<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พลังงานหมุนเวียน &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Sat, 24 Feb 2024 14:09:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>พลังงานหมุนเวียน &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อินเดีย ลุยพลังงานสะอาดเต็มสูบ! ให้งบ 9 พันล้านดอลลาร์ จ่อปรับข้อบังคับใหม่</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/india-green-energy-policy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Feb 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=22876</guid>

					<description><![CDATA[อินเดียแล่นฉิวพลังงานสะอาด ให้งบดันเต็มที่ 9 พันลล้านดอลลาร์สหรัฐ เล็งให้คนใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น หลังที่ผ่านมาตัวเองออกข้อบังคับไว้มากมาย แต่ยอมปลดทิ้งแล้ว อินเดีย: ผู้เล่นรายใหญ่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด อินเดียนับว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตด้านพลังงานสะอาดแบบเห็นได้ชัด ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแดนภารตะมีการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนมากเป็นอันดับสี่ของโลกตามหลังจีน สหรัฐและบราซิล เว็บไซต์ AP รายงานว่า แค่เฉพาะเดือนธันวาคม ก็ผลิตไฟฟ้าได้ถึง 180 กิกะวัตต์ ซึ่งนั่นเพียงพอสำหรับการจ่ายไฟให้บ้านเรือนประมาณ 18 ล้านหลัง เอกชนถูกข้อบังคับจากภาครัฐ ทำให้โตไม่เต็มที่ แต่ดูเหมือนว่าในภาคเอกชนจะไม่แฮปปี้เท่าไร เพราะหลายบริษัทถึงกับต้องกุมขมับ เพราะข้อบังคับต่าง ๆ ที่ออกโดยภาครัฐ ทำให้การติดตั้งโซล่าเซลล์เป็นไปในลักษณะ “เต่าคลาน” ในความหมายคือการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์สำหรับไว้ใช้ในครัวเรือน การจะติดตั้งได้นั้นต้องเป็นแผงโซล่าเซลล์ที่ผลิตโดยบริษัทที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเมื่อยืนพื้นด้วยข้อบังคับแบบนี้ ประชาชนชาวอินเดียก็ย่อมต้องแบกรับต้นทุนที่แพงหูฉี่ไปโดยปริยาย นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลเรื่องความ (พยายาม) ยุ่งยากอีกหลายข้อที่ทางฝั่งผู้ผลิตเห็นว่า ไม่รู้จะทำแบบนั้นทำไม อาทิ Shreya Mishra ซีอีโอของ Solar Square บริษัทรับจัดจำหน่ายแผงโซล่าเซลล์ที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของอินเดีย กล่าวว่า “เมื่อก่อนพวกเราต้องตามล่าลายเซ็นประมาณ 45 รายชื่อ เพื่อแค่จะได้ติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน” แต่เมื่อเวลาผ่านไป อะไร [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อินเดียแล่นฉิวพลังงานสะอาด ให้งบดันเต็มที่ 9 พันลล้านดอลลาร์สหรัฐ เล็งให้คนใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น หลังที่ผ่านมาตัวเองออกข้อบังคับไว้มากมาย แต่ยอมปลดทิ้งแล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading">อินเดีย: ผู้เล่นรายใหญ่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด</h2>



<p><strong>อินเดีย</strong>นับว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตด้านพลังงานสะอาดแบบเห็นได้ชัด ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแดนภารตะมีการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนมากเป็นอันดับสี่ของโลกตามหลังจีน สหรัฐและบราซิล เว็บไซต์ AP รายงานว่า แค่เฉพาะเดือนธันวาคม ก็ผลิตไฟฟ้าได้ถึง 180 กิกะวัตต์ ซึ่งนั่นเพียงพอสำหรับการจ่ายไฟให้บ้านเรือนประมาณ 18 ล้านหลัง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://image.springnews.co.th/uploads/images/contents/w1024/2024/02/ZEXKhnhde71X9z1gOJqU.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="อินเดียรั้งอันดับ 4 ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์มากที่สุด Credit ภาพ REUTERS"/></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">เอกชนถูกข้อบังคับจากภาครัฐ ทำให้โตไม่เต็มที่</h3>



<p>แต่ดูเหมือนว่าในภาคเอกชนจะไม่แฮปปี้เท่าไร เพราะหลายบริษัทถึงกับต้องกุมขมับ เพราะข้อบังคับต่าง ๆ ที่ออกโดยภาครัฐ ทำให้การติดตั้ง<strong>โซล่าเซลล์</strong>เป็นไปในลักษณะ “เต่าคลาน”</p>



<p>ในความหมายคือการติดตั้งแผง<strong>โซล่าเซลล์</strong>สำหรับไว้ใช้ในครัวเรือน การจะติดตั้งได้นั้นต้องเป็นแผงโซล่าเซลล์ที่ผลิตโดยบริษัทที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเมื่อยืนพื้นด้วยข้อบังคับแบบนี้ ประชาชนชาวอินเดียก็ย่อมต้องแบกรับต้นทุนที่แพงหูฉี่ไปโดยปริยาย</p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลเรื่องความ (พยายาม) ยุ่งยากอีกหลายข้อที่ทางฝั่งผู้ผลิตเห็นว่า ไม่รู้จะทำแบบนั้นทำไม อาทิ Shreya Mishra ซีอีโอของ Solar Square บริษัทรับจัดจำหน่ายแผงโซล่าเซลล์ที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของอินเดีย กล่าวว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“เมื่อก่อนพวกเราต้องตามล่าลายเซ็นประมาณ 45 รายชื่อ เพื่อแค่จะได้ติดตั้งโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน”</p>
</blockquote>



<p>แต่เมื่อเวลาผ่านไป อะไร ๆ ก็เปลี่ยน เพราะล่าสุดทางรัฐบาลอินเดียประกาศว่าจะปรับปรุงข้อบังคับใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากขึ้น หลังจากนี้การติดตั้ง<strong>แผงโซล่าเซลล์</strong>จะไม่ยุ่งยากเท่าแต่ก่อน แต่ยังต้องมีขั้นตอนอยู่เพื่อความปลอดภัย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://image.springnews.co.th/uploads/images/contents/w1024/2024/02/HUaGEAkpkLZWfEbofjoe.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="อินเดียวางงบประมาณ 9 พันล้านบาท Credit ภาพ REUTERS"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>เบื้องต้นรัฐบาลเตรียมเม็ดเงินไว้ประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาดกันได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น น่าสนใจมากว่าเมื่อภาครัฐเปิดหน้าสนับสนุนเต็มที่ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนชาวอินเดียมากแค่ไหนทั้งในแง่สังคม เศรษฐกิจและการเมือง ในพื้นที่ชนบทห่างไกลจะถูกพิจารณานำโซล่าเซลล์ไปติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องไฟฟ้าหรือเปล่า เป็นเรื่องที่น่าติดตาม</p>



<p>ที่มา: <a href="https://apnews.com/article/solar-rooftop-climate-change-renewable-energy-india-d1e0a488fe2c7610797930084074ec2c" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>AP</strong></a></p>



<p>Source : <a href="https://www.springnews.co.th/keep-the-world/energy/848128" target="_blank" rel="noopener">Spring News</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>UN กระตุ้นเร่งเครื่องพลังงานหมุนเวียน ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อนสายเกินไป</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/renewable-energy-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Sep 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable Energy]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=22082</guid>

					<description><![CDATA[ตอนนี้ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นยุคนี้จึงเป็นเหมือนการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงานจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ ฯลฯ พลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy เป็นพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นพลังงานที่ใช้ไม่หมดซึ่งแหล่งที่มาของพลังงานกำเนิดมาจากธรรมชาติรอบตัวเรา อย่าง พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ ความร้อนใต้พิภพ ชีวมวล และก๊าซชีวภาพ รวมถึงผลผลิตและวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตร เช่น แกลบ ชานอ้อย กากมันสำปะหลัง หรือมูลสัตว์ ก็สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตพลังงานหมุนเวียนได้เป็นอย่างดี  เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนอย่าง พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าพลังงานฟอสซิล ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ Climate Change ซึ่งตอนนี้โลกกำลังเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานไปสู่พลังงานหมุนเวียน ซึ่งต้องทำอย่างเร่งด่วนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความเป็นอยู่ของมนุษย์ นาย António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานหมุนเวียนเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอดของมนุษย์ท่ามกลางวิกฤตโลกร้อน หากไม่มีการหมุนเวียนพลังงานกลับมาใช้ใหม่ ก็จะอนาคตที่ดีจะไม่มีอย่างแน่นอน   องค์การสหประชาชาติ หรือ UN ได้เปิดแนวทางการเร่งเครื่องพัฒนาพลังงานหมุนเวียนให้เร็วที่สุด ดังนี้ เงินอุดหนุนพลังงานฟอสซิลมีสัดส่วนเป็นเงินจำนวนมหาศาล ทาง UN กล่าวว่าควรหันมาลงทุนด้านพลังานหมุนเวียนให้มากขึ้นเพื่อลดพลังงานฟอสซิล ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ช่วยสร้างงาน คุณภาพชีวิตดีขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่ยากจน การพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียนควรมีการเร่งคิดค้นพัฒนา และที่สำคัญต้องกระจายสู่สาธารณะ กล่าวคือ พลังงานหมุนเวียนควรเป็นสินค้าสาธารณะ ทำให้ทุกคนและทุกภาคส่วนเข้าถึงได้ พลังงานหมุนเวียนมีการใช้แร่ธาตุต่างๆ เป็นส่วนประกอบในการผลิตพลังงาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ตอนนี้ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นยุคนี้จึงเป็นเหมือนการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงานจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ ฯลฯ</p>



<p><strong>พลังงานหมุนเวียน </strong>หรือ Renewable Energy เป็นพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นพลังงานที่ใช้ไม่หมดซึ่งแหล่งที่มาของพลังงานกำเนิดมาจากธรรมชาติรอบตัวเรา อย่าง <strong>พลังงานแสงอาทิตย์</strong> พลังงานลม พลังงานน้ำ ความร้อนใต้พิภพ ชีวมวล และก๊าซชีวภาพ รวมถึงผลผลิตและวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตร เช่น แกลบ ชานอ้อย กากมันสำปะหลัง หรือมูลสัตว์ ก็สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต<strong>พลังงานหมุนเวียน</strong>ได้เป็นอย่างดี </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://image.springnews.co.th/uploads/images/contents/w1024/2023/09/dbi1U1Z3DIQIf72rpmlz.webp" alt="UN กระตุ้นเร่งเครื่องพลังงานหมุนเวียน ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อนสายเกินไป"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>เทคโนโลยี<strong>พลังงานหมุนเวียน</strong>อย่าง พลังงานลม และ<strong>พลังงานแสงอาทิตย์ </strong>ซึ่งเป็นพลังงานที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าพลังงานฟอสซิล ซึ่งทำให้เกิดปัญหา<strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong>หรือ Climate Change ซึ่งตอนนี้โลกกำลังเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานไปสู่พลังงานหมุนเวียน ซึ่งต้องทำอย่างเร่งด่วนเพื่อ<strong>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong>และความเป็นอยู่ของมนุษย์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://image.springnews.co.th/uploads/images/contents/w1024/2023/09/Xh8iJDsQRgBH7rYlbTYV.webp" alt="UN กระตุ้นเร่งเครื่องพลังงานหมุนเวียน ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อนสายเกินไป"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>นาย António Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงานฟอสซิลสู่<strong>พลังงานหมุนเวียน</strong>เป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอดของมนุษย์ท่ามกลางวิกฤต<strong>โลกร้อน</strong> หากไม่มีการหมุนเวียนพลังงานกลับมาใช้ใหม่ ก็จะอนาคตที่ดีจะไม่มีอย่างแน่นอน  </p>



<p><strong>องค์การสหประชาชาติ หรือ UN ได้เปิดแนวทางการเร่งเครื่องพัฒนาพลังงานหมุนเวียนให้เร็วที่สุด ดังนี้</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เปลี่ยนเงินอุดหนุนพลังงานฟอสซิลมาเป็นพลังงานหมุนเวียน</strong></li>
</ul>



<p>เงินอุดหนุน<strong>พลังงานฟอสซิล</strong>มีสัดส่วนเป็นเงินจำนวนมหาศาล ทาง UN กล่าวว่าควรหันมาลงทุนด้าน<strong>พลังานหมุนเวียน</strong>ให้มากขึ้นเพื่อลดพลังงานฟอสซิล ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ช่วยสร้างงาน คุณภาพชีวิตดีขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่ยากจน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนและกระจายสู่สาธารณะให้ทั่วถึง</strong></li>
</ul>



<p>การพัฒนานวัตกรรมด้าน<strong>พลังงานหมุนเวียน</strong>ควรมีการเร่งคิดค้นพัฒนา และที่สำคัญต้องกระจายสู่สาธารณะ กล่าวคือ <strong>พลังงานหมุนเวียน</strong>ควรเป็นสินค้าสาธารณะ ทำให้ทุกคนและทุกภาคส่วนเข้าถึงได้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>พัฒนาความรู้และทักษะผู้ใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น</strong></li>
</ul>



<p><strong>พลังงานหมุนเวียน</strong>มีการใช้แร่ธาตุต่างๆ เป็นส่วนประกอบในการผลิตพลังงาน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรมีการนำวัตถุดิบที่ใช้ผลิตพลังงานหมุนเวียนมาใช้อย่างมีอย่างรู้คุณค่า รวมถึงพัฒนาทักษะผู้ใช้เทคโนโลยี รวมถึงการวิจัย<strong>พลังงานหมุนเวียน</strong>ควรมีให้มากขึ้น</p>



<p>ที่มา : <a href="https://news.un.org/en/story/2023/09/1140357" target="_blank" rel="noreferrer noopener">United Nations</a> / <a href="https://www.egat.co.th/home/renewables/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>EGAT</strong></a></p>



<p>ภาพ : p<a href="https://www.pexels.com/th-th/search/cosmetics/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>exels</strong></a></p>



<p>Source : <a href="https://www.springnews.co.th/keep-the-world/energy/843033" target="_blank" rel="noopener">Spring News</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บี.กริม เพาเวอร์​ ได้สิทธิ์​ ขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน​ให้รัฐ​ 15​ โครงการรวม 393 เมกะวัตต์</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/bgrim-gover/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Apr 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[bgrim]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=21240</guid>

					<description><![CDATA[บี.กริม เพาเวอร์​ เผย​ 9​ บริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุน​ ได้รับเลือกเป็นผู้ผลิต-ขายไฟฟ้าจาก “พลังงานหมุนเวียน” ให้รัฐ​ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบFeed – in Tariff (FiT) ปี 2565 – 2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 และประกาศอื่นที่เกี่ยวข้อง​ จำนวน 15 โครงการ​ คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 339.3 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปี 2569-2573 โดย 9 บริษัทดังกล่าว แบ่งเป็นบริษัทย่อย 5 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท สมาร์ท คลีน ซิสเท็ม 1 จำกัด (บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100%) โรงไฟฟ้าพลังงานลม กำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์ บริษัท สมาร์ท คลีน ซิสเท็ม 5 จำกัด (บี.กริม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บี.กริม เพาเวอร์​ เผย​ 9​ บริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุน​ ได้รับเลือกเป็นผู้ผลิต-ขายไฟฟ้าจาก “พลังงานหมุนเวียน” ให้รัฐ​ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบFeed – in Tariff (FiT) ปี 2565 – 2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 และประกาศอื่นที่เกี่ยวข้อง​ จำนวน 15 โครงการ​ คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 339.3 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปี 2569-2573</p>



<p>โดย 9 บริษัทดังกล่าว แบ่งเป็นบริษัทย่อย 5 บริษัท ประกอบด้วย <strong>บริษัท สมาร์ท คลีน ซิสเท็ม 1 </strong>จำกัด (บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100%) โรงไฟฟ้าพลังงานลม กำลังการผลิต 16 เมกะวัตต์</p>



<p><strong>บริษัท สมาร์ท คลีน ซิสเท็ม 5 จำกัด</strong> (บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100%) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์</p>



<p><strong>บริษัท กรีน เพาเวอร์เจน จำกัด</strong> (บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 55%) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์</p>



<p><strong>บริษัท</strong> <strong>กรีน เพาเวอร์เจน 88 จำกัด</strong> (บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 55%) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 6.3 เมกะวัตต์ บริษัท กรีน เพาเวอร์เจน 111 จำกัด (บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 55%) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์</p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีบริษัทร่วมทุนจำนวน 4 บริษัท ซึ่ง บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 40% ของทุนจดทะเบียน และบริษัท เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ จำกัด ถือหุ้น 60% ประกอบด้วย <strong>บริษัท ซีแอลพี พาวเวอร์ จำกัด</strong> โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ <strong>บริษัท ซีเอ็มที เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด</strong> โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ <strong>บริษัท โวลต์ซิงค์ โซลูชั่น จำกัด</strong> โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 108 เมกะวัตต์ และ<strong>บริษัท พาวเวอร์ ซี.อี. จำกัด</strong> โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 129 เมกะวัตต์</p>



<p><strong>ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM</strong> เปิดเผยว่า การเข้าร่วมโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ GreenLeap-Global and Green ของ บี.กริม เพาเวอร์ เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกพลังงาน และความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ด้วยการจัดหาพลังงานที่มีเสถียรภาพ สามารถเข้าถึงได้และสร้างความยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลกและบรรลุเป้าหมายการก้าวสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ได้ภายในปี ค.ศ.2050 (ปี พ.ศ. 2593) ตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของ บี.กริม เพาเวอร์ ที่มุ่งสร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี (Empowering the World Compassionately)</p>



<p>ทั้งนี้ บี.กริม เพาเวอร์​ ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตจาก 3,338 เมกะวัตต์ ณ สิ้นปี 2565 เป็น 4,700 เมกะวัตต์ ในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ในปี 2573 โดยมองหาการยกระดับความร่วมมือทางธุรกิจระดับโลกกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ</p>



<p>ปัจจุบัน บี.กริม เพาเวอร์ มีกำลังการผลิตจากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว 3,477.8 เมกะวัตต์ กำลังการผลิตที่มีสัญญาแล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเปิดดำเนินการ 577.6 เมกะวัตต์ เมื่อรวมกำลังการผลิต 339.3 เมกะวัตต์ ที่ได้รับคัดเลือกในครั้งนี้ จะทำให้ บี.กริม เพาเวอร์ มีกำลังการผลิตที่ได้รับการยืนยันแล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนา รวม 4,394.7 เมกะวัตต์</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/บี-กริม-เพาเวอร์-ได้สิท/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทิศทางนโยบายพลังงาน​จาก​ ​4​ พรรค​ หลังเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/4-parties-policy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Mar 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=21188</guid>

					<description><![CDATA[4​ พรรคการเมืองเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ​ให้เห็นโฉมหน้ากันแล้ว​ทั้ง​ เพื่อไทย​ ก้าวไกล​ รวมไทยสร้างชาติ​ และพลังประชารัฐ​ ถ้าจับประเด็นเฉพาะเรื่องพลังงาน​ มี​ 3​ รายชื่อที่มีประสบการณ์​ในการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ ได้แก่​ พรรคเพื่อไทย​ นายแพทย์​พรหมินทร์​ เลิศสุรีย์เดช​ เคยดำรงตำแหน่ง​ ช่วง​ ก.พ.2546-มี.ค.2548​ สมัยรัฐบาลทักษิณ​ คนที่สอง​ พรรคพลังประชารัฐ คือนายสนธิรัตน์​ สนธิจิรวงศ์​ ดำรงตำแหน่ง​ ช่วง​ ​ก.ค​.2562-15 ก.ค. 2563​ สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์​ และพรรครวมไทยสร้างชาติ​ นายสุพัฒนพงษ์​ พันธ์มี​เชาว์​ ดำรงตำแหน่งช่วง​ ส.ค.2563​ จนถึงวันยุบสภา​ 20​ มี.ค.2566​ และปัจจุบันยังคงรักษาการอยู่ ส่วนทีมเศรษฐกิจ​ของพรรคก้าวไกล​ ได้ผู้ที่มีประสบการณ์​คลุกคลีอยู่ในแวดวงพลังงานโดยเฉพาะเรื่องของไฟฟ้า​ ในบทบาทของนักวิชาการ​ มายาวนาน คือ​ อาจารย์​เดชรัต สุขกำเนิด​ สำหรับพรรคเพื่อไทย​ ที่เชื่อกันว่าจะได้คะแนนเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร​เป็นอันดับหนึ่ง​ ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงและมีโอกาสสูงว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล​ นั้นชูนโยบายหาเสียงเรื่องพลังงาน​ ว่าจะลดราคาค่าไฟ​ฟ้า ค่าน้ำมัน​ ค่าแก๊ส​ ทันที​ ที่ได้เป็นรัฐบาล​ ถามว่าจะทำได้อย่างไร​ ก็ตอบว่า​ทำได้ทันทีในส่วนของน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซิน​ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>4​ พรรคการเมืองเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ​</strong>ให้เห็นโฉมหน้ากันแล้ว​ทั้ง​ เพื่อไทย​ ก้าวไกล​ รวมไทยสร้างชาติ​ และพลังประชารัฐ​</p>



<p>ถ้าจับประเด็นเฉพาะเรื่องพลังงาน​ มี​ 3​ รายชื่อที่มีประสบการณ์​ในการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ ได้แก่​ พรรคเพื่อไทย​ นายแพทย์​พรหมินทร์​ เลิศสุรีย์เดช​ เคยดำรงตำแหน่ง​ ช่วง​ ก.พ.2546-มี.ค.2548​ สมัยรัฐบาลทักษิณ​</p>



<p>คนที่สอง​ พรรคพลังประชารัฐ คือนายสนธิรัตน์​ สนธิจิรวงศ์​ ดำรงตำแหน่ง​ ช่วง​ ​ก.ค​.2562-15 ก.ค. 2563​ สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์​ และพรรครวมไทยสร้างชาติ​ นายสุพัฒนพงษ์​ พันธ์มี​เชาว์​ ดำรงตำแหน่งช่วง​ ส.ค.2563​ จนถึงวันยุบสภา​ 20​ มี.ค.2566​ และปัจจุบันยังคงรักษาการอยู่</p>



<p>ส่วนทีมเศรษฐกิจ​ของพรรคก้าวไกล​ ได้ผู้ที่มีประสบการณ์​คลุกคลีอยู่ในแวดวงพลังงานโดยเฉพาะเรื่องของไฟฟ้า​ ในบทบาทของนักวิชาการ​ มายาวนาน คือ​ อาจารย์​เดชรัต สุขกำเนิด​</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/03/1679647738725-684x1024.jpg" alt="" class="wp-image-39157"/><figcaption class="wp-element-caption">นายแพทย์​พรหมินทร์​ เลิศสุรีย์เดช​ พรรคเพื่อ​ไทย​</figcaption></figure>
</div>


<p>สำหรับ<strong>พรรคเพื่อไทย</strong>​ ที่เชื่อกันว่าจะได้คะแนนเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร​เป็นอันดับหนึ่ง​ ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงและมีโอกาสสูงว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล​ นั้นชูนโยบายหาเสียงเรื่องพลังงาน​ ว่าจะลดราคาค่าไฟ​ฟ้า ค่าน้ำมัน​ ค่าแก๊ส​ ทันที​ ที่ได้เป็นรัฐบาล​ ถามว่าจะทำได้อย่างไร​ ก็ตอบว่า​ทำได้ทันทีในส่วนของน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซิน​ ด้วยการปรับลดภาษีสรรพสามิต​ หรือลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน​ โดยที่กองทุนน้ำมันจะยังคงมีฐานะติดลบอยู่ต่อไปก่อน​ จาก​ ณ​ วันที่​ 19​ มี.ค.2566​ กองทุนมีฐานะติดลบ​ อยู่​ 9.7 หมื่นล้านบาท​</p>



<p>ถ้าย้อนไปดูประวัติศาสตร์​กองทุนน้ำมัน​ นั้นก็เคยติดลบสูงถึง​ 9.2 หมื่นล้านบาท​ ในช่วงที่นายแพทย์​พรหมินทร์​ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน​ เพราะมีนโยบายการตรึงราคาทั้งเบนซินและดีเซล​ แต่ก็มาถูกทำลายสถิติโดยสิ้นเชิง​ ในสมัยของนายสุพัฒนพงษ์​ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน​ ที่​ตัวเลขติดลบพุ่งสูงถึง​ 1.3​แสนล้านบาท​ จากนโยบายการตรึงราคาดีเซลเอาไว้ยาวนานเช่นเดียวกัน</p>



<p>สำหรับเรื่องของค่าไฟฟ้านั้น​ ในการคำนวณค่าเอฟที​ งวดเดือน​ พ.ค.-ส.ค.​ 2566​ ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน​ หรือ กกพ.​เคาะตัวเลขออกมาแล้วว่า​ ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะปรับเพิ่มเล็กน้อยเป็น​ 4.77​ บาทต่อหน่วยจากงวดก่อนหน้า​ ซึ่งอยู่ที่​ 4.72​ บาทต่อหน่วย​</p>



<p>โดยเมื่อรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่​ ส.ค.2566​ ค่าเอฟที​ สำหรับงวด​ ก.ย.-ธ.ค.2566​ ก็น่าจะปรับลดลงได้​ โดยไม่ต้องออกแรงบริหารจัดการอะไรมาก​ เนื่องจากค่าเชื้อเพลิงที่เป็นต้นทุนหลัก​คือก๊าซธรรมชาติ มีแนวโน้มที่จะลดลง​ เพราะผลิตก๊าซจากอ่าวไทย​ที่มีราคาถูกกว่า​ LNG​ นำเข้าได้เพิ่มมากขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/03/IMG_20200710_125744-1024x738.jpg" alt="" class="wp-image-39156"/><figcaption class="wp-element-caption">สนธิรัตน์​ สนธิ​จิรวงศ์​ พรรคพลังประชารัฐ</figcaption></figure>
</div>


<p>สำหรับ<strong>พรรคพลังประชารัฐ</strong>​ ก็มีนโยบายการหาเสียงที่จะลดราคาทั้งน้ำมันและไฟฟ้าเช่นเดียวกัน​ ซึ่งก็คงใช้กลไกที่ไม่แตกต่างกันกับพรรคเพื่อไทยมากนัก​</p>



<p>และถ้ายังจำกันได้​ สมัยที่นายสนธิรัตน์​ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน​ ก็มีนโยบายให้ ​กกพ.​นำเงินบริหารค่าเอฟที​ มาใช้จนหมดหน้าตัก​ กว่า​ ​2​ หมื่นล้านบาท​ เพื่อช่วยเหลือค่าไฟฟ้าประชาชนลดผลกระทบภาครัวเรือนที่ต้อง​Work​ From​ Home​ ช่วงโควิด-19</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/03/1601624849252-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-39154"/><figcaption class="wp-element-caption">สุพัฒนพงษ์​ พันธ์​มี​เชาว์​ รวมไทยสร้างชาติ</figcaption></figure>
</div>


<p>ในส่วนของ<strong>พรรครวมไทยสร้างชาติ</strong>​ ที่ทีมเศรษฐกิจ​คือ​นายสุพัฒนพงษ์​ ก็คงจะเห็นผลงานการตรึงราคาทั้ง ดีเซล ก๊าซหุงต้ม​ กันแบบหลังแอ่น​ หนี้ท่วมทั้งกองทุนน้ำมัน​ และ กฟผ.​ เพราะเจอจังหวะวิกฤติซ้อนวิกฤติ​ ทั้ง​สงครามรัสเซีย-ยูเครน​ และ​ เศรษฐกิจ​ที่ชะลอตัวจากผลพวงของโควิด-19​</p>



<p>ส่วนภาคไฟฟ้า​ ผลงานที่เด่นชัดคือการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบล็อตใหญ่​ 2​ ล็อต​ ล็อตแรก​ 5,200​เมกะวัตต์​และล็อต​สอง​ อีก​ 3,600 เมกะวัตต์​ นัยว่าเพื่อปรับสัดส่วนเชื้อเพลิงให้ตอบโจทย์เรื่องการลดก๊าซคาร์บอน​ตามเทรนด์โลก​ ท่ามกลางข้อกังขาของ​ พรรคก้าวไกล​ เรื่องสำรองไฟฟ้าล้นระบบ​ ที่ทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น​</p>



<p>และนโยบายที่รัฐบาลชุดปัจจุบันทำไว้คือประเด็นที่<strong>พรรคก้าวไทย</strong>​ อาสาจะเข้ามาแก้ไขด้วยการปรับโครงสร้างทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน​ ป้ายหาเสียงของพรรคก้าวไกล เขียนว่า <strong>หยุดเอื้อทุนใหญ่ค่าไฟฟ้าลด​ ​70​ สตางค์​</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/03/1679647736850_edit_526549892876946.jpg" alt="" class="wp-image-39155"/><figcaption class="wp-element-caption">เดชรัต​ สุข​กำ​เ​นิด​ พรรคก้าวไกล</figcaption></figure>
</div>


<p>โดย<strong>อาจารย์เดชรัต</strong> อภิปรายในเวทีที่จัดโดย​ คปพ.​ ว่า​ นโยบายด้านพลังงานที่พรรคก้าวไกล​จะดำเนินการ เรื่องหลักๆคือ​<strong>ค่าไฟฟ้า</strong>​ จะมีการเข้าไปปรับสูตรราคาก๊าซ​ ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า​เพื่อให้ภาคครัวเรือนได้ใช้ก๊าซราคาถูกเหมือน ภาคอุตสาหกรรม</p>



<p>การเข้าไปปรับลดภาระค่าความพร้อมจ่าย​ โดยเจรจากับโรงไฟฟ้าเก่า​ ที่เป็นโรงไฟฟ้าไม่มีประสิทธิภาพและใกล้จะหมดอายุ</p>



<p>ที่น่าสนใจคือการหยุดข้อตกลงสัญญาซื้อขายไฟฟ้​า เพิ่มเติม​ ในโรงใหม่​ เพราะประเทศมีสำรองไฟฟ้าล้นเกิน​ การปรับพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าใหม่​ ไม่ให้สูงเกินกว่าความเป็นจริง รวมทั้ง​ การยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมด​ภายในปี​2578</p>



<p>นอกจากนี้ยังจะส่งเสริมไฟฟ้าจากโซลาร์​เซลล์​ และระบบ​ Net​ Metering เพื่อให้การซื้อขายไฟฟ้าจากโซลาร์​เซลล์ของภาคประชาชนมีความคล่องตัวและเป็นธรรมมากขึ้น​</p>



<p>ได้เห็นทิศทางนโยบายด้านพลังงานจาก​ 4​ พรรคการเมืองกันพอสังเขป​แล้ว​ จากนี้ก็อยู่ที่ว่า​ หลังการเลือกตั้ง​เดือน​ พ.ค.2566​ พรรคไหนจะได้เป็นแกนนำรัฐบาล​ และจะส่งใครมาเป็นรัฐมนตรีพลังงาน​ นโยบายของพรรคนั้นจึงจะมีโอกาสนำไปสู่ภาคปฏิบัติ​ได้</p>



<p><strong>ที่สำคัญคือ อย่าใช้นโยบายที่ท้ายที่สุดประชาชนผู้ใช้พลังงานต้องรับภาระไปมากกว่านี้เลย</strong></p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/ทิศทางนโยบายพลังงานจา/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กกพ.สรุปเอกชนแห่ยื่นขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 670 โครงการ รวม 17,400 เมกะวัตต์ ทะลุเป้ารับซื้อ 5,203 เมกะวัตต์</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/erp-vspp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Dec 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20863</guid>

					<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) สรุปยอดผู้ยื่นคำขอขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ปี 2565-2573 รวม 670 โครงการ ปริมาณ 17,400.41 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายรับซื้อ 5,203  เมกะวัตต์ โดยผู้ผลิตไฟฟ้า VSPP ประเภทโซลาร์ฟาร์มยื่นเสนอสูงสุด 381 โครงการ 2,066 เมกะวัตต์  และกลุ่มเสนอขายไฟฟ้าก๊าซชีวภาพต่ำสุดเพียง 2 โครงการ 6.50 เมกะวัตต์  การไฟฟ้าเตรียมประกาศผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ 9 ธ.ค. 2565 นี้ นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า การยื่นคำขอผลิตไฟฟ้าและยืนยันการยื่นคำเสนอขายไฟฟ้าพร้อมเอกสารหลักฐานแสดงคุณสมบัติและข้อมูลความพร้อมทางด้านเทคนิคพร้อมเอกสารหลักฐานผ่านระบบ RE Proposal (ระบบ REP) ซึ่งเปิดให้ยื่นคำเสนอขายไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. 2565 เวลา 00.01 น. จนถึงวันที่ 25 พ.ย. 2565 เวลา 12.00 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) สรุปยอดผู้ยื่นคำขอขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ปี 2565-2573 รวม 670 โครงการ ปริมาณ 17,400.41 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายรับซื้อ 5,203  เมกะวัตต์ โดยผู้ผลิตไฟฟ้า VSPP ประเภทโซลาร์ฟาร์มยื่นเสนอสูงสุด 381 โครงการ 2,066 เมกะวัตต์  และกลุ่มเสนอขายไฟฟ้าก๊าซชีวภาพต่ำสุดเพียง 2 โครงการ 6.50 เมกะวัตต์  การไฟฟ้าเตรียมประกาศผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ 9 ธ.ค. 2565 นี้</strong></p>



<p><strong>นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) </strong>เปิดเผยว่า การยื่นคำขอผลิตไฟฟ้าและยืนยันการยื่นคำเสนอขายไฟฟ้าพร้อมเอกสารหลักฐานแสดงคุณสมบัติและข้อมูลความพร้อมทางด้านเทคนิคพร้อมเอกสารหลักฐานผ่านระบบ RE Proposal (ระบบ REP) ซึ่งเปิดให้ยื่นคำเสนอขายไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. 2565 เวลา 00.01 น. จนถึงวันที่ 25 พ.ย. 2565 เวลา 12.00 น. รวม 22 วัน ที่ผ่านมานั้น ภายหลังสำนักงาน กกพ. ได้ปิดระบบ REP แล้ว มีผู้ยื่นคำเสนอขายไฟฟ้า รวม 670 โครงการ แบ่งเป็น (1) ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) จำนวน 272 โครงการ และ (2) ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) จำนวน 398 โครงการ คิดเป็นปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายรวม 17,400.41 เมกะวัตต์ จากการเปิดรับซื้อทั้งหมดรวม 5,203 เมกะวัตต์</p>



<p>โดยกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า SPP ได้แบ่งการเสนอขายไฟฟ้าตามประเภทเชื้อเพลิงดังนี้ 1. พลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System: BESS) มีผู้เสนอขายไฟฟ้า 52 โครงการ รวม 2,171.19 เมกะวัตต์  2.พลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) จำนวน 141 โครงการ จำนวน 7,537.71 เมกะวัตต์ และ3. พลังงานลม เสนอขายไฟฟ้า 79 โครงการ รวม 5,509.93 เมกะวัตต์ รวมทั้งหมด 272 โครงการ ปริมาณ 15,218.83 เมกะวัตต์ โดยไม่มีการเสนอขายไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพแต่อย่างใด</p>



<p>2.กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า VSPP ได้แบ่งการเสนอขายไฟฟ้าตามประเภทเชื้อเพลิงดังนี้ 1. ก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) มีผู้เสนอขายไฟฟ้าเพียง 2 โครงการ รวม 6.50 เมกะวัตต์  2.พลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน 381 โครงการ จำนวน 2,066.04  เมกะวัตต์ และ3. พลังงานลม เสนอขายไฟฟ้า 15 โคงการ รวม 109.04  เมกะวัตต์ รวมทั้งหมด 398 โครงการ ปริมาณ 2,181.58  เมกะวัตต์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/12/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9F.jpg" alt="" class="wp-image-35709" width="840" height="569"/></figure>
</div>


<p>“ผู้ยื่นคำขอผลิตไฟฟ้าจะต้องยื่นซองคำเสนอขายไฟฟ้า และซองหลักฐานการวางหลักประกันการยื่นคำเสนอขายไฟฟ้า (Proposal Bond) ให้แก่การไฟฟ้า ภายในวันที่ 30 พ.ย. 2565 เวลา 15.00 น. และยื่นซอง USB Flash Drive ภายในวันที่ 2 ธ.ค. 2565 เวลา 15.00 น. หลังจากนั้นการไฟฟ้าจะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ยื่นคำขอผลิตไฟฟ้าในแต่ละประเภท เพื่อประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติภายในวันที่ 9 ธ.ค. 2565 ซึ่งผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าที่ไม่ผ่านคุณสมบัติสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์พร้อมเอกสารหลักฐานต่อ กกพ. ได้ภายในวันที่ 22 ธ.ค. 2565 โดยสำนักงาน กกพ. จะประกาศผลการพิจารณาอุทธรณ์คุณสมบัติ ภายในวันที่ 11 ม.ค. 2566 และจะเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. www.erc.or.th” <strong>นายคมกฤช กล่าว</strong></p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%9e-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EGAT Grid Modernization เสถียรภาพพลังงานหมุนเวียนของไทย</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/egat-grid-modernization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT Grid Modernization]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20624</guid>

					<description><![CDATA[ในยุคที่การบริโภคเปลี่ยนไป การใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น ผลลัพธ์จากการใช้พลังงานมีหลายทิศทาง จึงเกิดการปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ของหลาย ๆ ภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนสังคมไปสู่การดูแลรักษาสมดุลให้เกิดระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ในความต้องการใช้พลังงานที่หลากหลาย ทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ทุก ๆ ความต้องการ? ในความต้องการใช้พลังงานที่มากขึ้น ทำอย่างไรให้กระบวนการผลิตพลังงานไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม? จึงเป็นที่มาของ “พลังงานหมุนเวียน” Renewable Energy (RE) ที่เป็นพลังงานสะอาด  ทางด้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะหน่วยงานผู้ผลิตและดูแลความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ จึงตอบรับนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน ตาม “แผนพลังงานชาติ” หรือ “National Energy Plan” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ โดยเน้นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดจากโรงไฟฟ้าใหม่ โดยมีสัดส่วน RE ไม่น้อยกว่า 50% ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า (Grid Modernization) เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ระบบไมโครกริด ตลอดจนการผลิตเองใช้เอง (Prosumer) ที่มากขึ้น รวมถึงมุ่งปลดล็อคกฎระเบียบการซื้อขายไฟฟ้าเพื่อรองรับการผลิตเองใช้เอง (Prosumer) ดังกล่าว Grid Modernization สัมพันธ์กับพลังงานหมุนเวียนอย่างไร? Grid Modernization คือการพัฒนาระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มสูงขึ้น สามารถนำพลังงานหมุนเวียนมาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบการผลิตไฟฟ้าในภาพรวม เป็นการร่วมกันพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคงและรองรับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค Green Energy เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในยุคที่การบริโภคเปลี่ยนไป การใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น ผลลัพธ์จากการใช้พลังงานมีหลายทิศทาง จึงเกิดการปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ของหลาย ๆ ภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนสังคมไปสู่การดูแลรักษาสมดุลให้เกิดระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม</p>



<p>ในความต้องการใช้พลังงานที่หลากหลาย ทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ทุก ๆ ความต้องการ? ในความต้องการใช้พลังงานที่มากขึ้น ทำอย่างไรให้กระบวนการผลิตพลังงานไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม? จึงเป็นที่มาของ “พลังงานหมุนเวียน” Renewable Energy (RE) ที่เป็นพลังงานสะอาด </p>



<p>ทางด้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะหน่วยงานผู้ผลิตและดูแลความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ จึงตอบรับนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน ตาม <strong>“แผนพลังงานชาติ”</strong> หรือ<strong> “National Energy Plan” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ </strong>โดยเน้นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดจากโรงไฟฟ้าใหม่ โดยมีสัดส่วน RE ไม่น้อยกว่า 50% ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า (Grid Modernization) เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ระบบไมโครกริด ตลอดจนการผลิตเองใช้เอง (Prosumer) ที่มากขึ้น รวมถึงมุ่งปลดล็อคกฎระเบียบการซื้อขายไฟฟ้าเพื่อรองรับการผลิตเองใช้เอง (Prosumer) ดังกล่าว</p>



<p><strong>Grid Modernization สัมพันธ์กับพลังงานหมุนเวียนอย่างไร?</strong></p>



<p>Grid Modernization คือการพัฒนาระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มสูงขึ้น สามารถนำพลังงานหมุนเวียนมาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบการผลิตไฟฟ้าในภาพรวม เป็นการร่วมกันพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคงและรองรับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค Green Energy เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 ของ กฟผ. ด้วย</p>



<p>ในขณะที่ตัวเลขการใช้ไฟฟ้าของคนไทยยังเพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลจาก สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ระบุว่าการใช้ไฟฟ้าไตรมาสแรกของปี 2565 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 โดยเฉพาะในภาคครัวเรือน ธุรกิจ และอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับเศรษฐกิจของประเทศที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19</p>



<p>นอกจากนี้แนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) ยังมีปริมาณสูงขึ้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี ประเมินยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของไทยปี 65 แตะ 6.36 หมื่นคัน เช่นเดียวกับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริด (Hybrid) และไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) ที่คาดว่า จะสูงถึง 5.3 หมื่นคัน โตถึง 48% สวนทางกับกระแสรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง (Internal Combustion Engine: ICE) ที่หดตัวจากปี 2564 ถึง 8.8%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/08/EV-EGAT-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-32503"/></figure>
</div>


<p>เมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้ามีมากขึ้น พลังงานหมุนเวียนจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญในการนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า  Grid Modernization จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อช่วยให้การทำงานของระบบส่งไฟฟ้ามีเสถียรภาพ ดูแลระบบให้สามารถรองรับไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่จะมีเพิ่มขึ้น เพื่อให้พลังงานไฟฟ้าในอนาคตเป็นพลังงานสีเขียวโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดย กฟผ. ได้มีการขยายแผนงานและสร้างนวัตกรรมให้เกิดการใช้งานจริง หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>การปรับปรุงโรงไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่น (Flexible Power Plant) เพื่อให้สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าหลักได้อย่างทันท่วงทีเมื่อพลังงานหมุนเวียนไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้</li><li>มีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) เปรียบเสมือน Power Bank พลังงานสำรอง เข้าเสริมระบบเมื่อมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ที่มีทั้งในรูปแบบโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage) และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน Battery Energy Storage System (BESS) โดยนำร่อง 2 แห่ง คือ สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และ สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี</li><li>มีระบบการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า มีระบบส่งไฟฟ้าที่สื่อสารข้อมูลกับระบบไฟฟ้าอัจฉริยะได้ และมีระบบการพยากรณ์และควบคุมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน Renewable Energy Forecast Center, Renewable Energy Control Centerการจัดตั้งศูนย์สั่งการการดำเนินการตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand Response Control Center: DRCC) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้า</li><li>การพัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูง Digital Substation เพื่อเพิ่มความสามารถในการควบคุมและส่งจ่ายไฟฟ้าอย่างมีเสถียรภาพ โดยเตรียมนำร่องเข้าใช้งานในปี 2565 จำนวน 2 แห่ง คือ สถานีไฟฟ้า​แรง​สูง​กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ​ และสถานีไฟฟ้า​แรง​สูง​ตราด จ.ตราด</li><li>นวัตกรรมโรงไฟฟ้าเสมือน Virtual Power Plant (VPP) ทำหน้าที่เปรียบเสมือนศูนย์ควบคุมที่รวบรวมโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กหลายประเภทเข้าไว้ด้วยกัน โดยอาศัยการคาดการณ์กำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าในกลุ่ม และสั่งการผลิตไฟฟ้าโดยนำเอาความได้เปรียบของคุณลักษณะเฉพาะของแต่ละโรงไฟฟ้ามาเติมเต็มเสริมความมั่นคงซึ่งกันและกัน</li></ul>



<p>และยังมีการจับมือร่วมกับ 3 การไฟฟ้า พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าของไทย เพื่อให้การลงทุนเป็นประโยชน์ที่สุดและไม่เกิดการทับซ้อนกันในการทำงาน ทั้งหมดเพื่อต้องการพัฒนารูปแบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลง สนองนโยบายตามแผนพลังงานแห่งชาติและดำเนินการตามแผนขับเคลื่อนสมาร์ทกริดของประเทศไทย เพราะการผลิตไฟฟ้าต้องรักษาสมดุล และเสถียรภาพ กฟผ. จึงตอกย้ำการเป็นผู้ให้บริการด้านพลังงานแบบครบวงจร เพื่อคนไทยทุกคน พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/egat-grid-modernization-เสถียรภาพพลังงานหมุ/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>on-ion ร่วมกับ ReAcc ออกใบรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มรายแรกในไทย</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/on-ion/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Sep 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ev]]></category>
		<category><![CDATA[on-ion]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20602</guid>

					<description><![CDATA[on-ion ร่วมกับ ReAcc ออกใบรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificates (RECs) ในรูปแบบของ Green Charging Network ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มรายแรกในไทย นายโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) (ซ้าย) และ นายณัฐชาต เจิดนภาพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รีแอค จำกัด (ReAcc) (ขวา) เปิดเผยถึงความร่วมมือในการต่อยอดนวัตกรรมและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ระหว่าง ออน-ไอออน (on-ion) ผู้ให้บริการสถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) และ รีแอค (ReAcc) ตัวแทนให้บริการซื้อขายด้านพลังงานสะอาดและความเป็นกลางทางก๊าซเรือนกระจกผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม ว่าจะมีการออกใบรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificates (RECs) จาก ReAcc ในรูปแบบของ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>on-ion ร่วมกับ ReAcc ออกใบรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificates (RECs) ในรูปแบบของ Green Charging Network ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มรายแรกในไทย</strong></p>



<p><strong>นายโทรณ หงศ์ลดารมภ์ Head of EV Charger Business บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) </strong>(ซ้าย) <strong>และ นายณัฐชาต เจิดนภาพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รีแอค จำกัด (ReAcc) (ขวา) </strong>เปิดเผยถึงความร่วมมือในการต่อยอดนวัตกรรมและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ระหว่าง ออน-ไอออน (on-ion) ผู้ให้บริการสถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) และ รีแอค (ReAcc) ตัวแทนให้บริการซื้อขายด้านพลังงานสะอาดและความเป็นกลางทางก๊าซเรือนกระจกผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม ว่าจะมีการออกใบรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificates (RECs) จาก ReAcc ในรูปแบบของ Green Charging Network เพื่อให้ผู้ใช้ EV ที่ใช้บริการชาร์จไฟฟ้าที่สถานีของ ออน-ไอออน มั่นใจได้ว่าพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับเป็นพลังงานสะอาดที่มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน 100% และเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตในประเทศไทยทั้งหมด</p>



<p>นอกจากนี้ผู้ใช้บริการผ่าน on-ion Mobile Application ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดจะได้รับสิทธิพิเศษ ต่าง ๆ ที่มอบให้เฉพาะสมาชิกออน-ไอออน โดยผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line : @onionev</p>



<p>ทั้งนี้สถานีอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ออน- ไอออน (on-ion EV Charging Station) พร้อมบริการแล้วในพื้นที่ศูนย์การค้ากองทรัสต์อัลไล 6 แห่ง อาคารจอดรถ Energy Complex (EnCo) และในพื้นที่ EECi วังจันทร์วัลเลย์ จ. ระยอง ตลอดจนเตรียมขยายสถานีฯ บนทำเลศักยภาพทั่วไทย รองรับการเติบโตของตลาด EV และเพื่อสนับสนุนให้คนไทยใช้พลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/on-ion-ร่วมกับ-reacc-ออกใบรับรองกา/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลุ้น กกพ.คลอดรับซื้อไฟ จ่อสะพัด 2 แสนล้านพลังงานสะอาด</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/solar-bess/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Jul 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ฟาร์ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20510</guid>

					<description><![CDATA[กกพ.เปิดรับฟังร่างหลักเกณฑ์รับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาด 5,203 เมกะวัตต์ โหมซื้อไฟจาก Solar+BESS และโซลาร์ฟาร์ม ภายในปี 2573 พร้อมด้วยพลังงานลม ก๊าซชีวภาพ ตั้งเป้าออกประกาศรับซื้อภายในสิ้นปี 2565 นี้ คาดก่อให้เกิดการลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท 0นายคมกฤช  ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 30 มิถุนายน-6 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการสำคัญของร่างระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ FiT ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. … เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ร่างดังกล่าวจะเปิดรับซื้อไฟฟ้ารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน จากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 90 โครงการต่อโครงการจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>กกพ.เปิดรับฟังร่างหลักเกณฑ์รับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาด 5,203 เมกะวัตต์ โหมซื้อไฟจาก Solar+BESS และโซลาร์ฟาร์ม ภายในปี 2573 พร้อมด้วยพลังงานลม ก๊าซชีวภาพ ตั้งเป้าออกประกาศรับซื้อภายในสิ้นปี 2565 นี้ คาดก่อให้เกิดการลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท</p>



<p>0นายคมกฤช  ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (<strong>สำนักงาน กกพ.</strong>) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 30 มิถุนายน-6 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (<strong>กกพ.</strong>) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการสำคัญของร่างระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ FiT ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. … เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าจาก<strong>พลังงานหมุนเวียน</strong>ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา</p>



<p>ทั้งนี้ ร่างดังกล่าวจะ<strong>เปิดรับซื้อไฟฟ้ารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</strong> จากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย/ของเสีย) พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายสูงสุดไม่เกิน 90 โครงการต่อโครงการจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (<strong>SPP</strong>) หรือผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (<strong>VSPP</strong>) ในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ไม่บังคับให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายรับซื้อหรือไม่บังคับปริมาณซื้อขายไฟฟ้าหรือ Non-Firm  และจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Solar+BESS) จากผู้ผลิตรายเล็ก ในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่กำหนดรูปแบบการผลิตและรับซื้อไฟฟ้าหรือ Partial-Firm ปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายสูงสุด มากกว่า 10 เมกะวัตต์ และไม่เกิน 90 เมกะวัตต์ต่อโครงการ อายุสัญญา 20 – 25 ปี รวมกำลังผลิตทั้งหมด <strong>5,203 เมกะวัตต์</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2022/07/AtvOTQunqIDaBMZqiHRC.webp" alt="ลุ้น กกพ.คลอดรับซื้อไฟ จ่อสะพัด 2 แสนล้านพลังงานสะอาด"/></figure>
</div>


<p>มีการกำหนดปริมาณรับซื้อและวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ตามแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ภายใต้<strong>แผน PDP2018 Rev.1</strong> ในช่วงปี พ.ศ. 2564 – 2573 (ปรับปรุงเพิ่มเติม) โดยในปี 2567 จะรับซื้อไฟฟ้าจาก<strong>พลังงานแสงอาทิตย์</strong>แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (<strong>Solar+BESS</strong>) ที่มีกำลังผลิตตามสัญญาตั้งแต่ 10 เมกะวัตต์ขึ้นไปแต่ไม่เกิน 90 เมกะวัตต์ จะรับซื้อปริมาณ 100 เมกะวัตต์ ในอัตรา 2.8331 บาทต่อหน่วย ระยะเวลาสัญญา 25 ปี และจะทยอยรับซื้อเพิ่มขึ้นปีละ 100 เมกะวัตต์ระหว่างปี 2568-2570 และรับซื้อเพิ่มขึ้นปีละ 200 เมกะวัตต์ ระหว่างปี 2571-2573 รวมปริมาณรับซื้อ 1,000 เมกะวัตต์</p>



<p>ส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจาก<strong>พลังงานแสงอาทิตย์</strong>แบบติดตั้งบนพื้นดิน กำลังผลิตตามสัญญาทุกขนาด จะเริ่มในปี 2567 ปริมาณ 190 เมกะวัตต์ ในอัตรา 2.1679 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 25 ปี และจะทยอยรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทุกปีจนครบ 2,368 เมกะวัตต์ ในปี 2573</p>



<p>ขณะที่การรับซื้อ<strong>ไฟฟ้าจากพลังงานลม</strong> กำลังผลิตตามสัญญาทุกขนาด จะเริ่มตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป โดยในแต่ละปีจะทยอยรับซื้อในปริมาณ 250 เมกะวัตต์ จนถึงปี 2573 รวมกำลังผลิต <strong>1,500 เมกะวัตต์</strong> อัตราค่าไฟฟ้า 3.1014 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 25 ปี  ส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพจากน้ำเสีย/ของเสีย กำลังผลิตตามสัญญาทุกขนาด จะเริ่มรับซื้อในปี 2569 เป็นต้นไป ปริมาณ 75 เมกะวัตต์ และจะทยอยรับซื้อเพิ่มขึ้นอีกปีละ 70-40 เมกะวัตต์ จนครบกำลังผลิต 335 เมกะวัตต์ ในปี 2573 ในอัตราค่าไฟฟ้า 2.0724 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 20 ปี </p>



<p>ส่วนโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอนาทวี) จะได้รับอัตรา FiT Premium 0.5 บาทต่อหน่วย ตลอดอายุโครงการ</p>



<p>นายคมกฤช  กล่าวอีกว่า  การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (<strong>Solar+BESS</strong>) จากผู้ผลิตรายเล็ก ในรูปแบบสัญญา Partial-Firm นั้น จะมีการกำหนดรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าไว้ โดยช่วงเวลา 9.00-16.00 น. จะต้องผลิตไฟฟ้าส่งจ่ายเข้าระบบและการไฟฟ้ารับซื้อในปริมาณ 100% ของปริมาณไฟฟ้าเสนอขายตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ช่วงเวลา 18.01-06.00 น. มีความพร้อมส่งจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปริมาณพลังงานเท่ากับ 60% ของปริมาณไฟฟ้าเสนอขายตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า เป็นเวลา 2 ชั่วโมง</p>



<p>โดยที่การไฟฟ้ารับซื้อทั้งหมดและสามารถสั่งจ่ายกำลังไฟฟ้าสูงสุดได้ไม่เกิน 60% ของปริมาณไฟฟ้าเสนอขายตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และช่วงเวลา 06.01-09.00 น. และ 16.01-18.00 น. ผลิตไฟฟ้าสั่งจ่ายเข้าระบบและการไฟฟ้ารับซื้อในปริมาณไม่เกิน 100% ของปริมาณไฟฟ้าเสนอขายตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า</p>



<p>ทั้งนี้ หลังจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว ทาง <strong>กกพ.</strong>จะรวบรวมความคิดเห็นเพื่อจัดทำหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าดังกล่าวต่อไป ซึ่งอาจจะมีบางประเด็นที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติม และบางเรื่องอาจจะต้องขอมติ <strong>กพช.</strong>เพิ่มเติม ที่อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง แต่ก็มีเป้าหมายที่จะออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าได้ภายในสิ้นปี 2565 นี้</p>



<p>นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า หากประกาศหลักเกณฑ์รับซื้อไฟฟ้าออกมาแล้ว เชื่อว่านักลงทุนจะให้ความสนใจยื่นข้อเสนอขายไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนราว 2 แสนล้านบาท (ยังไม่รวมค่าที่ดิน)โดยประเมินจากเม็ดเงินลงทุนของ Solar+BESS อยู่ที่ 46 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ โซลาร์ฟาร์ม 24 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ <strong>พลังงานลม</strong> 50-60 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ และ<strong>ก๊าซชีวภาพ</strong> 55-60 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์</p>



<p>Source : <a href="https://www.thansettakij.com/economy/532055" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอ็กโก กรุ๊ป ขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/carbon-neutral/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Jul 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20485</guid>

					<description><![CDATA[เอ็กโก กรุ๊ป ขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียน ต่อยอดธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน ตอบโจทย์ Carbon Neutral การขับเคลื่อนสังคมโลกสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Society) เพื่อหยุดยั้งภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน โดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า  จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่รายแรกของประเทศไทยและผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานครบวงจร ตระหนักดีว่า อุตสาหกรรมพลังงานสามารถมีบทบาทสำคัญในการยืนเคียงข้างประชาคมโลกและร่วมผลักดันเป้าหมายนี้ให้ประสบสำเร็จไปด้วยกัน เอ็กโก กรุ๊ป จึงกำหนดเป้าหมายองค์กรในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายใน ปี 2593 และเป้าหมายระยะกลาง ลดการปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ (Carbon Emission Intensity) 10% ภายในปี 2573 ภายใต้ทิศทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่ว่า “Cleaner, Smarter and Stronger to Drive Sustainable Growth” นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า เพื่อขับเคลื่อนองค์กรตามเป้าหมายและทิศทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว เอ็กโก กรุ๊ป จึงมุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าชีวมวล [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เอ็กโก กรุ๊ป ขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียน ต่อยอดธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน ตอบโจทย์ Carbon Neutral</p>



<p>การขับเคลื่อนสังคมโลกสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Society) เพื่อหยุดยั้งภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน โดย <strong>บริษัท ผลิตไฟฟ้า  จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป</strong> ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่รายแรกของประเทศไทยและผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานครบวงจร ตระหนักดีว่า อุตสาหกรรมพลังงานสามารถมีบทบาทสำคัญในการยืนเคียงข้างประชาคมโลกและร่วมผลักดันเป้าหมายนี้ให้ประสบสำเร็จไปด้วยกัน</p>



<p>เอ็กโก กรุ๊ป จึงกำหนดเป้าหมายองค์กรในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายใน ปี 2593 และเป้าหมายระยะกลาง ลดการปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ (Carbon Emission Intensity) 10% ภายในปี 2573 ภายใต้ทิศทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่ว่า <strong>“Cleaner, Smarter and Stronger to Drive Sustainable Growth”</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1024" height="768" src="https://www.energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/07/image-1.png" alt="" class="wp-image-20486" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/07/image-1.png 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/07/image-1-300x225.png 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/07/image-1-768x576.png 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/07/image-1-770x578.png 770w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p><strong>นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป</strong> เปิดเผยว่า เพื่อขับเคลื่อนองค์กรตามเป้าหมายและทิศทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว เอ็กโก กรุ๊ป จึงมุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าชีวมวล “ร้อยเอ็ด กรีน” จ.ร้อยเอ็ด ที่ใช้เชื้อเพลิงแกลบเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ในปี 2546 สู่การลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ และพลังงานลมนอกชายฝั่ง จนปัจจุบันมีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 1,364 เมกะวัตต์ คิดเป็น 23% ของกำลังผลิตทั้งหมด ตลอดจนตั้งเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ภายในปี 2573</p>



<p>ล่าสุดเอ็กโก กรุ๊ป ยังได้ลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนโมเดลใหม่ ผ่านการถือหุ้น 17.46% ใน <strong>“เอเพ็กซ์ คลีน เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง”</strong> ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่เพื่อจำหน่ายและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เอง ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยปัจจุบัน “เอเพ็กซ์” มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง กำลังผลิตรวม 422 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนา 61 โครงการ กำลังผลิตรวม 20,439 เมกะวัตต์ รวมทั้งมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 โครงการ กำลังผลิต 70 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนา 121 โครงการ กำลังผลิต 19,920 เมกะวัตต์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2022/06/gZg9TitftV7FikaNhcTy.webp" alt="เอ็กโก กรุ๊ป ขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียน"/></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2022/06/p6D50HUHshwzvf7NbHm0.webp" alt="เอ็กโก กรุ๊ป ขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียน"/></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2022/06/9zl5dkP4aFpU3VhoOBqX.webp" alt="เอ็กโก กรุ๊ป ขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียน"/></figure>
</div>


<p>นอกจากการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนแล้ว เอ็กโก กรุ๊ป ได้ร่วมกับกลุ่ม กฟผ. และพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ ศึกษาและพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจนในรูปแบบต่างๆ เพื่อก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ในอนาคต โดยเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจนนับเป็นเทคโนโลยี การผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต เนื่องจากจุดเด่นด้านการผลิตไฟฟ้าที่สม่ำเสมอและเชื่อถือได้ รวมทั้งมีการปลดปล่อยมลพิษทางอากาศและน้ำที่ต่ำมากจนเกือบจะเป็นศูนย์ ซึ่งเป็นการปิดจุดอ่อนของการผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิมและพลังงานหมุนเวียน<br> </p>



<p>“เอ็กโก กรุ๊ป มุ่งมั่นในการขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียนและรุกธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อตอบโจทย์สังคมคาร์บอนต่ำและการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงาน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเราในการ <strong>“เป็นบริษัทไทยชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจพลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยความใส่ใจที่จะธำรงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคม”</strong> นายเทพรัตน์กล่าว</p>



<p>Source : <a href="https://www.thansettakij.com/pr-news/general-news/530826" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กกพ.เปิดรับผู้ร่วมโครงการ ERC Sandbox เฟส 2 เพิ่มทางเลือกผู้ใช้พลังงาน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/erc-sandbox-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jun 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[erc sandbox]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20397</guid>

					<description><![CDATA[กกพ.เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ ERC Sandbox เฟส 2 มุ่งเป้าหมายเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการให้บริการทางพลังงาน รองรับธุรกิจพลังงานรูปแบบใหม่ๆ สู่การกำหนดแนวทางพัฒนาการกำกับดูแลนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่าสำนักงาน กกพ. เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน (ERC Sandbox) เฟส 2 โดยในเฟสที่ 2 จะเป็นการทดสอบนวัตกรรมร่วมกันระหว่าง กกพ. และผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะเน้นรูปแบบธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ ระบบ เครื่องมือ หรือบริการด้านพลังงานที่ยังไม่เคยนำมาใช้งาน หรือถ้าหากมีการใช้งานในท้องตลาดแล้ว ก็จะต้องมีความแตกต่างจากรูปแบบที่เป็นอยู่ ทั้งหมดจะต้องมุ่งเป้าหมายเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการให้บริการทางพลังงาน รองรับธุรกิจพลังงานรูปแบบใหม่ๆ สอดคล้องกับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดแนวทางพัฒนาการกำกับดูแลนวัตกรรมพลังงานสะอาด และสอดรับกับหลักเกณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม “กกพ. เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ประกาศโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน (ERC Sandbox) ระยะที่ 2 โดยเน้นเรื่องการพัฒนานวัตกรรมในธุรกิจพลังงานสะอาดเป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อเตรียมวางโครงสร้างพื้นฐาน [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>กกพ.เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ ERC Sandbox เฟส 2 มุ่งเป้าหมายเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการให้บริการทางพลังงาน รองรับธุรกิจพลังงานรูปแบบใหม่ๆ สู่การกำหนดแนวทางพัฒนาการกำกับดูแลนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม</strong></p>



<p>นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่าสำนักงาน กกพ. เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน (ERC Sandbox) เฟส 2</p>



<p>โดยในเฟสที่ 2 จะเป็นการทดสอบนวัตกรรมร่วมกันระหว่าง กกพ. และผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะเน้นรูปแบบธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ ระบบ เครื่องมือ หรือบริการด้านพลังงานที่ยังไม่เคยนำมาใช้งาน หรือถ้าหากมีการใช้งานในท้องตลาดแล้ว ก็จะต้องมีความแตกต่างจากรูปแบบที่เป็นอยู่ ทั้งหมดจะต้องมุ่งเป้าหมายเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการให้บริการทางพลังงาน รองรับธุรกิจพลังงานรูปแบบใหม่ๆ สอดคล้องกับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดแนวทางพัฒนาการกำกับดูแลนวัตกรรมพลังงานสะอาด และสอดรับกับหลักเกณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม</p>



<p>“กกพ. เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ประกาศโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน (ERC Sandbox) ระยะที่ 2 โดยเน้นเรื่องการพัฒนานวัตกรรมในธุรกิจพลังงานสะอาดเป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อเตรียมวางโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือ และแนวทางการกำกับดูแลในการขับเคลื่อนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย โดยคำนึงถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบกิจการพลังงาน ตลอดจนผู้ใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมการค้า และการลงทุนในระดับสากล ในยุคการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่พลังงานคาร์บอนต่ำ หรือ Energy Transition และลดภาวะโลกร้อน ให้ได้ผลอย่างยั่งยืน” นายคมกฤช กล่าว</p>



<p>สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการจะจำกัดสถานะองค์กร เฉพาะหน่วยงานของรัฐ หรือ นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือ สถาบันการศึกษา โดยสามารถยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการเพียงผู้เดียวหรือเป็นกลุ่มความร่วมมือก็ได้ พร้อมกับได้กำหนดขอบเขตกิจกรรมที่จะมีการพิจารณาภายใต้โครงการดังต่อไปนี้</p>



<p>  1. การศึกษาในโครงการ ERC Sandbox ระยะที่ 1 ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ERC Sandbox ระยะที่ 2 ซึ่งผู้ดำเนินโครงการประสงค์จะนำมาปรับปรุงพัฒนาและต่อยอดเพิ่มเติมตามกรอบกำลังการผลิตเพื่อการทดสอบที่ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบ</p>



<p>  2. การทดสอบแพลตฟอร์ม ซึ่งหมายถึง เว็บไซต์หรือแอพลิเคชัน โปรแกรมหรือซอฟท์แวร์ หรือชุดวิธีการคำนวณทางคอมพิวเตอร์ (computer-based algorithm) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ (ตลาดซื้อขายออนไลน์) หรือนวัตกรรมการให้บริการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน/คาร์บอนเครดิต/ใบรับรองสิทธิการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) ซึ่งรวมถึงระบบทดสอบกระบวนตรวจวัด รายงาน และตรวจสอบ (Measurement, Reporting and Verification: MRV) เพื่อการพัฒนากฎเกณฑ์หรือข้อกำหนดเพื่อความโปร่งใสของตลาด ใน 2 รูปแบบ ดังนี้</p>



<p>  2.1 การดำเนินการแบบมุ่งเป้า ผ่านแพลตฟอร์มของหน่วยงานภาครัฐหรือสมาคมที่เป็นองค์กรกลางในการพัฒนาระบบดังกล่าว</p>



<p>  2.2 การดำเนินการแบบเปิดกว้าง โดยพิจารณาจากข้อเสนอและความพร้อมของผู้เข้าร่วมโครงการ รวมถึงรูปแบบของการทดสอบแพลตฟอร์มที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ERC Sandbox ระยะที่ 2</p>



<p>  3. การทดสอบนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบสมาร์ทกริดหรือการเพิ่มความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและรองรับรูปแบบธุรกิจซื้อขายพลังงานไฟฟ้ารูปแบบใหม่ๆ รวมถึงการทดสอบกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้หรือการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับบุคคลที่สาม (Third Party Access) และการกำหนดอัตราค่าบริการที่เกี่ยวข้อง (Wheeling Charge)</p>



<p>  4. การทดสอบการใช้สัญญารับซื้อไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) รูปแบบใหม่ๆ เช่น Virtual PPA , Sleeved PPA (Utility Green Tariff แบบเจาะจงที่มา) เป็นต้น ในการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่สอดคล้องกับมาตรการที่ประเทศต่างๆ นำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และรองรับการใช้พลังงานหมุนเวียนตามกลไกการลดก๊าซเรือนกระจก เช่น RE100 เป็นต้น</p>



<p>  5. การทดสอบรูปแบบหรือแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการกำกับดูแลนวัตกรรมพลังงานในด้าน Green Innovation, Green Regulation ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ERC Sandbox ระยะที่ 2</p>



<p>พร้อมกันนี้ได้กำหนดกรอบระยะเวลาแผนงาน และการพิจารณาดังนี้</p>



<figure class="wp-block-table"><table><thead><tr><td><strong>กิจกรรม</strong></td><td><strong>กำหนดระยะเวลา</strong></td></tr></thead><tbody><tr><td>1.  การยื่นข้อเสนอโครงการ</td><td>วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2565</td></tr><tr><td>2.  การสัมมนาชี้แจงโครงการและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น</td><td>วันที่ 16 มิถุนายน 2565</td></tr><tr><td>3.  ประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือก</td><td>ภายใน 45 วัน หลังจากปิดรับสมัคร</td></tr><tr><td>4.  ลงนามบันทึกข้อตกลงการดำเนินโครงการ</td><td>ภายใน 1 เดือน หลังจากประกาศผลการคัดเลือก</td></tr></tbody></table></figure>



<p>Source : <a href="https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?id=MHM0bFNkeDk4RlU9" target="_blank" rel="noopener">eFinanceThai.com</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
