<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กฟผ &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<atom:link href="https://energy-thaichamber.org/tag/%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%9c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<description>Energy Thai Chamber</description>
	<lastBuildDate>Sun, 12 Feb 2023 16:32:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://energy-thaichamber.org/wp-content/uploads/2022/03/cropped-favorite-icon-32x32.png</url>
	<title>กฟผ &#8211; คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย</title>
	<link>https://energy-thaichamber.org</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เนสท์เล่ฯ ผนึก กฟผ. นำร่องผลิตไอศกรีมด้วยพลังงานทดแทน 100% เป็นครั้งแรกในธุรกิจ FMCG</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/nestle-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Feb 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[nestle]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=21059</guid>

					<description><![CDATA[กลุ่มธุรกิจเนสท์เล่ ไอศกรีม ภายใต้บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด&#160;นำร่องผลิตไอศกรีมโดยใช้พลังงานทดแทน 100% ภายใต้โครงการนำร่องรูปแบบใหม่กับ&#160;กฟผ.&#160;ในปี 2023 นับเป็นรายแรกของอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ในประเทศไทย ที่ใช้รูปแบบการซื้อขายพลังงานทดแทนแบบเจาะจงแหล่งที่มา (Utility Green Tariff) ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดจะช่วยให้บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 สำหรับ “การใช้ไฟฟ้าสีเขียว”&#160;ในครั้งนี้ เป็นโครงการความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง&#160;บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด&#160;ในการใช้พลังงานสะอาดเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ ไอศกรีมที่โรงงานบางชันตลอดปี 2023 เพื่อส่งต่อไอศกรีมที่ดีต่อใจและดีต่อโลกให้กับคนรักไอศกรีมทั่วประเทศ และยังมีส่วนช่วยให้โลกเย็นขึ้นอีกด้วย ทดลองผลิตไอศกรีม ด้วยพลังงานทดแทน 100% สู่องค์กร Net Zero ภายในปี 2050 นอกจากการใช้พลังงานทดแทนแล้ว กลุ่มธุรกิจเนสท์เล่ ไอศกรีม ยังมีการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อาทิ การเปลี่ยนไปใช้ตู้แช่ไอศกรีมที่ใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้รถสามล้อไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายไอศกรีม [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>กลุ่มธุรกิจเนสท์เล่ ไอศกรีม ภายใต้บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด</strong>&nbsp;นำร่องผลิตไอศกรีมโดยใช้พลังงานทดแทน 100% ภายใต้โครงการนำร่องรูปแบบใหม่กับ<strong>&nbsp;กฟผ.</strong>&nbsp;ในปี 2023 นับเป็นรายแรกของอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ในประเทศไทย ที่ใช้รูปแบบการซื้อขายพลังงานทดแทนแบบเจาะจงแหล่งที่มา (Utility Green Tariff) ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดจะช่วยให้บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050</p>



<p><strong>สำหรับ “การใช้ไฟฟ้าสีเขียว”&nbsp;</strong>ในครั้งนี้ เป็นโครงการความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง&nbsp;<strong>บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด</strong>&nbsp;ในการใช้พลังงานสะอาดเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ ไอศกรีมที่โรงงานบางชันตลอดปี 2023 เพื่อส่งต่อไอศกรีมที่ดีต่อใจและดีต่อโลกให้กับคนรักไอศกรีมทั่วประเทศ และยังมีส่วนช่วยให้โลกเย็นขึ้นอีกด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading">ทดลองผลิตไอศกรีม ด้วยพลังงานทดแทน 100% สู่องค์กร Net Zero ภายในปี 2050</h2>



<p>นอกจากการใช้พลังงานทดแทนแล้ว กลุ่มธุรกิจเนสท์เล่ ไอศกรีม ยังมีการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อาทิ การเปลี่ยนไปใช้ตู้แช่ไอศกรีมที่ใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้รถสามล้อไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายไอศกรีม รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้ซองไอศกรีมที่ทำจากกระดาษ 100% ในผลิตภัณฑ์&nbsp;<strong>กลุ่มเอ็กซ์ตรีม นามะ</strong>&nbsp;และ&nbsp;<strong>เนสท์เล่คิทแคท</strong>&nbsp;เป็นต้น พร้อมตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ข้อ 7 ในเรื่องการเข้าถึงพลังงานสะอาดราคาถูก ข้อ 12 ในเรื่องการบริโภคและผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ และข้อ 13 ในเรื่องการแก้ปัญหาโลกร้อน</p>



<p><strong>คุณวิคเตอร์</strong><strong>&nbsp;</strong><strong>เซียห์</strong>&nbsp;ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า “เนสท์เล่มีเป้าหมายสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 ซึ่งหนึ่งในโครงการภายใต้แผนงานด้านความยั่งยืนในประเทศไทยเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าวก็คือ การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน 100% ในโรงงานผลิตของเนสท์เล่ทุกแห่งภายในปี 2025 ในวันนี้ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ กฟผ. ในการใช้พลังงานสะอาด 100% มานำร่องใช้ที่โรงงาน เนสท์เล่ ไอศกรีม อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีเป็นรายแรกในอุตสาหกรรม FMCG ในประเทศไทย ภายใต้&nbsp;<strong>โครงการ Utility Green Tariff</strong>&nbsp;&nbsp;ในฐานะบริษัทธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก เนสท์เล่ตระหนักดีว่า การผลิตของเรามีส่วนในการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวันนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเนสท์เล่ เพื่อร่วมมือกันพัฒนาประเทศไทยและโลกของเราให้ยั่งยืนและน่าอยู่ยิ่งขึ้น”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.brandbuffet.in.th/wp-content/uploads/2023/02/WkDU2jNY-1024x682.jpeg" alt="nestle-2" class="wp-image-215483"/></figure>
</div>


<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ก้าวใหม่ กฟผ. กับการขับเคลื่อนพลังงานทดแทน</h2>



<p><strong>นายวฤต</strong><strong>&nbsp;</strong><strong>รัตนชื่น</strong>&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ ในฐานะ &nbsp;Project Management Office การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างเนสท์เล่ ประเทศไทย กับ กฟผ. ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในการผลิตของภาคอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมหลักที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้บริโภค พร้อมทั้งทดสอบกลไกการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการจัดหาพลังงานไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งที่มา (Utility Green Tariff) ในโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน&nbsp;<strong>ระยะที่ 2 (ERC Sandbox ระยะที่ 2)</strong>&nbsp;เป็นระยะเวลา 1 ปี โดย กฟผ. จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางการบริหารจัดการไฟฟ้าสีเขียว (Arrangement Unit) ให้บริการการบริหารจัดการกลไกการจับคู่การผลิตไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าสีเขียว (Green Energy Portfolio) ตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงรายวันของโรงงาน เนสท์เล่ ไอศกรีม</p>



<p>ทั้งนี้ได้ส่งมอบพร้อม<strong>&nbsp;“ใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน” (Renewable Energy Certificate: REC)</strong>&nbsp;ที่ตรงตามแหล่งผลิตและปริมาณการใช้ไฟฟ้าดังกล่าว เพื่อทดสอบรูปแบบการจัดหาพลังงานไฟฟ้าสีเขียวรูปแบบใหม่ที่จะส่งเสริมและยกระดับภาคพลังงานไฟฟ้าสีเขียวของไทยสู่มาตรฐานสากล โดย กฟผ. พร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจในการให้บริการด้านพลังงานไฟฟ้าสีเขียว เพื่อผลักดันสู่การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานไฟฟ้าสีเขียว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป”</p>



<p><strong>นับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานทดแทน พร้อมส่งเสริมการสร้างแหล่งผลิตพลังงานสะอาดในประเทศ เพื่อสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่ และส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นต่อไป</strong></p>



<p>Source : <a href="https://www.brandbuffet.in.th/2023/02/nestle-net-zero-green-tariff-fmcg/" target="_blank" rel="noopener">Brand Buffet</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ.เปิด 13 สถานีชาร์จรถ EV ในเมืองทองธานี ชวนชมนวัตกรรมในงาน Motor Expo 2022 ระหว่าง 1-12 ธ.ค.นี้</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/egat-wallbox/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Dec 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[egat]]></category>
		<category><![CDATA[ev]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20866</guid>

					<description><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผนึกกำลังบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด เดินหน้ารุกธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV&#160;) ลุยขายและติดตั้งเครื่องชาร์จ EV&#160;&#160;สนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผุดสถานีชาร์จ EleX by EGAT&#160;แห่งใหม่ที่เมืองทองธานีรวม 13 ช่องจอด พร้อมชวนสัมผัสผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ในงาน Motor Expo&#160;2022 ระหว่างวันที่ 1 –&#160;12 ธ.ค. 2565 นี้ วันที่ 1 ธ.ค. 2565&#160;นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)&#160;พร้อมด้วยนายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด, นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด และนายเฮซุส ครูซ ซานเชส ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก&#160;Wallbox Chargers S.L.&#160;ร่วมพิธีเปิดบูธ EGAT Group EV [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผนึกกำลังบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด เดินหน้ารุกธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV</strong><strong>&nbsp;) ลุยขายและติดตั้งเครื่องชาร์จ EV</strong><strong>&nbsp;&nbsp;สนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผุดสถานีชาร์จ EleX by EGAT&nbsp;</strong><strong>แห่งใหม่ที่เมืองทองธานีรวม 13 ช่องจอด พร้อมชวนสัมผัสผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ในงาน Motor Expo&nbsp;</strong><strong>2022 ระหว่างวันที่ 1 –&nbsp;</strong><strong>12 ธ.ค. 2565 นี้</strong></p>



<p>วันที่ 1 ธ.ค. 2565&nbsp;<strong>นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong>&nbsp;พร้อมด้วย<strong>นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด, นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด และนายเฮซุส ครูซ ซานเชส ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก&nbsp;</strong><strong>Wallbox Chargers S.L.</strong>&nbsp;ร่วมพิธีเปิดบูธ EGAT Group EV Business Solution และสถานีชาร์จ EleX by EGAT 13 ช่องจอด ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 39 (Motor Expo 2022) ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี</p>



<p><strong>นายบุญญนิตย์</strong>&nbsp;กล่าวว่า การเดินหน้าขับเคลื่อนการลงทุนผลิตภัณฑ์และบริการด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV)ของบริษัทในกลุ่ม กฟผ. มีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) และสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศตามนโยบาย 30@30 ทั้งการขยายสถานีชาร์จ EleX by EGAT การพัฒนาแอปพลิเคชัน EleXA และระบบปฏิบัติการบริหารจัดการสถานีชาร์จ (BackEN) รวมถึงการจับมือพันธมิตรชั้นนำทางธุรกิจจากประเทศสเปนนำเข้าเครื่องชาร์จ EVประสิทธิภาพสูงภายใต้แบรนด์ Wallbox ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้คนไทยในการตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้อีวีมากยิ่งขึ้น</p>



<p>โดย กฟผ. ตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จ EleX by EGAT และสถานีพันธมิตรในปี 2565 นี้รวมกว่า 100 สถานี ซึ่งครอบคลุมการเดินทางของผู้ใช้ EV ในทุกภูมิภาค นอกจากนี้ กฟผ. ยังร่วมกับผู้ให้บริการรายอื่นเชื่อมโยงข้อมูลตำแหน่งสถานีชาร์จทุกค่ายมาไว้ในแอปพลิเคชัน EleXA เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ EV ในการค้นหาสถานีชาร์จ ตลอดจนขยายการให้บริการระบบปฏิบัติการ BackEN ช่วยบริหารจัดการสถานีชาร์จอย่างครบวงจรแก่ผู้ที่สนใจลงทุนสถานีชาร์จ ส่วนการจำหน่ายเครื่องชาร์จ EV ของ Wallbox กฟผ. ได้มอบหมายให้บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม กฟผ. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินธุรกิจ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ EV ในอนาคต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/12/%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%9C.2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-35777"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>นอกจากนี้ผู้ว่าการ กฟผ. พร้อมด้วยนาย<strong>พอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด</strong> ได้ร่วมกันเปิดสถานีชาร์จ EleX by EGAT ที่ได้ร่วมกันพัฒนาเพื่อให้บริการผู้ใช้ EV ที่เข้ามาใช้บริการในบริเวณพื้นที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเปิดให้บริการจำนวน 2 สถานี รวม 13 ช่องจอด ในบริเวณ 2 พื้นที่ ได้แก่ 1) บริเวณอาคารจอดรถในร่ม P1 อาคารชาเลนเจอร์ เป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบชาร์จด้วยความเร็วปกติ AC Normal Charge 9 ช่องจอด 2) บริเวณพื้นที่ลานจอดรถของโรงแรมโนโวเทล เป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็ว DC Fast Charge 60 – 125 kW รวม 4 ช่องจอด ซึ่งจะทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะที่มีจำนวนหัวชาร์จมากที่สุดในจังหวัดนนทบุรี</p>



<p><strong>นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด</strong>&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า Innopower มีเป้าหมายในการสร้างธุรกิจนวัตกรรมพลังงานที่ตอบโจทย์ทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยในส่วนของยานยนต์ไฟฟ้า เราต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งส่วนของเครื่องชาร์จ EV &nbsp;และระบบการบริหารจัดการสถานีชาร์จ ปัจจุบันเครื่องชาร์จ EV ไม่เพียงแค่ชาร์จไฟฟ้าให้กับรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของผู้ใช้ EV ด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/12/%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%9C.9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-35780"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>Wallbox จึงถือเป็นเครื่องชาร์จ EV สุดอัจฉริยะ (Smart EV Charger) มาตรฐานยุโรป ขนาดกะทัดรัด ทันสมัยเหมาะกับการตกแต่งทุกรูปแบบ อีกทั้ง Wallbox ยังถูกออกแบบให้การชาร์จไฟฟ้าแต่ละครั้งเกิดความคุ้มค่าที่สุด เพราะสามารถเลือกชาร์จไฟฟ้าอัตโนมัติในช่วงที่อัตราค่าไฟฟ้าต่ำ รองรับการทำงานร่วมกับพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์เซลล์ และเฉลี่ยกำลังไฟขณะชาร์จเพื่อป้องกันการใช้ไฟฟ้ามากเกินไปเมื่อใช้งานพร้อมกันหลายคัน นอกจากนี้การติดตั้ง Wallbox ยังได้รับรองมาตรฐานการติดตั้งอย่างปลอดภัยจาก กฟผ. อีกด้วย อินโนพาวเวอร์พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน Ecosystem ของประเทศ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้อีวีทุกกลุ่ม เพื่อเดินหน้าประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/12/%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%9C.8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-35779"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>สำหรับไฮไลท์ผลิตภัณฑ์และบริการด้านอีวีของบริษัทในกลุ่ม กฟผ. ภายในงาน Motor Expo 2022 จะทำให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสประสบการณ์การใช้ EV ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ที่พักอาศัย ระหว่างเดินทางในจุดพักและชาร์จรถ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังสถานที่ปลายทาง เช่น</p>



<p>1.Wallbox รุ่น Pulsar Max เครื่องชาร์จ EV รุ่นใหม่ที่ขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ความสามารถใหญ่กว่าตัว เพราะชาร์จไฟฟ้าได้เร็ว รองรับการจ่ายไฟฟ้าได้ตั้งแต่ 7.4 – 22 กิโลวัตต์ (kW) โดดเด่นด้วยนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการพลังงานในบ้าน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและยกระดับการใช้พลังงานสีเขียวภายในที่อยู่อาศัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังถูกออกแบบให้ทนทานต่อการใช้งานและติดตั้งง่ายขึ้นจึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งลงด้วย</p>



<p>2.เดินทางสะดวก มั่นใจใช้ EV ผ่านสถานีชาร์จ EleX by EGAT และแอปพลิเคชัน EleXA ครอบคลุมถนนสายหลักในทุกภูมิภาคด้วยเครื่องชาร์จแบบเร็ว (DC Fast Charge) สะดวกทุกการเดินทาง รวมถึงบริเวณห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามกอล์ฟ หน่วยงานราชการ</p>



<p>3. เห็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้สนใจลงทุนสถานีชาร์จด้วยระบบ BackEN ที่จะคอยดูแลให้คำปรึกษา ช่วยให้เจ้าของสถานีบริหารจัดการและขยายธุรกิจได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสถานีชาร์จ EleX by EGAT ได้อีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/12/%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%9C.7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-35778"/></figure>
</div>


<p></p>



<p>โดยผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์และบริการด้านอีวีดังกล่าวได้ที่บูธ H03 อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.innoev.co/ และ Line ID : @innoev.co โทร 06 1415 1052</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%9c-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-13-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%96-ev-%e0%b9%83%e0%b8%99/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ร่วมกับ กฟผ. นำร่องศึกษาการสั่งจ่ายไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าสู่ระบบไฟฟ้า</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/mitsubishi-vpp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Oct 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[mitsubishi]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าเสมือน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20769</guid>

					<description><![CDATA[มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ร่วมกับ กฟผ. นำร่องศึกษาการสั่งจ่ายไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าสู่ระบบไฟฟ้า ทดสอบนวัตกรรมโรงไฟฟ้าเสมือน เสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าในอนาคต เตรียมต่อยอดสู่ภาคประชาชน วานนี้ (19 ตุลาคม 2565) บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สนับสนุนโครงการทดสอบนวัตกรรมโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant หรือ VPP) ภายใต้โครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน&#160;(ERC Sandbox) ระยะที่ 2 โดยใช้รถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากตัวรถกลับสู่โครงข่ายระบบไฟฟ้า (Vehicle-to-Grid หรือ V2G) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของไทย ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จ.ปทุมธานี นางรังสินี ประกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่อง กฟผ.&#160;กล่าวว่า การนำร่องศึกษาการควบคุมระบบการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบไฟฟ้า (V2G) และ โรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) ภายใต้โครงการ ERC [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ร่วมกับ กฟผ. นำร่องศึกษาการสั่งจ่ายไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าสู่ระบบไฟฟ้า ทดสอบนวัตกรรมโรงไฟฟ้าเสมือน เสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าในอนาคต เตรียมต่อยอดสู่ภาคประชาชน</strong></p>



<p>วานนี้ (19 ตุลาคม 2565) บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สนับสนุนโครงการทดสอบนวัตกรรมโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant หรือ VPP) ภายใต้โครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน&nbsp;(ERC Sandbox) ระยะที่ 2 โดยใช้รถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากตัวรถกลับสู่โครงข่ายระบบไฟฟ้า (Vehicle-to-Grid หรือ V2G) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของไทย ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จ.ปทุมธานี</p>



<p><strong>นางรังสินี ประกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่อง กฟผ.&nbsp;</strong>กล่าวว่า การนำร่องศึกษาการควบคุมระบบการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบไฟฟ้า (V2G) และ โรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) ภายใต้โครงการ ERC sandbox ระยะที่ 2 เพื่อเป็นระบบสำรองไฟฟ้าช่วยเสริมความมั่นคงไฟฟ้าของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด กฟผ. ได้ร่วมกับบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ศึกษาและทดสอบการจ่ายพลังงานไฟฟ้าย้อนกลับเข้าสู่อาคาร (V2B) ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการจัดทำข้อกำหนดและระเบียบปฏิบัติให้สอดรับกับแนวทางการใช้พลังงานรูปแบบใหม่ในอนาคต และเตรียมการขยายผลสู่ภาคประชาชนต่อไป</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/มิตซูบิชิ-มอเตอร์ส-ร่วมก/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“น้ำเทิน 1”เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของ กฟผ.แล้วสัญญายาว 27 ปี</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/namturn-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำเทิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20608</guid>

					<description><![CDATA[บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป กดปุ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ “น้ำเทิน 1” สปป.ลาว และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 514.30 เมกะวัตต์ สัญญาซื้อขาย 27 ปี พร้อมรับรู้รายได้ทันทีในไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป&#160;เปิดเผยว่า “โรงไฟฟ้าพลังน้ำ “น้ำเทิน 1” ซึ่งเอ็กโกถือหุ้น 25% ได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้กับ กฟผ. เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 เป็นต้นไป ในขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งนี้จะช่วยลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คิดเป็น 1.49 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี หรือคิดเป็น 40.34 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 27 ปี” [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป กดปุ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ “น้ำเทิน 1” สปป.ลาว และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 514.30 เมกะวัตต์ สัญญาซื้อขาย 27 ปี พร้อมรับรู้รายได้ทันทีในไตรมาสที่ 3 ของปี 2565</strong></p>



<p><strong>นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า “โรงไฟฟ้าพลังน้ำ “น้ำเทิน 1” ซึ่งเอ็กโกถือหุ้น 25% ได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้กับ กฟผ. เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 เป็นต้นไป ในขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งนี้จะช่วยลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คิดเป็น 1.49 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี หรือคิดเป็น 40.34 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 27 ปี”</p>



<p>โรงไฟฟ้าพลังน้ำ “น้ำเทิน 1” ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำกะดิ่ง แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ (Reservoir) ประกอบด้วยกังหันผลิตไฟฟ้าจำนวน 3 หน่วย มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 650 เมกะวัตต์ โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. จำนวน 514.30 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 27 ปี และกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) จำนวน 130.80 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 27 ปี</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/น้ำเทิน-1เริ่มจ่ายไฟฟ้/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ. จับมือ 4 พันธมิตรหนุนโครงการ SolarPlus เชื่อมการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยตรง​เป็นครั้งแรกในประเทศ</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/solarplus/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Aug 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[solar roof]]></category>
		<category><![CDATA[solarplus]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20573</guid>

					<description><![CDATA[กฟผ. หนุนโครงการ SolarPlus นำนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า Peer-to-Peer Energy Trading Platform เชื่อมการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคที่ติดตั้ง Solar Rooftop เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยร่วมมือกับพันธมิตร 4 หน่วยงานได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)&#160;เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ร่วมเปิดตัวโครงการ SolarPlus ติดตั้ง Solar Rooftop ให้แก่ประชาชน เพื่อผลิตและขายไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้เกิดการใช้พลังงานสะอาด โดย กฟผ. ได้นำแพลตฟอร์ม Peer-to-Peer Energy Trading ที่ กฟผ. พัฒนาขึ้น เพื่อใช้สำหรับเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคในโครงการนำร่องที่หมู่บ้านศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ รังสิต [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>กฟผ. หนุนโครงการ SolarPlus นำนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า Peer-to-Peer Energy Trading Platform เชื่อมการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคที่ติดตั้ง Solar Rooftop เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยร่วมมือกับพันธมิตร 4 หน่วยงานได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/08/1660632453703-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-32237"/></figure>
</div>


<p><strong>ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ร่วมเปิดตัวโครงการ SolarPlus ติดตั้ง Solar Rooftop ให้แก่ประชาชน เพื่อผลิตและขายไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้เกิดการใช้พลังงานสะอาด โดย กฟผ. ได้นำแพลตฟอร์ม Peer-to-Peer Energy Trading ที่ กฟผ. พัฒนาขึ้น เพื่อใช้สำหรับเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคในโครงการนำร่องที่หมู่บ้านศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ รังสิต คลอง 2 จ.ปทุมธานี พร้อมตั้งเป้าติดตั้ง 500,000 หลัง ทั่วประเทศภายใน 5 ปี คาดจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 2.3 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ซึ่งโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับอีก 4 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด โดยมีการร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ณ ตึก KLOUD by KBank สยามสแควร์ ซอย 7 กรุงเทพฯ</p>



<p>กฟผ. นอกจากจะดำเนินภารกิจหลักในการผลิตและส่งไฟฟ้าแล้ว ยังได้มุ่งพัฒนา Solutions ใหม่ด้านนวัตกรรมพลังงาน ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าในยุคดิจิทัลควบคู่ไปด้วย โดยได้นำแพลตฟอร์ม Peer-to-Peer Energy Trading ที่พัฒนาขึ้นโดย กฟผ. มาเป็นสื่อกลางซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคที่ติดตั้ง Solar Rooftop ในโครงการ SolarPlus เพื่อใช้ในการบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสีเขียว หวังเป็นต้นแบบของโครงการซื้อขายพลังงานแบบ Peer-to-Peer Energy Trading ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมเดินหน้าการพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของ กฟผ. ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี ค.ศ. 2065 ของประเทศ ตลอดจนเป็นผู้ให้บริการ Solutions ด้านพลังงานแบบครบวงจรในอนาคต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/08/1660632457678-1024x566.jpg" alt="" class="wp-image-32238"/></figure>
</div>


<p>สำหรับแพลตฟอร์ม Peer-to-Peer Energy Trading ของ กฟผ. เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการ Prosumer หรือผู้ที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด นำไฟฟ้าส่วนที่เกินจากความต้องการใช้งาน มาเสนอซื้อ-ขายระหว่างกันได้โดยตรง (Peer-to-Peer) ซึ่งผ่านการทดลองใช้งานจริงในโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน (ERC Sandbox) ระยะที่ 1 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) แล้ว โดยรองรับการตกลงซื้อขายพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบสัญญาทวิภาคี (Bilateral Trading) ระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อไฟฟ้า ซึ่งผู้ใช้งานสามารถติดตามค่าการผลิตและการใช้พลังงานไฟฟ้าได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน รวมทั้งดูประวัติย้อนหลังได้ตลอดเวลา โดย กฟผ. อยู่ระหว่างพัฒนาแพลตฟอร์มให้สามารถใช้งานได้ง่ายและเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น พร้อมเตรียมขยายผลสู่การใช้งานในเชิงพาณิชย์ ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคต่อไป</p>



<p>Source: <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%9c-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-4-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลุย “สมาร์ทกริดแม่ฮ่องสอน” หนุนไฟฟ้าสีเขียว เสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/smart-grid/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Aug 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[ev bus]]></category>
		<category><![CDATA[smart grid]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[กฟภ]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ฟาร์ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20556</guid>

					<description><![CDATA[“โครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน” ซึ่งเป็นโครงการตามแผนพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศไทยในระยะสั้น พ.ศ. 2560 – 2564 เพื่อส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและพัฒนาระบบไฟฟ้าของจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“แม่ฮ่องสอน” จังหวัดเล็ก ๆ ในภาคเหนือของไทยที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อนและรายล้อมไปด้วยป่าต้นน้ำทั้งพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน และอุทยานแห่งชาติ จึงมีเพียงระบบส่งไฟฟ้าขนาด 115 กิโลโวลต์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่เชื่อมโยงมาจากจังหวัดเชียงใหม่ด้วยระยะทางกว่า 170 กิโลเมตรเท่านั้น เพราะไม่สามารถก่อสร้างเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงได้พาดผ่านพื้นที่ป่าต้นน้ำได้ ทำให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนเกิดปัญหาไฟตกไฟดับบ่อยครั้ง ยิ่งปัจจุบันเมืองมีการขยายตัวทั้งภาคธุรกิจและการเดินหน้าสู่เมืองท่องเที่ยวสีเขียวทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย</p>



<p><strong>“โครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน”</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการตามแผนพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศไทยในระยะสั้น พ.ศ. 2560 – 2564 เพื่อส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและพัฒนาระบบไฟฟ้าของจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น</p>



<p>โครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดแม่ฮ่องสอน &nbsp;กระทรวงพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ กฟภ. เพื่อพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าดั้งเดิมให้เป็นระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) &nbsp;โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและพลังงานสะอาดมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชน และการเป็นเมืองท่องเที่ยวสีเขียวของจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://storage-wp.thaipost.net/2022/08/info.jpg" alt="" class="wp-image-195889"/></figure>
</div>


<p><strong>บริหารจัดการแหล่งผลิตไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี “สมาร์ทกริด”</strong></p>



<p>แม้จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะมีพลังงานไฟฟ้าหลักมาจากระบบส่งไฟฟ้าของ กฟภ. แต่ในพื้นที่ยังมีแหล่งผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนแม่สะงาและเขื่อนผาบ่อง โรงไฟฟ้าดีเซล รวมถึงโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ผาบ่องของ กฟผ. เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำรองหากระบบส่งไฟฟ้าของ กฟภ. ขัดข้อง</p>



<p>กฟผ. จึงนำเทคโนโลยีสมาร์ทกริดเข้ามาบริหารจัดการเชื่อมโยงระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนให้ทำงานร่วมกัน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้านต่าง ๆ อาทิ ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ขีดความสามารถในการส่งจ่ายไฟฟ้าของ กฟภ. ตลอดจนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของชาวแม่ฮ่องสอน จากนั้นระบบควบคุมสมาร์ทกริด (Smart Grid Control Center System) ที่ กฟผ. พัฒนาจะประมวลผลและสั่งการให้แหล่งผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของจังหวัดแม่ฮ่องสอนทำงานร่วมกันอย่างสมดุล มีเสถียรภาพ ซึ่งในช่วงเวลาปกติจะเชื่อมต่อกับระบบส่งไฟฟ้าหลักของ กฟภ. ที่จ่ายเข้าสู่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และสามารถแยกตัวเป็นอิสระเมื่อระบบไฟฟ้าหลักขัดข้อง (Islanding Operation)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://storage-wp.thaipost.net/2022/08/mae-hong-son.jpg" alt="" class="wp-image-195890"/></figure>
</div>


<p><strong>สร้างแหล่งไฟฟ้าสำรอง เสริมความมั่นคง</strong></p>



<p>นอกจากนี้ กฟผ. ยังดำเนินการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์หรือโซลาร์ฟาร์ม ขนาดกำลังผลิต 3 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System: BESS) เพื่อเป็นพลังงานไฟฟ้าสำรองให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ทันทีเมื่อเกิดไฟตกไฟดับ ทำให้เมืองแม่ฮ่องสอนยังคงมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จปลายปี 2565</p>



<p><strong>ขยาย&nbsp;</strong><strong>Solar Rooftop ลดกำลังผลิตไฟฟ้าระบบหลัก&nbsp;</strong></p>



<p>โครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังมีแผนติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop ขนาดกำลังผลิตรวม 200 กิโลวัตต์ ให้กับหน่วยงานราชการในจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ทำหน้าที่บริการประชาชน อาทิ เทศบาล โรงพยาบาล ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับหน่วยงาน รวมทั้งลดภาระของระบบส่งและกำลังผลิตไฟฟ้าในระบบให้กับเมืองแม่ฮ่องสอนอีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://storage-wp.thaipost.net/2022/08/55555.jpg" alt="" class="wp-image-195899"/></figure>
</div>


<p>นอกจากนี้ยังมีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยจะจัดเตรียมรถบัสไฟฟ้า (EV Bus) และสถานีอัดประจุไฟฟ้าไว้ให้บริการประชาชน จัดสร้างศูนย์การเรียนรู้โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ กฟผ. แม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานและศิลปวัฒนธรรมให้กับผู้สนใจ</p>



<p>โครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงไม่เพียงช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเท่านั้น แต่จะเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาระบบไฟฟ้าสำหรับพื้นที่สูงหรือพื้นที่ห่างไกลให้มีความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างมีเสถียรภาพ อีกทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอีกด้วย</p>



<p>Source: <a href="https://www.thaipost.net/hi-light/195886/" target="_blank" rel="noopener">ไทยโพสต์</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ.เตรียม 5 มาตรการรับมือ JDA A-18 หยุดซ่อมบำรุง 1-14 ส.ค.นี้</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/jda-a-18/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Aug 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20533</guid>

					<description><![CDATA[กฟผ. เตรียมมาตรการ 5 ด้าน รองรับแหล่งก๊าซJDA-A18 หยุดซ่อมบำรุงประจำปี ตั้งแต่วันที่ 1-14 สิงหาคม 2565 ยืนยันไม่ส่งผลต่อ การใช้ไฟฟ้าภาคใต้ พร้อมรณรงค์ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในพื้นที่ภาคใต้ร่วมประหยัดพลังงานในช่วงเวลา 18.00-21.30 น. นายกิตติ เพ็ชรสันทัด รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)&#160;เปิดเผยว่า แหล่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย หรือ JDA-A18 ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีกำหนดซ่อมบำรุงรักษาประจำปี ตั้งแต่วันที่ 1-14 สิงหาคม 2565 รวม 14 วัน ส่งผลให้ไม่สามารถส่งจ่ายก๊าซฯ ให้กับโรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสำคัญ ในพื้นที่ภาคใต้ได้ตามปกติ กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมโดยให้โรงไฟฟ้าจะนะเปลี่ยนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซฯ มาใช้น้ำมันดีเซลทดแทน และเตรียมพร้อมมาตรการ 5 ด้าน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในภาพรวม ประกอบด้วย • ด้านเชื้อเพลิง ได้สำรองปริมาณน้ำมันดีเซลไว้สำหรับเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในช่วงเวลาหยุดจ่ายก๊าซฯ รวมทั้งมีแผนรองรับหากการทำงานล่าช้ากว่ากำหนด • ด้านระบบผลิต เตรียมการให้โรงไฟฟ้าจะนะเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซล [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>กฟผ. เตรียมมาตรการ 5 ด้าน รองรับแหล่งก๊าซJDA-A18 หยุดซ่อมบำรุงประจำปี ตั้งแต่วันที่ 1-14 สิงหาคม 2565 ยืนยันไม่ส่งผลต่อ การใช้ไฟฟ้าภาคใต้ พร้อมรณรงค์ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในพื้นที่ภาคใต้ร่วมประหยัดพลังงานในช่วงเวลา 18.00-21.30 น.</strong></p>



<p><strong>นายกิตติ เพ็ชรสันทัด รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า แหล่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย หรือ JDA-A18 ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีกำหนดซ่อมบำรุงรักษาประจำปี ตั้งแต่วันที่ 1-14 สิงหาคม 2565 รวม 14 วัน ส่งผลให้ไม่สามารถส่งจ่ายก๊าซฯ ให้กับโรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสำคัญ ในพื้นที่ภาคใต้ได้ตามปกติ กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมโดยให้โรงไฟฟ้าจะนะเปลี่ยนเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซฯ มาใช้น้ำมันดีเซลทดแทน และเตรียมพร้อมมาตรการ 5 ด้าน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในภาพรวม ประกอบด้วย</p>



<p>• ด้านเชื้อเพลิง ได้สำรองปริมาณน้ำมันดีเซลไว้สำหรับเดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในช่วงเวลาหยุดจ่ายก๊าซฯ รวมทั้งมีแผนรองรับหากการทำงานล่าช้ากว่ากำหนด</p>



<p>• ด้านระบบผลิต เตรียมการให้โรงไฟฟ้าจะนะเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซล พร้อมประสานโรงไฟฟ้าอื่น ๆ ในภาคใต้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าขนอม โรงไฟฟ้ากระบี่ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา เขื่อนบางลาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำบ้านสันติ และโรงไฟฟ้า SPP ให้เตรียมเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต ทำให้มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 2,914 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้ที่คาดการณ์ในช่วงเวลาการหยุดจ่ายก๊าซฯ ไว้ประมาณ 2,500 เมกะวัตต์ และในกรณีฉุกเฉินสามารถรับไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียได้ทันที</p>



<p>• ด้านระบบส่ง มีการส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงจากภาคกลางมายังภาคใต้อีก 800-1,100 เมกะวัตต์ ผ่านสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ (kV) บางสะพาน2-สุราษฎร์ธานี2-ภูเก็ต3 อีกทั้งตรวจสอบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและอุปกรณ์สำคัญให้พร้อมใช้งาน รวมถึงงดการทำงานบำรุงรักษาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง</p>



<p>• ด้านบุคลากร ได้จัดเตรียมทีมงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเข้าแก้ไขสถานการณ์ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน</p>



<p>• ด้านผู้ใช้ไฟฟ้า กฟผ. ขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาชน ร่วมกันประหยัดพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 1-14 สิงหาคม 2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลา 18.00-21.30 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/07/1659158033920-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-31678"/></figure>
</div>


<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%9c-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-5-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กพช.อนุมัติ กฟผ.ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ปากลาย และ หลวงพระบาง พร้อมเลื่อนปลดแม่เมาะเครื่องที่ 8-11 ไปสิ้นปี 68</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/ppa-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Jun 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20425</guid>

					<description><![CDATA[2 โครงการซื้อขายไฟ สปป.ลาว ทั้ง ปากลาย และหลวงพระบาง ผ่านฉลุย กพช.เห็นชอบ ให้ กฟผ. ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้พัฒนาโครงการ พร้อมอนุมัติเลื่อนปลดโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแม่เมาะ เครื่องที่ 8 – 11 ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อลดภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าให้ประชาชน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&#160;เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันที่ 22 มิถุนายน 2565 ว่า ที่ประชุม ได้รับทราบหลักการร่างสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) โครงการปากลาย และโครงการหลวงพระบาง และมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามใน PPA โครงการปากลาย และโครงการหลวงพระบาง ที่ผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องมีการแก้ไข PPA ที่ไม่กระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าที่ระบุไว้ในร่าง PPA และเงื่อนไขสำคัญ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>2 โครงการซื้อขายไฟ สปป.ลาว ทั้ง ปากลาย และหลวงพระบาง ผ่านฉลุย กพช.เห็นชอบ ให้ กฟผ. ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้พัฒนาโครงการ พร้อมอนุมัติเลื่อนปลดโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแม่เมาะ เครื่องที่ 8 – 11 ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อลดภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าให้ประชาชน</strong></p>



<p><strong>นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันที่ 22 มิถุนายน 2565 ว่า ที่ประชุม ได้รับทราบหลักการร่างสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) โครงการปากลาย และโครงการหลวงพระบาง และมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามใน PPA โครงการปากลาย และโครงการหลวงพระบาง ที่ผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว</p>



<p>ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องมีการแก้ไข PPA ที่ไม่กระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าที่ระบุไว้ในร่าง PPA และเงื่อนไขสำคัญ รวมทั้งการปรับกำหนดเวลาของแผนงาน (Milestones) ที่เกี่ยวข้องกับกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงก่อนการลงนาม PPA ให้อยู่ในอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการ กฟผ. ในการแก้ไข</p>



<p>สำหรับ​โครงการหลวงพระบาง ผู้พัฒนาโครงการ คือ CK Power ร่วมกับ PT (Sole) Company Limited ร่วมกับ Ch.Karnchang และ Petro Vietnam Power Corporation ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง สปป. ลาว กำลังผลิตติดตั้ง 1,460 เมกะวัตต์ ปริมาณเสนอขาย ณ จุดส่งมอบ 1,400 เมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้าประเภทเขื่อนน้ำไหลผ่าน (Run off River) พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เฉลี่ยต่อปีประมาณ 6,577 ล้านหน่วย อายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 35 ปี กำหนด SCOD วันที่ 1 มกราคม 2573</p>



<p>พร้อมกันนี้ กพช. ยังได้มีมติเห็นชอบการเลื่อนแผน<br>การปลดเครื่องโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแม่เมาะ เครื่องที่ 8 – 11 ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากสถานการณ์ LNG มีราคาสูง ซึ่งจะสามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าได้ รวมถึงสามารถบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การผลิตก๊าซธรรมชาติของแหล่งเอราวัณ (G1/61) ที่ลดลงในช่วงเปลี่ยนผ่านการให้สัมปทานก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และไม่กระทบต่อเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ของประเทศตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ภายในปี 2573 และมีความสอดคล้องกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA)</p>



<p>โดยที่ประชุมมอบหมายให้ กฟผ. และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง</p>



<p>นอกจากนี้ที่ประชุม กพช. ได้รับทราบผลการบริหารอัตราค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ช่วงปี 2563 – ปัจจุบัน ซึ่งมอบหมายให้ กฟผ. ช่วยรับภาระค่า Ft ที่เพิ่มขึ้น โดยชะลอการนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงซึ่งสูงขึ้นตั้งแต่งวดเดือนกันยายน 2564 – เดือนธันวาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน ที่ต้องเรียกเก็บกับประชาชนในระยะนี้ไว้ก่อน เพื่อช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 และวันที่ 29 มีนาคม 2565 และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ นำเสนอ ครม. รับทราบผลการดำเนินงานตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 และวันที่ 29 มีนาคม 2565 ต่อไป</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%8A-%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%9C-%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟผ.หนุน“เชียงใหม่ Light Up”แสงสว่างใหม่ใน 7 วัด</title>
		<link>https://energy-thaichamber.org/chiangmai-light-up/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Energy Thai Chamber]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 May 2022 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News & Update]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.energy-thaichamber.org/?p=20294</guid>

					<description><![CDATA[กฟผ. จับมือพันธมิตรเตรียมจัดกิจกรรม “เชียงใหม่ Light Up” เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ เยี่ยมชมศาสนสถาน 7 แห่งในยามค่ำคืน ประกอบด้วยวัดหมื่นล้าน วัดพันอ้น วัดสำเภา วัดพันเตา วัดชัยพระเกียรติ วัดทุงยู และวัดศรีเกิด ที่มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างประสิทธิภาพสูง ที่สร้างมุมมองแสงใหม่ เปิดมุมมองแหล่งท่องเที่ยวภายใน จ.เชียงใหม่ ต้อนรับนักท่องเที่ยวหลังเปิดประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ระหว่างวันที่ 27–29 พฤษภาคม นี้ วานนี้ (14 พฤษภาคม 2565) ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “เชียงใหม่ Light Up”ในช่วงระหว่างวันที่ 27–29 พฤษภาคม 2565 พร้อมด้วย นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่, นายจิโรจน์ โรจนเสาวภาคย์ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และนายวัชรายุธ์ กัววงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>กฟผ. จับมือพันธมิตรเตรียมจัดกิจกรรม “เชียงใหม่ Light Up” เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ เยี่ยมชมศาสนสถาน 7 แห่งในยามค่ำคืน ประกอบด้วยวัดหมื่นล้าน วัดพันอ้น วัดสำเภา วัดพันเตา วัดชัยพระเกียรติ วัดทุงยู และวัดศรีเกิด ที่มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างประสิทธิภาพสูง ที่สร้างมุมมองแสงใหม่ เปิดมุมมองแหล่งท่องเที่ยวภายใน จ.เชียงใหม่ ต้อนรับนักท่องเที่ยวหลังเปิดประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ระหว่างวันที่ 27–29 พฤษภาคม นี้</strong></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/05/1652584683823-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-29339"/></figure></div>



<p>วานนี้ (14 พฤษภาคม 2565) ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “เชียงใหม่ Light Up”ในช่วงระหว่างวันที่ 27–29 พฤษภาคม 2565 พร้อมด้วย นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่, นายจิโรจน์ โรจนเสาวภาคย์ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และนายวัชรายุธ์ กัววงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/05/1652584676371-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-29338"/></figure></div>



<p><strong>ดร.จิราพร</strong> กล่าวว่า โครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างประสิทธิภาพสูงดังกล่าว เป็นโครงการที่ กฟผ. ร่วมกับ 4 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาวัด ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับสากล โดยได้มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ประกอบด้วย โคมส่องสว่างชนิด LED ประสิทธิภาพสูงและ LED ชนิดใช้ร่วมกับระบบโซลาร์เซลล์ ภายในวัด บริเวณถนนคนเดินท่าแพ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ วัดหมื่นล้าน วัดพันอ้น วัดสำเภา วัดพันเตา วัดชัยพระเกียรติ วัดทุงยู และวัดศรีเกิด ในการติดตั้งได้มีการออกแบบการส่องสว่าง และวัดค่าสเปกตรัม (Spectrum) ทำให้เกิดมุมมอง และมิติใหม่ ๆ ที่แตกต่าง ทำให้ถ่ายภาพยามค่ำคืนได้สวยงามมากยิ่งขึ้น</p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีระบบบริหารจัดการการใช้งาน ควบคุมการเปิด-ปิดไฟระยะไกลผ่าน Mobile Application และสามารถติดตามข้อมูลการใช้งาน ทั้งการแสดงสถานะเปิด-ปิดระบบไฟฟ้าแสงสว่าง แสดงค่ากำลังไฟฟ้า ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าพลังงานไฟฟ้า ณ ปัจจุบัน และย้อนหลัง และแสดงภาพจากระบบกล้อง CCTV</p>



<p>ทั้งนี้ กฟผ. จะร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ในการตรวจติดตามและประเมินผลกระทบของโครงการในมิติต่าง ๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ความเหมาะสมและความคุ้มค่า เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางในการดำเนินงานในระยะต่อไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/05/1652585700681-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-29340"/></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/05/1652585650359-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-29341"/></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/05/1652585646216-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-29342"/></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/05/1652585644010-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-29343"/></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/05/1652585641272-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-29344"/></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://www.energynewscenter.com/wp-content/uploads/2022/05/1652585636514-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-29345"/></figure></div>



<p>งาน “เชียงใหม่ Light Up” ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ @ ท่าแพ”กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2565 ภายในงานจะมีพิธีเปิดตัวโครงการฯ การฉายภาพมุมสูงของวัด และแสงไฟตลอดถนนคนเดินท่าแพ การแสดงมินิคอนเสิร์ตจากวงมีน (MEAN) และวงเขียนไขและวานิช โดยตลอดทั้ง 3 วัน จะมีการเปิดไฟส่องสว่าง (Light Up) ภายในวัดทั้ง 7 แห่ง รวมถึงมีซุ้มเกมงานวัดให้นักท่องเที่ยว ร่วมเล่นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ทั้งจากชุมชนของ จ.เชียงใหม่ และชุมชนรอบ กฟผ. อีกด้วย ทั้งนี้ ภายหลังการเปิดตัวโครงการฯ วัดทั้ง 7 แห่ง จะเปิดไฟส่องสว่างให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมทุกวันอาทิตย์ และวันสำคัญทางศาสนาต่อไป</p>



<p>Source : <a href="https://www.energynewscenter.com/กฟผ-หนุนเชียงใหม่-light-upแสง/" target="_blank" rel="noopener">Energy News Center</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
