<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เชื้อเพลิงชีวภาพ &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Sun, 01 May 2022 15:03:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>เชื้อเพลิงชีวภาพ &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สกนช.ขีดเส้นยกเลิกชดเชยราคาเชื้อเพลิงชีวภาพภายในปี 2569</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/b100/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 May 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20243</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ขีดเส้นยกเลิกชดเชยราคาเชื้อเพลิงชีวภาพไม่เกินปี 2569 โดยเลื่อนไปจากกำหนดเดิม 2 ปี เพื่อให้เกษตรกร, ผู้ผลิตไบโอดีเซลและเอทานอลเตรียมความพร้อม ด้านผู้ผลิตเอทานอล ชี้ต้องปรับตัวหันไปส่งออกเอทานอลหรือนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มโดยผลิตพลาสติกชีวภาพแทน]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ขีดเส้นยกเลิกชดเชยราคาเชื้อเพลิงชีวภาพไม่เกินปี 2569 โดยเลื่อนไปจากกำหนดเดิม 2 ปี เพื่อให้เกษตรกร, ผู้ผลิตไบโอดีเซลและเอทานอลเตรียมความพร้อม ด้านผู้ผลิตเอทานอล ชี้ต้องปรับตัวหันไปส่งออกเอทานอลหรือนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มโดยผลิตพลาสติกชีวภาพแทน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/04/1651203950214-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-28874"/></figure></div>



<p>​<strong>นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.)</strong>&nbsp;เปิดเผยในระหว่างการพาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมกระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพจากเอทานอล ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ระหว่างวันที่ 28 – 29 เม.ย. 2565 ว่า สกนช.จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ที่กำหนดให้ยกเลิกการชดเชยราคาเชื้อเพลิงชีวภาพภายใน 3 ปี ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 24 ก.ย. 2565 นี้ ดังนั้น สกนช. จึงต้องเข้ามาเก็บข้อมูลความต้องการของเกษตรกรและภาคเอกชนธุรกิจน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์​ หรือ ผู้ผลิต B100 และผู้ผลิตเอทานอล</p>



<p>อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้เก็บข้อมูลด้าน B100 ไปแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บข้อมูลด้านเอทานอล โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(กบน.) ขอเลื่อนการใช้มาตรการยกเลิกชดเชยราคาเชื้อเพลิงชีวภาพออกไปอีก 2 ปี ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้ขอขยายเวลาดำเนินการได้ 2 ครั้ง ไม่เกินครั้งละ 2 ปี ซึ่งท้ายที่สุดมาตรการนี้จะต้องใช้จริงไม่เกินปี 2569</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/04/1651203957810-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-28875"/><figcaption>สกนช. นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมกระบวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพจากเอทานอล ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ระหว่างวันที่ 28 – 29 เม.ย. 2565</figcaption></figure></div>



<p>การขยายเวลาดังกล่าวจะช่วยให้ทุกฝ่ายได้มีเวลาเตรียมความพร้อมนานขึ้น โดยระหว่าง 2 ปีนี้ ทางสกนช. จะต้องดำเนินการใน 2 ส่วนคือ 1.ส่งสัญญาณให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันและอ้อย รับทราบข้อมูลว่า สกนช.ต้องยกเลิกชดเชยราคาในอนาคต เพื่อให้เกษตรกรเตรียมความพร้อมด้านการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในอนาคต 2.หากกระทรวงพลังงานกำหนดน้ำมันชนิดใดเป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศแล้ว ทาง สกนช.ก็พร้อมส่งเสริมด้วยการใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ สร้างส่วนต่างราคาจูงใจให้ประชาชนหันไปใช้น้ำมันชนิดนั้นมากขึ้น</p>



<p>ทั้งนี้จากการรับฟังข้อมูลพบว่า ผู้ประกอบการ B100 ยังไม่พร้อม แต่ผู้ประกอบการเอทานอลได้เตรียมพร้อมบ้างแล้ว โดยจะหันไปส่งออกเอทานอล หรือสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการผลิตพลาสติกชีวภาพ ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมถึงการผลิตกระแสไฟฟ้ารองรับทิศทางการใช้รถยนต์ไฟฟ้า(EV) ที่จะเข้ามาแทนที่รถที่ใช้น้ำมันมากขึ้น เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/04/1651204812463-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-28873"/></figure></div>



<p><strong>นายผรินทร์ อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการตลาด กลุ่มมิตรผล</strong>&nbsp;กล่าวว่า เอทานอลเป็นพลังงานทดแทนที่ผลิตได้จากอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในประเทศไทย ซึ่งมีการพัฒนาและยกระดับขั้นตอนการผลิตตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว และแปรรูป ที่ช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกกระบวนการผลิต รวมทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับรายได้ของเกษตรกรด้วย</p>



<p><br>โดยตลอดระยะเวลากว่า 17 ปี ที่ประเทศไทยมีการส่งเสริมและใช้เอทานอลเป็นพลังงานทดแทนนั้น สามารถกระจายรายได้สู่เกษตรกรชาวไร่อ้อยจำนวน 2 ล้านราย กว่า 120,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10,000 ล้านบาท จากการเพิ่มมูลค่าให้กับกากน้ำตาล (โมลาส) ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการนำเข้าน้ำมันดิบ 12,000 ล้านลิตร มูลค่า 175,000 ล้านบาท ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 35 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยบริษัทฯ มีโรงงานผลิตเอทานอลตั้งอยู่ใน 4 จังหวัด มีกำลังการผลิตรวม 1.5 ล้านลิตรต่อวัน หรือ 500 ล้านลิตรต่อปี ใช้วัตถุดิบจากน้ำอ้อยและกากน้ำตาล (โมลาส)</p>



<p>ทั้งนี้ เมื่อประเทศไทยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนความยั่งยืน มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2065 การสนับสนุนการผลิตและการใช้เอทานอล ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนจากพืชที่ปลูกได้ในประเทศไทยและมีกระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายดังกล่าว</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/สกนช-ขีดเส้นยกเลิกชดเชย/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครื่องบินแอร์บัส A380 ทดสอบใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ 100% สำเร็จเป็นครั้งแรก</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/airbus-a380/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Apr 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[airbus a380]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20162</guid>

					<description><![CDATA[เครื่องบินแอร์บัส A380 รุ่น Airbus ZEROe Demonstrator ได้รับการปรับแต่งพิเศษให้รองรับการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงชีวภาพ 100% บรรทุกเชื้อเพลิงน้ำหนัก 27 ตัน บริษัทแอร์บัสหนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำของโลกประสบความสำเร็จในการทดสอบนำเครื่องบินแอร์บัส A380&#160;รุ่น&#160;Airbus ZEROe Demonstrator&#160;บินขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ 100% นับเป็นเครื่องบินลำที่ 3 ของบริษัทที่ได้รับการทดสอบใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนก่อนปี 2030&#160; การทดสอบมีขึ้นในวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เครื่องบินแอร์บัส A380 รุ่น Airbus ZEROe Demonstrator ได้รับการปรับแต่งพิเศษให้รองรับการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงชีวภาพ 100% บรรทุกเชื้อเพลิงน้ำหนัก 27 ตัน พัฒนาโดยบริษัท TotalEnergies โดยใช้กระบวนปรับแต่งน้ำมันสำหรับประกอบอาหารและกรดไขมันที่ผ่านกระบวนการไฮโดรโปรเซส (HEFA) ซึ่งปราศจากสารอะโรเมติกส์และกำมะถัน เครื่องยนต์เครื่องบินที่ใช้เป็นเครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent 900เที่ยวบินทดสอบใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมง บินขึ้นจากสนามบิน Blagnac เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส  การทดสอบประสบความสำเร็จเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ นอกจากแผนการปรับแต่งเครื่องบินให้รองรับพลังงานชีวภาพบริษัทยังมีแผนการทดสอบการใช้งานพลังงานรูปแบบอื่น ๆ เช่น พลังงานไฮโดรเจน โดยบริษัทมีแผนพัฒนาเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ไร้มลพิษเครื่องแรกของโลกออกจำหน่ายในปี 2035 หรือภายใน 15 ปี &#160; [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>เครื่องบินแอร์บัส A380 รุ่น Airbus ZEROe Demonstrator ได้รับการปรับแต่งพิเศษให้รองรับการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงชีวภาพ 100% บรรทุกเชื้อเพลิงน้ำหนัก 27 ตัน</p></blockquote>



<p><strong>บริษัทแอร์บัส</strong>หนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำของโลกประสบความสำเร็จในการทดสอบนำ<strong>เครื่องบินแอร์บัส A380</strong>&nbsp;รุ่น&nbsp;<strong>Airbus ZEROe Demonstrator</strong>&nbsp;บินขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ 100% นับเป็นเครื่องบินลำที่ 3 ของบริษัทที่ได้รับการทดสอบใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนก่อนปี 2030&nbsp;</p>



<p>การทดสอบมีขึ้นในวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา<strong> เครื่องบินแอร์บัส A380</strong> รุ่น <strong>Airbus ZEROe Demonstrator </strong>ได้รับการปรับแต่งพิเศษให้รองรับการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงชีวภาพ 100% บรรทุกเชื้อเพลิงน้ำหนัก 27 ตัน พัฒนาโดยบริษัท TotalEnergies โดยใช้กระบวนปรับแต่งน้ำมันสำหรับประกอบอาหารและกรดไขมันที่ผ่าน<strong>กระบวนการไฮโดรโปรเซส (HEFA)</strong> ซึ่งปราศจากสารอะโรเมติกส์และกำมะถัน เครื่องยนต์เครื่องบินที่ใช้เป็นเครื่องยนต์ <strong>Rolls-Royce Trent 900</strong>เที่ยวบินทดสอบใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมง บินขึ้นจากสนามบิน Blagnac เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส </p>



<p>การทดสอบประสบความสำเร็จเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ นอกจากแผนการปรับแต่งเครื่องบินให้รองรับพลังงานชีวภาพบริษัทยังมีแผนการทดสอบการใช้งานพลังงานรูปแบบอื่น ๆ เช่น พลังงานไฮโดรเจน โดยบริษัทมีแผนพัฒนาเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ไร้มลพิษเครื่องแรกของโลกออกจำหน่ายในปี 2035 หรือภายใน 15 ปี &nbsp;</p>



<p>ปัจจุบันเทคโนโลยีการบินมีการแข่งขันกันสูงนอกจากบริษัทแอร์บัสยังมีบริษัทคู่แข่งรายสำคัญอย่างบริษัทโบอิ้งที่ประสบความสำเร็จในการทดสอบใช้เชื้อเพลิงชีวภาพกับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่<strong>โบอิ้ง 787 Dreamliner </strong>ในช่วงปี 2012 โดยใช้เชื้อเพลิงเครื่องบินเจ็ทผสมเข้ากับเชื้อเพลิงชีวภาพที่ได้จากการปรับแต่งจากน้ำมันปรุงอาหาร นอกจากนี้ในช่วงปี 2014 บริษัทโบอิ้งยังก่อตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในประเทศจีน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม<strong>เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการบิน</strong> เช่น เครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์นั้นจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับใช้กับเครื่องบินโดยสารอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินมีมาตรฐานการตรอดสอบที่เข้มงวดและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นลำดับแรก สำหรับบริษัทแอร์บัสวางแผนที่จะได้ใบรับรองมาตรฐานการบินและใช้พลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพภายในปี 2030</p>



<p>ที่มาของข้อมูล <a href="https://newatlas.com/aircraft/airbus-a380-biofuel-first-flight/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">newatlas.com</a><br>ที่มาของรูปภาพ <a href="https://www.airbus.com/en/products-services/commercial-aircraft/passenger-aircraft/a380" target="_blank" rel="noreferrer noopener">airbus.com</a></p>



<p>Source : <a href="https://www.tnnthailand.com/news/tech/109853/" target="_blank" rel="noopener">TNN Online</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
