม้ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://static.thairath.co.th/media/PZnhTOtr5D3rd9odACzQbQVbC5M6YM1LnsZrJKVgXjU4amx.jpg" alt="AIRBUS วิจัยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับอากาศยาน"/></figure>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://static.thairath.co.th/media/PZnhTOtr5D3rd9odACzQbQVbC5M6YM1LndFbUgbsJaIpsFc.jpg" alt="AIRBUS วิจัยเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับอากาศยาน"/></figure>
</div>


<p>นอกจากประสิทธิภาพของระบบเผาไหม้ไฮโดรเจน ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และถังเก็บแล้ว โปรแกรมทดสอบ จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคอนเทรลที่ผลิตโดยเครื่องยนต์ไฮโดรเจนในสภาวะบรรยากาศต่างๆ คาดว่า เครื่องยนต์ไฮโดรเจนจะปล่อยน้ำออกสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่า 3 เท่า ซึ่งนักวิจัยบางคนเชื่อว่าสามารถเพิ่มผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกได้ Airbus วางแผนเปิดตัวเครื่องบินไร้มลพิษภายในปี&nbsp;2035 ภายใต้โครงการ ZeroE ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อ 18 เดือนที่ผ่านมา<br><br>Airbus เปิดตัว ZEROe เมื่อเดือนกันยายน 2020 ด้วยการนำเสนอเครื่องบินโดยสารขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจน 3 ลำ สำหรับผู้โดยสารจำนวน 100 และ 200 ที่นั่ง ซึ่งรวมถึงเครื่องบินใบพัด เครื่องบินโดยสารที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน และเครื่องบินวิจัยปีกสามเหลี่ยมเดลต้าวิง แอร์บัสจะทำการวิจัยและพัฒนาจนถึงปี 2025 (2568) ก่อนที่จะเริ่มทำการทดสอบการบินด้วยเครื่องสาธิต ประมาณปี 2027 และจะทำการเปิดตัวโปรแกรมสายการบินแรก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บริการในปี 2035&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของเทคโนโลยีไฮโดรเจน GE และ Safran จะเริ่มการทดสอบภาคพื้นดิน ด้วยเครื่องยนต์ GE Passport เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน แรงขับ 1,800-20,000 ปอนด์ ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี 2010 สำหรับเครื่องบินไอพ่นธุรกิจ Bombardier Global 7500 และให้บริการมาตั้งแต่ปี 2018 ดังที่ Mohamed Ali รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของแผนกวิศวกรรม GE อธิบายไว้ CFM จะเริ่มการทดสอบภาคพื้นดินด้วย เครื่องยนต์ที่ได้รับการดัดแปลงโดยใช้เชื้อเพลิง Jet-A แบบธรรมดาเพื่อสร้างข้อมูลพื้นฐาน ก่อนถ่ายโอนไปยังเชื้อเพลิงไฮโดรเจน<br><br>เชื้อเพลิงเหลวที่เย็นจัด (มีอุณหภูมิ-253 องศาเซลเซียส) จะถูกทำให้เป็นแก๊สและฉีดเข้าไปในห้องเผาไหม้โดยตรง การทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะสร้างลักษณะการเผาไหม้ของไฮโดรเจน ซึ่งเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงกว่ามาก เมื่อเทียบกับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินแบบมาตรฐาน GE ได้ทำการวิจัยโลหะ สารเคลือบ และเซรามิก ที่มีความหลากหลาย เพื่อดูว่าวัสดุใดเหมาะสมที่สุดในการทนทานต่ออุณหภูมิที่สูงอย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้และรวบรวมข้อมูลจากโครงการนี้ ให้ข้อมูลที่มีความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องยนต์ในอนาคต<br><br>ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า จะต้องมีเที่ยวบินทดสอบกี่เที่ยวบิน และมีข้อมูลที่เพียงพอต่อการทำให้เสร็จสมบูรณ์ แต่มันจะเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญ ก่อนที่&nbsp;Airbus จะกำหนดว่าสายการบินไฮโดรเจนจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร รูปร่างและขนาดจะตามมาในภายหลัง</p>



<p>โดย : อาคม รวมสุวรรณ<br>Source : <a href="https://www.thairath.co.th/news/auto/news/2508006" target="_blank" rel="noopener">ไทยรัฐออนไลน์</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
