<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การไฟฟ้า &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Thu, 20 Apr 2023 15:55:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>การไฟฟ้า &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ขายไฟให้กับ &#8220;การไฟฟ้า&#8221; ทำยังไง ขายได้กี่บาท?</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/pea-solar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Apr 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Highlight & Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ขายไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=21268</guid>

					<description><![CDATA[ช่วงนี้ใครเจอค่าไฟเข้าไป คงตกใจกันมากมาย เพราะแทบทุกบ้านจ่ายค่าไฟเพิ่มกันทั้งนั้น หลายคนอาจจะหันมาหาวิธีประหยัดไฟด้วยการติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์กัน แต่ก็ตกใจกับราคาค่าติดตั้งอีกเช่นกัน ซึ่งถ้าเราคำนวณกันดีดีแล้ว หากเรามีปริมาณการใช้ไฟที่ค่อนข้างมาก และมีงบประมาณพอสมควร ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว หากใช้ไฟมากก็อาจจะคืนทุนได้ภายใน 3 – 5 ปี แต่ถ้าใช้ไฟน้อยอาจจะขยับไปที่ 7 – 9 ปี ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละท่านว่าจะติดตั้งหรือไม่ และหลายคนยังไม่ทราบว่า หากเราติดตั้งโซล่าร์เซลล์แล้ว สามารถผลิตไฟได้มากกว่าที่ต้องใช้แล้ว เราสามารถขายไฟฟ้า คืนให้กับ การไฟฟ้าได้อีกด้วย ก็จะช่วยลดต้นทุนการติดตั้งไปได้พอสมควรครับ วันนี้ทางผู้เขียนได้รวมข้อมูลในเรื่องของขั้นตอนต่างๆ ในการยื่นขอขายไฟให้กับการไฟฟ้ามาฝากกัน ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมาย และมีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 2,000 บาทเท่านั้นเอง สามารถทำเองได้เลย หรือหากผู้ที่มาติดตั้งโซล่าร์เซลล์เขามีบริการยื่นขอขายไฟให้ด้วย ก็แจ้งกับผู้ติดตั้งให้ดำเนินการแทนได้เลยครับ ทั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ติดตั้งโซล่าร์เซลล์เท่านั้นที่สามารถยื่นขอขายไฟได้ แต่การไฟฟ้ายังเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ผลิตไฟฟ้าในรูปแบบอื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็น ชีวมวล , ก๊าซชีวภาพ , ขยะ , พลังงานลม , แสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) , แสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนดิน (Solar [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ช่วงนี้ใครเจอค่าไฟเข้าไป คงตกใจกันมากมาย เพราะแทบทุกบ้านจ่ายค่าไฟเพิ่มกันทั้งนั้น หลายคนอาจจะหันมาหาวิธีประหยัดไฟด้วยการติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์กัน แต่ก็ตกใจกับราคาค่าติดตั้งอีกเช่นกัน ซึ่งถ้าเราคำนวณกันดีดีแล้ว หากเรามีปริมาณการใช้ไฟที่ค่อนข้างมาก และมีงบประมาณพอสมควร ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว หากใช้ไฟมากก็อาจจะคืนทุนได้ภายใน 3 – 5 ปี แต่ถ้าใช้ไฟน้อยอาจจะขยับไปที่ 7 – 9 ปี ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละท่านว่าจะติดตั้งหรือไม่ และหลายคนยังไม่ทราบว่า หากเราติดตั้งโซล่าร์เซลล์แล้ว สามารถผลิตไฟได้มากกว่าที่ต้องใช้แล้ว เราสามารถขายไฟฟ้า คืนให้กับ การไฟฟ้าได้อีกด้วย ก็จะช่วยลดต้นทุนการติดตั้งไปได้พอสมควรครับ</p>



<p>วันนี้ทางผู้เขียนได้รวมข้อมูลในเรื่องของขั้นตอนต่างๆ ในการยื่นขอขายไฟให้กับการไฟฟ้ามาฝากกัน ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมาย และมีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 2,000 บาทเท่านั้นเอง สามารถทำเองได้เลย หรือหากผู้ที่มาติดตั้งโซล่าร์เซลล์เขามีบริการยื่นขอขายไฟให้ด้วย ก็แจ้งกับผู้ติดตั้งให้ดำเนินการแทนได้เลยครับ</p>



<p>ทั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ติดตั้งโซล่าร์เซลล์เท่านั้นที่สามารถยื่นขอขายไฟได้ แต่การไฟฟ้ายังเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ผลิตไฟฟ้าในรูปแบบอื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็น ชีวมวล , ก๊าซชีวภาพ , ขยะ , พลังงานลม , แสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) , แสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนดิน (Solar Farm) และ แสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ (Solar Floating)</p>



<h2 class="wp-block-heading">คุณสมบัติของผู้ยื่นขายไฟ</h2>



<p>ผู้ที่ต้องการจะยื่นขายไฟให้กับการไฟฟ้าจะต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1 เฉพาะบ้านอยู่อาศัย และต้องเป็นผู้ครอบครองเครื่องจ่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า และมีชื่อในทะเบียนผู้ใช้ไฟฟ้า เอาง่ายๆ ก็คือ เป็นเจ้าของบ้าน และเจ้าของมิเตอร์ที่เราไปยื่นขอไฟฟ้าตอนสร้างบ้านนั่นแหละครับ ซึ่งเราสามารถดำเนินเรื่องเอง หรือจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนก็ได้ โดยเมื่อทางการไฟฟ้าพิจารณาอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ถ้าผู้ยื่นขอขายไฟต้องมาติดต่อเพื่อขอเปลี่ยนเครื่องวัดหน่อยไฟฟ้าเป็นระบบดิจิตอล ชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเชื่อมต่อไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าตรวจสอบระบบ ทั้งหมด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1083" height="281" src="https://www.energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim1.webp" alt="" class="wp-image-21271" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim1.webp 1083w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim1-300x78.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim1-1024x266.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim1-768x199.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim1-770x200.webp 770w" sizes="(max-width: 1083px) 100vw, 1083px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ขั้นตอนการยื่นขายไฟให้กับการไฟฟ้า</h2>



<ol class="wp-block-list">
<li>ผู้ที่ต้องการขายไฟให้ดำเนินการสมัครบัญชีผู้ใช้งานในระบบ PPIM แล้วก็ลงทะเบียนเพื่อเข้าระบบให้เรียบร้อย</li>



<li>เลือกหมายเลข CA พร้อมกรอกรายละเอียดต่างๆ ตามคำขอ และโอพโหลดเอกสารรายละเอียดต่างๆ ตามที่การไฟฟ้ากำหนดเข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย</li>



<li>การไฟฟ้าจะพิจารณาเอกสารต่างๆ แล้วแจ้งผลการพิจารณาให้กับผู้ยื่นขอขายไฟผ่านทางอีเมล์</li>



<li>การไฟฟ้าจะประกาศผลการคัดเลือกในระบบ PPIM ภายใน 45 วัน โดยจะประกาศในวันจันทร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน</li>



<li>ผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องชำระค่าเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า และจัดส่งต้นฉบับแบบคำขอขายไฟฟ้าพร้อมเอกสารประกอบตามที่การไฟฟ้ากำหนด ที่การไฟฟ้าเขตพื้นที่รับผิดชอบภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดคำขอจะถูกยกเลิก</li>



<li>ผู้ผ่านการคัดเลือกลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า โดยมีกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ภายใน 270 วัน</li>



<li>ผู้ยืนขอทำการตรวจสอบระบบ และติดตั้งระบบต่างๆ ให้ตรงกับรายละเอียดที่ยื่นไว้กับการไฟฟ้า และขอเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าในเขตพื้นที่ให้เรียบร้อย</li>



<li>ทางการไฟฟ้าจะเข้าทำการตรวจสอบระบผลิตไฟฟ้า และเปลี่ยนมิเตอร์ให้ใหม่ พร้อมกับทดสอบการเชื่อมต่อเข้าระบบโครงค่ายไฟฟ้า</li>
</ol>



<p>ขั้นตอนโดยสรุปก็จะมีประมาณนี้ หากจะสรุปให้ง่ายขึ้นก็คือ ลงทะเบียนระบบระบบ PPIM จากนั้นกรอกรายละเอียดและอัพโหลดเอกสารเข้าระบบ รอการพิจารณา เมื่อผ่านแล้วก็ชำระเงิน ตรวจสอบระบบการผลิตไฟฟ้าของเราให้เรียบร้อย รอการไฟฟ้ามาตรวจสอบอุปกรณ์​ เปลี่ยนมิเตอร์ และเชื่อมต่อระบบเข้ากับของการไฟฟ้า</p>



<p>สำหรับค่าใช้จ่ายในการยื่นขอจะอยู่ที่ 2,000 บาทเท่านั้น (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และเราสามารถขายไฟให้กับการไฟฟ้าได้หน่วยละ 2.20 บาท</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="758" src="https://www.energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim-1024x758.webp" alt="" class="wp-image-21270" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim-1024x758.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim-300x222.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim-768x569.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim-770x570.webp 770w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim.webp 1184w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ข้อมูลจากการไฟฟ้าที่ได้ประกาศเอาไว้</h2>



<p>ตามประกาศคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง ประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย พ.ศ. 2565 ประกาศ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) รับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาประเภทบ้านอยู่อาศัย ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp) ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้า 5 MWp ต่อปี  ดังน้ัน PEA จึงขอเปิดรับคำขอขายไฟฟ้าโครงการฯ ผ่านระบบ PPIM ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป </p>



<p><strong>ข้อควรทราบก่อนเข้าร่วมโครงการ (สำคัญโปรดอ่านทำความเข้าใจ !!!)</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป้น ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1 บ้านอยู่อาศัยกับ PEA เท่านั้น</li>



<li>เน้นให้ติดตั้ง Solar Rooftop ผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Self Consumption) และไฟฟ้าที่เหลือสามารถขายไฟฟ้าได้</li>



<li>กำลังผลิตติดตั้งแผงโซลาร์ (PV) ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp) ต่อรายสำหรับ เชื่อมต่อแบบ 3 เฟส (220/380 V) และ ไม่เกิน 5 kWp ต่อราย สำหรับเชื่อมต่อแบบ 1 เฟส (220 V)</li>



<li>ผู้ยื่นขอขายไฟฟ้าเป็นผู้ลงทุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เองทั้งหมด</li>



<li>PEA จะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบการเชื่อมต่อระบบ ภายหลังได้รับการพิจารณา ในราคา 2,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)</li>



<li>ราคาที่ PEA รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน 2.2 บาท/หน่วย (kWh) ระยะเวลา 10 ปี</li>



<li>ปริมาณรับซื้อรวมในพื้นที่ PEA ปริมาณ 5 เมกะวัตต์ (MW) ต่อปี</li>



<li>รับข้อเสนอแบบ First come First served ผ่านเว็บไซด์นี้ <a href="https://ppim.pea.co.th/" target="_blank" rel="noopener">https://ppim.pea.co.th</a></li>



<li>ตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณา และประกาศผล ภายใน 45 วันนับจากวันที่ยื่นคำขอฯ ได้ที่ <a href="https://ppim.pea.co.th/project/solar/list" target="_blank" rel="noopener">https://ppim.pea.co.th/project/solar/list</a> </li>



<li>โปรดแนบบิลค่าไฟฟ้าหรือหลักฐานการเป็นผู้ใช้ไฟฟ้า ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน (บิลค่าไฟฟ้าไม่ควรเกิน 3 เดือน) สอดคล้องกับข้อมูลผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการและผู้ใช้ไฟฟ้า ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล , เลขที่บ้านที่ติดตั้ง, ประเภทใช้ไฟฟ้าโดยหากข้อมูลดังกล่าวยังไม่ถูกต้องเป็นปัจจุบัน ให้ติดต่อ สำนักงานการไฟฟ้าในพื้นที่ใช้ไฟฟ้า (ตามบิลค่าไฟฟ้า) เพื่อขอแก้ไขข้อมูลให้แล้วเสร็จ ก่อนยื่นเข้าร่วมโครงการ</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1071" height="537" src="https://www.energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim2.webp" alt="" class="wp-image-21272" srcset="https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim2.webp 1071w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim2-300x150.webp 300w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim2-1024x513.webp 1024w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim2-768x385.webp 768w, https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2023/04/ppim2-770x386.webp 770w" sizes="(max-width: 1071px) 100vw, 1071px" /></figure>
</div>


<p></p>



<p><strong>คู่มือการดำเนินการโครงการ สามารถศึกษา ดูรายละเอียดได้ตาม Link ด้านล่าง</strong></p>



<p><a href="https://drive.google.com/drive/u/0/folders/1HuTylJ2BUFsBOk8CoAgua8_-4igOXkpA" target="_blank" rel="noopener">https://drive.google.com/drive/u/0/folders/1HuTylJ2BUFsBOk8CoAgua8_-4igOXkpA</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ.แจงไม่ได้ผูกขาดอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย ลั่นกำไรน้อยกว่าเอกชน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/elec-thai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20902</guid>

					<description><![CDATA[กฟผ.แจงไม่ได้ผูกขาดอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย ลั่นกำไรน้อยกว่าเอกชน ชี้เหลือกำลังผลิตเพียง 34% ระบุปี 64 ปี มีกำไรสุทธิเพียง 2.5 หมื่นล้านบาท นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงกรณีที่ กฟผ. ถูกมองว่าเป็นผู้ผูกขาดอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย โดยมีกำไรจากการขายไฟฟ้ามากกว่าผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ 12 รายรวมกัน ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่มีมูลความจริง เนื่องจากกำลังผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ณ เดือนตุลาคม 2565 มีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 16,920.32 เมกะวัตต์ (MW) คิดเป็น 34.44% ของกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญาในระบบไฟฟ้า  อีกทั้งตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ในปี 2580 กฟผ. จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญาเหลือเพียง 18,614 MW คิดเป็น 24%  อย่างไรก็ตาม กฟผ. มีภารกิจหลักสำคัญที่สุดคือ การดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ เช่นที่ผ่านมาโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ได้ทำหน้าที่สำคัญในการนำระบบไฟฟ้ากลับคืนสู่ภาวะปกติ (Blackout Restoration [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>กฟผ.แจงไม่ได้ผูกขาดอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย ลั่นกำไรน้อยกว่าเอกชน ชี้เหลือกำลังผลิตเพียง 34% ระบุปี 64 ปี มีกำไรสุทธิเพียง 2.5 หมื่นล้านบาท</p>



<p>นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงกรณีที่ กฟผ. ถูกมองว่าเป็นผู้ผูกขาดอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย โดยมีกำไรจากการขายไฟฟ้ามากกว่าผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ 12 รายรวมกัน ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่มีมูลความจริง เนื่องจากกำลังผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ณ เดือนตุลาคม 2565 มีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 16,920.32 เมกะวัตต์ (MW) คิดเป็น 34.44% ของกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญาในระบบไฟฟ้า </p>



<p>อีกทั้งตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ในปี 2580 กฟผ. จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญาเหลือเพียง 18,614 MW คิดเป็น 24% </p>



<p>อย่างไรก็ตาม กฟผ. มีภารกิจหลักสำคัญที่สุดคือ การดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ เช่นที่ผ่านมาโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ได้ทำหน้าที่สำคัญในการนำระบบไฟฟ้ากลับคืนสู่ภาวะปกติ (Blackout Restoration Plan) ดังเช่นเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในปี 2561 จากการหยุดเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าหงสา เป็นต้น </p>



<p>รวมถึงยังเป็นกลไกสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจพลังงานสำคัญเร่งด่วนเพื่อดูแลประชาชนให้มีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ มั่นคง ได้แก่ ช่วงวิกฤตพลังงานของประเทศใน 2 ปีนี้ กฟผ. ได้ปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า กฟผ. มาใช้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน คือ น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาทดแทน LNG ที่มีราคาสูง </p>



<p>การนำโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4 กลับมาผลิตไฟฟ้า และเลื่อนการปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8 ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2568 เนื่องจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะใช้ถ่านหินในประเทศซึ่งเป็นเชื้อเพลิงราคาถูกเพื่อช่วยพยุงค่าไฟฟ้า ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน</p>



<p class="has-text-align-center"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="506" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2022/12/48tVXuoRQ7ExWTrfiqC2.webp" alt="กำลังผลิตไฟฟ้ารวมทั้งระบบ"></p>



<p>ส่วนระบบส่งไฟฟ้า กฟผ. ยังจำเป็นต้องดูแลเพื่อให้เกิดความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้าได้ทั่วประเทศ ทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าของศูนย์ควบคุมระบบกำลังผลิตไฟฟ้าแห่งชาติซึ่งต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงานปี 2550 เพื่อให้เกิดการสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ</p>



<p>ขณะที่การรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน กฟผ. เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามนโยบายที่ภาครัฐกำหนด โดยอัตราค่าไฟฟ้าที่ กฟผ. รับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนและขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)</p>



<p>นายประเสริฐศักดิ์ กล่าวต่อไปถึงประเด็นที่ระบุว่า กฟผ. มีกำไรจากการขายไฟฟ้ามากกว่าผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ 12 รายรวมกันนั้น เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน โดยกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 59,000 ล้านบาท ที่สื่อมวลชนหยิบยกมา เป็นกำไรขั้นต้นที่บวกรวมการขายสินค้าและบริการอื่นและยังหักต้นทุนไม่ครบ </p>



<p>โดยในปี 2564 กฟผ. มีกำไรสุทธิเพียง 25,771 ล้านบาท และนำส่งเงินรายได้เข้ารัฐจำนวน 17,426 ล้านบาท หรือคิดเป็น 57% ของกำไร สำหรับกำไรส่วนที่เหลือนำไปลงทุนในระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและส่งไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคงทางพลังงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล</p>



<p>ด้านกำไรสะสมของ กฟผ. จำนวน 3.96 แสนล้านบาท ที่ปรากฎในงบแสดงฐานะทางการเงินนั้นมิใช่เงินสด เป็นเพียงการแสดงตัวเลขสะสมของมูลค่าสินทรัพย์ที่ กฟผ. นำกำไรส่วนที่เหลือจากการนำส่งกระทรวงการคลังในแต่ละปีไปลงทุนในรูปของสินทรัพย์ที่ใช้ผลิตและส่งไฟฟ้าให้แก่ประชาชน อาทิ โรงไฟฟ้า สถานีส่งไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกิจการในปี 2512 – 2564 จึงไม่สามารถนำกำไรสะสมดังกล่าวมาใช้สำหรับการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าได้</p>



<p>“กฟผ. เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจจึงไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรจากการดำเนินงาน โดยราคาค่าไฟฟ้าและกำไรของ กฟผ. ถูกกำกับโดย กกพ. ให้มีรายได้เพียงพอต่อการลงทุนและบริหารกิจการเท่านั้น รวมถึงต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นเงินรายได้แผ่นดินเพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศด้านอื่น สำหรับในช่วงวิกฤตพลังงานที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก กฟผ. ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มกำลังเพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน”</p>



<p>Source : <a href="https://www.thansettakij.com/sustainable/energy/550418?as=" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนง. กกพ. เตรียมเสนอบอร์ดพิจารณาร่างโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่หลังรับฟังความคิดเห็นประชาชนแล้ว ชี้เริ่มใช้ทันภายในปี 2565</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/pea-2565/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Nov 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20776</guid>

					<description><![CDATA[คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมเสนอ บอร์ด พิจารณาร่างโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ปี 2565-2568 เร็วๆ นี้ หลังผ่านการรับฟังความเห็นประชาชนแล้ว คาดประกาศใช้ได้ภายในปี 2565 ระบุเนื่องจากเป็นการปรับโครงสร้างในช่วงสถานการณ์พลังงานไม่ปกติ ดังนั้นจะไม่ปรับค่า Ft เป็นศูนย์เพื่อไปรวมไว้กับค่าไฟฟ้าฐาน โดยยังคงใช้อัตราค่า Ft ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วยต่อไปก่อน ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมเสนอ บอร์ด พิจารณาร่างโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ปี 2565-2568 เร็วๆ นี้ หลังผ่านการรับฟังความเห็นประชาชนแล้ว คาดประกาศใช้ได้ภายในปี 2565 ระบุเนื่องจากเป็นการปรับโครงสร้างในช่วงสถานการณ์พลังงานไม่ปกติ ดังนั้นจะไม่ปรับค่า Ft เป็นศูนย์เพื่อไปรวมไว้กับค่าไฟฟ้าฐาน โดยยังคงใช้อัตราค่า Ft ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วยต่อไปก่อน </p>



<p><strong>นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)</strong> เปิดเผยว่าหลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้จัดทำร่างโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ปี 2565-2568 และเปิดรับฟังความเห็นร่างฯ ดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 3-17 ต.ค. 2565 ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2564 นั้น พบว่าการรับฟังความเห็นผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีปัญหาใดๆ </p>



<p>โดยขณะนี้สำนักงาน กกพ.อยู่ระหว่างเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กกพ. เพื่อพิจารณาร่างดังกล่าวอีกครั้งและให้มีผลในทางปฏิบัติต่อไป รวมทั้งต้องหารือกับ 3 การไฟฟ้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA และการไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน.) ในเรื่องการกำหนดอัตราค่าบริการไฟฟ้ารายเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ว่าจะเริ่มมีผลใช้ในรอบบิลใด เป็นต้น </p>



<p>อย่างไรก็ตาม กกพ.จะเร่งพิจารณาให้เร็วที่สุด โดยคาดว่าจะเริ่มประกาศใช้โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ปี 2565-2568 ได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ หรือภายในปี 2565 นี้  </p>



<p>สำหรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ดังกล่าวจัดทำขึ้นในช่วงที่เกิดวิกฤติพลังงาน ซึ่งราคาพลังงานแพงจากปัญหาการสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมทั้งปัญหาขาดแคลนก๊าซธรรมชาติจากการเปลี่ยนผ่านผู้ผลิตปิโตรเลียมในแหล่งเอราวัณภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน และราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดโลกมีราคาสูง ดังนั้นเพื่อไม่ให้กระทบค่าไฟฟ้าประชาชน กกพ. จะยังคงใช้อัตราค่าไฟฟ้าปัจจุบันต่อไป โดยไม่มีการปรับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (ft) เป็นศูนย์ เพื่อไปรวมไว้กับค่าไฟฟ้าฐาน เหมือนที่เคยทำมา </p>



<p>โดยค่า Ft ยังคงเป็นอัตราปัจจุบันที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วยต่อไป แต่ในอนาคตหากสถานการณ์ราคาพลังงานกลับสู่ภาวะปกติ และอัตราค่า Ft ลดลงเหลือประมาณ 30 สตางค์ต่อหน่วย ทาง กกพ.อาจพิจารณาปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าอีกครั้ง และจะสามารถปรับค่า Ft ให้เป็นศูนย์ เพื่อเริ่มต้นการคิดคำนวณค่าไฟฟ้าประเทศใหม่แบบสมบูรณ์ได้ต่อไป    </p>



<p><strong>ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC)</strong> รายงานว่า สำหรับร่างโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า ปี 2565-2568 ได้มีการปรับลดอัตราค่าบริการรายเดือนที่การไฟฟ้าเรียกเก็บจากประชาชนทุกเดือน ในบางกลุ่ม ได้แก่ 1. บ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 150 หน่วยต่อเดือน และผู้ใช้อัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาการใช้งาน (TOU) แบบแรงดันต่ำกว่า 22 kV/ต่ำกว่า 12 kV จะมีอัตราค่าบริการรายเดือนถูกลง 13.60 บาทต่อเดือน จากปัจจุบันการไฟฟ้าเรียกเก็บค่าบริการอยู่ที่ 38.22 บาทต่อเดือน จะเหลือเพียง 24.62 บาทต่อเดือน 2. กลุ่มกิจการขนาดเล็ก ทั้งแบบที่ใช้อัตราค่าไฟฟ้าปกติและแบบ TOU แรงดันต่ำกว่า 22 kV จะได้รับอัตราค่าบริการที่ถูกลง 12.87 บาทต่อเดือน จากปัจจุบันเรียกเก็บอยู่ 46.16 บาทต่อเดือน จะเหลือ 33.29 บาทต่อเดือน และ 3.กลุ่มกิจการสูบน้ำเพื่อการเกษตร ที่ใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบ TOU ทุกระดับแรงดัน จะมีอัตราค่าบริการรายเดือนถูกลง 24.10 บาทต่อเดือน จากปัจจุบันเรียกเก็บอยู่ 228.17 บาทต่อเดือน จะเหลือ 204.07 บาทต่อเดือน  </p>



<p>ทั้งนี้ กกพ. คาดว่าจะทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 13.14 ล้านราย จ่ายค่าบริการรายเดือนลดลง แต่ก็จะส่งผลให้การไฟฟ้ามีรายได้ลดลงประมาณ 2,440 ล้านบาทต่อปีด้วย</p>



<p>สำหรับมาตรการค่าไฟฟ้าฟรีสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยนั้น จะมีการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของสิทธิ์ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีบ้านหลายหลัง เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับสิทธิ์เพียง 1 สิทธิ์ต่อหนึ่งครัวเรือนต่อเดือน  และต่อหนึ่งหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น โดยจะมีการกำหนดคุณสมบัติผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งจะบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม กับผู้ขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อไป  </p>



<p>นอกจากนี้การกำหนดโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ยังกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้ายานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ(Public EV Charger) ที่เป็นค่าพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น โดยไม่รวมค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐ (PE) และค่าบริการรายเดือน โดยมีอัตราอยู่ที่  2.9162 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และไม่มีค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้ หากภาครัฐมีนโยบายที่จะกำหนดให้ราคาต่ำกว่าอัตราดังกล่าว ก็อาจพิจารณานำเงินงบประมาณจากส่วนอื่นๆ มาอุดหนุนให้ราคาลดลงได้    </p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%9e-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กกพ. เบรกแถลงค่า Ft งวด ก.ย. – ธ.ค. 65 คาดรัฐขอเวลาหาข้อยุติมาตรการช่วยค่าไฟฟ้าประชาชนก่อน</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/ft-mm/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Aug 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่า ft]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20549</guid>

					<description><![CDATA[คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เบรกแถลงค่าไฟฟ้า Ft งวด ก.ย.-ธ.ค. 2565  เป็นรอบที่ 2 คาดรัฐบาลให้มาหารือมาตรการช่วยค่าไฟฟ้าประชาชนให้ได้ข้อสรุปก่อน เหตุค่า Ft ที่ กกพ. พิจารณาเป็นอัตราที่สูงตามต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้น ทำค่าไฟฟ้าทุบสถิติใหม่ 4.72 บาทต่อหน่วย หวั่นผลกระทบประชาชน ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ได้เลื่อนการประกาศค่าไฟฟ้า ในส่วนของอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) งวดเดือน ก.ย. –ธ.ค. 2565  ออกไปเป็นรอบที่ 2 โดยเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด และเป็นการตัดสินใจเลื่อนแบบเร่งด่วน ก่อนเวลาแถลงข่าวเพียง 30 นาที จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะแถลงในวันที่ 5 ส.ค. 2565 เวลา 10.30 น. โดยก่อนหน้านี้ กกพ. กำหนดจะประกาศค่า Ft ของงวดปลายปี เดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เบรกแถลงค่าไฟฟ้า Ft งวด ก.ย.-ธ.ค. 2565  เป็นรอบที่ 2 คาดรัฐบาลให้มาหารือมาตรการช่วยค่าไฟฟ้าประชาชนให้ได้ข้อสรุปก่อน เหตุค่า Ft ที่ กกพ. พิจารณาเป็นอัตราที่สูงตามต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้น ทำค่าไฟฟ้าทุบสถิติใหม่ 4.72 บาทต่อหน่วย หวั่นผลกระทบประชาชน</strong></p>



<p><strong>ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC)</strong> รายงานว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ได้เลื่อนการประกาศค่าไฟฟ้า ในส่วนของอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) งวดเดือน ก.ย. –ธ.ค. 2565  ออกไปเป็นรอบที่ 2 โดยเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด และเป็นการตัดสินใจเลื่อนแบบเร่งด่วน ก่อนเวลาแถลงข่าวเพียง 30 นาที จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะแถลงในวันที่ 5 ส.ค. 2565 เวลา 10.30 น.</p>



<p>โดยก่อนหน้านี้ กกพ. กำหนดจะประกาศค่า Ft ของงวดปลายปี เดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2565 หลังจากผ่านการรับฟังความเห็นประชาชนแล้ว แต่ในวันดังกล่าวทาง กกพ. ก็ประกาศเลื่อนการแถลงข่าว โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  ได้เรียก กกพ. ไปหารือมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าก่อนการแถลงข่าว เพราะเห็นว่าค่า Ft งวด ก.ย.-ธ.ค. 2565 ปรับตัวสูงขึ้นมาก</p>



<p>ในครั้งนั้น กกพ. ยืนยันว่า ทาง กกพ.ไม่มีเงินเหลือเพื่อมาลดค่า Ft ให้ประชาชนได้อีกแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาได้นำเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าไปช่วยลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดที่ผ่านมาจนหมด ดังนั้น กกพ. จำเป็นต้องประกาศค่า Ft งวดนี้ตามอัตราที่ได้เปิดรับฟังความเห็นประชาชนไว้ที่ประมาณ 68.66 สตางค์ต่อหน่วย แต่หากภาครัฐมีเงินมาช่วยลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชน ทาง กกพ. ก็พร้อมดำเนินการตาม โดยทางภาครัฐก็อยู่ระหว่างพิจารณาหาแนวทางช่วยค่าไฟฟ้าประชาชน</p>



<p>จนกระทั่งในวันที่ 5 ส.ค. 2565 กกพ. กำหนดเปิดแถลงข่าวค่า Ft อีกครั้งเป็นรอบที่ 2 เพื่อให้ประชาชนรับทราบ เนื่องจากค่า Ft ต้องประกาศล่วงหน้า 1 เดือนก่อนจะเริ่มเก็บในอัตราใหม่ หรือต้องประกาศภายในเดือน ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา แต่เกิดความล่าช้า และก่อนเวลาแถลงข่าวเพียงครึ่งชั่วโมง กกพ. ก็ประกาศเลื่อนอีกครั้ง โดยคาดว่า เนื่องจากทางนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ต้องการให้ทาง กกพ. หารือกับภาครัฐให้ได้ข้อสรุปก่อนจะไปแถลงข่าวให้ประชาชนได้รับทราบ โดยก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวในกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่าทางพลเอกประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เรียก นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มี​เชาว์​ รองนายกรัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง กกพ. เข้าหารือเพื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการตรึงค่า Ft งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 65 เอาไว้ก่อน โดยจะให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง​ประเทศ​ไทย (กฟผ.)​ เข้ามาช่วยแบกรับภาระต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นแทนประชาชนต่อเนื่องอีกงวด         </p>



<p>สำหรับค่า Ft งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 ทางคณะกรรมการ (บอร์ด) ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ได้เปิดประชุมวันนี้ 27 ก.ค. 2565 สรุปค่า Ft งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 อยู่ที่  68.66 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากเป็นต้นทุนที่แท้จริงตามราคาเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้น และเมื่อรวมกับค่า Ft งวดปัจจุบัน (พ.ค. –ส.ค. 2565) ที่เก็บอยู่  24.77 สตางค์ต่อหน่วย จะส่งผลให้ค่า Ft โดยรวมในเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 มาอยู่ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย</p>



<p>ดังนั้นหากค่า Ft เท่ากับ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อนำมารวมกับค่าไฟฟ้าฐานประมาณ 3.79 บาทต่อหน่วย จะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2565 ที่ประชาชนจ่ายอยู่ 4 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงสุดทำสถิติใหม่อีกรอบ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจาก กกพ.ระบุว่า ที่ผ่านมามีการตรึงค่า Ft โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มารับภาระแทนประชาชนไปก่อน ตั้งแต่งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2564, ม.ค-เม.ย. 2565 และงวด พ.ค.-ส.ค. 2565 จน กฟผ.มีภาระสะสมรวม 87,849 ล้านบาท และมีปัญหาการขาดสภาพคล่องนั้น ถือเป็นนโยบายที่ต้องสั่งการโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในฐานะที่กำกับดูแล กฟผ.และเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)​ให้ความเห็นชอบ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของทาง กกพ.ที่จะสั่งการ กฟผ.ให้มาช่วยตรึงค่า Ft ได้</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%9e-%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-2-%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ.เตรียม 5 มาตรการรับมือ JDA A-18 หยุดซ่อมบำรุง 1-14 ส.ค.นี้</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/jda-a-18/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Aug 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20533</guid>

					<description><![CDATA[กฟผ. เตรียมมาตรการ 5 ด้าน รองรับแหล่งก๊าซJDA-A18 หยุดซ่อมบำรุงประจำปี ตั้งแต่วันที่ 1-14 สิงหาคม 2565 ยืนยันไม่ส่งผลต่อ การใช้ไฟฟ้าภาคใต้ พร้อมรณรงค์ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในพื้นที่ภาคใต้ร่วมประหยัดพลังงานในช่วงเวลา 18.00-21.30 น. นายกิตติ เพ็ชรสันทัด รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า แหล่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย หรือ JDA-A18 ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีกำหนดซ่อมบำรุงรักษาประจำปี ตั้งแต่วันที่ 1-14 สิงหาคม 2565 รวม 14 วัน ส่งผลให้ไม่สามารถส่งจ่ายก๊าซฯ ให้กับโรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสำคัญ ในพื้นที่ภาคใต้ได้ตามปกติ กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมโดยให้โรงไฟฟ้าจะนะเปลี่ยนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซฯ มาใช้น้ำมันดีเซลทดแทน และเตรียมพร้อมมาตรการ 5 ด้าน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในภาพรวม ประกอบด้วย • ด้านเชื้อเพลิง ได้สำรองปริมาณน้ำมันดีเซลไว้สำหรับเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในช่วงเวลาหยุดจ่ายก๊าซฯ รวมทั้งมีแผนรองรับหากการทำงานล่าช้ากว่ากำหนด • ด้านระบบผลิต เตรียมการให้โรงไฟฟ้าจะนะเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซล [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>กฟผ. เตรียมมาตรการ 5 ด้าน รองรับแหล่งก๊าซJDA-A18 หยุดซ่อมบำรุงประจำปี ตั้งแต่วันที่ 1-14 สิงหาคม 2565 ยืนยันไม่ส่งผลต่อ การใช้ไฟฟ้าภาคใต้ พร้อมรณรงค์ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในพื้นที่ภาคใต้ร่วมประหยัดพลังงานในช่วงเวลา 18.00-21.30 น.</strong></p>



<p><strong>นายกิตติ เพ็ชรสันทัด รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> เปิดเผยว่า แหล่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย หรือ JDA-A18 ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีกำหนดซ่อมบำรุงรักษาประจำปี ตั้งแต่วันที่ 1-14 สิงหาคม 2565 รวม 14 วัน ส่งผลให้ไม่สามารถส่งจ่ายก๊าซฯ ให้กับโรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสำคัญ ในพื้นที่ภาคใต้ได้ตามปกติ กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมโดยให้โรงไฟฟ้าจะนะเปลี่ยนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซฯ มาใช้น้ำมันดีเซลทดแทน และเตรียมพร้อมมาตรการ 5 ด้าน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในภาพรวม ประกอบด้วย</p>



<p>• ด้านเชื้อเพลิง ได้สำรองปริมาณน้ำมันดีเซลไว้สำหรับเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในช่วงเวลาหยุดจ่ายก๊าซฯ รวมทั้งมีแผนรองรับหากการทำงานล่าช้ากว่ากำหนด</p>



<p>• ด้านระบบผลิต เตรียมการให้โรงไฟฟ้าจะนะเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซล พร้อมประสานโรงไฟฟ้าอื่น ๆ ในภาคใต้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าขนอม โรงไฟฟ้ากระบี่ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา เขื่อนบางลาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านสันติ และโรงไฟฟ้า SPP ให้เตรียมเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต ทำให้มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 2,914 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้ที่คาดการณ์ในช่วงเวลาการหยุดจ่ายก๊าซฯ ไว้ประมาณ 2,500 เมกะวัตต์ และในกรณีฉุกเฉินสามารถรับไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียได้ทันที</p>



<p>• ด้านระบบส่ง มีการส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงจากภาคกลางมายังภาคใต้อีก 800-1,100 เมกะวัตต์ ผ่านสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ (kV) บางสะพาน2-สุราษฎร์ธานี2-ภูเก็ต3 อีกทั้งตรวจสอบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและอุปกรณ์สำคัญให้พร้อมใช้งาน รวมถึงงดการทำงานบำรุงรักษาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง</p>



<p>• ด้านบุคลากร ได้จัดเตรียมทีมงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเข้าแก้ไขสถานการณ์ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน</p>



<p>• ด้านผู้ใช้ไฟฟ้า กฟผ. ขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาชน ร่วมกันประหยัดพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 1-14 สิงหาคม 2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลา 18.00-21.30 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/07/1659158033920-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-31678"/></figure>
</div>


<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%9c-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-5-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กกพ. ออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนเกือบ 300 เมกะวัตต์ ให้เวลาไปจนถึง 29 ธ.ค. 2566</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/non-firm-fit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Jul 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[pea]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20497</guid>

					<description><![CDATA[คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน พ.ศ. 2565 แล้ว  พร้อมเปิดรับซื้อทันทีที่การไฟฟ้าออกประกาศไปจนถึง 29 ธ.ค. 2566  กำหนดขายไฟฟ้าเข้าระบบปี 2568-2569 เป็นสัญญา Non-Firm ในรูปแบบ FiT ย้ำต้องเป็นโครงการที่ผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว เบื้องต้นมี 34 โครงการ ปริมาณรับซื้อไฟฟ้ารวม 282.98 เมกะวัตต์ นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ได้ลงนามในประกาศรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 30 มิ.ย. 2565 เรียบร้อยแล้ว  โดยหลังจากนี้ 3 การไฟฟ้า(การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA และการไฟฟ้านครหลวง  หรือ กฟน.) จะออกประกาศรายละเอียดการรับซื้อไฟฟ้าภายในเดือน ก.ค. 2565 นี้ โดยปริมาณไฟฟ้าที่เสนอขายมากกว่า 10 เมกะวัตต์ ให้ยื่นที่ กฟผ. ส่วนปริมาณไฟฟ้าที่ไม่เกิน 10 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน พ.ศ. 2565 แล้ว  พร้อมเปิดรับซื้อทันทีที่การไฟฟ้าออกประกาศไปจนถึง 29 ธ.ค. 2566  กำหนดขายไฟฟ้าเข้าระบบปี 2568-2569 เป็นสัญญา Non-Firm ในรูปแบบ FiT ย้ำต้องเป็นโครงการที่ผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว เบื้องต้นมี 34 โครงการ ปริมาณรับซื้อไฟฟ้ารวม 282.98 เมกะวัตต์</strong></p>



<p><strong>นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)</strong> ได้ลงนามในประกาศรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 30 มิ.ย. 2565 เรียบร้อยแล้ว  โดยหลังจากนี้ 3 การไฟฟ้า(การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA และการไฟฟ้านครหลวง  หรือ กฟน.) จะออกประกาศรายละเอียดการรับซื้อไฟฟ้าภายในเดือน ก.ค. 2565 นี้ โดยปริมาณไฟฟ้าที่เสนอขายมากกว่า 10 เมกะวัตต์ ให้ยื่นที่ กฟผ. ส่วนปริมาณไฟฟ้าที่ไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ ให้ยื่นที่ PEA และ กฟน.  โดยเปิดให้ยื่นตั้งแต่วันที่การไฟฟ้ามีประกาศถึงวันที่ 29 ธ.ค. 2566</p>



<p>ทั้งนี้การไฟฟ้าจะประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติและพร้อมในการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ภายใน 60 วันนับจากวันที่เอกสารครบถ้วน และกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์(SCOD) ภายในปี 2568-2569</p>



<p>สำหรับเงื่อนไขโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนนี้เป็นประเภทสัญญาแบบไม่บังคับปริมาณซื้อขายไฟฟ้า(Non-Firm) ในรูปแบบการให้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง (FiT) ตามรายชื่อโครงการที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) เห็นชอบแล้ว และผู้ขอผลิตไฟฟ้าต้องเสนอขายปริมาณพลังงานไฟฟ้าสูงสุดไม่เกินศักยภาพของระบบไฟฟ้าที่การไฟฟ้ารับซื้อได้</p>



<p><strong>ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center- ENC)</strong> รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2565 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) สำหรับปี 2565 ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 – 2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Rev.1) สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) และผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) รวม 34 โครงการ ปริมาณรับซื้อไฟฟ้ารวม 282.98 เมกะวัตต์ ระยะเวลาสนับสนุน 20 ปี และกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในปี 2568 – 2569 โดยในที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ดำเนินการออกระเบียบและประกาศรับซื้อไฟฟ้าต่อไป</p>



<p>สำหรับราคารับซื้อไฟฟ้าตาม Fit นั้น เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2564  กพช. มีมติเห็นชอบหลักการในการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนในรูปแบบ การให้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง หรือ Feed-in Tariff (FiT) สำหรับปี 2565 สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) กำลังผลิตติดตั้งไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ อยู่ภายใต้กรอบอัตราค่าไฟฟ้าสูงสุดที่ 5.08 บาทต่อหน่วย (FiT Premium 8 ปี 0.70 บาท/หน่วย) ส่วนผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) กำลังผลิตติดตั้งมากกว่า 10-50 เมกะวัตต์ ภายใต้กรอบอัตราค่าไฟฟ้าสูงสุดที่ 3.66 บาทต่อหน่วย และระยะเวลาการสนับสนุน 20 ปี  โดยตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 กำหนดให้มีโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเข้าระบบจำนวน 400 เมกะวัตต์</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%9E-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9F/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ. เชื่อมระบบส่งไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ลงสู่ภาคใต้ เพิ่มศักยภาพการส่งจ่ายไฟฟ้ากว่าสองเท่า</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/power-line-500-kw/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 May 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20327</guid>

					<description><![CDATA[กฟผ. เริ่มจ่ายไฟฟ้าผ่านสายส่งไฟฟ้าระดับแรงดัน 500 kV เส้นแรกของภาคใต้ เพิ่มศักยภาพการส่งจ่ายไฟฟ้าจากภาคกลางสู่ภาคใต้สูงขึ้นกว่า 2 เท่า สร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าภาคใต้ พร้อมรองรับเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด-19 คลี่คลาย นายกิตติ เพ็ชรสันทัด รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ดำเนินโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันตกและภาคใต้เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า ระยะที่ 1 แล้วเสร็จ เริ่มจ่ายไฟฟ้าผ่านสายส่งไฟฟ้าแรงสูงระดับแรงดัน 500 กิโลโวลต์ (kV) จากสถานีไฟฟ้าแรงสูงบางสะพาน 2 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงสุราษฎร์ธานี 2 จังหวัดสุราษฎร์ธานี และสิ้นสุดที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงภูเก็ต 3 รวมระยะทาง 504 กิโลเมตร ช่วยเพิ่มความสามารถในการส่งจ่ายพลังไฟฟ้าจากภาคกลางสู่ภาคใต้มากกว่า 2 เท่า จากเดิม 700 เมกะวัตต์ (MW) เป็น 1,600 MW ถือเป็นเส้นทางการเชื่อมโยงระบบส่งไฟฟ้าระดับแรงดันสูงสุด 500 kV เส้นแรกของภาคใต้ โครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าฯ นี้ เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสภาพระบบไฟฟ้าของภาคใต้ที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชน จึงจำเป็นต้องส่งไฟฟ้าจากภาคกลางมาช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า กฟผ. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>กฟผ. เริ่มจ่ายไฟฟ้าผ่านสายส่งไฟฟ้าระดับแรงดัน 500 kV เส้นแรกของภาคใต้ เพิ่มศักยภาพการส่งจ่ายไฟฟ้าจากภาคกลางสู่ภาคใต้สูงขึ้นกว่า 2 เท่า สร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าภาคใต้ พร้อมรองรับเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด-19 คลี่คลาย</strong></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/05/egat_21052022-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-29523"/><figcaption>นายกิตติ เพ็ชรสันทัด รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</figcaption></figure></div>



<p><strong>นายกิตติ เพ็ชรสันทัด รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ดำเนินโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันตกและภาคใต้เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า ระยะที่ 1 แล้วเสร็จ เริ่มจ่ายไฟฟ้าผ่านสายส่งไฟฟ้าแรงสูงระดับแรงดัน 500 กิโลโวลต์ (kV) จากสถานีไฟฟ้าแรงสูงบางสะพาน 2 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงสุราษฎร์ธานี 2 จังหวัดสุราษฎร์ธานี และสิ้นสุดที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงภูเก็ต 3 รวมระยะทาง 504 กิโลเมตร ช่วยเพิ่มความสามารถในการส่งจ่ายพลังไฟฟ้าจากภาคกลางสู่ภาคใต้มากกว่า 2 เท่า จากเดิม 700 เมกะวัตต์ (MW) เป็น 1,600 MW ถือเป็นเส้นทางการเชื่อมโยงระบบส่งไฟฟ้าระดับแรงดันสูงสุด 500 kV เส้นแรกของภาคใต้</p>



<p>โครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าฯ นี้ เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสภาพระบบไฟฟ้าของภาคใต้ที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชน จึงจำเป็นต้องส่งไฟฟ้าจากภาคกลางมาช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า กฟผ. จึงเสนอขออนุมัติโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันตกและภาคใต้เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เริ่มดำเนินการก่อสร้างระบบส่งระยะที่ 1 เมื่อปลายปี 2559 แล้วเสร็จ และสามารถส่งจ่ายไฟฟ้าได้เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ช่วยรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงอันดับต้น ๆ ของภาคใต้ และเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ โดยช่วยเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟฟ้าให้กับจังหวัดภูเก็ตได้สูงสุดถึง 1,170 MW และยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ภาคใต้ ต่อกรณีสายส่งเชื่อมโยงภาคกลางมาภาคใต้เกิดขัดข้องอีกด้วย</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%9c-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กกพ.เปิดรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มในกลุ่มที่ยังไม่มี PPA กับการไฟฟ้า</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/ppa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Apr 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[PPA]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20215</guid>

					<description><![CDATA[คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ขยายการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเติมไปยังกลุ่มไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า รองรับแหล่งก๊าซฯเอราวัณหมดอายุสัมปทาน  หลังจากก่อนหน้านี้เปิดรับซื้อเฉพาะกลุ่มที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอยู่ก่อนแล้ว โดยล่าสุดออกประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้า SPP และ VSPP ที่ไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า กำหนดเปิดให้ยื่นคำเสนอขายไฟฟ้าได้ 18 เม.ย. 2565 ระบุอัตรารับซื้อไฟฟ้าเป็นไปตามมติ กบง. โดยรับซื้อไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ขยะ ราคา 2.20 บาทต่อหน่วย ส่วนแสงแดด และลม รับซื้อ 0.50 บาทต่อหน่วย  ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานความคืบหน้าการจัดหาไฟฟ้ารองรับสถานการณ์แหล่งผลิตก๊าซเอราวัณจะหมดอายุสัมปทานในวันที่ 23 เม.ย. 2565 ซึ่งจะทำให้การผลิตก๊าซฯ น้อยลง ในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนผ่านผู้ผลิตรายใหม่ว่า  ที่ผ่านมาคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เห็นชอบให้ซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่มจากผู้ผลิตพลังงานทดแทนมาเสริมระบบ โดยเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2565 ได้มีมติทบทวนการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนส่วนเพิ่ม ภายใต้แนวทางการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ ปี 2565 โดยเห็นชอบอัตรารับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนส่วนเพิ่มจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก(SPP) และผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก(VSPP)จากสัญญาเดิมและนอกเหนือจากสัญญาเดิม ประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล หรืออื่นๆที่นอกเหนือจากชีวมวลจากผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีโรงไฟฟ้าอยู่แล้ว ไม่มีการลงทุนใหม่ และพร้อมจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งระบบของการไฟฟ้าสามารถรองรับได้  โดยเป็นการรับซื้อแบบปีต่อปี ไม่เกิน 2 ปี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ขยายการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเติมไปยังกลุ่มไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า รองรับแหล่งก๊าซฯเอราวัณหมดอายุสัมปทาน  หลังจากก่อนหน้านี้เปิดรับซื้อเฉพาะกลุ่มที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอยู่ก่อนแล้ว โดยล่าสุดออกประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้า SPP </strong><strong>และ VSPP </strong><strong>ที่ไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า </strong><strong>กำหนดเปิดให้ยื่นคำเสนอขายไฟฟ้าได้ 18 เม.ย. 2565 ระบุอัตรารับซื้อไฟฟ้าเป็นไปตามมติ กบง. โดยรับซื้อไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ขยะ ราคา 2.20 บาทต่อหน่วย ส่วนแสงแดด และลม รับซื้อ 0.50 บาทต่อหน่วย </strong></p>



<p><strong>ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC)</strong> รายงานความคืบหน้าการจัดหาไฟฟ้ารองรับสถานการณ์แหล่งผลิตก๊าซเอราวัณจะหมดอายุสัมปทานในวันที่ 23 เม.ย. 2565 ซึ่งจะทำให้การผลิตก๊าซฯ น้อยลง ในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนผ่านผู้ผลิตรายใหม่ว่า  ที่ผ่านมาคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เห็นชอบให้ซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่มจากผู้ผลิตพลังงานทดแทนมาเสริมระบบ โดยเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2565 ได้มีมติทบทวนการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนส่วนเพิ่ม ภายใต้แนวทางการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ ปี 2565</p>



<p>โดยเห็นชอบอัตรารับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนส่วนเพิ่มจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก(SPP) และผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก(VSPP)จากสัญญาเดิมและนอกเหนือจากสัญญาเดิม ประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล หรืออื่นๆที่นอกเหนือจากชีวมวลจากผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีโรงไฟฟ้าอยู่แล้ว ไม่มีการลงทุนใหม่ และพร้อมจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งระบบของการไฟฟ้าสามารถรองรับได้  โดยเป็นการรับซื้อแบบปีต่อปี ไม่เกิน 2 ปี ในรูปแบบสัญญา Non-Firm</p>



<p>โดยกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าสำหรับเชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพและขยะ ไว้ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย และโรงไฟฟ้าที่ไม่ใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ได้แก่ ประเภทพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา แบบติดตั้งบนพื้นดิน แบบทุ่นลอยน้ำ และพลังงานลม กำหนดอัตรารับซื้อไว้ที่ 0.50 บาทต่อหน่วย ซึ่งอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่มนี้จะไม่เกินกว่าอัตรารับซื้อไฟฟ้าในสัญญาเดิม</p>



<p>ล่าสุด <strong>นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)</strong> ได้ออกประกาศ เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2565 “เปิดรับซื้อไฟฟ้าระยะสั้นเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานจากผู้ผลิตไฟฟ้าที่ไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้า พ.ศ. 2565” สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าตามที่ กบง. มีมติไว้ดังกล่าว โดยประกาศนี้ได้กำหนดคุณสมบัติผู้ขายไฟฟ้าว่า ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA)กับการไฟฟ้า หรือสัญญาสิ้นสุดแล้ว ณ วันที่ยื่นคำเสนอขอขายไฟฟ้า หรือผู้ที่มีการผลิตเพื่อใช้เองและมีพลังงานส่วนเหลือที่จะจำหน่ายเข้าสู่ระบบไฟฟ้า</p>



<p>นอกจากนี้ต้องเป็นโรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างเสร็จแล้วและพร้อมจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2565  สำหรับรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจะเป็นแบบไม่บังคับปริมาณซื้อขายไฟฟ้า (Non-Firm) กำหนดสิ้นสุดสัญญาภายใน 31 ธ.ค. 2565</p>



<p>ทั้งนี้ 3 การไฟฟ้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA และการไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน.) จะออกประกาศกำหนดรายละเอียดในวันที่ 11 เม.ย. 2565 จากนั้นจะเปิดยื่นตรวจสอบจุดเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไฟฟ้า ตั้งแต่ 12 เม.ย. 2565 และเปิดรับยื่นคำเสนอขายไฟฟ้าวันที่ 18 เม.ย. 2565  โดยจะประกาศผลการพิจารณาคำเสนอขายไฟฟ้าภายใน 14 วัน นับถัดจากวันที่คำเสนอขอขายไฟฟ้าครบถ้วน และจะลงนามซื้อขายไฟฟ้ากันต่อไป</p>



<p>อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าอยู่แล้วนั้น ทาง กกพ. ก็ได้ประกาศเปิดรับซื้อไฟฟ้าไปก่อนหน้านี้แล้ว  โดยที่ผ่านมา กกพ. ได้ออกประกาศ<strong>เชิญชวน “การรับซื้อไฟฟ้าระยะสั้นเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน จากผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้า พ.ศ. 2565”  แต่เปิดรับซื้อเฉพาะไฟฟ้าจาก SPP และVSPP ที่มีสัญญา PPA อยู่แล้ว ที่ผลิตไฟฟ้าจาก</strong>เชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพ หรือขยะ<strong> </strong> แต่เมื่อ กบง. ได้ทบทวนอัตรารับซื้อไฟฟ้าใหม่ เป็น 2.20 บาทต่อหน่วย และรับซื้อไฟฟ้าจากแสงแดด และลม เพิ่มในอัตรา 0.50 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ กกพ. ต้องออกประกาศเชิญชวนฯ เป็นฉบับที่ 2 เพื่อให้เป็นไปตามมติ กบง. ดังกล่าวด้วย  และทั้ง 3  การไฟฟ้าได้ออกประกาศเปิดให้ยื่นข้อเสนอขอขายไฟฟ้าไปแล้วตั้งแต่ 25 มี.ค. 2565 เป็นต้นไป โดยเป็นสัญญา Non-Firm สิ้นสุดสัญญา 31 ธ.ค. 2565 เช่นกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/04/1649688936692-807x1024.jpg" alt=""/></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/04/1649688938742-755x1024.jpg" alt=""/></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/04/1649688940932-754x1024.jpg" alt=""/></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/04/1649688942970-744x1024.jpg" alt=""/></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/04/1649688947142-776x1024.jpg" alt=""/></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/04/1649688948989-773x1024.jpg" alt=""/></figure></div>



<p>ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ ​ERC.go.th</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%9E-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%A2/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
