<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กระทรวงพลังงาน &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Sun, 18 Jun 2023 14:58:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>กระทรวงพลังงาน &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กระทรวงพลังงานเปิดไทม์ไลน์ลดชนิดน้ำมันในประเทศให้เหลือดีเซลและเบนซินเพียงอย่างละ 1 ชนิด นอกนั้นให้เป็นน้ำมันทางเลือก</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/gas-plan-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jun 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=21481</guid>

					<description><![CDATA[กระทรวงพลังงาน คาดสิ้นปี 2566 มีผลชัดเจนว่าประชาชนจะเลือกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 หรือ แก๊สโซฮอล์ 95 เป็นน้ำมันพื้นฐานกลุ่มเบนซินของประเทศ จากนั้นมีเวลา 9 เดือนเริ่มดำเนินการลดชนิดน้ำมันที่จำหน่ายในปั๊มลง พร้อมขีดเส้นตายยกเลิกชดเชยราคาแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลทุกชนิดภายใน 24 ก.ย. 2567 แต่กฎหมายยังเปิดช่องให้เสนอ ครม. ขอขยายเวลาไปได้อีก 2 ปี หากดำเนินการไม่ทัน โดยขึ้นกับรัฐบาลใหม่จะตัดสินใจ ด้านสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ยังคงเดินหน้าเป้าหมายถ่างราคาแก๊สโซฮอล์ E20 ให้ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ถึง 3 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันต่างกันอยู่ 2.31 บาทต่อลิตร หวังประชาชนเลือกใช้ แก๊สโซฮอล์ E20 เป็นหลัก   กระทรวงพลังงานคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2566 นี้ จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับแผนปรับลดชนิดน้ำมันที่จำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันลง โดยจะเหลือเพียงน้ำมันพื้นฐานสำหรับดีเซลและเบนซินอย่างละ 1 ชนิด ส่วนน้ำมันชนิดอื่นจะเป็นเพียงน้ำมันทางเลือกเท่านั้น ซึ่งแต่ละปั๊มจะต้องมีน้ำมันพื้นฐานดีเซลและเบนซินจำหน่ายตามที่กระทรวงพลังงานกำหนดไว้ ส่วนน้ำมันทางเลือกจะมีจำหน่ายหรือไม่ก็ได้ ซึ่งเป็นไปตามแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง(Oil Plan) ที่กรมธุรกิจพลังงานอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลในขณะนี้ เบื้องต้นกระทรวงพลังงานกำลังเตรียมจะเปิดรับฟังความเห็นประชาชนต่อแผน Oil [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงพลังงาน คาดสิ้นปี 2566 มีผลชัดเจนว่าประชาชนจะเลือกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 หรือ แก๊สโซฮอล์ 95 เป็นน้ำมันพื้นฐานกลุ่มเบนซินของประเทศ จากนั้นมีเวลา 9 เดือนเริ่มดำเนินการลดชนิดน้ำมันที่จำหน่ายในปั๊มลง พร้อมขีดเส้นตายยกเลิกชดเชยราคาแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลทุกชนิดภายใน 24 ก.ย. 2567 แต่กฎหมายยังเปิดช่องให้เสนอ ครม. ขอขยายเวลาไปได้อีก 2 ปี หากดำเนินการไม่ทัน โดยขึ้นกับรัฐบาลใหม่จะตัดสินใจ ด้านสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ยังคงเดินหน้าเป้าหมายถ่างราคาแก๊สโซฮอล์ E20 ให้ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ถึง 3 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันต่างกันอยู่ 2.31 บาทต่อลิตร หวังประชาชนเลือกใช้ แก๊สโซฮอล์ E20 เป็นหลัก  </p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงพลังงานคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2566 นี้ จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับแผนปรับลดชนิดน้ำมันที่จำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันลง โดยจะเหลือเพียงน้ำมันพื้นฐานสำหรับดีเซลและเบนซินอย่างละ 1 ชนิด ส่วนน้ำมันชนิดอื่นจะเป็นเพียงน้ำมันทางเลือกเท่านั้น ซึ่งแต่ละปั๊มจะต้องมีน้ำมันพื้นฐานดีเซลและเบนซินจำหน่ายตามที่กระทรวงพลังงานกำหนดไว้ ส่วนน้ำมันทางเลือกจะมีจำหน่ายหรือไม่ก็ได้ ซึ่งเป็นไปตามแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง(Oil Plan) ที่กรมธุรกิจพลังงานอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลในขณะนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">เบื้องต้นกระทรวงพลังงานกำลังเตรียมจะเปิดรับฟังความเห็นประชาชนต่อแผน Oil Plan ดังกล่าว โดยสาระสำคัญอยู่ที่การพิจารณาเลือกชนิดน้ำมันพื้นฐานของกลุ่มเบนซินไว้เพียงชนิดเดียว ระหว่างแก๊สโซฮอล์ E20 หรือ แก๊สโซฮอล์ 95 ส่วนดีเซลจะไปพิจารณาในด้านการกำหนดสัดส่วนการผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ในน้ำมันดีเซลทุกลิตรแทน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยปลายปี 2566 นี้จะมีความชัดเจนว่าจ<strong>ะ</strong>เลือกน้ำมันใดเป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศ และจากนั้นกระทรวงพลังงานมีเวลา 9 เดือน เพื่อดำเนินการลดชนิดน้ำมันที่จำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันลง และให้เสร็จก่อนวันที่ 24 ก.ย. 2567 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่กฎหมายกำหนดให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องดำเนินการยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมันที่มีส่วนผสมจากพืชพลังงาน ทั้งกลุ่มแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล <strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามขณะนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกำลังพยายามสร้างส่วนต่างราคาระหว่าง แก๊สโซฮอล์<strong> E20 </strong>ให้มีราคาถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ประมาณ 3 บาทต่อลิตร เพื่อผลักดันให้ประชาชนหันไปใช้ แก๊สโซฮอล์ <strong>E</strong>20ให้มากที่สุด โดย ณ วันที่ 15 มิ.ย. 2566 ราคาแก๊สโซฮอล์<strong> E20</strong> อยู่ที่ 32.94 บาทต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 35.25 บาทต่อลิตร ซึ่งราคาต่างกันอยู่ 2.31 บาทต่อลิตร โดยกองทุนน้ำมันฯ ยังสร้างส่วนต่างราคาไปไม่ถึง 3 บาทต่อลิตร เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ ยังประสบปัญหาสภาพคล่องบัญชีกองทุนฯ ติดลบถึง 63,376 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้หากในอนาคตประชาชนตัดสินใจที่จะเลือกใช้แก๊สโซฮอล์ 95 เป็นน้ำมันพื้นฐานแทน แก๊สโซฮอล์ <strong>E</strong>20 เมื่อถึงเวลานั้น ทางกองทุนฯ ก็พร้อมจะปรับทิศทางกระชากราคาให้คนส่วนใหญ่หันกลับมาใช้ แก๊สโซฮอล์ 95 ให้มากที่สุดแทน เพื่อให้แผนการปรับลดชนิดน้ำมันที่จำหน่ายในประเทศประสบความสำเร็จ และเป็นไปตามกฎหมายยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพในที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามหากเงื่อนเวลาที่ได้กำหนดไว้ ไม่สามารถยกเลิกการชดเชยราคาแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลได้ทัน ทางสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(สกนช.) จะต้องทำเรื่องขออนุมัติขยายเวลาออกไปอีก 2 ปี หรือภายใน 24 ก.ย. 2569 ต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาอนุมัติต่อไป </p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่การขออนุมัติขยายเวลาดังกล่าวจะเป็นครั้งสุดท้าย เนื่องจากตามกฎหมายกำหนดให้ยกเลิกการชดเชยราคามาตั้งแต่ 24 ก.ย. 2565 แต่ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 กำหนดให้สามารถขอขยายเวลาได้ 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 2 ปี โดยที่ผ่านมา สกนช. ได้ขอขยายเวลามา 1 ครั้งแล้ว โดย ครม.อนุมัติให้ขยายเวลาการยกเลิกชดเชยราคาเชื้อเพลิงชีวภาพได้ถึงวันที่ 24 ก.ย. 2567 นี้ <strong> </strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นปัจจุบัน สกนช. ยังยืนยันว่า ภายในวันที่ 24 ก.ย. 2567 จะเป็นวันสุดท้ายของการชดเชยราคาแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล จากนั้นจะต้องยกเลิกการชดเชยราคาทั้งหมด และราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด ส่วนจะมีการขอต่ออายุไปอีก 2 ปี เพื่อชะลอการยกเลิกชดเชยราคาหรือไม่นั้น ต้องรอรัฐบาลใหม่พิจารณาต่อไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/https-www-energynewscenter-com-พลงงาน-เปดไทมไลนลดช/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทิศทางนโยบายพลังงาน​จาก​ ​4​ พรรค​ หลังเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/4-parties-policy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Mar 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=21188</guid>

					<description><![CDATA[4​ พรรคการเมืองเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ​ให้เห็นโฉมหน้ากันแล้ว​ทั้ง​ เพื่อไทย​ ก้าวไกล​ รวมไทยสร้างชาติ​ และพลังประชารัฐ​ ถ้าจับประเด็นเฉพาะเรื่องพลังงาน​ มี​ 3​ รายชื่อที่มีประสบการณ์​ในการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ ได้แก่​ พรรคเพื่อไทย​ นายแพทย์​พรหมินทร์​ เลิศสุรีย์เดช​ เคยดำรงตำแหน่ง​ ช่วง​ ก.พ.2546-มี.ค.2548​ สมัยรัฐบาลทักษิณ​ คนที่สอง​ พรรคพลังประชารัฐ คือนายสนธิรัตน์​ สนธิจิรวงศ์​ ดำรงตำแหน่ง​ ช่วง​ ​ก.ค​.2562-15 ก.ค. 2563​ สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์​ และพรรครวมไทยสร้างชาติ​ นายสุพัฒนพงษ์​ พันธ์มี​เชาว์​ ดำรงตำแหน่งช่วง​ ส.ค.2563​ จนถึงวันยุบสภา​ 20​ มี.ค.2566​ และปัจจุบันยังคงรักษาการอยู่ ส่วนทีมเศรษฐกิจ​ของพรรคก้าวไกล​ ได้ผู้ที่มีประสบการณ์​คลุกคลีอยู่ในแวดวงพลังงานโดยเฉพาะเรื่องของไฟฟ้า​ ในบทบาทของนักวิชาการ​ มายาวนาน คือ​ อาจารย์​เดชรัต สุขกำเนิด​ สำหรับพรรคเพื่อไทย​ ที่เชื่อกันว่าจะได้คะแนนเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร​เป็นอันดับหนึ่ง​ ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงและมีโอกาสสูงว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล​ นั้นชูนโยบายหาเสียงเรื่องพลังงาน​ ว่าจะลดราคาค่าไฟ​ฟ้า ค่าน้ำมัน​ ค่าแก๊ส​ ทันที​ ที่ได้เป็นรัฐบาล​ ถามว่าจะทำได้อย่างไร​ ก็ตอบว่า​ทำได้ทันทีในส่วนของน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซิน​ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>4​ พรรคการเมืองเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ​</strong>ให้เห็นโฉมหน้ากันแล้ว​ทั้ง​ เพื่อไทย​ ก้าวไกล​ รวมไทยสร้างชาติ​ และพลังประชารัฐ​</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าจับประเด็นเฉพาะเรื่องพลังงาน​ มี​ 3​ รายชื่อที่มีประสบการณ์​ในการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ ได้แก่​ พรรคเพื่อไทย​ นายแพทย์​พรหมินทร์​ เลิศสุรีย์เดช​ เคยดำรงตำแหน่ง​ ช่วง​ ก.พ.2546-มี.ค.2548​ สมัยรัฐบาลทักษิณ​</p>



<p class="wp-block-paragraph">คนที่สอง​ พรรคพลังประชารัฐ คือนายสนธิรัตน์​ สนธิจิรวงศ์​ ดำรงตำแหน่ง​ ช่วง​ ​ก.ค​.2562-15 ก.ค. 2563​ สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์​ และพรรครวมไทยสร้างชาติ​ นายสุพัฒนพงษ์​ พันธ์มี​เชาว์​ ดำรงตำแหน่งช่วง​ ส.ค.2563​ จนถึงวันยุบสภา​ 20​ มี.ค.2566​ และปัจจุบันยังคงรักษาการอยู่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนทีมเศรษฐกิจ​ของพรรคก้าวไกล​ ได้ผู้ที่มีประสบการณ์​คลุกคลีอยู่ในแวดวงพลังงานโดยเฉพาะเรื่องของไฟฟ้า​ ในบทบาทของนักวิชาการ​ มายาวนาน คือ​ อาจารย์​เดชรัต สุขกำเนิด​</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/03/1679647738725-684x1024.jpg" alt="" class="wp-image-39157"/><figcaption class="wp-element-caption">นายแพทย์​พรหมินทร์​ เลิศสุรีย์เดช​ พรรคเพื่อ​ไทย​</figcaption></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับ<strong>พรรคเพื่อไทย</strong>​ ที่เชื่อกันว่าจะได้คะแนนเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร​เป็นอันดับหนึ่ง​ ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงและมีโอกาสสูงว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล​ นั้นชูนโยบายหาเสียงเรื่องพลังงาน​ ว่าจะลดราคาค่าไฟ​ฟ้า ค่าน้ำมัน​ ค่าแก๊ส​ ทันที​ ที่ได้เป็นรัฐบาล​ ถามว่าจะทำได้อย่างไร​ ก็ตอบว่า​ทำได้ทันทีในส่วนของน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซิน​ ด้วยการปรับลดภาษีสรรพสามิต​ หรือลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน​ โดยที่กองทุนน้ำมันจะยังคงมีฐานะติดลบอยู่ต่อไปก่อน​ จาก​ ณ​ วันที่​ 19​ มี.ค.2566​ กองทุนมีฐานะติดลบ​ อยู่​ 9.7 หมื่นล้านบาท​</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าย้อนไปดูประวัติศาสตร์​กองทุนน้ำมัน​ นั้นก็เคยติดลบสูงถึง​ 9.2 หมื่นล้านบาท​ ในช่วงที่นายแพทย์​พรหมินทร์​ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน​ เพราะมีนโยบายการตรึงราคาทั้งเบนซินและดีเซล​ แต่ก็มาถูกทำลายสถิติโดยสิ้นเชิง​ ในสมัยของนายสุพัฒนพงษ์​ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน​ ที่​ตัวเลขติดลบพุ่งสูงถึง​ 1.3​แสนล้านบาท​ จากนโยบายการตรึงราคาดีเซลเอาไว้ยาวนานเช่นเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเรื่องของค่าไฟฟ้านั้น​ ในการคำนวณค่าเอฟที​ งวดเดือน​ พ.ค.-ส.ค.​ 2566​ ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน​ หรือ กกพ.​เคาะตัวเลขออกมาแล้วว่า​ ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะปรับเพิ่มเล็กน้อยเป็น​ 4.77​ บาทต่อหน่วยจากงวดก่อนหน้า​ ซึ่งอยู่ที่​ 4.72​ บาทต่อหน่วย​</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเมื่อรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่​ ส.ค.2566​ ค่าเอฟที​ สำหรับงวด​ ก.ย.-ธ.ค.2566​ ก็น่าจะปรับลดลงได้​ โดยไม่ต้องออกแรงบริหารจัดการอะไรมาก​ เนื่องจากค่าเชื้อเพลิงที่เป็นต้นทุนหลัก​คือก๊าซธรรมชาติ มีแนวโน้มที่จะลดลง​ เพราะผลิตก๊าซจากอ่าวไทย​ที่มีราคาถูกกว่า​ LNG​ นำเข้าได้เพิ่มมากขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/03/IMG_20200710_125744-1024x738.jpg" alt="" class="wp-image-39156"/><figcaption class="wp-element-caption">สนธิรัตน์​ สนธิ​จิรวงศ์​ พรรคพลังประชารัฐ</figcaption></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับ<strong>พรรคพลังประชารัฐ</strong>​ ก็มีนโยบายการหาเสียงที่จะลดราคาทั้งน้ำมันและไฟฟ้าเช่นเดียวกัน​ ซึ่งก็คงใช้กลไกที่ไม่แตกต่างกันกับพรรคเพื่อไทยมากนัก​</p>



<p class="wp-block-paragraph">และถ้ายังจำกันได้​ สมัยที่นายสนธิรัตน์​ เป็นรัฐมนตรีพลังงาน​ ก็มีนโยบายให้ ​กกพ.​นำเงินบริหารค่าเอฟที​ มาใช้จนหมดหน้าตัก​ กว่า​ ​2​ หมื่นล้านบาท​ เพื่อช่วยเหลือค่าไฟฟ้าประชาชนลดผลกระทบภาครัวเรือนที่ต้อง​Work​ From​ Home​ ช่วงโควิด-19</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/03/1601624849252-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-39154"/><figcaption class="wp-element-caption">สุพัฒนพงษ์​ พันธ์​มี​เชาว์​ รวมไทยสร้างชาติ</figcaption></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของ<strong>พรรครวมไทยสร้างชาติ</strong>​ ที่ทีมเศรษฐกิจ​คือ​นายสุพัฒนพงษ์​ ก็คงจะเห็นผลงานการตรึงราคาทั้ง ดีเซล ก๊าซหุงต้ม​ กันแบบหลังแอ่น​ หนี้ท่วมทั้งกองทุนน้ำมัน​ และ กฟผ.​ เพราะเจอจังหวะวิกฤติซ้อนวิกฤติ​ ทั้ง​สงครามรัสเซีย-ยูเครน​ และ​ เศรษฐกิจ​ที่ชะลอตัวจากผลพวงของโควิด-19​</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนภาคไฟฟ้า​ ผลงานที่เด่นชัดคือการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบล็อตใหญ่​ 2​ ล็อต​ ล็อตแรก​ 5,200​เมกะวัตต์​และล็อต​สอง​ อีก​ 3,600 เมกะวัตต์​ นัยว่าเพื่อปรับสัดส่วนเชื้อเพลิงให้ตอบโจทย์เรื่องการลดก๊าซคาร์บอน​ตามเทรนด์โลก​ ท่ามกลางข้อกังขาของ​ พรรคก้าวไกล​ เรื่องสำรองไฟฟ้าล้นระบบ​ ที่ทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น​</p>



<p class="wp-block-paragraph">และนโยบายที่รัฐบาลชุดปัจจุบันทำไว้คือประเด็นที่<strong>พรรคก้าวไทย</strong>​ อาสาจะเข้ามาแก้ไขด้วยการปรับโครงสร้างทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน​ ป้ายหาเสียงของพรรคก้าวไกล เขียนว่า <strong>หยุดเอื้อทุนใหญ่ค่าไฟฟ้าลด​ ​70​ สตางค์​</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2023/03/1679647736850_edit_526549892876946.jpg" alt="" class="wp-image-39155"/><figcaption class="wp-element-caption">เดชรัต​ สุข​กำ​เ​นิด​ พรรคก้าวไกล</figcaption></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">โดย<strong>อาจารย์เดชรัต</strong> อภิปรายในเวทีที่จัดโดย​ คปพ.​ ว่า​ นโยบายด้านพลังงานที่พรรคก้าวไกล​จะดำเนินการ เรื่องหลักๆคือ​<strong>ค่าไฟฟ้า</strong>​ จะมีการเข้าไปปรับสูตรราคาก๊าซ​ ที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า​เพื่อให้ภาคครัวเรือนได้ใช้ก๊าซราคาถูกเหมือน ภาคอุตสาหกรรม</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเข้าไปปรับลดภาระค่าความพร้อมจ่าย​ โดยเจรจากับโรงไฟฟ้าเก่า​ ที่เป็นโรงไฟฟ้าไม่มีประสิทธิภาพและใกล้จะหมดอายุ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่น่าสนใจคือการหยุดข้อตกลงสัญญาซื้อขายไฟฟ้​า เพิ่มเติม​ ในโรงใหม่​ เพราะประเทศมีสำรองไฟฟ้าล้นเกิน​ การปรับพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าใหม่​ ไม่ให้สูงเกินกว่าความเป็นจริง รวมทั้ง​ การยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมด​ภายในปี​2578</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังจะส่งเสริมไฟฟ้าจากโซลาร์​เซลล์​ และระบบ​ Net​ Metering เพื่อให้การซื้อขายไฟฟ้าจากโซลาร์​เซลล์ของภาคประชาชนมีความคล่องตัวและเป็นธรรมมากขึ้น​</p>



<p class="wp-block-paragraph">ได้เห็นทิศทางนโยบายด้านพลังงานจาก​ 4​ พรรคการเมืองกันพอสังเขป​แล้ว​ จากนี้ก็อยู่ที่ว่า​ หลังการเลือกตั้ง​เดือน​ พ.ค.2566​ พรรคไหนจะได้เป็นแกนนำรัฐบาล​ และจะส่งใครมาเป็นรัฐมนตรีพลังงาน​ นโยบายของพรรคนั้นจึงจะมีโอกาสนำไปสู่ภาคปฏิบัติ​ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ที่สำคัญคือ อย่าใช้นโยบายที่ท้ายที่สุดประชาชนผู้ใช้พลังงานต้องรับภาระไปมากกว่านี้เลย</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/ทิศทางนโยบายพลังงานจา/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดันพลังงานสะอาด ผลิตไฟฟ้า 1 หมื่นเมกะวัตต์ เคลื่อนไทย Net Zero</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/net-zero-6/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Nov 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ev]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[smart grid]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20804</guid>

					<description><![CDATA[กระทรวงพลังงาน เคาะพลังงานหมุนเวียน 1 หมื่นเมกะวัตต์ บรรจุอยู่ในแผนพลังงานชาติ เน้นส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ถึง 6 พันเมกะวัตต์ ดัน กฟผ.เป็นผู้ลงทุนพลังงานสะอาดในอนาคต เดินหน้าสู่ Net Zero นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากที่ประเทศไทยได้มีเป้าหมายบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ปี ค.ศ. 2065 (Net Zero) จำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานเป็นสำคัญ เนื่องจากมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คิดเป็นสัดส่วนกว่า 30 % โดยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯราว 256 ล้านตันต่อปี ทั้งนี้องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ความต้องการใช้พลังงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสำหรับทุกประเภทเชื้อเพลิงทั้งน้ำมัน ก๊าซฯ ถ่านหิน และพลังงานหมุนเวียน(RE) ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งหากต้องการให้บรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะต้องเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำให้มากขึ้น ดังนั้น ปัจจัยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่ความยั่งยืนและเกิดความสมดุลด้านพลังงาน จะต้องการพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้เพียงพอรองรับความต้องการพลังงานในอนาคต รองรับพลังงานสะอาดที่จะเกิดขึ้น(Green Energy) รวมทั้งการพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์รูปแบบธุรกิจพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามแนวโน้มพลังงานในอนาคต เช่น รถยนต์ไฟฟ้า(EV) และสมาร์ทกริด ( Smart Grid)  รวมทั้งการพัฒนาหรือนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยสนับสนุน เช่น เทคโนโลยีการดักจับการใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอนของประเทศ (Carbon [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงพลังงาน เคาะพลังงานหมุนเวียน 1 หมื่นเมกะวัตต์ บรรจุอยู่ในแผนพลังงานชาติ เน้นส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ถึง 6 พันเมกะวัตต์ ดัน กฟผ.เป็นผู้ลงทุนพลังงานสะอาดในอนาคต เดินหน้าสู่ Net Zero</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายกุลิศ สมบัติศิริ</strong> <strong>ปลัดกระทรวงพลังงาน </strong>เปิดเผยว่า จากที่ประเทศไทยได้มีเป้าหมายบรรลุเป้าหมาย<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน</strong>ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมาย<strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</strong>ได้ปี ค.ศ. 2065 (<strong>Net Zero</strong>) จำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก<strong>ภาคพลังงาน</strong>เป็นสำคัญ เนื่องจากมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คิดเป็นสัดส่วนกว่า 30 % โดยมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯราว 256 ล้านตันต่อปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (<strong>IEA</strong>) คาดการณ์ความต้องการใช้พลังงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสำหรับทุกประเภทเชื้อเพลิงทั้งน้ำมัน ก๊าซฯ ถ่านหิน และ<strong>พลังงานหมุนเวียน(RE) </strong>ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งหากต้องการให้บรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะต้องเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำให้มากขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://medias.thansettakij.com/uploads/images/contents/w1024/2022/11/hVArdloVXxZHEFbQ46U1.webp" alt="ดันพลังงานสะอาด ผลิตไฟฟ้า 1 หมื่นเมกะวัตต์ เคลื่อนไทย Net Zero"/></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น ปัจจัยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่ความยั่งยืนและเกิดความสมดุลด้านพลังงาน จะต้องการพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้เพียงพอรองรับความต้องการพลังงานในอนาคต รองรับ<strong>พลังงานสะอาด</strong>ที่จะเกิดขึ้น(Green Energy) รวมทั้งการพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์รูปแบบธุรกิจพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามแนวโน้มพลังงานในอนาคต เช่น <strong>รถยนต์ไฟฟ้า(EV) และสมาร์ทกริด ( Smart Grid)</strong> </p>



<p class="wp-block-paragraph">รวมทั้งการพัฒนาหรือนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยสนับสนุน เช่น เทคโนโลยีการดักจับการใช้ประโยชน์และ<strong>การกักเก็บคาร์บอน</strong>ของประเทศ (Carbon Capture, Utilization and Storage : <strong>CCUS</strong>) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในอนาคต การเตรียมบุคลากรด้านต่าง ๆ ให้มีความรู้และทักษะที่สนับสนุนการดำเนินงานตามแนวโน้มการพัฒนาพลังงานในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">รวมถึงการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนเป้าหมายและนโยบายของประเทศ ทั้งภาคธุรกิจที่จะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงาน ภาควิชาการที่สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเทคโนโลยีพลังงานในประเทศ และภาคประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รวมถึงมีส่วนร่วมในโครงการด้านพลังงาน เช่น โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น การดำเนินงานของ<strong>กระทรวงพลังงาน</strong> ได้มีจัดทำแผนพลังงาน ภายใต้กรอบความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (<strong>กพช.</strong>) เพื่อนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ได้กำหนดกรอบที่จะเพิ่มสัดส่วน<strong>การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 50%</strong> ของกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภายใต้กรอบ<strong>แผนพลังงานชาติ </strong>จะมีแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือพีดีพี(ปี 2565-2580) เป็นแผนย่อยรวมอยู่ด้วย ซึ่งจะมีการบรรจุเพิ่มสัดส่วน<strong>การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนราว 10,900 เมกะวัตต์</strong> แยกเป็น การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 6,000 เมกะวัตต์ แยกเป็นโซลาร์ฟาร์ม 3,000 เมกะวัตต์ และมีโซลาร์ลอยน้ำในเขื่อนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) 2,700 เมกะวัตต์ โซลาร์รูฟท็อป 300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 1,500 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลและก๊าซชีวภาพ รวม 800 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าจากขยะ 600 เมกะวัตต์ แยกเป็นจากขยะชุมชน 400 เมกะวัตต์ และขยะอุตสากรรม 200 เมกะวัตต์</p>



<p class="wp-block-paragraph">“กฟผ.มีศักยภาพพัฒนาโซลาร์ลอยน้ำได้ถึง 10,000 เมกะวัตต์ใน 20 ปี ตลอดจนพื้นที่เหมืองแม่เมาะใน 20 ปีข้างหน้า หากต้องเลิกใช้โรงไฟฟ้าถ่านหิน จึงมีศักยภาพของพื้นที่ที่จะทำโซลาร์ฟาร์มได้อีก ซึ่งกฟผ.จะกลายเป็นผู้ลงทุนพลังงานสะอาดในอนาคต”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท </strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (<strong>สนพ.</strong>) เปิดเผยว่า การจัดทำแผนพลังงานชาติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นแผนย่อย และหลังจากนั้นจะเปิดรับฟังความเห็นของแผนพลังงานชาติทั้งหมด และจะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาได้ราวไตรมาสแรกของปี 2566 นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบต่อไป คาดว่าจะประกาศใช้แผนพลังงานชาติได้ราวไตรมาสที่ 2 ของปี 2566</p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://www.thansettakij.com/sustainable/energy/546193" target="_blank" rel="noopener">ฐานเศรษฐกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลังงาน เปิดตัว &#8220;ชุดนักเรียนเบอร์ 5&#8221; รับเทอมใหม่แบบรักษ์โลก ใส่สบายไม่ต้องรีด</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/student-uniform/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Nov 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดนักเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20785</guid>

					<description><![CDATA[นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และหน่วยงานพันธมิตร ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมมอบโล่โครงการที่ปรึกษาพลังงาน และโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการลดการใช้ไฟฟ้า อนุรักษ์พลังงาน ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มุ่งสู่พลังงานสะอาด และความเป็นกลางทางคาร์บอน ตามเป้าหมายของประเทศ ภายในงาน มีกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่ การเปิดตัวและติดฉลากชุดนักเรียนเบอร์ 5 อย่างเป็นทางการ เนื่องจากชุดนักเรียนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณการผลิตและการซื้อจำนวนมากในแต่ละปี ทั้งยังมีการใช้ซ้ำ ซักรีดบ่อย กฟผ. จึงร่วมมือกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอพัฒนามาตรฐานชุดนักเรียน เบอร์ 5 โดยมีคุณสมบัติสวมใส่สบาย ยับยาก ลดการรีดผ้า ลดใช้พลังงาน เนื่องจากใช้เทคโนโลยี CoolMode ช่วยลดอุณหภูมิขณะสวมใส่ลง 1-5 องศาเซลเซียส ทำให้ใส่แล้วเย็นสบาย มีความคงทนของเนื้อผ้าและคืนตัวหลังการซัก จึงช่วยประหยัดเวลาในการรีดผ้าตัวละ 2 นาที คิดเป็นการประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึงปีละ 7.75 ล้านหน่วย หรือประมาณปีละ 31 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 3,709 ตัน/ปี [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และหน่วยงานพันธมิตร ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมมอบโล่โครงการที่ปรึกษาพลังงาน และโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการลดการใช้ไฟฟ้า อนุรักษ์พลังงาน ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มุ่งสู่พลังงานสะอาด และความเป็นกลางทางคาร์บอน ตามเป้าหมายของประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภายในงาน มีกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเปิดตัวและติดฉลากชุดนักเรียนเบอร์ 5 อย่างเป็นทางการ เนื่องจากชุดนักเรียนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณการผลิตและการซื้อจำนวนมากในแต่ละปี ทั้งยังมีการใช้ซ้ำ ซักรีดบ่อย กฟผ. จึงร่วมมือกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอพัฒนามาตรฐานชุดนักเรียน เบอร์ 5 โดยมีคุณสมบัติสวมใส่สบาย ยับยาก ลดการรีดผ้า ลดใช้พลังงาน เนื่องจากใช้เทคโนโลยี CoolMode ช่วยลดอุณหภูมิขณะสวมใส่ลง 1-5 องศาเซลเซียส ทำให้ใส่แล้วเย็นสบาย มีความคงทนของเนื้อผ้าและคืนตัวหลังการซัก จึงช่วยประหยัดเวลาในการรีดผ้าตัวละ 2 นาที คิดเป็นการประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึงปีละ 7.75 ล้านหน่วย หรือประมาณปีละ 31 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 3,709 ตัน/ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">การลงนามความร่วมมือโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ระหว่าง กฟผ. กับบริษัทผู้ประกอบการ โดยได้ประกาศเชิญชวนผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้นำเข้า สมัครเข้าร่วมโครงการฯ พร้อมร่วมกันกำหนดมาตรฐานการทดสอบและเกณฑ์ประสิทธิภาพเบอร์ 5 เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะดำเนินการทดสอบเพื่อติดฉลากเบอร์ 5 และเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 เป็นต้นไป รวม 43 ราย 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า 2 ประเภท เครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับ แบบชาร์จปกติ ที่ใช้ ในบ้านประชาชนทั่วไป และเครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง หรือแบบชาร์จเร็ว ที่มีให้บริการตามสถานีชาร์จ และสถานที่ชุมชนต่าง ๆ</li><li>แบตเตอรี่จักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน สำหรับใช้ในการขับเคลื่อนโมเปดไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่ออกแบบให้สามารถถอดออกจากตัวรถได้</li><li>เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนหลายชุดระบบปรับน้ำยาแปรผัน เป็นเครื่องปรับอากาศที่มี ชุดคอยล์ร้อน 1 ชุด ต่อกับชุดคอยล์เย็นภายในห้องหลายชุด เหมาะสำหรับใช้ในอาคาร และสำนักงานทั่วไป</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">รวมทั้งการมอบโล่แสดงความขอบคุณ</p>



<ul class="wp-block-list"><li>องค์กรที่เข้าร่วมโครงการที่ปรึกษาพลังงาน จำนวน 19 ราย</li><li>องค์กรที่เข้าร่วมโครงการบ้านเบอร์ 5 และโครงการอาคารเบอร์ 5 จำนวน 5 ราย</li><li>ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ปี 2563 – 2565 ได้แก่ จักรยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องซักผ้าแบบถังนอน และเครื่องฟอกอากาศ รวม 31 ราย</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ กฟผ. ได้ดำเนินงานจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า หรือ DSM ด้วยกลยุทธ์ 3 อ. ได้แก่ อ. ที่ 1 อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 อ. ที่ 2 อาคารและอุตสาหกรรมประสิทธิภาพพลังงานสูง และ อ. ที่ 3 อุปนิสัยการใช้พลังงานคุ้มค่าและปลอดภัย เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคที่อยู่อาศัย ใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยมาตรการต่าง ๆ ที่เหมาะสมและคุ้มค่า ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้เกือบ 35,000 ล้านหน่วย คิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ ถึง 16.4 ล้านตัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://www.ryt9.com/s/iq03/3368628" target="_blank" rel="noopener">RTY9</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โอกาสของโซลาร์รูฟท็อป! “พพ.” ปลดล็อกขั้นตอนพิจารณาให้เร็วขึ้น</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/solar-rooftop-unlock/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Sep 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์รูฟท็อป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20674</guid>

					<description><![CDATA[พพ.หนุนกระแสติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมาแรง ปรับลดกระบวนการให้ความเห็นอนุญาตให้ผลิตไฟฟ้ารวดเร็วยิ่งขึ้นจากเดิมขั้นตอนกว่า 60 วันเหลือไม่เกิน 30 วัน หวังเอื้อให้ประชาชนรับมือค่าไฟแพง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมชี้แจงการปรับปรุงกระบวนการให้ความเห็นการออกแบบใบอนุญาตให้ผลิตพลังงานควบคุม (พค.2) ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ รวมกว่า 500 ราย ว่า ตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 กำหนดให้ผู้ที่จะผลิตไฟฟ้าขนาดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 200 kVA ขึ้นไป (ประมาณ 200 กิโลวัตต์) ต้องมีการยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ (พค.1) และแบบตรวจสอบระบบผลิตพลังงานควบคุมต่อ กกพ. และทาง กกพ.นำส่ง พพ.พิจารณาให้ความเห็นอนุญาตให้ผลิตพลังงานควบคุม (พค.2) เพื่อความปลอดภัยของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะติดตั้ง อย่างไรก็ตาม มีผู้ยื่นคำขอใบอนุญาต พค.2 จำนวนมาก พพ.จึงได้พิจารณาปรับลดขั้นตอนดังกล่าวเพื่อให้ผู้ยื่นคำขอได้มีการผลิตและใช้พลังงานที่เร็วขึ้น “ที่ผ่านมามีการยื่นคำขอใบอนุญาต พค.2 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 150 รายต่อเดือน โดยกว่า 80% เป็นคำขออนุญาตผลิตไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาหรือโซลาร์รูฟท็อป [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://mpics.mgronline.com/pics/Images/565000009160102.JPEG" alt=""/></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><strong>พพ.หนุนกระแสติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมาแรง ปรับลดกระบวนการให้ความเห็นอนุญาตให้ผลิตไฟฟ้ารวดเร็วยิ่งขึ้นจากเดิมขั้นตอนกว่า 60 วันเหลือไม่เกิน 30 วัน หวังเอื้อให้ประชาชนรับมือค่าไฟแพง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน</strong> เปิด<br>เผยหลังเป็นประธานการประชุมชี้แจงการปรับปรุงกระบวนการให้ความเห็นการออกแบบใบอนุญาตให้ผลิตพลังงานควบคุม (พค.2) ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ รวมกว่า 500 ราย ว่า ตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 กำหนดให้ผู้ที่จะผลิตไฟฟ้าขนาดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 200 kVA ขึ้นไป (ประมาณ 200 กิโลวัตต์) ต้องมีการยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ (พค.1) และแบบตรวจสอบระบบผลิตพลังงานควบคุมต่อ กกพ. และทาง กกพ.นำส่ง พพ.พิจารณาให้ความเห็นอนุญาตให้ผลิตพลังงานควบคุม (พค.2) เพื่อความปลอดภัยของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะติดตั้ง อย่างไรก็ตาม มีผู้ยื่นคำขอใบอนุญาต พค.2 จำนวนมาก พพ.จึงได้พิจารณาปรับลดขั้นตอนดังกล่าวเพื่อให้ผู้ยื่นคำขอได้มีการผลิตและใช้พลังงานที่เร็วขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ที่ผ่านมามีการยื่นคำขอใบอนุญาต พค.2 เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 150 รายต่อเดือน โดยกว่า 80% เป็นคำขออนุญาตผลิตไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาหรือโซลาร์รูฟท็อป ทำให้กระบวนการพิจารณาให้ความเห็นเดิมไม่สามารถรองรับต่อปริมาณคำขอที่เพิ่มขึ้น พพ.จึงได้มีการปรับลดกระบวนการพิจารณาให้ความเห็นอนุญาต พค.2 ใหม่ด้วยการใช้วิธีรองรับข้อมูลด้วยตนเองโดยวิศวกรที่ต้องขึ้นทะเบียนกับ พพ. (Self Declaration) ซึ่งจากเดิมกระบวนการให้ความเห็นของ พพ. จะใช้เวลาในการตรวจแบบส่งข้อมูลและตรวจแบบด้วยการ live ณ สถานที่ติดตั้ง, ตรวจหน้างานจริง (non-solar) รวมเวลากว่า 60 วัน ให้เหลือไม่เกิน 30 วัน” นายประเสริฐกล่าว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการผลิตพลังงานควบคุมเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง พพ.จึงได้ออกประกาศกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 2 ฉบับ ได้แก่ ประกาศกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ประกอบการให้ความเห็นการออกใบอนุญาตให้ผลิตพลังงานควบคุมต่อ กกพ. และประกาศกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เรื่อง การรับขึ้นทะเบียนผู้ตรวจสอบระบบผลิตพลังงานควบคุม ซึ่งประกาศทั้ง 2 ฉบับจะช่วยให้เกิดความคล่องตัว และทันต่อสถานการณ์การปรับตัวต่อค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://mgronline.com/business/detail/9650000090209" target="_blank" rel="noopener">MGR Online</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม.ต่ออายุ”กุลิศ”นั่งปลัดพลังงาน อีก 1 ปี ถือเป็นคนแรกที่จะอยู่ในตำแหน่งนานถึง 5 ปี</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/kusiri/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Sep 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กุลิศ สมบัติศิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20629</guid>

					<description><![CDATA[คณะรัฐมนตรี(ครม.) ไฟเขียว อนุมัติต่ออายุราชการนายกุลิศ สมบัติศิริ นั่งตำแหน่งปลัดพลังงานอีก 1 ปี กลายเป็นปลัดพลังงานคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนานสุด 5 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งกระทรวงพลังงานมา ระบุนายกุลิศ จำเป็นต้องอยู่สานต่อแก้วิกฤติพลังงานที่สำคัญ โดยเฉพาะการกู้เงินดูแลความมั่นคงด้านน้ำมัน LPG และราคาค่าไฟฟ้า ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2565  ได้มีมติต่ออายุราชการตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานอีก 1 ปี ให้นายกุลิศ สมบัติศิริ ตามการเสนอของ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  ซึ่งส่งผลให้นายกุลิศ กลายเป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนแรกที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานนานที่สุดถึง 5 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งกระทรวงพลังงานมา   ทั้งนี้นายกุลิศ จะครบวาระการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน 4 ปี ในวันที่ 30 ก.ย. 2565 แต่ยังเหลืออายุราชการอีก 1 ปี ดังนั้นเมื่อ ครม.ต่ออายุตำแหน่งปลัดอีก 1 ปี จะทำให้นายกุลิศสามารถดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานและสานต่องานด้านความมั่นคงพลังงานที่ต้องประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ได้ต่อไป เช่น  การกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>คณะรัฐมนตรี(ครม.) ไฟเขียว อนุมัติต่ออายุราชการนายกุลิศ สมบัติศิริ นั่งตำแหน่งปลัดพลังงานอีก 1 ปี กลายเป็นปลัดพลังงานคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนานสุด 5 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งกระทรวงพลังงานมา ระบุนายกุลิศ จำเป็นต้องอยู่สานต่อแก้วิกฤติพลังงานที่สำคัญ โดยเฉพาะการกู้เงินดูแลความมั่นคงด้านน้ำมัน LPG และราคาค่าไฟฟ้า</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC)</strong> รายงานว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2565  ได้มีมติต่ออายุราชการตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานอีก 1 ปี ให้<strong>นายกุลิศ สมบัติศิริ</strong> ตามการเสนอของ <strong>นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong>  ซึ่งส่งผลให้นายกุลิศ กลายเป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนแรกที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานนานที่สุดถึง 5 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งกระทรวงพลังงานมา  </p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้นายกุลิศ จะครบวาระการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน 4 ปี ในวันที่ 30 ก.ย. 2565 แต่ยังเหลืออายุราชการอีก 1 ปี ดังนั้นเมื่อ ครม.ต่ออายุตำแหน่งปลัดอีก 1 ปี จะทำให้นายกุลิศสามารถดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานและสานต่องานด้านความมั่นคงพลังงานที่ต้องประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ได้ต่อไป เช่น  การกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 20,000 ล้านบาท , การดูแลราคาน้ำมัน และก๊าซหุงต้ม(LPG) ,การดูแลก๊าซธรรมชาติสำหรับผลิตไฟฟ้า และค่าไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้นายกุลิศ ยังกำกับดูแลกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับนายกุลิศ เข้าดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 ตาม มติ ครม. เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2561 ที่มีมติอนุมัติแต่งตั้งนายกุลิศ สมบัติศิริ จากตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร มาเป็นปลัดกระทรวงพลังงานและจะดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี ในวันที่ 30 ก.ย. 2565 นี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ในส่วนของข้าราชการระดับ ซี10 ที่จะเกษียณอายุราชการยังมีอีก 4 คน ประกอบด้วย นางเปรมฤทัย วินัยแพทย์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน, นายหร่อหยา จันทรัตนา ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ,นางสาวชนานัญ บัวเขียว ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน, นายสมบูรณ์ วัชระชัยสุรพล ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งผู้ตรวจราชการว่างอีก 1 ตำแหน่ง หลังจาก นายทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD</p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพลังงานผนึก 2 เอกชน จัด 3 งานยักษ์ 20-22 ก.ย. นี้ พร้อมเตรียมเปิดแผน PDP ฉบับล่าสุดเป็นครั้งแรก</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/seta-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Sep 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[SETA 2022]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20621</guid>

					<description><![CDATA[กระทรวงพลังงานจับมือ 2 บริษัทชั้นนำจากสิงคโปร์ จัด 3 งานพลังงานยิ่งใหญ่แห่งปีในไทย “SETA 2022, Solar+Storage Asia 2022 และ Enlit Asia 2022 ” ระหว่าง 20-22 ก.ย. 2565 ที่ศูนย์ฯไบเทค บางนา พร้อมเตรียมประกาศแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ภายในงาน และร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น ประสบการณ์ ทิศทางพลังงานโลก พร้อมเสวนาด้านพลังงานทดแทน คาดวงการพลังงานแห่ร่วมงานกว่า 10,000 คน จาก 350 บริษัท  วันที่ 24 ส.ค. 2565 กระทรวงพลังงาน ร่วมกับบริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท แคริออน อีเวนท์ จำกัด ประเทศสิงคโปร์ ประกาศจัดนิทรรศการและประชุมนานาชาติพร้อมกัน 3 งาน ระหว่างวันที่ 20-22 ก.ย. [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>กระทรวงพลังงานจับมือ 2 บริษัทชั้นนำจากสิงคโปร์ จัด 3 งานพลังงานยิ่งใหญ่แห่งปีในไทย “SETA 2022, Solar+Storage Asia 2022 และ Enlit Asia 2022 ” ระหว่าง 20-22 ก.ย. 2565 ที่ศูนย์ฯไบเทค บางนา พร้อมเตรียมประกาศแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ภายในงาน และร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น ประสบการณ์ ทิศทางพลังงานโลก พร้อมเสวนาด้านพลังงานทดแทน คาดวงการพลังงานแห่ร่วมงานกว่า 10,000 คน จาก 350 บริษัท </strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">วันที่ 24 ส.ค. 2565 กระทรวงพลังงาน ร่วมกับบริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท แคริออน อีเวนท์ จำกัด ประเทศสิงคโปร์ ประกาศจัดนิทรรศการและประชุมนานาชาติพร้อมกัน 3 งาน ระหว่างวันที่ 20-22 ก.ย. 2565 ได้แก่ 1. งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีทางด้านพลังงานและงานประชุมระดับผู้นำแห่งเอเชีย “งานพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย” (Sustainable Energy Technology Asia- SETA 2022)  2. งานเทคโนโลยีด้านพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บประจุของเอเชีย (Solar+Storage Asia-SSA 2022) และ 3. งาน Enlit Asia 2022 งานด้านผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าและระบบกริดระดับโลก ณ ศูนย์ฯไบเทค บางนา</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ภายในงานจะมีการจัดเวทีเสวนาพิเศษ “แผนพลังงานไทยเพื่อมุ่งสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์กับการขับเคลื่อนระบบการผลิตไฟฟ้าและการใช้กระแสไฟฟ้าของไทย” โดยผู้บริหารจากกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สมาคมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (อาร์อี 100) และ สมาคมอุตสาหกรรมพลังแสงอาทิตย์ไทย (TPVA)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน</strong> กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้สนับสนุนการจัดงาน SETA มาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 7 ซึ่งการจัดงานในปี 2565 นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนประเทศหลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับทิศทางพลังงานโลก รวมทั้งทิศทางพลังงานของไทยหลังจากที่ไทยได้ลงนามภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP 26 </p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้กระทรวงพลังงานจะเปิดเผยแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ PDP ฉบับล่าสุด เป็นครั้งแรกภายในงาน ซึ่งจะมีการอภิปรายถึงยุทธศาสตร์ของภาครัฐ ทั้งในด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยและความคาดหวังที่จะบรรลุเป้าหมายในด้านการพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ๆ เช่น พลังงานไฮโดรเจน เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">การจัดงาน “SETA 2022,  Solar+Storage Asia 2022 และ Enlit Asia 2022 ” ในครั้งนี้ จัดภายใต้หัวข้อหลัก “Accelerating ASEAN’s Energy Transition to Achieve Carbon Neutrality” เพื่อให้สอดคล้องและสนับสนุนนโยบายด้านพลังงานและเศรษฐกิจของรัฐบาล ตามการประกาศเจตนารมณ์ในเวทีการประชุม COP26 โดยประเทศไทยได้เตรียมพร้อมตอบรับในการจัดทำแผนพลังงานฉบับใหม่ มุ่งสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้มีการเร่งการเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานจากแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศ โดยทั้ง 3 งาน มุ่งสร้างเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในด้านนวัตกรรมพลังงาน และสร้างความแข็งแกร่งและการขยายฐานการตลาดในกลุ่มพลังงาน โดยปี 2565 นี้จะมุ่งเน้นเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้เทคโนโลยีสะอาด  </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/08/image-1-1024x768.png" alt="" class="wp-image-32572" width="840" height="630"/></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับหัวข้อต่าง ๆ ที่จะมีการอภิปรายบนเวที SETA 2022, Enlit Asia 2022 และ Solar+Storage Asia 2022 ตลอดระยะเวลาการจัดงานทั้ง 3 วัน จะเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับแผน PDP ฉบับใหม่ ทั้งสิ้น โดยมีเนื้อหาสำคัญ 6 ประเด็น ประกอบด้วย (1) การผลิตไฟฟ้าแบบปลอดคาร์บอน (Decarbonised Power Generation) (2) การเสริมความแข็งแกร่งและสร้างโครงข่ายระบบไฟฟ้าในอนาคต (Fortifying and Creating a Next-Gen Power Grid) (3) การพัฒนาระบบไฟฟ้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (The Electrification of The ASEAN Economy) (4) ความผันผวนของราคาไฟฟ้าจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด (Electricity Prices Surging due to unexpected Circumstances) (5) การผลักดันพลังงานหมุนเวียนให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ (Enabling Renewable Energy to meet RE Targets) และ (6) แผนกลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (The Roadmap to Net-Zero)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> กล่าวถึง หัวข้อ “แผนพลังงานไทยและเส้นทางการมุ่งสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” โดยระบุว่า กฟผ.ได้จัดเตรียมแผนการลงทุนโรงไฟฟ้าให้สอดรับกับ การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ฉบับใหม่ (PDP 2022) ที่ลดเรื่องของการจัดส่งไฟฟ้าข้ามภูมิภาค โดยตามแผน PDP ฉบับใหม่ กฟผ.จะต้องลงทุนโรงไฟฟ้าดั้งเดิม(ก๊าซ) ประมาณ 6,150 เมกะวัตต์ และยังมีโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน ซึ่งได้คำนวณการปล่อยคาร์บอนไว้แล้ว ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน กฟผ.มีแผนที่จะลงทุนสร้างโครงการโซลาร์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อน (Hydro-floating Solar Hybrid) กำลังผลิตรวม 2,725 เมกะวัตต์ และยังมีแผนรับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำ จาก สปป. ลาว 5 ปี ปีละ 700 เมกะวัตต์ รวมเป็น 3,500 เมกะวัตต์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน 30% ตามแผนระยะยาวได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่คนไทยจะได้ศึกษาเทคโนโลยีพลังงานจากทั่วโลกเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กรตัวเอง  โดยงานประชุมและนิทรรศการทั้ง 3 งานนี้ นับเป็นเวทีด้านพลังงานที่สำคัญที่ผู้นำด้านพลังงานในภูมิภาคจะได้มาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้โซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมด้านพลังงานที่แท้จริง รวมถึงยังเป็นเวทีที่เปิดกว้างให้มีการอภิปรายและถกกันในประเด็นต่างๆ ที่มีความสำคัญตลอดห่วงโซ่ธุรกิจไฟฟ้าและพลังงาน อีกทั้งจะมีการนำเสนอข้อมูล และรายงานต่างๆ รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่อุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงานต้องเผชิญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสในการขยายเครือข่ายและการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้านพลังงานจากวิทยากรที่มาจากองค์กรอุตสาหกรรมพลังงานชั้นนำกว่า 200 แห่ง อาทิ ผู้บริหารจาก ปตท. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) การไฟฟ้านครหลวง (MEA)  การไฟฟ้ามาเลเซีย (TNB) การไฟฟ้าแห่งเวียดนาม (EVN) การไฟฟ้าแห่งอินโดนีเซีย (PLN) และตัวแทนจากภาคเอกชน เช่น  Indonesia Power, Trilliant, Wartsila, Shell, Mitsubishi,Siemens,ABB,JERA,Toyota ,Saudi Aramco และ อีกหลายองค์กร</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายพงศกร ยุทธโกวิท  ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)</strong> กล่าวว่า ลูกค้า กฟภ. ในปัจจุบันมีความต้องการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น และลูกค้าส่วนใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางส่วนก็ลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง หวังลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งการจะไปสู่เป้าหมาย Carbon Neutral นโยบายของภาครัฐต้องชัดเจน และส่งเสริมเรื่องของการลงทุนพลังงานหมุนเวียนให้เกิดขึ้นภายใต้เป้าหมายเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้การผลักดันนโยบายรัฐไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและความมั่นคงด้านพลังงานนั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชนจึงจะประสบความสำเร็จได้ สำหรับการจัดงานครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 10,000 คน จากธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานทั่วภูมิภาคเอเซีย เอเซียแปซิฟิค และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก โดยมีบริษัทด้านพลังงานชั้นนำ รวมถึงอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง กว่า 350 บริษัท มาจัดแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีล่าสุดและโซลูชั่นด้านพลังงาน รวมถึงพร้อมให้ความรู้ คำแนะนำ และข้อมูลเชิงลึก เพื่อรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมพลังงานในปัจจุบัน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายอำพล สงวนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจพลังไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)</strong> กล่าวว่า กฟน.ได้ดำเนินการตามแผน PDP เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality ทั้งการส่งเสริมเรื่องของกรีนคาร์บอน และ Net Zero โดยเริ่มจากในส่วนขององค์กรจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ขณะที่ในส่วนของผู้ใช้ไฟฟ้า จะส่งเสริมเรื่องของการลดใช้ไฟฟ้าลง ผ่านโครงการอนุรักษ์พลังงาน และ โครงการ Energy Mind Award เพื่อผลักดันภาคธุรกิจให้ลดการใช้พลังงานลง</p>



<p class="wp-block-paragraph">“กฟน.พยายามทำให้ระบบรองรับเรื่องของการใช้พลังงานหมุนเวียนได้สะดวกมากขึ้น และสอดรับกับนโยบายรัฐ รวมถึงส่งเสริมเรื่องของสมาร์ทกริด เพื่อรับมือกับ Disruptive technology และยานยนต์ไฟฟ้า(EV) ซึ่งจะได้ขยายการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายวีระเดช เตชะไพบูลย์ นายกสมาคมพลังงานหมุนเวียน (อาร์อี 100) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> กล่าวว่า ผู้ประกอบการในสมาคมฯ ต้องการผลักดันให้เกิดการใช้ RE 100 โดยเร็ว เพื่อป้องกันเรื่องของการกีดกันการส่งออกสินค้าไปยังยุโรป แต่หากยังไม่สามารถทำให้เรื่องของ RE 100 เกิดขึ้นได้โดยเร็ว ทางสภาอุตฯ ก็จะนำเรื่องของ Digital Trading Platform ที่เป็นการพัฒนาระบบบล็อกเชนขึ้นมาใช้เป็นตลาดให้สินค้าที่หลากหลายเข้ามาใช้ ซึ่งสินค้าก็จะมีหลายประเภท เช่น คาร์บอนเครดิต T-VER และ RECs เป็นต้น ก็จะเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ประกอบการมากขึ้น คาดว่าจะเริ่มทำการซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ในช่วงกลางเดือนหน้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การจะผลักดันไปสู่ RE 100 นั้น หากประเมินจากกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศในปัจจุบันที่อยู่ในระดับกว่า 50,000 เมกะวัตต์ มีการใช้ไฟฟ้าจริงอยู่ที่ประมาณ 30,000 เมกะวัตต์ และในอนาคตผลิตจากพลังงาน Biomass, Biogas และน้ำ ได้ไม่เกิน 10,000 เมกะวัตต์ ซึ่งที่เหลือประมาณ 20,000 เมกะวัตต์ ก็ต้องหาพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงเข้ามาเพิ่มขึ้น อีกทั้งประเทศไทยมีแผนจะผลักดันการใช้รถ EV ซึ่งตามประมาณการคาดว่า ในปี ค.ศ.2050 จะมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกราว 10,000 เมกะวัตต์ ก็จะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นทวีคูณ ดังนั้นการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฯ และลม จะเป็นคำตอบ แต่ต้องเร่งพัฒนาเรื่องของแบตเตอรี่ หรือ ไฮโดรเจน เข้ามาเป็นตัวช่วยลดความผันผวนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่จะเข้าสู่ระบบไฟฟ้าหลักด้วย โดยหากดำเนินการได้ตามนี้ ก็จะช่วยให้ประเทศบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutral ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายภูวดล สุนทรวิภาต นายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย(TPVA)</strong> กล่าวว่า จากการประเมินคาดว่า ในอนาคตประเทศไทยจะมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้า ประมาณ 14,000 เมกะวัตต์ จากที่มีการรับซื้อไฟฟ้าเข้าระบบแล้วราว 3,000 เมกะวัตต์ และมีแผนจะรับซื้อตามแผน PDP อีก 3,500 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือจะเป็นการติดตั้งจากภาคประชาชน และ ผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองโดยไม่ขายเข้าระบบ (IPS) หรือ Independent Power Supply แต่ปัจจุบัน ภาครัฐยังไม่เปิดกว้างให้มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วม หรือ ส่งผ่านเข้าสู่สายส่งไฟฟ้าหลักได้ ก็ยังเป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมการลงทุนผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน</p>



<p class="wp-block-paragraph">“วันนี้ เท่าที่คุยกัน รัฐจะคิดอัตราค่าบริการสายส่งและจำหน่าย (วิลลิ่งชาร์จ) อยู่ที่ประมาณ 1.15 บาทต่อหน่วย ซึ่งเมื่อรวมกับต้นทุนผลิตไฟฟ้าแต่ละประเภท ก็ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าแพงอยู่ ดังนั้น ตัวเลขที่เอกชนต้องการ มองว่า ควรอยู่ที่ 50-70 สตางค์ต่อหน่วย ก็น่าจะเป็นตัวเลขที่เอื้อให้เกิดการลงทุนพลังงานหมุนเวียน และทำให้ประเทศบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality ได้”</p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/พลังงานผนึก2เอกชนจากสิง/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปลัดพลังงานเร่งผลักดันลดใช้พลังงานภาครัฐ 20%</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/energy-utilization-index/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Aug 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Utilization Index]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20518</guid>

					<description><![CDATA[นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการประหยัดพลังงานภายใต้กรอบนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์) ในวันนี้ มีเป้าหมายที่จะให้พลังงานจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านพลังงานให้สามารถดำเนินงานตามนโยบายที่ได้รับจากส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>กระทรวงพลังงานจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ ขับเคลื่อนนโยบาย จี้พลังงานจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดลดใช้พลังงานภาครัฐให้ได้ 20%</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">วันที่ 25 กรกฎาคม 2565 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการประหยัดพลังงานภายใต้กรอบนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์) ในวันนี้ มีเป้าหมายที่จะให้พลังงานจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านพลังงานให้สามารถดำเนินงานตามนโยบายที่ได้รับจากส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยมีการใช้คู่มือการจัดทำแผนปฏิบัติราชการด้านพลังงานระดับจังหวัดเป็นกรอบในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ และมีการติดตามประเมินผลเพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้น จากวิกฤตด้านราคาพลังงานที่มีความผันผวนและยังคงอยู่ในระดับสูงในปัจจุบัน รัฐบาลได้มีการกำหนดมาตรการลดใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยมีเป้าหมายลดการใช้พลังงานอย่างน้อยร้อยละ 20 ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวจะถูกนำไปเป็นตัวชี้วัดของส่วนราชการ ดังนั้น พลังงานจังหวัดจะต้องเป็นตัวอย่างและผู้นำในการขับเคลื่อนงานด้านการประหยัดพลังงานให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างรวดเร็ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยจะต้องเป็นทั้งผู้ประสานและให้การสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการในการอนุรักษ์พลังงานและประหยัดพลังงานแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานราชการต่าง ๆ ในพื้นที่ และขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัดในการจัดทำแผนประหยัดพลังงานในภาครัฐ และจะมีการตรวจสอบและวัดผลจากข้อมูล Energy Utilization Index (EUI) ผ่านระบบ e-Report</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของพลังงานจังหวัด คือ การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ด้านการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพให้กับประชาชนผ่านเครือข่ายภายในจังหวัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น อาสาสมัครพลังงาน (อส.พน.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนด้านพลังงานทดแทนในภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม ให้หันมาใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานทดแทนในรูปแบบอื่น ๆ ตามศักยภาพเชื้อเพลิงที่มีในพื้นที่</p>



<p class="wp-block-paragraph">“การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในวันนี้ นอกจากจะเป็นการมอบนโยบายด้านพลังงานให้กับพลังงานจังหวัดแล้ว ยังมีการเน้นย้ำเป้าหมายการลดใช้พลังงานในภาครัฐ ร้อยละ 20 โดยมีพลังงานจังหวัดเป็นกลไกสำคัญในการประสานและส่งต่อข้อมูลด้านการประหยัดและอนุรักษ์พลังงานผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยจะมีกำหนดตัวชี้วัดและมีการใช้ข้อมูล Energy Utilization Index (EUI) ในการตรวจสอบและวัดผลการดำเนินงาน รวมทั้งในอนาคตอันใกล้นี้ก็จะมีการกำหนดมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการประหยัดพลังงานในทั้งภาคประชาชน ภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพื่อกระตุ้นให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">รวมทั้งการให้ข้อมูลแก่ผู้ประกอบการในการปรับเปลี่ยนให้หันมาใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น ซึ่งหากทุกภาคส่วนมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม ก็จะสามารถลดการนำเข้าพลังงานและก็จะถือว่าเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประเทศได้อีกทาง” นายกุลิศกล่าว</p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://www.prachachat.net/economy/news-990100" target="_blank" rel="noopener">ประชาชาติธุรกิจ</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พพ.เร่งโหมจัดกิจกรรม &#8220;ประหยัดพลังงาน&#8221; กระจายทั่วภูมิภาครับราคาพลังงานพุ่ง</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/pp-saving/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 May 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20330</guid>

					<description><![CDATA[พพ.รณรงค์ประหยัดพลังงานเข้มข้น ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “รวมพลังคนไทย ลดใช้พลังงาน หาร 2” ระดับภูมิภาค ทั้งภาคกลาง อีสาน และใต้ ให้ความรู้และแนะนำการประหยัดพลังงานอย่างง่ายให้แก่ประชาชน พร้อมชูโครงการฉลากประหยัดพลังงานช่วยประหยัดเงินระดับครัวเรือน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังเป็นประธานในกิจกรรมเปิดบ้านพลังงาน ประจำปี พ.ศ. 2565 และกิจกรรม “รวมพลังคนไทย ลดใช้พลังงาน หาร 2” ณ ศูนย์บริการวิชาการที่ 1 จังหวัดปทุมธานี ว่า พพ. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาท หน้าที่ในการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์การประหยัดพลังงาน “รวมพลังคนไทย ลดใช้พลังงาน หาร 2” ขึ้น ร่วมกับกิจกรรม Open House เปิดบ้านพลังงาน ของศูนย์บริการวิชาการที่ 1 จังหวัดปทุมธานี เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไปได้รับความรู้เกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน นอกจากนี้ พพ.ได้กระจายการจัดกิจกรรมในรูปแบบดังกล่าวไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ด้วยแนวคิด “พลังงานเพื่อชุมชน” โดยในวันที่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>พพ.รณรงค์ประหยัดพลังงานเข้มข้น ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “รวมพลังคนไทย ลดใช้พลังงาน หาร 2” ระดับภูมิภาค ทั้งภาคกลาง อีสาน และใต้ ให้ความรู้และแนะนำการประหยัดพลังงานอย่างง่ายให้แก่ประชาชน พร้อมชูโครงการฉลากประหยัดพลังงานช่วยประหยัดเงินระดับครัวเรือน</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยหลังเป็นประธานในกิจกรรมเปิดบ้านพลังงาน ประจำปี พ.ศ. 2565 และกิจกรรม “รวมพลังคนไทย ลดใช้พลังงาน หาร 2” ณ ศูนย์บริการวิชาการที่ 1 จังหวัดปทุมธานี ว่า พพ. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาท หน้าที่ในการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์การประหยัดพลังงาน “รวมพลังคนไทย ลดใช้พลังงาน หาร 2” ขึ้น ร่วมกับกิจกรรม Open House เปิดบ้านพลังงาน ของศูนย์บริการวิชาการที่ 1 จังหวัดปทุมธานี เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไปได้รับความรู้เกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ พพ.ได้กระจายการจัดกิจกรรมในรูปแบบดังกล่าวไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ด้วยแนวคิด “พลังงานเพื่อชุมชน” โดยในวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 วันเดียวกันนี้ได้จัดกิจกรรมพร้อมกันขึ้นใน 3 ภูมิภาค ประกอบด้วย ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ โดยภาคกลางจัดขึ้นที่ศูนย์บริการวิชาการที่ 1 จังหวัดปทุมธานี ภาคอีสานจัดขึ้นที่ศูนย์บริการวิชาการที่ 4 จังหวัดหนองคาย และภาคใต้จัดขึ้นที่ศูนย์บริการวิชาการที่ 10 จังหวัดสงขลา และในเดือนมิถุนายนจะจัดกิจกรรมที่ศูนย์บริการวิชาการในส่วนภูมิภาคอีก 3 แห่ง ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม และนครศรีธรรมราช ซึ่งจะจัดขึ้นครบทุกศูนย์บริการวิชาการ รวม 10 ศูนย์ทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 3,000 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">“การประหยัดพลังงานถือเป็นวาระแห่งชาติ การจัดงานดังกล่าวจึงมุ่งให้ความรู้ด้านพลังงานและนวัตกรรมเทคโนโลยีพลังงาน ซึ่งภายในงานจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการเผยแพร่ให้ความรู้เรื่องการประหยัดพลังงาน เช่น วิธี “ประหยัดไฟง่ายๆ ลดค่าไฟ 10%” การใช้รถให้ประหยัดพลังงาน ด้วยเคล็ดลับ “ขับ… อย่างถูกต้อง ประหยัดน้ำมัน เป็นต้น ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญถึงโครงการฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง ซึ่งหากประชาชนเลือกใช้อุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลาดประหยัดพลังงานจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายพลังงานได้อีกมาก ซึ่งมีทั้งสิ้น 19 ผลิตภัณฑ์ โดยได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันมีการมอบฉลากไปแล้วทั้งสิ้น จำนวน 44,046,788 ใบ เกิดผลประหยัดพลังงาน 870.891 ktoe คิดเป็นมูลค่า 33,146 ล้านบาท” นายประเสริฐกล่าว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องและกระจายทั่วทุกภูมิภาคจะสามารถส่งเสริมให้ประชาชนประหยัดพลังงาน เป็นสิ่งที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทุน ทุกคนสามารถทำได้ทันที และเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว และหากประชาชนสามารถพึ่งตนเองโดยใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นนำมาผลิตพลังงานทดแทนได้อย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดการลดรายจ่ายและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสามารถผลิตพลังงานทดแทนได้ โดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีพลังงาน ก็จะส่งผลให้ภาระทางด้านพลังงานโดยรวมของประเทศลดลง</p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://mgronline.com/business/detail/9650000050045" target="_blank" rel="noopener">MGROnline</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลังงาน เล็งเสนอ กนป.ลดเกรดดีเซลเหลือB3 หลังอินโดห้ามส่งออกปาล์ม หวังช่วยลดราคาหน้าปั๊ม 4 บาทต่อลิตร</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/b100-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 May 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20253</guid>

					<description><![CDATA[กระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เร็วๆนี้ เพื่อขอลดสัดส่วนการผสม B100 ในน้ำมันดีเซล เหลือเพียง 2-3% และจำหน่ายเป็น B2 หรือ B3 แทนที่ B5 ที่ขายอยู่ในปัจจุบัน โดยเป็นมาตรการระยะสั้น เหตุราคา B100 พุ่งสูงถึง 56 บาทต่อลิตร หลังอินโดนีเซียห้ามส่งออกน้ำมันปาล์ม  ชี้การลด B100 เพียง 1% ช่วยลดราคาน้ำมันดีเซลลง ได้ 2-3  บาทต่อลิตร แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.)ที่มีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อขอปรับลดส่วนผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์(B100) ในน้ำมันดีเซลลงอีกรอบ เหลือ 2-3% และจำหน่ายเป็นน้ำมันดีเซลB2 หรือ B3 แทนที่ปัจจุบันที่จำหน่ายน้ำมันดีเซลทุกชนิดเป็น B5  ทั้งนี้เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียประกาศห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มทุกชนิดนับตั้งแต่ 28 เม.ย. 2565 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันB100 ปรับตัวสูงขึ้นมากถึง 56 บาทต่อลิตร ประกอบกับราคาน้ำมันดิบโลกยังทรงตัวระดับสูง [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>กระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เร็วๆนี้ เพื่อขอลดสัดส่วนการผสม B100 ในน้ำมันดีเซล เหลือเพียง 2-3% และจำหน่ายเป็น B2 หรือ B3 แทนที่ B5 ที่ขายอยู่ในปัจจุบัน โดยเป็นมาตรการระยะสั้น เหตุราคา B100 พุ่งสูงถึง 56 บาทต่อลิตร หลังอินโดนีเซียห้ามส่งออกน้ำมันปาล์ม  ชี้การลด B100 เพียง 1% ช่วยลดราคาน้ำมันดีเซลลง ได้ 2-3  บาทต่อลิตร</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน</strong> เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.)ที่มีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อขอปรับลดส่วนผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์(B100) ในน้ำมันดีเซลลงอีกรอบ เหลือ 2-3% และจำหน่ายเป็นน้ำมันดีเซลB2 หรือ B3 แทนที่ปัจจุบันที่จำหน่ายน้ำมันดีเซลทุกชนิดเป็น B5  ทั้งนี้เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียประกาศห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มทุกชนิดนับตั้งแต่ 28 เม.ย. 2565 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันB100 ปรับตัวสูงขึ้นมากถึง 56 บาทต่อลิตร ประกอบกับราคาน้ำมันดิบโลกยังทรงตัวระดับสูง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นเพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลแพง จึงต้องเสนอ กนป. ปรับลดสัดส่วน B100 ลง เพื่อให้ต้นทุนราคาดีเซลลดลง ซึ่งจะเป็นเพียงมาตรการระยะสั้นในช่วงที่ราคาน้ำมัน B100 แพง อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาประเทศไทยเคยกำหนดให้ผสม B100 ต่ำสุดที่ 2% และจำหน่ายเป็นดีเซล B2 มาก่อน ดังนั้นการปรับไปจำหน่ายดีเซล B2 หรือ B3 น่าจะดำเนินการได้ แต่คงไม่ถึงขั้นยกเลิกการผสม B100 และกลับไปจำหน่ายเป็นดีเซลโดยตรง ตามที่สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยเสนอ เนื่องจากเกษตรกรอาจได้รับผลกระทบรุนแรงเกินไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามการปรับลดสัดส่วนการผสม B100 ในดีเซลดังกล่าว จะทำให้ราคาดีเซลถูกลงได้ โดยการลดสัดส่วนการผสม B100 ลงเพียง 1% จะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลลดลงได้ 2-3 บาทต่อลิตร ดังนั้นถ้าลดจาก B5 เหลือ B3 จะทำให้ราคาดีเซลลดลงได้ 4-6 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันดีเซลทุกชนิดจำหน่ายอยู่ที่ราคา 31.94 บาทต่อลิตร (ยกเว้นดีเซลเกรดพรีเมียม ราคาประมาณ 35-37 บาทต่อลิตร)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน </strong>(Energy News Center-ENC) รายงานว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ได้ปรับลดการจำหน่ายดีเซลจาก B7, B10 และ B20 เหลือเพียง B7(น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 7% ในทุกลิตร) ตั้งแต่ 1 ธ.ค.2564-31 มี.ค. 2565 เนื่องจากราคาน้ำมันโลกมีราคาแพงขึ้น ต่อมา กบง. ได้ปรับลดสัดส่วนการผสม B100 ในดีเซลลงอีกครั้งเหลือเพียงดีเซล B5 ตั้งแต่ 5 ก.พ.-31 มี.ค. 2565 เนื่องจากเกิดปัญหารัสเซียโจมตียูเครน ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นไปอีก และล่าสุด กบง. สั่งให้คงการจำหน่าย B5 ต่อไป ระหว่าง 1 เม.ย.-30 มิ.ย. 2565</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนการจะปรับลดสัดส่วนการผสม B100 เหลือเพียง 2-3% เพื่อจำหน่ายเป็นดีเซล B2 หรือ B3 ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ เร็วๆนี้ ต่อไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/พลังงาน-เล็งเสนอ-กนป-ลดเ/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
