<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ค่าไฟฟ้า &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Sun, 03 Aug 2025 11:35:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>ค่าไฟฟ้า &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กกพ. เคาะค่าไฟฟ้างวด ก.ย.-ธ.ค. 2568 เหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/elec-394/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Aug 2025 03:33:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=24936</guid>

					<description><![CDATA[คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เคาะค่าไฟงวด ก.ย.–ธ.ค. 2568 เหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย สามารถลดค่า Ft ลงได้ 4 สตางค์ต่อหน่วย หลังเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินจาก 3 การไฟฟ้าได้ประมาณ 1 ใน 3 หรือประมาณ 2,640 ล้านบาท มาลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนสำเร็จ นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ได้พิจารณาข้อเสนอการปรับค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่า Ft) ประจำเดือน กันยายน – ธันวาคม 2568 ตามข้อเสนอของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยในครั้งแรกเสนอหน่วยละ 3.98 บาท โดยคืนเงินค่าภาระต้นทุนคงค้าง (ค่า AF) ให้กับ กฟผ. 7,072 ล้านบาท แต่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้น กฟผ. เสนอขอปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าเป็นหน่วยละ 3.95 บาท [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เคาะค่าไฟงวด ก.ย.–ธ.ค. 2568 เหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย สามารถลดค่า Ft ลงได้ 4 สตางค์ต่อหน่วย หลังเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินจาก 3 การไฟฟ้าได้ประมาณ 1 ใน 3 หรือประมาณ 2,640 ล้านบาท มาลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนสำเร็จ</p>



<p>นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. ได้พิจารณาข้อเสนอการปรับค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่า Ft) ประจำเดือน กันยายน – ธันวาคม 2568 ตามข้อเสนอของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยในครั้งแรกเสนอหน่วยละ 3.98 บาท โดยคืนเงินค่าภาระต้นทุนคงค้าง (ค่า AF) ให้กับ กฟผ. 7,072 ล้านบาท แต่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนนั้น กฟผ. เสนอขอปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าเป็นหน่วยละ 3.95 บาท โดยขอให้ กกพ. นำเงินจากการเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่อยู่กับ กฟผ. ประมาณ 4,900 ล้านบาท มาลดค่าไฟฟ้าและภาระหนี้ของ กฟผ. เพิ่มเติมในรอบนี้ด้วย</p>



<p>ทั้งนี้ กกพ. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 67 แห่ง พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ที่กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาต ซึ่งหมายถึง กฟผ. เป็นผู้เสนออัตราค่าบริการให้ กกพ. พิจารณา ดังนั้น กกพ. จึงพิจารณาตามข้อเสนอใหม่ของ กฟผ. ตามประกาศ กกพ. เรื่อง กรอบหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า พ.ศ. 2564 ข้อ 34 (2) ลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า ตามความเหมาะสมเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะวิกฤติที่ส่งผลต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในวงกว้างในระหว่างรอบการกำกับ ควบคู่ไปกับการพิจารณากรอบการใช้เงินตาม ข้อ 34 (1) ที่กำหนดให้นำเงินดังกล่าวมาใช้สำหรับสนับสนุนการรักษาเสถียรภาพอัตราค่าไฟฟ้าในรอบกำกับถัดไปด้วย</p>



<p>“เมื่อตรวจสอบยอดเงินจากการเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่อยู่กับ กฟผ. ประมาณ 4,955 ล้านบาทกับเงินที่อยู่กับ กฟภ. และ กฟน. พบว่ามียอดรวมทั้งสิ้น 7,927 ล้านบาท กกพ. จึงมีมติให้นำเงินจากการเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินประมาณ 1 ใน 3 หรือประมาณ 2,640 ล้านบาท มาลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน หรือคิดเป็นหน่วยละ 4 สตางค์ เป็นผลให้อัตราค่าไฟฟ้าที่ กฟผ. เสนอมาในครั้งแรกที่หน่วยละ 3.98 บาท ปรับลดเหลือหน่วยละ 3.94 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยคิดเป็นค่าเอฟทีสำหรับเรียกเก็บในงวดประจำเดือนกันยายน – ธันวาคม 2568 ลดลงจากเดิม 19.72 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 15.72 สตางค์ต่อหน่วย และ กกพ. ให้นำเงินจากการเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่เหลืออีก 5,287 ล้านบาท มาใช้สำหรับสนับสนุนการรักษาเสถียรภาพอัตราค่าไฟฟ้าในรอบกำกับถัดไป” นายพูลพัฒน์ กล่าว</p>



<p><strong>นายพูลพัฒน์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า กกพ. ยังแสดงความห่วงใยกรณีราคาก๊าซธรรมชาติตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปี เนื่องจากความต้องการใช้ก๊าซที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูหนาวของสหภาพยุโรปและปัญหาจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าปรับสูงขึ้นจากค่าประมาณการ สำนักงาน กกพ. จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าได้ง่ายๆ ด้วยหลัก 5 ป. ได้แก่ ปลด หรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าลดการใช้ไฟฟ้าเมื่อใช้งานเสร็จ ปิด หรือดับไฟเมื่อเลิกใช้งาน ปรับ อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 26 องศาเซลเซียส เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 ปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นเพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้าน ซึ่งทั้ง 5 ป. จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าเองด้วย</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/กกพ-เคาะค่าไฟฟ้างวด-ก-ย-ธ/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เช็คมาตรการช่วย &#8220;ค่าไฟ-ก๊าซหุงต้ม-น้ำมันดีเซล&#8221; ล่าสุด จ่ายเท่าไหร่ที่นี่</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/electricity-costs-cooking-gas-diesel-fuel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 May 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23236</guid>

					<description><![CDATA[เช็คมาตรการช่วย “ค่าไฟ-ก๊าซหุงต้ม-น้ำมันดีเซล” ล่าสุด จ่ายเท่าไหร่ที่นี่มีคำตอบ ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ให้แล้ว หลัง ครม. มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ มุ่งลดค่าครองชีพประชาชน คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชน ตามที่กระทรวงพลังงานนำเสนอทั้งด้านค่าไฟ ราคาน้ำมันดีเซล ราคาก๊าซหุงต้มครัวเรือน หรือแอลพีจี (LPG) จากการตรวจสอบข้อมูลของ “ฐานเศรษฐกิจ” มาตรการช่วยเหลือดังกล่าว ประกอบด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ปัจจุบันราคาพลังงานเกือบทุกชนิดมีความผันผวนในระดับสูง เกิดจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะปัญหาภูมิรัฐศาสตร์  ซึ่งกระทรวงพลังงานได้พยายามที่จะช่วยเหลือประชาชนลดภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งในส่วนของน้ำมัน รัฐบาลได้กำหนดเพดานไว้ที่ 33 บาทต่อลิตร เนื่องจากสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้อุดหนุนติดลบกว่าแสนล้านบาทแล้ว  หากไม่อุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลที่แท้จริงจะอยู่ที่ 34 – 35 บาทต่อลิตร และอาจจะมีการปรับเพดานหากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาขายปลีกในไทยก็จะปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป  อย่างไรก็ดี 3 มาตรการที่ผ่านการอนุมติจาก ครม. ถือว่าเป็นมาตรการช่วยเหลือในระยะสั้น ตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน “ได้เตรียมรื้อระบบราคาพลังงานใหม่ ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการอยู่ คาดว่าจะยกร่างกฎหมายใหม่ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ภายในปีนี้ คนไทยจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงราคาพลังงานที่มีความยุติธรรม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และจะเป็นการปรับรูปแบบพลังงานของประเทศที่จะมีความยั่งยืนต่อไปในอนาคต”  Source [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เช็คมาตรการช่วย “ค่าไฟ-ก๊าซหุงต้ม-น้ำมันดีเซล” ล่าสุด จ่ายเท่าไหร่ที่นี่มีคำตอบ ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ให้แล้ว หลัง ครม. มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ มุ่งลดค่าครองชีพประชาชน</p>



<p>คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชน ตามที่กระทรวงพลังงานนำเสนอทั้งด้านค่าไฟ ราคาน้ำมันดีเซล ราคาก๊าซหุงต้มครัวเรือน หรือแอลพีจี (LPG)</p>



<p>จากการตรวจสอบข้อมูลของ “ฐานเศรษฐกิจ” มาตรการช่วยเหลือดังกล่าว ประกอบด้วย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การ<strong>ตรึงราคาน้ำมันดีเซล</strong>ไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร โดยใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง </li>



<li>การขยายระยะเวลาการ<strong>ตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม</strong> 423 บาท ต่อถัง 15 กิโลกรัมไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567</li>



<li>การ<strong>ลดค่าไฟ</strong>ที่ 19.05 สตางค์ จาก 4.18 บาท เป็น 3.99 บาทต่อหน่วย สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ในงวดเดือนพฤษภาคม  ถึง สิงหาคม 2567</li>
</ul>



<p class="has-text-align-center"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1000" height="553" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2024/05/ZmA12qGe4hqQONkSrtvW.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="เช็คมาตรการช่วย &quot;ค่าไฟ-ก๊าซหุงต้ม-น้ำมันดีเซล&quot; ล่าสุด จ่ายเท่าไหร่ที่นี่"></p>



<p></p>



<p>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ปัจจุบันราคาพลังงานเกือบทุกชนิดมีความผันผวนในระดับสูง เกิดจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ </p>



<p>ซึ่งกระทรวงพลังงานได้พยายามที่จะช่วยเหลือประชาชนลดภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งในส่วนของน้ำมัน รัฐบาลได้กำหนดเพดานไว้ที่ 33 บาทต่อลิตร เนื่องจากสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้อุดหนุนติดลบกว่าแสนล้านบาทแล้ว </p>



<p>หากไม่อุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลที่แท้จริงจะอยู่ที่ 34 – 35 บาทต่อลิตร และอาจจะมีการปรับเพดานหากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาขายปลีกในไทยก็จะปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป </p>



<p>อย่างไรก็ดี 3 มาตรการที่ผ่านการอนุมติจาก ครม. ถือว่าเป็นมาตรการช่วยเหลือในระยะสั้น ตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน</p>



<p>“ได้เตรียมรื้อระบบราคาพลังงานใหม่ ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการอยู่ คาดว่าจะยกร่างกฎหมายใหม่ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ภายในปีนี้ คนไทยจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงราคาพลังงานที่มีความยุติธรรม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และจะเป็นการปรับรูปแบบพลังงานของประเทศที่จะมีความยั่งยืนต่อไปในอนาคต” </p>



<p>Source : <a href="https://www.thansettakij.com/sustainable/energy/595401" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หน้าร้อน ทำไมค่าไฟแพง?</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/high-elec-price-summer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 May 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight & Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23178</guid>

					<description><![CDATA[ช่วงนี้มีแต่คนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าค่าไฟแพงมาก บางคนค่าไฟขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัว เรียกได้ว่า ทำงานหาเงินมาเพื่อจ่ายค่าไฟกันเลยทีเดียว วันนี้ทีมงานก็ได้ทำการหาข้อมูลเรื่องของค่าไฟแพงมา ซึ่งมาจากการให้ความรู้จากกูรูหลายท่าน รวมถึงการไฟฟ้าก็มีการเผยแพร่ข้อมูลความรู้เรื่องค่าไฟแพงออกมาเช่นกัน โดยเราได้ทำการสรุปและรวบรวมเอาไว้ในบทความนี้เรียบร้อยแล้ว หน้าร้อน ทำไมค่าไฟแพง? เป็นคำถามแรกที่ทุกคนต้องถามเมื่อเห็นบิลค่าไฟในช่วงหน้าร้อน เมื่อก่อนอาจจะดูเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้ทุกหน้าร้อนมันขึ้นตลอดจนสงสัยว่า หน้าร้อน ทำไมค่าไฟแพง ก็มาดูสาเหตุที่มีการวิเคราะห์กันออกมาได้ดังนี้ 1.รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่เกิดโควิทขึ้น ทำให้รูปแบบการทำงานของเราเปลี่ยนไป มีการทำงานแบบ Work from home มากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นนั่นเอง เพราะหลายคนที่ทำงานแบบ Work from home ก็จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ สำหรับทำงานที่บ้าน แน่นอนว่าต้องใช้ไฟมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บางคนทำงานไปก็เปิดแอร์ไปด้วย เพราะเคยชินกับการทำงานในห้องแอร์ที่ออฟฟิศนั่นเอง และถ้าบ้านไหนมีคนที่เปลี่ยนมาทำงานแบบ Work from home มากขึ้นกว่า 1 คน เราก็จะเสียค่าไฟเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ 2.อากาศที่ร้อน ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้ายิ่งกินไฟมากขึ้น สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ พวกนี้ ในหน้าร้อนจะกินไฟมากขึ้นกว่าปกติ เพราะว่าจะต้องทำงานหนักกว่าเดิม เพื่อที่จะสามารถใช้ความเย็นได้เท่าเดิมนั่นเอง โดยปกติแล้ว [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ช่วงนี้มีแต่คนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าค่าไฟแพงมาก บางคนค่าไฟขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัว เรียกได้ว่า ทำงานหาเงินมาเพื่อจ่ายค่าไฟกันเลยทีเดียว วันนี้ทีมงานก็ได้ทำการหาข้อมูลเรื่องของค่าไฟแพงมา ซึ่งมาจากการให้ความรู้จากกูรูหลายท่าน รวมถึงการไฟฟ้าก็มีการเผยแพร่ข้อมูลความรู้เรื่องค่าไฟแพงออกมาเช่นกัน โดยเราได้ทำการสรุปและรวบรวมเอาไว้ในบทความนี้เรียบร้อยแล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หน้าร้อน ทำไมค่าไฟแพง?</strong></h2>



<p>เป็นคำถามแรกที่ทุกคนต้องถามเมื่อเห็นบิลค่าไฟในช่วงหน้าร้อน เมื่อก่อนอาจจะดูเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้ทุกหน้าร้อนมันขึ้นตลอดจนสงสัยว่า หน้าร้อน ทำไมค่าไฟแพง ก็มาดูสาเหตุที่มีการวิเคราะห์กันออกมาได้ดังนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>1.รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป </strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1000" height="667" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/portrait-beautiful-young-woman-professional-working-remote-from-home-freelancing-with-her-lapt.webp" alt="" class="wp-image-23182" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/portrait-beautiful-young-woman-professional-working-remote-from-home-freelancing-with-her-lapt.webp 1000w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/portrait-beautiful-young-woman-professional-working-remote-from-home-freelancing-with-her-lapt-300x200.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/portrait-beautiful-young-woman-professional-working-remote-from-home-freelancing-with-her-lapt-768x512.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/portrait-beautiful-young-woman-professional-working-remote-from-home-freelancing-with-her-lapt-770x514.webp 770w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>
</div>


<p></p>



<p>ตั้งแต่เกิดโควิทขึ้น ทำให้รูปแบบการทำงานของเราเปลี่ยนไป มีการทำงานแบบ Work from home มากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เราต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นนั่นเอง เพราะหลายคนที่ทำงานแบบ Work from home ก็จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ สำหรับทำงานที่บ้าน แน่นอนว่าต้องใช้ไฟมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บางคนทำงานไปก็เปิดแอร์ไปด้วย เพราะเคยชินกับการทำงานในห้องแอร์ที่ออฟฟิศนั่นเอง และถ้าบ้านไหนมีคนที่เปลี่ยนมาทำงานแบบ Work from home มากขึ้นกว่า 1 คน เราก็จะเสียค่าไฟเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>2.อากาศที่ร้อน ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้ายิ่งกินไฟมากขึ้น</strong></h2>



<p>สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ พวกนี้ ในหน้าร้อนจะกินไฟมากขึ้นกว่าปกติ เพราะว่าจะต้องทำงานหนักกว่าเดิม เพื่อที่จะสามารถใช้ความเย็นได้เท่าเดิมนั่นเอง โดยปกติแล้ว ถ้าไม่ใช้หน้าร้อน การทำงานที่จะปรับความเย็นให้ได้ตามที่ผู้ใช้กำหนดนั่น ก็จะใช้ระยะเวลาไม่นานสักเท่าไหร่ เพราะอากาศมันไม่ได้ร้อน แต่ถ้าอากาศร้อนก็จะต้องใช้เวลาในการทำความเย็นมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าในกลุ่มนี้กินไฟมากขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1000" height="667" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/young-woman-using-home-technology.webp" alt="" class="wp-image-23181" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/young-woman-using-home-technology.webp 1000w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/young-woman-using-home-technology-300x200.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/young-woman-using-home-technology-768x512.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/young-woman-using-home-technology-770x514.webp 770w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>
</div>


<p></p>



<p>โดยทางกระทรวงพลังงานได้มีการเผยแพร่ข้อมูล ในการทดสอบเปิดแอร์ขนาด 12,000 BTU ที่ 26 °C ในอากาศที่ร้อนต่างๆ กันได้ผลออกมาดังนี้</p>



<p><strong>อุณหภูมิภายนอก 35°C</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เปิดแอร์ 1 ชั่วโมง จะใช้ไฟชั่วโมงละ 0.69 หน่วย</li>



<li>คิดเป็นเงิน 2.69 บาท/ชั่วโมง</li>



<li>เปิดแอร์ 8 ชั่วโมง/วัน ใช้ไฟ 5.52 หน่วย/วัน</li>



<li>คิดเป็นเงิน 21.52 บาท/วัน</li>



<li>ค่าไฟต่อเดือน (30 วัน) จะอยู่ที่ 645.60 บาท</li>
</ul>



<p><strong>อุณหภูมิภายนอก 41°C</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เปิดแอร์ 1 ชั่วโมง จะใช้ไฟชั่วโมงละ 0.79 หน่วย</li>



<li>คิดเป็นเงิน 3.08 บาท/ชั่วโมง</li>



<li>เปิดแอร์ 8 ชั่วโมง/วัน ใช้ไฟ 6.32 หน่วย/วัน</li>



<li>คิดเป็นเงิน 24.64 บาท/วัน</li>



<li>ค่าไฟต่อเดือน (30 วัน) อยู่ที่ 739.20 บาท</li>
</ul>



<p>จากการทดสอบนี้ก็สามารถอ้างอิงได้ว่า ในหน้าร้อนเครื่องปรับอากาศก็จะต้องกินไฟมากกว่าอย่างแน่นอน ยิ่งในพื้นที่ที่ร้อนกว่านี้ ก็จะกินไฟมากกว่านี้อีก ถ้าเทียบเป็นการกินไฟนั้นก็คำนวณได้ว่า หากร้อนขึ้น 1 องศา จะกินไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 3.07%</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>3.ช่วงหน้าร้อนเป็นช่วงปิดเทอม</strong>ของเด็กๆ</h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="665" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/siblings-watching-television-together.webp" alt="" class="wp-image-23183" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/siblings-watching-television-together.webp 1000w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/siblings-watching-television-together-300x200.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/siblings-watching-television-together-768x511.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/siblings-watching-television-together-770x512.webp 770w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>
</div>


<p></p>



<p>ในข้อนี้ดูแล้วไม่น่าจะเป็นสาเหตุได้ แต่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุจริงๆ นั่นแหละครับ เพราะช่วงเด็กปิดเทอม ก็จะอยู่บ้าน และเด็กโดยปกติเมื่ออยู่บ้านแล้ว ไม่ค่อยอยู่เฉยๆ กันสักเท่าไหร่ ต้องหาอะไรทำ ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูทีวี หรือทำกิจกรรมอื่นๆ อยู่บ้านอากาศร้อนก็ต้องเปิดพัดลม บางคนก็เปิดแอร์ ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทั้งนั้น ไม่ใช่แค่ไฟอย่างเดียวนะครับ ยังมีค่าขนม ค่ากิน อะไรตามมาอีกมากมาย </p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>4.ค่าไฟในไทยเป็นแบบอัตราก้าวหน้า</strong></h2>



<p>ค่าไฟแบบอัตราก้าวหน้า ถ้าให้อธิบายกันง่ายๆ ก็คือ คนใช้ไฟเยอะ จะเสียค่าไฟต่อหน่วยสูงกว่าคนที่ใช้ไฟน้อยนั่นเอง ซึ่งจะกำหนดค่าไฟต่อหน่วยเป็นลำดับขั้น ตามภาพด้านล่างนี้ (ตัวอย่าง)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1492" height="942" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/price-step-66.webp" alt="" class="wp-image-23180" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/price-step-66.webp 1492w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/price-step-66-300x189.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/price-step-66-1024x647.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/price-step-66-768x485.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/price-step-66-770x486.webp 770w" sizes="(max-width: 1492px) 100vw, 1492px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>5.การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบผิดวิธี</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="667" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/medium-shot-woman-checking-fridge-night.webp" alt="" class="wp-image-23184" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/medium-shot-woman-checking-fridge-night.webp 1000w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/medium-shot-woman-checking-fridge-night-300x200.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/medium-shot-woman-checking-fridge-night-768x512.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/05/medium-shot-woman-checking-fridge-night-770x514.webp 770w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>
</div>


<p></p>



<p>สาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ค่าไฟฟ้าแพง ก็มาจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผิดวิธี หรือผิดจากวัตถุประสงค์ของเครื่องใช้ไฟฟ้านั่นเอง การใช้แบบผิดวิธี ตัวอย่างเช่น การนำของร้อนไปแช่ในตู้เย็น การเปิดปิดตู้เย็นบ่อยๆ จนตู้เย็นไม่สามารถกักเก็บความเย็นได้เป็นต้น หรือจะเป็น การเลือกใช้เครื่องปรับอากาศที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับห้องที่ใช้ เช่น ขนาดเล็กเกินไป ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานตลอดเวลาเพื่อทำความเย็น ก็จะใช้ไฟมากขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการใช้เครื่องไฟฟ้าที่มีปัญหาไม่ยอมเอาไปซ่อม ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุในการใช้ไฟฟ้าที่มากขึ้นได้เช่นกัน</p>



<p>ทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นครับ </p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วิธีคำนวนค่าไฟฟ้า</strong></h2>



<p>ตอนนี้มาดูกันต่อว่า ค่าไฟฟ้า ที่เขามาเก็บจากเรานั้น เขาคิดมาจากไหน จะได้เข้าใจกันมากยิ่งขึ้น สำหรับค่าไฟฟ้าก็จะแบ่งเป็น 3 ส่วนด้วยกันดังนี้</p>



<p><strong>ส่วนที่ 1 ค่าไฟฟ้าพื้นฐาน :</strong> ค่าพลังงานไฟฟ้า + ค่าบริการ<br><strong>ส่วนที่ 2 ค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) :</strong> จำนวนพลังงานไฟฟ้า x ค่า FT<br><strong>ส่วนที่ 3 ภาษีมูลค่าเพิ่ม :</strong> (ค่าไฟฟ้าพื้นฐาน + ค่า FT) x 7/100</p>



<p>*ค่า FT คือ ค่าผันแปรที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมของการไฟฟ้า คือ ค่าเชื้อเพลิง และค่าซื้อไฟฟ้า ที่เป็นต้นทุนของการจำหน่ายไฟฟ้า มีการปรับขึ้น และปรับลง ตามตัวแปรต่างๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้</p>



<p>สำหรับค่าไฟฟ้าแพงนั้น ก็ต้องบอกว่า แพงยังไงก็ต้องจ่าย แต่ก่อนจ่าย เราคงต้องหาวิธีประหยัดด้วย ไม่งั้นค่าไฟฟ้าก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆ เช่น การตั้งอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้น เช่น แต่เดิมเคยเปิดที่ 24 – 25 องศา ก็อาจจะปรับเป็นที่ 26 – 27 องศา ถ้ารู้สึกร้อนก็อาจจะใช้วิธีเปิดพัดลมช่วย ซึ่งหลายคนก็พิสูจน์มาแล้วว่า ช่วยลดค่าไฟได้จริง หรือใครที่เคยเปิดพัดลมแอร์เบอร์สูงสุดให้เป่าเขาตัวแบบฉ่ำๆ ก็อาจจะปรับไปที่เบอร์ 1 หรือ 2 แทน ซึ่งวิธีนี้ก็ช่วยลดค่าไฟได้จริงๆ มีหลายคนทดสอบแล้วเอามาแชร์ในโซเชียลมีเดียมากมาย</p>



<p>นอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เราก็ต้องปรับเปลี่ยนการใช้งานด้วย เช่น ไม่เปิดปิดตู้เย็นบ่อยๆ ไม่เอาของร้อนไปแช่ในตู้เย็นทันที อาจจะตั้งไว้ข้างนอกให้หายร้อนก่อน ค่อยเอาไปแช่ บางคนที่ในบ้านมีทีวีหลายเครื่องปกติดูช่องเดียวกัน หรือหนังเรื่องเดียวกัน แยกกันดู อาจจะนัดกันมาดูด้วยกันแทน ปิดไฟที่ไม่ได้ใช้ ปิดคอมพิวเตอร์ทุกครั้งหลังใช้งาน แม่บ้านที่เคยเสียบปลั๊กหม้อหุงข้าว เพื่ออุ่นข้าวให้ร้อนตลอดวัน ตลอดคืน ก็อาจจะถอดปลั๊ก แล้วเอาข้าวไปแช่ตู้เย็นแทน จะกินเมื่อไหร่ ก็ตักแค่พอกินมาใส่ไมโครเวฟเพื่อทำให้อุ่น</p>



<p>ก็ไปลองทำกันดูนะครับ จะได้ช่วยลดค่าไฟลงได้บ้าง ไม่มากก็น้อย</p>



<p>Photo : <a href="https://freepik.com" target="_blank" rel="noopener">Freepik</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าไฟหน้าร้อน ทำไมถึงแพงขึ้น ทั้งที่ยังตรึงค่า Ft ?</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/ft-elec-price/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Apr 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=23159</guid>

					<description><![CDATA[เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบิลค่าไฟฟ้าครัวเรือนในหน้าร้อนถึงแพงขึ้น ทั้งที่ภาครัฐโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ยังตรึงอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หรือค่า Ft ไว้ที่ 39.72 สตางค์ มาตั้งแต่ต้นปี ถึงเดือนสิงหาคม 2567 ทั้งนี้พบว่า สาเหตุมาจากเหตุผลหลัก 2 ปัจจัย ปัจจัยแรก คือ สภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ ถึงแม้จะเปิดในจำนวนชั่วโมงที่เท่ากัน แต่ด้วยอุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างภายในบ้านกับภายนอกบ้านที่มากขึ้น ทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟมากขึ้นด้วย ข้อมูลจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ระบุว่า อุณหภูมิภายในบ้านและนอกบ้านที่แตกต่างกัน 1 องศาเซลเซียส จะทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟมากขึ้น 3%  ยกตัวอย่างเช่น หากตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในห้องไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส จะพบว่าในหน้าร้อน เครื่องปรับอากาศจะทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิมมาก เพื่อปรับลดอุณหภูมิจาก 40 องศาเซลเซียส ให้ถึงอุณหภูมิ 26 องศาเซลเซียส ตามที่ตั้งค่าไว้ ซึ่งอุณหภูมิที่ต่างกันถึง 14 องศา จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หน่วยการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นตามไปด้วย ไม่นับรวมพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเล็กๆ น้อยๆในช่วงฤดูร้อน ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่หากทำสะสมบ่อยๆ อาจส่งผลต่อการใช้หน่วยไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นได้เช่นกัน เช่น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบิลค่าไฟฟ้าครัวเรือนในหน้าร้อนถึงแพงขึ้น ทั้งที่ภาครัฐโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ยังตรึงอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หรือค่า Ft ไว้ที่ 39.72 สตางค์ มาตั้งแต่ต้นปี ถึงเดือนสิงหาคม 2567</p>



<p>ทั้งนี้พบว่า สาเหตุมาจากเหตุผลหลัก 2 ปัจจัย ปัจจัยแรก คือ สภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ</p>



<p>ถึงแม้จะเปิดในจำนวนชั่วโมงที่เท่ากัน แต่ด้วยอุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างภายในบ้านกับภายนอกบ้านที่มากขึ้น ทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟมากขึ้นด้วย</p>



<p>ข้อมูลจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ระบุว่า อุณหภูมิภายในบ้านและนอกบ้านที่แตกต่างกัน 1 องศาเซลเซียส จะทำให้เครื่องปรับอากาศกินไฟมากขึ้น 3% </p>



<p>ยกตัวอย่างเช่น หากตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในห้องไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส จะพบว่าในหน้าร้อน เครื่องปรับอากาศจะทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิมมาก เพื่อปรับลดอุณหภูมิจาก 40 องศาเซลเซียส ให้ถึงอุณหภูมิ 26 องศาเซลเซียส ตามที่ตั้งค่าไว้ ซึ่งอุณหภูมิที่ต่างกันถึง 14 องศา จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หน่วยการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นตามไปด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/04/iStock-1359849360-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-52490"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>ไม่นับรวมพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเล็กๆ น้อยๆในช่วงฤดูร้อน ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่หากทำสะสมบ่อยๆ อาจส่งผลต่อการใช้หน่วยไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นได้เช่นกัน เช่น การเปิด-ปิดตู้เย็นบ่อยครั้ง การเปิดแอร์คลายร้อนทั้งวันทั้งคืน เป็นต้น</p>



<p>ปัจจัยที่สอง ที่ทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นในฤดูร้อน มาจากโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่จัดเก็บประเภทบ้านที่อยู่อาศัย โดยคิด “อัตราก้าวหน้าแบบขั้นบันได” คือ ยิ่งจำนวนหน่วยการใช้มากขึ้น ก็จะถูกเก็บค่าไฟฟ้าในอัตราที่แพงขึ้น เช่นเดียวกับการคิดภาษี </p>



<p>ดังนั้น ช่วงฤดูร้อนที่จำนวนหน่วยการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น เพราะเครื่องปรับอากาศกินไฟมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงขึ้น แม้ว่าอัตราค่า Ft จะเท่าเดิม ในงวดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ที่รัฐตรึงราคาเอาไว้</p>



<p>อย่างไรก็ตาม  ต้องเข้าใจก่อนว่า การคิดค่าไฟฟ้าประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ค่าไฟฟ้าฐาน ค่า Ft ค่าบริการรายเดือน และภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งแต่ละส่วนจะมีวิธีคิดที่แตกต่างกัน มีที่มาแตกต่างกัน</p>



<p>แต่ส่วนประกอบหลักที่มีผลต่อค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน คือ ค่าไฟฟ้าฐาน (ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟฟ้า) และ ค่า Ft (ขึ้นอยู่กับราคาเชื้อเพลิง)</p>



<p>โดยค่าไฟฟ้าฐานในประเทศไทย ไม่ค่อยปรับกันบ่อยๆ ปัจจุบันยังเป็นอัตราเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2558 และเป็นอัตราเดียวเท่ากันตลอดทั้งปี  </p>



<p>ส่วนค่า Ft จะปรับทุกๆ 4 เดือน หรือ 3 ครั้งต่อปี ซึ่งล่าสุด กกพ. มีมติตรึงค่า Ft ประจำเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2567 ไว้ที่หน่วยละ 0.3972 บาท หรือ 39.72 สตางค์</p>



<p>การคิดค่าไฟฟ้าในอัตราเริ่มต้นและปรับอัตราเพิ่มเป็นขั้นบันไดประเภทบ้านที่อยู่อาศัย ที่ยังไม่รวมค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>



<p>จะเริ่มต้นตั้งแต่ 1-150 หน่วย อยู่ที่ 3.2484 บาทต่อหน่วย, 151-400 หน่วย อยู่ที่ 4.2218 บาทต่อหน่วย, เกิน 400 หน่วย อยู่ที่ 4.4217 บาทต่อหน่วย</p>



<p>ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเดือนเมษายนนี้ใช้ไฟไม่เกิน 150  หน่วย X หน่วยละ 3.2484  บาท จะเท่ากับ 487.26 บาท</p>



<p>แต่ถ้าใช้ไฟ 250  หน่วย วิธีคิดค่าไฟก็จะแบ่งเป็น 150  หน่วยแรก (หน่วยที่ 1-150) X 3.2484 บาท เท่ากับ  487.26 บาท </p>



<p>100 หน่วยต่อมา (หน่วยที่ 151–250) X 4.2218 บาท เท่ากับ 422.18 บาท รวมเป็นค่าไฟฟ้าฐานที่ต้องจ่าย 487.26+422.18 เท่ากับ 909.44 บาท เป็นต้น</p>



<p>เพราะฉะนั้น บิลค่าไฟฟ้าที่มาถึงมือเรา  คือบิลที่นำค่าไฟฟ้าฐาน มาบวกกับค่า Ft  แล้วไปคูณกับจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้  </p>



<p>หลังจากนั้น ก็นำไปบวกกับค่าบริการรายเดือน แล้วค่อยนำมาคิดคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็จะเท่ากับค่าไฟฟ้าสุทธิที่เราต้องจ่ายในแต่ละเดือน</p>



<p>อย่างไรก็ดี  มีแนวทางที่จะช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าลดค่าไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนได้  โดยมีข้อแนะนำดีๆ จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) <strong>ที่ยึดหลัก 5 ป. ดังนี้</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/04/iStock-912425338-1024x614.jpg" alt="" class="wp-image-52491"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>1.ปิด คือ ปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน</p>



<p>2.ปรับ คือ ปรับอุณหภูมิแอร์ที่ 25-26 องศาเซลเซียส เพราะการปรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียสจะช่วยลดค่าไฟฟ้าลงได้ประมาณ 10%</p>



<p>3.ปลด คือ ปลดปลั๊กทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน เพราะการเสียบปลั๊กทิ้งไว้แม้ปิดสวิตซ์ ก็ยังคงมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ และทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสื่อมคุณภาพเร็ว เสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร</p>



<p>4.เปลี่ยน คือ เปลี่ยนมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 แบบ 5 ดาว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และประหยัดไฟยิ่งกว่าเดิม เมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มีฉลากเบอร์ 5</p>



<p>5.ปลูก คือ ปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อช่วยสร้างร่มเงา ลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน และลดการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9e/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 วิธีเปิดแอร์ ให้ประหยัดไฟ ลดค่าไฟได้ทันที</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/5-air/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Mar 2024 07:24:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight & Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=22984</guid>

					<description><![CDATA[ช่วงหน้าร้อนนอกจากอากาศร้อนแล้ว ค่าไฟก็ขึ้นแทบทุกบ้านเช่นกัน และหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ทุกคนใช้อย่างเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ ก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟค่อนข้างมาก ท่านที่เปิดเฉพาะตอนนอน ก็ดีหน่อย แต่บางท่านเปิดกันทั้งวันทั้งคืน ค่าไฟนั้นเพิ่มจากปกติหลายเท่าอย่างแน่นอน และวันนี้ทางทีมงานได้สรุปวิธีการใช้แอร์แบบไหน ถึงจะประหยัดไฟที่สุดมากฝากกัน รับรองว่าสามารถช่วยลดค่าไฟให้กับทุกท่านได้อย่างแน่นอน เพราะมีหลายท่านใช้วิธีต่างๆ เหล่านี้แล้ว ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่าช่วยลดค่าไฟได้จริงๆ 1.ล้างแอร์ และทำความสะอาด สำหรับท่านที่ใช้แอร์แล้วไม่เคยทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นเลย แนะนำว่าให้ถอดออกมาทำความสะอาดกันก่อนเลย ซึ่งแผ่นกรองฝุ่นก็จะมีทั้งแบบที่โดนน้ำได้ และแบบที่เป็นกรองกระดาษไม่สามารถล้างด้วยน้ำได้ ก็จัดการทำความสะอาดกันให้เรียบร้อย เผื่อให้ลมสามารถผ่านเข้าสู่แอร์ได้สะดวกยิ่งขึ้น และใครที่ไม่เคยล้างแอร์เลย ก็มีคำแนะนำว่าควรล้างปีละ 1 ครั้ง ซึ่งจะช่วยกำจัดเศษฝุ่น และคราบสกปรกต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่ภายใน ช่วยลดภาระในการทำงานของเครื่อง และยังช่วยเครื่องการฆ่าเชื้อโรคต่างๆ อีกด้วย ใครที่ล้างเองได้ ก็สามารถหาซื้อน้ำยา และอุปกรณ์ผ่านร้านค้าออนไลน์ได้เลย แต่อาจจะไม่สะอาดทุกส่วน หากเป็นไปได้จ้างช่างมาล้างแอร์ แบบถอดออกมาล้าง เป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ เดี๋ยวนี้มีให้บริการเยอะแยะมากมาย ราคาอยู่ในช่วง 500 – 1,200 บาทต่อเครื่องโดยประมาณ 2.จำกัดพื้นที่ในการเปิดแอร์ แอร์ทุกเครื่อง จะมีความสามารถในการทำความเย็นตามสเปคเครื่อง เวลาเลือกซื้อเราก็จะได้คำแนะนำว่าควรเลือกขนาดเครื่องให้เหมาะสมกับพื้นที่ แต่บางท่านติดตั้งแอร์ในห้องที่อาจจะไม่เหมาะสม ด้วยข้อจำกัดต่างๆ เช่น [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ช่วงหน้าร้อนนอกจากอากาศร้อนแล้ว ค่าไฟก็ขึ้นแทบทุกบ้านเช่นกัน และหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ทุกคนใช้อย่างเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ ก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟค่อนข้างมาก ท่านที่เปิดเฉพาะตอนนอน ก็ดีหน่อย แต่บางท่านเปิดกันทั้งวันทั้งคืน ค่าไฟนั้นเพิ่มจากปกติหลายเท่าอย่างแน่นอน และวันนี้ทางทีมงานได้สรุปวิธีการใช้แอร์แบบไหน ถึงจะประหยัดไฟที่สุดมากฝากกัน รับรองว่าสามารถช่วยลดค่าไฟให้กับทุกท่านได้อย่างแน่นอน เพราะมีหลายท่านใช้วิธีต่างๆ เหล่านี้แล้ว ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่าช่วยลดค่าไฟได้จริงๆ</p>



<h2 class="wp-block-heading">1.ล้างแอร์ และทำความสะอาด</h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/checking-conditioner-1024x684.webp" alt="" class="wp-image-22988" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/checking-conditioner-1024x684.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/checking-conditioner-300x200.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/checking-conditioner-768x513.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/checking-conditioner-770x514.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/checking-conditioner.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<p>สำหรับท่านที่ใช้แอร์แล้วไม่เคยทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นเลย แนะนำว่าให้ถอดออกมาทำความสะอาดกันก่อนเลย ซึ่งแผ่นกรองฝุ่นก็จะมีทั้งแบบที่โดนน้ำได้ และแบบที่เป็นกรองกระดาษไม่สามารถล้างด้วยน้ำได้ ก็จัดการทำความสะอาดกันให้เรียบร้อย เผื่อให้ลมสามารถผ่านเข้าสู่แอร์ได้สะดวกยิ่งขึ้น และใครที่ไม่เคยล้างแอร์เลย ก็มีคำแนะนำว่าควรล้างปีละ 1 ครั้ง ซึ่งจะช่วยกำจัดเศษฝุ่น และคราบสกปรกต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่ภายใน ช่วยลดภาระในการทำงานของเครื่อง และยังช่วยเครื่องการฆ่าเชื้อโรคต่างๆ อีกด้วย ใครที่ล้างเองได้ ก็สามารถหาซื้อน้ำยา และอุปกรณ์ผ่านร้านค้าออนไลน์ได้เลย แต่อาจจะไม่สะอาดทุกส่วน หากเป็นไปได้จ้างช่างมาล้างแอร์ แบบถอดออกมาล้าง เป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ เดี๋ยวนี้มีให้บริการเยอะแยะมากมาย ราคาอยู่ในช่วง 500 – 1,200 บาทต่อเครื่องโดยประมาณ</p>



<h2 class="wp-block-heading">2.จำกัดพื้นที่ในการเปิดแอร์</h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/young-woman-using-home-technology-1024x683.webp" alt="" class="wp-image-22990" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/young-woman-using-home-technology-1024x683.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/young-woman-using-home-technology-300x200.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/young-woman-using-home-technology-768x512.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/young-woman-using-home-technology-770x513.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/young-woman-using-home-technology.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<p>แอร์ทุกเครื่อง จะมีความสามารถในการทำความเย็นตามสเปคเครื่อง เวลาเลือกซื้อเราก็จะได้คำแนะนำว่าควรเลือกขนาดเครื่องให้เหมาะสมกับพื้นที่ แต่บางท่านติดตั้งแอร์ในห้องที่อาจจะไม่เหมาะสม ด้วยข้อจำกัดต่างๆ เช่น เป็นบ้านรุ่นเก่าที่มีโถงขนาดใหญ่เต็มชั้น 1 หรือเรียกได้ว่าเป็นห้องเปิดโล่งขนาดใหญ่มาก เวลาเปิดแอร์ กว่าแอร์จะสามารถทำความเย็นได้ทัน ก็ใช้เวลาพอสมควร และแอร์ก็ต้องทำงานตลอดเวลา ทำให้ใช้ไฟฟ้าค่อนข้างมาก วิธีแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ก็คือ ให้ลดพื้นที่เปิด ซึ่งบางท่านก็ติดตั้งฉากกั้นแบบเลื่อนเปิด-ปิดได้ เพื่อลดขนาดพื้นที่ห้องลง ส่วนไหนที่ไม่จำเป็นต้องใช้แอร์ ก็ปิดลงไปเลย ซึ่งก็ยังคงสามารถเปิดฉากกั้นเพื่อใช้พื้นที่ได้ดังเดิม ซึ่งการลดขนาดพื้นที่ลง แอร์ก็จะทำงานน้อยลง ช่วยประหยัดไฟได้มากขึ้นนั่นเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading">3.ตั้งอุณหภูมิ 26 – 27 องศา และเปิดพัดลมไปด้วย</h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="1800" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/hand-holding-remote-start-heater.webp" alt="" class="wp-image-22989" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/hand-holding-remote-start-heater.webp 1200w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/hand-holding-remote-start-heater-200x300.webp 200w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/hand-holding-remote-start-heater-683x1024.webp 683w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/hand-holding-remote-start-heater-768x1152.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/hand-holding-remote-start-heater-1024x1536.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/hand-holding-remote-start-heater-770x1155.webp 770w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>
</div>


<p></p>



<p>ปกติจะมีคำแนะนำให้เปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 25 องศา เป็นค่ากลางที่ใช้ได้กับทุกคน ทุกสถานที่ แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ได้มีคำแนะนำใหม่สำหรับคนที่ต้องการประหยัดไป คือ ให้ตั้งอุณหภูมิไปที่ 26 หรือ 27 องศา ตามความเหมาะสมในการใช้งาน และสถานที่ของแต่ละท่าน พร้อมให้เปิดพัดลมช่วย เพื่อช่วยให้ความเย็นกระจายไปทั่วห้อง ตัวพัดลมเองกินไฟน้อยกว่าแอร์มา เรียกว่าต่ำกว่าประมาณ 10 เท่านั้น เมื่อมาทำงานช่วยกันทั้งแอร์ และพัดลม ก็ช่วยประหยัดไฟได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว แถมเรายังได้ความเย็นกระจายไปทั่วห้องอีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ต้องบอกว่า มีคนทดลองทำแล้ว พบว่าช่วยประหยัดไฟได้จริงๆ แต่ก็อยากให้ดูตามความเหมาะสมด้วย เพราะถ้าพื้นที่ที่ใช้มีบริเวณใหญ่มากๆ ความเย็นอาจจะไปไม่ทั่วถึง แนะนำให้ลดอุณหภูมิให้ต่ำกว่าที่แนะนำ และสามารถเปิดพัดลมช่วยได้เช่นกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading">4.งดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อนสูง ในขณะเปิดแอร์</h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/woman-wore-white-shirt-hand-placed-table-fan-looked-out-1024x683.webp" alt="" class="wp-image-22992" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/woman-wore-white-shirt-hand-placed-table-fan-looked-out-1024x683.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/woman-wore-white-shirt-hand-placed-table-fan-looked-out-300x200.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/woman-wore-white-shirt-hand-placed-table-fan-looked-out-768x512.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/woman-wore-white-shirt-hand-placed-table-fan-looked-out-770x513.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/woman-wore-white-shirt-hand-placed-table-fan-looked-out.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<p>เรื่องนี้อาจจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เวลาใช้งานมีความร้อนเกินขึ้นใหม่ เช่น เตาไฟฟ้าสำหรับประกอบอาหาร ไดร์เป่าผม เตารีด เป็นต้น เพราะการเปิดแอร์เพื่อทำความเย็น แล้วมีความร้อนเกิดขึ้น จะส่งผลให้แอร์ทำงานหนักมากขึ้น ใช้ไฟมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้นเราควรปรับรูปแบบการใช้งานให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น เช่น อาจจะเป่าผมด้วยไดร์เป่าผมให้เรียบร้อยเสียก่อน ค่อยเปิดแอร์ในห้องนอน หรือจะรีดผ้า ก็แนะนำให้เปิดพัดลมเป่าตัวเราให้แรงกว่าเดิม หรือใครจะใช้เตาไฟฟ้าประกอบอาหาร ก็อาจจะเปิดหน้าตา ประตูห้อง เพื่อทำอาหารให้เรียบร้อยเสียก่อน ค่อยเปิดแอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้เราประหยัดค่าไฟได้อย่างแน่นอน</p>



<h2 class="wp-block-heading">5.ตั้งเวลาปิดแอร์ล่วงหน้า</h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/back-view-young-woman-stretching-unmade-bed-after-waking-up-looking-city-view-window-1024x683.webp" alt="" class="wp-image-22991" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/back-view-young-woman-stretching-unmade-bed-after-waking-up-looking-city-view-window-1024x683.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/back-view-young-woman-stretching-unmade-bed-after-waking-up-looking-city-view-window-300x200.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/back-view-young-woman-stretching-unmade-bed-after-waking-up-looking-city-view-window-768x512.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/back-view-young-woman-stretching-unmade-bed-after-waking-up-looking-city-view-window-770x513.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2024/03/back-view-young-woman-stretching-unmade-bed-after-waking-up-looking-city-view-window.webp 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<p>แอร์ส่วนใหญ่จะมีระบบตั้งเวลาปิดมาให้แล้ว บางรุ่นก็อาจจะตั้งได้ทั้งเปิดและปิด ซึ่งแนะนำให้ใช้ประโยชน์จากฟังก์ชั่นนี้ เพราะหยุดการทำงานของแอร์ เช่น เราอาจจะตั้งเวลาปิดแอร์ก่อนเวลาที่เราจะตื่นนอนสักครึ่งชั่วโมง แค่วิธีง่ายๆ แค่นี้ก็สามารถช่วยประหยัดไฟได้แล้ว แต่ก่อนตั้งเวลา ก็อย่าลืมตั้งนาฬิกาที่รีโมทให้ตรงด้วย บางรุ่นถ้าไม่สามารถกำหนดเป็นเวลาได้ ได้เป็นแบบกำหนดจำนวนนาที หรือชั่วโมง ก็ให้นับเวลาให้ดีก่อนจะตั้ง สำหรับคนที่กังวลว่า ตั้งปิดแอร์ก่อนเวลาตื่น จะทำให้ร้อนไม่มีอากาศหายใจหรือไม่ ต้องบอกว่า หลังจากปิดแอร์แล้ว ความเย็นจะยังคงอยู่ประมาณ 30 นาที ทำให้เรายังรู้สึกสบาย ไม่ร้อน</p>



<p>ทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 วิธีที่ช่วยประหยัดไฟจากการใช้แอร์ ซึ่งมีคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอร์ด้วย หากใครที่ใช้แอร์เก่า กินไฟเยอะ มีขนาดไม่เหมาะสมกับพื้นที่ แนะนำให้มองหาแอร์ตัวใหม่มาเปลี่ยนใช้งาน หากมีงบประมาณนะครับ เพราะแอร์รุ่นใหม่นั้นกินไฟน้อยกว่าแอร์รุ่นเก่าๆ ค่อนข้างมาก หากมองในระยะสั้นอาจจะไม่คุ้มค่า แต่ถ้ามองในระยะยาวแล้วคุ้มค่ากว่ามาก ทั้งค่าไฟที่จะลดลง และการรับประกันตัวแอร์ที่มีให้ เวลาแอร์มีปัญหาจะได้ไม่ต้องเสียค่าซ่อม</p>



<p>ก็ลองเอาไปทำกันนะครับ รับรองว่าประหยัดไฟกว่าเดิมแน่นอน</p>



<p>Photo : <a href="https://freepik.com" target="_blank" rel="noopener">freepik</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ร้อนต่อเนื่อง ยอดใช้ไฟฟ้าพุ่งแตะ 3.06 หมื่นเมกะวัตต์อีกครั้ง จับตาพีคไฟฟ้าช่วงกลางคืน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/system-peak-306/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Mar 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=22966</guid>

					<description><![CDATA[อากาศร้อนต่อเนื่อง ดันยอดใช้ไฟฟ้าแตะหลัก 3 หมื่นเมกะวัตต์อีกครั้งในวันที่ 15 มี.ค. 2567 หลังเกิดยอดใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ของไทยปี 2567 รอบ 2 ไปเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2567 ช่วงกลางคืน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ชี้พีคไฟฟ้าเกิดช่วงกลางคืนเพราะมีการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น ระบุผลิตใช้เองถึง 3,000 เมกะวัตต์แล้ว ขณะยอดผลิตไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชนสูงขึ้นเป็น 51.80 เมกะวัตต์ จากเป้าหมาย 90 เมกะวัตต์ในปี 2573   สภาพอากาศที่ร้อนสะสมส่งผลให้ยอดใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น โดยล่าสุด ณ วันที่ 15 มี.ค. 2567 ยอดใช้ไฟฟ้าในระบบของ 3 การไฟฟ้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA และการไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน.) พุ่งขึ้นแตะระดับ 3 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อากาศร้อนต่อเนื่อง ดันยอดใช้ไฟฟ้าแตะหลัก 3 หมื่นเมกะวัตต์อีกครั้งในวันที่ 15 มี.ค. 2567 หลังเกิดยอดใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ของไทยปี 2567 รอบ 2 ไปเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2567 ช่วงกลางคืน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ชี้พีคไฟฟ้าเกิดช่วงกลางคืนเพราะมีการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น ระบุผลิตใช้เองถึง 3,000 เมกะวัตต์แล้ว ขณะยอดผลิตไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชนสูงขึ้นเป็น 51.80 เมกะวัตต์ จากเป้าหมาย 90 เมกะวัตต์ในปี 2573  </p>



<p>สภาพอากาศที่ร้อนสะสมส่งผลให้ยอดใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น โดยล่าสุด ณ วันที่ 15 มี.ค. 2567 ยอดใช้ไฟฟ้าในระบบของ 3 การไฟฟ้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA และการไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน.) พุ่งขึ้นแตะระดับ 3 หมื่นเมกะวัตต์อีกครั้ง  โดย ณ เวลา 15.26 น. อุณหภูมิเฉลี่ย 35-38 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ยอดใช้ไฟฟ้าแตะ 30,693.5 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตามพีคไฟฟ้าในช่วง 1-2 ปีนี้มักจะเกิดในช่วงกลางคืน ดังนั้นยอดใช้ไฟฟ้าที่แตะระดับ 3 หมื่นเมกะวัตต์ อาจส่งผลให้เกิดพีคไฟฟ้าของปี 2567 ได้</p>



<p>ทั้งนี้เมื่อมองภาพรวมพีคไฟฟ้าของปี 2567 พบว่าได้เกิดขึ้นเป็นรอบที่ 2 ไปเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2567 ช่วงกลางคืนเวลา 19.47 น. มียอดใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่ 32,704 เมกะวัตต์ ขณะที่ยอดพีคไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2566 เวลา 21.41 น. ที่ระดับ 34,826.5 เมกะวัตต์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/03/%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%841-1024x586.jpg" alt="" class="wp-image-51111"/></figure>
</div>


<p></p>



<p><strong>นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) </strong>กล่าวว่า เมื่อดูจากสถิติการเกิดพีคไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ ซึ่งเกิดเมื่อปี 2566 ที่ 34,826.5 เมกะวัตต์ นั้น เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.41 น. และเป็นช่วงที่อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 33.1 องศาเซลเซียส และพีคไฟฟ้าของปี 2567 ที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 มี.ค. 2567 เมื่อเวลา 19.47 น. ที่ระดับ 32,704 เมกะวัตต์นั้น ก็เป็นช่วงที่อุณหภูมิเฉลี่ยแตะระดับ 30 องศาเซลเซียส แต่ในปี 2567 นี้ มีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะปรับสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ประเทศไทยจะเกิดพีคไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้อีก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2024/03/%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%842-1024x552.jpg" alt="" class="wp-image-51112"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>อย่างไรก็ตามพีคไฟฟ้าระยะหลังมักเกิดในช่วงเวลากลางคืน ทั้งนี้เนื่องจากมีการผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้เองมีประมาณ 3,000 เมกะวัตต์แล้ว ซึ่งช่วยลดการเกิดพีคไฟฟ้าของระบบ 3 การไฟฟ้าในตอนกลางวันได้ แต่เมื่อเข้าสู่กลางคืนที่ไม่มีพลังงานทดแทนมาช่วย จะส่งผลให้การใช้ไฟฟ้าในระบบสูงขึ้นและเกิดพีคไฟฟ้าในตอนกลางคืนนั่นเอง</p>



<p>ส่วนความคืบหน้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 29 ก.พ. 2567 พบว่ามีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ มากขึ้น โดยระยะแรก ระหว่างปี 2562-2564 มีผู้ร่วมโครงการรวม 2,229 ราย ผลิตไฟฟ้าได้รวม 12.21 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์</p>



<p>ต่อมาในปี 2565-2567 ที่มีเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าอยู่ที่ 90 เมกะวัตต์นั้น มีผู้ร่วมโครงการฯ มากขึ้นเป็น 7,225 ราย ผลิตไฟฟ้าเข้าระบบได้ 39.58 เมกะวัตต์</p>



<p>อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมนับตั้งแต่ปี 2562-2567 มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้วถึง 9,454 ราย ผลิตไฟฟ้าได้รวม 51.80 เมกะวัตต์  และ กกพ. ได้ปรับเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าเป็น 90 เมกะวัตต์ ระยะยาว 10 ปี (2564-2573) แทน ซึ่งขณะนี้ผลิตได้เกิน 50% ของเป้าหมายแล้ว  </p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;พลังงาน&#8221; เร่งปตท.สผ.ผลิตก๊าซฯ อ่าวไทยเพิ่ม 800 ล.ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน กดค่าไฟ</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/g-1-61-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Mar 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=22911</guid>

					<description><![CDATA[“พลังงาน” เร่งปตท.สผ.ผลิตก๊าซฯอ่าวไทยเพิ่ม 800 ล.ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน กดค่าไฟ ตามแผนเพิ่มกำลังการผลิตโครงการจี 1/61 วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นแหล่งจัดหาก๊าซที่มีต้นทุนต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับแหล่งอื่น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย โครงการจี 1/61 วันที่ 1 เมษายน 2567 ให้อยู่ในระดับ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน  ทั้งนี้ เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตก๊าซในประเทศซึ่งถือเป็นแหล่งจัดหาก๊าซที่มีต้นทุนต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับแหล่งอื่น ไม่ว่าจะเป็นก๊าซที่นำเข้าจากเมียนมา และก๊าซธรรมชาติที่นำเข้าในรูปของ LNG  โดยที่บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้เข้าเป็นผู้ดำเนินการโครงการจี 1/61 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2565 ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต ซึ่งบริษัทได้ทำงานร่วมกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซฯ  ซึ่งได้ติดตั้งแท่นหลุมผลิต 12 แท่น เจาะหลุมผลิตเพิ่มกว่า 300 หลุม วางท่อก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งเชื่อมต่ออุปกรณ์การผลิตและระบบต่าง ๆ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“พลังงาน” เร่งปตท.สผ.ผลิตก๊าซฯอ่าวไทยเพิ่ม 800 ล.ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน กดค่าไฟ ตามแผนเพิ่มกำลังการผลิตโครงการจี 1/61 วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นแหล่งจัดหาก๊าซที่มีต้นทุนต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับแหล่งอื่น</p>



<p>นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ<strong>กระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานมีแผนที่จะ<strong>เพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย</strong> โครงการจี 1/61 วันที่ 1 เมษายน 2567 ให้อยู่ในระดับ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน </p>



<p>ทั้งนี้ เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตก๊าซในประเทศซึ่งถือเป็นแหล่งจัดหาก๊าซที่มีต้นทุนต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับแหล่งอื่น ไม่ว่าจะเป็นก๊าซที่นำเข้าจากเมียนมา และก๊าซธรรมชาติที่นำเข้าในรูปของ LNG </p>



<p>โดยที่บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้เข้าเป็นผู้ดำเนินการโครงการจี 1/61 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2565 ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต ซึ่งบริษัทได้ทำงานร่วมกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มอัตราการผลิตก๊าซฯ </p>



<p>ซึ่งได้ติดตั้งแท่นหลุมผลิต 12 แท่น เจาะหลุมผลิตเพิ่มกว่า 300 หลุม วางท่อก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งเชื่อมต่ออุปกรณ์การผลิตและระบบต่าง ๆ เพื่อทำให้อัตราการผลิตก๊าซฯ เพิ่มขึ้น</p>



<p class="has-text-align-center"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="606" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2024/02/VEdhPVV4YuacRzIiBuzn.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="&quot;พลังงาน&quot; เร่งปตท.สผ.ผลิตก๊าซฯอ่าวไทยเพิ่ม 800 ล.ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน กดค่าไฟ"><br><em>“พลังงาน” เร่งปตท.สผ.ผลิตก๊าซฯอ่าวไทยเพิ่ม 800 ล.ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน กดค่าไฟ</em></p>



<p>และในปี 2567 ปตท.สผ. มีแผนจะติดตั้งแท่นหลุมผลิตเพิ่มอีก 7 แท่น และเจาะหลุมผลิตเพิ่มอีกประมาณ 300 หลุม เพื่อเพิ่มและรักษาอัตราการผลิตก๊าซฯ ของโครงการจี 1/61 ให้ได้ในอัตรา 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันตามสัญญาแบ่งปันผลผลิต </p>



<p>“ล่าสุดได้ลงพื้นที่ตรวจมความพร้อมของการผลิตก๊าซธรรมชาติโครงการจี 1/61 ในอ่าวไทย ซึ่งมีแผนจะเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในอัตรา 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน  เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านค่าไฟฟ้า และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยได้สั่งการให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานของ ปตท สผ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การผลิตเป็นไปตามแผน”</p>



<p>นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า จากปัจจัยในเรื่องการเพิ่มปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเอราวัณ และราคา LNG ตลาดโลกที่อยู่ในระดับต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติไปเมื่อเดือนธันวาคม 2566 เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติในภาพรวมของประเทศที่เข้าภาคไฟฟ้าลดลง</p>



<p>และส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าของประเทศที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติประมาณ 50-60 % มีต้นทุนลดลง ซึ่งช่วยให้กระทรวงพลังงานสามารถรักษาระดับราคาค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนได้</p>



<p>Source : <a href="https://www.thansettakij.com/sustainable/energy/589705" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทิศทางค่าไฟฟ้าไทยปี 67 ยังอยู่ในระดับสูง</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/elec-price-67/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jan 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=22728</guid>

					<description><![CDATA[นักวิชาการด้านพลังงาน ระบุทิศทางค่าไฟฟ้าไทยในปี 2567 ยังตกอยู่ในกับดักของการอุดหนุนราคาพลังงานให้ตํ่ากว่าต้นทุน ไม่ได้มีการปรับโครงสร้างพลังงานเป็นชิ้นเป็นอัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว ทำให้ราคายังอยู่ในระดับสูง บทความ โดย วีระพล จิรประดิษฐกุล นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน ในช่วงปี 2565-2566 เป็นช่วงที่ราคานํ้ามันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นมาก จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี 2564 การคลี่คลายการระบาดของโรคโควิด-19 และจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนในช่วงต้นปี 2565 และมาซํ้าเติมด้วยสงครามอิสราเอล-ฮามาส นโยบายของรัฐบาลจึงเข้ามาตรึงทั้งราคานํ้ามันและไฟฟ้า เพื่อบรรเทาผลกระทบให้แก่ประชาชน โดยมาตรการด้านนํ้ามันใช้กลไกของการลดภาษีสรรพสามิตและกองทุนนํ้ามันอุดหนุน จนกองทุนนํ้ามันติดลบกว่า 150,000 ล้านบาท ส่วนการตรึงค่าไฟฟ้า ใช้วิธีให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย( กฟผ.) รับภาระไปก่อน จนติดหนี้ กฟผ. 150,268 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 รวมทั้งติดหนี้ค่าก๊าซธรรมชาติ ปตท. อีก 8,000-9,000 ล้านบาทในช่วงปลายปี 2566 การแก้ไขปัญหาดังกล่ามิได้เป็นการแก้ไขเชิงโครงสร้างของไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติและนํ้ามัน ซึ่งเป็นการแก้ไขระยะยาวและมีความยั่งยืน แต่เป็นการติดหนี้ ยืมเงินในอนาคตมาใช้ ซึ่งสุดท้ายแล้วประชาชนต้องมาใช้หนี้ด้วยตนเอง นอกจากนี้การกำหนดราคาพลังงานให้ตํ่ากว่าต้นทุนที่แท้จริง เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนไม่ประหยัดพลังงานอีกด้วย ล่าสุดค่าเอฟทีงวดมกราคม-เมษายน 2567 วันที่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>นักวิชาการด้านพลังงาน ระบุทิศทางค่าไฟฟ้าไทยในปี 2567 ยังตกอยู่ในกับดักของการอุดหนุนราคาพลังงานให้ตํ่ากว่าต้นทุน ไม่ได้มีการปรับโครงสร้างพลังงานเป็นชิ้นเป็นอัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว ทำให้ราคายังอยู่ในระดับสูง</p>



<p><strong>บทความ โดย วีระพล จิรประดิษฐกุล นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน</strong><br><br>ในช่วงปี 2565-2566 เป็นช่วงที่ราคานํ้ามันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นมาก จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี 2564 การคลี่คลายการระบาดของโรคโควิด-19 และจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนในช่วงต้นปี 2565 และมาซํ้าเติมด้วยสงครามอิสราเอล-ฮามาส</p>



<p>นโยบายของรัฐบาลจึงเข้ามาตรึงทั้งราคานํ้ามันและไฟฟ้า เพื่อบรรเทาผลกระทบให้แก่ประชาชน โดยมาตรการด้านนํ้ามันใช้กลไกของการลดภาษีสรรพสามิตและกองทุนนํ้ามันอุดหนุน จนกองทุนนํ้ามันติดลบกว่า 150,000 ล้านบาท ส่วนการตรึงค่าไฟฟ้า ใช้วิธีให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย( กฟผ.) รับภาระไปก่อน จนติดหนี้ กฟผ. 150,268 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 รวมทั้งติดหนี้ค่าก๊าซธรรมชาติ ปตท. อีก 8,000-9,000 ล้านบาทในช่วงปลายปี 2566</p>



<p>การแก้ไขปัญหาดังกล่ามิได้เป็นการแก้ไขเชิงโครงสร้างของไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติและนํ้ามัน ซึ่งเป็นการแก้ไขระยะยาวและมีความยั่งยืน แต่เป็นการติดหนี้ ยืมเงินในอนาคตมาใช้ ซึ่งสุดท้ายแล้วประชาชนต้องมาใช้หนี้ด้วยตนเอง นอกจากนี้การกำหนดราคาพลังงานให้ตํ่ากว่าต้นทุนที่แท้จริง เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนไม่ประหยัดพลังงานอีกด้วย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ตรึงค่าค่าเอฟทีต่อในปี 2567</strong></li>
</ul>



<p>ล่าสุดค่าเอฟทีงวดมกราคม-เมษายน 2567 วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศค่าเอฟทีอยู่ที่ 89.55 สตางค์ต่อหน่วย รวมค่าไฟฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย ค่าไฟรวมอยู่ที่ 4.68 บาทต่อหน่วย โดยได้คืนค่า AF แก่ กฟผ. จำนวน 15,963 ล้านบาท เหลือ AF สะสม 79,814 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวว่า ค่าเอฟทีไม่ควรสูงกว่า 4.20 บาท โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขด่วน</p>



<p>ในที่สุดในวันที่ 10 มกราคม 2567 ทาง กกพ. ได้เคาะค่าไฟฟ้างวด มค.-เมย. 67 ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย โดยใช้หลายมาตรการมาช่วยปรับค่าเอฟทีลง ประกอบด้วย การปรับราคาก๊าซธรรมชาติเข้าและออกจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติเป็นราคา Pool Gas ยกเว้นก๊าซธรรมชาติที่นำไปใช้ในการผลิตก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) การปรับปรุงราคา Spot LNG ใหม่ การเรียกเก็บ Shortfall จาก ปตท. จำนวน 4,300 ล้านบาท กรณีผู้ผลิตก๊าซในอ่าวไทยไม่สามารถส่งมอบก๊าซได้ตามเงื่อนไขสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งให้ กฟผ.รับภาระเงินคงค้างแทนประชาชน จำนวน 15,963 ล้านบาท ทำให้เอฟทีงวดใหม่ลดลงจาก 98.55 สตางค์ต่อหน่วยเหลือ 39.72 สตางค์ต่อหน่วย</p>



<p>นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้มีมติ ให้ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน โดยตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ 3.99 บาทต่อหน่วย โดยใช้งบกลางปี 2567 วงเงินรวม 1,950 ล้านบาท</p>



<p>การดำเนินการตามที่ได้กล่าวมาแล้ว คาดว่าต้นทุนค่าไฟฟ้าในช่วงปี 2567 จะยังอยู่ในระดับที่ 4.20-4.40 บาทต่อหน่วย ถ้าจะให้ลดได้อีกจะต้องเร่งการผลิตจากอ่าวไทยให้เพิ่มจากระดับ 200-400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในปัจจุบัน เพิ่มเป็น 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในเดือนเมษายน 2567 รวมทั้งรณรงค์ให้มีการประหยัดการใช้ไฟฟ้าให้มากขึ้นอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน (เม-ย.-ก.ค.) เพื่อลดการนำเข้า LNG ซึ่งยังมีราคาสูงและผันผวน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความท้าทายปรับโครงสร้างพลังงาน</strong></li>
</ul>



<p>ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยตกอยู่ในกับดักของการอุดหนุนราคาพลังงานให้ตํ่ากว่าต้นทุน ไม่ได้มีการปรับโครงสร้างพลังงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน โดยการส่งเสริมให้มีการแข่งขันเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระยาว</p>



<p>ดังนั้น ในช่วงปี 2567 ยังมีงานใหญ่ค้างรอรัฐบาล โดยกระทรวงพลังงาน รวมทั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มาขับเคลื่อนในเชิงกำหนดนโยบายและการปรับแผนโครงสร้างพลังงานของประเทศในระยะยาว ให้มีความสอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) และสอดคล้องกับเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวของประเทศ ตามนโยบาย Carbon Neutrality และ Net Zero Emission ซึ่งแผนดังกล่าวได้ล่าช้ากว่า 2 ปีแล้ว ได้แก่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2023) ระหว่างปี 2566-2580 ซึ่งเป็นแผนพลังงานทางด้านไฟฟ้าที่มีทิศทางสอดรับกับข้อตกลงที่ประเทศมุ่งสู่พลังงานสะอาด ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ (CO2) พร้อมสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน</p>



<p>รวมทั้งจัดทำแผนพลังงานชาติ 2023 (National Energy Plan 2023) เพื่อให้เห็นภาพรวมพลังงานทั้งประเทศ โดยรวมทั้ง 5 แผนไว้ด้วยกัน ประกอบด้วย (1). แผน PDP 2023 (2). แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) (3). แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) (4). แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) และ (5). แผนบริหารจัดการนั้นเชื้อเพลิง (Oil Plan)</p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีงานปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า ใน ช่วงปี 2564-2568 ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ</p>



<p>ทั้งนี้ โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าในปัจจุบันใช้มาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งไม่สะท้อนกับโครงสร้างการผลิตและการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน รวมทั้งการขับเคลื่อนนโยบายการเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้มีการแข่งขันในธุรกิจก๊าซธรรมชาติซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 แล้ว แต่ยังมีก้าวหน้าไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งจะต้องขับเคลื่อนต่อไปพร้อม ๆ กับการปรับโครงสร้างกิจการไฟฟ้าซึ่งเป็นระบบรวมศูนย์แบบ Enhanced Singer Buying (ESB) เป็นระบบที่ใช้มาเกือบ 20 ปีแล้ว ไม่สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) และการแปลงนวัตกรรมทางเทคโนยีด้านพลังงานอันรวดเร็วของโลกในยุคปัจจุบัน</p>



<p>Source : <a href="https://www.thansettakij.com/sustainable/energy/586267" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลังงานเคาะ “ค่าไฟฟ้าสีเขียว” ปลดล็อค เปิดทางพลังงานสะอาดดึงดูดการลงทุน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/utility-green-tariff/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jan 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=22721</guid>

					<description><![CDATA[พลังงาน คาด ก.พ. เคาะราคาค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว คาดราคาเหมาะสม 4.55 บาทต่อหน่วย ปลดเงื่อนไขทางต่างชาติต้องการพลังงานสะอาด ด้านกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งแก้กฎหมายโรงงานผลิตไฟฟ้าโซลาร์หลังคาเกิน 1,000 หน่วยไม่ต้องขออนุญาต พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ภายในไม่เกินเดือน ก.พ.2567 กระทรวงพลังงานจะประกาศอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว หลังจากที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศหลักเกณฑ์การให้บริการและการกำหนดอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวไปแล้ว นับว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่มีความพร้อมในการจัดหา “ไฟฟ้าสีเขียว” มีทั้งกระบวนการผลิต จัดหา และการรับรองไฟฟ้าสีเขียวเพื่อรองรับความต้องการพลังงานของธุรกิจ นอกจากนี้ ยังรวมถึงบริษัทข้ามชาติ ที่ต้องการขยายการลงทุน หรือย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย ทั้งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย ขจัดอุปสรรคด้านการค้า การลงทุน จากมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) ได้เป็นอย่างดี มั่นใจว่าจะมีไฟฟ้าสีเขียวในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ ทั้งนี้ จึงมีโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตามแผน PDP เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยแบบที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสีเขียวจะไม่สามารถเจาะจงแหล่งที่มาของไฟฟ้าสีเขียวจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในสัญญาบริการ และแบบที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถเจาะจงแหล่งที่มาได้ รับฟังความเห็นสาธารณะ ม.ค. นี้  เสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานกกพ.กล่าวว่า ตั้งแต่การประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าพลังสะอาดภายใต้โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 – 2573 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>พลังงาน คาด ก.พ. เคาะราคาค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว คาดราคาเหมาะสม 4.55 บาทต่อหน่วย ปลดเงื่อนไขทางต่างชาติต้องการพลังงานสะอาด ด้านกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งแก้กฎหมายโรงงานผลิตไฟฟ้าโซลาร์หลังคาเกิน 1,000 หน่วยไม่ต้องขออนุญาต</p>



<p><strong>พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า ภายในไม่เกินเดือน ก.พ.2567 กระทรวงพลังงานจะประกาศอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว หลังจากที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศหลักเกณฑ์การให้บริการและการกำหนดอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวไปแล้ว นับว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่มีความพร้อมในการจัดหา “ไฟฟ้าสีเขียว” มีทั้งกระบวนการผลิต จัดหา และการรับรองไฟฟ้าสีเขียวเพื่อรองรับความต้องการพลังงานของธุรกิจ</p>



<p>นอกจากนี้ ยังรวมถึงบริษัทข้ามชาติ ที่ต้องการขยายการลงทุน หรือย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย ทั้งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย ขจัดอุปสรรคด้านการค้า การลงทุน จากมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) ได้เป็นอย่างดี มั่นใจว่าจะมีไฟฟ้าสีเขียวในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ</p>



<p>ทั้งนี้ จึงมีโครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตามแผน PDP เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยแบบที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสีเขียวจะไม่สามารถเจาะจงแหล่งที่มาของไฟฟ้าสีเขียวจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในสัญญาบริการ และแบบที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถเจาะจงแหล่งที่มาได้</p>



<p><strong>รับฟังความเห็นสาธารณะ ม.ค. นี้ </strong></p>



<p>เสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานกกพ.กล่าวว่า ตั้งแต่การประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าพลังสะอาดภายใต้โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 – 2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง จำนวน 5,203 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าที่ได้รับคัดเลือกจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (SCOD) เข้าสู่ระบบกว่า 4,800 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 ควบคู่ไปกับการออกแบบกำหนดหลักเกณฑ์การคิดอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว และแนวทางการกำกับดูแลให้กระบวนการบริหารจัดการและรับรองแหล่งกำเนิดไฟฟ้าสีเขียวให้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานสากล</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การคำนวณอัตราราคาเสร็จเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว และพร้อมให้การไฟฟ้าให้บริการแล้ว และเตรียมที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในช่วงเดือนม.ค. 2567 นี้ โดยการประกาศโครงการ การจัดทำอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว (Utility Green Tariff: UGT) จะสามารถขยายโครงการนี้ให้ครอบคสุมความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าได้หลากหลายขึ้นและปรับปรุงข้อจำกัดต่าง ๆ</p>



<p><strong>พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์สูงสุด</strong></p>



<p><strong>ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 250 ล้านตันต่อปี โดย 100 ล้านตัน มาจากภาคการไฟฟ้า มีการตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2030 การปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงเหลือ 75 ล้านตัน และภายในปี 2080 จะมีการใช้พลังงานหมุนเวียน 80% โดยส่วนใหญ่มาจากโซลาร์เซลล์ ประมาณ 20,000 เมกะวัตต์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://image.bangkokbiznews.com/uploads/images/contents/w1024/2024/01/KVA5DNNpabHfCPu7sJAU.webp" alt="พลังงานเคาะ“ค่าไฟฟ้าสีเขียว”ปลดล็อค  เปิดทางพลังงานสะอาดดึงดูดการลงทุน"/></figure>
</div>


<p></p>



<p><strong>คมกฤชคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการ</strong> <strong>กกพ.</strong> กล่าวว่า อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวเบื้องต้นที่คำนวณเพื่อจะนำมาเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะภายในเดือน ม.ค. 2567 โดยคำนวณราคาค่าไฟไว้ที่ 4.55 บาทต่อหน่วย ที่น่าจะเป็นตัวเลขที่เหมาะสม มารับฟังความเห็นฯ โดยตัวเลขต่างๆ มีการรวบรวมจากค่าบริการของต่างประเทศที่ได้มีการประกาศใช้ไปแล้วด้วย</p>



<p><strong>แก้กฎหมาย-ลดหย่อนภาษีโซลาร์หลังคา</strong></p>



<p><strong>ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม</strong> กล่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเดินหน้าแก้ไขกฎหมายปลดล็อคให้การผลิตพลังงานไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ไม่เข้าข่ายโรงงานที่ต้องขอรับ ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอีกต่อไป ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขกฎกระทรวง คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี พ.ศ. 2567 </p>



<p>นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการบริษัทจัดการพลังงาน (ESCO) สำหรับหน่วยงานภาครัฐ และส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสำหรับหน่วยงานรัฐ รวมทั้งเตรียมผลักดันมาตรการลดหย่อนภาษีประจำปี ส่งเสริม Solar Rooftop ในกลุ่มบ้านอาศัย วงเงินไม่เกิน 2 แสนบาท 10 กิโลวัตต์ เพื่อสนับสนุนคนใช้โซลาร์ 9 หมื่นครัวเรือนต่อปี เพื่อลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้า สำหรับประชาชนผู้ร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน</p>



<p>Source : <a href="https://www.bangkokbiznews.com/environment/1108537" target="_blank" rel="noopener">กรุงเทพธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ. จัด 2 แคมเปญ มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/pea-new-year-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jan 2024 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://energy-thaichamber.org/?p=22613</guid>

					<description><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คาดตั้งบอร์ดบริหารใหม่เสร็จ ม.ค. 2567 ก่อนเดินหน้ากระบวนการสรรหาผู้ว่า กฟผ.คนใหม่ต่อไป ระบุพร้อมช่วยดูแลค่าไฟฟ้าประชาชนปี 2567 ตามนโยบายรัฐเต็มที่ ส่วนปีใหม่นี้ กฟผ.จัด 2 แคมเปญเป็นของขวัญให้ประชาชน มอบโชค 2 ชั้น ทั้งให้ส่วนลดการซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าฉลากเบอร์ 5 พร้อมลุ้นรับรางวัล และมอบคูปองส่วนลดค่าชาร์จไฟฟ้ากับแบรนด์ EleXA น.ส.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รักษาการผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. อยู่ระหว่างกระบวนการจัดตั้งคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) กฟผ. ซึ่งคาดว่าจะจัดตั้งเสร็จในเดือน ม.ค. 2567 ส่วนการแต่งตั้งผู้ว่า กฟผ. คนใหม่นั้น ขึ้นกับการพิจารณาของบอร์ด กฟผ.ต่อไป สำหรับในส่วนค่าไฟฟ้าในปี 2567 นั้น แม้ปัจจุบัน กฟผ.จะแบกรับภาระค่าไฟฟ้าแทนประชาชนอยู่จำนวนมาก แต่ กฟผ.ยืนยันพร้อมทำหน้าที่ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งภาครัฐก็ช่วยดูแลไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องของ กฟผ.เช่นกัน ทั้งนี้ปัจจุบันมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ทำหน้าที่ดูแลค่าไฟฟ้าประชาชนอยู่ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ร่วมหารือกันว่าจะช่วยค่าไฟฟ้าประชาชนได้อย่างไรต่อไป และต้องเป็นค่าไฟฟ้าที่ทุกคนรับได้ด้วย อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ทาง กฟผ. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คาดตั้งบอร์ดบริหารใหม่เสร็จ ม.ค. 2567 ก่อนเดินหน้ากระบวนการสรรหาผู้ว่า กฟผ.คนใหม่ต่อไป ระบุพร้อมช่วยดูแลค่าไฟฟ้าประชาชนปี 2567 ตามนโยบายรัฐเต็มที่ ส่วนปีใหม่นี้ กฟผ.จัด 2 แคมเปญเป็นของขวัญให้ประชาชน มอบโชค 2 ชั้น ทั้งให้ส่วนลดการซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าฉลากเบอร์ 5 พร้อมลุ้นรับรางวัล และมอบคูปองส่วนลดค่าชาร์จไฟฟ้ากับแบรนด์ </strong><strong>EleXA</strong></p>



<p><strong>น.ส.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รักษาการผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> เปิดเผยว่า กฟผ. อยู่ระหว่างกระบวนการจัดตั้งคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) กฟผ. ซึ่งคาดว่าจะจัดตั้งเสร็จในเดือน ม.ค. 2567 ส่วนการแต่งตั้งผู้ว่า กฟผ. คนใหม่นั้น ขึ้นกับการพิจารณาของบอร์ด กฟผ.ต่อไป</p>



<p>สำหรับในส่วนค่าไฟฟ้าในปี 2567 นั้น แม้ปัจจุบัน กฟผ.จะแบกรับภาระค่าไฟฟ้าแทนประชาชนอยู่จำนวนมาก แต่ กฟผ.ยืนยันพร้อมทำหน้าที่ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งภาครัฐก็ช่วยดูแลไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องของ กฟผ.เช่นกัน ทั้งนี้ปัจจุบันมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ทำหน้าที่ดูแลค่าไฟฟ้าประชาชนอยู่ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ร่วมหารือกันว่าจะช่วยค่าไฟฟ้าประชาชนได้อย่างไรต่อไป และต้องเป็นค่าไฟฟ้าที่ทุกคนรับได้ด้วย</p>



<p>อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ทาง กฟผ. ได้จัดของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน พร้อมกับเป็นการฉลองครบรอบ 55 ปี กฟผ. ในปี 2567 โดย กฟผ. ได้จัดกิจกรรมมอบความสุขต้อนรับปีใหม่ 2567 ด้วย 2 แคมเปญใหญ่ คือ “ฉลากเบอร์ 5 ลุ้นโชคใหญ่กับ กฟผ.” และ “ชาร์จใจ ชาร์จไฟ ไปกับEleXA”</p>



<p>โดยแคมเปญ “ฉลากเบอร์ 5 ลุ้นโชคใหญ่กับ กฟผ.” จะมอบโชคถึง 2 ต่อ ซึ่งต่อที่ 1 มอบส่วนลดมูลค่าสูงสุด 1,000 บาท เมื่อซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 จำนวน 15,555 สิทธิ์ จำกัด 1 คน 1 สิทธิ์  ตามเงื่อนไขดังนี้ 1. เมื่อซื้อ 555-2,000 บาท รับส่วนลด 200 บาท จำนวน 5,555 สิทธิ์ 2. เมื่อซื้อ 2,001-5,000 บาท รับส่วนลด 500 บาท จำนวน 5,000 สิทธิ์ และ 3.เมื่อซื้อ 5,001 บาทขึ้นไป รับส่วนลด 1,000 บาท จำนวน 5,000 สิทธิ์</p>



<p>ต่อที่ 2 สามารถนำใบเสร็จจากการซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าดังกล่าวที่มีมูลค่า 555 บาทขึ้นไป ลงทะเบียนลุ้นรับรางวัล โดยทุก 555 บาท ได้รับ 1 สิทธิ์ จำกัด 20 สิทธิ์ ต่อ 1 ใบเสร็จ ลุ้นรางวัลรวม 55 รางวัล เริ่มแคมเปญวันที่ 1 ม.ค. – 15 ก.พ. 2567 ณ 8 ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมโครงการ ได้แก่ โฮมโปร เพาเวอร์บาย เมกาโฮม ไทวัสดุ บีเอ็นบีโฮม เดอะมอลล์ สยามพารากอน และเอ็มโพเรียม</p>



<p>ทั้งนี้กำหนดจับรางวัลในวันที่ 29 ก.พ. 2567 และประกาศผลรางวัล ในวันที่ 15 มี.ค. 2567 คาดว่า แคมเปญนี้จะเกิดการประหยัดพลังงานไฟฟ้าจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพได้ประมาณ 5 ล้านหน่วยต่อปี หรือ 25 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 2,600 ตันต่อปี  หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 520,000 ต้น</p>



<p>สำหรับแคมเปญ “ชาร์จใจ ชาร์จไฟ ไปกับEleXA” จะมอบคูปองส่วนลดค่าชาร์จไฟฟ้ามูลค่า 100 บาท จำนวน 2 ใบต่อ 1 สิทธิ์ รวม 12,555 สิทธิ์  จำกัด 1 คน 1 สิทธิ์ สามารถกดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน EleXA ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ม.ค. 2567 โดยคูปองมีอายุการใช้งานได้นานถึง 90 วันหลังจากกดรับสิทธิ์ และสามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดค่าชาร์จไฟฟ้าได้ที่สถานี EleX by EGAT กว่า 180 แห่งทั่วประเทศ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1448" height="2048" src="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/12/image.png" alt="" class="wp-image-22614" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/12/image.png 1448w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/12/image-212x300.png 212w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/12/image-724x1024.png 724w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/12/image-768x1086.png 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/12/image-1086x1536.png 1086w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/12/image-770x1089.png 770w" sizes="(max-width: 1448px) 100vw, 1448px" /></figure>
</div>


<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%9c-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94-2-%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%8d-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
