<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โซลาร์เซล &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Thu, 21 Aug 2025 11:55:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>โซลาร์เซล &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปัญหาใหญ่ ‘โซลาร์เซลล์’: รัฐไทย “เกาไม่ถูกที่คัน”</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/solar-cell-thailand-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2025 02:20:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=25002</guid>

					<description><![CDATA[ชำแหละร่าง พ.ร.บ. โซลาร์เซลล์ ของรัฐบาล ไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้โซลาร์อย่างแท้จริง ไม่ทำให้ประชาชนใช้ศักยภาพโซลาร์เซลล์ได้เต็มที่ สภาผู้บริโภคเสนอให้เพิ่มระบบ “เน็ตมิเตอร์ริง” และกำหนดเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนที่ชัดเจนลงในกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองได้เต็มประสิทธิภาพ ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคที่ใคร ๆ ก็พูดถึงพลังงานสะอาดและเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero) การที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าผลักดัน ร่าง “พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” จึงเป็นเรื่องที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม การมุ่งหวังให้ประชาชนหันมาติดโซลาร์เซลล์อย่างจริงจังนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด… ซ้ำร้ายไปกว่านั้น สิ่งที่เป็นอุปสรรคของเป้าหมายดังกล่าว ก็คือ “นโยบายของรัฐ” นั่นเอง&#160; สภาผู้บริโภคชวนทุกคนไปเจาะลึกเรื่องปัญหาของ พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กับ ผศ. ประสาท มีแต้ม อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ซึ่งจะมาตีแผ่ว่ากฎหมายฉบับนี้ “เกาไม่ถูกที่คัน” ได้อย่างไร กติกาของรัฐ บังแดดประชาชน ก่อนจะลงรายละเอียดเรื่องกฎหมาย อยากชวนทุกคนทำความเข้าใจให้เห็นภาพร่วมกันว่า ทำไม “โซลาร์เซลล์” ถึงยังไม่ได้รับความนิยมมากนักในประเทศไทย ทั้งที่ปัจจุบันต้นทุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ลดลงอย่างมาก ผศ.ประสาท เล่าว่า หากย้อนหลังไป 10 ปีก่อน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ชำแหละร่าง พ.ร.บ. โซลาร์เซลล์ ของรัฐบาล ไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้โซลาร์อย่างแท้จริง ไม่ทำให้ประชาชนใช้ศักยภาพโซลาร์เซลล์ได้เต็มที่ สภาผู้บริโภคเสนอให้เพิ่มระบบ “เน็ตมิเตอร์ริง” และกำหนดเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนที่ชัดเจนลงในกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองได้เต็มประสิทธิภาพ</p>



<p>ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคที่ใคร ๆ ก็พูดถึงพลังงานสะอาดและเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero) การที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าผลักดัน ร่าง “พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” จึงเป็นเรื่องที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม การมุ่งหวังให้ประชาชนหันมาติดโซลาร์เซลล์อย่างจริงจังนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด… ซ้ำร้ายไปกว่านั้น สิ่งที่เป็นอุปสรรคของเป้าหมายดังกล่าว ก็คือ “นโยบายของรัฐ” นั่นเอง&nbsp;</p>



<p>สภาผู้บริโภคชวนทุกคนไปเจาะลึกเรื่องปัญหาของ พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กับ ผศ. ประสาท มีแต้ม อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ซึ่งจะมาตีแผ่ว่ากฎหมายฉบับนี้ “เกาไม่ถูกที่คัน” ได้อย่างไร</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><u>กติกาของรัฐ บังแดดประชาชน</u></strong><strong><u></u></strong></h2>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://www.tcc.or.th/wp-content/uploads/2025/08/%E0%B8%9C%E0%B8%A8.%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%A1-1200x676.jpg" alt="" class="wp-image-60215"/></figure>



<p>ก่อนจะลงรายละเอียดเรื่องกฎหมาย อยากชวนทุกคนทำความเข้าใจให้เห็นภาพร่วมกันว่า ทำไม “โซลาร์เซลล์” ถึงยังไม่ได้รับความนิยมมากนักในประเทศไทย ทั้งที่ปัจจุบันต้นทุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ลดลงอย่างมาก</p>



<p>ผศ.ประสาท เล่าว่า หากย้อนหลังไป 10 ปีก่อน ปัญหาหลักที่ทำให้คนไม่นิยมติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพราะต้นทุนในการติดตั้งมีราคาสูง ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยแพงกว่าการซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าที่มาตามสายส่ง แต่ในปัจจุบันต้นทุนอุปกรณ์ติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั้งชุดได้ลดลงถึงกว่า 60-70%&nbsp; ถ้าเจ้าของบ้านที่ติดโซลาร์เซลล์ได้ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้เองทั้งหมดทุกหน่วย ต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 1.0-1.10 บาทต่อหน่วยเท่านั้น ในขณะที่ค่าไฟฟ้าที่มาจากสายส่งเมื่อรวมภาษีแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 4.20-4.50 บาทต่อหน่วย&nbsp;<em>ถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อราคาอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ลดลงไปกว่า&nbsp;</em><em>60-70% และต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเองก็ถูกแสนถูก แล้วทำไมบ้านเราถึงยังไม่ได้รับความนิยมเหมือนประเทศอื่น ๆ</em></p>



<p>คำตอบก็คือ นโยบายของภาครัฐเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์ของภาคประชาชน โดยปัญหาสำคัญที่ขัดขวางการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคครัวเรือน นั่นคือข้อกำหนดของรัฐที่&nbsp;<strong>“ห้ามไฟฟ้าที่ครัวเรือนผลิตได้มากในตอนกลางวันไหลย้อนกลับสู่สายส่ง แล้วสามารถดึงกลับมาใช้ในตอนกลางคืนได้”</strong>&nbsp;จึงเป็นสิ่งที่ ผศ.ประสาทกล่าวเปรียบเทียบว่า&nbsp;<strong>“กติกาของรัฐ บังแดดประชาชน”</strong></p>



<p>กติกาข้อนี้ทำให้เจ้าของบ้านส่วนใหญ่ที่ต้องออกไปทำงานตอนกลางวัน มีโอกาสใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองจากแสงแดดได้เพียงประมาณ 28% ซึ่งเมื่อนำไปคำนวณต้นทุนแล้ว ทำให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าในราคาหน่วยละประมาณ 3.60 บาท และมีระยะเวลาคืนทุนที่ยาวนานถึง 16 – 17 ปี</p>



<p><strong>นี่คือหัวใจของปัญหาที่แท้จริง ดังนั้นต่อให้รัฐบาลทำให้กระบวนการติดตั้งสะดวก รวดเร็วแค่ไหนก็ตาม หากยังไม่สามารถแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้ ก็ไม่สามารถทำให้ประชาชนเกิดแรงจูงใจหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น เปรียบเหมือนกับการ “เกาไม่ถูกที่คัน” นั่นเอง</strong><strong></strong></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><u>พ.ร.บ. ส่งเสริมโซลาร์ฯ… เสียเวลาเปล่า?</u></strong><strong><u></u></strong></h2>



<p>สำหรับ “ร่าง พ.ร.บ. การส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. …” ที่รัฐบาลมีมติรับหลักการไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผศ. ประสาทให้ความเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้ออกมาด้วยเหตุผลหลักคือ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ให้การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์สะดวกและรวดเร็วขึ้น และลดขั้นตอนที่ซับซ้อนเพื่อจูงใจให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาครัวเรือน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การลดภาระค่าใช้จ่าย การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยแตะเพียง “กระบวนการติดตั้งให้สะดวกขึ้น” โดยไม่ได้แก้ไขกติกาที่ภาครัฐกำหนดไว้</p>



<p>“แม้รัฐบาลจะอ้างถึงประโยชน์ของการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่การมุ่งแก้ไขเพียงกระบวนการติดตั้งโดยไม่แตะต้องเรื่องการนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น ก็เหมือนเป็นการเสียเวลาเปล่า และทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่สามารถบรรลุผลได้จริง” ผศ.ประสาทระบุ</p>



<p>สำหรับแนวทางการปรับปรุงแก้ไข อนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ มีข้อเสนอ 2 เรื่อง คือ หนึ่ง ต้องมีการปรับแก้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว โดยกำหนดให้ใช้<strong>ระบบเน็ตมิเตอร์ริง (</strong><strong>Net Metering)</strong>&nbsp;<strong>หรือระบบการหักลบกลบหน่วยไฟฟ้า&nbsp;</strong>โดยระบบนี้จะทำให้ไฟฟ้าที่ประชาชนผลิตได้เกินในตอนกลางวัน แล้วนำส่วนที่เหลือไม่ได้ใช้ จ่ายกลับเข้าไปที่การไฟฟ้า เปรียบเสมือนการ “ฝากไฟฟ้า” เพื่อดึงไฟฟ้ากลับมาไว้ใช้ในเวลากลางคืนได้ทันที ทำให้ประชาชนสามารถใช้ไฟฟ้าในจำนวนหน่วยที่ตนเองผลิตได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องจ่ายค่าไฟช่วงกลางคืนที่ไม่มีแสงแดดอย่างเช่นปัจจุบัน ระบบดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าที่ตัวเองสร้างได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวรัฐบาลอาจเริ่มใช้กับกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อยหรือเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเดียวในขั้นแรก พร้อมยืนยันว่า “สำหรับประชาชนทั่วไปผมว่าเพิ่มการส่งเสริมการใช้แบตเตอรี่เข้าไปในในระบบโซลาร์รูฟท็อป เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และช่วยทำให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง”</p>



<p>ส่วนประเด็นที่สองที่รัฐบาลควรเพิ่มเติมใน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว คือ การระบุเป้าหมายในการขับเคลื่อนเรื่องพลังงานสะอาด ทั้งจากโซลาร์เซลล์รวมถึงพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ ไว้ใน ร่าง พ.ร.บ. ด้วย เพื่อเป็นเหมือนตัวชี้วัดให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของฝ่ายบริหารด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><u>มาตรการส่งเสริม โซลาร์เซลล์ ในต่างประเทศ</u></strong><strong><u></u></strong></h2>



<p>เมื่อถามถึงมาตรการของประเทศอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ผศ.ประสาท ให้ข้อมูลว่า ในต่างประเทศมีการสนับสนุนและออกมาตรการเพื่อส่งเสริมการใช้โซลาร์เซลล์ในหลายรูปแบบ เช่น การออกกฎหมาย การให้เงินอุดหนุน การออกนโยบายด้านภาษี เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง อาทิ</p>



<p><strong>สหรัฐอเมริกา:</strong>&nbsp;ออกกฎหมายที่ชื่อว่า “Inflation Reduction Act” เมื่อปี 2565 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาอัตราเงินเฟ้อ โดยมีการให้เครดิตภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัยที่เรียกว่า “Residential Clean Energy Credit” 30% ของค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ไปจนถึงปี 2575</p>



<p>ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) พบว่าในช่วง 7 เดือน ระหว่างเดือนตุลาคม 2566 – เดือนเมษายน 2567 ในสหรัฐฯ มีผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่โดยใช้ระบบ เน็ตมิเตอร์ริงรวม 232&nbsp; เมกะวัตต์ หรือมากกว่า 40,000 ระบบ</p>



<p><strong>ออสเตรเลีย:</strong>&nbsp;รัฐบาลมีโครงการ Cheaper Home Batteries สำหรับเจ้าของบ้านและธุรกิจขนาดเล็ก โดยตั้งเป้าว่าจะส่งเสริมให้มีการติดตั้งแบตเตอรี่จำนวน 1 ล้านระบบ ภายในปี 2573 ซึ่งในเดือนแรกของโครงการ มีการติดตั้งแบตเตอรี่เกือบ 20,000 ระบบ ซึ่งมากกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนที่ติดตั้งในประเทศออสเตรเลียในปี 2024 ทั้งปี</p>



<p><strong>ปากีสถาน:</strong>&nbsp;ประสบความสำเร็จอย่างมากในการใช้ระบบเน็ตมิเตอร์ริง ซึ่งช่วยให้ส่วนแบ่งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 25% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2025</p>



<p><strong>เวียดนาม:</strong>&nbsp;มีแผนพัฒนาพลังงานที่เรียกว่า Power Development Plan VIII (PDP8) ซึ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนมากขึ้นโดยกำหนดเป้าหมายใหญ่ให้ 50% ของอาคารสำนักงานและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาได้ภายในปี 2030 โดยมีการออกนโยบายที่หลากหลาย เช่น รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากผู้ผลิตรายย่อยในราคาที่กำหนด การยกเว้นภาษีและการให้เงินทุนสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน เป็นต้น</p>



<p><strong>เยอรมนี:</strong>&nbsp;มีมาตรการสนับสนุนที่หลากหลาย เช่น เงินอุดหนุนโดยตรง ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีรายได้สำหรับระบบแบตเตอรี่ รวมถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการติดตั้งระบบโซลาร์และแบตเตอรี่ นอกจากนี้ เยอรมนียังมีกฎหมายที่ชื่อว่า EEG2023 ซึ่งระบุเป้าหมายว่าจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนให้ได้ 80% ภายในปี 2030</p>



<p>กลับมาที่ประเทศไทย ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ความสามารถในการพึ่งตนเองด้านพลังงานของประเทศไทยได้ลดลง 4-5 เท่า แม้ทุกวันนี้จะมีเทคโนโลยีที่ทำให้เราสามารถนำแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าใช้ได้ในราคาถูก แต่นโยบายของรัฐกลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ ได้อย่างมัประสิทธิภาพ</p>



<p>บทสรุปของเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือการตัดสินใจเชิงนโยบายที่กล้าหาญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาด้านพลังงาน ซึ่ง ผศ.ประสาทเปรียบเทียบเหมือนเป็นการ “ผ่าตัดใหญ่” เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพื่อปลดล็อกศักยภาพของพลังงานหมนุเวียนอย่างแท้จริง ซึ่งนั่นคือการอนุญาตให้มีระบบเน็ตมิเตอร์ริงเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าที่ผลิตเองได้อย่างเต็มที่ หากรัฐบาลยังคงเดินหน้าด้วยแนวทางเดิม ความก้าวหน้าเรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียนคงจะอยู่ไกลเกินจะคว้า แต่สภาผู้บริโภคจะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อไป เพื่อกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่าง “ถูกที่คัน” อย่างแท้จริง</p>



<p>Source: <a href="https://www.tcc.or.th/14082568_obstacle-solarcell_article/" target="_blank" rel="noopener">สภาองค์กรผู้บริโภค</a></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โซลาร์รูฟท็อปกับเมืองอัจฉริยะ พลังงานอนาคต เริ่มต้นจาก “หลังคา”</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/rooftop-solar-pv/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Aug 2025 02:43:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=24945</guid>

					<description><![CDATA[เรากำลังพูดถึงระบบผลิตไฟฟ้าที่ไม่ต้องใช้พื้นที่ใหม่ ไม่ต้องรอเขื่อนหรือสายส่งพาดผ่านหลังบ้าน แต่ใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วคือ หลังคาบ้านของคุณเอง โลกกำลังหมุนไปสู่พลังงานสะอาด การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มต้นจากเขื่อนขนาดยักษ์หรือแหล่งพลังงานทะเลทราย แต่มาจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราเห็นทุกวัน หลังคาบ้าน จุดเริ่มต้นของ&#160;&#8220;โซลาร์รูฟท็อป&#8221; (Rooftop Solar PV)&#160;ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่สามารถเปลี่ยนทุกอาคารให้เป็นผู้ผลิตพลังงานสะอาดแบบกระจายศูนย์ มาถึงวันนี้ &#8220;โซลาร์รูฟท็อป&#8221; จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกของบ้านคนรักสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นกลไกสำคัญของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ทั่วโลก ที่ต้องการลดคาร์บอน สร้างความมั่นคงทางพลังงาน และคืนอำนาจการผลิตไฟฟ้าให้กับประชาชน&#160; ขณะที่ก้าวสำคัญของประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มติ ครม.เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้า ‘พลังงานแสงอาทิตย์’ เปิดทางให้ติดตั้ง ‘Solar Rooftop’ โดยไม่ต้องขออนุญาต ส่งผลให้ประชาชนเดินหน้าสู่การใช้พลังงานสะอาดได้อย่างเป็นรูปธรรม สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือ “การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop)” เพื่อใช้เอง ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากรัฐอีกต่อไป เพียงแค่แจ้งต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน เท่านั้น เรามาลองสำรวจในมุมอื่นๆ ของโซลาร์รูฟท็อปในมุมอื่นๆ เช่น เรื่องของความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ที่บอกว่า หากลงทุนวันนี้ จะสามารถคืนทุนเร็วขึ้นกว่าที่เคย เพราะหนึ่งในคำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ “ติดโซลาร์รูฟคุ้มจริงหรือ?” คำตอบวันนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อ 5 ปีก่อน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>เรากำลังพูดถึงระบบผลิตไฟฟ้าที่ไม่ต้องใช้พื้นที่ใหม่ ไม่ต้องรอเขื่อนหรือสายส่งพาดผ่านหลังบ้าน แต่ใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วคือ หลังคาบ้านของคุณเอง</strong></p>



<p>โลกกำลังหมุนไปสู่พลังงานสะอาด การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มต้นจากเขื่อนขนาดยักษ์หรือแหล่งพลังงานทะเลทราย แต่มาจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราเห็นทุกวัน หลังคาบ้าน จุดเริ่มต้นของ&nbsp;<strong>&#8220;โซลาร์รูฟท็อป&#8221; (Rooftop Solar PV)</strong>&nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่สามารถเปลี่ยนทุกอาคารให้เป็นผู้ผลิตพลังงานสะอาดแบบกระจายศูนย์</p>



<p>มาถึงวันนี้ &#8220;<strong>โซลาร์รูฟท็อป</strong>&#8221; จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกของบ้านคนรักสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นกลไกสำคัญของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ทั่วโลก ที่ต้องการลดคาร์บอน สร้างความมั่นคงทางพลังงาน และคืนอำนาจการผลิตไฟฟ้าให้กับประชาชน<br>&nbsp;</p>



<p>ขณะที่ก้าวสำคัญของประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มติ ครม.เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้า ‘พลังงานแสงอาทิตย์’ เปิดทางให้ติดตั้ง ‘Solar Rooftop’ โดยไม่ต้องขออนุญาต ส่งผลให้ประชาชนเดินหน้าสู่การใช้พลังงานสะอาดได้อย่างเป็นรูปธรรม สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือ “การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop)” เพื่อใช้เอง ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากรัฐอีกต่อไป เพียงแค่แจ้งต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน เท่านั้น</p>



<p>เรามาลองสำรวจในมุมอื่นๆ ของโซลาร์รูฟท็อปในมุมอื่นๆ เช่น เรื่องของความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ที่บอกว่า หากลงทุนวันนี้ จะสามารถคืนทุนเร็วขึ้นกว่าที่เคย</p>



<p><strong>เพราะหนึ่งในคำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ “ติดโซลาร์รูฟคุ้มจริงหรือ?” คำตอบวันนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อ 5 ปีก่อน เพราะข้อเท็จจริงต่อไปนี้</strong></p>



<p>ข้อมูลจากรายงานของ&nbsp;<strong>International Renewable Energy Agency (IRENA)&nbsp;</strong>ปี 2020 ระบุว่า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์แบบแผงโซลาร์ (solar photovoltaic &#8211; PV) ลดลงมากกว่า 80% ตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2020 รายงานนี้เผยแพร่ในชื่อ&nbsp;<strong>“Renewable Power Generation Costs in 2020”</strong>&nbsp;โดยระบุว่า ราคาต้นทุนเฉลี่ยของแผงโซลาร์ลดจากประมาณ 0.37 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) เหลือประมาณ 0.068 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ kWh</p>



<p><strong>Bloomberg New Energy Finance (BNEF)</strong>&nbsp;รายงานในปี 2021 ว่า ราคาต้นทุนแผงโซลาร์ลดลงเกิน 80% ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากเทคโนโลยีและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น รวมถึงขนาดเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น รายงานประจำปี&nbsp;<strong>“New Energy Outlook 2021”</strong>&nbsp;เน้นให้เห็นว่าโซลาร์เป็นพลังงานหมุนเวียนที่ราคาถูกที่สุดในหลายภูมิภาค</p>



<p>&#8211; อายุการใช้งานแผงอยู่ที่ 25–30 ปี ในขณะที่ค่าไฟมีแนวโน้มสูงขึ้น</p>



<p>&#8211; ระบบขนาด 3–5 kWp สำหรับบ้านพักอาศัยสามารถ สามารถคืนทุนได้ใน 5–7 ปี และประหยัดค่าไฟ เดือนละ 1,000–3,000 บาท</p>



<p>&#8211; โครงการบ้านจัดสรรหลายแห่งมีการติดตั้งแถมฟรี หรือเสนอเงื่อนไขผ่อน 0% พร้อมรับประกัน 25 ปี</p>



<p>ส่วนในระดับอาคารธุรกิจหรือโรงงาน การติดตั้ง Rooftop PV ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง 30–50% ต่อปี ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่กระทบต่อผลกำไรโดยตรง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟมากช่วงกลางวัน เช่น ศูนย์กระจายสินค้า โรงเรียน โรงแรม หรือห้างสรรพสินค้า</p>



<p><strong>เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังโซลาร์รูฟ ความฉลาดที่เพิ่มขึ้นทุกวัน</strong></p>



<p>ระบบโซลาร์ยุคใหม่ไม่ใช่แค่แผงโซลาร์ติดบนหลังคาเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยนวัตกรรมเพื่อการจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด อาทิ</p>



<p><strong>1. Smart Inverter</strong></p>



<p>อุปกรณ์แปลงไฟที่สามารถตรวจวัดการผลิตและการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนหรือคลาวด์ เพื่อวิเคราะห์การประหยัดและประสิทธิภาพ</p>



<p><strong>2. Battery Storage (ESS)</strong></p>



<p>ระบบกักเก็บพลังงานที่สามารถเก็บไฟฟ้าจากช่วงกลางวันไปใช้ช่วงกลางคืน หรือเมื่อไฟดับ ช่วยให้พึ่งพาการไฟฟ้าน้อยลง และเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน</p>



<p><strong>3. AI Energy Management</strong></p>



<p>เทคโนโลยี AI วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ไฟของบ้านหรืออาคาร ปรับรูปแบบการผลิต-ใช้พลังงานให้เหมาะสม และเลือกช่วงขายไฟกลับเข้าระบบเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด</p>



<p><strong>4. BIPV (Building Integrated Photovoltaics)</strong></p>



<p>การรวมแผงโซลาร์เข้ากับวัสดุก่อสร้าง เช่น หลังคา ผนัง หรือกระจกอาคาร ทำให้อาคารทั้งหลังกลายเป็นแหล่งผลิตพลังงาน</p>



<p><strong>ตัวอย่าง Smart City ที่ใช้ Solar Rooftop อย่างเข้มข้น</strong></p>



<p>1. Chandigarh (อินเดีย)</p>



<p>เมืองนี้กลายเป็น เมืองแรกของอินเดียที่ติดตั้งโซลาร์บนหลังคาในอาคารรัฐบาลและบ้านเรือนหมดทุกราย ภายในเดือนธันวาคม 2024 โดยมีโครงสร้างความร่วมมือผ่านองค์กร CREST ซึ่งติดตั้งทั้งหมด 52.852 MWp จากกว่า 6,600 แผง </p>



<p>มีโครงการ &#8220;Rent-a-Roof&#8221; Resco Model ให้เอกชนลงทุนติดตั้งและจ่ายค่าเช่าหลังคาให้เทศบาลโดยไม่ต้องใช้เงินทุนของรัฐ The Times of India</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีโครงการชาร์จรถ EV ใช้พลังงานจากโซลาร์ rooftop ในอาคารสาธารณะหลายแห่ง</p>



<p>2. Fujisawa Sustainable Smart Town (ญี่ปุ่น)</p>



<p>เมืองต้นแบบโดย Panasonic บนพื้นที่โรงงานเก่า เดินระบบตั้งแต่ปี 2014 ใช้โครงข่าย Smart Grid ที่เชื่อม Solar PV พร้อมระบบจัดเก็บพลังงาน (battery/fuel cells) และช่วยลดการปล่อย CO₂ ถึง 70% </p>



<p>3. Sharjah Sustainable City (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)</p>



<p>มีการติดตั้งโซลาร์บนหลังคาบ้านเรือนกว่า 1,250 หลัง พร้อมระบบรีไซเคิลน้ำ และสวนเกษตรในเมือง ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้สูงถึง 50% และเป็นแบบอย่างด้านการอยู่ร่วมกับธรรมชาติในเมือง </p>



<p>4. Bo01 – Malmö (สวีเดน)</p>



<p>ชุมชนต้นแบบ&nbsp;<strong>“City of Tomorrow”</strong>&nbsp;ที่ใช้พลังงานจากแหล่งหมุนเวียน 100% โดยมีระบบ โซลาร์บนหลังคาผสานกับเทคโนโลยีตรวจวัดการใช้ไฟสมัยใหม่ โดยพลังงานส่วนเกินจะถูกส่งกลับไปยังโครงข่ายเมือง Malmö ได้อย่างอัตโนมัติ </p>



<p>5. Aarhus University (เดนมาร์ก)</p>



<p>มหาวิทยาลัย Aarhus ร่วมกับชุมชนสร้าง rooftop PV ขนาด 98 kW แล้วเปิดให้ทุกคนลงทุนแบบหุ้นย่อยในระบบนี้ ทำให้ทุกคนที่ร่วมลงทุนได้รับผลตอบแทนจากพลังงานที่ผลิตได้ นับเป็นการ democratize พลังงานอย่างแท้จริง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://image.posttoday.com/uploads/images/contents/w1024/2025/08/n1G6tKSNYx9QK75ajfx3.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="โซลาร์รูฟท็อปกับเมืองอัจฉริยะ พลังงานอนาคต เริ่มต้นจาก “หลังคา”"/></figure>
</div>


<p></p>



<p><strong>ภาพรวม Rooftop Solar PV ระดับโลก (ข้อมูลปี 2022–2024)</strong></p>



<p>ครัวเรือนทั่วโลกมี&nbsp;<strong>Rooftop PV</strong>&nbsp;(ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาอาคาร) รวมประมาณ 130 GW (กิกะวัตต์)&nbsp;ซึ่งมาจากระบบติดตั้งในบ้านพักประมาณ 25 ล้านครัวเรือนทั่วโลก&nbsp;หรือคิดเป็น ประมาณ 6% ของกำลังการผลิตสะสม&nbsp;<strong>Solar PV</strong>&nbsp;ทั่วโลก (~2.2 TW)</p>



<p>ณ สิ้นปี 2024 ความสามารถในการผลิตพลังงานจากระบบ&nbsp;<strong>Solar PV</strong>&nbsp;(Solar Photovoltaic เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยตรง) รวมทั่วโลกอยู่ที่ 2.2 TW (เทราวัตต์)&nbsp;ซึ่ง Rooftop PV ถือเป็นส่วนสำคัญของ&nbsp;<strong>Distributed PV</strong>&nbsp;<strong>หรือ&nbsp;Distributed Photovoltaics</strong>&nbsp;&#8211; ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งแบบกระจายตัวในหลายพื้นที่ย่อย โดยสัดส่วนของ Distributed PV คือประมาณ 40% ของกำลังการผลิตพลังงานโซลาร์ทั้งหมด</p>



<p><strong>Rooftop PV แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่คือ</strong></p>



<p>&#8211; Residential Rooftop PV – ระบบที่ติดตั้งในบ้านพักอาศัย เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด</p>



<p>&#8211; Commercial/Industrial Rooftop PV – ระบบที่ติดตั้งในอาคารพาณิชย์ โรงงาน โกดัง หรือห้างสรรพสินค้า</p>



<p><strong>และจากการประมาณการแบบจำลองของ IEA หากมีการติดตั้งต่อเนื่อง จะมี 100 ล้านครัวเรือน ที่ใช้ Rooftop PV ภายในปี 2030</strong></p>



<p>หมายเหตุสำคัญ:</p>



<p><strong>Utility-scale solar PV</strong>&nbsp;(ระบบโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่เพื่อการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์) ครองสัดส่วนมากกว่า 60% ของกำลังผลิตใหม่ แต่&nbsp;<strong>Distributed PV หรือ&nbsp;Distributed Photovoltaics</strong>&nbsp;ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งแบบกระจายตัวในหลายพื้นที่ย่อย&nbsp;(รวม rooftop) ยังเป็นหัวใจสำคัญในหลายประเทศ โดยมีโซลาร์รูฟท็อปเป็นส่วนสำคัญของตลาด โดยเฉพาะในจีน สหรัฐฯ ออสเตรเลีย เยอรมนี ญี่ปุ่น</p>



<p><strong>ส่วนในประเทศไทย แม้มีศักยภาพมหาศาล แต่ติดตั้งจริงยังต่ำ ก็มีนโยบายใหม่ที่ช่วยลดอุปสรรค เช่น การยกเลิก permit, อัตรา NEM ชัดเจน, ส่งเสริมแหล่งเงินสนับสนุน &nbsp;เพื่อเร่งให้ rooftop PV เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว</strong></p>



<p>Source : <a href="https://www.posttoday.com/smart-city/728070" target="_blank" rel="noopener">PostToday</a></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จัก 3 ระบบหลักของโซลาร์รูฟท็อป On Grid, Off Grid และ Hybrid</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/on-grid-off-grid-hybrid-solar-rooftop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Aug 2025 03:52:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight & Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=24949</guid>

					<description><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปหรือระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟ ลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ระบบโซลาร์รูฟท็อปมีหลายประเภท ได้แก่ ระบบ On Grid, Off Grid และ Hybrid แต่ละระบบมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกันและเหมาะสมกับความต้องการที่หลากหลาย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักทั้งสามระบบอย่างละเอียด พร้อมข้อมูลที่เข้าใจง่ายและครบถ้วน ระบบโซลาร์รูฟท็อปคืออะไร โซลาร์รูฟท็อปคือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารเพื่อแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้า ระบบนี้เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน หรือโรงงาน โดยทั่วไปประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก ได้แก่ แผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และโครงสร้างยึดติด การเลือกประเภทของระบบขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน สถานที่ และงบประมาณ 1. ระบบ On-Grid (ระบบเชื่อมต่อกับโครงข่าย) ระบบ On-Grid หรือที่เรียกว่า &#8220;Grid-Tied&#8221; เป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามบ้านเรือนทั่วไป หลักการทำงานของระบบนี้คือ การเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยตรง การทำงานของระบบ On-Grid ข้อดีของระบบ On-Grid ข้อเสียของระบบ On-Grid 2. ระบบ Off-Grid [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>พลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปหรือระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟ ลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ระบบโซลาร์รูฟท็อปมีหลายประเภท ได้แก่ ระบบ On Grid, Off Grid และ Hybrid แต่ละระบบมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกันและเหมาะสมกับความต้องการที่หลากหลาย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักทั้งสามระบบอย่างละเอียด พร้อมข้อมูลที่เข้าใจง่ายและครบถ้วน</p>



<h2 class="wp-block-heading">ระบบโซลาร์รูฟท็อปคืออะไร</h2>



<p>โซลาร์รูฟท็อปคือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารเพื่อแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้า ระบบนี้เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน หรือโรงงาน โดยทั่วไปประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก ได้แก่ แผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และโครงสร้างยึดติด การเลือกประเภทของระบบขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน สถานที่ และงบประมาณ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="593" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar2-1024x593.webp" alt="" class="wp-image-24955" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar2-1024x593.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar2-300x174.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar2-768x445.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar2-770x446.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar2.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. ระบบ On-Grid (ระบบเชื่อมต่อกับโครงข่าย)</strong></h3>



<p>ระบบ On-Grid หรือที่เรียกว่า &#8220;Grid-Tied&#8221; เป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามบ้านเรือนทั่วไป หลักการทำงานของระบบนี้คือ <strong>การเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยตรง</strong></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานของระบบ On-Grid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ช่วงกลางวัน</strong> แผงโซลาร์เซลล์จะผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ และแปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) โดยใช้อินเวอร์เตอร์ (Inverter) เพื่อนำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน</li>



<li><strong>ถ้าผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าที่ใช้</strong> ไฟฟ้าส่วนเกินจะถูกส่งย้อนกลับไปขายคืนให้กับการไฟฟ้า โดยมีมิเตอร์ดิจิทัล (Digital Meter) เป็นตัววัดปริมาณไฟฟ้าที่ส่งออก</li>



<li><strong>ช่วงกลางคืนหรือวันที่ไม่มีแสงแดด</strong> ระบบจะดึงไฟฟ้าจากการไฟฟ้ามาใช้ตามปกติ</li>



<li><strong>ระบบนี้ไม่มีแบตเตอรี่</strong> จึงไม่สามารถสำรองไฟฟ้าไว้ใช้ในกรณีที่ไฟฟ้าดับได้</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อดีของระบบ On-Grid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>คุ้มค่า</strong> มีต้นทุนการติดตั้งต่ำที่สุดในบรรดาทุกระบบ เนื่องจากไม่ต้องลงทุนในแบตเตอรี่</li>



<li><strong>ประหยัดค่าไฟ</strong> สามารถลดค่าไฟฟ้าได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเวลากลางวันที่มีการใช้ไฟฟ้ามาก</li>



<li><strong>คืนทุนเร็ว</strong> ระยะเวลาคืนทุนสั้นกว่าระบบอื่นๆ</li>



<li><strong>บำรุงรักษาง่าย</strong> ไม่ต้องดูแลรักษาแบตเตอรี่</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อเสียของระบบ On-Grid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ไม่สามารถใช้งานได้เมื่อไฟฟ้าดับ</strong> เนื่องจากระบบถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยที่จะหยุดทำงานทันทีเมื่อไม่มีกระแสไฟฟ้าจากโครงข่าย</li>



<li><strong>มีข้อจำกัดในการขายไฟฟ้าคืน</strong> ปัจจุบันการไฟฟ้ายังคงมีข้อจำกัดและกฎระเบียบในการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากประชาชน</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="596" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar5-1024x596.webp" alt="" class="wp-image-24951" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar5-1024x596.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar5-300x175.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar5-768x447.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar5-770x448.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar5.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. ระบบ Off-Grid (ระบบไม่เชื่อมต่อกับโครงข่าย)</strong></h3>



<p>ระบบ Off-Grid หรือ &#8220;Stand-Alone&#8221; เป็นระบบที่ <strong>ไม่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าเลย</strong> เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีสายส่งไฟฟ้าเข้าถึง หรือสถานที่ที่ต้องการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานอย่างสมบูรณ์</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานของระบบ Off-Grid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>มีแบตเตอรี่เป็นหัวใจหลัก</strong> แผงโซลาร์เซลล์จะผลิตไฟฟ้าและนำมาชาร์จแบตเตอรี่เพื่อกักเก็บพลังงาน</li>



<li><strong>ช่วงกลางวัน</strong> ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกนำไปใช้ทันที และส่วนที่เหลือจะถูกเก็บไว้ในแบตเตอรี่</li>



<li><strong>ช่วงกลางคืนหรือวันที่ไม่มีแสงแดด</strong> ระบบจะดึงไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่ชาร์จไว้มาใช้งาน</li>



<li><strong>มีทั้งระบบ DC และ AC</strong> โดยทั่วไปมักใช้ร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่รองรับระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากการแปลงไฟฟ้า หรือใช้อินเวอร์เตอร์สำหรับแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อดีของระบบ Off-Grid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>อิสระจากค่าไฟ</strong> ไม่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าให้กับหน่วยงานใดๆ</li>



<li><strong>สามารถใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง</strong> แม้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดดหรือไฟฟ้าดับ</li>



<li><strong>เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> พึ่งพาพลังงานสะอาด 100%</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อเสียของระบบ Off-Grid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ต้นทุนสูง</strong> เนื่องจากต้องลงทุนในแบตเตอรี่ที่มีราคาสูง</li>



<li><strong>บำรุงรักษายุ่งยาก</strong> ต้องดูแลรักษาแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ</li>



<li><strong>ขนาดระบบจำกัด</strong> ต้องคำนวณขนาดของแบตเตอรี่ให้เพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่งอาจมีข้อจำกัดสำหรับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าเยอะ</li>



<li><strong>ประสิทธิภาพต่ำกว่า</strong> เมื่อเทียบกับระบบ On-Grid เนื่องจากมีการสูญเสียพลังงานในกระบวนการชาร์จและคายประจุของแบตเตอรี่</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. ระบบ Hybrid (ระบบผสมผสาน)</strong></h3>



<p>ระบบ Hybrid เป็นการนำข้อดีของทั้งระบบ On-Grid และ Off-Grid มาผสมผสานกัน <strong>โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าและมีแบตเตอรี่สำหรับสำรองไฟ</strong> ด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานของระบบ Hybrid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>มีแบตเตอรี่สำรอง</strong> ระบบจะผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์เพื่อใช้ในบ้านและชาร์จแบตเตอรี่</li>



<li><strong>สามารถเลือกแหล่งจ่ายไฟ</strong> เมื่อไฟฟ้าดับ ระบบจะสลับไปใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่โดยอัตโนมัติ ช่วยให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นยังคงทำงานได้</li>



<li><strong>ควบคุมการใช้พลังงานได้ยืดหยุ่น</strong> เจ้าของบ้านสามารถตั้งค่าให้ระบบใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ก่อนในเวลาที่ค่าไฟแพง (เช่น ช่วงเวลา Peak) และสลับไปใช้ไฟฟ้าจากโครงข่ายในเวลาที่ค่าไฟถูก</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อดีของระบบ Hybrid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ใช้งานได้ต่อเนื่องเมื่อไฟฟ้าดับ</strong> มีไฟฟ้าสำรองจากแบตเตอรี่</li>



<li><strong>ประหยัดค่าไฟได้สูงสุด</strong> สามารถจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>



<li><strong>ยืดหยุ่นสูง</strong> สามารถปรับการใช้งานได้ตามความต้องการ</li>



<li><strong>เพิ่มมูลค่าให้บ้าน</strong> เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นที่ต้องการในตลาด</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อเสียของระบบ Hybrid</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ต้นทุนสูงที่สุด</strong> เนื่องจากต้องลงทุนในทั้งอินเวอร์เตอร์ชนิด Hybrid และแบตเตอรี่</li>



<li><strong>บำรุงรักษาซับซ้อน</strong> มีอุปกรณ์หลายส่วนที่ต้องดูแล</li>



<li><strong>การติดตั้งต้องใช้ช่างผู้ชำนาญ</strong> เพราะมีระบบที่ซับซ้อน</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="597" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar4-1024x597.webp" alt="" class="wp-image-24952" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar4-1024x597.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar4-300x175.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar4-768x448.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar4-770x449.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar4.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สรุปความแตกต่างของทั้ง 3 ระบบ</strong></h3>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><thead><tr><td>คุณสมบัติ</td><td>ระบบ On-Grid</td><td>ระบบ Off-Grid</td><td>ระบบ Hybrid</td></tr></thead><tbody><tr><td><strong>การเชื่อมต่อการไฟฟ้า</strong></td><td>เชื่อมต่อ</td><td>ไม่เชื่อมต่อ</td><td>เชื่อมต่อ</td></tr><tr><td><strong>มีแบตเตอรี่สำรอง</strong></td><td>ไม่มี</td><td>มี (สำคัญ)</td><td>มี (สำรองไฟ)</td></tr><tr><td><strong>ใช้งานตอนไฟฟ้าดับ</strong></td><td>ไม่ได้</td><td>ได้</td><td>ได้</td></tr><tr><td><strong>ต้นทุนติดตั้ง</strong></td><td>ต่ำที่สุด</td><td>สูง</td><td>สูงที่สุด</td></tr><tr><td><strong>ความเหมาะสม</strong></td><td>บ้านเรือนทั่วไป, โรงงาน</td><td>พื้นที่ห่างไกล, รีสอร์ท, เกษตร</td><td>บ้านที่ต้องการไฟสำรอง, ธุรกิจ</td></tr><tr><td><strong>การคืนทุน</strong></td><td>เร็วที่สุด</td><td>ช้า</td><td>ปานกลาง</td></tr><tr><td><strong>การขายไฟคืน</strong></td><td>ขายได้ (ตามระเบียบ)</td><td>ขายไม่ได้</td><td>ขายได้ (ตามระเบียบ)</td></tr></tbody></table></figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกระบบ</h2>



<p>การเลือกระบบโซลาร์รูฟท็อปที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สถานที่ตั้ง</strong> พื้นที่ที่มีโครงข่ายไฟฟ้าเสถียรเหมาะกับระบบ On Grid ส่วนพื้นที่ห่างไกลควรเลือก Off Grid หรือ Hybrid</li>



<li><strong>งบประมาณ</strong> ระบบ On Grid มีต้นทุนต่ำสุด ส่วน Off Grid และ Hybrid ต้องลงทุนในแบตเตอรี่เพิ่ม</li>



<li><strong>ความต้องการใช้งาน</strong> หากต้องการใช้ไฟในช่วงไฟดับ ระบบ Hybrid หรือ Off Grid จะตอบโจทย์กว่า</li>



<li><strong>นโยบายของรัฐ</strong> ในบางประเทศมีนโยบายสนับสนุน เช่น การซื้อไฟคืนในระบบ On Grid ซึ่งช่วยลดระยะเวลาคืนทุน</li>
</ul>



<p>การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปจะช่วยให้คุณได้ระบบที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุด เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้คุ้มค่าและยั่งยืนในระยะยาว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="595" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar3-1024x595.webp" alt="" class="wp-image-24953" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar3-1024x595.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar3-300x174.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar3-768x446.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar3-770x447.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar3.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>งบประมาณที่ต้องใช้ในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป</strong></h2>



<p>งบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดกำลังผลิตของระบบ (หน่วยเป็นกิโลวัตต์ หรือ kWp) และประเภทของอุปกรณ์ที่เลือกใช้ โดยข้อมูลด้านล่างนี้เป็นราคาประมาณการจากข้อมูลล่าสุดในตลาด ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ประมาณการงบประมาณสำหรับระบบโซลาร์รูฟท็อปแต่ละประเภท</strong></h4>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><thead><tr><td>ระบบโซลาร์รูฟท็อป</td><td>ขนาดกำลังผลิต (kWp)</td><td>งบประมาณโดยประมาณ (บาท)</td><td>เหมาะสำหรับ</td></tr></thead><tbody><tr><td><strong>On-Grid (ไม่มีแบตเตอรี่)</strong></td><td>3 kWp</td><td>120,000 &#8211; 150,000</td><td>บ้านขนาดเล็ก-กลาง (ค่าไฟประมาณ 2,500-3,500 บาท/เดือน)</td></tr><tr><td></td><td>5 kWp</td><td>180,000 &#8211; 220,000</td><td>บ้านขนาดกลาง-ใหญ่ (ค่าไฟประมาณ 4,000-6,000 บาท/เดือน)</td></tr><tr><td></td><td>10 kWp</td><td>300,000 &#8211; 400,000</td><td>บ้านขนาดใหญ่, โฮมออฟฟิศ (ค่าไฟมากกว่า 6,000 บาท/เดือน)</td></tr><tr><td><strong>Off-Grid (มีแบตเตอรี่)</strong></td><td>3 kWp</td><td>250,000 &#8211; 350,000</td><td>พื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีไฟฟ้า, ระบบสำรองไฟขนาดเล็ก</td></tr><tr><td></td><td>5 kWp</td><td>400,000 &#8211; 550,000</td><td>พื้นที่ที่ต้องการความอิสระทางพลังงานสูง</td></tr><tr><td><strong>Hybrid (มีแบตเตอรี่)</strong></td><td>3 kWp</td><td>200,000 &#8211; 280,000</td><td>บ้านที่ต้องการลดค่าไฟและมีไฟสำรองสำหรับอุปกรณ์จำเป็น</td></tr><tr><td></td><td>5 kWp</td><td>300,000 &#8211; 450,000</td><td>บ้านขนาดกลาง-ใหญ่ ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการจัดการพลังงาน</td></tr></tbody></table></figure>



<p><strong>หมายเหตุ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ราคาข้างต้นเป็นเพียงราคาประมาณการและอาจแตกต่างกันไปตามคุณภาพของแผงโซลาร์, อินเวอร์เตอร์, และแบตเตอรี่ รวมถึงค่าบริการติดตั้งและค่าใช้จ่ายอื่นๆ</li>



<li><strong>ระบบ On-Grid</strong> มีราคาต่ำที่สุดเพราะไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับแบตเตอรี่</li>



<li><strong>ระบบ Off-Grid</strong> และ <strong>Hybrid</strong> มีราคาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากต้นทุนของแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุดในระบบ</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="595" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar1-1024x595.webp" alt="" class="wp-image-24954" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar1-1024x595.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar1-300x174.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar1-768x446.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar1-770x447.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2025/08/solar1.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คำนวณความคุ้มค่าและระยะเวลาคืนทุนเบื้องต้น</strong></h2>



<p>การลงทุนในโซลาร์รูฟท็อปเป็นการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนเป็นความประหยัดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน ซึ่งระยะเวลาคืนทุนจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาคืนทุน</strong></h4>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ขนาดของระบบที่ติดตั้ง</strong> : ระบบที่มีกำลังผลิตสูง (kWp) จะมีราคาติดตั้งสูงขึ้น แต่ก็สามารถประหยัดค่าไฟได้มากขึ้นเช่นกัน</li>



<li><strong>พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า</strong> : หากบ้านมีการใช้ไฟฟ้ามากในช่วงกลางวัน (เช่น เปิดแอร์, เครื่องทำน้ำอุ่น) จะยิ่งประหยัดค่าไฟได้มาก ทำให้คืนทุนได้เร็วขึ้น</li>



<li><strong>ราคาค่าไฟฟ้า</strong> : เมื่อค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ระยะเวลาคืนทุนก็จะสั้นลง</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น</strong></h4>



<p>สมมติว่าคุณติดตั้ง <strong>ระบบ On-Grid ขนาด 5 kWp</strong> ด้วยงบประมาณ 200,000 บาท ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 600-700 หน่วยต่อเดือน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ประหยัดค่าไฟได้ต่อเดือน</strong> : (600 หน่วย) x (ค่าไฟต่อหน่วยโดยประมาณ 4.5 บาท) = 2,700 บาท</li>



<li><strong>ประหยัดค่าไฟได้ต่อปี</strong> : 2,700 x 12 = 32,400 บาท</li>



<li><strong>ระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ</strong> : 200,000 / 32,400 = <strong>ประมาณ 6.2 ปี</strong></li>
</ul>



<p>หลังจากคืนทุนแล้ว คุณจะได้รับไฟฟ้าฟรีจากแผงโซลาร์เซลล์ตลอดอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 25 ปี ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบ้านของคุณในระยะยาวอย่างแท้จริง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บทสรุป</strong></h2>



<p>การทำความเข้าใจความแตกต่างของระบบโซลาร์รูฟท็อปทั้ง 3 ระบบ ไม่ว่าจะเป็น <strong>On-Grid, Off-Grid, หรือ Hybrid</strong> จะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างชาญฉลาดและตรงตามความต้องการ ระบบ On-Grid เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าไฟฟ้าโดยมีงบประมาณจำกัด Off-Grid เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและต้องการความอิสระทางพลังงาน ส่วน Hybrid เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งความประหยัดและความมั่นคงในการใช้ไฟฟ้า การเลือกที่เหมาะสมจะนำมาซึ่งความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดจากการใช้พลังงานสะอาดในบ้านของคุณ</p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แอร์โซล่าเซลล์คืออะไร น่าใช้มั้ย ประหยัดไฟได้แค่ไหน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/solar-cell-air-condition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Dec 2024 02:18:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight & Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23926</guid>

					<description><![CDATA[เครื่องปรับอากาศถือได้ว่าเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟค่อนข้างมากในอันดับต้นๆ ซึ่งหลายท่านก็พยายามหาวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปิดเป็นเวลา หรือเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อน การตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศา บางท่านก็ลองวิธีที่มีการแนะนำต่อๆ กันมา ก็คือ ตั้งอุณหภูมิไปที่ 27 องศา แล้วเปิดพัดลมช่วย ซึ่งวิธีการต่างๆ เหล่านี้ก็ถือว่า ช่วยประหยัดไฟได้บ้าง แต่ก็ยังค่อนข้างสูงอยู่ดี ดังนั้นก็เลยมีการคิดค้น เครื่องปรับอากาศรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าที่ได้จากโซล่าร์เซลล์ ในชื่อ &#8220;แอร์โซล่าเซลล์&#8221; แอร์โซล่าเซลล์คืออะไร? แอร์โซลาร์เซลล์ คือ เครื่องปรับอากาศที่ผสานเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับระบบทำความเย็น ทำให้สามารถลดการพึ่งพาไฟฟ้าแบบปกติที่ใช้ตามบ้าน หรือสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักการทำงานคือ แผงโซลาร์เซลล์จะแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นกระแสไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้ในการขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในรูปแบบเดิมๆ อีกเลย ส่งผลให้เราไม่ต้องจ่ายค่าไฟในส่วนนี้นั่นเอง แอร์โซลาร์เซลล์ แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลักๆ ก็คือ ข้อดีของแอร์โซล่าเซลล์ นอกจากจะมีข้อดีแล้ว แอร์โซล่าร์เซลล์ก็มีข้อสังเกตอยู่หลายๆ อย่างด้วยกัน ข้อสังเกตของแอร์โซล่าเซลล์ ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับติดตั้งแอร์โซล่าร์เซลล์ หลักการทำงานของแอร์โซล่าร์เซลล์ แอร์โซลาร์เซลล์ทำงานโดยการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อนำมาใช้ในการทำความเย็น ซึ่งแตกต่างจากแอร์ทั่วไปที่ใช้ไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้าหลัก โดยหลักการทำงานโดยรวมสามารถสรุปได้ดังนี้ แอร์โซล่าร์เซลล์ กับแอร์ปกติทั่วไป ต่างกันอย่างไร การตัดสินใจเลือกใช้แอร์โซลาร์เซลล์หรือแอร์ปกตินั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เครื่องปรับอากาศถือได้ว่าเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟค่อนข้างมากในอันดับต้นๆ ซึ่งหลายท่านก็พยายามหาวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปิดเป็นเวลา หรือเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อน การตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศา บางท่านก็ลองวิธีที่มีการแนะนำต่อๆ กันมา ก็คือ ตั้งอุณหภูมิไปที่ 27 องศา แล้วเปิดพัดลมช่วย ซึ่งวิธีการต่างๆ เหล่านี้ก็ถือว่า ช่วยประหยัดไฟได้บ้าง แต่ก็ยังค่อนข้างสูงอยู่ดี ดังนั้นก็เลยมีการคิดค้น เครื่องปรับอากาศรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าที่ได้จากโซล่าร์เซลล์ ในชื่อ &#8220;แอร์โซล่าเซลล์&#8221;</p>



<h3 class="wp-block-heading">แอร์โซล่าเซลล์คืออะไร?</h3>



<p><strong>แอร์โซลาร์เซลล์</strong> คือ เครื่องปรับอากาศที่ผสานเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับระบบทำความเย็น ทำให้สามารถลดการพึ่งพาไฟฟ้าแบบปกติที่ใช้ตามบ้าน หรือสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักการทำงานคือ แผงโซลาร์เซลล์จะแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นกระแสไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้ในการขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในรูปแบบเดิมๆ อีกเลย ส่งผลให้เราไม่ต้องจ่ายค่าไฟในส่วนนี้นั่นเอง</p>



<p>แอร์โซลาร์เซลล์ แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลักๆ ก็คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>แอร์โซล่าร์เซลล์แบบ On-Grid</strong> เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของบ้าน สามารถจ่ายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้</li>



<li><strong>แอร์โซล่าร์เซลล์แบบ Off-Grid</strong> ไม่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของบ้าน ใช้งานได้แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง</li>



<li><strong>แอร์โซล่าร์เซลล์แบบที่ใช้ได้ทั้ง 2 ระบบ</strong> สามารถใช้ไฟจากระบบโซล่าร์เซลล์ก็ได้ หรือจะใช้ไฟบ้านปกติก็ได้</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อดีของแอร์โซล่าเซลล์</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ประหยัดค่าไฟฟ้า</strong> ลดค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่มีแสงแดด ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากถึง 50-70%</li>



<li><strong>เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน เหมาะสำหรับคนที่รักษ์โลกเป็นอย่างมาก </li>



<li><strong>พึ่งพาตนเองได้</strong> ไม่ต้องกังวลเรื่องไฟฟ้าดับ หรือค่าไฟฟ้าที่ผันผวน</li>



<li><strong>เทคโนโลยีทันสมัย</strong> เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม</li>
</ul>



<p>นอกจากจะมีข้อดีแล้ว แอร์โซล่าร์เซลล์ก็มีข้อสังเกตอยู่หลายๆ อย่างด้วยกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อสังเกตของแอร์โซล่าเซลล์</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ต้นทุนและราคาสูง</strong> แอร์โซล่าเซลล์มีราคาค่อนข้างสูง เพราะนอกจากจะมีตัวเครื่องแล้ว ยังต้องมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง และซื้ออุปกรณ์อื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็น แผงโซล่าเซลล์ , อินเวอร์เตอร์, แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ควบคุม </li>



<li><strong>ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ</strong> การผลิตไฟฟ้าของแผงโซลาร์เซลล์ขึ้นอยู่กับปริมาณแสงแดดโดยตรง ในวันที่ฝนตกหรือเมฆมาก การผลิตไฟฟ้าจะลดลง และอุณหภูมิที่สูงเกินไปอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์ได้</li>



<li><strong>มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเพิ่มเติม</strong> นอกจากจะต้องทำความสะอาดแอร์เหมือนแอร์ปกติแล้ว แผงโซลาร์เซลล์จำเป็นต้องทำความสะอาดเป็นประจำเพื่อขจัดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่บนผิวแผง ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า</li>



<li><strong>แบตเตอรี่ราคาสูง</strong> สำหรับระบบที่มีแบตเตอรี่อยู่ด้วย ก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนของแบตเตอรี่เพิ่มเติม ซึ่งมีราคาสูง และมีอายุการใช้งานจำกัด</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1698" height="1200" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2.webp" alt="" class="wp-image-24174" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2.webp 1698w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2-300x212.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2-1024x724.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2-768x543.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2-1536x1086.webp 1536w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/911208_18798611a14040599d1a27520a173310mv2-770x544.webp 770w" sizes="(max-width: 1698px) 100vw, 1698px" /><figcaption class="wp-element-caption">ภาพประกอบ : <a href="https://www.chaisinsolarcell.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://www.chaisinsolarcell.com/</a></figcaption></figure>
</div>


<p>ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับติดตั้งแอร์โซล่าร์เซลล์</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แอร์ Solar Hybrid 1 ชุด</li>



<li>แผงโซล่าเซลล์ ขนาด 550w จำนวน 2 แผง</li>



<li>เบรกเกอร์ DC BOX 1 ชุด</li>



<li>สายไฟ PV 20 เมตร</li>



<li>MC-4 Link จำนวน 4 คู่</li>



<li>ติดตั้งแบบมาตรฐาน โดยทีมช่างผู้ชำนาญการ</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">หลักการทำงานของแอร์โซล่าร์เซลล์</h3>



<p>แอร์โซลาร์เซลล์ทำงานโดยการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อนำมาใช้ในการทำความเย็น ซึ่งแตกต่างจากแอร์ทั่วไปที่ใช้ไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้าหลัก โดยหลักการทำงานโดยรวมสามารถสรุปได้ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์</strong> แผงโซลาร์เซลล์จะทำหน้าที่รับพลังงานจากแสงอาทิตย์และแปลงเป็นกระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DC) </li>



<li><strong>การแปลงกระแสไฟฟ้า</strong> อินเวอร์เตอร์จะทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรงที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์ให้เป็นกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ซึ่งเป็นชนิดที่เครื่องปรับอากาศส่วนใหญ่ใช้ </li>



<li><strong>การจ่ายไฟให้เครื่องปรับอากาศ</strong> กระแสไฟฟ้ากระแสสลับที่ได้จากอินเวอร์เตอร์จะถูกส่งไปยังเครื่องปรับอากาศเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำความเย็น </li>



<li><strong>กระบวนการทำความเย็น</strong> เครื่องปรับอากาศจะทำงานตามหลักการทำความเย็นทั่วไป โดยคอมเพรสเซอร์จะอัดสารทำความเย็นให้มีแรงดันสูง แล้วปล่อยให้ไหลผ่านคอยล์ร้อนเพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอก จากนั้นสารทำความเย็นจะไหลผ่านคอยล์เย็นเพื่อดูดซับความร้อนภายในห้อง ทำให้อากาศเย็นลง</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">แอร์โซล่าร์เซลล์ กับแอร์ปกติทั่วไป ต่างกันอย่างไร</h3>



<p>การตัดสินใจเลือกใช้แอร์โซลาร์เซลล์หรือแอร์ปกตินั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงงบประมาณ ความต้องการในการใช้พลังงาน และความสำคัญที่ให้กับสิ่งแวดล้อม มาดูตารางเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td>คุณสมบัติ</td><td>แอร์โซลาร์เซลล์</td><td>แอร์ปกติ</td></tr><tr><td>แหล่งพลังงานหลัก</td><td>พลังงานแสงอาทิตย์</td><td>ไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้าหลัก</td></tr><tr><td>ค่าไฟฟ้า</td><td>ประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว โดยเฉพาะช่วงกลางวัน</td><td>ค่าไฟฟ้าขึ้นอยู่กับการใช้งาน</td></tr><tr><td>สิ่งแวดล้อม</td><td>เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</td><td>สร้างมลพิษจากการผลิตไฟฟ้า</td></tr><tr><td>ต้นทุนและค่าใช้จ่าย</td><td>สูงกว่าแอร์ปกติ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์อื่นๆ</td><td>ต่ำกว่าแอร์โซลาร์เซลล์</td></tr><tr><td>การบำรุงรักษา</td><td>ต้องทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์เป็นประจำ</td><td>บำรุงรักษาตามปกติ</td></tr><tr><td>ความเสี่ยง</td><td>ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ</td><td>ไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ</td></tr></tbody></table></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ราคาแอร์โซล่าเซลล์</h3>



<p>ราคาแอร์โซล่าร์เซลล์ นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทำให้ราคาแต่ละรุ่นและแต่ละแบรนด์แตกต่างกันออกไป การเลือกซื้อแอร์โซล่าร์เซลล์จึงต้องพิจารณาหลายปัจจัย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่ากับการลงทุน สำหรับราคาในปัจจบุัน ก็สามารถเปิดดูได้ตามเว็บไซต์ ซึ่งมีทั้งรูปแบบของการเอาแอร์ปกติ มาจัดชุดกับอุปกรณ์โซล่าร์เซลล์ แล้วขาย รวมถึงแอร์ที่ออกแบบมาตั้งแต่แรกเพื่อใช้กับโซล่าร์เซลล์เลย ในบทความนี้ก็ขอเอาราคาจากเว็บขายของออนไลน์มาให้ดูกันไปเลยครับ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2396" height="1274" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1.webp" alt="" class="wp-image-24171" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1.webp 2396w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1-300x160.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1-1024x544.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1-768x408.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1-1536x817.webp 1536w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1-2048x1089.webp 2048w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air1-770x409.webp 770w" sizes="(max-width: 2396px) 100vw, 2396px" /></figure>
</div>


<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2406" height="1388" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2.webp" alt="" class="wp-image-24172" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2.webp 2406w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2-300x173.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2-1024x591.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2-768x443.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2-1536x886.webp 1536w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2-2048x1181.webp 2048w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air2-770x444.webp 770w" sizes="(max-width: 2406px) 100vw, 2406px" /></figure>
</div>


<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2404" height="1282" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3.webp" alt="" class="wp-image-24173" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3.webp 2404w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3-300x160.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3-1024x546.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3-768x410.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3-1536x819.webp 1536w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3-2048x1092.webp 2048w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/12/air3-770x411.webp 770w" sizes="(max-width: 2404px) 100vw, 2404px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาแอร์โซล่าร์เซลล์</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ขนาด BTU</strong> ขนาดของแอร์จะส่งผลโดยตรงต่อราคา ยิ่ง BTU สูง ราคาจะยิ่งสูงขึ้น</li>



<li><strong>แบรนด์:</strong> แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักจะมีราคาสูงกว่าแบรนด์ทั่วไป</li>



<li><strong>คุณภาพวัสดุ:</strong> วัสดุที่ใช้ในการผลิต เช่น คอยล์ร้อน คอยล์เย็น และคอมเพรสเซอร์ มีผลต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของแอร์ ซึ่งส่งผลต่อราคา</li>



<li><strong>จำนวนแผงโซลาร์เซลล์:</strong> จำนวนแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าจะส่งผลต่อราคาโดยตรง</li>



<li><strong>ขนาดและประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์</strong> แผงโซลาร์เซลล์ที่มีขนาดใหญ่และมีประสิทธิภาพสูงจะมีราคาสูงกว่า</li>



<li><strong>อุปกรณ์เสริม</strong> อุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น แบตเตอรี่ อินเวอร์เตอร์ และระบบควบคุม จะเพิ่มต้นทุนให้กับระบบ</li>



<li><strong>ค่าติดตั้ง</strong> ค่าแรงในการติดตั้งระบบ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินสายไฟและติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">บท<strong>สรุป</strong></h3>



<p>แม้ว่าแอร์โซลาร์เซลล์จะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าไฟฟ้าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็มีข้อจำกัดและข้อควรพิจารณาบางประการที่ผู้สนใจควรศึกษาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจติดตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของต้นทุน การบำรุงรักษา และประสิทธิภาพที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ซึ่งถ้าจะให้บอกว่าเหมาะกับใคร ก็น่าจะเหมาะกับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศอยู่ตลอดทั้งวัน ซึ่งอาจจะเป็นที่พักอาศัยในเขตที่มีอากาศร้อน หรือความจำเป็นด้านอื่นๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหากใช้ในระยะยาวครับ</p>



<p>Photo : <a href="https://freepik.com" target="_blank" rel="noopener">freepik.com</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ติด Solar Cell ที่บ้าน ช่วยลดโลกร้อน-รับคะแนน The 1 ฟรี</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/solar-cell-1-the-point/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jun 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23388</guid>

					<description><![CDATA[มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน&#160;ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อพัฒนาโครงการสำหรับครัวเรือนที่ติดตั้ง Solar Cell โดยสามารถนำ Carbon Credit จากการผลิต Solar Cell ที่ได้รับรองมาตรฐาน T-VER มาแลกเป็นคะแนน The 1 ของเครือเซ็นทรัลได้ฟรี โครงการนำร่องคือบ้านพลังงานเป็นศูนย์ของเสนา มีเป้าไม่น้อยกว่า 300 ครัวเรือน หรือคะแนน The 1 มากกว่า 4 ล้านคะแนน วันที่ 14 มิถุนายน 2567&#160;ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานมูลนิธิฯ&#160;ระบุว่า&#160;โครงการตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ ที่ได้รับงบจาก บพข. ร่วมกับ ม.เชียงใหม่ เซ็นทรัล และบริษัทเสนา เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และครัวเรือน เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงาน ลดก๊าซเรือนกระจก และมีส่วนร่วมในตลาดคาร์บอนครัวเรือน นำไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว อนาคตสะอาด และความยั่งยืน ศาสตราจารย์ ดร.อาภาณี เหลืองนฤมิตชัย&#160;ประธานคณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มพลังงาน เคมีและวัสดุชีวภาพ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานที่ให้ทุนโครงการ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน&nbsp;</strong>ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อพัฒนาโครงการสำหรับครัวเรือนที่ติดตั้ง Solar Cell โดยสามารถนำ Carbon Credit จากการผลิต Solar Cell ที่ได้รับรองมาตรฐาน T-VER มาแลกเป็นคะแนน The 1 ของเครือเซ็นทรัลได้ฟรี โครงการนำร่องคือบ้านพลังงานเป็นศูนย์ของเสนา มีเป้าไม่น้อยกว่า 300 ครัวเรือน หรือคะแนน The 1 มากกว่า 4 ล้านคะแนน</p>



<p>วันที่ 14 มิถุนายน 2567&nbsp;<strong>ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานมูลนิธิฯ&nbsp;</strong>ระบุว่า&nbsp;โครงการตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ ที่ได้รับงบจาก บพข. ร่วมกับ ม.เชียงใหม่ เซ็นทรัล และบริษัทเสนา เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และครัวเรือน เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงาน ลดก๊าซเรือนกระจก และมีส่วนร่วมในตลาดคาร์บอนครัวเรือน นำไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว อนาคตสะอาด และความยั่งยืน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2024/06/BUO8yIQLoybqPTlN191m.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="ติด Solar Cell ที่บ้าน ช่วยลดโลกร้อน-รับคะแนน The 1 ฟรี"/></figure>
</div>


<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.อาภาณี เหลืองนฤมิตชัย</strong>&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มพลังงาน เคมีและวัสดุชีวภาพ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานที่ให้ทุนโครงการ วิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำภายใต้แผนงานพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการใช้ประโยชน์พลังงานสะอาด พัฒนาระบบเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-GreenEconomy: BCG) ในด้านพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน วัสดุชีวภาพ และเคมีชีวภาพให้เป็นระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูง มีความยั่งยืนและเพิ่มรายได้ของประเทศพัฒนาเศรษฐกิจไทย มีความสามารถในการแข่งขัน พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสู่อนาคตโดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม และดำเนินการร่วมกับการทำแพลตฟอร์มตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ</p>



<p>โดยสามารถติดตามข้อมูลการผลิตพลังงานจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาและปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงสามารถนำก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงได้แลกเปลี่ยนกับสินค้าหรือบริการของภาคธุรกิจที่เข้าร่วม รวมถึงการจัดทำระบบนิเวศของแพลตฟอร์มตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้แพลตฟอร์ม เช่น ภาคครัวเรือนต้องการผลตอบแทนจากการใช้พลังงาน ภาคธุรกิจต้องการปริมาณคาร์บอน เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนที่จูงใจในการทำธุรกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสร้างคุณค่าสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p>



<p><strong>ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช ประธานกรรมการมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน</strong>&nbsp;กล่าวว่า โครงการวิจัยและพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ มีปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินโครงการเนื่องจาก นโยบายด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ซึ่งตอบรับกับความร่วมมือในการลดภาวะโลกร้อนของนานาประเทศ การสนับสนุนตลาดคาร์บอนทั้งในระดับนานาชาติและระดับประเทศ การเติบโตของจำนวนผู้ใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด</p>



<p>ปัจจุบันมีการนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในภาคธุรกิจ โดยในโครงการจะพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ ด้วยการจัดทำแพลตฟอร์มในการติดตามการผลิตพลังงานทดแทนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะมุ่งเน้นครัวเรือนที่ติดตั้ง Solar Cell ก่อน เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้งานมากและมีนโยบายจากภาครัฐที่ชัดเจน ทั้งนี้แพลตฟอร์มที่จะพัฒนาขึ้นจะสามารถแลกเปลี่ยนก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดได้ไปเป็นสินค้าหรือบริการกับภาคธุรกิจที่เข้าร่วม</p>



<p>ภาคธุรกิจสามารถนำคาร์บอนที่ได้เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน และการดำเนินการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero emissions) ซึ่งจะเกิดประโยชน์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องดังนี้</p>



<p><strong>ภาคครัวเรือน</strong>&nbsp;มีช่องทางการสร้างรายได้จากการใช้พลังงานสะอาด หรือสามารถแลกเป็นสินค้าและบริการจากภาคธุรกิจที่เข้าร่วมผ่านแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้น ทั้งยังสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้พลังงานสะอาดในการเป็นส่วนหนึ่งของการลดภาวะโลกร้อน</p>



<p><strong>ภาคธุรกิจ&nbsp;</strong>สามารถดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในส่วนการใช้พลังงานสะอาด โดยการซื้อคาร์บอนเครดิต หรือแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าและบริการให้กับครัวเรือนที่เข้าร่วมผ่านแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้น ซึ่งจะส่งเสริมภาพลักษณ์ของการดำเนินธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มยอดขาย สร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในระยะยาว</p>



<p><strong>ประเทศไทย</strong>&nbsp;สามารถพัฒนาตลาดคาร์บอนครัวเรือนแบบภาคสมัครใจให้เกิดขึ้นจริงในประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้เป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศเป็นไปตามเป้าหมาย โดยจะส่งผลให้ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจหันมาใช้พลังงานสะอาดรวมถึงการดำเนินการด้านอื่นที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้มากขึ้น และยังสร้างผลประโยชน์ร่วมในหลายด้าน เช่น การบรรเทาผลกระทบของมลพิษทางอากาศ, การรักษามั่นคงทางพลังงาน, นวัตกรรมเทคโนโลยี การลดต้นทุนทางพลังงาน การจ้างงาน และลดการย้ายถิ่นฐานเข้าเมือง เป็นต้น ส่งผลให้ประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2024/06/yaBjYhQjStTvySck08Ye.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="ติด Solar Cell ที่บ้าน ช่วยลดโลกร้อน-รับคะแนน The 1 ฟรี"/></figure>
</div>


<p></p>



<p><strong>รศ.วงกต วงศ์อภัย ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ </strong>กล่าวว่า สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหน่วยงานที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินภายนอกสำหรับโครงการภาคสมัครใจของประเทศไทย ได้ดำเนินการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก ตามมาตรฐานต่าง เช่น Thailand Voluntary Emission Reduction Program (T-VER) หรือที่รู้จักในวงกว้างว่า คาร์บอนเครดิต  ที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. กำหนด โดยมีขั้นตอนการดำเนินการเบื้องต้น 6 ขั้นตอน คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การจัดทำเอกสารโครงการ</li>



<li>การตรวจสอบเอกสาร หรือ Validation</li>



<li>การขึ้นทะเบียนโครงการ Solar ดังกล่าวกับ อบก. </li>



<li>การดำเนินการโครงการพร้อมการตรวจวัดต่างๆ</li>



<li>การจัดทำเอกสารขอทวนสอบผลคาร์บอนเครดิตที่ได้ ก่อนที่จะนำไป</li>



<li>ยื่นขอรับรองคาร์บอนเครดิตจากทาง อบก.</li>
</ol>



<p>การตรวจสอบเอกสารและทวนสอบต่างๆ ถือเป็นความสำคัญและจำเป็นที่ประเทศต้องการ รวมถึงเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศในอนาคต</p>



<p><strong>คุณพิชัย จิราธิวัฒน์&nbsp; ตำแหน่ง กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล</strong>&nbsp; กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยต้องการคาร์บอนเครดิตเป็นอย่างมาก ในอนาคตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูง จากกระแสความตื่นตัวและความมุ่งมั่นทั้งในระดับประเทศและระดับองค์กรที่มีการตั้งเป้าหมายที่จะเป็น Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions&nbsp; และกระแสโลกเรื่อง Climate Change</p>



<p>ภาคธุรกิจ เป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ กลุ่มเซ็นทรัล จึงมีความต้องการที่จะซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชยในการจัดกิจกรรมอีเวนท์ต่างๆ โดยผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถนำ Carbon Credit 1 ตันคาร์บอน มาแลกเป็นคะแนน The 1 ได้ 1,600 คะแนน เพื่อนำไปเป็นส่วนลดสินค้าและบริการ รวมถึงรับสิทธิประโยชน์ในกลุ่มเซ็นทรัลทั่วประเทศ</p>



<p>กลุ่มเซ็นทรัลมีความมุ่งหวังการเติบโตของธุรกิจจะต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน และตระหนักว่าต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทางของห่วงโซ่อุปทานตลอดจนถึงปลายทางของการจัดการอย่างถูกหลัก โดยหนึ่งในเป้าหมายคือการปรับเปลี่ยนหันมาใช้พลังงานสะอาดและยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ ทั้งยังช่วยลดปัญหามลพิษด้วยพลังงานสะอาด และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของโลก&nbsp;</p>



<p><strong>ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)&nbsp;</strong>กล่าวว่า เสนาฯ ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่เริ่มสร้างบ้านพร้อมติดโซลาร์รูฟให้พร้อมใช้งานตั้งแต่ซื้อบ้านทั้งโครงการเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ขณะนั้นมองว่าการใช้พลังงานทดแทนคือเทรนด์ของอนาคต ที่นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของลูกบ้านแล้ว ยังลดการสร้างคาร์บอนที่เป็นต้นเหตุของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ทั้งนี้สิ่งที่เสนาให้ความสำคัญคือการพัฒนาโครงการและสนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านการใช้พลังงานทดแทนที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกบ้าน</p>



<p>สอดคล้องกับเป้าหมายการลดคาร์บอนขององค์กร โดยเฉพาะการนำแนวคิดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ (Zero Energy Housing) ซึ่งสามารถประหยัดการใช้ไฟฟ้าของบ้านได้สูงสุดถึง 38% และการส่งเสริม Decarbonized Lifestyle ให้ลูกบ้านสามารถใช้ชีวิตรักษ์โลกได้ง่ายๆ เพียงอยู่กับเราเท่านั้น ปัจจุบันเสนาติดตั้งโซลาร์รูฟให้กับลูกบ้าน ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมแล้วทั้งหมดทุกโครงการรวมกว่า 1,000 หลัง</p>



<p>สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ลูกบ้านเสนาที่ติดโซลาร์ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ โดยปริมาณคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นจะสามารถนำไปแลกคะแนนเพื่อใช้เป็นส่วนลดหรือซื้อของต่อไปได้ เช่น ลูกบ้านที่ติดตั้งโซลาร์ 5kw คาร์บอนเครดิตจะถูกคำนวณและสามารถเปลี่ยนเป็นคะแนน The 1 ได้ 600 คะแนนต่อเดือน หรือ 7,200 คะแนนต่อปี โดยในเบื้องต้นตั้งเป้าว่าจะมีลูกบ้านเข้าร่วมโครงการนี้ไม่น้อยกว่า 300 หลังคาเรือน ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณโครงการดีๆ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาด รวมถึงให้โอกาสทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนต่อไป</p>



<p>Source : <a href="https://www.thansettakij.com/climatecenter/net-zero/599214" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ทงเวย-ฟ็อกซ์ อีเอสเอส’ รุกตลาดไทย รับนโยบายรัฐหนุนติดตั้งโซลาร์ครัวเรือน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/tw-solar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Jun 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23347</guid>

					<description><![CDATA[นางสาวลี่ เหยียน&#160;รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจ PV บริษัท ทงเวย โซลาร์ หรือ TW SOLAR กล่าวว่า “ทงเวย ได้ร่วมกับ&#160;บริษัท ซันเดย์ โซลาร์ ซัพพลาย จำกัด&#160;ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายรายใหญ่เพียงรายเดียวในประเทศไทย จัดงาน SHINE ON BANGKOK เพื่อเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์แผงผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์(โซลาร์เซลล์)ใหม่ TNC-G12/G12R ที่มีประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ที่ดีขึ้น และตอบโจทย์ในด้านของการลดต้นทุน รวมทั้งยังมีการออกแบบที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งแบบกระจายตัว ช่วยทำให้ติดตั้งได้มากขึ้น ลดต้นทุนในส่วนของขั้นตอนการให้บริการจากผู้รับเหมาตั้งแต่การออกแบบและติดตั้งทั้งในกลุ่มเชิงพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเป็นการขานรับกับนโยบายของภาครัฐของไทย ที่สนับสนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในภาคครัวเรือน รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อมและขนาดกลางให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ในปี 2566 ตลาดโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงขึ้น และคาดว่าภายในปี 2570 จะมีปริมาณการติดตั้งพลังงานทดแทนเพิ่มเป็น 27% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด สำหรับการจัดจำหน่ายสินค้าทงเวยในตลาดไทย เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมาถือว่ามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก จากการร่วมมือกับ ซันเดย์ โซลาร์ ซัพพลาย ผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งได้ร่วมกันสำรวจความต้องการตลาด อีกทั้งยังเน้นการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า ปรับเปลี่ยนแผนการขาย และการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละราย ทั้งนี้ จากข้อมูลของฝ่ายวิเคราะห์ตลาดของทงเวย พบว่า ในปี 2567 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>นางสาวลี่ เหยียน</strong>&nbsp;รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจ PV บริษัท ทงเวย โซลาร์ หรือ TW SOLAR กล่าวว่า “ทงเวย ได้ร่วมกับ&nbsp;<strong>บริษัท ซันเดย์ โซลาร์ ซัพพลาย จำกัด</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายรายใหญ่เพียงรายเดียวในประเทศไทย จัดงาน SHINE ON BANGKOK เพื่อเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์แผงผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์(โซลาร์เซลล์)ใหม่ TNC-G12/G12R ที่มีประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ที่ดีขึ้น และตอบโจทย์ในด้านของการลดต้นทุน</p>



<p>รวมทั้งยังมีการออกแบบที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งแบบกระจายตัว ช่วยทำให้ติดตั้งได้มากขึ้น ลดต้นทุนในส่วนของขั้นตอนการให้บริการจากผู้รับเหมาตั้งแต่การออกแบบและติดตั้งทั้งในกลุ่มเชิงพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเป็นการขานรับกับนโยบายของภาครัฐของไทย ที่สนับสนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในภาคครัวเรือน รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อมและขนาดกลางให้เพิ่มมากขึ้น</p>



<p>ทั้งนี้ในปี 2566 <strong>ตลาดโซลาร์เซลล์</strong>ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงขึ้น และคาดว่าภายในปี 2570 จะมีปริมาณการติดตั้งพลังงานทดแทนเพิ่มเป็น 27% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด</p>



<p>สำหรับการจัดจำหน่ายสินค้าทงเวยในตลาดไทย เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมาถือว่ามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก จากการร่วมมือกับ ซันเดย์ โซลาร์ ซัพพลาย ผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งได้ร่วมกันสำรวจความต้องการตลาด อีกทั้งยังเน้นการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า ปรับเปลี่ยนแผนการขาย และการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละราย</p>



<p>ทั้งนี้ จากข้อมูลของฝ่ายวิเคราะห์ตลาดของทงเวย พบว่า ในปี 2567 ความต้องการแผงโซลาร์เซลล์ทั่วโลกจะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 647 กิกะวัตต์ หรือขยายตัว 31.73% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนานโยบายที่เป็นประโยชน์นั้นจะส่งผลให้ความต้องการของตลาดในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://image.bangkokbiznews.com/uploads/images/contents/w1024/2024/06/xU9iNqkWoL7eQMv4f1G6.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="‘ทงเวย-ฟ็อกซ์ อีเอสเอส’ รุกตลาดไทย รับนโยบายรัฐหนุนติดตั้งโซลาร์ครัวเรือน"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>ขณะที่ประเทศไทยเองคาดว่า กำลังการติดตั้งสะสมจนถึงปี 2580 จะเพิ่มขึ้นเป็น 8.7 กิ๊กกะวัตต์ จากปี 2565 อยู่ที่ 4.7 กิ๊กกะวัตต์ ซึ่งเป็นการเติบโตมากที่สุดในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ได้แก่ <strong>อัตราค่าไฟฟ้า</strong>ที่สูงขึ้น นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่เพิ่มขึ้น เช่น การลดภาษี และมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่แข็งแกร่ง เช่น ระยะเวลาคืนทุนสั้นลงจาก 8 ปี เหลือเพียง 5 ปี</p>



<p>จากความต้องการที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นในประเทศไทยดังกล่าว ทงเวยจึงได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ TNC-G12/G12R นอกจากแนวคิดที่จะต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์ ยังคำนึงถึงการลดต้นทุนการขนส่ง และต้นทุน BOS (โครงสร้างต้นทุนของอุปกรณ์ระบบโซลาร์เซลล์) จึงได้นำเสนอในรูปแบบแรงดันไฟฟ้าต่ำ โดยการออกแบบนี้ก็เพื่อเพิ่มความเหมาะสมและคุ้มค่าสำหรับระบบแบบกระจายตัว ช่วยทำให้ติดตั้งได้มากขึ้นลดต้นทุนของ EPC ในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม</p>



<p>นอกจากนี้ ทงเวย และ ซันเดย์ โซลาร์ ซัพพลาย ยังได้พันธมิตรสำคัญรายใหญ่ระดับโลก อย่าง Fox ESS (ฟ๊อกซ์ อีเอสเอส) ผู้นำระดับโลกในการพัฒนาอินเวอร์เตอร์ มาร่วมกันผนึกกำลังนำเสนอพลังงานสีเขียวให้กับตลาดประเทศไทยได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น”</p>



<p>ด้าน&nbsp;<strong>นายไลเลน หลิว</strong>&nbsp;รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายขายทั่วโลก ฟ็อกซ์ อีเอสเอส (FOX ESS) เปิดเผยว่า “การจับมือกับ ทงเวย และ ซันเดย์ โซลาร์ ซัพพลาย ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ Fox ESS ที่เข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวและพลังงานสะอาดในภาคพื้นเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>



<p>โดยประเทศไทยถือว่าเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวที่มีความก้าวหน้าและโดดเด่นในด้านพลังงานสะอาดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่มีนัยสำคัญ บริษัทฯจึงอาศัยความได้เปรียบนี้วางแผนการทำงานร่วมกับพันธมิตรต้นน้ำและปลายน้ำ สนับสนุนการเติบโตและการเผยแพร่พลังงานสีเขียวที่ยั่งยืน สู่บ้านเรือนหลายพันหลังในประเทศไทย</p>



<p>“Fox ESS เป็นแบรนด์พลังงานสะอาดชั้นนำระดับโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ในเมืองเหวินโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน มีสาขาในกว่าสิบประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย การมีอยู่ทั่วโลกที่กว้างขวางทำให้ Fox ESS สามารถนำเสนอบริการพลังงานสีเขียวที่เป็นภาษาท้องถิ่นและครอบคลุมแก่ผู้ใช้จำนวนมากทั่วโลก ด้วยความทุ่มเทอย่างแน่วแน่และความเชี่ยวชาญที่กว้างขวาง Fox ESS ได้รับการยกย่องและการยอมรับจากทั่วโลก จนสามารถขึ้นมาเป็นหนึ่งในองค์กรระดับยูนิคอร์นในด้านพลังงานใหม่ระดับโลก” นายไลเลน กล่าว</p>



<p>โดยภายในงาน Fox ESS ได้มีการแนะนำผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์ Grid-tied PV อินเวอร์เตอร์ไฮบริด แบตเตอรี่สำรองพลังงาน และเครื่องชาร์จ EV ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ผลิตภัณฑ์หลักเหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงให้กลุ่มลูกค้าเข้าใจถึงแนวคิดพลังงานสะอาด แต่ยังชี้ให้เห็นถึงแนวทางพลังงานสีเขียวแบบครบวงจรที่ปลอดภัยเชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดไทย</p>



<p>และอีกหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่นำมาบุกตลาดในประเทศไทยคือกลุ่ม “R Series” ที่เป็นผลิตภัณฑ์หลักในกลุ่มของ อินเวอร์เตอร์ Grid-tied PV สำหรับกลุ่ม C &amp; I (Commercial and Industrial) หรือกลุ่มลูกค้าในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม มีขนาด 75-125 kW และมีมาตรฐานการกันน้ำและกันผุ่นระดับ IP66 นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงทางเทคโนโลยีเพื่อใช้ร่วมกันกับผลิตภัณฑ์แผงโซลาร์เซลล์ชนิด n-type ซึ่งมีกระแสไฟฟ้าสูง และผลลัพธ์ที่ได้คือมีประสิทธิภาพสูงถึง 98.6% ถือว่าสูงที่สุดในรุ่นที่มีในตลาด ซึ่งนับว่าเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ</p>



<p>Source : <a href="https://www.bangkokbiznews.com/environment/1130300" target="_blank" rel="noopener">กรุงเทพธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พพ. จ่อชง ครม. อนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อป 9 หมื่นครัวเรือน คาดใช้จริง ก.ค. 2567</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/solar-rooftop-taxes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Jun 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23344</guid>

					<description><![CDATA[กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เสนอ 2 มาตรการต่อรัฐมนตรีพลังงานแล้ว คือ “มาตรการลดภาษีสำหรับผู้ติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป” และ “มาตรการลดหย่อนภาษีในส่วนของนิติบุคคลที่มีค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ใน 13 รายการ” เพื่อเตรียมยื่น ครม. เห็นชอบเร็วๆนี้ คาดเริ่มใช้จริง ก.ค. 2567 คงเป้าหมายเดิมที่กลุ่มบ้านอยู่อาศัย 9 หมื่นครัวเรือนที่ติดโซลาร์รูฟท็อปไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ วงเงินไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี   นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เผยความคืบหน้ามาตรการลดภาษีสำหรับผู้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ว่า พพ. ได้นำมาตรการดังกล่าวเสนอต่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขรายละเอียด เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้ โดยคาดว่าจะประกาศใช้ได้จริงประมาณเดือน ก.ค. 2567 นี้ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิมที่คาดว่าจะได้ใช้จริงในเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2567 โดย พพ. ยังคงเป้าหมายเดิม คือให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีกับกลุ่มบ้านอยู่อาศัย 9 หมื่นครัวเรือน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เสนอ 2 มาตรการต่อรัฐมนตรีพลังงานแล้ว คือ “มาตรการลดภาษีสำหรับผู้ติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป” และ “มาตรการลดหย่อนภาษีในส่วนของนิติบุคคลที่มีค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ใน 13 รายการ” เพื่อเตรียมยื่น ครม. เห็นชอบเร็วๆนี้ คาดเริ่มใช้จริง ก.ค. 2567 คงเป้าหมายเดิมที่กลุ่มบ้านอยู่อาศัย 9 หมื่นครัวเรือนที่ติดโซลาร์รูฟท็อปไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ วงเงินไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี  </p>



<p><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) </strong>เผยความคืบหน้ามาตรการลดภาษีสำหรับผู้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ว่า พพ. ได้นำมาตรการดังกล่าวเสนอต่อ <strong>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน </strong>เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขรายละเอียด เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้ โดยคาดว่าจะประกาศใช้ได้จริงประมาณเดือน ก.ค. 2567 นี้ ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิมที่คาดว่าจะได้ใช้จริงในเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2567</p>



<p>โดย พพ. ยังคงเป้าหมายเดิม คือให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีกับกลุ่มบ้านอยู่อาศัย 9 หมื่นครัวเรือน ซึ่งเบื้องต้นระยะเวลาของมาตรการดังกล่าวน่าจะกำหนดใช้เพียง 2 ปี คือ ระหว่างปี 2567-2569 ซึ่งจะลดหย่อนภาษีให้ผู้ติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป เฉพาะกลุ่มบ้านอยู่อาศัย ที่เน้นการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองภายในบ้าน และมีระบบโซลาร์รูฟท็อปไม่เกิน 10 กิโลวัตต์&nbsp; วงเงินไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย ซึ่งกระทรวงการคลังจะออกหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีที่ชัดเจนต่อไป เช่น ให้ 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ สำหรับติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปใน 3 ปี เป็นต้น</p>



<p>อย่างไรก็ตามคาดว่ามาตรการลดภาษีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปนี้ จะช่วยให้เกิดการลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปประมาณ 20,250 ล้านบาท และช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ 585 ล้านหน่วยต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ได้ประมาณ 9,000 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,100 ล้านบาท รวมทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 0.28 ล้านตันต่อปี</p>



<p>นอกจากนี้ พพ. จะนำเสนอ ครม. พิจารณาในคราวเดียวกัน เพื่อขออนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษีในส่วนของนิติบุคคลที่มีค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ใน 13 รายการดังนี้ &nbsp;ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, เครื่องปรับอากาศ, ตู้เย็นแสดงสินค้า, เครื่องสูบน้ำอัตโนมัติ, เครื่อง VSD, เครื่องอัดอากาศแบบลูกสูบ, ปั๊มความร้อน, เครื่องเชื่อมไฟฟ้า, ฟิล์มติดกระจก, สีทาอาคาร, มอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำ และกระจก ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ต้องเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานเบอร์ 5 ด้วย</p>



<p>โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์ดังกล่าวไปลดหย่อนภาษีได้ แบบทยอยหักต่อเนื่อง 5 ปีภาษี ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าสะสม 5 ปี ได้ 29,020 ล้านหน่วยต่อปี และยังช่วยลดการนำเข้า Spot LNG หรือ ก๊าซธรรมชาติเหลวในราคาตลาดจรได้ 203 ล้าน MMBTU หรือคิดเป็นมูลค่า 105,551 ล้านบาท และลดการสะสมก๊าซเรือนกระจกได้ด้วย</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%9e%e0%b8%9e-%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพลังงาน หนุน 300 ครัวเรือนบนเกาะหมากน้อย พังงา มีไฟฟ้าใช้ 24 ชั่วโมงจากระบบโซลาร์เซลล์</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/300-households-on-koh-mak-noi/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 May 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23288</guid>

					<description><![CDATA[300 ครัวเรือนบนเกาะหมากน้อย จังหวัดพังงา จะมีไฟฟ้าใช้และจ่ายค่าไฟถูกลงจากโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และโครงข่ายสายส่งขนาดเล็กภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงพลังงานผ่านกลไกกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  เกาะหมากน้อย ขนาดพื้นที่รวม 9,500 ไร่ เป็นเกาะที่อยู่ในเขตจังหวัดพังงาแต่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือแหลมสัก จังหวัดกระบี่ เดินทางด้วยเรือเพียงประมาณ 20 นาที&#160;&#160;แต่ชุมชนบนเกาะที่มีอยู่ กว่า 358 ครัวเรือน มีไฟฟ้าใช้กันอยู่ในปัจจุบันเพียง 30 ครัวเรือน อย่างไรก็ตามด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานผ่านกลไกของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปีงบประมาณ 2565และ2566 จะทำให้ชุมชนบนเกาะแห่งนี้ครอบคลุม 300 ครัวเรือน พร้อมด้วย โรงเรียนและ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน&#160;&#160;จะมีไฟฟ้าใช้ตลอด 24 ชั่วโมงและจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนถูกลง ในอดีตเมื่อปี 2546 ที่ผ่านมา กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้เข้ามาสนับสนุนให้โรงเรียนเกาะหมากน้อย มีไฟฟ้าใช้ด้วยระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์แล้ว แต่ชุดอุปกรณ์ติดตั้งดังกล่าวมีความชำรุดและต้องหยุดใช้งาน จนในปี 2561 กระทรวงพลังงานผ่านกลไกสนับสนุนของกองทุนฯ ได้อนุมัติให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์&#160;&#160;ระบบอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ชุดใหม่ ที่ยังมีการใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน&#160;&#160;และเมื่อปี 2564 ชุมชนเกาะหมากน้อย ก็ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนอีก 21 ล้านบาท สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโซลาร์เซลล์ Solar Floating กำลังผลิตติดตั้ง 200 กิโลวัตต์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>300 ครัวเรือนบนเกาะหมากน้อย จังหวัดพังงา จะมีไฟฟ้าใช้และจ่ายค่าไฟถูกลงจากโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และโครงข่ายสายส่งขนาดเล็กภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงพลังงานผ่านกลไกกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน </p>



<p>เกาะหมากน้อย ขนาดพื้นที่รวม 9,500 ไร่ เป็นเกาะที่อยู่ในเขตจังหวัดพังงาแต่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือแหลมสัก จังหวัดกระบี่ เดินทางด้วยเรือเพียงประมาณ 20 นาที&nbsp;&nbsp;แต่ชุมชนบนเกาะที่มีอยู่ กว่า 358 ครัวเรือน มีไฟฟ้าใช้กันอยู่ในปัจจุบันเพียง 30 ครัวเรือน อย่างไรก็ตามด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานผ่านกลไกของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปีงบประมาณ 2565และ2566 จะทำให้ชุมชนบนเกาะแห่งนี้ครอบคลุม 300 ครัวเรือน พร้อมด้วย โรงเรียนและ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน&nbsp;&nbsp;จะมีไฟฟ้าใช้ตลอด 24 ชั่วโมงและจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนถูกลง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5939-1024x768.jpeg" alt="" class="wp-image-53255"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เมื่อปี 2546 สำหรับโรงเรียนเกาะหมากน้อย ซึ่งปัจจุบันชำรุดและเลิกใช้งานแล้ว</figcaption></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5927.jpeg" alt="" class="wp-image-53256"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ ของโรงเรียนเกาะหมากน้อย ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2561 ซึ่งปัจจุบันยังคงใช้งานได้</figcaption></figure>
</div>


<p>ในอดีตเมื่อปี 2546 ที่ผ่านมา กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้เข้ามาสนับสนุนให้โรงเรียนเกาะหมากน้อย มีไฟฟ้าใช้ด้วยระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์แล้ว แต่ชุดอุปกรณ์ติดตั้งดังกล่าวมีความชำรุดและต้องหยุดใช้งาน จนในปี 2561 กระทรวงพลังงานผ่านกลไกสนับสนุนของกองทุนฯ ได้อนุมัติให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์&nbsp;&nbsp;ระบบอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ชุดใหม่ ที่ยังมีการใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;&nbsp;และเมื่อปี 2564 ชุมชนเกาะหมากน้อย ก็ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนอีก 21 ล้านบาท สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโซลาร์เซลล์ Solar Floating กำลังผลิตติดตั้ง 200 กิโลวัตต์ พร้อมระบบแบตเตอรี่ลิเทียมขนาดความจุ 300 กิโลวัตต์ชั่วโมง และโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าระยะทาง 2.2 กิโลเมตร ซึ่งช่วยให้ครัวเรือน จำนวน 30 ครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้ ตลอด 24 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายไฟฟ้าเฉลี่ย 600-1000 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน จากช่วงก่อนหน้าที่จะมีการติดตั้งโครงการดังกล่าว&nbsp;&nbsp;ชาวบ้านจะมีไฟฟ้าใช้ เฉพาะช่วง 18.30-22.30 น. ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 800 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5920-1024x684.jpeg" alt="" class="wp-image-53257"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ปลัดกระทรวงพลังงานถ่ายรูปร่วมกับตัวแทนชุมชนเกาะหมากน้อยและคณะสื่อมวลชน</figcaption></figure>
</div>


<p>โดยเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567&nbsp;<strong>นายประเสริฐ&nbsp;&nbsp;สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;นำคณะซึ่งประกอบด้วย&nbsp;<strong>นายเพทาย หมุดธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน&nbsp;</strong>&nbsp;พลังงานจังหวัดพังงา พลังงานจังหวัดกระบี่ และสื่อมวลชนสายพลังงาน เยี่ยมชมโครงการผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์ของเกาะหมากน้อย ตำบลเกาะปันหยี จังหวัดพังงา ที่ได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน&nbsp;&nbsp;กระทรวงพลังงาน โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และผู้อำนวยการโรงเรียนเกาะหมากน้อย ให้การต้อนรับ&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5942-1024x684.jpeg" alt="" class="wp-image-53252"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ระหว่างเยี่ยมชมโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยระบบโซลาร์เซลล์ที่โรงเรียนเกาะหมกน้อย</figcaption></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5938-1024x842.jpeg" alt="" class="wp-image-53253"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน (ที่สองจากขวา) และ เพทาย หมุดธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน มอบพัดลมไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนเกาะหมากน้อย</figcaption></figure>
</div>


<p><strong>นายประเสริฐ</strong>&nbsp;&nbsp;กล่าวภายหลังการเยี่ยมชมโครงการว่า ปัจจุบันบนเกาะหมากน้อยมีการผลิตไฟฟ้าจาก 3 แหล่ง คือ 1. ระบบMicro-Grid ผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์ (Solar Floating) ที่สนับสนุนโดย กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ปีงบประมาณ 2564 ซึ่งดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;&nbsp;2. ระบบโซลาร์โฮม ที่ชุมชนลงทุนติดตั้งเอง และระบบโซลาร์โฮมแบบเติมเงินที่เอกชนลงทุนผ่านกลุ่มบริหารจัดการโดยชุมชนนำร่อง 10 ครัวเรือน 3. ระบบผลิตไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟฟ้าน้ำมันดีเซลของเอกชน ซึ่งระบบนี้มีเวลาบริการจำกัดเพียง 4 ชั่วโมงต่อวัน ระหว่าง 18.30 – 22.30 น. ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ และไม่ครอบคลุมทุกครัวเรือน อีกทั้งยังไม่ครอบคลุมถึงพื้นที่สาธารณะและถนน ทำให้ไม่มีความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตเท่าที่ควร ในขณะที่ยังมีหน่วยงานส่วนราชการบนเกาะที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมงอยู่ด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5941-1024x768.jpeg" alt="" class="wp-image-53251"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ระบบMicro-Grid ผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์ (Solar Floating) ที่สนับสนุนโดย กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ปีงบประมาณ 2564.</figcaption></figure>
</div>


<p>ดังนั้นกระทรวงพลังงานจึงมีแนวทางที่จะขยายผลด้วยการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อทดแทนการใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบนเกาะหมากน้อย ให้ 300 ครัวเรือนบนเกาะ รวมทั้ง โรงเรียน โรงพยาบาลส่วนตำบล ได้มีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึง&nbsp;</p>



<p>โดยในเฟสที่สองได้ดำเนินการของบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพิ่มเติม ภายใต้งบประมาณปี 2565&nbsp;&nbsp;เพื่อเพิ่มกำลังผลิตติดตั้งอีก&nbsp;&nbsp;100 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ลิเทียม ขนาดความจุ 200 กิโลวัตต์ชั่วโมง โครงข่ายสายส่งขนาดเล็ก ระยะทาง 4.2 กิโลเมตร ที่จะจ่ายไฟฟ้าครอบคลุม เพิ่มเป็น 200 ครัวเรือน ปัจจุบันส่วนนี้ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ&nbsp;&nbsp;เนื่องจากอยู่ระหว่างการขอขยายเวลาก่อหนี้ผูกพัน&nbsp;</p>



<p>ส่วนแนวทางการดำเนินการเฟสสาม ได้ของบจากกองทุนฯปี 2566 เพื่อเพิ่มกำลังผลิตอีก 50 กิโลวัตต์&nbsp;&nbsp;แบตเตอรี่อีก 300 กิโลวัตต์ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;ระบบสายส่งขนาดเล็กระยะทาง 0.8 กิโลเมตร&nbsp;&nbsp;ครอบคลุม 300 ครัวเรือน โดยอยู่ระหว่างพิจารณาโครงการ</p>



<p>ทั้งนี้การจะให้ทั้ง 358 ครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้ทั้งหมดจะต้องดำเนินการรวม 4 เฟส โดยจะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าให้ได้ขนาดกำลังผลิตรวม 400 กิโลวัตต์&nbsp;&nbsp;แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานขนาดรวม 1,200 กิโลวัตต์ชั่วโมงและสายส่งรวมทั้งสิ้น 9.5 กิโลเมตร&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/05/IMG_5908-1024x684.jpeg" alt="" class="wp-image-53254"/><figcaption class="wp-element-caption"><br>ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ระหว่างตรวจความดันที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน พร้อมรับฟังประเด็นปัญหาความจำเป็นที่โรงพยายาลต้องมีไฟฟ้าใช้ตลอด 24ชั่วโมง รองรับอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยบนเกาะ</figcaption></figure>
</div>


<p>ในภาพรวมระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่และโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  กระทรวงพลังงาน นั้น ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนบนเกาะหมากน้อยให้ดีขึ้น โดยในส่วนของโรงเรียน ที่จะมีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับสื่อการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น ในขณะที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน  ก็มีอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในการรักษาคนในชุมชนที่ต้องการไฟฟ้าตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง  อย่างไรก็ตาม การผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์นั้นจำเป็นต้องมีการใช้งานและบำรุงรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและมีประสิทธิภาพ จึงมีความสำคัญที่คนในชุมชนจะต้องได้รับการฝึกอบรมด้วยความช่วยเหลือจากพลังงานจังหวัดพังงา ที่จะต้องช่วยเป็นพี่เลี้ยง  ซึ่งผู้นำชุมชนเกาะหมากน้อย สะท้อนความคิดเห็นว่า การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เชลล์ที่ชุมชนได้รับการช่วยเหลือจากกระทรวงพลังงานในครั้งนี้นั้น ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับชุมชน ที่จะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และปรับตัว จากที่คุ้นเคยกับระบบเครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมัน มายาวนาน</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99-300-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;เสนา&#8221; เตรียมแผนศึกษาโซลาร์เจนใหม่ติดอาคารทุกรูปแบบ</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/sena-new-solar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 May 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23268</guid>

					<description><![CDATA[กระแสการใช้งานโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้ากำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนซึ่งประชาชนทั่วไปต่างก็มีความต้องการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายราคาสูงจากค่าไฟต่อหน่วยที่เพิ่มมากซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ&#160;SENA&#160;คือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มองเห็นแนวโน้มความต้องการดังกล่าว และมีการพัฒนารูปแบบการติดตั้งโซลาร์เซลล์กับที่อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ &#8220;ฐานเศรษฐกิจ&#8221; ถือโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ &#8220;ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์&#8221; กรรมการผู้จัดการ SENA ถึงแนวโน้มการใช้งานโซลาร์&#160;และแผนการพัฒนาในระยะต่อไป &#160; เพิ่มประสิทธิภาพโซลาร์ ผศ.ดร.เกษรา ระบุว่า ปี 2567 เสนาฯ มีเป้าหมายการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ที่มุ่งเน้นการหานวัตกรรมใหม่ ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับพันธมิตรประเทศญี่ปุ่น ศึกษาในด้านประสิทธิภาพ และชนิดของแผงโซลาร์รุ่นใหม่ พบว่า ปัจจุบันมีความหลากหลายต่อการติดตั้ง สำหรับอาคารประเภทต่างๆ มากขึ้น รวมถึงอุปกรณ์แปลงไฟ (Inverter) ที่จากเดิมมีขนาดใหญ่ ก็มีสเกลลดลง ทำให้ตอบสนองต่อการใช้งานที่ประสิทธิภาพสูง รวมถึงราคาที่ลดลง&#160;&#160; ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาส่งเสริมการทำตลาดอสังหาฯ ในอนาคต ที่มีทิศทางและแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นของตลาดพลังงานสะอาด ทั้งในรูปแบบติดตั้งในที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทุกภาคส่วนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น จากต้นทุนค่าพลังงานต่อหน่วยที่ลดลง รวมถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง&#160; &#8220;เสนา&#8221; เตรียมแผนศึกษาโซลาร์เจนใหม่ติดอาคารทุกรูปแบบ  “เสนาฯ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>กระแสการใช้งานโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้ากำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนซึ่งประชาชนทั่วไปต่างก็มีความต้องการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายราคาสูงจากค่าไฟต่อหน่วยที่เพิ่มมากซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย</p>



<p>บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ&nbsp;<strong>SENA&nbsp;</strong>คือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มองเห็นแนวโน้มความต้องการดังกล่าว และมีการพัฒนารูปแบบการติดตั้งโซลาร์เซลล์กับที่อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>ทั้งนี้ &#8220;ฐานเศรษฐกิจ&#8221; ถือโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ &#8220;<strong>ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์</strong>&#8221; กรรมการผู้จัดการ SENA ถึงแนวโน้มการใช้งานโซลาร์&nbsp;และแผนการพัฒนาในระยะต่อไป &nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เพิ่มประสิทธิภาพโซลาร์</h3>



<p>ผศ.ดร.เกษรา ระบุว่า ปี 2567 เสนาฯ มีเป้าหมายการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ที่มุ่งเน้นการหานวัตกรรมใหม่ ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับพันธมิตรประเทศญี่ปุ่น ศึกษาในด้านประสิทธิภาพ และชนิดของแผงโซลาร์รุ่นใหม่ พบว่า ปัจจุบันมีความหลากหลายต่อการติดตั้ง สำหรับอาคารประเภทต่างๆ มากขึ้น รวมถึงอุปกรณ์แปลงไฟ (Inverter) ที่จากเดิมมีขนาดใหญ่ ก็มีสเกลลดลง ทำให้ตอบสนองต่อการใช้งานที่ประสิทธิภาพสูง รวมถึงราคาที่ลดลง&nbsp;<br>&nbsp;</p>



<p>ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาส่งเสริมการทำตลาดอสังหาฯ ในอนาคต ที่มีทิศทางและแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นของตลาดพลังงานสะอาด ทั้งในรูปแบบติดตั้งในที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทุกภาคส่วนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น จากต้นทุนค่าพลังงานต่อหน่วยที่ลดลง รวมถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-center"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="533" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2024/05/bWlcqbYCmM3mmU8gdHlz.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="&quot;เสนา&quot; เตรียมแผนศึกษาโซลาร์เจนใหม่ติดอาคารทุกรูปแบบ"><br><em>&#8220;เสนา&#8221; เตรียมแผนศึกษาโซลาร์เจนใหม่ติดอาคารทุกรูปแบบ</em><br>  <br>“เสนาฯ ได้ร่วมกับพันธมิตรจากญี่ปุ่นทดลองศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ในการนำแผงโซลาร์แบบงอได้ และแผงโซลาร์ที่ผลิตพลังงานจากแสงนีออน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ติดตั้งกับตึกและอาคารต่างๆ ที่มีพื้นในการติดตั้งจำกัด ทำให้แผงโซลาร์สามารถเป็นส่วนประกอบของการออกแบบอาคารประหยัดพลังงานได้มากยิ่งขึ้น มีน้ำหนักที่เบา และไม่จำเป็นต้องติดบนหลังคาเพียงอย่างเดียว ซึ่งนับเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เสนาฯ ให้ความสนใจและต้องเร่งศึกษา เนื่องจากในอนาคตอาคารขนาดใหญ่มีเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการใช้พลังงานของอาคาร” </p>



<p>นอกจากประชาชนต้องการติดตั้งเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นแล้ว ภาครัฐยังให้ความสำคัญในเรื่องของนโยบาย หรือการสนับสนุนให้ภาคครัวเรือนหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยให้ประชาชนสามารถขายไฟคืนรัฐในนโยบายการรับซื้อโซลาร์ภาคประชาชนราคา 2.20 บาท /หน่วย ซึ่งมองว่ายังไม่เป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากเท่าที่ควร หากเพิ่มราคารับซื้อที่แพงกว่านี้ หรือ 3 บาท/หน่วย จะสามารถกระตุ้นให้ประชาชนหันมาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">บ้านพลังงานเป็นศูนย์-คอนโด Low Carbon</h3>



<p>การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ได้มีการนำโซลูชั่นมาพัฒนาธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯได้ก้าวข้ามบ้านโซลาร์สู่การเป็นบ้านประหยัดพลังงาน หรือการทำกรีนโซลูชั่นเพิ่ม ซึ่งเป็นการยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง สู่การเป็นบ้านพลังงานเป็นศูนย์ หรือ Zero Energy House (ZEH) และคอนโด Low Carbon โดยนำวิธีคิดต่างๆ มาผสมผสาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการใช้พลังงานและสอดรับกับภูมิอากาศของประเทศ ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง และสุขภัณฑ์ต่างๆ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการให้บริการ EV Ready หรือการติดตั้งเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า (EV Charger) เพื่อรองรับกระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันและอนาคต อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าโครงการต่างๆ ของเสนาฯ โดยคำนึงถึงหลักการออกแบบ 3 ขั้นตอน ดังนี้ &nbsp;&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-center"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="534" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2024/05/oEBXembNuHGshhGAlXT6.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="&quot;เสนา&quot; เตรียมแผนศึกษาโซลาร์เจนใหม่ติดอาคารทุกรูปแบบ"><br><em>&#8220;เสนา&#8221; เตรียมแผนศึกษาโซลาร์เจนใหม่ติดอาคารทุกรูปแบบ</em></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Active Design การออกแบบอาคารให้มีความยั่งยืนด้านการใช้พลังงาน โดยการนำเทคโนโลยี </li>



<li>หรืออุปกรณ์ทันสมัยเข้ามาช่วยในการออกแบบ เช่น เซนเซอร์ควบคุมระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง, การใช้เครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงาน </li>



<li>Passive design การออกแบบอาคารให้มีความสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม เช่น ทิศทางลม และแสงแดด เป็นต้น</li>



<li>การมีระบบผลิตพลังงานใช้เองจากพลังงานหมุนเวียน เช่น การนำพลังงานจากแสงอาทิตย์ (Solar Cell) มาสร้างเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อใช้ภายในบ้านให้สอดคล้องกับสภาพอากาศของเมืองไทย และการอยู่อาศัยภายในบ้าน ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในบ้านให้เหมาะสมแต่ละฤดูกาล ผสมผสานการใช้พลังงานที่ใช้ได้เองอย่างมีประสิทธิผล </li>
</ul>



<p>ผศ.ดร.เกษรา ระบุอีกว่า ปัจจุบันเสนาได้ทำการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้กับลูกค้า ทั้งบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม กว่า 1,000 หลัง คิดเป็นการผลิตไฟฟ้ามากกว่า 100 เมกะวัตต์ โดยตั้งเป้าปีนี้จะติดตั้งโซลาร์ สำหรับกลุ่ม B2C จำนวน 1,800 หลัง ปัจจุบันมีโรงผลิตไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 2 แห่ง คือ จ.สระบุรี และ จ.นครปฐม มีกำลังการผลิตไฟฟ้า รวมขนาดการติดตั้งอยู่ที่ 46.5 เมกะวัตต์ โดยปีนี้ตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 20 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน </p>



<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เสนาพยายามศึกษาและพัฒนาไม่ใช่เพียงแค่การติดตั้งโซลาร์ แต่เสนาต้องการทำให้ผู้บริโภคได้ใช้ชีวิตแบบ Sustainability Way Long life เพื่อการพัฒนาธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน และทุกคนเข้าถึงบ้านประหยัดพลังงาน ที่ไม่ต้องจ่ายแพงขึ้น โดยเสนาฯ ได้คิดค้นนวัตรกรรม บริหารต้นทุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงองค์ประกอบที่สมดุล (Compromise) ทั้งในด้านการออกแบบ &nbsp;การเลือกวัสดุอุปกรณ์การติดตั้ง และเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์ให้บ้านประหยัดพลังงานได้ เพื่อคนทุกกลุ่ม แม้จะเป็นความท้าท้ายของการพัฒนาโครงการก็ตาม เพื่อปิดโจทย์ความเชื่อว่า “การรักษ์โลก ต้องจ่ายแพงขึ้น” สิ่งเหล่านี้ ทำให้เราได้พยายามคิดโซลูชั่นต่างๆ เพื่อการเข้าถึงที่อยู่อาศัยรักษ์โลกอย่างแท้จริง</p>



<p>Source : <a href="https://www.thansettakij.com/sustainable/energy/596175" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สาธารณสุข ลด&#8217;คาร์บอน&#8217; ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในหน่วยงาน 1,496 แห่ง</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/public-health-reduces-carbon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 May 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23261</guid>

					<description><![CDATA[ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ได้มีการใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดภาวะโลกร้อน กำหนดนโยบาย Smart Energy and Climate Action (SECA) ให้หน่วยงานในสังกัดติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ล่าสุดติดตั้งแล้ว 1,496 แห่ง ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 43,137.43 tonCo2/ปี ลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 392 ล้านบาท/ปี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ทั้งการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด การเกิดโรคติดต่อ และภัยจากสภาพอากาศที่รุนแรงต่างๆ กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบาย Smart Energy and Climate Action (SECA) : พลังงานอัจฉริยะ และการดำเนินการที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ทุกหน่วยงานในสังกัดใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการสูญเสียพลังงานอย่างไร้ประโยชน์ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งข้อมูลล่าสุดถึงเดือนเมษายน 2567 หน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งหมด 1,857 แห่ง ได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แล้ว 1,496 แห่ง คิดเป็น 82.02 % ขนาดกำลังการผลิตรวม 75,806.09 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ได้มีการใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดภาวะโลกร้อน กำหนดนโยบาย Smart Energy and Climate Action (SECA) ให้หน่วยงานในสังกัดติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>



<p>ล่าสุดติดตั้งแล้ว 1,496 แห่ง ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 43,137.43 tonCo2/ปี ลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 392 ล้านบาท/ปี</p>



<p><strong>นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข </strong>กล่าวว่า  ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ทั้งการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด การเกิดโรคติดต่อ และภัยจากสภาพอากาศที่รุนแรงต่างๆ กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบาย Smart Energy and Climate Action (SECA) : พลังงานอัจฉริยะ และการดำเนินการที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ทุกหน่วยงานในสังกัดใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>ป้องกันการสูญเสียพลังงานอย่างไร้ประโยชน์ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งข้อมูลล่าสุดถึงเดือนเมษายน 2567 หน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งหมด 1,857 แห่ง</p>



<p>ได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แล้ว 1,496 แห่ง คิดเป็น 82.02 % ขนาดกำลังการผลิตรวม 75,806.09 กิโลวัตต์ ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 43,137.43 tonCo2/ปี สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 392,238,903 บาท/ปี โดยยังมีหน่วยงานที่อยู่ระหว่างการดำเนินการอีก 206 แห่ง</p>



<p>ภายใต้<strong>นโยบาย SECA</strong>&nbsp;ยังมีการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ด้วยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อการประหยัดพลังงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้พลังงาน 20%&nbsp;ส่งเสริมการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า (EV), การปรับปรุง และก่อสร้างอาคารอนุรักษ์พลังงาน (Energy Building), การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโรงพยาบาล, การเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ทางไกลเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยที่ไปรับบริการแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล, การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการมูลฝอย/น้ำเสีย โดยใช้หลัก 3R (Reduce, Reuse, Recycle)</p>



<p>รวมถึงการรณรงค์ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ทั้งนี้ มีงานวิจัยของหลายหน่วยงานคาดการณ์ว่า หากการลดก๊าซเรือนกระจกของทุกประเทศยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 2-3 องศาเซลเซียสในปลายศตวรรษนี้ ดังนั้น&nbsp;<strong>การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดภาวะเรือนกระจก จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคน ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันดำเนินการอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง</strong></p>



<p>Source : <a href="https://www.bangkokbiznews.com/environment/1127219" target="_blank" rel="noopener">กรุงเทพธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
