<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บ้านปู &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Sat, 18 Feb 2023 15:08:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>บ้านปู &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บ้านปู เน็กซ์ หนุน “บียอนด์ กรีน” และ “ม.ขอนแก่น” จับมือพัฒนาแบตฯ ลิเธียมและโซเดียม ใช้ในรถกอล์ฟไฟฟ้า</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/banpu-lithium-sodium/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Feb 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[แบตลิเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่โซเดียมไอออน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=21076</guid>

					<description><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์ สนับสนุน “บียอนด์ กรีน” ผู้นำธุรกิจรถไฟฟ้าเอนกประสงค์ครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย และ “มหาวิทยาลัยขอนแก่น” ลงนามบันทึกความร่วมมือใน “โครงการผลิตและประยุกต์ใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนและโซเดียมไอออนสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า” เดินหน้านำแบตฯ ลิเธียมไอออนไปใช้กับรถกอล์ฟไฟฟ้าของบียอนด์ กรีน ประมาณ 2,000 ชุดต่อปี และสนับสนุนการพัฒนาแบตฯ โซเดียมไอออนจากแร่เกลือหินในภาคอีสานของไทย ตั้งเป้าขยายแบตเตอรี่ไทยไปสู่ตลาดโลก วันที่ 16 ก.พ. 2566 “บียอนด์ กรีน” ซึ่งเป็นเครือข่ายของ “บ้านปู เน็กซ์” ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการพัฒนา “โครงการผลิตและประยุกต์ใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนและโซเดียมไอออนสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า” เพื่อช่วยผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงรองรับความต้องการใช้แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังช่วยต่อยอดให้ธุรกิจแบตเตอรี่ของบ้านปู เน็กซ์ มีโซลูชันที่หลากหลายครบวงจรไว้บริการกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย สำหรับ บียอนด์ กรีน เป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเอนกประสงค์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ปัจจุบันมีรถกอล์ฟไฟฟ้าในตลาดประมาณ 20,000 คัน ซึ่งเป็นของบียอนด์ กรีน 5,000 คัน โดยในแต่ละปีบริษัทจะมีความต้องการใช้แบตเตอรี่สูงถึง 2,000 ชุด จึงมองหาพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ เพื่อนำไปใช้กับรถกอล์ฟไฟฟ้าของบริษัท ขณะที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ที่สามารถผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนคุณภาพสูง ปลอดภัย และได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">บ้านปู เน็กซ์ สนับสนุน “บียอนด์ กรีน” ผู้นำธุรกิจรถไฟฟ้าเอนกประสงค์ครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย และ “มหาวิทยาลัยขอนแก่น” ลงนามบันทึกความร่วมมือใน “โครงการผลิตและประยุกต์ใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนและโซเดียมไอออนสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า” เดินหน้านำแบตฯ ลิเธียมไอออนไปใช้กับรถกอล์ฟไฟฟ้าของบียอนด์ กรีน ประมาณ 2,000 ชุดต่อปี และสนับสนุนการพัฒนาแบตฯ โซเดียมไอออนจากแร่เกลือหินในภาคอีสานของไทย ตั้งเป้าขยายแบตเตอรี่ไทยไปสู่ตลาดโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">วันที่ 16 ก.พ. 2566 <strong>“บียอนด์ กรีน”</strong> ซึ่งเป็นเครือข่ายของ <strong>“บ้านปู เน็กซ์”</strong> ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) กับ<strong>มหาวิทยาลัยขอนแก่น </strong>ในการพัฒนา “โครงการผลิตและประยุกต์ใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนและโซเดียมไอออนสำหรับรถกอล์ฟไฟฟ้า” เพื่อช่วยผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงรองรับความต้องการใช้แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังช่วยต่อยอดให้ธุรกิจแบตเตอรี่ของบ้านปู เน็กซ์ มีโซลูชันที่หลากหลายครบวงจรไว้บริการกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/02/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B91-1024x786.jpg" alt="" class="wp-image-37958"/></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับ บียอนด์ กรีน เป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเอนกประสงค์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ปัจจุบันมีรถกอล์ฟไฟฟ้าในตลาดประมาณ 20,000 คัน ซึ่งเป็นของบียอนด์ กรีน 5,000 คัน โดยในแต่ละปีบริษัทจะมีความต้องการใช้แบตเตอรี่สูงถึง 2,000 ชุด จึงมองหาพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ เพื่อนำไปใช้กับรถกอล์ฟไฟฟ้าของบริษัท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ที่สามารถผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนคุณภาพสูง ปลอดภัย และได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) รวมถึงเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังได้คิดค้นและพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออนจากแร่เกลือหินที่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสานได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในอาเซียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้จากศักยภาพและโอกาสในการใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศดังกล่าว จึงทำให้เกิดความร่วมมือในครั้งนี้ โดยมุ่งเน้น 2 เรื่อง คือ 1. นำแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนคุณภาพสูง แบรนด์ kkUVolts ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ไปทดลองใช้กับรถกอล์ฟไฟฟ้าของบียอนด์ กรีน ในประเทศไทย จำนวน 2,000 ชุด  2. สนับสนุนการพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออน พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไปใช้กับรถกอล์ฟไฟฟ้าในเครือข่ายธุรกิจของบียอนด์ กรีน ในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรบบ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้มีส่วนร่วมผลักดันความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจและทำให้ บ้านปู เน็กซ์ มีพันธมิตรที่เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมนักวิจัยไทยที่สามารถพัฒนานวัตกรรมแบตเตอรี่พลังงานยุคใหม่ที่มีคุณภาพระดับสากล ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตแบตเตอรี่จากพลังงานทางเลือกของโลกในอนาคต ขณะเดียวกันยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ซึ่งในอนาคต บียอนด์ กรีน จะเดินหน้าขยายความร่วมมือนำแบตเตอรี่ทั้ง 2 ชนิดไปใช้กับรถกอล์ฟไฟฟ้าในเครือข่ายธุรกิจ รวมถึงต่อยอดไปใช้กับรถไฟฟ้าเอนกประสงค์อื่น ๆ อีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านบริษัทวิจัย Meticulous Research ของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าตลาดแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีอัตราการเติบโต อยู่ที่ 23.3% ในช่วงปี 2565-2572</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/02/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B92-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-37957"/></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/บ้านปู-เน็กซ์-หนุน-บียอ/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;บ้านปู&#8221; ทุ่ม 1.6 หมื่นล้าน ลุยพลังงานสะอาด ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/banpu/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 May 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20285</guid>

					<description><![CDATA[กลุ่มบ้านปู อัด 1.65 หมื่นล้าน กางแผน 3 ปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลุยพัฒนาพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเป็น 1,100 เมกะวัตต์ พร้อมธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานอีก 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ Greener &#038; Smarter เพิ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศด้านพลังงานของบ้านปู (Banpu Ecosystem) ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น และสอดรับเทรนด์โลกที่ตั้งเป้าลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2603 โดยในปี 2568 กลุ่มบ้านปูได้ตั้งเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกสำหรับธุรกิจเหมืองลง 7% จากการดำเนินงานในสภาวะปกติ และในธุรกิจไฟฟ้าที่ครอบคลุมไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงทั่วไปและจากพลังงานทดแทนลง 20% จากการดำเนินงานในสภาวะปกติ ผ่านการดำเนินงานที่มีเป้าหมายเพิ่มกำไรในธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานของกลุ่มบ้านปูไม่ต่ำกว่า 50% ใน 10 ประเทศ สำหรับการดำเนินงานในปีนี้บริษัทได้จัดสรรงบลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานไว้ราว 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.65 หมื่นล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ)  [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มบ้านปู อัด 1.65 หมื่นล้าน กางแผน 3 ปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลุยพัฒนาพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเป็น 1,100 เมกะวัตต์ พร้อมธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานอีก 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568</p>



<p class="wp-block-paragraph">นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท <strong>บ้านปู </strong>จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ <strong>Greener & Smarter</strong> เพิ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศด้านพลังงานของบ้านปู (Banpu Ecosystem) ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น และสอดรับเทรนด์โลกที่ตั้งเป้าลดการปลดปล่อย<strong>ก๊าซเรือนกระจก (GHG) </strong>สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2603</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยในปี 2568 กลุ่มบ้านปูได้ตั้งเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกสำหรับธุรกิจเหมืองลง 7% จากการดำเนินงานในสภาวะปกติ และในธุรกิจไฟฟ้าที่ครอบคลุมไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงทั่วไปและจากพลังงานทดแทนลง 20% จากการดำเนินงานในสภาวะปกติ ผ่านการดำเนินงานที่มีเป้าหมายเพิ่มกำไรในธุรกิจ<strong>พลังงานสะอาด</strong>และเทคโนโลยีพลังงานของกลุ่มบ้านปูไม่ต่ำกว่า 50% ใน 10 ประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการดำเนินงานในปีนี้บริษัทได้จัดสรรงบลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานไว้ราว 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว <strong>1.65 หมื่นล้านบาท</strong> (อัตราแลกเปลี่ยน 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ)  แบ่งเป็นการลงทุนการเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจาก<strong>พลังงานหมุนเวียน </strong>และระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับลูกค้าอีก 500 เมกะวัตต์ รวม 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 1.32 หมื่นล้านบาท  และลงทุนในธุรกิจ<strong>เทคโนโลยีพลังงาน </strong>100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,300 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าว จะลงทุนผ่านบริษัท <strong>บ้านปู เน็กซ์ </strong>จํากัด เป็นหลัก ในการขยายโรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศยุทธศาสตร์สำคัญ อาทิ เวียดนาม ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกันก็จะขยายการลงทุนไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ที่มีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนขึ้นไปอีกราว 1,100 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 จากปัจจุบันมีอยู่ที่ราว 836 เมกะวัตต์ และขยายฐานลูกค้าผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจรทุกรูปแบบทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกราว 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 จากปัจจุบันมีอยู่ราว 37 เมกะวัตต์ เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศไทยสามารถลดการปล่อย<strong>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</strong>สู่โลกได้ และดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2022/05/BNcg4VJobu36NY8kqN5D.webp" alt="&quot;บ้านปู&quot; ทุ่ม 1.6 หมื่นล้าน ลุยพลังงานสะอาด ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก"/></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่การลงทุนในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน จะเป็นการเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่<strong>พอร์ตพลังงาน</strong>ที่สะอาดขึ้นและเทคโนโลยีพลังงานที่สอดคล้องกับเทรนด์พลังงานในอนาคตได้รวดเร็วและยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โซลูชั่นด้านพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาและทุ่นลอยน้ำ ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบจัดการพลังงาน <strong>ยานยนต์ไฟฟ้า</strong> โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและการซื้อขายไฟฟ้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">นายชนิต สุวรรณพรินทร์ ผู้อํานวยการอาวุโส-บริหารการตลาด และการขาย บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จํากัด  กล่าวว่า <strong>บ้านปู เน็กซ์</strong> ซึ่งเป็นบริษัทหลักของบ้านปูในการพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานสะอาดด้วยหลัก <strong>“3D”</strong> ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลบริหารจัดการระบบพลังงาน (Digitization) การกระจายตัวของแหล่งผลิตและจำหน่ายพลังงาน (Decentralization) และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonization) เพื่อขยายพอร์ตเทคโนโลยีพลังงานสะอาดครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โซลูชั่นด้านพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาและระบบทุนลอยน้ำ ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบจัดการพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้าโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและการซื้อขายไฟฟ้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ บ้านปู เน็กซ์ตั้งเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจภายในปี 2568 จะขยายฐานลูกค้าผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจรทุกรูปแบบทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกราว 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 จากปัจจุบันมีอยู่ราว 37 เมกะวัตต์ เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศไทยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่โลกได้ และดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกทั้ง เพิ่มกำลังการผลิตจากระบบกักเก็บพลังงาน 3.0 กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี เพิ่มยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 5,500 คัน รองรับการให้บริการผู้โดยสาร 430,000 คนต่อวัน เพิ่มสถานีอัดประจุไฟฟ้า 2,000 จุด เพิ่มปริมาณการจำหน่ายเรือท่องเที่ยวไฟฟ้า 100 ลำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะและการบริหารจัดการพลังงาน30 โครงการ และปริมาณการซื้อขายไฟฟ้า 1,000 กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวเชื่อว่าจะช่วยให้กลุ่มบ้านปูสามารถบรรลุเป้าหมายในการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะสั้นได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://www.thansettakij.com/economy/524975" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
