<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โซลาร์เซล &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Thu, 21 Aug 2025 11:55:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>โซลาร์เซล &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปัญหาใหญ่ ‘โซลาร์เซลล์’: รัฐไทย “เกาไม่ถูกที่คัน”</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/solar-cell-thailand-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2025 02:20:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=25002</guid>

					<description><![CDATA[ชำแหละร่าง พ.ร.บ. โซลาร์เซลล์ ของรัฐบาล ไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้โซลาร์อย่างแท้จริง ไม่ทำให้ประชาชนใช้ศักยภาพโซลาร์เซลล์ได้เต็มที่ สภาผู้บริโภคเสนอให้เพิ่มระบบ “เน็ตมิเตอร์ริง” และกำหนดเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนที่ชัดเจนลงในกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองได้เต็มประสิทธิภาพ ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคที่ใคร ๆ ก็พูดถึงพลังงานสะอาดและเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero) การที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าผลักดัน ร่าง “พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” จึงเป็นเรื่องที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม การมุ่งหวังให้ประชาชนหันมาติดโซลาร์เซลล์อย่างจริงจังนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด… ซ้ำร้ายไปกว่านั้น สิ่งที่เป็นอุปสรรคของเป้าหมายดังกล่าว ก็คือ “นโยบายของรัฐ” นั่นเอง  สภาผู้บริโภคชวนทุกคนไปเจาะลึกเรื่องปัญหาของ พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กับ ผศ. ประสาท มีแต้ม อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ซึ่งจะมาตีแผ่ว่ากฎหมายฉบับนี้ “เกาไม่ถูกที่คัน” ได้อย่างไร กติกาของรัฐ บังแดดประชาชน ก่อนจะลงรายละเอียดเรื่องกฎหมาย อยากชวนทุกคนทำความเข้าใจให้เห็นภาพร่วมกันว่า ทำไม “โซลาร์เซลล์” ถึงยังไม่ได้รับความนิยมมากนักในประเทศไทย ทั้งที่ปัจจุบันต้นทุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ลดลงอย่างมาก ผศ.ประสาท เล่าว่า หากย้อนหลังไป 10 ปีก่อน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ชำแหละร่าง พ.ร.บ. โซลาร์เซลล์ ของรัฐบาล ไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้โซลาร์อย่างแท้จริง ไม่ทำให้ประชาชนใช้ศักยภาพโซลาร์เซลล์ได้เต็มที่ สภาผู้บริโภคเสนอให้เพิ่มระบบ “เน็ตมิเตอร์ริง” และกำหนดเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนที่ชัดเจนลงในกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองได้เต็มประสิทธิภาพ</p>



<p>ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคที่ใคร ๆ ก็พูดถึงพลังงานสะอาดและเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero) การที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าผลักดัน ร่าง “พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” จึงเป็นเรื่องที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม การมุ่งหวังให้ประชาชนหันมาติดโซลาร์เซลล์อย่างจริงจังนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด… ซ้ำร้ายไปกว่านั้น สิ่งที่เป็นอุปสรรคของเป้าหมายดังกล่าว ก็คือ “นโยบายของรัฐ” นั่นเอง </p>



<p>สภาผู้บริโภคชวนทุกคนไปเจาะลึกเรื่องปัญหาของ พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กับ ผศ. ประสาท มีแต้ม อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ซึ่งจะมาตีแผ่ว่ากฎหมายฉบับนี้ “เกาไม่ถูกที่คัน” ได้อย่างไร</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><u>กติกาของรัฐ บังแดดประชาชน</u></strong><strong><u></u></strong></h2>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://www.tcc.or.th/wp-content/uploads/2025/08/%E0%B8%9C%E0%B8%A8.%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%A1-1200x676.jpg" alt="" class="wp-image-60215"/></figure>



<p>ก่อนจะลงรายละเอียดเรื่องกฎหมาย อยากชวนทุกคนทำความเข้าใจให้เห็นภาพร่วมกันว่า ทำไม “โซลาร์เซลล์” ถึงยังไม่ได้รับความนิยมมากนักในประเทศไทย ทั้งที่ปัจจุบันต้นทุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ลดลงอย่างมาก</p>



<p>ผศ.ประสาท เล่าว่า หากย้อนหลังไป 10 ปีก่อน ปัญหาหลักที่ทำให้คนไม่นิยมติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพราะต้นทุนในการติดตั้งมีราคาสูง ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยแพงกว่าการซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าที่มาตามสายส่ง แต่ในปัจจุบันต้นทุนอุปกรณ์ติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั้งชุดได้ลดลงถึงกว่า 60-70%  ถ้าเจ้าของบ้านที่ติดโซลาร์เซลล์ได้ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้เองทั้งหมดทุกหน่วย ต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 1.0-1.10 บาทต่อหน่วยเท่านั้น ในขณะที่ค่าไฟฟ้าที่มาจากสายส่งเมื่อรวมภาษีแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 4.20-4.50 บาทต่อหน่วย <em>ถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อราคาอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ลดลงไปกว่า </em><em>60-70% และต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเองก็ถูกแสนถูก แล้วทำไมบ้านเราถึงยังไม่ได้รับความนิยมเหมือนประเทศอื่น ๆ</em></p>



<p>คำตอบก็คือ นโยบายของภาครัฐเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์ของภาคประชาชน โดยปัญหาสำคัญที่ขัดขวางการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคครัวเรือน นั่นคือข้อกำหนดของรัฐที่ <strong>“ห้ามไฟฟ้าที่ครัวเรือนผลิตได้มากในตอนกลางวันไหลย้อนกลับสู่สายส่ง แล้วสามารถดึงกลับมาใช้ในตอนกลางคืนได้”</strong> จึงเป็นสิ่งที่ ผศ.ประสาทกล่าวเปรียบเทียบว่า <strong>“กติกาของรัฐ บังแดดประชาชน”</strong></p>



<p>กติกาข้อนี้ทำให้เจ้าของบ้านส่วนใหญ่ที่ต้องออกไปทำงานตอนกลางวัน มีโอกาสใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองจากแสงแดดได้เพียงประมาณ 28% ซึ่งเมื่อนำไปคำนวณต้นทุนแล้ว ทำให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าในราคาหน่วยละประมาณ 3.60 บาท และมีระยะเวลาคืนทุนที่ยาวนานถึง 16 – 17 ปี</p>



<p><strong>นี่คือหัวใจของปัญหาที่แท้จริง ดังนั้นต่อให้รัฐบาลทำให้กระบวนการติดตั้งสะดวก รวดเร็วแค่ไหนก็ตาม หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้ ก็ไม่สามารถทำให้ประชาชนเกิดแรงจูงใจหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น เปรียบเหมือนกับการ “เกาไม่ถูกที่คัน” นั่นเอง</strong><strong></strong></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><u>พ.ร.บ. ส่งเสริมโซลาร์ฯ… เสียเวลาเปล่า?</u></strong><strong><u></u></strong></h2>



<p>สำหรับ “ร่าง พ.ร.บ. การส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. …” ที่รัฐบาลมีมติรับหลักการไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผศ. ประสาทให้ความเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้ออกมาด้วยเหตุผลหลักคือ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ให้การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์สะดวกและรวดเร็วขึ้น และลดขั้นตอนที่ซับซ้อนเพื่อจูงใจให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาครัวเรือน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การลดภาระค่าใช้จ่าย การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยแตะเพียง “กระบวนการติดตั้งให้สะดวกขึ้น” โดยไม่ได้แก้ไขกติกาที่ภาครัฐกำหนดไว้</p>



<p>“แม้รัฐบาลจะอ้างถึงประโยชน์ของการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่การมุ่งแก้ไขเพียงกระบวนการติดตั้งโดยไม่แตะต้องเรื่องการนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น ก็เหมือนเป็นการเสียเวลาเปล่า และทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่สามารถบรรลุผลได้จริง” ผศ.ประสาทระบุ</p>



<p>สำหรับแนวทางการปรับปรุงแก้ไข อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ มีข้อเสนอ 2 เรื่อง คือ หนึ่ง ต้องมีการปรับแก้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว โดยกำหนดให้ใช้<strong>ระบบเน็ตมิเตอร์ริง (</strong><strong>Net Metering)</strong> <strong>หรือระบบการหักลบกลบหน่วยไฟฟ้า </strong>โดยระบบนี้จะทำให้ไฟฟ้าที่ประชาชนผลิตได้เกินในตอนกลางวัน แล้วนำส่วนที่เหลือไม่ได้ใช้ จ่ายกลับเข้าไปที่การไฟฟ้า เปรียบเสมือนการ “ฝากไฟฟ้า” เพื่อดึงไฟฟ้ากลับมาไว้ใช้ในเวลากลางคืนได้ทันที ทำให้ประชาชนสามารถใช้ไฟฟ้าในจำนวนหน่วยที่ตนเองผลิตได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องจ่ายค่าไฟช่วงกลางคืนที่ไม่มีแสงแดดอย่างเช่นปัจจุบัน ระบบดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าที่ตัวเองสร้างได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวรัฐบาลอาจเริ่มใช้กับกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อยหรือเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเดียวในขั้นแรก พร้อมยืนยันว่า “สำหรับประชาชนทั่วไปผมว่าเพิ่มการส่งเสริมการใช้แบตเตอรี่เข้าไปในในระบบโซลาร์รูฟท็อป เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และช่วยทำให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง”</p>



<p>ส่วนประเด็นที่สองที่รัฐบาลควรเพิ่มเติมใน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว คือ การระบุเป้าหมายในการขับเคลื่อนเรื่องพลังงานสะอาด ทั้งจากโซลาร์เซลล์รวมถึงพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ ไว้ใน ร่าง พ.ร.บ. ด้วย เพื่อเป็นเหมือนตัวชี้วัดให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายบริหารด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><u>มาตรการส่งเสริม โซลาร์เซลล์ ในต่างประเทศ</u></strong><strong><u></u></strong></h2>



<p>เมื่อถามถึงมาตรการของประเทศอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ผศ.ประสาท ให้ข้อมูลว่า ในต่างประเทศมีการสนับสนุนและออกมาตรการเพื่อส่งเสริมการใช้โซลาร์เซลล์ในหลายรูปแบบ เช่น การออกกฎหมาย การให้เงินอุดหนุน การออกนโยบายด้านภาษี เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง อาทิ</p>



<p><strong>สหรัฐอเมริกา:</strong> ออกกฎหมายที่ชื่อว่า “Inflation Reduction Act” เมื่อปี 2565 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาอัตราเงินเฟ้อ โดยมีการให้เครดิตภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัยที่เรียกว่า “Residential Clean Energy Credit” 30% ของค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ไปจนถึงปี 2575</p>



<p>ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) พบว่าในช่วง 7 เดือน ระหว่างเดือนตุลาคม 2566 – เดือนเมษายน 2567 ในสหรัฐฯ มีผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่โดยใช้ระบบ เน็ตมิเตอร์ริงรวม 232  เมกะวัตต์ หรือมากกว่า 40,000 ระบบ</p>



<p><strong>ออสเตรเลีย:</strong> รัฐบาลมีโครงการ Cheaper Home Batteries สำหรับเจ้าของบ้านและธุรกิจขนาดเล็ก โดยตั้งเป้าว่าจะส่งเสริมให้มีการติดตั้งแบตเตอรี่จำนวน 1 ล้านระบบ ภายในปี 2573 ซึ่งในเดือนแรกของโครงการ มีการติดตั้งแบตเตอรี่เกือบ 20,000 ระบบ ซึ่งมากกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนที่ติดตั้งในประเทศออสเตรเลียในปี 2024 ทั้งปี</p>



<p><strong>ปากีสถาน:</strong> ประสบความสำเร็จอย่างมากในการใช้ระบบเน็ตมิเตอร์ริง ซึ่งช่วยให้ส่วนแบ่งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 25% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2025</p>



<p><strong>เวียดนาม:</strong> มีแผนพัฒนาพลังงานที่เรียกว่า Power Development Plan VIII (PDP8) ซึ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนมากขึ้นโดยกำหนดเป้าหมายใหญ่ให้ 50% ของอาคารสำนักงานและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาได้ภายในปี 2030 โดยมีการออกนโยบายที่หลากหลาย เช่น รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากผู้ผลิตรายย่อยในราคาที่กำหนด การยกเว้นภาษีและการให้เงินทุนสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน เป็นต้น</p>



<p><strong>เยอรมนี:</strong> มีมาตรการสนับสนุนที่หลากหลาย เช่น เงินอุดหนุนโดยตรง ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีรายได้สำหรับระบบแบตเตอรี่ รวมถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการติดตั้งระบบโซลาร์และแบตเตอรี่ นอกจากนี้ เยอรมนียังมีกฎหมายที่ชื่อว่า EEG2023 ซึ่งระบุเป้าหมายว่าจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนให้ได้ 80% ภายในปี 2030</p>



<p>กลับมาที่ประเทศไทย ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ความสามารถในการพึ่งตนเองด้านพลังงานของประเทศไทยได้ลดลง 4-5 เท่า แม้ทุกวันนี้จะมีเทคโนโลยีที่ทำให้เราสามารถนำแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าใช้ได้ในราคาถูก แต่นโยบายของรัฐกลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ ได้อย่างมัประสิทธิภาพ</p>



<p>บทสรุปของเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือการตัดสินใจเชิงนโยบายที่กล้าหาญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาด้านพลังงาน ซึ่ง ผศ.ประสาทเปรียบเทียบเหมือนเป็นการ “ผ่าตัดใหญ่” เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพื่อปลดล็อกศักยภาพของพลังงานหมนุเวียนอย่างแท้จริง ซึ่งนั่นคือการอนุญาตให้มีระบบเน็ตมิเตอร์ริงเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าที่ผลิตเองได้อย่างเต็มที่ หากรัฐบาลยังคงเดินหน้าด้วยแนวทางเดิม ความก้าวหน้าเรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียนคงจะอยู่ไกลเกินจะคว้า แต่สภาผู้บริโภคจะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อไป เพื่อกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่าง “ถูกที่คัน” อย่างแท้จริง</p>



<p>Source: <a href="https://www.tcc.or.th/14082568_obstacle-solarcell_article/" target="_blank" rel="noopener">สภาองค์กรผู้บริโภค</a></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โซลาร์รูฟท็อปกับเมืองอัจฉริยะ พลังงานอนาคต เริ่มต้นจาก “หลังคา”</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/rooftop-solar-pv/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Aug 2025 02:43:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=24945</guid>

					<description><![CDATA[เรากำลังพูดถึงระบบผลิตไฟฟ้าที่ไม่ต้องใช้พื้นที่ใหม่ ไม่ต้องรอเขื่อนหรือสายส่งพาดผ่านหลังบ้าน แต่ใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วคือ หลังคาบ้านของคุณเอง โลกกำลังหมุนไปสู่พลังงานสะอาด การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มต้นจากเขื่อนขนาดยักษ์หรือแหล่งพลังงานทะเลทราย แต่มาจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราเห็นทุกวัน หลังคาบ้าน จุดเริ่มต้นของ “โซลาร์รูฟท็อป” (Rooftop Solar PV) ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่สามารถเปลี่ยนทุกอาคารให้เป็นผู้ผลิตพลังงานสะอาดแบบกระจายศูนย์ มาถึงวันนี้ “โซลาร์รูฟท็อป” จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกของบ้านคนรักสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นกลไกสำคัญของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ทั่วโลก ที่ต้องการลดคาร์บอน สร้างความมั่นคงทางพลังงาน และคืนอำนาจการผลิตไฟฟ้าให้กับประชาชน  ขณะที่ก้าวสำคัญของประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มติ ครม.เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้า ‘พลังงานแสงอาทิตย์’ เปิดทางให้ติดตั้ง ‘Solar Rooftop’ โดยไม่ต้องขออนุญาต ส่งผลให้ประชาชนเดินหน้าสู่การใช้พลังงานสะอาดได้อย่างเป็นรูปธรรม สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือ “การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop)” เพื่อใช้เอง ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากรัฐอีกต่อไป เพียงแค่แจ้งต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน เท่านั้น เรามาลองสำรวจในมุมอื่นๆ ของโซลาร์รูฟท็อปในมุมอื่นๆ เช่น เรื่องของความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ที่บอกว่า หากลงทุนวันนี้ จะสามารถคืนทุนเร็วขึ้นกว่าที่เคย เพราะหนึ่งในคำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ “ติดโซลาร์รูฟคุ้มจริงหรือ?” คำตอบวันนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อ 5 ปีก่อน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>เรากำลังพูดถึงระบบผลิตไฟฟ้าที่ไม่ต้องใช้พื้นที่ใหม่ ไม่ต้องรอเขื่อนหรือสายส่งพาดผ่านหลังบ้าน แต่ใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วคือ หลังคาบ้านของคุณเอง</strong></p>



<p>โลกกำลังหมุนไปสู่พลังงานสะอาด การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มต้นจากเขื่อนขนาดยักษ์หรือแหล่งพลังงานทะเลทราย แต่มาจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราเห็นทุกวัน หลังคาบ้าน จุดเริ่มต้นของ <strong>“โซลาร์รูฟท็อป” (Rooftop Solar PV)</strong> ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่สามารถเปลี่ยนทุกอาคารให้เป็นผู้ผลิตพลังงานสะอาดแบบกระจายศูนย์</p>



<p>มาถึงวันนี้ “<strong>โซลาร์รูฟท็อป</strong>” จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกของบ้านคนรักสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นกลไกสำคัญของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ทั่วโลก ที่ต้องการลดคาร์บอน สร้างความมั่นคงทางพลังงาน และคืนอำนาจการผลิตไฟฟ้าให้กับประชาชน<br> </p>



<p>ขณะที่ก้าวสำคัญของประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มติ ครม.เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้า ‘พลังงานแสงอาทิตย์’ เปิดทางให้ติดตั้ง ‘Solar Rooftop’ โดยไม่ต้องขออนุญาต ส่งผลให้ประชาชนเดินหน้าสู่การใช้พลังงานสะอาดได้อย่างเป็นรูปธรรม สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือ “การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop)” เพื่อใช้เอง ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากรัฐอีกต่อไป เพียงแค่แจ้งต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน เท่านั้น</p>



<p>เรามาลองสำรวจในมุมอื่นๆ ของโซลาร์รูฟท็อปในมุมอื่นๆ เช่น เรื่องของความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ที่บอกว่า หากลงทุนวันนี้ จะสามารถคืนทุนเร็วขึ้นกว่าที่เคย</p>



<p><strong>เพราะหนึ่งในคำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ “ติดโซลาร์รูฟคุ้มจริงหรือ?” คำตอบวันนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อ 5 ปีก่อน เพราะข้อเท็จจริงต่อไปนี้</strong></p>



<p>ข้อมูลจากรายงานของ <strong>International Renewable Energy Agency (IRENA) </strong>ปี 2020 ระบุว่า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์แบบแผงโซลาร์ (solar photovoltaic – PV) ลดลงมากกว่า 80% ตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2020 รายงานนี้เผยแพร่ในชื่อ <strong>“Renewable Power Generation Costs in 2020”</strong> โดยระบุว่า ราคาต้นทุนเฉลี่ยของแผงโซลาร์ลดจากประมาณ 0.37 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) เหลือประมาณ 0.068 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ kWh</p>



<p><strong>Bloomberg New Energy Finance (BNEF)</strong> รายงานในปี 2021 ว่า ราคาต้นทุนแผงโซลาร์ลดลงเกิน 80% ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากเทคโนโลยีและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น รวมถึงขนาดเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น รายงานประจำปี <strong>“New Energy Outlook 2021”</strong> เน้นให้เห็นว่าโซลาร์เป็นพลังงานหมุนเวียนที่ราคาถูกที่สุดในหลายภูมิภาค</p>



<p>– อายุการใช้งานแผงอยู่ที่ 25–30 ปี ในขณะที่ค่าไฟมีแนวโน้มสูงขึ้น</p>



<p>– ระบบขนาด 3–5 kWp สำหรับบ้านพักอาศัยสามารถ สามารถคืนทุนได้ใน 5–7 ปี และประหยัดค่าไฟ เดือนละ 1,000–3,000 บาท</p>



<p>– โครงการบ้านจัดสรรหลายแห่งมีการติดตั้งแถมฟรี หรือเสนอเงื่อนไขผ่อน 0% พร้อมรับประกัน 25 ปี</p>



<p>ส่วนในระดับอาคารธุรกิจหรือโรงงาน การติดตั้ง Rooftop PV ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง 30–50% ต่อปี ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่กระทบต่อผลกำไรโดยตรง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟมากช่วงกลางวัน เช่น ศูนย์กระจายสินค้า โรงเรียน โรงแรม หรือห้างสรรพสินค้า</p>



<p><strong>เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังโซลาร์รูฟ ความฉลาดที่เพิ่มขึ้นทุกวัน</strong></p>



<p>ระบบโซลาร์ยุคใหม่ไม่ใช่แค่แผงโซลาร์ติดบนหลังคาเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยนวัตกรรมเพื่อการจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด อาทิ</p>



<p><strong>1. Smart Inverter</strong></p>



<p>อุปกรณ์แปลงไฟที่สามารถตรวจวัดการผลิตและการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนหรือคลาวด์ เพื่อวิเคราะห์การประหยัดและประสิทธิภาพ</p>



<p><strong>2. Battery Storage (ESS)</strong></p>



<p>ระบบกักเก็บพลังงานที่สามารถเก็บไฟฟ้าจากช่วงกลางวันไปใช้ช่วงกลางคืน หรือเมื่อไฟดับ ช่วยให้พึ่งพาการไฟฟ้าน้อยลง และเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน</p>



<p><strong>3. AI Energy Management</strong></p>



<p>เทคโนโลยี AI วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ไฟของบ้านหรืออาคาร ปรับรูปแบบการผลิต-ใช้พลังงานให้เหมาะสม และเลือกช่วงขายไฟกลับเข้าระบบเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด</p>



<p><strong>4. BIPV (Building Integrated Photovoltaics)</strong></p>



<p>การรวมแผงโซลาร์เข้ากับวัสดุก่อสร้าง เช่น หลังคา ผนัง หรือกระจกอาคาร ทำให้อาคารทั้งหลังกลายเป็นแหล่งผลิตพลังงาน</p>



<p><strong>ตัวอย่าง Smart City ที่ใช้ Solar Rooftop อย่างเข้มข้น</strong></p>



<p>1. Chandigarh (อินเดีย)</p>



<p>เมืองนี้กลายเป็น เมืองแรกของอินเดียที่ติดตั้งโซลาร์บนหลังคาในอาคารรัฐบาลและบ้านเรือนหมดทุกราย ภายในเดือนธันวาคม 2024 โดยมีโครงสร้างความร่วมมือผ่านองค์กร CREST ซึ่งติดตั้งทั้งหมด 52.852 MWp จากกว่า 6,600 แผง </p>



<p>มีโครงการ “Rent-a-Roof” Resco Model ให้เอกชนลงทุนติดตั้งและจ่ายค่าเช่าหลังคาให้เทศบาลโดยไม่ต้องใช้เงินทุนของรัฐ The Times of India</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีโครงการชาร์จรถ EV ใช้พลังงานจากโซลาร์ rooftop ในอาคารสาธารณะหลายแห่ง</p>



<p>2. Fujisawa Sustainable Smart Town (ญี่ปุ่น)</p>



<p>เมืองต้นแบบโดย Panasonic บนพื้นที่โรงงานเก่า เดินระบบตั้งแต่ปี 2014 ใช้โครงข่าย Smart Grid ที่เชื่อม Solar PV พร้อมระบบจัดเก็บพลังงาน (battery/fuel cells) และช่วยลดการปล่อย CO₂ ถึง 70% </p>



<p>3. Sharjah Sustainable City (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)</p>



<p>มีการติดตั้งโซลาร์บนหลังคาบ้านเรือนกว่า 1,250 หลัง พร้อมระบบรีไซเคิลน้ำ และสวนเกษตรในเมือง ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้สูงถึง 50% และเป็นแบบอย่างด้านการอยู่ร่วมกับธรรมชาติในเมือง </p>



<p>4. Bo01 – Malmö (สวีเดน)</p>



<p>ชุมชนต้นแบบ <strong>“City of Tomorrow”</strong> ที่ใช้พลังงานจากแหล่งหมุนเวียน 100% โดยมีระบบ โซลาร์บนหลังคาผสานกับเทคโนโลยีตรวจวัดการใช้ไฟสมัยใหม่ โดยพลังงานส่วนเกินจะถูกส่งกลับไปยังโครงข่ายเมือง Malmö ได้อย่างอัตโนมัติ </p>



<p>5. Aarhus University (เดนมาร์ก)</p>



<p>มหาวิทยาลัย Aarhus ร่วมกับชุมชนสร้าง rooftop PV ขนาด 98 kW แล้วเปิดให้ทุกคนลงทุนแบบหุ้นย่อยในระบบนี้ ทำให้ทุกคนที่ร่วมลงทุนได้รับผลตอบแทนจากพลังงานที่ผลิตได้ นับเป็นการ democratize พลังงานอย่างแท้จริง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://image.posttoday.com/uploads/images/contents/w1024/2025/08/n1G6tKSNYx9QK75ajfx3.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="โซลาร์รูฟท็อปกับเมืองอัจฉริยะ พลังงานอนาคต เริ่มต้นจาก “หลังคา”"/></figure>
</div>


<p></p>



<p><strong>ภาพรวม Rooftop Solar PV ระดับโลก (ข้อมูลปี 2022–2024)</strong></p>



<p>ครัวเรือนทั่วโลกมี <strong>Rooftop PV</strong> (ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาอาคาร) รวมประมาณ 130 GW (กิกะวัตต์) ซึ่งมาจากระบบติดตั้งในบ้านพักประมาณ 25 ล้านครัวเรือนทั่วโลก หรือคิดเป็น ประมาณ 6% ของกำลังการผลิตสะสม <strong>Solar PV</strong> ทั่วโลก (~2.2 TW)</p>



<p>ณ สิ้นปี 2024 ความสามารถในการผลิตพลังงานจากระบบ <strong>Solar PV</strong> (Solar Photovoltaic เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยตรง) รวมทั่วโลกอยู่ที่ 2.2 TW (เทราวัตต์) ซึ่ง Rooftop PV ถือเป็นส่วนสำคัญของ <strong>Distributed PV</strong> <strong>หรือ Distributed Photovoltaics</strong> – ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งแบบกระจายตัวในหลายพื้นที่ย่อย โดยสัดส่วนของ Distributed PV คือประมาณ 40% ของกำลังการผลิตพลังงานโซลาร์ทั้งหมด</p>



<p><strong>Rooftop PV แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่คือ</strong></p>



<p>– Residential Rooftop PV – ระบบที่ติดตั้งในบ้านพักอาศัย เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด</p>



<p>– Commercial/Industrial Rooftop PV – ระบบที่ติดตั้งในอาคารพาณิชย์ โรงงาน โกดัง หรือห้างสรรพสินค้า</p>



<p><strong>และจากการประมาณการแบบจำลองของ IEA หากมีการติดตั้งต่อเนื่อง จะมี 100 ล้านครัวเรือน ที่ใช้ Rooftop PV ภายในปี 2030</strong></p>



<p>หมายเหตุสำคัญ:</p>



<p><strong>Utility-scale solar PV</strong> (ระบบโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่เพื่อการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์) ครองสัดส่วนมากกว่า 60% ของกำลังผลิตใหม่ แต่ <strong>Distributed PV หรือ Distributed Photovoltaics</strong> ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งแบบกระจายตัวในหลายพื้นที่ย่อย (รวม rooftop) ยังเป็นหัวใจสำคัญในหลายประเทศ โดยมีโซลาร์รูฟท็อปเป็นส่วนสำคัญของตลาด โดยเฉพาะในจีน สหรัฐฯ ออสเตรเลีย เยอรมนี ญี่ปุ่น</p>



<p><strong>ส่วนในประเทศไทย แม้มีศักยภาพมหาศาล แต่ติดตั้งจริงยังต่ำ ก็มีนโยบายใหม่ที่ช่วยลดอุปสรรค เช่น การยกเลิก permit, อัตรา NEM ชัดเจน, ส่งเสริมแหล่งเงินสนับสนุน  เพื่อเร่งให้ rooftop PV เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว</strong></p>



<p>Source : <a href="https://www.posttoday.com/smart-city/728070" target="_blank" rel="noopener">PostToday</a></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จัก 3 ระบบหลักของโซลาร์รูฟท็อป On Grid, Off Grid และ Hybrid</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/on-grid-off-grid-hybrid-solar-rooftop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Aug 2025 03:52:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight & Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=24949</guid>

					<description><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปหรือระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟ ลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ระบบโซลาร์รูฟท็อปมีหลายประเภท ได้แก่ ระบบ On Grid, Off Grid และ Hybrid แต่ละระบบมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกันและเหมาะสมกับความต้องการที่หลากหลาย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักทั้งสามระบบอย่างละเอียด พร้อมข้อมูลที่เข้าใจง่ายและครบถ้วน ระบบโซลาร์รูฟท็อปคืออะไร โซลาร์รูฟท็อปคือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารเพื่อแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้า ระบบนี้เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน หรือโรงงาน โดยทั่วไปประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก ได้แก่ แผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และโครงสร้างยึดติด การเลือกประเภทของระบบขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน สถานที่ และงบประมาณ 1. ระบบ On-Grid (ระบบเชื่อมต่อกับโครงข่าย) ระบบ On-Grid หรือที่เรียกว่า “Grid-Tied” เป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามบ้านเรือนทั่วไป หลักการทำงานของระบบนี้คือ การเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยตรง การทำงานของระบบ On-Grid ข้อดีของระบบ On-Grid ข้อเสียของระบบ On-Grid 2. ระบบ Off-Grid [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>พลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปหรือระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟ ลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ระบบโซลาร์รูฟท็อปมีหลายประเภท ได้แก่ ระบบ On Grid, Off Grid และ Hybrid แต่ละระบบมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกันและเหมาะสมกับความต้องการที่หลากหลาย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักทั้งสามระบบอย่างละเอียด พร้อมข้อมูลที่เข้าใจง่ายและครบถ้วน</p>



<h2 class="wp-block-heading">ระบบโซลาร์รูฟท็อปคืออะไร</h2>



<p>โซลาร์รูฟท็อปคือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารเพื่อแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้า ระบบนี้เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน หรือโรงงาน โดยทั่วไปประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก ได้แก่ แผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และโครงสร้างยึดติด การเลือกประเภทของระบบขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน สถานที่ และงบประมาณ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="593" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar2-1024x593.webp" alt="" class="wp-image-24955" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar2-1024x593.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar2-300x174.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar2-768x445.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar2-770x446.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar2.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. ระบบ On-Grid (ระบบเชื่อมต่อกับโครงข่าย)</strong></h3>



<p>ระบบ On-Grid หรือที่เรียกว่า “Grid-Tied” เป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามบ้านเรือนทั่วไป หลักการทำงานของระบบนี้คือ <strong>การเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยตรง</strong></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานของระบบ On-Grid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ช่วงกลางวัน</strong> แผงโซลาร์เซลล์จะผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ และแปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) โดยใช้อินเวอร์เตอร์ (Inverter) เพื่อนำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน</li>



<li><strong>ถ้าผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าที่ใช้</strong> ไฟฟ้าส่วนเกินจะถูกส่งย้อนกลับไปขายคืนให้กับการไฟฟ้า โดยมีมิเตอร์ดิจิทัล (Digital Meter) เป็นตัววัดปริมาณไฟฟ้าที่ส่งออก</li>



<li><strong>ช่วงกลางคืนหรือวันที่ไม่มีแสงแดด</strong> ระบบจะดึงไฟฟ้าจากการไฟฟ้ามาใช้ตามปกติ</li>



<li><strong>ระบบนี้ไม่มีแบตเตอรี่</strong> จึงไม่สามารถสำรองไฟฟ้าไว้ใช้ในกรณีที่ไฟฟ้าดับได้</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อดีของระบบ On-Grid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>คุ้มค่า</strong> มีต้นทุนการติดตั้งต่ำที่สุดในบรรดาทุกระบบ เนื่องจากไม่ต้องลงทุนในแบตเตอรี่</li>



<li><strong>ประหยัดค่าไฟ</strong> สามารถลดค่าไฟฟ้าได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเวลากลางวันที่มีการใช้ไฟฟ้ามาก</li>



<li><strong>คืนทุนเร็ว</strong> ระยะเวลาคืนทุนสั้นกว่าระบบอื่นๆ</li>



<li><strong>บำรุงรักษาง่าย</strong> ไม่ต้องดูแลรักษาแบตเตอรี่</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อเสียของระบบ On-Grid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ไม่สามารถใช้งานได้เมื่อไฟฟ้าดับ</strong> เนื่องจากระบบถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยที่จะหยุดทำงานทันทีเมื่อไม่มีกระแสไฟฟ้าจากโครงข่าย</li>



<li><strong>มีข้อจำกัดในการขายไฟฟ้าคืน</strong> ปัจจุบันการไฟฟ้ายังคงมีข้อจำกัดและกฎระเบียบในการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากประชาชน</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="596" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar5-1024x596.webp" alt="" class="wp-image-24951" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar5-1024x596.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar5-300x175.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar5-768x447.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar5-770x448.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar5.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. ระบบ Off-Grid (ระบบไม่เชื่อมต่อกับโครงข่าย)</strong></h3>



<p>ระบบ Off-Grid หรือ “Stand-Alone” เป็นระบบที่ <strong>ไม่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าเลย</strong> เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีสายส่งไฟฟ้าเข้าถึง หรือสถานที่ที่ต้องการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานอย่างสมบูรณ์</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานของระบบ Off-Grid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>มีแบตเตอรี่เป็นหัวใจหลัก</strong> แผงโซลาร์เซลล์จะผลิตไฟฟ้าและนำมาชาร์จแบตเตอรี่เพื่อกักเก็บพลังงาน</li>



<li><strong>ช่วงกลางวัน</strong> ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกนำไปใช้ทันที และส่วนที่เหลือจะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่</li>



<li><strong>ช่วงกลางคืนหรือวันที่ไม่มีแสงแดด</strong> ระบบจะดึงไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่ชาร์จไว้มาใช้งาน</li>



<li><strong>มีทั้งระบบ DC และ AC</strong> โดยทั่วไปมักใช้ร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่รองรับระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากการแปลงไฟฟ้า หรือใช้อินเวอร์เตอร์สำหรับแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อดีของระบบ Off-Grid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>อิสระจากค่าไฟ</strong> ไม่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าให้กับหน่วยงานใดๆ</li>



<li><strong>สามารถใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง</strong> แม้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดดหรือไฟฟ้าดับ</li>



<li><strong>เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> พึ่งพาพลังงานสะอาด 100%</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อเสียของระบบ Off-Grid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ต้นทุนสูง</strong> เนื่องจากต้องลงทุนในแบตเตอรี่ที่มีราคาสูง</li>



<li><strong>บำรุงรักษายุ่งยาก</strong> ต้องดูแลรักษาแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ</li>



<li><strong>ขนาดระบบจำกัด</strong> ต้องคำนวณขนาดของแบตเตอรี่ให้เพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่งอาจมีข้อจำกัดสำหรับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าเยอะ</li>



<li><strong>ประสิทธิภาพต่ำกว่า</strong> เมื่อเทียบกับระบบ On-Grid เนื่องจากมีการสูญเสียพลังงานในกระบวนการชาร์จและคายประจุของแบตเตอรี่</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. ระบบ Hybrid (ระบบผสมผสาน)</strong></h3>



<p>ระบบ Hybrid เป็นการนำข้อดีของทั้งระบบ On-Grid และ Off-Grid มาผสมผสานกัน <strong>โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าและมีแบตเตอรี่สำหรับสำรองไฟ</strong> ด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานของระบบ Hybrid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>มีแบตเตอรี่สำรอง</strong> ระบบจะผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์เพื่อใช้ในบ้านและชาร์จแบตเตอรี่</li>



<li><strong>สามารถเลือกแหล่งจ่ายไฟ</strong> เมื่อไฟฟ้าดับ ระบบจะสลับไปใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่โดยอัตโนมัติ ช่วยให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นยังคงทำงานได้</li>



<li><strong>ควบคุมการใช้พลังงานได้ยืดหยุ่น</strong> เจ้าของบ้านสามารถตั้งค่าให้ระบบใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ก่อนในเวลาที่ค่าไฟแพง (เช่น ช่วงเวลา Peak) และสลับไปใช้ไฟฟ้าจากโครงข่ายในเวลาที่ค่าไฟถูก</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อดีของระบบ Hybrid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ใช้งานได้ต่อเนื่องเมื่อไฟฟ้าดับ</strong> มีไฟฟ้าสำรองจากแบตเตอรี่</li>



<li><strong>ประหยัดค่าไฟได้สูงสุด</strong> สามารถจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>



<li><strong>ยืดหยุ่นสูง</strong> สามารถปรับการใช้งานได้ตามความต้องการ</li>



<li><strong>เพิ่มมูลค่าให้บ้าน</strong> เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นที่ต้องการในตลาด</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อเสียของระบบ Hybrid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ต้นทุนสูงที่สุด</strong> เนื่องจากต้องลงทุนในทั้งอินเวอร์เตอร์ชนิด Hybrid และแบตเตอรี่</li>



<li><strong>บำรุงรักษาซับซ้อน</strong> มีอุปกรณ์หลายส่วนที่ต้องดูแล</li>



<li><strong>การติดตั้งต้องใช้ช่างผู้ชำนาญ</strong> เพราะมีระบบที่ซับซ้อน</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="597" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar4-1024x597.webp" alt="" class="wp-image-24952" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar4-1024x597.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar4-300x175.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar4-768x448.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar4-770x449.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar4.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สรุปความแตกต่างของทั้ง 3 ระบบ</strong></h3>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><thead><tr><td>คุณสมบัติ</td><td>ระบบ On-Grid</td><td>ระบบ Off-Grid</td><td>ระบบ Hybrid</td></tr></thead><tbody><tr><td><strong>การเชื่อมต่อการไฟฟ้า</strong></td><td>เชื่อมต่อ</td><td>ไม่เชื่อมต่อ</td><td>เชื่อมต่อ</td></tr><tr><td><strong>มีแบตเตอรี่สำรอง</strong></td><td>ไม่มี</td><td>มี (สำคัญ)</td><td>มี (สำรองไฟ)</td></tr><tr><td><strong>ใช้งานตอนไฟฟ้าดับ</strong></td><td>ไม่ได้</td><td>ได้</td><td>ได้</td></tr><tr><td><strong>ต้นทุนติดตั้ง</strong></td><td>ต่ำที่สุด</td><td>สูง</td><td>สูงที่สุด</td></tr><tr><td><strong>ความเหมาะสม</strong></td><td>บ้านเรือนทั่วไป, โรงงาน</td><td>พื้นที่ห่างไกล, รีสอร์ท, เกษตร</td><td>บ้านที่ต้องการไฟสำรอง, ธุรกิจ</td></tr><tr><td><strong>การคืนทุน</strong></td><td>เร็วที่สุด</td><td>ช้า</td><td>ปานกลาง</td></tr><tr><td><strong>การขายไฟคืน</strong></td><td>ขายได้ (ตามระเบียบ)</td><td>ขายไม่ได้</td><td>ขายได้ (ตามระเบียบ)</td></tr></tbody></table></figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกระบบ</h2>



<p>การเลือกระบบโซลาร์รูฟท็อปที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สถานที่ตั้ง</strong> พื้นที่ที่มีโครงข่ายไฟฟ้าเสถียรเหมาะกับระบบ On Grid ส่วนพื้นที่ห่างไกลควรเลือก Off Grid หรือ Hybrid</li>



<li><strong>งบประมาณ</strong> ระบบ On Grid มีต้นทุนต่ำสุด ส่วน Off Grid และ Hybrid ต้องลงทุนในแบตเตอรี่เพิ่ม</li>



<li><strong>ความต้องการใช้งาน</strong> หากต้องการใช้ไฟในช่วงไฟดับ ระบบ Hybrid หรือ Off Grid จะตอบโจทย์กว่า</li>



<li><strong>นโยบายของรัฐ</strong> ในบางประเทศมีนโยบายสนับสนุน เช่น การซื้อไฟคืนในระบบ On Grid ซึ่งช่วยลดระยะเวลาคืนทุน</li>
</ul>



<p>การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปจะช่วยให้คุณได้ระบบที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุด เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้คุ้มค่าและยั่งยืนในระยะยาว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="595" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar3-1024x595.webp" alt="" class="wp-image-24953" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar3-1024x595.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar3-300x174.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar3-768x446.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar3-770x447.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar3.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>งบประมาณที่ต้องใช้ในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป</strong></h2>



<p>งบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดกำลังผลิตของระบบ (หน่วยเป็นกิโลวัตต์ หรือ kWp) และประเภทของอุปกรณ์ที่เลือกใช้ โดยข้อมูลด้านล่างนี้เป็นราคาประมาณการจากข้อมูลล่าสุดในตลาด ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ประมาณการงบประมาณสำหรับระบบโซลาร์รูฟท็อปแต่ละประเภท</strong></h4>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><thead><tr><td>ระบบโซลาร์รูฟท็อป</td><td>ขนาดกำลังผลิต (kWp)</td><td>งบประมาณโดยประมาณ (บาท)</td><td>เหมาะสำหรับ</td></tr></thead><tbody><tr><td><strong>On-Grid (ไม่มีแบตเตอรี่)</strong></td><td>3 kWp</td><td>120,000 – 150,000</td><td>บ้านขนาดเล็ก-กลาง (ค่าไฟประมาณ 2,500-3,500 บาท/เดือน)</td></tr><tr><td></td><td>5 kWp</td><td>180,000 – 220,000</td><td>บ้านขนาดกลาง-ใหญ่ (ค่าไฟประมาณ 4,000-6,000 บาท/เดือน)</td></tr><tr><td></td><td>10 kWp</td><td>300,000 – 400,000</td><td>บ้านขนาดใหญ่, โฮมออฟฟิศ (ค่าไฟมากกว่า 6,000 บาท/เดือน)</td></tr><tr><td><strong>Off-Grid (มีแบตเตอรี่)</strong></td><td>3 kWp</td><td>250,000 – 350,000</td><td>พื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีไฟฟ้า, ระบบสำรองไฟขนาดเล็ก</td></tr><tr><td></td><td>5 kWp</td><td>400,000 – 550,000</td><td>พื้นที่ที่ต้องการความอิสระทางพลังงานสูง</td></tr><tr><td><strong>Hybrid (มีแบตเตอรี่)</strong></td><td>3 kWp</td><td>200,000 – 280,000</td><td>บ้านที่ต้องการลดค่าไฟและมีไฟสำรองสำหรับอุปกรณ์จำเป็น</td></tr><tr><td></td><td>5 kWp</td><td>300,000 – 450,000</td><td>บ้านขนาดกลาง-ใหญ่ ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการจัดการพลังงาน</td></tr></tbody></table></figure>



<p><strong>หมายเหตุ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ราคาข้างต้นเป็นเพียงราคาประมาณการและอาจแตกต่างกันไปตามคุณภาพของแผงโซลาร์, อินเวอร์เตอร์, และแบตเตอรี่ รวมถึงค่าบริการติดตั้งและค่าใช้จ่ายอื่นๆ</li>



<li><strong>ระบบ On-Grid</strong> มีราคาต่ำที่สุดเพราะไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับแบตเตอรี่</li>



<li><strong>ระบบ Off-Grid</strong> และ <strong>Hybrid</strong> มีราคาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากต้นทุนของแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุดในระบบ</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="595" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar1-1024x595.webp" alt="" class="wp-image-24954" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar1-1024x595.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar1-300x174.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar1-768x446.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar1-770x447.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar1.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คำนวณความคุ้มค่าและระยะเวลาคืนทุนเบื้องต้น</strong></h2>



<p>การลงทุนในโซลาร์รูฟท็อปเป็นการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนเป็นความประหยัดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน ซึ่งระยะเวลาคืนทุนจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาคืนทุน</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ขนาดของระบบที่ติดตั้ง</strong> : ระบบที่มีกำลังผลิตสูง (kWp) จะมีราคาติดตั้งสูงขึ้น แต่ก็สามารถประหยัดค่าไฟได้มากขึ้นเช่นกัน</li>



<li><strong>พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า</strong> : หากบ้านมีการใช้ไฟฟ้ามากในช่วงกลางวัน (เช่น เปิดแอร์, เครื่องทำน้ำอุ่น) จะยิ่งประหยัดค่าไฟได้มาก ทำให้คืนทุนได้เร็วขึ้น</li>



<li><strong>ราคาค่าไฟฟ้า</strong> : เมื่อค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ระยะเวลาคืนทุนก็จะสั้นลง</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น</strong></h4>



<p>สมมติว่าคุณติดตั้ง <strong>ระบบ On-Grid ขนาด 5 kWp</strong> ด้วยงบประมาณ 200,000 บาท ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 600-700 หน่วยต่อเดือน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ประหยัดค่าไฟได้ต่อเดือน</strong> : (600 หน่วย) x (ค่าไฟต่อหน่วยโดยประมาณ 4.5 บาท) = 2,700 บาท</li>



<li><strong>ประหยัดค่าไฟได้ต่อปี</strong> : 2,700 x 12 = 32,400 บาท</li>



<li><strong>ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ</strong> : 200,000 / 32,400 = <strong>ประมาณ 6.2 ปี</strong></li>
</ul>



<p>หลังจากคืนทุนแล้ว คุณจะได้รับไฟฟ้าฟรีจากแผงโซลาร์เซลล์ตลอดอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 25 ปี ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบ้านของคุณในระยะยาวอย่างแท้จริง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บทสรุป</strong></h2>



<p>การทำความเข้าใจความแตกต่างของระบบโซลาร์รูฟท็อปทั้ง 3 ระบบ ไม่ว่าจะเป็น <strong>On-Grid, Off-Grid, หรือ Hybrid</strong> จะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างชาญฉลาดและตรงตามความต้องการ ระบบ On-Grid เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าไฟฟ้าโดยมีงบประมาณจำกัด Off-Grid เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและต้องการความอิสระทางพลังงาน ส่วน Hybrid เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งความประหยัดและความมั่นคงในการใช้ไฟฟ้า การเลือกที่เหมาะสมจะนำมาซึ่งความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดจากการใช้พลังงานสะอาดในบ้านของคุณ</p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แอร์โซล่าเซลล์คืออะไร น่าใช้มั้ย ประหยัดไฟได้แค่ไหน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/solar-cell-air-condition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Dec 2024 02:18:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight & Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23926</guid>

					<description><![CDATA[เครื่องปรับอากาศถือได้ว่าเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟค่อนข้างมากในอันดับต้นๆ ซึ่งหลายท่านก็พยายามหาวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปิดเป็นเวลา หรือเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อน การตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศา บางท่านก็ลองวิธีที่มีการแนะนำต่อๆ กันมา ก็คือ ตั้งอุณหภูมิไปที่ 27 องศา แล้วเปิดพัดลมช่วย ซึ่งวิธีการต่างๆ เหล่านี้ก็ถือว่า ช่วยประหยัดไฟได้บ้าง แต่ก็ยังค่อนข้างสูงอยู่ดี ดังนั้นก็เลยมีการคิดค้น เครื่องปรับอากาศรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าที่ได้จากโซล่าร์เซลล์ ในชื่อ “แอร์โซล่าเซลล์” แอร์โซล่าเซลล์คืออะไร? แอร์โซลาร์เซลล์ คือ เครื่องปรับอากาศที่ผสานเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับระบบทำความเย็น ทำให้สามารถลดการพึ่งพาไฟฟ้าแบบปกติที่ใช้ตามบ้าน หรือสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักการทำงานคือ แผงโซลาร์เซลล์จะแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นกระแสไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้ในการขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในรูปแบบเดิมๆ อีกเลย ส่งผลให้เราไม่ต้องจ่ายค่าไฟในส่วนนี้นั่นเอง แอร์โซลาร์เซลล์ แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลักๆ ก็คือ ข้อดีของแอร์โซล่าเซลล์ นอกจากจะมีข้อดีแล้ว แอร์โซล่าร์เซลล์ก็มีข้อสังเกตอยู่หลายๆ อย่างด้วยกัน ข้อสังเกตของแอร์โซล่าเซลล์ ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับติดตั้งแอร์โซล่าร์เซลล์ หลักการทำงานของแอร์โซล่าร์เซลล์ แอร์โซลาร์เซลล์ทำงานโดยการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อนำมาใช้ในการทำความเย็น ซึ่งแตกต่างจากแอร์ทั่วไปที่ใช้ไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้าหลัก โดยหลักการทำงานโดยรวมสามารถสรุปได้ดังนี้ แอร์โซล่าร์เซลล์ กับแอร์ปกติทั่วไป ต่างกันอย่างไร การตัดสินใจเลือกใช้แอร์โซลาร์เซลล์หรือแอร์ปกตินั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เครื่องปรับอากาศถือได้ว่าเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟค่อนข้างมากในอันดับต้นๆ ซึ่งหลายท่านก็พยายามหาวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปิดเป็นเวลา หรือเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อน การตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศา บางท่านก็ลองวิธีที่มีการแนะนำต่อๆ กันมา ก็คือ ตั้งอุณหภูมิไปที่ 27 องศา แล้วเปิดพัดลมช่วย ซึ่งวิธีการต่างๆ เหล่านี้ก็ถือว่า ช่วยประหยัดไฟได้บ้าง แต่ก็ยังค่อนข้างสูงอยู่ดี ดังนั้นก็เลยมีการคิดค้น เครื่องปรับอากาศรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าที่ได้จากโซล่าร์เซลล์ ในชื่อ “แอร์โซล่าเซลล์”</p>



<h3 class="wp-block-heading">แอร์โซล่าเซลล์คืออะไร?</h3>



<p><strong>แอร์โซลาร์เซลล์</strong> คือ เครื่องปรับอากาศที่ผสานเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับระบบทำความเย็น ทำให้สามารถลดการพึ่งพาไฟฟ้าแบบปกติที่ใช้ตามบ้าน หรือสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักการทำงานคือ แผงโซลาร์เซลล์จะแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นกระแสไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้ในการขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในรูปแบบเดิมๆ อีกเลย ส่งผลให้เราไม่ต้องจ่ายค่าไฟในส่วนนี้นั่นเอง</p>



<p>แอร์โซลาร์เซลล์ แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลักๆ ก็คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>แอร์โซล่าร์เซลล์แบบ On-Grid</strong> เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของบ้าน สามารถจ่ายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้</li>



<li><strong>แอร์โซล่าร์เซลล์แบบ Off-Grid</strong> ไม่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของบ้าน ใช้งานได้แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง</li>



<li><strong>แอร์โซล่าร์เซลล์แบบที่ใช้ได้ทั้ง 2 ระบบ</strong> สามารถใช้ไฟจากระบบโซล่าร์เซลล์ก็ได้ หรือจะใช้ไฟบ้านปกติก็ได้</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อดีของแอร์โซล่าเซลล์</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ประหยัดค่าไฟฟ้า</strong> ลดค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่มีแสงแดด ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากถึง 50-70%</li>



<li><strong>เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน เหมาะสำหรับคนที่รักษ์โลกเป็นอย่างมาก </li>



<li><strong>พึ่งพาตนเองได้</strong> ไม่ต้องกังวลเรื่องไฟฟ้าดับ หรือค่าไฟฟ้าที่ผันผวน</li>



<li><strong>เทคโนโลยีทันสมัย</strong> เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม</li>
</ul>



<p>นอกจากจะมีข้อดีแล้ว แอร์โซล่าร์เซลล์ก็มีข้อสังเกตอยู่หลายๆ อย่างด้วยกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อสังเกตของแอร์โซล่าเซลล์</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ต้นทุนและราคาสูง</strong> แอร์โซล่าเซลล์มีราคาค่อนข้างสูง เพราะนอกจากจะมีตัวเครื่องแล้ว ยังต้องมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง และซื้ออุปกรณ์อื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็น แผงโซล่าเซลล์ , อินเวอร์เตอร์, แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ควบคุม </li>



<li><strong>ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ</strong> การผลิตไฟฟ้าของแผงโซลาร์เซลล์ขึ้นอยู่กับปริมาณแสงแดดโดยตรง ในวันที่ฝนตกหรือเมฆมาก การผลิตไฟฟ้าจะลดลง และอุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์ได้</li>



<li><strong>มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเพิ่มเติม</strong> นอกจากจะต้องทำความสะอาดแอร์เหมือนแอร์ปกติแล้ว แผงโซลาร์เซลล์จำเป็นต้องทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อขจัดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่บนผิวแผง ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า</li>



<li><strong>แบตเตอรี่ราคาสูง</strong> สำหรับระบบที่มีแบตเตอรี่อยู่ด้วย ก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนของแบตเตอรี่เพิ่มเติม ซึ่งมีราคาสูง และมีอายุการใช้งานจำกัด</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1698" height="1200" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2.webp" alt="" class="wp-image-24174" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2.webp 1698w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2-300x212.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2-1024x724.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2-768x543.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2-1536x1086.webp 1536w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2-770x544.webp 770w" sizes="(max-width: 1698px) 100vw, 1698px" /><figcaption class="wp-element-caption">ภาพประกอบ : <a href="https://www.chaisinsolarcell.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://www.chaisinsolarcell.com/</a></figcaption></figure>
</div>


<p>ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับติดตั้งแอร์โซล่าร์เซลล์</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แอร์ Solar Hybrid 1 ชุด</li>



<li>แผงโซล่าเซลล์ ขนาด 550w จำนวน 2 แผง</li>



<li>เบรกเกอร์ DC BOX 1 ชุด</li>



<li>สายไฟ PV 20 เมตร</li>



<li>MC-4 Link จำนวน 4 คู่</li>



<li>ติดตั้งแบบมาตรฐาน โดยทีมช่างผู้ชำนาญการ</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">หลักการทำงานของแอร์โซล่าร์เซลล์</h3>



<p>แอร์โซลาร์เซลล์ทำงานโดยการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อนำมาใช้ในการทำความเย็น ซึ่งแตกต่างจากแอร์ทั่วไปที่ใช้ไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้าหลัก โดยหลักการทำงานโดยรวมสามารถสรุปได้ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์</strong> แผงโซลาร์เซลล์จะทำหน้าที่รับพลังงานจากแสงอาทิตย์และแปลงเป็นกระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DC) </li>



<li><strong>การแปลงกระแสไฟฟ้า</strong> อินเวอร์เตอร์จะทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรงที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์ให้เป็นกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ซึ่งเป็นชนิดที่เครื่องปรับอากาศส่วนใหญ่ใช้ </li>



<li><strong>การจ่ายไฟให้เครื่องปรับอากาศ</strong> กระแสไฟฟ้ากระแสสลับที่ได้จากอินเวอร์เตอร์จะถูกส่งไปยังเครื่องปรับอากาศเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำความเย็น </li>



<li><strong>กระบวนการทำความเย็น</strong> เครื่องปรับอากาศจะทำงานตามหลักการทำความเย็นทั่วไป โดยคอมเพรสเซอร์จะอัดสารทำความเย็นให้มีแรงดันสูง แล้วปล่อยให้ไหลผ่านคอยล์ร้อนเพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอก จากนั้นสารทำความเย็นจะไหลผ่านคอยล์เย็นเพื่อดูดซับความร้อนภายในห้อง ทำให้อากาศเย็นลง</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">แอร์โซล่าร์เซลล์ กับแอร์ปกติทั่วไป ต่างกันอย่างไร</h3>



<p>การตัดสินใจเลือกใช้แอร์โซลาร์เซลล์หรือแอร์ปกตินั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงงบประมาณ ความต้องการในการใช้พลังงาน และความสำคัญที่ให้กับสิ่งแวดล้อม มาดูตารางเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td>คุณสมบัติ</td><td>แอร์โซลาร์เซลล์</td><td>แอร์ปกติ</td></tr><tr><td>แหล่งพลังงานหลัก</td><td>พลังงานแสงอาทิตย์</td><td>ไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้าหลัก</td></tr><tr><td>ค่าไฟฟ้า</td><td>ประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว โดยเฉพาะช่วงกลางวัน</td><td>ค่าไฟฟ้าขึ้นอยู่กับการใช้งาน</td></tr><tr><td>สิ่งแวดล้อม</td><td>เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</td><td>สร้างมลพิษจากการผลิตไฟฟ้า</td></tr><tr><td>ต้นทุนและค่าใช้จ่าย</td><td>สูงกว่าแอร์ปกติ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์อื่นๆ</td><td>ต่ำกว่าแอร์โซลาร์เซลล์</td></tr><tr><td>การบำรุงรักษา</td><td>ต้องทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์เป็นประจำ</td><td>บำรุงรักษาตามปกติ</td></tr><tr><td>ความเสี่ยง</td><td>ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ</td><td>ไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ</td></tr></tbody></table></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ราคาแอร์โซล่าเซลล์</h3>



<p>ราคาแอร์โซล่าร์เซลล์ นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทำให้ราคาแต่ละรุ่นและแต่ละแบรนด์แตกต่างกันออกไป การเลือกซื้อแอร์โซล่าร์เซลล์จึงต้องพิจารณาหลายปัจจัย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่ากับการลงทุน สำหรับราคาในปัจจบุัน ก็สามารถเปิดดูได้ตามเว็บไซต์ ซึ่งมีทั้งรูปแบบของการเอาแอร์ปกติ มาจัดชุดกับอุปกรณ์โซล่าร์เซลล์ แล้วขาย รวมถึงแอร์ที่ออกแบบมาตั้งแต่แรกเพื่อใช้กับโซล่าร์เซลล์เลย ในบทความนี้ก็ขอเอาราคาจากเว็บขายของออนไลน์มาให้ดูกันไปเลยครับ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2396" height="1274" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1.webp" alt="" class="wp-image-24171" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1.webp 2396w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1-300x160.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1-1024x544.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1-768x408.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1-1536x817.webp 1536w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1-2048x1089.webp 2048w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1-770x409.webp 770w" sizes="(max-width: 2396px) 100vw, 2396px" /></figure>
</div>


<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2406" height="1388" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2.webp" alt="" class="wp-image-24172" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2.webp 2406w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2-300x173.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2-1024x591.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2-768x443.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2-1536x886.webp 1536w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2-2048x1181.webp 2048w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2-770x444.webp 770w" sizes="(max-width: 2406px) 100vw, 2406px" /></figure>
</div>


<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2404" height="1282" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3.webp" alt="" class="wp-image-24173" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3.webp 2404w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3-300x160.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3-1024x546.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3-768x410.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3-1536x819.webp 1536w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3-2048x1092.webp 2048w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3-770x411.webp 770w" sizes="(max-width: 2404px) 100vw, 2404px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาแอร์โซล่าร์เซลล์</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ขนาด BTU</strong> ขนาดของแอร์จะส่งผลโดยตรงต่อราคา ยิ่ง BTU สูง ราคาจะยิ่งสูงขึ้น</li>



<li><strong>แบรนด์:</strong> แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักจะมีราคาสูงกว่าแบรนด์ทั่วไป</li>



<li><strong>คุณภาพวัสดุ:</strong> วัสดุที่ใช้ในการผลิต เช่น คอยล์ร้อน คอยล์เย็น และคอมเพรสเซอร์ มีผลต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของแอร์ ซึ่งส่งผลต่อราคา</li>



<li><strong>จำนวนแผงโซลาร์เซลล์:</strong> จำนวนแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าจะส่งผลต่อราคาโดยตรง</li>



<li><strong>ขนาดและประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์</strong> แผงโซลาร์เซลล์ที่มีขนาดใหญ่และมีประสิทธิภาพสูงจะมีราคาสูงกว่า</li>



<li><strong>อุปกรณ์เสริม</strong> อุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น แบตเตอรี่ อินเวอร์เตอร์ และระบบควบคุม จะเพิ่มต้นทุนให้กับระบบ</li>



<li><strong>ค่าติดตั้ง</strong> ค่าแรงในการติดตั้งระบบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินสายไฟและติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">บท<strong>สรุป</strong></h3>



<p>แม้ว่าแอร์โซลาร์เซลล์จะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าไฟฟ้าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็มีข้อจำกัดและข้อควรพิจารณาบางประการที่ผู้สนใจควรศึกษาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจติดตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของต้นทุน การบำรุงรักษา และประสิทธิภาพที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ซึ่งถ้าจะให้บอกว่าเหมาะกับใคร ก็น่าจะเหมาะกับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศอยู่ตลอดทั้งวัน ซึ่งอาจจะเป็นที่พักอาศัยในเขตที่มีอากาศร้อน หรือความจำเป็นด้านอื่นๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหากใช้ในระยะยาวครับ</p>



<p>Photo : <a href="https://freepik.com" target="_blank" rel="noopener">freepik.com</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ติด Solar Cell ที่บ้าน ช่วยลดโลกร้อน-รับคะแนน The 1 ฟรี</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/solar-cell-1-the-point/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jun 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23388</guid>

					<description><![CDATA[มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อพัฒนาโครงการสำหรับครัวเรือนที่ติดตั้ง Solar Cell โดยสามารถนำ Carbon Credit จากการผลิต Solar Cell ที่ได้รับรองมาตรฐาน T-VER มาแลกเป็นคะแนน The 1 ของเครือเซ็นทรัลได้ฟรี โครงการนำร่องคือบ้านพลังงานเป็นศูนย์ของเสนา มีเป้าไม่น้อยกว่า 300 ครัวเรือน หรือคะแนน The 1 มากกว่า 4 ล้านคะแนน วันที่ 14 มิถุนายน 2567 ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานมูลนิธิฯ ระบุว่า โครงการตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ ที่ได้รับงบจาก บพข. ร่วมกับ ม.เชียงใหม่ เซ็นทรัล และบริษัทเสนา เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และครัวเรือน เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงาน ลดก๊าซเรือนกระจก และมีส่วนร่วมในตลาดคาร์บอนครัวเรือน นำไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว อนาคตสะอาด และความยั่งยืน ศาสตราจารย์ ดร.อาภาณี เหลืองนฤมิตชัย ประธานคณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มพลังงาน เคมีและวัสดุชีวภาพ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานที่ให้ทุนโครงการ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน </strong>ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อพัฒนาโครงการสำหรับครัวเรือนที่ติดตั้ง Solar Cell โดยสามารถนำ Carbon Credit จากการผลิต Solar Cell ที่ได้รับรองมาตรฐาน T-VER มาแลกเป็นคะแนน The 1 ของเครือเซ็นทรัลได้ฟรี โครงการนำร่องคือบ้านพลังงานเป็นศูนย์ของเสนา มีเป้าไม่น้อยกว่า 300 ครัวเรือน หรือคะแนน The 1 มากกว่า 4 ล้านคะแนน</p>



<p>วันที่ 14 มิถุนายน 2567 <strong>ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานมูลนิธิฯ </strong>ระบุว่า โครงการตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ ที่ได้รับงบจาก บพข. ร่วมกับ ม.เชียงใหม่ เซ็นทรัล และบริษัทเสนา เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และครัวเรือน เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงาน ลดก๊าซเรือนกระจก และมีส่วนร่วมในตลาดคาร์บอนครัวเรือน นำไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว อนาคตสะอาด และความยั่งยืน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2024/06/BUO8yIQLoybqPTlN191m.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="ติด Solar Cell ที่บ้าน ช่วยลดโลกร้อน-รับคะแนน The 1 ฟรี"/></figure>
</div>


<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.อาภาณี เหลืองนฤมิตชัย</strong> ประธานคณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มพลังงาน เคมีและวัสดุชีวภาพ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานที่ให้ทุนโครงการ วิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำภายใต้แผนงานพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการใช้ประโยชน์พลังงานสะอาด พัฒนาระบบเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-GreenEconomy: BCG) ในด้านพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน วัสดุชีวภาพ และเคมีชีวภาพให้เป็นระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูง มีความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศพัฒนาเศรษฐกิจไทย มีความสามารถในการแข่งขัน พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสู่อนาคตโดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม และดำเนินการร่วมกับการทำแพลตฟอร์มตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ</p>



<p>โดยสามารถติดตามข้อมูลการผลิตพลังงานจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาและปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงสามารถนำก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงได้แลกเปลี่ยนกับสินค้าหรือบริการของภาคธุรกิจที่เข้าร่วม รวมถึงการจัดทำระบบนิเวศของแพลตฟอร์มตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้แพลตฟอร์ม เช่น ภาคครัวเรือนต้องการผลตอบแทนจากการใช้พลังงาน ภาคธุรกิจต้องการปริมาณคาร์บอน เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนที่จูงใจในการทำธุรกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสร้างคุณค่าสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p>



<p><strong>ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานกรรมการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน</strong> กล่าวว่า โครงการวิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ มีปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินโครงการเนื่องจาก นโยบายด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ซึ่งตอบรับกับความร่วมมือในการลดภาวะโลกร้อนของนานาประเทศ การสนับสนุนตลาดคาร์บอนทั้งในระดับนานาชาติและระดับประเทศ การเติบโตของจำนวนผู้ใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด</p>



<p>ปัจจุบันมีการนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในภาคธุรกิจ โดยในโครงการจะพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ ด้วยการจัดทำแพลตฟอร์มในการติดตามการผลิตพลังงานทดแทนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะมุ่งเน้นครัวเรือนที่ติดตั้ง Solar Cell ก่อน เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้งานมากและมีนโยบายจากภาครัฐที่ชัดเจน ทั้งนี้แพลตฟอร์มที่จะพัฒนาขึ้นจะสามารถแลกเปลี่ยนก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดได้ไปเป็นสินค้าหรือบริการกับภาคธุรกิจที่เข้าร่วม</p>



<p>ภาคธุรกิจสามารถนำคาร์บอนที่ได้เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน และการดำเนินการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero emissions) ซึ่งจะเกิดประโยชน์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องดังนี้</p>



<p><strong>ภาคครัวเรือน</strong> มีช่องทางการสร้างรายได้จากการใช้พลังงานสะอาด หรือสามารถแลกเป็นสินค้าและบริการจากภาคธุรกิจที่เข้าร่วมผ่านแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้น ทั้งยังสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้พลังงานสะอาดในการเป็นส่วนหนึ่งของการลดภาวะโลกร้อน</p>



<p><strong>ภาคธุรกิจ </strong>สามารถดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในส่วนการใช้พลังงานสะอาด โดยการซื้อคาร์บอนเครดิต หรือแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าและบริการให้กับครัวเรือนที่เข้าร่วมผ่านแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้น ซึ่งจะส่งเสริมภาพลักษณ์ของการดำเนินธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มยอดขาย สร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในระยะยาว</p>



<p><strong>ประเทศไทย</strong> สามารถพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนแบบภาคสมัครใจให้เกิดขึ้นจริงในประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้เป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศเป็นไปตามเป้าหมาย โดยจะส่งผลให้ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจหันมาใช้พลังงานสะอาดรวมถึงการดำเนินการด้านอื่นที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้มากขึ้น และยังสร้างผลประโยชน์ร่วมในหลายด้าน เช่น การบรรเทาผลกระทบของมลพิษทางอากาศ, การรักษามั่นคงทางพลังงาน, นวัตกรรมเทคโนโลยี การลดต้นทุนทางพลังงาน การจ้างงาน และลดการย้ายถิ่นฐานเข้าเมือง เป็นต้น ส่งผลให้ประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2024/06/yaBjYhQjStTvySck08Ye.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="ติด Solar Cell ที่บ้าน ช่วยลดโลกร้อน-รับคะแนน The 1 ฟรี"/></figure>
</div>


<p></p>



<p><strong>รศ.วงกต วงศ์อภัย ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ </strong>กล่าวว่า สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหน่วยงานที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินภายนอกสำหรับโครงการภาคสมัครใจของประเทศไทย ได้ดำเนินการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก ตามมาตรฐานต่าง เช่น Thailand Voluntary Emission Reduction Program (T-VER) หรือที่รู้จักในวงกว้างว่า คาร์บอนเครดิต  ที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. กำหนด โดยมีขั้นตอนการดำเนินการเบื้องต้น 6 ขั้นตอน คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การจัดทำเอกสารโครงการ</li>



<li>การตรวจสอบเอกสาร หรือ Validation</li>



<li>การขึ้นทะเบียนโครงการ Solar ดังกล่าวกับ อบก. </li>



<li>การดำเนินการโครงการพร้อมการตรวจวัดต่างๆ</li>



<li>การจัดทำเอกสารขอทวนสอบผลคาร์บอนเครดิตที่ได้ ก่อนที่จะนำไป</li>



<li>ยื่นขอรับรองคาร์บอนเครดิตจากทาง อบก.</li>
</ol>



<p>การตรวจสอบเอกสารและทวนสอบต่างๆ ถือเป็นความสำคัญและจำเป็นที่ประเทศต้องการ รวมถึงเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศในอนาคต</p>



<p><strong>คุณพิชัย จิราธิวัฒน์  ตำแหน่ง กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล</strong>  กล่าวว่า  ปัจจุบันประเทศไทยต้องการคาร์บอนเครดิตเป็นอย่างมาก ในอนาคตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูง จากกระแสความตื่นตัวและความมุ่งมั่นทั้งในระดับประเทศและระดับองค์กรที่มีการตั้งเป้าหมายที่จะเป็น Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions  และกระแสโลกเรื่อง Climate Change</p>



<p>ภาคธุรกิจ เป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ กลุ่มเซ็นทรัล จึงมีความต้องการที่จะซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชยในการจัดกิจกรรมอีเวนท์ต่างๆ โดยผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถนำ Carbon Credit 1 ตันคาร์บอน มาแลกเป็นคะแนน The 1 ได้ 1,600 คะแนน เพื่อนำไปเป็นส่วนลดสินค้าและบริการ รวมถึงรับสิทธิประโยชน์ในกลุ่มเซ็นทรัลทั่วประเทศ</p>



<p>กลุ่มเซ็นทรัลมีความมุ่งหวังการเติบโตของธุรกิจจะต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน และตระหนักว่าต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทางของห่วงโซ่อุปทานตลอดจนถึงปลายทางของการจัดการอย่างถูกหลัก โดยหนึ่งในเป้าหมายคือการปรับเปลี่ยนหันมาใช้พลังงานสะอาดและยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ ทั้งยังช่วยลดปัญหามลพิษด้วยพลังงานสะอาด และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของโลก </p>



<p><strong>ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า เสนาฯ ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่เริ่มสร้างบ้านพร้อมติดโซลาร์รูฟให้พร้อมใช้งานตั้งแต่ซื้อบ้านทั้งโครงการเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ขณะนั้นมองว่าการใช้พลังงานทดแทนคือเทรนด์ของอนาคต ที่นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของลูกบ้านแล้ว ยังลดการสร้างคาร์บอนที่เป็นต้นเหตุของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ทั้งนี้สิ่งที่เสนาให้ความสำคัญคือการพัฒนาโครงการและสนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านการใช้พลังงานทดแทนที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกบ้าน</p>



<p>สอดคล้องกับเป้าหมายการลดคาร์บอนขององค์กร โดยเฉพาะการนำแนวคิดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy Housing) ซึ่งสามารถประหยัดการใช้ไฟฟ้าของบ้านได้สูงสุดถึง 38% และการส่งเสริม Decarbonized Lifestyle ให้ลูกบ้านสามารถใช้ชีวิตรักษ์โลกได้ง่ายๆ เพียงอยู่กับเราเท่านั้น ปัจจุบันเสนาติดตั้งโซลาร์รูฟให้กับลูกบ้าน ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมแล้วทั้งหมดทุกโครงการรวมกว่า 1,000 หลัง</p>



<p>สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ลูกบ้านเสนาที่ติดโซลาร์ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ โดยปริมาณคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจะสามารถนำไปแลกคะแนนเพื่อใช้เป็นส่วนลดหรือซื้อของต่อไปได้ เช่น ลูกบ้านที่ติดตั้งโซลาร์ 5kw คาร์บอนเครดิตจะถูกคำนวณและสามารถเปลี่ยนเป็นคะแนน The 1 ได้ 600 คะแนนต่อเดือน หรือ 7,200 คะแนนต่อปี โดยในเบื้องต้นตั้งเป้าว่าจะมีลูกบ้านเข้าร่วมโครงการนี้ไม่น้อยกว่า 300 หลังคาเรือน ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณโครงการดีๆ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาด รวมถึงให้โอกาสทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนต่อไป</p>



<p>Source : <a href="https://www.thansettakij.com/climatecenter/net-zero/599214" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ทงเวย-ฟ็อกซ์ อีเอสเอส’ รุกตลาดไทย รับนโยบายรัฐหนุนติดตั้งโซลาร์ครัวเรือน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/tw-solar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Jun 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23347</guid>

					<description><![CDATA[นางสาวลี่ เหยียน รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจ PV บริษัท ทงเวย โซลาร์ หรือ TW SOLAR กล่าวว่า “ทงเวย ได้ร่วมกับ บริษัท ซันเดย์ โซลาร์ ซัพพลาย จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายรายใหญ่เพียงรายเดียวในประเทศไทย จัดงาน SHINE ON BANGKOK เพื่อเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์แผงผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์(โซลาร์เซลล์)ใหม่ TNC-G12/G12R ที่มีประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ที่ดีขึ้น และตอบโจทย์ในด้านของการลดต้นทุน รวมทั้งยังมีการออกแบบที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งแบบกระจายตัว ช่วยทำให้ติดตั้งได้มากขึ้น ลดต้นทุนในส่วนของขั้นตอนการให้บริการจากผู้รับเหมาตั้งแต่การออกแบบและติดตั้งทั้งในกลุ่มเชิงพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเป็นการขานรับกับนโยบายของภาครัฐของไทย ที่สนับสนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในภาคครัวเรือน รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อมและขนาดกลางให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ในปี 2566 ตลาดโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงขึ้น และคาดว่าภายในปี 2570 จะมีปริมาณการติดตั้งพลังงานทดแทนเพิ่มเป็น 27% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด สำหรับการจัดจำหน่ายสินค้าทงเวยในตลาดไทย เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมาถือว่ามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก จากการร่วมมือกับ ซันเดย์ โซลาร์ ซัพพลาย ผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งได้ร่วมกันสำรวจความต้องการตลาด อีกทั้งยังเน้นการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า ปรับเปลี่ยนแผนการขาย และการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละราย ทั้งนี้ จากข้อมูลของฝ่ายวิเคราะห์ตลาดของทงเวย พบว่า ในปี 2567 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>นางสาวลี่ เหยียน</strong> รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจ PV บริษัท ทงเวย โซลาร์ หรือ TW SOLAR กล่าวว่า “ทงเวย ได้ร่วมกับ <strong>บริษัท ซันเดย์ โซลาร์ ซัพพลาย จำกัด</strong> ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายรายใหญ่เพียงรายเดียวในประเทศไทย จัดงาน SHINE ON BANGKOK เพื่อเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์แผงผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์(โซลาร์เซลล์)ใหม่ TNC-G12/G12R ที่มีประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ที่ดีขึ้น และตอบโจทย์ในด้านของการลดต้นทุน</p>



<p>รวมทั้งยังมีการออกแบบที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งแบบกระจายตัว ช่วยทำให้ติดตั้งได้มากขึ้น ลดต้นทุนในส่วนของขั้นตอนการให้บริการจากผู้รับเหมาตั้งแต่การออกแบบและติดตั้งทั้งในกลุ่มเชิงพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเป็นการขานรับกับนโยบายของภาครัฐของไทย ที่สนับสนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในภาคครัวเรือน รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อมและขนาดกลางให้เพิ่มมากขึ้น</p>



<p>ทั้งนี้ในปี 2566 <strong>ตลาดโซลาร์เซลล์</strong>ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงขึ้น และคาดว่าภายในปี 2570 จะมีปริมาณการติดตั้งพลังงานทดแทนเพิ่มเป็น 27% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด</p>



<p>สำหรับการจัดจำหน่ายสินค้าทงเวยในตลาดไทย เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมาถือว่ามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก จากการร่วมมือกับ ซันเดย์ โซลาร์ ซัพพลาย ผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งได้ร่วมกันสำรวจความต้องการตลาด อีกทั้งยังเน้นการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า ปรับเปลี่ยนแผนการขาย และการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละราย</p>



<p>ทั้งนี้ จากข้อมูลของฝ่ายวิเคราะห์ตลาดของทงเวย พบว่า ในปี 2567 ความต้องการแผงโซลาร์เซลล์ทั่วโลกจะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 647 กิกะวัตต์ หรือขยายตัว 31.73% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนานโยบายที่เป็นประโยชน์นั้นจะส่งผลให้ความต้องการของตลาดในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://image.bangkokbiznews.com/uploads/images/contents/w1024/2024/06/xU9iNqkWoL7eQMv4f1G6.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="‘ทงเวย-ฟ็อกซ์ อีเอสเอส’ รุกตลาดไทย รับนโยบายรัฐหนุนติดตั้งโซลาร์ครัวเรือน"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>ขณะที่ประเทศไทยเองคาดว่า กำลังการติดตั้งสะสมจนถึงปี 2580 จะเพิ่มขึ้นเป็น 8.7 กิ๊กกะวัตต์ จากปี 2565 อยู่ที่ 4.7 กิ๊กกะวัตต์ ซึ่งเป็นการเติบโตมากที่สุดในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ได้แก่ <strong>อัตราค่าไฟฟ้า</strong>ที่สูงขึ้น นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่เพิ่มขึ้น เช่น การลดภาษี และมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่แข็งแกร่ง เช่น ระยะเวลาคืนทุนสั้นลงจาก 8 ปี เหลือเพียง 5 ปี</p>



<p>จากความต้องการที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นในประเทศไทยดังกล่าว ทงเวยจึงได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ TNC-G12/G12R นอกจากแนวคิดที่จะต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ ยังคำนึงถึงการลดต้นทุนการขนส่ง และต้นทุน BOS (โครงสร้างต้นทุนของอุปกรณ์ระบบโซลาร์เซลล์) จึงได้นำเสนอในรูปแบบแรงดันไฟฟ้าต่ำ โดยการออกแบบนี้ก็เพื่อเพิ่มความเหมาะสมและคุ้มค่าสำหรับระบบแบบกระจายตัว ช่วยทำให้ติดตั้งได้มากขึ้นลดต้นทุนของ EPC ในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม</p>



<p>นอกจากนี้ ทงเวย และ ซันเดย์ โซลาร์ ซัพพลาย ยังได้พันธมิตรสำคัญรายใหญ่ระดับโลก อย่าง Fox ESS (ฟ๊อกซ์ อีเอสเอส) ผู้นำระดับโลกในการพัฒนาอินเวอร์เตอร์ มาร่วมกันผนึกกำลังนำเสนอพลังงานสีเขียวให้กับตลาดประเทศไทยได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น”</p>



<p>ด้าน <strong>นายไลเลน หลิว</strong> รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายขายทั่วโลก ฟ็อกซ์ อีเอสเอส (FOX ESS) เปิดเผยว่า “การจับมือกับ ทงเวย และ ซันเดย์ โซลาร์ ซัพพลาย ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ Fox ESS ที่เข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวและพลังงานสะอาดในภาคพื้นเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>



<p>โดยประเทศไทยถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวที่มีความก้าวหน้าและโดดเด่นในด้านพลังงานสะอาดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่มีนัยสำคัญ บริษัทฯจึงอาศัยความได้เปรียบนี้วางแผนการทำงานร่วมกับพันธมิตรต้นน้ำและปลายน้ำ สนับสนุนการเติบโตและการเผยแพร่พลังงานสีเขียวที่ยั่งยืน สู่บ้านเรือนหลายพันหลังในประเทศไทย</p>



<p>“Fox ESS เป็นแบรนด์พลังงานสะอาดชั้นนำระดับโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ในเมืองเหวินโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน มีสาขาในกว่าสิบประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย การมีอยู่ทั่วโลกที่กว้างขวางทำให้ Fox ESS สามารถนำเสนอบริการพลังงานสีเขียวที่เป็นภาษาท้องถิ่นและครอบคลุมแก่ผู้ใช้จำนวนมากทั่วโลก ด้วยความทุ่มเทอย่างแน่วแน่และความเชี่ยวชาญที่กว้างขวาง Fox ESS ได้รับการยกย่องและการยอมรับจากทั่วโลก จนสามารถขึ้นมาเป็นหนึ่งในองค์กรระดับยูนิคอร์นในด้านพลังงานใหม่ระดับโลก” นายไลเลน กล่าว</p>



<p>โดยภายในงาน Fox ESS ได้มีการแนะนำผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์ Grid-tied PV อินเวอร์เตอร์ไฮบริด แบตเตอรี่สำรองพลังงาน และเครื่องชาร์จ EV ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ผลิตภัณฑ์หลักเหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงให้กลุ่มลูกค้าเข้าใจถึงแนวคิดพลังงานสะอาด แต่ยังชี้ให้เห็นถึงแนวทางพลังงานสีเขียวแบบครบวงจรที่ปลอดภัยเชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดไทย</p>



<p>และอีกหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่นำมาบุกตลาดในประเทศไทยคือกลุ่ม “R Series” ที่เป็นผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่มของ อินเวอร์เตอร์ Grid-tied PV สำหรับกลุ่ม C & I (Commercial and Industrial) หรือกลุ่มลูกค้าในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม มีขนาด 75-125 kW และมีมาตรฐานการกันน้ำและกันผุ่นระดับ IP66 นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงทางเทคโนโลยีเพื่อใช้ร่วมกันกับผลิตภัณฑ์แผงโซลาร์เซลล์ชนิด n-type ซึ่งมีกระแสไฟฟ้าสูง และผลลัพธ์ที่ได้คือมีประสิทธิภาพสูงถึง 98.6% ถือว่าสูงที่สุดในรุ่นที่มีในตลาด ซึ่งนับว่าเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ</p>



<p>Source : <a href="https://www.bangkokbiznews.com/environment/1130300" target="_blank" rel="noopener">กรุงเทพธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พพ. จ่อชง ครม. อนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อป 9 หมื่นครัวเรือน คาดใช้จริง ก.ค. 2567</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/solar-rooftop-taxes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Jun 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23344</guid>

					<description><![CDATA[กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เสนอ 2 มาตรการต่อรัฐมนตรีพลังงานแล้ว คือ “มาตรการลดภาษีสำหรับผู้ติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป” และ “มาตรการลดหย่อนภาษีในส่วนของนิติบุคคลที่มีค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ใน 13 รายการ” เพื่อเตรียมยื่น ครม. เห็นชอบเร็วๆนี้ คาดเริ่มใช้จริง ก.ค. 2567 คงเป้าหมายเดิมที่กลุ่มบ้านอยู่อาศัย 9 หมื่นครัวเรือนที่ติดโซลาร์รูฟท็อปไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ วงเงินไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี   นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เผยความคืบหน้ามาตรการลดภาษีสำหรับผู้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ว่า พพ. ได้นำมาตรการดังกล่าวเสนอต่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขรายละเอียด เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้ โดยคาดว่าจะประกาศใช้ได้จริงประมาณเดือน ก.ค. 2567 นี้ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิมที่คาดว่าจะได้ใช้จริงในเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2567 โดย พพ. ยังคงเป้าหมายเดิม คือให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีกับกลุ่มบ้านอยู่อาศัย 9 หมื่นครัวเรือน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เสนอ 2 มาตรการต่อรัฐมนตรีพลังงานแล้ว คือ “มาตรการลดภาษีสำหรับผู้ติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป” และ “มาตรการลดหย่อนภาษีในส่วนของนิติบุคคลที่มีค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ใน 13 รายการ” เพื่อเตรียมยื่น ครม. เห็นชอบเร็วๆนี้ คาดเริ่มใช้จริง ก.ค. 2567 คงเป้าหมายเดิมที่กลุ่มบ้านอยู่อาศัย 9 หมื่นครัวเรือนที่ติดโซลาร์รูฟท็อปไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ วงเงินไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี  </p>



<p><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) </strong>เผยความคืบหน้ามาตรการลดภาษีสำหรับผู้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ว่า พพ. ได้นำมาตรการดังกล่าวเสนอต่อ <strong>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน </strong>เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขรายละเอียด เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้ โดยคาดว่าจะประกาศใช้ได้จริงประมาณเดือน ก.ค. 2567 นี้ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิมที่คาดว่าจะได้ใช้จริงในเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2567</p>



<p>โดย พพ. ยังคงเป้าหมายเดิม คือให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีกับกลุ่มบ้านอยู่อาศัย 9 หมื่นครัวเรือน ซึ่งเบื้องต้นระยะเวลาของมาตรการดังกล่าวน่าจะกำหนดใช้เพียง 2 ปี คือ ระหว่างปี 2567-2569 ซึ่งจะลดหย่อนภาษีให้ผู้ติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป เฉพาะกลุ่มบ้านอยู่อาศัย ที่เน้นการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองภายในบ้าน และมีระบบโซลาร์รูฟท็อปไม่เกิน 10 กิโลวัตต์  วงเงินไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย ซึ่งกระทรวงการคลังจะออกหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีที่ชัดเจนต่อไป เช่น ให้ 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ สำหรับติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปใน 3 ปี เป็นต้น</p>



<p>อย่างไรก็ตามคาดว่ามาตรการลดภาษีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปนี้ จะช่วยให้เกิดการลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปประมาณ 20,250 ล้านบาท และช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ 585 ล้านหน่วยต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ได้ประมาณ 9,000 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,100 ล้านบาท รวมทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 0.28 ล้านตันต่อปี</p>



<p>นอกจากนี้ พพ. จะนำเสนอ ครม. พิจารณาในคราวเดียวกัน เพื่อขออนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษีในส่วนของนิติบุคคลที่มีค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ใน 13 รายการดังนี้  ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, เครื่องปรับอากาศ, ตู้เย็นแสดงสินค้า, เครื่องสูบน้ำอัตโนมัติ, เครื่อง VSD, เครื่องอัดอากาศแบบลูกสูบ, ปั๊มความร้อน, เครื่องเชื่อมไฟฟ้า, ฟิล์มติดกระจก, สีทาอาคาร, มอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำ และกระจก ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ต้องเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานเบอร์ 5 ด้วย</p>



<p>โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์ดังกล่าวไปลดหย่อนภาษีได้ แบบทยอยหักต่อเนื่อง 5 ปีภาษี ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าสะสม 5 ปี ได้ 29,020 ล้านหน่วยต่อปี และยังช่วยลดการนำเข้า Spot LNG หรือ ก๊าซธรรมชาติเหลวในราคาตลาดจรได้ 203 ล้าน MMBTU หรือคิดเป็นมูลค่า 105,551 ล้านบาท และลดการสะสมก๊าซเรือนกระจกได้ด้วย</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%9e%e0%b8%9e-%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพลังงาน หนุน 300 ครัวเรือนบนเกาะหมากน้อย พังงา มีไฟฟ้าใช้ 24 ชั่วโมงจากระบบโซลาร์เซลล์</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/300-households-on-koh-mak-noi/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 May 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23288</guid>

					<description><![CDATA[300 ครัวเรือนบนเกาะหมากน้อย จังหวัดพังงา จะมีไฟฟ้าใช้และจ่ายค่าไฟถูกลงจากโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และโครงข่ายสายส่งขนาดเล็กภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงพลังงานผ่านกลไกกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  เกาะหมากน้อย ขนาดพื้นที่รวม 9,500 ไร่ เป็นเกาะที่อยู่ในเขตจังหวัดพังงาแต่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือแหลมสัก จังหวัดกระบี่ เดินทางด้วยเรือเพียงประมาณ 20 นาที  แต่ชุมชนบนเกาะที่มีอยู่ กว่า 358 ครัวเรือน มีไฟฟ้าใช้กันอยู่ในปัจจุบันเพียง 30 ครัวเรือน อย่างไรก็ตามด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานผ่านกลไกของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปีงบประมาณ 2565และ2566 จะทำให้ชุมชนบนเกาะแห่งนี้ครอบคลุม 300 ครัวเรือน พร้อมด้วย โรงเรียนและ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน  จะมีไฟฟ้าใช้ตลอด 24 ชั่วโมงและจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนถูกลง ในอดีตเมื่อปี 2546 ที่ผ่านมา กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้เข้ามาสนับสนุนให้โรงเรียนเกาะหมากน้อย มีไฟฟ้าใช้ด้วยระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์แล้ว แต่ชุดอุปกรณ์ติดตั้งดังกล่าวมีความชำรุดและต้องหยุดใช้งาน จนในปี 2561 กระทรวงพลังงานผ่านกลไกสนับสนุนของกองทุนฯ ได้อนุมัติให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์  ระบบอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ชุดใหม่ ที่ยังมีการใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน  และเมื่อปี 2564 ชุมชนเกาะหมากน้อย ก็ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนอีก 21 ล้านบาท สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโซลาร์เซลล์ Solar Floating กำลังผลิตติดตั้ง 200 กิโลวัตต์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>300 ครัวเรือนบนเกาะหมากน้อย จังหวัดพังงา จะมีไฟฟ้าใช้และจ่ายค่าไฟถูกลงจากโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และโครงข่ายสายส่งขนาดเล็กภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงพลังงานผ่านกลไกกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน </p>



<p>เกาะหมากน้อย ขนาดพื้นที่รวม 9,500 ไร่ เป็นเกาะที่อยู่ในเขตจังหวัดพังงาแต่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือแหลมสัก จังหวัดกระบี่ เดินทางด้วยเรือเพียงประมาณ 20 นาที  แต่ชุมชนบนเกาะที่มีอยู่ กว่า 358 ครัวเรือน มีไฟฟ้าใช้กันอยู่ในปัจจุบันเพียง 30 ครัวเรือน อย่างไรก็ตามด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานผ่านกลไกของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปีงบประมาณ 2565และ2566 จะทำให้ชุมชนบนเกาะแห่งนี้ครอบคลุม 300 ครัวเรือน พร้อมด้วย โรงเรียนและ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน  จะมีไฟฟ้าใช้ตลอด 24 ชั่วโมงและจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนถูกลง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5939-1024x768.jpeg" alt="" class="wp-image-53255"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เมื่อปี 2546 สำหรับโรงเรียนเกาะหมากน้อย ซึ่งปัจจุบันชำรุดและเลิกใช้งานแล้ว</figcaption></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5927.jpeg" alt="" class="wp-image-53256"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ ของโรงเรียนเกาะหมากน้อย ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2561 ซึ่งปัจจุบันยังคงใช้งานได้</figcaption></figure>
</div>


<p>ในอดีตเมื่อปี 2546 ที่ผ่านมา กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้เข้ามาสนับสนุนให้โรงเรียนเกาะหมากน้อย มีไฟฟ้าใช้ด้วยระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์แล้ว แต่ชุดอุปกรณ์ติดตั้งดังกล่าวมีความชำรุดและต้องหยุดใช้งาน จนในปี 2561 กระทรวงพลังงานผ่านกลไกสนับสนุนของกองทุนฯ ได้อนุมัติให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์  ระบบอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ชุดใหม่ ที่ยังมีการใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน  และเมื่อปี 2564 ชุมชนเกาะหมากน้อย ก็ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนอีก 21 ล้านบาท สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโซลาร์เซลล์ Solar Floating กำลังผลิตติดตั้ง 200 กิโลวัตต์ พร้อมระบบแบตเตอรี่ลิเทียมขนาดความจุ 300 กิโลวัตต์ชั่วโมง และโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าระยะทาง 2.2 กิโลเมตร ซึ่งช่วยให้ครัวเรือน จำนวน 30 ครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้ ตลอด 24 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายไฟฟ้าเฉลี่ย 600-1000 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน จากช่วงก่อนหน้าที่จะมีการติดตั้งโครงการดังกล่าว  ชาวบ้านจะมีไฟฟ้าใช้ เฉพาะช่วง 18.30-22.30 น. ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 800 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5920-1024x684.jpeg" alt="" class="wp-image-53257"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ปลัดกระทรวงพลังงานถ่ายรูปร่วมกับตัวแทนชุมชนเกาะหมากน้อยและคณะสื่อมวลชน</figcaption></figure>
</div>


<p>โดยเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 <strong>นายประเสริฐ  สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> นำคณะซึ่งประกอบด้วย <strong>นายเพทาย หมุดธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน </strong> พลังงานจังหวัดพังงา พลังงานจังหวัดกระบี่ และสื่อมวลชนสายพลังงาน เยี่ยมชมโครงการผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์ของเกาะหมากน้อย ตำบลเกาะปันหยี จังหวัดพังงา ที่ได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  กระทรวงพลังงาน โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และผู้อำนวยการโรงเรียนเกาะหมากน้อย ให้การต้อนรับ  </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5942-1024x684.jpeg" alt="" class="wp-image-53252"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ระหว่างเยี่ยมชมโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโซลาร์เซลล์ที่โรงเรียนเกาะหมกน้อย</figcaption></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5938-1024x842.jpeg" alt="" class="wp-image-53253"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน (ที่สองจากขวา) และ เพทาย หมุดธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน มอบพัดลมไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนเกาะหมากน้อย</figcaption></figure>
</div>


<p><strong>นายประเสริฐ</strong>  กล่าวภายหลังการเยี่ยมชมโครงการว่า ปัจจุบันบนเกาะหมากน้อยมีการผลิตไฟฟ้าจาก 3 แหล่ง คือ 1. ระบบMicro-Grid ผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์ (Solar Floating) ที่สนับสนุนโดย กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ปีงบประมาณ 2564 ซึ่งดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว  2. ระบบโซลาร์โฮม ที่ชุมชนลงทุนติดตั้งเอง และระบบโซลาร์โฮมแบบเติมเงินที่เอกชนลงทุนผ่านกลุ่มบริหารจัดการโดยชุมชนนำร่อง 10 ครัวเรือน 3. ระบบผลิตไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟฟ้าน้ำมันดีเซลของเอกชน ซึ่งระบบนี้มีเวลาบริการจำกัดเพียง 4 ชั่วโมงต่อวัน ระหว่าง 18.30 – 22.30 น. ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ และไม่ครอบคลุมทุกครัวเรือน อีกทั้งยังไม่ครอบคลุมถึงพื้นที่สาธารณะและถนน ทำให้ไม่มีความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตเท่าที่ควร ในขณะที่ยังมีหน่วยงานส่วนราชการบนเกาะที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมงอยู่ด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5941-1024x768.jpeg" alt="" class="wp-image-53251"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ระบบMicro-Grid ผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์ (Solar Floating) ที่สนับสนุนโดย กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ปีงบประมาณ 2564.</figcaption></figure>
</div>


<p>ดังนั้นกระทรวงพลังงานจึงมีแนวทางที่จะขยายผลด้วยการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อทดแทนการใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบนเกาะหมากน้อย ให้ 300 ครัวเรือนบนเกาะ รวมทั้ง โรงเรียน โรงพยาบาลส่วนตำบล ได้มีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึง </p>



<p>โดยในเฟสที่สองได้ดำเนินการของบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพิ่มเติม ภายใต้งบประมาณปี 2565  เพื่อเพิ่มกำลังผลิตติดตั้งอีก  100 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ลิเทียม ขนาดความจุ 200 กิโลวัตต์ชั่วโมง โครงข่ายสายส่งขนาดเล็ก ระยะทาง 4.2 กิโลเมตร ที่จะจ่ายไฟฟ้าครอบคลุม เพิ่มเป็น 200 ครัวเรือน ปัจจุบันส่วนนี้ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ  เนื่องจากอยู่ระหว่างการขอขยายเวลาก่อหนี้ผูกพัน </p>



<p>ส่วนแนวทางการดำเนินการเฟสสาม ได้ของบจากกองทุนฯปี 2566 เพื่อเพิ่มกำลังผลิตอีก 50 กิโลวัตต์  แบตเตอรี่อีก 300 กิโลวัตต์ชั่วโมง  ระบบสายส่งขนาดเล็กระยะทาง 0.8 กิโลเมตร  ครอบคลุม 300 ครัวเรือน โดยอยู่ระหว่างพิจารณาโครงการ</p>



<p>ทั้งนี้การจะให้ทั้ง 358 ครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้ทั้งหมดจะต้องดำเนินการรวม 4 เฟส โดยจะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าให้ได้ขนาดกำลังผลิตรวม 400 กิโลวัตต์  แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานขนาดรวม 1,200 กิโลวัตต์ชั่วโมงและสายส่งรวมทั้งสิ้น 9.5 กิโลเมตร </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5908-1024x684.jpeg" alt="" class="wp-image-53254"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ระหว่างตรวจความดันที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน พร้อมรับฟังประเด็นปัญหาความจำเป็นที่โรงพยายาลต้องมีไฟฟ้าใช้ตลอด 24ชั่วโมง รองรับอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยบนเกาะ</figcaption></figure>
</div>


<p>ในภาพรวมระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่และโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  กระทรวงพลังงาน นั้น ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนบนเกาะหมากน้อยให้ดีขึ้น โดยในส่วนของโรงเรียน ที่จะมีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับสื่อการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น ในขณะที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน  ก็มีอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในการรักษาคนในชุมชนที่ต้องการไฟฟ้าตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง  อย่างไรก็ตาม การผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์นั้นจำเป็นต้องมีการใช้งานและบำรุงรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและมีประสิทธิภาพ จึงมีความสำคัญที่คนในชุมชนจะต้องได้รับการฝึกอบรมด้วยความช่วยเหลือจากพลังงานจังหวัดพังงา ที่จะต้องช่วยเป็นพี่เลี้ยง  ซึ่งผู้นำชุมชนเกาะหมากน้อย สะท้อนความคิดเห็นว่า การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เชลล์ที่ชุมชนได้รับการช่วยเหลือจากกระทรวงพลังงานในครั้งนี้นั้น ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับชุมชน ที่จะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และปรับตัว จากที่คุ้นเคยกับระบบเครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมัน มายาวนาน</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99-300-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;เสนา&#8221; เตรียมแผนศึกษาโซลาร์เจนใหม่ติดอาคารทุกรูปแบบ</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/sena-new-solar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 May 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23268</guid>

					<description><![CDATA[กระแสการใช้งานโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้ากำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนซึ่งประชาชนทั่วไปต่างก็มีความต้องการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายราคาสูงจากค่าไฟต่อหน่วยที่เพิ่มมากซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA คือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มองเห็นแนวโน้มความต้องการดังกล่าว และมีการพัฒนารูปแบบการติดตั้งโซลาร์เซลล์กับที่อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ “ฐานเศรษฐกิจ” ถือโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” กรรมการผู้จัดการ SENA ถึงแนวโน้มการใช้งานโซลาร์ และแผนการพัฒนาในระยะต่อไป   เพิ่มประสิทธิภาพโซลาร์ ผศ.ดร.เกษรา ระบุว่า ปี 2567 เสนาฯ มีเป้าหมายการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ที่มุ่งเน้นการหานวัตกรรมใหม่ ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับพันธมิตรประเทศญี่ปุ่น ศึกษาในด้านประสิทธิภาพ และชนิดของแผงโซลาร์รุ่นใหม่ พบว่า ปัจจุบันมีความหลากหลายต่อการติดตั้ง สำหรับอาคารประเภทต่างๆ มากขึ้น รวมถึงอุปกรณ์แปลงไฟ (Inverter) ที่จากเดิมมีขนาดใหญ่ ก็มีสเกลลดลง ทำให้ตอบสนองต่อการใช้งานที่ประสิทธิภาพสูง รวมถึงราคาที่ลดลง   ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาส่งเสริมการทำตลาดอสังหาฯ ในอนาคต ที่มีทิศทางและแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นของตลาดพลังงานสะอาด ทั้งในรูปแบบติดตั้งในที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทุกภาคส่วนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น จากต้นทุนค่าพลังงานต่อหน่วยที่ลดลง รวมถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง  “เสนา” เตรียมแผนศึกษาโซลาร์เจนใหม่ติดอาคารทุกรูปแบบ  “เสนาฯ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>กระแสการใช้งานโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้ากำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนซึ่งประชาชนทั่วไปต่างก็มีความต้องการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายราคาสูงจากค่าไฟต่อหน่วยที่เพิ่มมากซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย</p>



<p>บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>SENA </strong>คือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มองเห็นแนวโน้มความต้องการดังกล่าว และมีการพัฒนารูปแบบการติดตั้งโซลาร์เซลล์กับที่อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>ทั้งนี้ “ฐานเศรษฐกิจ” ถือโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “<strong>ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์</strong>” กรรมการผู้จัดการ SENA ถึงแนวโน้มการใช้งานโซลาร์ และแผนการพัฒนาในระยะต่อไป  </p>



<h3 class="wp-block-heading">เพิ่มประสิทธิภาพโซลาร์</h3>



<p>ผศ.ดร.เกษรา ระบุว่า ปี 2567 เสนาฯ มีเป้าหมายการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ที่มุ่งเน้นการหานวัตกรรมใหม่ ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับพันธมิตรประเทศญี่ปุ่น ศึกษาในด้านประสิทธิภาพ และชนิดของแผงโซลาร์รุ่นใหม่ พบว่า ปัจจุบันมีความหลากหลายต่อการติดตั้ง สำหรับอาคารประเภทต่างๆ มากขึ้น รวมถึงอุปกรณ์แปลงไฟ (Inverter) ที่จากเดิมมีขนาดใหญ่ ก็มีสเกลลดลง ทำให้ตอบสนองต่อการใช้งานที่ประสิทธิภาพสูง รวมถึงราคาที่ลดลง <br> </p>



<p>ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาส่งเสริมการทำตลาดอสังหาฯ ในอนาคต ที่มีทิศทางและแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นของตลาดพลังงานสะอาด ทั้งในรูปแบบติดตั้งในที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทุกภาคส่วนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น จากต้นทุนค่าพลังงานต่อหน่วยที่ลดลง รวมถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง </p>



<p class="has-text-align-center"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="533" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2024/05/bWlcqbYCmM3mmU8gdHlz.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="&quot;เสนา&quot; เตรียมแผนศึกษาโซลาร์เจนใหม่ติดอาคารทุกรูปแบบ"><br><em>“เสนา” เตรียมแผนศึกษาโซลาร์เจนใหม่ติดอาคารทุกรูปแบบ</em><br>  <br>“เสนาฯ ได้ร่วมกับพันธมิตรจากญี่ปุ่นทดลองศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ในการนำแผงโซลาร์แบบงอได้ และแผงโซลาร์ที่ผลิตพลังงานจากแสงนีออน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ติดตั้งกับตึกและอาคารต่างๆ ที่มีพื้นในการติดตั้งจำกัด ทำให้แผงโซลาร์สามารถเป็นส่วนประกอบของการออกแบบอาคารประหยัดพลังงานได้มากยิ่งขึ้น มีน้ำหนักที่เบา และไม่จำเป็นต้องติดบนหลังคาเพียงอย่างเดียว ซึ่งนับเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เสนาฯ ให้ความสนใจและต้องเร่งศึกษา เนื่องจากในอนาคตอาคารขนาดใหญ่มีเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการใช้พลังงานของอาคาร” </p>



<p>นอกจากประชาชนต้องการติดตั้งเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นแล้ว ภาครัฐยังให้ความสำคัญในเรื่องของนโยบาย หรือการสนับสนุนให้ภาคครัวเรือนหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยให้ประชาชนสามารถขายไฟคืนรัฐในนโยบายการรับซื้อโซลาร์ภาคประชาชนราคา 2.20 บาท /หน่วย ซึ่งมองว่ายังไม่เป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากเท่าที่ควร หากเพิ่มราคารับซื้อที่แพงกว่านี้ หรือ 3 บาท/หน่วย จะสามารถกระตุ้นให้ประชาชนหันมาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">บ้านพลังงานเป็นศูนย์-คอนโด Low Carbon</h3>



<p>การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ได้มีการนำโซลูชั่นมาพัฒนาธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯได้ก้าวข้ามบ้านโซลาร์สู่การเป็นบ้านประหยัดพลังงาน หรือการทำกรีนโซลูชั่นเพิ่ม ซึ่งเป็นการยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง สู่การเป็นบ้านพลังงานเป็นศูนย์ หรือ Zero Energy House (ZEH) และคอนโด Low Carbon โดยนำวิธีคิดต่างๆ มาผสมผสาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการใช้พลังงานและสอดรับกับภูมิอากาศของประเทศ ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง และสุขภัณฑ์ต่างๆ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการให้บริการ EV Ready หรือการติดตั้งเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า (EV Charger) เพื่อรองรับกระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันและอนาคต อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าโครงการต่างๆ ของเสนาฯ โดยคำนึงถึงหลักการออกแบบ 3 ขั้นตอน ดังนี้   </p>



<p class="has-text-align-center"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="534" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2024/05/oEBXembNuHGshhGAlXT6.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="&quot;เสนา&quot; เตรียมแผนศึกษาโซลาร์เจนใหม่ติดอาคารทุกรูปแบบ"><br><em>“เสนา” เตรียมแผนศึกษาโซลาร์เจนใหม่ติดอาคารทุกรูปแบบ</em></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Active Design การออกแบบอาคารให้มีความยั่งยืนด้านการใช้พลังงาน โดยการนำเทคโนโลยี </li>



<li>หรืออุปกรณ์ทันสมัยเข้ามาช่วยในการออกแบบ เช่น เซนเซอร์ควบคุมระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง, การใช้เครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงาน </li>



<li>Passive design การออกแบบอาคารให้มีความสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม เช่น ทิศทางลม และแสงแดด เป็นต้น</li>



<li>การมีระบบผลิตพลังงานใช้เองจากพลังงานหมุนเวียน เช่น การนำพลังงานจากแสงอาทิตย์ (Solar Cell) มาสร้างเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อใช้ภายในบ้านให้สอดคล้องกับสภาพอากาศของเมืองไทย และการอยู่อาศัยภายในบ้าน ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในบ้านให้เหมาะสมแต่ละฤดูกาล ผสมผสานการใช้พลังงานที่ใช้ได้เองอย่างมีประสิทธิผล </li>
</ul>



<p>ผศ.ดร.เกษรา ระบุอีกว่า ปัจจุบันเสนาได้ทำการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้กับลูกค้า ทั้งบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม กว่า 1,000 หลัง คิดเป็นการผลิตไฟฟ้ามากกว่า 100 เมกะวัตต์ โดยตั้งเป้าปีนี้จะติดตั้งโซลาร์ สำหรับกลุ่ม B2C จำนวน 1,800 หลัง ปัจจุบันมีโรงผลิตไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 2 แห่ง คือ จ.สระบุรี และ จ.นครปฐม มีกำลังการผลิตไฟฟ้า รวมขนาดการติดตั้งอยู่ที่ 46.5 เมกะวัตต์ โดยปีนี้ตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 20 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน </p>



<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เสนาพยายามศึกษาและพัฒนาไม่ใช่เพียงแค่การติดตั้งโซลาร์ แต่เสนาต้องการทำให้ผู้บริโภคได้ใช้ชีวิตแบบ Sustainability Way Long life เพื่อการพัฒนาธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน และทุกคนเข้าถึงบ้านประหยัดพลังงาน ที่ไม่ต้องจ่ายแพงขึ้น โดยเสนาฯ ได้คิดค้นนวัตรกรรม บริหารต้นทุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงองค์ประกอบที่สมดุล (Compromise) ทั้งในด้านการออกแบบ  การเลือกวัสดุอุปกรณ์การติดตั้ง และเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์ให้บ้านประหยัดพลังงานได้ เพื่อคนทุกกลุ่ม แม้จะเป็นความท้าท้ายของการพัฒนาโครงการก็ตาม เพื่อปิดโจทย์ความเชื่อว่า “การรักษ์โลก ต้องจ่ายแพงขึ้น” สิ่งเหล่านี้ ทำให้เราได้พยายามคิดโซลูชั่นต่างๆ เพื่อการเข้าถึงที่อยู่อาศัยรักษ์โลกอย่างแท้จริง</p>



<p>Source : <a href="https://www.thansettakij.com/sustainable/energy/596175" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สาธารณสุข ลด&#8217;คาร์บอน&#8217; ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในหน่วยงาน 1,496 แห่ง</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/public-health-reduces-carbon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 May 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23261</guid>

					<description><![CDATA[ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ได้มีการใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดภาวะโลกร้อน กำหนดนโยบาย Smart Energy and Climate Action (SECA) ให้หน่วยงานในสังกัดติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ล่าสุดติดตั้งแล้ว 1,496 แห่ง ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 43,137.43 tonCo2/ปี ลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 392 ล้านบาท/ปี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ทั้งการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด การเกิดโรคติดต่อ และภัยจากสภาพอากาศที่รุนแรงต่างๆ กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบาย Smart Energy and Climate Action (SECA) : พลังงานอัจฉริยะ และการดำเนินการที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ทุกหน่วยงานในสังกัดใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการสูญเสียพลังงานอย่างไร้ประโยชน์ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งข้อมูลล่าสุดถึงเดือนเมษายน 2567 หน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งหมด 1,857 แห่ง ได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แล้ว 1,496 แห่ง คิดเป็น 82.02 % ขนาดกำลังการผลิตรวม 75,806.09 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ได้มีการใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดภาวะโลกร้อน กำหนดนโยบาย Smart Energy and Climate Action (SECA) ให้หน่วยงานในสังกัดติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>



<p>ล่าสุดติดตั้งแล้ว 1,496 แห่ง ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 43,137.43 tonCo2/ปี ลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 392 ล้านบาท/ปี</p>



<p><strong>นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข </strong>กล่าวว่า  ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ทั้งการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด การเกิดโรคติดต่อ และภัยจากสภาพอากาศที่รุนแรงต่างๆ กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบาย Smart Energy and Climate Action (SECA) : พลังงานอัจฉริยะ และการดำเนินการที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ทุกหน่วยงานในสังกัดใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>ป้องกันการสูญเสียพลังงานอย่างไร้ประโยชน์ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งข้อมูลล่าสุดถึงเดือนเมษายน 2567 หน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งหมด 1,857 แห่ง</p>



<p>ได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แล้ว 1,496 แห่ง คิดเป็น 82.02 % ขนาดกำลังการผลิตรวม 75,806.09 กิโลวัตต์ ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 43,137.43 tonCo2/ปี สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 392,238,903 บาท/ปี โดยยังมีหน่วยงานที่อยู่ระหว่างการดำเนินการอีก 206 แห่ง</p>



<p>ภายใต้<strong>นโยบาย SECA</strong> ยังมีการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ด้วยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อการประหยัดพลังงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้พลังงาน 20% ส่งเสริมการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า (EV), การปรับปรุง และก่อสร้างอาคารอนุรักษ์พลังงาน (Energy Building), การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโรงพยาบาล, การเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ทางไกลเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยที่ไปรับบริการแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล, การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการมูลฝอย/น้ำเสีย โดยใช้หลัก 3R (Reduce, Reuse, Recycle)</p>



<p>รวมถึงการรณรงค์ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ทั้งนี้ มีงานวิจัยของหลายหน่วยงานคาดการณ์ว่า หากการลดก๊าซเรือนกระจกของทุกประเทศยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 2-3 องศาเซลเซียสในปลายศตวรรษนี้ ดังนั้น <strong>การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดภาวะเรือนกระจก จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคน ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันดำเนินการอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง</strong></p>



<p>Source : <a href="https://www.bangkokbiznews.com/environment/1127219" target="_blank" rel="noopener">กรุงเทพธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
