<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปตท.สผ. &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97-%e0%b8%aa%e0%b8%9c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Sun, 25 Dec 2022 15:27:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>ปตท.สผ. &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8220;ปตท.สผ.&#8221; พบก๊าซธรรมชาติเพิ่มโครงการมาเลเซีย เอสเค410บี</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/pttep-malaysia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Dec 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.สผ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20938</guid>

					<description><![CDATA[&#8220;ปตท.สผ.&#8221; พบก๊าซธรรมชาติเพิ่มโครงการมาเลเซีย เอสเค410บี ชี้มีโอกาสพัฒนาร่วมกับแหล่งใกล้เคียง นอกชายฝั่งรัฐซาราวัก สร้างการเติบโตของบริษัทในระยะยาว นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ&#160;ปตท.สผ.&#160;เปิดเผยว่าบริษัท พีทีทีอีพี เอชเค ออฟชอร์ จำกัด หรือ พีทีทีอีพี เอชเคโอ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้เริ่มขุดเจาะหลุมสำรวจปาปริก้า-1 (Paprika-1) ในโครงการมาเลเซีย&#160;เอสเค410บี&#160;เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 โดยได้ค้นพบก๊าซธรรมชาติในชั้นหินตะกอนที่ระดับความลึก 3,348 เมตร&#160; ทั้งนี้ นับเป็นการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งที่ 2 ในโครงการดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ ปตท.สผ. ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ บริษัท คูเวต ปิโตรเลียมฯ และปิโตรนาส ชาริกาลี ได้ค้นพบแหล่งลัง เลอบาห์ ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในโครงการเดียวกัน&#160; สำหรับหลุมสำรวจ ปาปริก้า-1 เป็นหลุมสำรวจแรกของ ปตท.สผ. ในปีนี้ในมาเลเซีย โดยได้ค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีคุณภาพสูงซึ่งมีโอกาสที่จะสามารถพัฒนาร่วมกับแหล่งใกล้เคียง ทางตอนเหนือของนอกชายฝั่งรัฐซาราวัก (Northern Sarawak [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading">&#8220;ปตท.สผ.&#8221; พบก๊าซธรรมชาติเพิ่มโครงการมาเลเซีย เอสเค410บี ชี้มีโอกาสพัฒนาร่วมกับแหล่งใกล้เคียง นอกชายฝั่งรัฐซาราวัก สร้างการเติบโตของบริษัทในระยะยาว</h2>



<p>นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ&nbsp;ปตท.สผ.&nbsp;เปิดเผยว่าบริษัท พีทีทีอีพี เอชเค ออฟชอร์ จำกัด หรือ พีทีทีอีพี เอชเคโอ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้เริ่มขุดเจาะหลุมสำรวจปาปริก้า-1 (Paprika-1) ในโครงการมาเลเซีย&nbsp;เอสเค410บี&nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 โดยได้ค้นพบก๊าซธรรมชาติในชั้นหินตะกอนที่ระดับความลึก 3,348 เมตร&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ นับเป็นการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งที่ 2 ในโครงการดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ ปตท.สผ. ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ บริษัท คูเวต ปิโตรเลียมฯ และปิโตรนาส ชาริกาลี ได้ค้นพบแหล่งลัง เลอบาห์ ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในโครงการเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>สำหรับหลุมสำรวจ ปาปริก้า-1 เป็นหลุมสำรวจแรกของ ปตท.สผ. ในปีนี้ในมาเลเซีย โดยได้ค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีคุณภาพสูงซึ่งมีโอกาสที่จะสามารถพัฒนาร่วมกับแหล่งใกล้เคียง ทางตอนเหนือของนอกชายฝั่งรัฐซาราวัก (Northern Sarawak Clastic Hub) </p>



<p class="has-text-align-center"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="900" height="675" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2022/12/l4FJAEFwU0JxIRQVzB6i.webp" alt="ปตท.สผ. พบก๊าซธรรมชาติเพิ่มโครงการมาเลเซีย เอสเค410บี"><br>ปตท.สผ. พบก๊าซธรรมชาติเพิ่มโครงการมาเลเซีย เอสเค410บี</p>



<p>ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือของกลุ่มผู้ร่วมทุน รวมทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของโครงสร้างทางธรณีวิทยา เพื่อค้นหาปิโตรเลียมแหล่งใหม่เพิ่มเติมในแปลง&nbsp;</p>



<p>โครงการมาเลเซีย เอสเค410บี อยู่ห่างจากชายฝั่งเมืองมีรี รัฐซาราวัก ประมาณ 90 กิโลเมตร และอยู่ติดกับโครงการมาเลเซีย เอสเค417 ซึ่ง ปตท.สผ. ได้สำรวจพบแหล่งก๊าซธรรมชาติเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งในอนาคตสามารถใช้อุปกรณ์การผลิตต่าง ๆ ร่วมกันได้&nbsp;</p>



<p>สำหรับผู้ร่วมทุนโครงการมาเลเซีย เอสเค410บี &nbsp;ประกอบด้วย พีทีทีอีพี เอชเคโอ ถือสัดส่วนการลงทุน 42.5%&nbsp;และเป็นผู้ดำเนินการ บริษัท คูเวต ปิโตรเลียมฯ มาเลเซีย (เอสเค-410 บี) จำกัด (KUFPEC) 42.5% และบริษัท ปิโตรนาส ชาริกาลี จำกัด (PCSB) 15%</p>



<p>นอกจากโครงการมาเลเซีย เอสเค410บี ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในประเทศมาเลเซียอีกหลายโครงการ ได้แก่ เอสเค405บี, เอสเค438, เอสเค314เอ, เอสเค417, พีเอ็ม407, พีเอ็ม415 และ เอสบี412 ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระยะสำรวจ และมีโครงการที่อยู่ในระยะผลิตได้แก่ แปลง เค, เอสเค309, เอสเค311, แหล่งโรตัน-บูลูห์ ในแปลง เอช และโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย กับพีซี เจดีเอ จำกัด</p>



<p>Source : <a href="https://www.thansettakij.com/sustainable/energy/551018?as=" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมเชื้อฯ เปิดชื่อ 12 ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียม วางหลักประกันรื้อถอนแล้ว</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/12-petro/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Aug 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.สผ.]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเลียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20530</guid>

					<description><![CDATA[กรมเชื้อฯ เปิดชื่อ 12 ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียม วางหลักประกันรื้อถอนแล้ว ชมแสดงออกถึงความรับผิดชอบ-ปฏิบัติตามกม.ไทย บริษัทผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมในประเทศไทย พร้อมใจวางหลักประกันการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดแผนงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย และหลักประกันในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม พ.ศ. 2559 ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 80/1 และ 80/2 แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า การวางหลักประกันการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบของผู้รับสัมปทานปิโตรเลียม ในการปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายและหน้าที่รับผิดชอบการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม รวมทั้งทำให้รัฐมีความมั่นใจว่าผู้รับสัมปทานจะไม่ละทิ้งหน้าที่ตามกฎหมายในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งภายหลังสิ้นสุดการใช้งาน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้กำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศให้ปฏิบัติตามกฎหมายปิโตรเลียมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ซึ่งในเรื่องเกี่ยวกับการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมดังกล่าว ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้รับสัมปทานในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับกฎกระทรวงกำหนดแผนงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย และหลักประกันในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม พ.ศ. 2559 โดยที่ผ่านมามีผู้รับสัมปทาน จำนวน 12 ราย สำหรับแปลงสำรวจ จำนวน 8 แปลง ที่ได้ดำเนินการในการยื่นแผนงานการรื้อถอน และวางหลักประกันการรื้อถอนตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างถูกต้อง ประกอบด้วย ซิโน-ยู.เอส. ปิโตรเลียม อิงค์ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h3 class="wp-block-heading">กรมเชื้อฯ เปิดชื่อ 12 ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียม วางหลักประกันรื้อถอนแล้ว ชมแสดงออกถึงความรับผิดชอบ-ปฏิบัติตามกม.ไทย</h3>



<p><strong>บริษัทผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมในประเทศไทย พร้อมใจวางหลักประกันการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดแผนงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย และหลักประกันในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม พ.ศ. 2559 ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 80/1 และ 80/2 แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และที่แก้ไขเพิ่มเติม</strong></p>



<p>นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า การวางหลักประกันการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบของผู้รับสัมปทานปิโตรเลียม ในการปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายและหน้าที่รับผิดชอบการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม รวมทั้งทำให้รัฐมีความมั่นใจว่าผู้รับสัมปทานจะไม่ละทิ้งหน้าที่ตามกฎหมายในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งภายหลังสิ้นสุดการใช้งาน</p>



<p>กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้กำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศให้ปฏิบัติตามกฎหมายปิโตรเลียมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ซึ่งในเรื่องเกี่ยวกับการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมดังกล่าว ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้รับสัมปทานในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับกฎกระทรวงกำหนดแผนงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย และหลักประกันในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในกิจการปิโตรเลียม พ.ศ. 2559</p>



<p>โดยที่ผ่านมามีผู้รับสัมปทาน จำนวน 12 ราย สำหรับแปลงสำรวจ จำนวน 8 แปลง ที่ได้ดำเนินการในการยื่นแผนงานการรื้อถอน และวางหลักประกันการรื้อถอนตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างถูกต้อง ประกอบด้วย</p>



<ol class="wp-block-list"><li>ซิโน-ยู.เอส. ปิโตรเลียม อิงค์</li><li>Central Place Company Ltd.</li><li>Thai Offshore Petroleum Ltd.</li><li>Sino Thai Energy Ltd.</li><li>เอ็กซอน โมบิล เอ็กซ์โพลเรชั่น แอนด์ โพรดักชั่น โคราช อิงค์</li><li>บริษัท ปตท.สผ.สยาม จำกัด</li><li>บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่ลแนล จำกัด</li><li>บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)</li><li>เมดโค เอนเนอร์จี ไทยแลนด์ (บัวหลวง) ลิมิเต็ด</li><li>เมดโค เอนเนอร์จี ไทยแลนด์ (อีแอนด์พี) ลิมิเต็ด</li><li>บริษัท บุษราคัม มโนรา จำกัด</li><li>บริษัท Tap Energy (Thailand) Pty Ltd.</li></ol>



<p>ทั้งนี้ การวางหลักประกันการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมนอกจากจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประเทศว่าผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมจะสามารถดำเนินการรื้อถอน ฟื้นฟู ปรับปรุงสภาพพื้นที่ และจัดการสิ่งติดตั้งในการประกอบกิจการปิโตรเลียมที่เลิกใช้งานแล้วอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายที่จะให้พื้นที่เหล่านั้นกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก ยังเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้รับสัมปทานในการดำเนินธุรกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>



<p>Source : <a href="https://www.matichon.co.th/economy/news_3474687" target="_blank" rel="noopener">มติชนออนไลน์</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ปิโตรนาส-ปตท.สผ.’ ถอนตัวจากโครงการแหล่งก๊าซเยตากุนในพม่า</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/petronas/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 May 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.สผ.]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรนาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20246</guid>

					<description><![CDATA[เอเอฟพี &#8211; บริษัทปิโตรนาสของมาเลเซียและบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ของไทย ประกาศวานนี้ (29) ว่า พวกเขาจะถอนตัวจากโครงการแหล่งก๊าซเยตากุน (Yetagun) ในพม่า บริษัทพลังงานระดับโลกต่างถอนตัวออกจากพม่า ที่รวมถึงบริษัทเชฟรอน และโททาลเอเนอร์ยีส์ หลังเกิดการรัฐประหารเมื่อปีก่อนและมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ กลุ่มสังเกตการณ์ท้องถิ่นระบุว่า มีพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 1,800 คน ระหว่างการปราบปรามของทหาร และมีผู้ถูกจับกุมตัวมากกว่า 13,000 คน&#160; บริษัทชาริกาลี ที่เป็นบริษัทย่อยของปิโตรนาส ถือหุ้นราว 41% ในโครงการเยตากุน ขณะที่บริษัท ปตท.สผ. ถืออยู่ 19.31% “การถอนตัวเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการพอร์ตโฟลิโอของบริษัทเพื่อมุ่งเน้นไปยังโครงการที่สนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานสำหรับประเทศ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท.สผ.ระบุ ปตท.สผ. ระบุว่า สัดส่วนหุ้นที่บริษัทถือครองอยู่จะได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสมให้ผู้ถือหุ้นที่เหลืออยู่โดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งจะมีผลหลังจากได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบ ด้านบริษัทปิโตรนาส ที่ดำเนินการโครงการมาตั้งแต่ปี 2546 ระบุในคำแถลงว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการทบทวนและเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมด้านอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานที่เร็วขึ้น แหล่งก๊าซเยตากุนในอ่าวเมาะตะมะผลิตก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสท โดยบริษัทสำรวจ เจเอ็กซ์ นิปปอน ออยล์ แอนด์ ก๊าซ ที่เป็นบริษัทในเครือของบริษัทเอเนออส จากญี่ปุ่น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>เอเอฟพี &#8211; บริษัทปิโตรนาสของมาเลเซียและบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ของไทย ประกาศวานนี้ (29) ว่า พวกเขาจะถอนตัวจากโครงการแหล่งก๊าซเยตากุน (Yetagun) ในพม่า</strong></p>



<p>บริษัทพลังงานระดับโลกต่างถอนตัวออกจากพม่า ที่รวมถึงบริษัทเชฟรอน และโททาลเอเนอร์ยีส์ หลังเกิดการรัฐประหารเมื่อปีก่อนและมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ</p>



<p>กลุ่มสังเกตการณ์ท้องถิ่นระบุว่า มีพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 1,800 คน ระหว่างการปราบปรามของทหาร และมีผู้ถูกจับกุมตัวมากกว่า 13,000 คน&nbsp;</p>



<p>บริษัทชาริกาลี ที่เป็นบริษัทย่อยของปิโตรนาส ถือหุ้นราว 41% ในโครงการเยตากุน ขณะที่บริษัท ปตท.สผ. ถืออยู่ 19.31%</p>



<p>“การถอนตัวเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการพอร์ตโฟลิโอของบริษัทเพื่อมุ่งเน้นไปยังโครงการที่สนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานสำหรับประเทศ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท.สผ.ระบุ</p>



<p>ปตท.สผ. ระบุว่า สัดส่วนหุ้นที่บริษัทถือครองอยู่จะได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสมให้ผู้ถือหุ้นที่เหลืออยู่โดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งจะมีผลหลังจากได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบ</p>



<p>ด้านบริษัทปิโตรนาส ที่ดำเนินการโครงการมาตั้งแต่ปี 2546 ระบุในคำแถลงว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการทบทวนและเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมด้านอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานที่เร็วขึ้น</p>



<p>แหล่งก๊าซเยตากุนในอ่าวเมาะตะมะผลิตก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสท โดยบริษัทสำรวจ เจเอ็กซ์ นิปปอน ออยล์ แอนด์ ก๊าซ ที่เป็นบริษัทในเครือของบริษัทเอเนออส จากญี่ปุ่น และบรษัทเมียนมาร์ ออยล์ แอนด์ ก๊าซ (MOGE) ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลทหารพม่า ถือหุ้นที่เหลือในโครงการนี้</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของ ปตท.สผ. ครั้งนี้ไม่ใช่การยุติการมีส่วนร่วมกับพม่า</p>



<p>ในเดือน มี.ค. บริษัท ปตท.สผ. กล่าวว่าบริษัทจะเข้าควบคุมการดำเนินงานของแหล่งก๊าซยาดานา ที่เป็นแหล่งก๊าซสำคัญของพม่า หลังการถอนตัวของบริษัทเชฟรอน และบริษัทโททาลเอเนอร์ยีส์ ในเดือน ม.ค.</p>



<p>บริษัทสัญชาติอเมริกันและฝรั่งเศสระบุว่าพวกเขาจะถอนตัวจากพม่า หลังแรงกดดันจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่เรียกร้องให้บริษัทต่างๆ ตัดความสัมพันธ์ทางการเงินกับรัฐบาลทหารพม่าเพิ่มสูงขึ้น</p>



<p>แหล่งก๊าซยาดานาในทะเลอันดามันจ่ายกระแสไฟฟ้าให้พม่าและไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการก๊าซจากหลายโครงการที่ฮิวแมนไรท์วอทช์ระบุว่า เป็นแหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของเนปีดอ ที่สร้างรายได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี.</p>



<p>Source : <a href="https://mgronline.com/indochina/detail/9650000041213" target="_blank" rel="noopener">MGROnline</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปตท.สผ.เป็นผู้ดำเนินการโครงการจี 1/61 แล้ว คาดผลิตก๊าซฯ ได้ตามสัญญา PSC ในเม.ย. 67</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/psc-pttep/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Apr 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.สผ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20240</guid>

					<description><![CDATA[ปตท.สผ. เข้าสู่การเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) โครงการจี 1/61 (แหล่งเอราวัณ, ปลาทอง, สตูล, ฟูนาน) และโครงการจี 2/61 (แหล่งบงกช) ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต พร้อมเร่งดำเนินงานตามแผนเพื่อเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติในจี1/61ให้ได้ตามสัญญาที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันภายในเม.ย.67 จากอัตราการผลิตในโครงการจี 1/61 ที่ ปตท.สผ. รับช่วงต่อจากผู้รับสัมปทานเดิมผลิตอยู่ที่ 376 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานของคนไทย รวมถึงสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ&#160; นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)( PTTEP)หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ปตท.สผ. ได้เข้าเป็นผู้ดำเนินการในโครงการจี 1/61 และโครงการจี 2/61 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นวันแรกของการเริ่มสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract หรือ PSC) ขณะที่ ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการในแหล่งบงกช หรือโครงการจี 2/61 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ปตท.สผ. เข้าสู่การเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) โครงการจี 1/61 (แหล่งเอราวัณ, ปลาทอง, สตูล, ฟูนาน) และโครงการจี 2/61 (แหล่งบงกช) ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต พร้อมเร่งดำเนินงานตามแผนเพื่อเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติในจี1/61ให้ได้ตามสัญญาที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันภายในเม.ย.67 จากอัตราการผลิตในโครงการจี 1/61 ที่ ปตท.สผ. รับช่วงต่อจากผู้รับสัมปทานเดิมผลิตอยู่ที่ 376 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานของคนไทย รวมถึงสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ&nbsp;</p>



<p>นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)( PTTEP)หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ปตท.สผ. ได้เข้าเป็นผู้ดำเนินการในโครงการจี 1/61 และโครงการจี 2/61 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2565 ซึ่งเป็นวันแรกของการเริ่มสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract หรือ PSC) ขณะที่ ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการในแหล่งบงกช หรือโครงการจี 2/61 อยู่แล้ว โดยในส่วนของการเปลี่ยนผ่านผู้ดำเนินการโครงการจี 1/61 นั้น ปตท.สผ. ได้ตั้งทีมปฏิบัติการ (วอร์รูม) ที่ ปตท.สผ. สำนักงานใหญ่ และที่แท่นผลิตก๊าซฯ รวมทั้งประสานงานกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และผู้ดำเนินการรายเดิมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านการผลิตก๊าซธรรมชาติเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และสามารถดำเนินการผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p>



<p>“ภารกิจสำคัญที่ ปตท.สผ. ตระหนักและมุ่งมั่นดำเนินการมาโดยตลอดก็คือ การเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ การเข้าเป็นผู้ดำเนินการแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ทั้ง 2 แหล่ง ซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ทางพลังงาน ที่มีศักยภาพการผลิตก๊าซฯ รวมกันถึง 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันหรือประมาณร้อยละ 60 ของประเทศ จึงถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของ ปตท.สผ. ในฐานะที่เป็นบริษัทพลังงานของไทย ซึ่งเราจะมุ่งมั่นดำเนินภารกิจด้านพลังงานเพื่อประเทศและคนไทยอย่างเต็มความสามารถ” นายมนตรีกล่าว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://mpics.mgronline.com/pics/Images/565000003967301.JPEG" alt=""/></figure></div>



<p>ในการดำเนินการผลิตก๊าซธรรมชาติของโครงการจี 1/61 นั้น ถึงแม้จะเป็นการเปลี่ยนผ่านผู้ดำเนินการ (Operatorship Transfer) แต่บุคลากรส่วนใหญ่ยังคงเป็นบุคลากรชุดเดิมที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งได้เข้ามาร่วมปฏิบัติภารกิจเพื่อเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศร่วมกัน&nbsp;</p>



<p>สำหรับอัตราการผลิตในโครงการจี 1/61 ที่ ปตท.สผ. รับช่วงต่อจากผู้รับสัมปทานเดิมผลิตไว้ในวันสิ้นสุดสัมปทานอยู่ที่ 376 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาแหล่งก๊าซนี้ไม่มีการพัฒนาและเจาะหลุมผลิตเพิ่มอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้อัตราการผลิตจะลดลงเป็นลำดับต่อไปได้อีก ประกอบกับการที่ ปตท.สผ. ไม่ได้รับความยินยอมให้เข้าพื้นที่โครงการจี 1/61 เพื่อเตรียมการพัฒนาและเจาะหลุมผลิตล่วงหน้าได้ตามแผนงาน แม้ภายหลังจะสามารถเข้าพื้นที่ได้ แต่ถือว่าล่าช้ากว่าแผนงานประมาณ 2 ปี ปตท.สผ. จึงจำเป็นต้องผลิตตามศักยภาพที่คงเหลือ ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความปลอดภัยของระบบการผลิตก๊าซฯ ทั้งหมด ทำให้อัตราการผลิตในช่วงแรกจะอยู่ที่ประมาณ 250-300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน&nbsp;</p>



<p>X<a rel="noreferrer noopener" target="_blank" href="https://delivery.adnuntius.com/c/YVdjgy6nvnDq38KMe1hty2t-n0MwmIKzt08JG91Ar2MAAAAQCtjQz9kbGWD4nuZy3q6HaHGLA4ytq_7DWRGDOL2OK4ago0tUOwX7WpjYwqnqHC5Dy12MKQk27xy1yzvVxQgHi6Pw2QxPYYa9qTI3RE6wryx3GuP8HouQr-lubIx7Q2snX9oXC9tMtBMyuejZVO_OubvJGB08DlKLRBKVXEoox6zLpUtWWbaIYbRzA6Kyya_wC38o8mrNZrLhndQ-2_Anb1hIrttf5uxwQNIvSTSssq-e_kjWpvG98D0YLIpzVOs4JI_jvLWMUeq7kDGd4HrD4bnfS9WM3r7aWAzyLVdHuYW-IGS-UoROoYFz48t2_4Nd-IaccOfR2KmlPndR0hNl0EvlR-LZ6xf2i_WKkIV0MOQY-C7MQbeubw?ct=2501&amp;r=http%3A%2F%2Fm.ais.co.th%2Ftriagethan"></a>อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ปตท.สผ. จะดำเนินงานตามแผนเพื่อเพิ่มอัตราการผลิตของโครงการจี 1/61 มากขึ้นตามลำดับ ให้ได้ถึง 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ภายในเดือนเมษายน 2567 โดยจะเร่งติดตั้งแท่นหลุมผลิต (Wellhead Platform) จำนวน 8 แท่น วางท่อใต้ทะเล เจาะหลุมผลิตอีกประมาณ 183 หลุม และจัดหาแท่นเจาะเพิ่มอีก 2 แท่น เพื่อเจาะหลุมผลิตเพิ่มเติมจากแผนพัฒนาเดิมที่วางไว้อีก 52 หลุม รวมทั้ง ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์การผลิตและระบบต่าง ๆ วางแผนการบำรุงรักษา เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งติดตั้งและอุปกรณ์ต่าง ๆ มีความพร้อมและปลอดภัยสำหรับการผลิต&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ส่วนแผนการดำเนินงานของโครงการจี 2/61 ซึ่ง ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการอยู่แล้วนั้น สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่องตามแผนงาน โดยผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งบงกชได้ในอัตรา 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน</p>



<p>สำหรับแผนรองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในช่วงที่โครงการจี 1/61 อยู่ระหว่างการเพิ่มกำลังการผลิตนั้น ปตท.สผ. ได้เตรียมแผนเพื่อเพิ่มการผลิตก๊าซฯ จากแหล่งบงกชขึ้นอีกประมาณ 125 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากโครงการอาทิตย์เพิ่มเติมอีกประมาณ 60 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และจากโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJDA) เพิ่มขึ้นประมาณ 30-50 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน รวมเป็นปริมาณการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นประมาณ 200-250 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนและประเทศ</p>



<p>Source : <a href="https://mgronline.com/business/detail/9650000039089" target="_blank" rel="noopener">MGROnline</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตั้งวอร์รูมทำงาน 24 ชม.ตลอด 10 วัน เกาะติดช่วงเปลี่ยนผ่านแหล่งก๊าซเอราวัณจากสัมปทานสู่พีเอสซี</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/ptt-lng/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Apr 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[lng]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.สผ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20148</guid>

					<description><![CDATA[ตั้งวอร์รูม 10 วันทำงาน​ตลอด 24 ชม.เกาะติดช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทานแหล่งเอราวัณสู่ระบบแบ่งปันผลผลิตตลอด24 ชม.ตั้งแต่ 23 เม.ย.-2 พ.ค. 2565 เพื่อให้การผลิตก๊าซฯไม่สะดุด ด้าน ปตท.สผ.โอเปอเรเตอร์รายใหม่ชี้ผลิตก๊าซไม่ได้ปริมาณ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันตามตามที่ตกลงไว้กับรัฐ ต้องเพิ่มการผลิต ก๊าซฯจากแหล่งบงกชและอาทิตย์มาเสริม รวมทั้งให้ปตท.นำเข้า LNG มาช่วยทดแทนอีกทาง]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>ตั้งวอร์รูม 10 วันทำงาน​ตลอด 24 ชม.เกาะติดช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทานแหล่งเอราวัณสู่ระบบแบ่งปันผลผลิตตลอด24 ชม.ตั้งแต่ 23 เม.ย.-2 พ.ค. 2565 เพื่อให้การผลิตก๊าซฯไม่สะดุด ด้าน ปตท.สผ.โอเปอเรเตอร์รายใหม่ชี้ผลิตก๊าซไม่ได้ปริมาณ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันตามตามที่ตกลงไว้กับรัฐ ต้องเพิ่มการผลิต ก๊าซฯจากแหล่งบงกชและอาทิตย์มาเสริม รวมทั้งให้ปตท.นำเข้า LNG มาช่วยทดแทนอีกทาง</strong></p>



<p><strong>ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center : ENC)</strong>&nbsp;รายงานถึงความคืบหน้าที่กระทรวงพลังงานจะมีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการวอร์รูมเฉพาะกิจเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงเปลี่ยนผ่านจากบริษัทผู้รับสัมปทานแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเอราวัณ ในอ่าวไทยไปสู่บริษัทใหม่ภายใต้ระบบแบ่งปันผลผลิตในช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 23 เม.ย.65 ว่า วอร์รูมจะมีการสลับสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ทำงานมอนิเตอร์สถานการณ์ตลอด 24 ชม. ตั้งแต่ 23 เม.ย. -2 พ.ค. 2565</p>



<p>โดยได้เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทั้งส่วนที่อยู่บนบก (Onshore) และเจ้าหน้าที่นอกชายฝั่ง (Offshore) และเจ้าหน้าที่ประจำออฟฟิศ ในส่วนของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพื่อประสานการทำงานกับพนักงานของทางเชฟรอนที่เป็นผู้รับสัมปทานรายเดิมและกับ ปตท.สผ. ที่เป็นโอเปอเรเตอร์รายใหม่</p>



<p>โดยที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้มีการซ้อมแผนฉุกเฉินกรณีก๊าซฯจากแหล่งเอราวัณหายไปจากระบบ และแนวทางแก้ไขปัญหาในการจัดการก๊าซฯ ไว้แล้ว โดยเมื่อมั่นใจแล้วว่าช่วงรอยต่อการเปลี่ยนผู้ผลิต จะไม่มีเหตุฉุกเฉินใดๆ ที่กระทบต่อการผลิตก๊าซฯ จึงจะยุติการเฝ้าระวังใกล้ชิด</p>



<p>สำหรับแหล่งผลิตปิโตรเลียมเอราวัณ ที่จะหมดอายุสัมปทานคืนวันที่ 23 เม.ย. 2565 นั้นตามข้อตกลงภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต ที่บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (ปตท.สผ. อีดี) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของ ปตท.สผ. ร่วมทุนกับบริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม (ประเทศไทย) จำกัด จะต้องผลิตก๊าซขั้นต่ำในปริมาณ 800 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน แต่เมื่อมีปัญหาการเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมการผลิตทำไม่ได้ตามแผน โดยล่าสุดกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติระบุว่าน่าจะผลิตก๊าซได้เพียง ประมาณ 425 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันเท่านั้น</p>



<p>ซึ่งมีการแก้ไขปัญหาโดยการจัดหาก๊าซจากแหล่งอื่นในอ่าวไทยเพิ่ม เพื่อลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ที่มีราคาสูงอยู่ในขณะนี้</p>



<p>โดยแหล่งบงกช ทาง ปตท.สผ. จะเพิ่มกำลังการผลิตได้ 870 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันต่อเนื่องไปถึงปี 2566 แล้วจึงปรับลดการผลิตลงมาเหลือ 700 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน</p>



<p>สำหรับแหล่งก๊าซอื่นๆได้มีการเจรจาให้เพิ่มการผลิตอย่างเต็มกำลังแล้ว ที่จะได้ปริมาณก๊าซเพิ่มขึ้นจากสัญญา 5-10 % หรือเพิ่มขึ้นมาประมาณ 100 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน</p>



<p>รวมทั้งการเจรจาขอเพิ่มการผลิตในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย มาเลเซีย ซึ่งตกลงได้แล้ว 1 แหล่ง อีก 1 แหล่งอยู่ในระหว่างการเจรจา</p>



<p>โดยสำหรับการนำเข้า LNG เพื่อทดแทนกรณีแหล่งเอราวัณผลิตไม่ได้ตามสัญญานั้นประเมินตัวเลขโดยรายงานให้ กพช.ทราบแล้วว่า ปตท.จะต้องนำเข้า LNG เข้ามาทดแทนประมาณ 1.8 ล้านตันในปี 2565 โดยปัจจุบันราคา LNG นำเข้าสูงกว่าราคาก๊าซที่ ปตท.สผ.เสนอไว้ตอนชนะประมูลที่ 116 บาทต่อล้านบีทียู​มาก โดยจะกระทบต่อค่าไฟฟ้าในส่วนค่าเอฟที มากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับราคา LNG ที่ ปตท.นำเข้ามาในช่วงนั้นๆ</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%89%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%80/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
